More Sinopharm jabs arrive in Thailand #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/in-focus/40004083

More Sinopharm jabs arrive in Thailand


The fifth batch of the 10 million doses ordered by the Chulabhorn Royal Academy arrived from China on Sunday. This batch had one million doses.

The academy is one of the five organisations authorised to import Covid-19 vaccines. Sinopharm, approved for emergency use by the World Health Organisation, is one of the five vaccines given the go-ahead by the Thai Food and Drug Administration.


In cooperation with the Public Health Ministry and Bangkok Metropolitan Administration, the academy has been distributing the jabs to people in the capital at the set price of 1,554 baht for two doses.


Meanwhile, the delivery schedule of the Sinopharm vaccines is as follows:
June 20: 1 million
July 4: 1 million
July 18: 1 million
July 25: 1 million
August 1: 1 million
August 15: 1 million
August 22: 2 million
August 29: 2 million


The vaccine has been allocated as follows:
• 4.5 million doses allocated for corporations
• 3.9 million doses for local administration offices
• 114,068 jabs administered to the general public since July 28
• 351,047 jabs administered to vulnerable and underprivileged groups


The aim is to provide Sinopharm jabs free of charge to five targeted groups, namely:
• People with disabilities
• Underprivileged people living in crowded conditions
• Elderly, bed-ridden or chronic patients
• Monks
• People at risk who are unable to register on the official vaccination scheme.


Of the 10 million doses ordered, 8.9 million have been booked, while 1.1 million doses are still up for the taking.
The academy will launch a second round of registration this month for individuals and companies, which will be eligible to book 100 to 2,000 doses.


The academy is also considering providing Sinopharm jabs to children between the ages of three and 17, as the Chinese government has approved emergency use of the vaccine for this age range.


The Chulabhorn Royal Academy will gradually slow down the import of Sinopharm jabs once vaccines are more easily available later this year.

Published : August 02, 2021

By : The Nation

หนุ่มวัย 19 ที่ทำเงินได้ปีละล้านจาก Bitcoin #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659573

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 17:04 น.

หนุ่มวัย 19 ที่ทำเงินได้ปีละล้านจาก Bitcoinสำหรับเด็กหนุ่มคนนี้การศึกษา Bitcoin มีค่ามากกว่าการเข้ามหาวิทยาลัย

Nick Sears (นิค เซียร์ส) เด็กหนุ่มอายุ 19 ปีที่ตัดสินใจไม่เข้ามหาวิทยาลัยแต่ใช้เวลาทั้งหมดในห้องศูนย์ข้อมูลที่มีเครื่องขุด ASIC 4,500 ตัวเพื่อทำเหมือง Bitcoin และนั่นทำให้เขามีรายได้ถึง 54,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.8 ล้านบาทต่อปี ตามรายงานของ CNBC

เมื่ออายุได้ 17 ปี Sears เคยช่วยสร้างฟาร์มขุด Bitcoin ในเมืองดัลเลสพอร์ต รัฐวอชิงตัน และเมื่ออายุครบ 18 ปีเขาได้รับอนุญาตให้ซื้อ Bitcoin ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นครั้งแรก

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเขาใช้เวลาเกือบทุกวันไปกับการศึกษาการทำงานของเครื่องขุด Bitcoin รวมถึงการซ่อมแซมมัน สำหรับเขาแล้วการศึกษาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้มีค่ามากกว่าการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

“ผมไม่เคยคิดเรื่องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเลย ผมแค่แสวงหาความรู้ในการซ่อมแซมเครื่องขุดพวกนี้เท่านั้น”

Sears ทำงานให้กับ Scott Bennett ซีอีโอ SCATE Ventures บริษัทขุด Bitcoin แห่งใหญ่ในอเมริกาเหนือ ที่นี่เทคโนโลยีทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานน้ำ 100% เนื่องจากสถานที่ทำหมืองอยู่ติดกับแม่น้ำโคลัมเบียและเขื่อนดัลเลสซึ่งเป็นแหล่งพลังงานราคาถูก หมุนเวียนได้ และมีปริมาณมาก

สำหรับค่าจ้างพนักงาน Sears ทำเงินได้ 54,000 เหรียญสหรัฐต่อปีพร้อมประกันสุขภาพซึ่งบริษัทเป็นผู้จ่ายให้

หนึ่งวันของ Sears หมดไปกับการตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ การวางโครงสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และการเดินสายเคเบิล นั่นทำให้เขาต้องทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 ทุ่มของทุกๆ วัน และยังคงต้องอยู่ที่เหมืองเพื่อสแตนด์บายหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ก่อนที่จะมีคนงานกะกลางคืนเข้ามารับช่วงต่อเขาจึงได้กลับไปพักผ่อน

Sears เป็นนักขุดแบบ full-time ซึ่งนอกจากการทำเหมืองแล้วเขาก็ไม่ได้ทำงานอย่างอื่นเลย

