‘วิชัย เข็มทองคำ’ ปั้นแบรนด์ คามินเนีย ลดเบาหวาน จับมือ ม.มหิดล ทุ่มงานวิจัยตั้งโรงงานผลิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600288

‘วิชัย เข็มทองคำ’ ปั้นแบรนด์ คามินเนีย ลดเบาหวาน  จับมือ ม.มหิดล ทุ่มงานวิจัยตั้งโรงงานผลิต

‘วิชัย เข็มทองคำ’ ปั้นแบรนด์ คามินเนีย ลดเบาหวาน จับมือ ม.มหิดล ทุ่มงานวิจัยตั้งโรงงานผลิต

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.48 น.

วิชัย เข็มทองคำ เจ้าพ่ออาหารอันดับ 1 ประเทศพม่า ลุยธุรกิจเสริมอาหาร คามินเนีย(Caminia) ลดเบาหวาน ทุ่มงานวิจัยจับมือ ม.มหิดล หมอและโรงพยาบาลต่างๆ ร่วมกันทำวิจัย เพื่อให้ได้สินค้าเกรดพรีเมี่ยม ใช้นวตกรรมนาโนเทคโนโลยี ทำให้ร่างกายดูดซึมได้มากถึง 50 เท่า ตั้งโรงงานผลิต 200 ล้าน รองรับการขยายตลาดทั่วประเทศ และเตรียมส่งออกไปต่างประเทศ ตั้งเป้าผลประกอบการปีหน้าทะลุ 450 ล้าน เผยโควิด-19 ทำให้ผู้คนสนใจด้านสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ยอดเสริมอาหารเติบโตอย่างรวดเร็ว

ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสำหรับ คุณวิชัย เข็มทองคำ กรรมการ บริษัท โอเรียนท์ อินโนเวชั่น จำกัด นักธุรกิจเจ้าพ่ออาหารอันดับ 1 ประเทศพม่า ที่บุกตลาดพม่าจนมีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่ว่าจะจับธุรกิจด้านไหนก็ประสบความสำเร็จ ล่าสุดก็เปิดตัวแบรนด์ คามินเนีย Caminia ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รูปแบบแคปซูลเจลาตินนิ่ม ประกอบไปด้วยสารสกัดขมิ้นชัน น้ำมันปลา และ วิตามิน ดี3 เกรดพรีเมี่ยมที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับดูแลผู้ที่ต้องการลดเบาหวาน ซึ่งเป็นเสริมอาหารเกรดพรีเมี่ยม ทุ่มงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยชื่อ โดยวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีและส่วนผสมที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของคามินเนีย ทำให้ได้สารสกัดขมิ้นชันที่มีการกักเก็บในรูปแบบอนุภาคระดับนาโนเมตร ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ถึง 50 เท่า สร้างความฮือฮาให้วงการเสริมอาหารเป็นอย่างมาก

จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ 

“ธุรกิจเริ่มมาจากประสบการณ์ของนักวิจัยที่ทำการศึกษาคุณสมบัติของสาระสำคัญในขมิ้นชัน น้ำมันปลาทูน่า  และวิตามินดี 3 พบว่าคุณสมบัติของสามสิ่งนี้มีประโยชน์ด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และทำการศึกษาวิจัยต่อยอดในด้านการนำสามสิ่งนี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบซอฟท์เจล เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน และ ผู้ที่รักสุขภาพต้องการหลีกเลี่ยงจากการเป็นเบาหวาน  ได้รับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพ”

“หลังจากที่ได้ทำการทดสอบในอาสาสมัครเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน ทำให้บริษัทมีความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์  จึงได้เริ่มผลิตเพื่อออกจำหน่ายตั้งแต่ต้นปี 2563 มาจนถึงปัจจุบัน ผลตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายค่อยๆ ดีขึ้นจากการแนะนำต่อโดยผู้ที่เคยรับประทานผลิตภัณฑ์ของเราไปสักระยะหนึ่ง ประมาณ 1-3 เดือน”

“กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน (ประมาณ 8%ของประชากร)  และ ผู้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานซึ่งมีจำนวนมากกว่ากลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน  ตลอดจนผู้ที่มีสุขภาพปกติและต้องการที่จะรักษาสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวาน โดยการรับประทานเสริมอาหารที่มีคุณภาพที่เชื่อถือได้และมีความปลอดภัยสูง”

จุดเด่นของ คามินเนีย คือการใช้นาโนเทคโลยีที่ทันสมัย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้มากกว่าปกติถึง 50 เท่า

“จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของเราคือ เรามีความพร้อมด้านเทคโนโลยีในการนำผลงานวิจัยมาสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม  มีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้บริโภคเกือบทุกเพศทุกวัย(ยกเว้นกลุ่มผู้ป่วยเกี่ยวกับนิ่วในถุงน้ำดี)

เรามีเทคโนโลยีในการสกัดสารสำคัญจากขมิ้นชัน  การใช้นาโนเทคโนโลยีและการห่อหุ้มสารสำคัญให้มีอนุภาคเล็กขนาดประมาณ 200 นาโนเมตรเพื่อรักษาคุณสมบัติของสาระสำคัญ ให้ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ดีกว่าขบวนการปกติถึง 50 เท่า ช่วยให้ร่างกายได้ประโยชน์จากสาระสำคัญมากโดยการบริโภคเพียงจำนวนน้อย นอกจากนี้ เรายังมีน้ำมันปลาทูน่าเกรดดีมากซึ่งนำเข้าจากโรงงานของหุ้นส่วนของเราในเยอรมัน”

ขยายช่องทางจัดจำหน่ายไปยังหัวเมืองใหญ่ๆ และกระจายสู่ระดับตัวแทน ทุ่มงบสร้างโรงงาน 200 ล้านบาท รองรับแผนการขยายเพิ่มการผลิต

“ปัจจุบันเน้นการขายช่องทางออนไลนเป็นหลัก ทั้งเฟสบุ๊ค ยูทูบ ไลน์ รวมถึงมีการเริ่มทดลองในกลุ่มตัวแทนชุดแรกเพื่อทดสอบระบบที่เราเตรียมจะรับตัวแทนอีกในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 โดยเราจะเน้นที่กรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ก่อน แล้วจึงจะกระจายเข้าสู่ตัวแทนระดับถัดไปในปีหน้า จะได้รองรับกับแผนขยายโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตของเราด้วย ซึ่งเรามีแผนการลงทุนสร้างโรงงานสกัดสารสำคัญตลอดจนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาท และในเร็วๆ นี้ เราจะมีวางจำหน่ายในร้านค้าสวัสดิการส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการในโรงพยาบาลราชวิถีด้วย”

“สำหรับตัวแทนเรามี 2 ระบบครับ คือเป็นตัวแทนตัดสต็อกตามระบบมาตรฐาน เริ่มต้นที่ 30 กระปุก ก็จะได้กำไรที่ประมาณ 12000 บาทแล้ว ซึ่งสูงสุดจะเป็นตัวแทนตัดสต็อกที่ 400 กระปุก โดยได้กำไรถึง 300,000 บาท แต่ที่พิเศษกว่าคือ เนื่องจากในสถานการณ์แบบนี้ เราได้หารือกันว่าเราต้องการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับบุคคลทั่วไป โดยเขาไม่ต้องมีความเสี่ยง เราจึงจะมีระบบตัวแทนแบบดรอปชิป คือคุณมีหน้าที่เอาสินค้าไปขายอย่างเดียว ขายได้ ส่งออเดอร์มา เราแพคให้ ส่งให้ถึงลูกค้าตรงเลย ไม่ต้องเอาเงินมาลงทุน ไม่ต้องเหนื่อยสต็อกแพคของส่งของด้วย ช่วยให้สร้างรายได้ได้อย่างรวดเร็ว”

การดำเนินธุรกิจในปี 2564 เน้นสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก และสร้างชื่อและความน่าเชื่อถือด้วยทีมวิจัยจากม.มหิดล และคุณหมอจากโรงพยาบาลองค์กรต่างๆ ที่มาร่วมกันวิจัย

“ปีนี้เราจะเน้นการสร้างแบรนด์เป็นหลัก เน้นย้ำจุดยืนเรื่องคุณภาพของสินค้า แหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ของแบรนด์ที่ต้องการจะช่วยให้คนทั่วไปได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ไม่ต้องเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล เราอาจจะยังเป็นแบรนด์ใหม่ในตลาด แต่ทีมวิจัยจาก ม.มหิดล คุณหมอจากโรงพยาบาลและองค์กรต่างๆ ที่อยู่ในทีมงาน หรือให้ปรึกษา มีส่วนช่วยให้งานวิจัยชิ้นนี้ออกสู่ท้องตลาดได้ เป็นทีมมืออาชีพที่เห็นภาพเดียวกัน ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง  และนั่นคือสิ่งที่เราอยากสื่อออกไปให้ผู้บริโภคมั่นใจ โดยเราจะเริ่มมีการออกสื่อมากขึ้น งานสัมภาษณ์ ออกงาน เพื่อเน้นย้ำถึงจุดยืนนี้ให้ชัดเจนทั้งกับผู้บริโภคและตัวแทนของเราครับ”

