‘อนุชา’ ให้มหาเถรฯตัดสินปม ‘พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง’ ไลฟ์สด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600380

'อนุชา'ให้มหาเถรฯตัดสินปม'พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง'ไลฟ์สด

‘อนุชา’ให้มหาเถรฯตัดสินปม’พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง’ไลฟ์สด

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 11.01 น.

“อนุชา”ให้มหาเถรฯตัดสินปม”พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง”ไลฟ์สด วอนทุกฝ่ายช่วยประคับประคองพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกรณีที่ พระมหาสมปอง และพระมหาไพรวัลย์ พระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง ได้มีการถ่ายทอดสดการสอนธรรมะผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้เข้าชมและติดตามจำนวนมาก ว่า เรื่องของพระทั้ง 2 รูปดังกล่าว ตนเห็นว่าเป็นเรื่องทางพุทธศาสนา ขณะที่ตนเป็นฆราวาสเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดังนั้น คงไม่เหมาะสมที่จะให้ตนไปให้ความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

“ผมเชื่อว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งเป็นของฆราวาส อีกส่วนหนึ่งเป็นกระแสจากพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง  และในกระแสของฆราวาสยังมี 2 แนวทาง ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาของสังคม เพราะสังคมย่อมมีความคิดแบบที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ  ซึ่งผมได้มอบนโยบายให้พศ.ปฏิบัติตามกรอบอำนาจหน้าที่ พยายามอย่าไปวิพากษ์วิจารณ์”

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ขณะที่ส่วนหลักคือมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ต้องดูแลกิจของสงฆ์ในเรื่องต่างๆ จะเป็นผู้ตัดสินหรือดูแลขอบเขตของการปฏิบัติในเรื่องของการแสดงธรรมเทศนา เราในฐานะคนไทยและชาวพุทธถือว่าศาสนาเป็นหนึ่งในเสาหลักของชาติ ตนคิดว่าความขัดแย้งต่างๆ เป็นเรื่องปกติ ทั้งความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งทางสังคม และความขัดแย้งทางความคิด ล้วนเป็นเรื่องปกติในระบบเสรีประชาธิปไตย แต่เหนืออื่นใดทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายของแต่ละส่วนหรือแต่ละหน่วย ความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนั้นต้องอยู่ในกรอบของแต่ละส่วน ทั้งนี้ ตนคิดว่าถ้าสังคมเราช่วยกันประคับประคองศาสนาพุทธที่เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเสาหลักของประเทศ อย่าเอาศาสนาพุทธลงมาเกี่ยวข้องกับหลายส่วนซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้น เราในฐานะฆราวาสอยากเห็นประชาชนชาวไทยอุปถัมภ์ค้ำชูศาสนาให้เป็นที่พึ่ง เป็นเสาของประเทศของเรา

เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายมองว่าเรื่องนี้เป็นการใช้สื่อโซเชียล ทำให้ประชาชนเข้าถึงธรรมะ นายอนุชา กล่าวว่า การกระทำต่างๆ จะมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการนำศาสนาไปเกี่ยวข้องกับสิ่งใดเป็นการแอบแฝง หรือมีการชักนำความคิดเห็นของประชาชนหรือไม่นั้น ต้องให้ มส.วิเคราะห์หรือตัดสินอีกครั้งต่อสิ่งที่พระสงฆ์ทั้ง 2 รูป ได้กระทำ ทั้งนี้ พวกเราทุกคนคงทราบดี อย่างไรก็ตาม ตนอยากขอร้องว่าศาสนาเป็นเสาหลักของชาติ อยากให้พวกเราช่วยกันประคับประคองศาสนาของเราในยามที่บ้านเมืองต้องการความสงบสุขและสันติ

ต่อข้อถามว่า ตอนนี้มีคนที่มีความคิดเห็นต่างกันเป็น 2 ฝ่าย จะทำอย่างไรให้มีจุดกึ่งกลางได้ นายอนุชา กล่าวว่า ทุกอย่างมีความคิดเห็นออกเป็น 2 ฝ่าย แต่บางครั้งผู้ที่กระทำก็ต้องมีความคิดว่าอะไรที่ทำให้เกิดความคิดแยกเป็น 2 ฝ่าย คนทำจึงต้องคิดได้และคิดออกว่าตัวเองได้ทำให้ความคิดของคนในสังคมแบ่งฝั่งแบ่งฝ่ายหรือไม่ อย่างไร – 006

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s