เขาเล่าว่าในทุกๆ วันเขาจะเจอสิ่งที่ต้องซ่อมแซมแก้ไข ส่วนใหญ่ที่สุดคือการตรวจสอบและจัดการกับเครื่องขุด ASIC ทั้ง 4,500 ตัว เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วันต่อสัปดาห์

หากเครื่องใดเครื่องหนึ่งออฟไลน์หรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เหมือง SCATE Venture จะต้องเสียเงิน แต่ถ้ายิ่งมีเครื่องออนไลน์มากเท่าไร โอกาสที่จะได้ Bitcoin ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ในทุกๆ 10 นาทีจะมีการสร้าง 6.25 Bitcoin และเพื่อสร้างเหรียญใหม่เหล่านี้เหมืองทั่วโลกมีส่วนสนับสนุนพลังงาน ซึ่งพวกเขาต้องแข่งขันกันว่าใครจะสามารถปลดล็อก Bitcoin ชุดใหม่ได้ก่อน

ดังนั้น Sears จึงต้องมุ่งมั่น ขยันหมั่นเพียร และรู้จักการแก้ปัญหาหากอุปกรณ์ขัดข้อง เพราะนั่นมีผลต่อความสำเร็จของเขา

“ทุกวันผมจะพบเครื่องจักรที่หยุดทำงานและผมต้องแก้ไขมัน ผมพบปัญหาเกี่ยวกับเครื่องพวกนี้อยู่เสมอซึ่งต้องหาคำตอบให้ได้ว่าทำไมมันถึงออฟไลน์” Sears กล่าว

มันอาจเกิดจากไฟฟ้าดับซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกเครื่อง หรือเป็นการขัดข้องของเครือข่ายซึ่งส่งผลกระทบเพียงบางส่วน เป็นไปได้ว่าพัดลมในเครื่องแต่ละเครื่องที่ใช้สำหรับระบายความร้อนเสีย หรืออาจเป็นเพราะแหล่งจ่ายไฟจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราต้องรีบแก้ไขมัน

แต่การแก้ไขฮาร์ดแวร์นั้นไม่ได้ง่ายเสมอไป

แม้ว่า Sears อาจไม่จำเป็นต้องมีประกาศนียบัตรเพื่อทำเหมือง แต่เขาเข้าอบรมหลักสูตรออนไลน์เกี่ยวกับการซ่อมแซมอุปกรณ์ขุดเฉพาะทางกับวิศวกรชาวจีนซึ่งทำงานให้กับ Bitmain บริษัทเอกชนที่มีสำนักงานใหญ่ในปักกิ่งซึ่งออกแบบชิปครบวงจรสำหรับการขุด Bitcoin ซึ่งการอบรมทำให้เขามีใบรับรองและสามารถเข้าถึงการซื้อวัสดุได้โดยตรงผ่าน Bitmain

นอกจากนี้ Sears ยังวางแผนที่จะเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรอื่นๆ เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับการขุด Bitcoin เพิ่มเติมในอนาคต

Photo by Ozan KOSE / AFP

“เราขอสองเหรียญทองได้ไหม?” เมื่อข่มไม่ลงก็แบ่งกันไปเลย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659566

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 16:01 น.

“เราขอสองเหรียญทองได้ไหม?” เมื่อข่มไม่ลงก็แบ่งกันไปเลย ประวัติศาสตร์ถูกสร้างขึ้นอีกครั้งในการแข่งขันโอลิมปิกที่โตเกียว เมื่อคู่แข่งที่ข่มกันไม่ลงตกลงที่จะแชร์เหรียญทองกัน

มูตาซ เอสซา บาร์ชิม นักกีฬากระโดดสูงของทีมกาตาร์ และคู่แข่งจากอิตาลี จันมาร์โก ตัมเบรี ต้องแข่งขันนานถึง 2 ชั่วโมงหลังจากทั้งคู่ทำความสูงได้เท่ากัน แต่ก็ยังทำลายสถิติโอลิมปิกที่ 2.39 เมตรไม่ได้ ทั้งคู่จึงไม่ได้เหรียญไปครองสักที

เจ้าหน้าที่สนามจึงเดินเข้ามาซักถามมูตาซถามเจ้าหน้าที่โอลิมปิกว่า “เราขอสองเหรียญทองได้ไหม?” ซึ่งเจ้าหน้าที่พยักหน้าและพูดว่า “ได้ ถ้าคุณตกลงจะแบ่งกัน”คำตอบทำให้นักกีฬาทั้งสองดีใจจนทำไฮไฟว์ ก่อนที่ตัมเบรีจะสวมกอดมูตาซอย่างมีความสุขผลก็คือทั้งคู่ตกลงที่จะไม่แข่งต่อและตกลงที่จะแบ่งเหรียญทองร่วมกัน

