ขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493510

อสนีบาต

21 พ.ย. 2564 |02:00 น.

“ผมไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าการเมืองไทยเป็นอย่างไร​ “เป็นเพียงตอนหนึ่งในการเปิดใจของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  นักการเมืองหนุ่มไฟแรงที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลกับ 3 คำจำกัดความของพรรค ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต 

“…ผมไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าการเมืองไทยเป็นอย่างไร​ …” คำกล่าวตอนหนึ่งในการเปิดใจของ  “ทิม” “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”  นักการเมืองหนุ่มไฟแรงที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล  ผ่าน”คมชัดลึก”ออนไลน์ 

ขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือดขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือด

ในเวลาเพียงไม่นาน​ ชื่อของ​ “พรรคก้าวไกล” กลายเป็นที่คุ้นเคยสำหรับคอการเมืองไทย​ โดยได้รับความนิยมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่​ และเป็นที่กล่าวขานกันในโซเชียลมีเดีย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์​ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล​ และหัวหน้าพรรค​ ในวัย 41 ปี​ คนหนุ่มไฟแรง​ กล่าวถึงกระแสที่ได้รับการจับตามองว่าอนาคตทางการเมืองอาจเป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี​ โดยยอมรับว่ารู้สึกเป็นเกียรติ​ และจะทำงานให้หนักสมกับที่ประชาชนไว้วางใจเลือกเข้ามา

แม้ว่าพรรคการเมืองขนาดกลางหรือเล็ก​ หากผลการเลือกตั้งและจำนวน​ ส.ส.​เข้ามาในสภาได้น้อยอาจทำให้ต้องสูญพันธุ์​ ยุบไปอยู่กับพรรคขนาดใหญ่​ หัวหน้าพรรคก้าวไกลให้ความเห็นว่ากติกายังไม่ชัด​ ยังใช้ไม่ได้จริง​ โดยยืนยันจากการทำโพลในพรรคและภายนอกยังไม่ถึงขั้นสูญพันธุ์

กับข้อครหาที่ว่าการเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล​ เป็นหุ่นเชิดของธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ และ ปิยบุตร​ แสงกนกกุล​ นักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลปฏิเสธทันที่ว่าไม่มีใครครอบงำใคร

“ถ้าเชิดจากข้างล่างใช่ครับ​ แต่เชิดจากข้างบนไม่ใช่​  เรายึดโยงกับสมาชิกกับพี่น้องประชาชน​ ผมเป็นหัวหน้าพรรคที่ตัดสินใจพร้อมกับคณะกรรมการบริหารพรรค​ ไม่มีครอบงำ​ ทำงานด้วยกันมาสร้างพรรคอนาคตใหม่มาด้วยกัน​ เขาอยู่ทางท้องถิ่น​เราอยู่นิติบัญญัตืไม่มีใครมาครอบงำได้”  พิธาตอบอย่างฉะฉาน 

“ผมเป็นคนเห็นเหรียญสองด้าน​ เห็นเอกชนและรัฐ​ ปัญหาในกทม.และต่างจังหวัด​ ด้วยอายุ​ 41​ ปี​เป็นคนร่วมสมัยเห็นทั้งดิจิทัลและอนาล็อก​  ถ้าเราเห็นว่าปัญหาในต่างจังหวัด​ที่ต่างประเทศเขาแก้อย่างไรเราก็จะมีมุมมองอีกแบบ​  การที่เป็นเอกชนมาก่อนแล้วมาเป็นรัฐบาลจะเข้าใจนโยบายเอกชน​ การเป็นคนร่วมสมัยจะเข้าใจคนที่อยู่มาก่อนเรา​ ที่อายุ​ 50-60ปี​ ขณะเดียวกันก็เข้าใจรุ่นน้องอายุ 20-30 ปี​ เยาวชนรุ่นใหม่ว่าเขาเป็นอย่างไรก็จะทำงานประสานแล้วออกนโยบายให้ประชาชนทุกคนไม่ว่าเขาจะเลือกผมหรือไม่เลือกผม​

ขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือดขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือด

“ส่วนจุดอ่อนคือเรียงลำดับความสำคัญยังไม่ได้ไม่ดีพอทำหลายอย่างมากเกินไปก็ต้องมีวิธีดึงคนใหม่ๆมาช่วยแล้วสามารถกระจายงานได้​ สร้่างผู้นำใหม่ๆขึ้นมาภายในพรรคให้ได้”

“พิธา”​ กล่าวอีกว่า​ จุดขายของพรรคก้าวไกลคือ​ บุคลากร​ จุดยืนและนโยบาย​ 

“จุดยืนคือต้องการเห็นประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ​ นโยบายที่ไปมากกว่าทำอะไร​ สู้กับใคร​ และบุคลากรทึ่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย​ ไม่ใช่ตระกูลการเมืองบ้านใหญ่” 

ขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือดขอ 3 คำ พรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เปิดใจจุดยืนบนสมรภูมิการเมืองเดือด

ทั้งนี้​ “พิธา”​ นิยามความเป็นพรรคก้าวไกล​ 3 คำ​ คือ​ “ใหม่​ ชัด​ โดน”

“ใหม่” คือ บุคลากรใหม่​ นโยบายใหม่​ จุดยืนใหม่​ “ชัด” คือความชัดเจนในการรับการกระแทกกดดันแบไหนเราก็ยังชัดเจนในสิ่งที่เราตั้งพรรคการเมืองมาอย่างไร​ “โดน” คือประเทศไทยต้องการ​ ท.ทหาร​ 2​ ตัวคือ ท.แรก คือ เทคโนโลยีกับ ท.สอง คือ ท้องถิ่น​ ​ถ้ายังกระจุกตัวก็ไม่มีคำว่าท้องถิ่น​ เพราะฉะนั้น​ 3​ สิ่งนี้ต้องเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับก้าวไกล”

ส่วนประเด็นที่ทางพรรคผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์​ พิธา​ ยืนยันว่า​ ร่างปัจจุบันที่เสนอเข้าไปในสภาไม่มีเกี่ยวข้องกับสถาบัน

“สถานะของสถาบันก็ไม่ได้เปลี่ยนไป​ เราต้องการลดจุดอ่อนจุดว่างที่จะทำให้เกิดแรงปะทะประชาชนเข้าตรงสถาบัน​ เป็นการลดจุดอ่อนทำให้สถาบันมั่นคงขึ้น​ อยากให้สถาบันอยู่คู่กับสังคมไทยสมัยใหม่ด้วยการใช้กุศโลบายอย่างปราณีตผ่านงบประมาณ​ ให้พระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง​ และอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ”  

“พิธา”​ กล่าวถึงการเข้ามาสู่การเมืองไทยว่ามีทั้งแปลกใจและไม่แปลกใจ​ โดยเฉพาะระบบการเมืองและการใช้กรรมาธิการผลักดันกฎหมาย

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ ลงพื้นที่ ที่เขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ ลงพื้นที่ ที่เขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

“ผมอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่ปี​ 2547  ช่วงสึนามิ​ เพราะอยากให้การท่องเที่ยวช่วงนั้นฟื้นขึ้นมาหลังจากอยู่ภาคเอกชนกก็พอเห็นอยู่ไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าการเมืองไทยเป็นอย่างไร​ แต่สิ่งที่แปลกใจคือความเฉื่อยในระบบถึงแม้จะมีรัฐสภากลับมา​ การผลักดันกฎหมาย​ พรบ.​ การใช้กรรมาธิการผ่านการถ่วงดุลงบประมาณแผ่นดินทำได้ไม่ดีพอ​ อีกอย่างที่แปลกใจคือแรงระเบิดจากระบบมันมากขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะข้าราชการหรือนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในประเทศ”

“โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่​ พวกคุณคือความหวังของผมไม่ว่าประเทศจะกดขี่แค่ไหนในเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก​ ในเรื่องสิทธิมนุษยชนคนที่เขาพยายามดึงประเทศเหมือนเข็มนาฬิกาไปเรื่อยๆแล้วหมุนมาที่เดิม​ ผมเกิดปี​ 2523 เป็นช่วงการเมืองไทยวันนี้ไม่ได้ต่างกันมาก​ แต่สิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาให้ประเทศเมื่อวันที่ผมออกจากการเมืองไทยส่งไม้ต่อให้พวกคุณ​ประเทศไทยก็จะมีความหวังต่อไปในอนาคต​

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ย้ำว่า  “ประเทศไทยเราต้องเป็นประเทศที่เห็นอนาคตเป็นอนาคต​ ในขณะที่มีกลุ่มคนอยากเห็นอนาคตเป็นอดีต​ อย่างไรก็ตามต้องหาฉันทามติในการอยู่ร่วมกันให้ได้โดยเอาคนรุ่นเก่าเป็นฐานแล้วเราที่ยังมีกำลังวังชาเป็นยอด​

“อยากฝากถึงคนรุ่นเก่าด้วยว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปเยอะถ้าไม่เปิดใจให้กว้างเห็นพวกเขาเป็นขบวนการล้มล้างการปกครองอนาคตก็จะไม่เป็นอนาคต​ แล้วเอาเขาไปอยู่ในคุก​ สักวันหนึ่งก็อาจเป็นลูกหลานของท่านก็ได้​ มันไม่มีเวลาเหลือพอที่จะเล่นการเมืองแบบอดีตที่ผ่านมาเราต้องเดินหน้าเหมือนปฏิทิน​ ไม่ใช่เหมือนนาฬิกา”

 ไปไหนไปด้วย บทบาทความเป็นพ่อของ พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ กับ น้องพิพิม บุตรสาว  ไปไหนไปด้วย บทบาทความเป็นพ่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับ น้องพิพิม บุตรสาว

นอกจากงานการเมืองแล้ว​ ชีวิตส่วนตัว​ของ”พิธา”​ ยังเป็นคุณพ่อ​ ที่มีลูกสาวอายุ​ 6​ ขวบ​ 1​คน​ ชื่อ​ “พิพิม” สถานะปัจจุบันยังโสด​ แม้จะไม่ได้ปิดตายหัวใจแต่หากจะมีใครเข้ามาในชีวิต​ หัวหน้าพรรคก้าวไกล​ เผยว่าต้องถามลูกสาวก่อนว่าพร้อมจะให้ใครมาดูแลหรือเปล่า​ 

แม้แต่การลงพื้นที่พบประชาชน  "พิธา" มีหัวใจดวงน้อย "น้องพิพิม" ติดตามไปด้วยเสมอ แม้แต่การลงพื้นที่พบประชาชน “พิธา” มีหัวใจดวงน้อย “น้องพิพิม” ติดตามไปด้วยเสมอ

“ตอนนี้ก็เล่นดนตรีกับลูก  อ่านนิทาน​ อ่านหนังสือด้วยกันพยายามให้เค้าได้ทำกิจกรรมหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกีฬาที่เค้าชอบ​ เห็นว่าตอนนี้ชอบเล่นโยคะ​ เตะบอล​ ตีแบด ที่สำคัญคือพาลงพื้นด้วยกันหลายแห่ง​เช่น​ อ.จะนะ​ จ.สงขลา, บ่อแก้ว​​  จ.ชัยภูมิ, คิดว่าจะพาไป​ จ.น่าน​ งานปีใหม่พี่น้องชาติพันธ์ชาวม้ง​ ก็อยากจะพาลูกสาวไปด้วย​ คิดว่าเค้าจะเข้มแข็งเมื่อเห็นพ่อทำงาน” พิธา​ กล่าวทิ้งท้ายตามสไตล์คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ณ ตอนนี้ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s