สัญญาณอันตรายของ Evergrande ยักษ์อสังหาฯ ที่อาจสะเทือนจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/662727

วันที่ 09 ก.ย. 2564 เวลา 19:08 น.สัญญาณอันตรายของ Evergrande ยักษ์อสังหาฯ ที่อาจสะเทือนจีนการกู้เงินอย่างหนักเพื่อขยายธุรกิจทำให้ Evergrande Group มีหนี้สินมากที่สุดในโลก และกำลังเสี่ยงจะล้มละลาย

การเข้ามาควบคุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อลดความร้อนแรงของตลาดของทางการจีนทำให้การกู้เงินเพื่อสร้างสภาพคล่องของหลายบริษัทเป็นไปได้ยากขึ้น ส่งผลให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีนอย่าง Evergrande Group ที่มีหนี้มากที่สุดในโลกเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้จนอาจต้องล้มละลายในที่สุด

ต่อไปนี้คือสรุปความรุ่งเรืองและล่มสลายของบริษัทอสังหายักษ์ใหญ่ของจีน

1.Evergrande Group ก่อตั้งโดย สวี่เจียยิ่น (Xu Jiayin ในภาษาจีนกลาง หรือ Hui Ka Yan ในภาษากวางตุ้ง) อดีตเจ้าหน้าที่เทคนิคของโรงงานเหล็กในปี 1996 โดยมีธุรกิจหลักคือการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เน้นตลาดผู้อยู่อาศัยรายได้ปานกลางขึ้นไป

2.ด้วยความที่บริษัทก่อตั้งในช่วงที่รัฐบาลจีนมีโครงการย้ายคนจากชนบทเข้าสู่เมือง ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ทะยานขึ้น เช่นเดียวกับความมั่งคั่งของสวี่เจียยิ่นและบริษัทที่โตวันโตคืน ขณะที่สวี่เจียยิ่นเป็นบุคคลที่รวยเป็นอันดับ 3 ของจีนจากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes ในปี 2019 ด้วยทรัพย์สิน 30,400 ล้านเหรียญสหรัฐ  

3.ปัจจุบัน Evergrande Group ถือครองที่ดินในจีนราว 303 ล้านตารางเมตร ซึ่งมากที่สุดในบรรดาผู้ประกอบการ และได้พัฒนาโครงการถึง 810 แห่งใน 280 เมืองทั่วประเทศ การลงทุนเหล่านี้ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วจนทำกำไรได้สูงถึง 11,670 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2018 ขึ้นแท่นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกในปีเดียวกัน

4.การเติบโตแบบก้าวกระโดดทำให้ Evergrande Group ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นๆ อาทิ ซื้อทีมฟุตบอล Guangzhou Evergrande น้ำแร่ Evergrande Spring สวนสนุก รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า หลังจากทำ IPO ในปี 2009

5.สวี่เจียยิ่นขยับขยายอาณาจักร Evergrande Group ด้วยการกู้ยืมเงินมาลงทุนและกว้านซื้อที่ดินมาสร้างที่อยู่อาศัยจำนวนมาก โดยอาศัยเครดิตของตัวเองชักชวนนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้ความร่วมลงทุนด้วย บวกกับได้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากบรรดาธนาคารในจีน โดยส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะมีคอนเนคชันทางการเมืองที่แข็งแกร่งจากการเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองของจีน

6.แต่กลยุทธ์กู้เงินมาลงทุนใช้ไม่ได้แล้ว เมื่อธนาคารกลางแห่งประเทศจีนประกาศกฎ “three red lines” หรือสามเส้นแดง ในเดือน ส.ค. 2020 เพื่อกำหนดเกณฑ์การเข้าถึงสินเชื่อของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งสามข้อจะไม่สามารถขอสินเชื่อเพิ่มได้

7.กฎนี้บังคับให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดจำนวนหนี้ลงก่อนจะขอกู้เงินใหม่ เพื่อไม่ให้ภาคการธนาคารปล่อยเงินกู้ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขาดเงินทุนมาหมุนเพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วงด้วย

8.ดังนั้นเพื่อให้เข้าถึงเงินกู้ Evergrande Group จึงต้องขายทรัพย์สินบางส่วนมาชำระหนี้ โดยบริษัทเริ่มขายธุรกิจอินเทอร์เน็ต ธุรกิจธนาคารท้องถิ่น และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ Bloomberg และสื่อท้องถิ่นรายงานตรงกันว่า Evergrande Group กำลังใคร่ครวญว่าจะขายสำนักงานใหญ่ในฮ่องกงและที่ดินผืนใหญ่ในราคาขาดทุน

9.ถึงอย่างนั้น Evergrande Group ก็ยังมีหนี้ที่ยังค้างชำระอีกก้อนโต บวกกับไม่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์ก่อนที่จะสร้างเสร็จอย่างที่เคยทำเพื่อนำเงินมาหมุนก่อนได้แล้วตามกฎใหม่ของทางการ ส่งผลให้เจ้าหนี้บางรายและหุ้นส่วนธุรกิจยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้วนำมาชำระคืน