เป็นกรณีที่พบไม่บ่อยนักในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่นักกีฬาจากคนละประเทศตกลงที่จะแบ่งปันเหรียญเดียวกันอันที่จริงแล้ว พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยซ้ำ ด้วยการขึ้นเป็นคู่แข่งจากสองประเทศที่แท่นรับเหรียญกรีฑาโอลิมปิกร่วมกันครั้งแรกตั้งแต่ปี พ. ศ. 2455

ถึงแม้สนามจะแทบไม่มีคนดู แต่มีเสียงโห่ร้องยินดีดังมาจากฝูงชนกลุ่มเล็กๆ ในสนามกีฬาขณะที่นักกีฬาสองคนวิ่งเข้าหาโค้ชและเพื่อนร่วมทีมของพวกเขา ตัมเบรีตื้นตันใจจนถึงกับทรุดตัวลงบนลู่วิ่ง โค้ชของทั้งสองที่อยู่บนอัฒจันทร์ ถึงกับน้ำตาซึม

ภาพโดย Christian Petersen / POOL / AFP

นักวิทย์เตือนอังกฤษอาจมีคนตายจากโควิดหลายพันคนทุกปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659557

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

นักวิทย์เตือนอังกฤษอาจมีคนตายจากโควิดหลายพันคนทุกปีนักวิทยาศาสตร์บางส่วนมองว่าอังกฤษอาจมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ปีละหลายพันคนไปอีกหลายปี

The Guardian รายงานว่านักวิทยาศาสตร์เตือนว่าสหราชอาณาจักรอาจเผชิญกับการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ปีละหลายพันคน แม้ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงภายหลังการคลายมาตรการล็อกดาวน์แต่พบว่าจำนวนผู้ป่วยอาการหนักและผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าการแพร่ระบาดระลอกที่ 4 ในสหราชอาณาจักรขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะยิ่งทวีความรุนแรงในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนที่ลดลงและการกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้ง ประกอบกับไวรัสตามฤดูกาลอื่นๆ รวมถึงไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง

ศาสตราจารย์อดัม ฟินน์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอลกล่าวว่าชาวอังกฤษจะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปอีกนาน เนื่องจากไวรัสกลายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าที่พวกเราคาดไว้ แม้ว่าจะไม่มากเท่าไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ก็มีแนวโน้มว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ปีละหลายพันคนไปอีกหลายปี แต่เราสามารถลดปัญหานี้ได้ด้วยการฉีดวัคซีน

เช่นเดียวกับศาสตราจารย์ เจมส์ ไนสมิท ผู้อำนวยการสถาบันโรซาลินด์ แฟรงคลินในอ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งมองว่าแม้ในอนาคตเราจะมีภูมิคุ้มกันหมู่เพียงพอที่จะไม่ทำให้โควิด-19 ร้ายแรงเช่นที่ผ่านมา แต่มันอาจเหมือนไข้หวัดใหญ่ซึ่งจะยังคงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต แต่จะมากเท่าไรนั้นยังคงเป็นเรื่องยากที่จะประเมิน แต่อาจถึงหลายพันถึงหลักหมื่นคน

อย่างไรก็ตามศาสตราจารย์โจนาธาน บอลล์ จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไปเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันหมู่ที่มากขึ้นและกว้างขึ้น แม้จะไม่ได้รับรองว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตทุกปีแต่เขามองว่าไม่น่าจะถึงปีละหลายพันคน

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่คาดว่าจะเป็นผู้สูงอายุและผู้มีอาการป่วยรุนแรงซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับผู้ที่เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่หรือโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี และยังคงต้องจับตาดูว่าโควิด-19 จะเพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ยต่อปีอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

ด้านศาสตราจารย์มาร์ติน ฮิบเบอร์ด จากวิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอน มองว่าแม้โควิด-19 จะยังไม่หายไปในเร็ววันนี้ แต่สามารถป้องกันความรุนแรงได้ด้วยวัคซีน เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ซึ่งมีผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ย 20,000 คนต่อปีในสหราชอาณาจักร

ขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญกำลังผลักดันให้มีการฉีดวัคซีนแก่เด็กอายุ 16 ถึง 17 เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิดโรงเรียน ตลอดจนผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปีเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดรุนแรงในช่วงฤดูหนาวที่จะถึงนี้

นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าการล็อกดาวน์ที่ผ่านมาจะทำให้ภูมิคุ้มกันของประชาชนต่อโรคทางเดินหายใจอื่นๆ อย่างเช่นไข้หวัดใหญ่อ่อนแอลงหรือไม่

โดยศาสตราจารย์แอนน์ แมนดัลล์ จอห์นสัน ประธานสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์คาดว่าการติดเชื้อด้วยโรคทางเดินหายใจอย่างเช่นไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูหนาวปีนี้จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากชาวอังกฤษอาจมีภูมิคุ้มกันลดลงจากการไม่ได้สัมผัสเชื้อในช่วงล็อกดาวน์ปีที่แล้ว

Photo by Tolga Akmen / AFP

เผยคนไทยในเกาหลีใต้ก่ออาชญากรรมมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659541

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 13:15 น.

