หยุดทรมานจากอาการกลืนลำบาก ตรวจ Manometry หาที่สาเหตุเพื่อการรักษาที่ตรงจุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/617604

หยุดทรมานจากอาการกลืนลำบาก ตรวจ Manometry หาที่สาเหตุเพื่อการรักษาที่ตรงจุด

วันพุธ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การได้รับประทานอาหารรสชาติอร่อยถือว่าเป็นความสุขของหลายๆ คนแต่หากมีอาการกลืนลำบากหลังรับประทานก็คงเกิดความทุกข์ทรมานไม่น้อย ซึ่งนี่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะหลอดอาหารตีบ หากได้รับการรักษาอย่างตรงจุด ก็จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้

นายแพทย์สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารโรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า อาการกลืนลำบากหรือกลืนติด แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโรคใหญ่ๆ ได้แก่ 1.สาเหตุที่รุนแรง เช่น เนื้องอกในหลอดอาหาร มักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป อาการจะค่อนข้างรุนแรง และน้ำหนักจะลดลงเรื่อยๆ 2.สาเหตุที่ไม่รุนแรง เช่น หลอดอาหารตีบที่เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างไม่คลายตัว ไม่มีสาเหตุการเกิดแน่ชัด อาการจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในที่สุด ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป กลไกการทำงานของหลอดอาหารจะเริ่มบีบตัวจากส่วนบนลงล่าง โดยตำแหน่งล่างสุดของหลอดอาหารก่อนที่จะต่อเข้ากับกระเพาะอาหาร จะมีหูรูดหลอดอาหารซึ่งทำหน้าที่คล้ายประตูกั้นเขื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา ดังนั้น เมื่ออาหารถูกบีบลงมาจนถึงส่วนนี้ หูรูดถึงจะเปิดเพื่อให้อาหารลงไปในกระเพาะ แต่ในกลุ่มที่มีปัญหากล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างไม่คลายตัว อาหารจะไม่สามารถลงไปในกระเพาะได้ จึงค้างอยู่ในหลอดอาหารแทน

อาการแสดงของภาวะหลอดอาหารตีบคือ กลืนลำบาก กลืนติด โดยจะเริ่มจากกลืนลำบากเมื่อรับประทานของแข็ง ต่อมาจะเริ่มกลืนลำบากเมื่อรับประทานของเหลวด้วยเช่นกัน ร้ายแรงที่สุดคือไม่สามารถกลืนอาหารหรือน้ำได้เลยโดยจะอาเจียนทุกครั้งที่รับประทานอาหาร ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย

การวินิจฉัยภาวะหลอดอาหารตีบไม่สามารถยืนยันได้จากการซักประวัติอาการเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องตรวจอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตรวจส่องกล้องดูหลอดอาหาร, ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร หรือ Manometryซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญในการวินิจฉัย โดยจะแสดงผลเป็นกราฟให้เห็นว่าหลอดอาหารบีบตัวมากน้อยเพียงไร และหูรูดมีการทำงานปกติหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาวะหลอดตีบที่เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างไม่คลายตัว จะไม่ใช่ภาวะที่รุนแรง แต่สุดท้ายผู้ป่วยจะมีอาการหนักขึ้นจนกระทบกับคุณภาพชีวิตและความสุขในการรับประทาน จึงควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การรักษาภาวะหลอดอาหารตีบที่เกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างไม่คลายตัว แบ่งเป็น 4 วิธี ได้แก่ 1.การฉีดโบท็อกซ์ เพื่อให้กล้ามเนื้อหูรูดคลายตัว แต่มีฤทธิ์อยู่ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น 2.การส่องกล้องเพื่อเอาบอลลูนไปขยายหลอดอาหาร แต่การรักษาด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น หลอดอาหารฉีกขาด หรือทะลุ 3.การส่องกล้องเพื่อเจาะอุโมงค์ในหลอดอาหารลงไปที่ชั้นกล้ามเนื้อ จากนั้นใช้อุปกรณ์กรีดกล้ามเนื้อที่หดรัดตัวให้ขยายออก ซึ่งได้ผลการรักษาที่ถาวรมากกว่าผลการรักษาใกล้เคียงการผ่าตัด แต่เป็นการรักษาด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหาร ไม่มีแผลผ่าตัด และฟื้นตัวเร็ว 4.การผ่าตัดส่องกล้องผ่านทางหน้าท้อง โดยใส่เครื่องมือเข้าไปที่ตำแหน่งกล้ามเนื้อหูรูด จากนั้นใช้อุปกรณ์กรีดกล้ามเนื้อที่หดรัดตัวให้ขยายออก

การรักษากล้ามเนื้อหูรูดแบบส่องกล้องและผ่าตัดส่องกล้อง เพื่อกรีดกล้ามเนื้อที่หดรัดตัวให้ขยายออกจะให้ผลการรักษาที่ถาวรเหมือนกัน โอกาสกลับมาเป็นซ้ำน้อยกว่า 10% เหมือนกันต่างกันที่การรักษาแบบส่องกล้องจะไม่มีแผลที่ร่างกาย การพักฟื้นสั้นกว่า ส่วนการรักษาแบบผ่าตัดส่องกล้องจะมีแผลผ่าตัดเป็นรูเล็กๆ ระยะเวลาการพักฟื้นจึงมากกว่า

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s