ลูกเสือที่บ้าน 13 การชั่งตวงวัดแบบลูกเสือ : อาทร จันทวิมล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/616638

ลูกเสือที่บ้าน 13 การชั่งตวงวัดแบบลูกเสือ : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 07.00 น.

เบเดน โพเอลล์ เขียนไว้ในหนังสือ “การลูกเสือสำหรับเด็กชาย Scouting for Boys” ความตอนหนึ่งว่า “Every scout must be able to judge distance from an inch up to a mile and more. You ought, first of all, to know exactly what is the span of your hand and the breadth of your thumb, and the length from your elbow to your wrist, and the length from one hand to the other with your arms stretched out to either side, and also the length of your feet; if you remember these accurately 188they are a great help to you in measuring things.”  ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า

“ลูกเสือทุกคนต้องสามารถคาดคะเนหรือประมาณระยะทางได้ตั้งแต่หนึ่งนิ้วไปจนถึงหนึ่งไมล์และมากกว่านั้น ก่อนอื่นควรรู้ว่าช่วงของมือและความกว้างของนิ้วหัวแม่มือของตนนั้นมีความยาวกี่เซนติเมตร   ควรรู้ความยาวจากข้อศอกถึงข้อมือ และความยาวจากมือข้างหนึ่งไปอีกมือหนึ่งโดยเหยียดแขนออกไปทั้งสองข้าง และความยาวของเท้าของตนด้วย หากลูกเสือจดจำความยาวของชิ้นส่วนร่างกายของตนไว้ได้อย่างแม่นยำ จะช่วยในการประมาณความยาวของสิ่งต่าง ๆต่อไปตลอดชีวิต”

การคาดคะเนระยะเทียบกับสัดส่วนของร่างกาย

ลูกเสือทุกคนควรรู้ขนาดสัดส่วนร่างกายของตนโดยใช้ไม้บรรทัดวัดแล้วจดจำไว้ว่า ความสูงของ ผู้ใหญ่คนไทยโดยเฉลี่ย 150-170 เซนติเมตร

– ระยะ 1 วา ผู้ใหญ่ประมาณ  2 เมตร

– ระยะข้อศอกถึงปลายนิ้วกลาง  เท่ากับ 1 ศอก 50 เซนติเมตร

– ระยะระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วก้อย เท่ากับ 1 คืบ   25  เซนติเมตร

– เดินก้าวหนึ่ง ประมาณ   70  เซนติเมตร

– เดิน 100 ก้าวได้ระยะทางราว 70 เมตร

– เดิน 10,000 ก้าว ได้ระยะทางราว 7 กิโลเมตร

– เดินบนที่ราบอย่างไม่รีบ 1 กม ประมาณ  1,600 ถึง 1,900  ก้าว

– เดินบนที่ราบ 1 กม.  ใช้เวลาราว 10-15   นาที

– เดินบนที่ราบ ในเวลา 1 ชั่วโมง  4-6  กิโลเมตร

– หัวใจเต้น 75 ครั้งต่อนาที (เร็วกว่าวินาทีเล็กน้อย)                 

ลูกเสือที่มีไม้พลองหรือไม้ง่ามส่วนตัว อาจเขียนหรือบากไม้พลองไม้ง่ามของตน   โดยแสดงการวัดระยะเช่น 1 นิ้ว 6 นิ้ว 1 ฟุต  1 หลา และ 1,5,10,30 และ 100 เซนติเมตร  เพื่อใช้วัดสิ่งของต่างๆอย่างละเอียด

การคาดคะเนระยะทางของวัตถุที่อยู่จากตัวนั้น จะได้มาจากการฝึกฝนเท่านั้น โดยทั่วไปจะประเมินว่าได้เดินทางมาเป็นเวลานานแค่ไหน ด้วยอัตราความเร็วเท่าใด กล่าวคือ  ถ้าเดินด้วยอัตราสี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากเดินเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง จะรู้ว่าได้เดินมาเป็นระยะทางราวหกกิโลเมตร  ถ้าถนนแต่ละช่องจราจรกว้างช่องละ 4 เมตร  ถนน 4 ช่องจราจรก็จะกว้าง 16 เมตร

ระยะทางนั้นสามารถคาดคะเนได้ด้วยเสียง กล่าวคือ ถ้าเห็นปืนใหญ่ยิงจากระยะไกล แล้วนับจำนวนวินาทีระหว่างแสงจากปลายกระบอกปืนกับเสียงระเบิดที่ได้ยิน ลูกเสือจะสามารถบอกได้ว่าอยู่ห่างจากปืนใหญ่กระบอกนั้นมากแค่ไหน   เพราะเสียงเดินทางด้วยอัตรา 365 ฟุตในหนึ่งวินาที นั่นคือจำนวนฟุตที่เสียงเดินทางเท่ากับจำนวนวันในแต่ละปี