เผยคนไทยในเกาหลีใต้ก่ออาชญากรรมมากที่สุดสำนักงานตำรวจเกาหลีใต้เผยการจับกุมชาวต่างชาติเดือนเม.ย.-มิ.ย. ส่วนใหญ่เป็นคนไทย

The Korea Times รายงานว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้เปิดเผยข้อมูลการปราบปรามการก่ออาชญากรรมโดยชาวต่างชาติรวมถึงการกระทำความผิดทางอาญาข้ามพรมแดนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนปีนี้พบว่ามีการก่ออาชญากรรมโดยชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

โดยในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนมีการจับกุมชาวต่างชาติทั้งสิ้น 391 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 46.8 ถูกกล่าวหาว่ากระทำความปิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ร้อยละ 18.7 เกี่ยวข้องกับการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย, ร้อยละ 18.4 เกี่ยวข้องกับการพนัน และร้อยละ 4.9 เป็นการก่ออาชญากรรมทางการเงิน

หากแบ่งตามสัญชาติแล้วพบว่าร้อยละ 17.6 จากจำนวน 391 คนมาจากประเทศไทย รองลงมาคือเวียดนามและอุซเบกิสถานคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.1 ตามมาด้วยร้อยละ 7.7 จากรัสเซีย, ร้อยละ 5.1 จากจีน, ร้อยละ 4.6 จากปากีสถาน, ร้อยละ 2 จากไลบีเรีย และจากประเทศอื่นๆ อีกร้อยละ 4.2

ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ได้มีการจับกุมชาวต่างชาติไปแล้ว 14,977 คน ขณะที่ในปี 2020 ที่ผ่านมามีการจับกุมชาวต่างชาติทั้งสิ้น 39,139 คน และ 39,249 คนในปี 2019

รายงานระบุว่ามีชาวไทย 22 คนถูกจับกุมในข้อหาลักลอบนำเข้าและจำหน่ายยาเสพติดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมปีนี้ ขณะที่มีการจับกุมชาวไลบีเรีย 8 คนในข้อหาฉ้อโกงตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วจนถึงพฤษภาคมปีนี้

นอกจากนี้มีรายงานการจับกุมสมาชิก 60 คนจากกลุ่มอาชญากรในฟิลิปปินส์ข้อหาดำเนินการเว็บไซต์พนันกีฬาที่ผิดกฎหมายกับผู้ใช้ในเกาหลีใต้

เป้าหมายของการปราบปรามของเจ้าหน้าที่จะเป็นองค์กรอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการกู้ยืมเงิน, การค้ายาเสพติดและการดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย, การทำร้ายร่างกาย, การพนัน ตลอดจนธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผิดฎหมาย

ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่ากลุ่มอาชญากรที่รวมตัวกันมักนำโดยบุคคลที่มีเชื้อชาติหรือสัญชาติเดียวกัน

AFP PHOTO / Ed JONES

เธอคว้า 3 เหรียญทอง แต่ถูกชาติเดียวกันบูลลี่เพราะตัดผมสั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659530

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 11:49 น.

เธอคว้า 3 เหรียญทอง แต่ถูกชาติเดียวกันบูลลี่เพราะตัดผมสั้นเธอเป็นฮีโร่ของชาติ แต่คนคนชาติเดียวกันบางกลุ่มกลั่นแกล้งออนไลน์เพียงเพราะเธอแหวกขนบในสายตาพวกเขา

อัน ซัน (An San) นักยิงธนูสาวชาวเกาหลีใต้วัย 20 ปีกำลังเป็นประเด็นอฮ้ต ไม่ใช่เพราะเธอคว้ามาถึงสามเหรียญทองในโอลิมปิก (ในประเภททีมหญิง ทีมผสม และบุคคล) กลายเป็นนักธนูคนแรกในประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่คว้าเหรียญสามเหรียญได้ในเกมเดียว และยังทำลายสถิติโอลิมปิกที่ยืนยงมานาน 25 ปีด้วย ทำให้เธออยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้ว

เธอเป็นชาวเกาหลีใต้คนแรกที่ชนะมากกว่าสองเหรียญในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนรายการเดียว นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้หญิงคนแรกนับตั้งแต่ปี 1904 ที่คว้าเหรียญทอง 3 เหรียญจากการยิงธนูในโอลิมปิกเดียวกัน

