ข่าวดีในข่าวร้าย….โควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/624907

ข่าวดีในข่าวร้าย....โควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การระบาดของโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนชัดเจนว่ามีการแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาหลายเท่า จนทำให้กลายเป็นสายพันธุ์หลักของการระบาดในหลายประเทศในปัจจุบัน และเริ่มมีจำนวนผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ก็มีข่าวดีที่เริ่มจะชัดเจนว่าโอมิครอนน่าจะมีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าเดลตา

ล่าสุดข้อมูลจากแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของโอมิครอน รายงานเผยแพร่ก่อนการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์วิเคราะห์ข้อมูลการระบาดของโควิด 19 ช่วง 1 ตุลาคม ถึง 6 ธันวาคม 2564 มีผู้ป่วยโควิด 19 ทั้งหมด 161,328 ราย มีการตรวจพันธุกรรมโดย TaqPath PCR เพื่อค้นหายีนของเชื้อที่ทำให้เกิดโควิด 19 จำนวน 38,282 ราย พบว่าเป็น S Gene Target Failure (SGTF) ซึ่งแสดงว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 29,721 ราย พบว่าโอมิครอนเพิ่มขึ้นจาก 3% ของผู้ป่วยโควิด 19 ในช่วงก่อนต้นตุลาคม เป็น 98% ในช่วงต้นธันวาคม

ผู้ป่วย 11,255 ราย ที่มีข้อมูลผลการรักษา พบว่า อัตราการนอนโรงพยาบาลในช่วง 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2564 ในผู้ป่วยโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนมีอัตรานอนโรงพยาบาล 2% เปรียบเทียบกับเดลตา 13% หลังจากปรับตามปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพบว่า อัตราการนอนโรงพยาบาลลดลง 80%

ผู้ป่วย 290 ราย ที่นอนโรงพยาบาล ในช่วง 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2564 พบว่า อัตราการเกิดอาการหนัก ได้แก่ นอน ไอซียู ได้รับออกซิเจน ใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือเสียชีวิต ในผู้ป่วยโควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนพบได้ 21% เปรียบเทียบกับเดลต้าพบได้ 40% หลังจากปรับตามปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องพบว่า อัตราการเกิดอาการหนักลดลง 30% แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

จากการศึกษานี้สรุปว่าผู้ป่วยโควิด 19สายพันธุ์โอมิครอนมีการนอนโรงพยาบาลลดลง แต่ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลแล้วความรุนแรงไม่ต่างจากเดลตา แต่รายงานนี้ก็มีอคติอยู่พอสมควร เช่น ใช้ SGTF เป็นตัวบ่งชี้ว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์โอมิครอน ข้อบ่งชี้ในการนอนโรงพยาบาลไม่ชัดเจน ข้อมูลผลการรักษาที่ไม่สมบูรณ์ รวมทั้งในแอฟริกาใต้มีผู้ได้รับวัคซีนน้อยมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา

แต่ก็อย่าประมาทกัน เรายังไม่รู้ว่าเข้ามาในเมืองไทยแล้วโอมิครอนจะเป็นอย่างไร คงต้องยึดหลักการป้องกันตนเอง โดยเว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมใส่มาสก์ และรับวัคซีนกันรวมทั้งเข็มกระตุ้นอย่างไม่ลังเล

พลอากาศไท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

เครดิตภาพจาก Shutterstock

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s