ลูกเสือจะต้องสามารถคาดคะเนความสูงได้ตั้งแต่ขนาดสองสามนิ้วจนถึงสองหรือสามพันฟิตหรือมากกว่านั้น กล่าวคือ เขาควรจะสามารถคาดคะเนความสูงของรั้ว ความลึกของคูน้ำ ความสูงของคันดินเขื่อนความสูงของบ้าน ต้นไม้ หอคอย เนินเขา หรือภูเขาได้   เช่น อาคารสูงชั้นละ 3 เมตร  อาคาร 10 ชั้น ก็สูงประมาณ 30 เมตร  เสาไฟฟ้าคอนกรีต แต่ละต้นยาว 9 ถึง 12 เมตร    เรื่องนี้เป็นของง่ายที่จะทำเมื่อได้ฝึกฝนมาสักสองสามครั้ง   แต่เป็นการยากมากที่จะสอนด้วยตัวหนังสือ

ลูกเสือต้องรู้วิธีการประมาณน้ำหนักด้วย จากซองจดหมายหนัก5 กรัมปลาหรือเนื้อหมู 1 กิโลกรัมรถปิคอัพ 4 ล้อบรรทุกของได้ 1 ถึง 2 ตัน   ข้าวสารหรือถ่านหินที่บรรทุกมาในรถสิบล้อขนาด 15 ตัน ลูกเสือควรจะสามารถประมาณน้ำหนักของชายหญิงอ้วนผอม สิ่งเหล่านี้เรียนรู้ได้จากการฝึกฝนด้วยตนเองเท่านั้น

นอกจากนี้ลูกเสือควรจะสามารถคาดคะเนจำนวนได้   เช่น พอมองเห็นกลุ่มคนรวมกันอยู่  ก็ควรจะสามารถบอกได้ทันทีว่าในกลุ่ม หรือบนรถบัส หรือในฝูงชนจำนวนมาก นั้นมีคนประมาณกี่คนหรือแกะในฝูงที่เห็นในทุ่งหญ้า มีประมาณกี่ตัว มีพลอยสีหรือลูกหินอยู่บนถาดประมาณกี่เม็ด  สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกเสือสามารถฝึกฝนด้วยตัวเองตลอดเวลาบนท้องถนนหรือในทุ่งนา

มีคำแนะนำของกองทัพเยอรมันสำหรับการประมาณค่าในสนามรบ ดังต่อไปนี้

– ในระยะ 50  เมตรจะสามารถมองเห็นปากและตาของศัตรูได้ชัดเจน

– ระยะ 100 เมตร ดวงตาจะปรากฏเป็นจุด

– ระยะ 200 เมตร กระดุม และรายละเอียดของเครื่องแบบยังมองเห็นได้   

– ระยะ 300 เมตร สามารถมองเห็นใบหน้าได้

– ระยะ 400เมตร สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของขาได้

– ระยะ 500 เมตร สามารถมองเห็นสีของเครื่องแบบได้

สำหรับระยะทางที่ไกลกว่านี้ ให้คิดเอาเองว่าจุดใดอยู่กึ่งกลาง ระหว่างตนกับวัตถุนั้น ซึ่งอาจอยู่ห่างจากตนมากแค่ไหน แล้วระยะเพิ่มเป็นสองเท่า

หรืออีกวิธีหนึ่งคือการคะเนว่า สิ่งนั้นอยู่ไกลที่สุดเท่าไร และใกล้ที่สุดเท่าไร แล้วหาผลเฉลี่ยระหว่างระยะทั้งสอง

วัตถุย่อมดูเหมือนจะใกล้กว่าที่เป็นจริงในเมื่อมีแสงสว่างจ้าส่องบนวัตถุนั้น เมื่อมองข้ามน้ำหรือหิมะ หรือเมื่อมองขึ้นไปบนยอดเขาหรือมองลงมาจากยอดเขา วัตถุต่างๆจะดูไกลไปจากความจริงเมื่ออยู่ในที่ร่ม เมื่อมองข้ามหุบเขา เมื่อพื้นหลังเป็นสีเดียวกัน เมื่อผู้สังเกตนอนราบหรือคุกเข่าอยู่และ เมื่อมีหมอกควันความร้อนเป็นไอเหนือพื้นดิน