แต่ที่เกาหลีใต้บ้านเกิดของเธอ อัน ซันถูกคุกคามทางออนไลน์จากกลุ่มต่อต้านสตรีนิยมซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การตัดผมสั้นของเธอและไม่พอใจที่เธอสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยสตรีควังจู โดยกลุ่มคนเหล่านี้เป็นพวกอนุรักษ์นิยมที่เชิดชูเพศชายเป็นใหญ่และกดขี่สิทธิสตรี และมักจะโจมตีผู้หญิงที่ตัดผมสั้นว่าเป็นนักนิยมสิทธิสตรี ผู้หญิงในสายตาคนพวกนี้จะต้องไว้ผมยาวและมีบุคคลิกนุ่มนวลไม่ต่อต้านเพศชายเท่านั้น

Korea JoongAng Daily รายงานว่า เหตุบูลลี่เกิดจากออนไลน์ฟอรั่มแห่งหนึ่งที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ชายมีการตั้งกระทูว่า “ผู้หญิงที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสตรีและมีผมสั้น มีแนวโน้มร้อยละ 90 ที่จะเป็นสตรีนิยม” ตามด้วยคอมเมนต์ที่บอกว่าผู้หญิงที่ตัดผมสั้นเป็นพวกสตรีนิยม

และบางคนเรียกร้องให้เธอขอโทษ และถึงกับขอให้เธอคืนเหรียญโอลิมปิกของเธอไปซะ

แต่ อัน ซัน ไม่สนใจการบูลลี่ ในแถลงการณ์เธอบอกว่า “พยายามไม่สนใจ” และมุ่งความสนใจไปที่กีฬาของเธอแทน

จากการตรวจอัตราการเต้นของหัวใจของนักยิงธนูซึ่งออกอากาศเป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว แสดงให้เห็นว่า หัวใจของอันเต้นสูงสุดที่ 119 ครั้งต่อนาที ซึ่งต่ำกว่า 167 ครั้งต่อนาทีของเอเลนา โอซิโปวา คู่แข่งชาวรัสเซียของเธอ

มันเป็นหลักฐาที่บ่งชี้ถึงความสงบเยือกเย็นที่น่าทึ่งของอันภายใต้แรงกดดัน แต่เธอยอมรับในภายหลังว่า “เมื่อทุกอย่างจบลง ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิด”

การเดินทางของอันไปสู่จุดสูงสุดนั้นไม่ง่ายเลย

เธอเริ่มยิงธนูในโรงเรียนประถมเพราะสนใจที่มีการแจกไก่ทอดฟรีหใ้กับนักยิงธนู แต่ทีมโรงเรียนที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ในขณะนั้นมีไว้สำหรับเด็กผู้ชายเท่านั้น แต่อันยืนยันว่าเธอต้องการเรียนรู้ด้วย

ในตอนแรก ครูใหญ่ของโรงเรียนแนะนำให้เธอย้ายไปโรงเรียนอื่นหากเธอต้องการยิงธนู แต่อันไม่ยอมยอมจำนนและในที่สุดโรงเรียนก็ก่อตั้งทีมยิงธนูสำหรับเด็กผู้หญิงเพราะเธอ 

ทีมโรงเรียนยังคงแข็งแกร่งมาจนถึงทุกวันนี้เพราะในวันนั้นอันบอกว่า “ไม่ หนูไม่ยอม” 

ในภาพชุดนี้ อัน ซัน จากเกาหลีใต้กำลังเข้าแข่งขันในประเภทหญิงรอบคัดเลือกระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 ที่สนามยิงธนู Yumenoshima Park ในโตเกียว เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 (ภาพโดย ADEK BERRY / AFP)

กัมพูชาเล็งผสมวัคซีนจีนกับ AstraZeneca เป็นเข็ม 3 สู้โควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659526

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 11:26 น.

กัมพูชาเล็งผสมวัคซีนจีนกับ AstraZeneca เป็นเข็ม 3 สู้โควิดกัมพูชาประกาศฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 แบบผสมเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันประชาชน

รอยเตอร์สรายงานว่ากัมพูชาจะเริ่มฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์โดยใช้วัคซีนของ AstraZeneca ควบคู่กับวัคซีน Sinopharm และ Sinovac ของจีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในการรับมือกับการแพร่ะบาดของโควิด-19 ในประเทศ

โดยนายกรัฐมนตรีฮุน เซน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าวัคซีนบูสเตอร์นี้จะถูกฉีดให้แก่บุคลากรด่านหน้าประมาณ 500,000 ถึง 1 ล้านคนเป็นสำคัญ

โดยระบุว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน Sinopharm และ Sinovac ครบโดสแล้วควรได้รับ AstraZeneca เป็นเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน สำหรับประชาชนที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca ครบโดสแล้วควรให้ Sinovac เป็นเข็มที่ 3

ทั้งนี้ กัมพูชาสามารถควบคุมการแพร่ะบาดได้เกือบทั้งหมดในปีที่แล้ว แต่สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อมีการตรวจพบการแพร่ระบาดเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 77,919 ราย และเสียชีวิต 1,420 ราย

สัปดาห์ที่ผ่านมากัมพูชาได้ประกาศล็อกดาวน์ 8 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังแพร่ระบาดทั่วภูมิภาค

ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าพบไวรัสสายพันธุ์เดลตาในผู้อพยพที่เดินทางกลับจากประเทศไทยและขณะนี้พวกเขากำลังอยู่ในชุมชนท้องถิ่นแล้ว

AFP PHOTO / TANG CHHIN Sothy

Sunisa Lee สายเลือดม้ง-ลาว ขวัญใจคนใหม่ของอเมริกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659511

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 10:47 น.