ตั้งเป้ารายได้ 30 ล้านบาทต่อเดือน

“ตั้งเป้าหมายให้มียอดจำหน่ายในปลายปี 2564 นี้จำนวน 20,000 กระปุก/เดือน หรือโดยประมาณที่ 30 ล้านบาทต่อเดือนครับ ถ้ารวมทั้งปี 2564 ตั้งไว้ที่ 80 ล้านบาทครับ สำหรับเป้าหมายของยอดขายในปี 2565  คาดหวังยอดขายจำนวน 25,000 กระปุกต่อเดือน หรือคิดเป็นยอดขายทั้งปีประมาณ 450 ล้านบาท”

โควิด-19 สร้างเทรนด์ด้านสุขภาพ ทำให้คนสนใจเสริมอาหารมากขึ้น หันมาลงทุนด้านสุขภาพก็คือรับประทานเสริมอาหาร ซึ่ง คามินเนีย เป็นการลงทุน ที่คุ้มค่ามาก เทียบกับกาแฟ 40 บาทเท่านั้น

“โควิดสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคในเรื่องสุขภาพอย่างมากครับ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเทรนด์ที่ใหญ่และรุนแรงมาก มีผลกระทบในวงกว้าง ทำให้คนที่ยังไม่ได้ป่วยก็หันมาดูแลสุขภาพกัน เพื่อ ป้องกัน มากขึ้น  โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 40 ขึ้น ที่อาจะมีความกังวลมากกว่า  ทั้งนี้ งบประมาณที่ใช้เพื่อการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีนั้น  ย่อมจะคุ้มค่ากว่าการใช้งบประมาณเพื่อการรักษาเมื่อเจ็บป่วยจากโรคในกลุ่ม NCDs”

“แน่นอนว่าภาวะเศรษฐกิจครั้งนี้กระทบกับคนแทบทุกกลุ่ม กลุ่มนี้ที่สำคัญคือยังมีกำลังซื้อมากกว่า ยังมีทุนเก็บอยู่มากกว่า ซึ่งโดยรวมตอนนี้การจัดลำดับการใช้จ่ายจึงจะเอามาใช้กับการบำรุงรักษาสุขภาพเป็นเรื่องต้นๆ และ สินค้าสำคัญในกลุ่มนี้คือ เสริมอาหารครับ ในส่วนของต้นทุนสำหรับการใช้ไปเพื่อเสริมอาหาร คามินเนีย ของเรา ต่อวัน ก็ประมาณใกล้เคียงกับค่ากาแฟเพียงหนึ่งถ้วยเท่านั้น 40 บาท”

“ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของเราในชื่อ คามินเนีย มุ่งกลุ่มเป้าหมายผู้ที่เป็นเบาหวาน ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน และ ผู้ที่รักสุขภาพจากการศึกษาสถิติของผู้เป็นเบาหวานทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ เราพบว่าในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา  มีผู้ป่วยเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นทุกปีในประเทศไทยมีผู้เป็นเบาหวานประมาณ 8% ของประชากรไทยจำนวน 66 ล้านคน คิดเป็นผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทยในปัจจุบันประมาณ 5 ล้านคน เป้าหมายด้านการขายของเราที่กำหนดไว้เดือนละ 25,000 กระปุก คิดเป็นเพียง 0.5% ของกลุ่มเป้าหมาย”

“พิจารณาจากผู้บริโภคที่เคยได้รับประทานผลิตภัณฑ์คามินเนียสักระยะหนึ่ง(ประมาณ 1-3 เดือน) พบว่าผู้บริโภคจะมีการซื้อซ้ำและยังมีการแนะนำต่อไปยังผู้ใกล้ชิดที่มีปัญหาด้านสุขภาพด้วย  เราจึงมีความเชื่อมั่นด้านการขยายตัวด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์คามินเนียยังจะมีแนวโน้มที่ดีต่อไปเรื่อยๆ”

“เรามีแผนที่จะขยายตลาดในต่างประเทศเช่นกัน  โดยได้ส่งผลิตภัณฑ์คามินเนียไปยังพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อส่งให้กลุ่มเป้าหมายผู้เป็นเบาหวานได้ทดลองบริโภค  ผลตอบรับกลับมาเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับในประเทศไทย   ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้า และ การขอ อย.ในประเทศที่เราจะขยายตลาดต่อไป”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s