1 นิ้ว ประมาณ หนึ่งข้อนิ้วหัวแม่มือ 12 นิ้วเป็น 1 ฟุต 3 ฟุตเท่ากับ 1 หลา

https://www.wikihow.com/Measure-in-Inches

การ ชั่งตวงวัด แบบมาตรฐาน

ในสมัยโบราณ การวัดระยะห่าง ของสิ่งของต่างๆ มักเทียบกับความยาวของส่วนต่างๆ ของร่างกายของเรา เช่น  องคุลี นิ้ว  คืบ ศอก วา   เช่น  เติมน้ำหุงข้าว 1 องคุลี (1 ข้อนิ้วกลาง)   เสื่อ 6 คืบ  พระพุทธรูปหน้าตักกว้าง 4 ศอก บางทีก็ใช้ก้าวเดินของคน หรือเวลาเดินทางของเรือเพื่อบอกระยะทางเช่น  บ้านห่างจากวัด สามสิบก้าว หรือ หมู่บ้านอยู่ห่างกัน  25 เส้น (1 เส้น เท่ากับ 20 วา .. 25 เส้นเท่ากับ 1 กิโลเมตร)  ระยะทางจากกรุงศรีอยุธยาถึงเมืองกวางดุ้ง 300 โยชน์ (1 โยชน์เท่ากับ เ6 กิโลเมตร  หรือ 400 เส้น  ประมาณ 10 ไมล์บก) ระยะทางจีนเรียกเป็นลี้  เช่น กำแพงเมืองจีนยาม 20,000 ลี้    (1 ลี้ ประมาณ 500 เมตร)

ถ้าตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำ ก็อาจบอกระยะทางโดยใช้ระยะห่างของคุ้งน้ำเป็นเครื่องกำหนด เช่น บ้านอยู่ห่างกันสองคุ้งน้ำ คนไทยมักนิยมบอกระยะทางไกลๆ สัมพันธ์กับเวลา เช่น  หม้อข้าวเดือด เคี้ยวหมากแหลก  เดินเท้าสามวัน ใช้เวลาเดินทางทางเรือ 33 วัน   บางทีก็ใช้เสียงร้องของสัตว์ หรือความสูงของต้นไม้หรือสัตว์ เป็นเครื่องกำหนด เช่น ไกลเท่ากับเสียงช้างร้อง  สูงเท่ายอดไม้   หรือ สูงเท่านกเขาเหิน    น้ำหนักสิ่งของวัดเป็น หาบ  ชั่ง ตำลึง บาท    เช่นดีบุก 20 หาบ (1 หาบเท่ากับ 60 กิโลกรัม) สร้อยทองคำ 2 บาท (1 บาท เท่ากับ 15 กรัม)   ส่วนการตวง ใช้เป็นถัง  เช่นข้าวเปลือก 30 ถัง (1 ถังเท่ากับ 15 กิโลกรัม)

ที่ต่างประเทศในสมัยก่อน ตั้งแต่สมัยโรมัน ก็ใช้สัดส่วนของมนุษย์เป็นเครื่องกำหนดระยะเช่นกัน  เช่น ฟุต เป็นความยาวของเท้า  นิ้ว เป็นความกว้างของหัวแม่มือ  ต่อมาเกิดปัญหาว่าคืบ ศอก วา  ของคนแต่ละคนนั้นมีขนาดไม่เท่ากัน   ดังนั้นที่ประเทศอังกฤษ เมื่อประมาณ 900 ปีมาแล้ว จึงมีการกำหนดมาตรฐาน ให้ใช้ ความยาว 1 หลา เท่ากับระยะจากปลายจมูก ถึง นิ้วหัวแม่มือเมื่อกางแขนสุด ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 1 แห่งกรุงอังกฤษ

หนึ่งหลา เท่ากับระยะจากปลายจมูกถึงหัวแม่มือเมื่อกางแขนสุดของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 1

ถ้าลูกเสืออยากดูวีดีโอและเพลง เรื่องการชั่งตวงวัด  ให้กดที่ลิงค์ดังต่อไปนี้

เพลงชั่งตวงวัด https://youtu.be/0W5VpFTvua0 (LRI Channel)

เพลงซื้อส้มก็ต้องชั่งเป็นกิโล https://youtu.be/TCSB-PekemA (ฉัตรมงคล จอมเกตุ LRI Channel)

เพลงการชั่ง  หนึ่งกิโลกรัมขอพูดย้ำมีค่าสิบขีด https://youtu.be/nYhRiQedxYE (ครูปุ๊ก)

เพลงการตวง https://youtu.be/ibZVWQY_jdw (ครูนึกสอนเลข)

เพลงพันเมตร https://youtu.be/NpSpbKpYlIw (FHA Channel)

การประมาณความยาว  https://www.youtube.com/watch?v=AbkaiCZFJaI  (คาน อะคาเดมี  ภาษาไทย)

วิธีวัดความสูงของต้นไม้ Stick Method

https://troopresources.scouting.org/measuring-heights-and-widths/ (Boy Scout of America)

https://www.youtube.com/watch?v=1UW0RXgpz6s (Survival Sherpa)

https://www.youtube.com/watch?v=_kKsp9R9Xb0 (Mick Grewcock)

วิธีวัดความกว้างของแม่น้ำ

https://www.youtube.com/watch?v=ZiE5uJ8yaeE (Survival Sherpa)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s