Sunisa Lee สายเลือดม้ง-ลาว ขวัญใจคนใหม่ของอเมริกาเรื่องราวของสุนิสา ลี (Sunisa Lee) สายเลือดม้ง-ลาว-อเมริกันวัย 18 ปี ที่กำลังเป็นดาวเด่นคนใหม่ในบ้านเกิดของเธอ

สุนิสา ลี (Sunisa Lee) สายเลือดม้ง-ลาว-อเมริกันวัย 18 ปี ขวัญใจคนใหม่ของวงการยิมนาสติกสหรัฐ เธอเป็นลูกสาวของพ่อแม่ชาวม้งที่อพยพจากประเทศลาวมายังสหรัฐอเมริกา

สุนิสา หรือ “สุนิ” โดดเด่นขึ้นมาในการแข้งขันโอลิมปิกที่โตเกียวครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากซิโมน ไบลส์ (Simone Biles) ดาวเด่นของทีมยิมนาสติกหญิงอเมริกันต้องประสบกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่าจนถอนตัวจากการแข่งขันบางประเภท ในระหว่างรอบชิงชนะเลิศของทีม

สุนิสาเริ่มการแข่งขันแค่บาร์ต่างระดับ อย่างไรก็ตาม ซิโมน ไบลส์ถอนตัวออกจากการแข่งขันหลัง สุนิสาจึงแทนที่เธอในการแข่งฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์ ปรากฎว่าเธอทำคะแนนได้ 15.400 (คะแนนสูงสุดของการแข่งขันในทุกกรณี) และช่วยให้สหรัฐอเมริกาได้อันดับสองรองจากทีมรัสเซีย

การแข่งขันยิมนาสติกสากล รวมอุปกรณ์ บุคคลหญิง สุนิสาทำสถิติบาร์ต่างระดับด้วยคะแนนสูงสุดของวันนั้นและสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ เธอเป็นแชมป์อเมริกันคนที่ 6 ในรายการนี้และเป็นแชมป์เชื้อสายเอเชียคนแรก ทั้งเชื้อสายเอเชียจากสหรัฐและจากประเทศใดๆ ก็ตาม ที่ได้เหรียญจากรายการนี้

ณ เวลานี้ สุนิสายังสามารถเก็บเหรียญมาได้ครบทุกประเภทคือเหรียญทอง (รวมอุปกรณ์ บุคคลหญิง) เหรียญเงิน (ประเภททีม) และเหรียญทองแดง (บาร์ต่างระดับ)

เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในโอลิมปิกของเธอและในฐานะที่เป็นชาวม้งอเมริกันคนแรกที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาและนายกเทศมนตรีของเมืองเซนต์พอล (ซึ่งมีชุมชนชาวม้งอาศัยเป็นจำนวนมาก) ประกาศให้วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคมเป็น “วันสุนิสา ลี”

ทั้งนี้ เมืองมินิอาโปลิส-เซนต์พอลเป็นที่อาศัยของประชากรม้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ชาวม้งจำนวนมากที่ต่อสู้เพื่อสหรัฐในลาวในช่วงสงครามเวียดนาม ได้หลบหนีข้ามจากลาวมายังค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย และในที่สุดก็อพยพมาตั้งรกรากในมินนิโซตา วิสคอนซิน และแคลิฟอร์เนีย

จอห์น ลี (John Lee) พ่อของสุนิสาก็หลบหนีจากลาวมายังค่ายผู้อพยพในประเทศไทยตอนที่ยังเป็นเด็กและเดินทางมายังสหรัฐในที่สุด 