10.นอกจากนี้ Evergrande Group ยังเร่งหาเงินมาชำระหนี้ด้วยการประกาศโปรโมชันลด 30% อสังหาริมทรัพย์ทุกชิ้นทั่วประเทศ ถึงอย่างนั้นยอดขายก็ยังตกลงถึง 26% ในเดือน ส.ค.เมื่อเทียบกับช่วง 1 ปีก่อนหน้า ทำให้รายได้สุทธิลดลง 29% มาอยู่ที่ 10,500 ล้านหยวน

11.ล่าสุดดูเหมือนว่า Evergrande Group กำลังจะมีหนี้สินล้นพ้นตัว โดยสัปดาห์นี้หนี้สินทั้งหมดพุ่งไปอยู่ที่ 305,000 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทยังเตือนเจ้าหนี้ว่า มีความเสี่ยงที่บริษัทจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

12.จากการคำนวณของ Bloomberg ตามงบกำไรขาดทุนของ Evergrande Group พบว่า ความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นของบริษัทแย่ลงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยลดลงเหลือ 36% จาก 47% เมื่อ 6 เดือนก่อนหน้า

13.ในเวลาไล่เลี่ยกัน Evergrande Group ถูกปรับลดจัดครั้งที่ 2 ในเวลาเพียง 2 วัน โดยวันนี้ (8 ก.ย.) Fitch Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทเป็น CC ซึ่งบ่งชี้ว่า “มีแนวโน้มว่าจะผิดนัดชำระหนี้” 

14. หนึ่งวันก่อนหน้านี้ Moody’s ลดอันดับเครดิตลงเช่นกัน โดยระบุว่า “มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในหรือใกล้จะผิดนัด” ขณะที่ Goldman Sachs ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้นของ Evergrande Group จาก neutral (ให้ลงทุนเท่าๆ กับน้ำหนักของตลาด) ลงมาเป็น sell (แนะนำให้ขาย) 

15.การถูกปรับลดความน่าเชื่อถือส่งผลให้หุ้นของ Evergrande Group ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงร่วงกว่า 3% ลงมาเหลือ 3.47 เหรียญฮ่องกง ซึ่งต่ำกว่าราคาที่เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ 3.50 เหรียญฮ่องกงเมื่อ 12 ปีก่อน  โดยเฉพาะปีนี้ปีเดียวหุ้น Evergrande Group ร่วงถึง 75%

16.สถานะทางการเงินและการล่มสลายของ Evergrande Group จะส่งผลสะเทือนมหาศาลให้เศรษฐกิจของจีนและอาจเลยไปถึงเศรษฐกิจโลกด้วย เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Evergrande Group เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศ และธุรกิจนี้ยังเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นตัวหลังยุค Covid-19

17.นอกจากนี้ ยังกระทบไปถึงผู้ให้กู้ยืม ธนาคาร ซัพพลายเออร์ ธุรกิจขนาดเล็ก และคนซื้อบ้านอีกนับล้านคนหากบริษัทล้ม ยังไม่นับรวมว่าบริษัทยังมีพนักงานอีก 200,000 ชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ และการสร้างงานโดยตรงในจีนกว่า 3.8 ล้านงาน

18.แรงกระเพื่อมมหาศาลนี้ส่งผลให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ทางการจีนพยายามผลักดันให้บริษัทใหญ่คล้ายๆ กับ Evergrande Group รวมทั้ง Wanda อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ และบริษัทท่องเที่ยว Fosun ลดขนาดลง  เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อหนี้จนสร้างความเสี่ยงให้ระบบการเงินของประเทศ

19.อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าจีนจะไม่ปล่อยให้ยักษ์ใหญ่ล้มง่ายๆ แต่จะผลักดันให้ Evergrande Group ลดหนี้ ทว่าจนถึงขณะนี้นอกจากหน่วยงานด้านกำกับดูแลของจีนที่เรียกร้องให้บริษัทแก้ปัญหาหนี้สินแล้ว รัฐบาลจีนยังปิดปากเงียบว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทางการเงินกับ Evergrande Group หรือไม่

20.ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว Evergrande Group เคยเลี่ยงวิกฤตหนี้สินมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยความช่วยเหลือจากบรรดาเพื่อนๆ มหาเศรษฐีของสวี่เจียยิ่น หนึ่งในนั้นคือบริษัทด้านการลงทุนของ Cheung Chung Kiu เพื่อนสนิทที่เล่นโป๊กเกอร์ด้วยกัน และรัฐบาลจีนที่กลัวว่าจะเกิดความไม่มั่นคงด้านการเงินของประเทศ

21.แหล่งข่าววงในเผยกับ Bloomberg เมื่อปีที่แล้วว่า ทางการมณฑลกวางตุ้งและเมืองเซินเจิ้นซึ่งเป็นที่ตั้งของ Evergrande Group ยื่นมือเข้ามาช่วยจนรัฐบาลจีนมีหุ้นจำนวนมากอยู่ใน Evergrande Group

22.ในขณะนั้นสวี่เจียยิ่นยังทำตัวเป็นปกติราวกับว่าบริษัทไม่ได้ยืนอยู่ปากเหวด้วยการยืนถ่ายภาพร่วมเฟรมกับนักลงทุน 35 คนด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า เช่นเดียวกับครั้งนี้

23.เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา สวี่เจียยิ่นยังสรวลเสเฮฮากับคนดังในวงการการเมืองและธุรกิจในโอกาศครบรอบ 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์ โดยไม่มีพิรุธว่าบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันให้ชำระหนี้

REUTERS/Stringer

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s