Sunisa Lee เข้าร่วมการแข่งขันยิมนาสติกหญิงรอบชิงชนะเลิศระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 ที่ Ariake Gymnastics Center ในโตเกียว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 (ภาพโดย Martin BUREAU / AFP)
Sunisa Lee ถ่ายภาพกับเหรียญทองในระหว่างพิธีขึ้นโพเดียมรับเหรียญหลังการแข่งขันกีฬายิมนาสติกหญิงรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงโตเกียว 2020 ที่ Ariake Gymnastics Center ในกรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 (ภาพโดย Martin BUREAU / AFP)
John Lee (ขวา), พ่อของ Sunisa Lee และ Yeev Thoj (ซ้าย) แม่ของ Sunisa Lee นั่งชมการแข่งชขันของลูกสาวในเมืองโอ๊คเดล รัฐมินนิโซตา (ภาพโดย Stephen Maturen/AFP)
Shyenne Lee วิดีโอคอลกับพี่สาวของเธอ Sunisa Lee หลังจากที่ Sunisa ได้รับรางวัลเหรียญทองในประเภทอุปกรณ์รวมบุคคลรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 6 ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว 2020 ภาพนี้ถ่ายที่งานปาร์ตี้ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2021 ในเมืองโอ๊คเดล รัฐมินนิโซตา (ภาพโดย Stephen Maturen/AFP)

สหรัฐจะอ่วมอีกครั้ง แพทย์ใหญ่เตือนประเทศกำลังจะแย่ลง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/659510

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 10:38 น.

สหรัฐจะอ่วมอีกครั้ง แพทย์ใหญ่เตือนประเทศกำลังจะแย่ลงนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี เชื่อว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดกำลังแย่ลง

ขณะที่สหรัฐกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาซึ่งนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน มองว่าสถานการณ์กำลังจะแย่ลง อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์

ในระหว่างการสัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซี เฟาซีระบุว่าตนมองว่าการล็อกดาวน์นั้นไม่จำเป็นเนื่องจากมีประชากรถึง 58% ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดสแล้ว แม้จะยังไม่มากพอที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคแต่ตนเชื่อว่ามากพอที่จะไม่ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่เหมือนช่วงฤดูหนาวครั้งก่อน

อย่างไรก็ตามเฟาซีเน้นย้ำว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้มีแนวโน้มว่าจะแย่ลงไปอีก โดยประเมินจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

ขณะที่มีประชากรราว 100 ล้านคนที่มีสิทธิ์ได้รับการฉีดวัคซีนแต่พวกเขาไม่ไปฉีดวัคซีน ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดการแพร่ะบาดในวงกว้างและส่งผลกระทบต่อทุกคนในท้ายที่สุด

นอกจากนี้การวิจัยจากเมืองโพรวินซ์ทาวน์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ระบุว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วสหรัฐในตอนนี้อาจสามารถแพร่ระบาดในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ซึ่งนักวิจัยเผยว่าปริมาณไวรัสในจมูกของผู้ติดเชื้อที่ได้รับวัคซีนแล้วนั้นเท่ากับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วก็สามารถแพร่เชื้อได้เช่นกัน

ด้านอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อนั้นเฟาซีชี้ว่าผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนจะมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก เนื่องจากวัคซีนสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยรุนแรงได้

ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) ติดสินใจใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้งรวมถึงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่บุคคลอื่นหากพวกเขาได้รับเชื้อ

บทบาท “กำนันผู้ใหญ่บ้าน” กับงาน “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” สู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/476022

บทบาท”กำนันผู้ใหญ่บ้าน”กับงาน”บำบัดทุกข์บำรุงสุข”สู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน      

26 กรกฎาคม 2564 – 12:57 น.

บทบาท”กำนันผู้ใหญ่บ้าน”กับงาน”บำบัดทุกข์บำรุงสุข”สู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน      

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงจัดระเบียบการปกครองในรูปแบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้นภายใต้การปฏิรูประบบบริหารราชการของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อัครมหาเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

ในส่วนภูมิภาคได้มีการแบ่งการบริหารราชการของอำเภอ ออกเป็นตำบลและหมู่บ้านมีการทดลองเลือกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นครั้งแรกที่แขวงบางปะอิน  มณฑลกรุงเก่า หรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2435 (ร.ศ. 111) ถือกำเนิดผู้ใหญ่บ้านและกำนันคนแรกของประเทศไทย คือ พระยารัตนกุลอดุลยภักดี หรือ นายจำรัส รัตนกุล นับเป็นจุดเริ่มแรกของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ต่อมามีการตราพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พระพุทธศักราช 2457 ขึ้น กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศให้วันที่10 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

จวบจนวันนี้เป็นเวลา 129 ปีแล้วในการทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในระบบการปกครองท้องที่ เชื่อมโยงและขับเคลื่อนนโยบายของทางราชการอีกทั้งเป็นตัวแทนและผู้นำพี่น้องประชาชนในตำบล หมู่บ้าน อยู่เคียงข้างคอยรับฟังทุกข์สุข ไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้วยปณิธาน“บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อประชาชนเป็นสำคัญ 

เพื่อเชิดชูเกียรติกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท ในทุกๆปีกระทรวงมหาดไทยได้มีพิธีมอบรางวัลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมประจำปีให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผู้มีผลงานดีเด่น ที่ได้รับคัดเลือกจากทั่วประเทศ

ทั้งนี้ในปี 2564  เนื่องจากการเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019( โควิด-19) ในแต่ละพื้นที่ต้องปรับตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในชุมชน

ในส่วนของอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ก็เช่นกันนายสุรพร  หมายเจริญ นายอำเภอแสวงหา ได้ให้ความสำคัญ และเน้นย้ำถึงมาตรการฯ ผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านถึงพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ  

นางสาวสุวรรณ แจ่มกระจ่าง กำนันตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา กล่าวว่า “มาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับตำบลของตำบลสีบัวทองนั้นจะมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้าน อสม. และจิตอาสามาช่วยกันดูแลตรวจตราตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ก็จะเข้มงวดเป็นพิเศษ ในการจัดกิจกรรมตามงานต่าง ๆ ไม่ว่างานบวช งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานศพจะต้องทำตามมาตรการภาครัฐอย่างเคร่งครัด” 

บทบาท"กำนันผู้ใหญ่บ้าน"กับงาน"บำบัดทุกข์บำรุงสุข"สู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน      

 นางสาวสุวรรณ แจ่มกระจ่าง กำนันตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา

รวมทั้งในส่วนของปัญหายาเสพติดในพื้นที่ตำบลสีบัวทอง พบน้อยเนื่องจากในตำบลสีบัวทองมีโครงการหมู่บ้านชุมชนยั่งยืน แต่ละหมู่บ้านแบ่งเป็นคุ้ม ๆ ละ 5-7 ครัวเรือน โดยมีหัวหน้าคุ้ม ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนที่ชาวบ้านเลือกขึ้นมาช่วยกันดูแล ตรวจตรา ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจถึงพิษภัยของยาเสพติด ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านด้วยดี  

“รู้สึกภูมิใจค่ะที่มีวันของเรา ทุกปีจะมีการจัดกิจกรรม มีการมอบรางวัลให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านดีเด่นทำประโยชน์ให้กับชุมชน แต่ปีนี้ไม่มี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด” กำนันตำบลสีบัวทองกล่าว

บทบาท"กำนันผู้ใหญ่บ้าน"กับงาน"บำบัดทุกข์บำรุงสุข"สู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน      

นายสมชาย บุญสันต์  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 บ้านทองเลื่อน ต.แสวงหา ซึ่งเป็นหมู่บ้านดีเด่นได้รับรางวัลโครงการหมู่บ้านอยู่ดีมีสุขแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองระดับอำเภอ ประจำปี 2564 กล่าวถึงความสำเร็จดังกล่าวว่ามาจากการให้ความร่วมมือของประชาชนในหมู่บ้านในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ โดยชาวบ้านมีการตั้งกฎระเบียบของหมู่บ้านหรือธรรมนูญหมู่บ้านที่ตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมกันเอง

บทบาท"กำนันผู้ใหญ่บ้าน"กับงาน"บำบัดทุกข์บำรุงสุข"สู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน      

 นายสมชาย บุญสันต์ ผุ้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11กับรางวัลโครงการหมู่บ้านอยู่ดีมีสุขปี 2564

โดยจะแบ่งออกเป็นคุ้ม ๆ ละ 10 กว่าครัวเรือนให้ดูแลกันเอง ใครทำผิดกฎของหมู่บ้านเริ่มจากตักเตือนจากนั้นก็ตัดน้ำประปาหมู่บ้าน  1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับความหนักเบา ระหว่างนี้ผู้ทำผิดกฎต้องซื้อน้ำใช้เองทั้งบริโภคและอุปโภค ทำให้ไม่มีใครกล้าฝืนกฎหรือทำผิดธรรมนูญของหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันหมู่ 11 บ้านทองเลื่อนมีประชากรทั้งสิ้น 600 ครัวเรือน

ผู้ใหญ่สมชายยอมรับว่าการได้รับรางวัลดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของชาวบ้านที่ทุกคนมีส่วนร่วม จนทางการได้เห็นถึงผลสำเร็จทั้งในเรื่องอาชีพ รายได้ แรงงาน ตลอดจนการออกกฎระเบียบต่างๆ ที่บังคับใช้กันเองของคนในหมู่บ้านมีการปรับเปลี่ยนอาชีพจากทำนามาเป็นปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งสร้างรายได้ดีกว่าทำนา 

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ยังกล่าวถึงความรู้สึกถึงวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีว่า เป็นวันที่ผู้ใหญ่ทุกคนรอคอย เพราะจะได้โชว์ผลงานความสำเร็จ หลังได้ร่วมกับชาวบ้านทำงานกันมาตลอดทั้งปีและปัจจุบันหมู่11 บ้านทองเลื่อนเป็นหมู่บ้านสีขาวเขตปลอดยาเสพติด  

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกำนันผู้ใหญ่บ้านกับงาน”บำบัดทุกข์บำรุงสุข” เสมือนเป็นแขนขาสำคัญของทางราชการในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนเพื่อไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน