Connect the Dots: Design the Future บทสรุปสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/625441

Connect the Dots: Design the Future  บทสรุปสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 39

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับมอบสมุดปกขาวจาก สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

หอการค้าไทยจัดสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 39 เพื่อระดมความคิดเห็นและแนวทางในการร่วมกันพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ ความหวังแก่คนไทยทุกคน

ในการเสวนา Connect หอการค้า 5 ภาคเดินหน้าฝ่าวิกฤต เพื่อพลิกเศรษฐกิจไทย นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า ภาคใต้เป็นพื้นที่แม่เหล็กในการท่องเที่ยวของประเทศไทย ช่วยส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ดังนั้น ต้องพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ เน้นกลุ่มที่มีกำลังในการใช้จ่าย สร้างมูลค่าในพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการท่องเที่ยว แก้ไขกฎระเบียบให้เอื้อต่อการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว และเพิ่มผลิตภาพงานบริการ

หอการค้าฯ จะผลักดันโครงการเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้าการบริการ ของจังหวัดในกลุ่มภาคใต้ฝั่งอันดามัน ขับเคลื่อน BCG Model และเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 และงาน Specialized Expo 2028 เป็นต้น

นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก กล่าวถึงการลดความเหลื่อมล้ำรายได้ของครัวเรือนในภาคตะวันออกและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนา SMEs ให้สามารถขายสินค้าไปยังต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ การสร้างแต้มต่อให้ SMEs เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ผลักดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก เพิ่มประสิทธิภาพระบบการผลิตสินค้าเกษตร รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีเอกลักษณ์และมีมูลค่าสูง

นายธวัชชัย เศรษฐจินดา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคกลาง กล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่ภาคกลางโดยการเกษตรแนวใหม่มูลค่าสูง สร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ เชื่อมโยงตลาด ลดบทบาทคนกลาง เพิ่มคุณภาพและบริการ ขยายช่องทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ผู้ว่าราชการจังหวัด “สำเภาทอง” ประจำปี 2564

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องเตรียมความพร้อมรองรับรถไฟความเร็วสูงจีน-สปป.ลาว-ไทย เพื่อขยายตลาด ลดต้นทุนการนำเข้าสินค้าและเพิ่มปริมาณสินค้าส่งออกโดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เสริมสร้างศักยภาพในการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และเกิดการกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม

นายสมบัติ ชินสุขเสริม ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ เห็นว่าต้องมีการยกระดับค้าชายแดน โดยเชื่อมโยงประตูการค้าชายแดนทั้ง 9 แห่งในภาคเหนือ โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าชายแดนได้มากถึง 1.2 แสนล้านบาทในปี 2565

การเสวนา CONNECT SMEs ไทยด้วย DIGITAL TRANSFORMATION

หอการค้าไทย ให้ความสำคัญต่อการเชื่อมโยงSME ด้วย Digital Transformation เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ SMEs ไทย จึงจัดเสวนาโดยมีนายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และนางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ร่วมการเสวนาเนื้อหาการเสวนาสรุปว่า

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีกว่า 3 ล้านราย (99.54%) สร้างการจ้างงาน 12 ล้านคน(71.70%) และสร้าง GDP 5.38 ล้านล้านบาท (34.2% ของ GDP ประเทศ) อย่างไรก็ดี SMEsยังประสบปัญหาขาดศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน ขาดเครื่องมือเทคโนโลยีดิจิทัลหนี้สินมาก ผลิตภาพต่ำ มีการส่งออกน้อย และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ธุรกิจไทยต้องวางกลยุทธ์และปรับตัวใหม่ อาทิ การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างข้อได้เปรียบเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดค่าใช้จ่าย

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ, สวาท ธีระรัตนนุกูลชัย, ปรัชญา สมะลาภา, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล,ดิสทัต โหตระกิตย์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา, ภูมินทร์ หะรินสุต, วัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ, ชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์, ธวัชชัย เศรษฐจินดา และสมบัติ ชินสุขเสริม

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลจะทำให้ SME สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เร็วขึ้นเพราะมี Big Data for SMEs ช่วยการตัดสินใจที่แม่นยำ ลดความเสี่ยง ควรมีการพัฒนา Thailand Trade Platform และนำเทคโนโลยีเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจท่องเที่ยว

อนาคตประเทศไทย จากมุมมองคนรุ่นใหม่

ความคิดเห็นจากคนรุ่นใหม่ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เน้นการเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเสนอแนะแนวทาง 5 ด้าน คือ การพัฒนาสินค้าและบริการ เน้นการเพิ่มมูลค่า พัฒนาผู้ประกอบการ และพัฒนา Digital Platform วางแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในเรื่องการศึกษา การพัฒนาความสามารถ และทักษะที่จำเป็นและส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนเชื่อมโลกทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ผ่านสิ่งที่เรามีเช่น การท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ บริการ วัฒนธรรมรวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ เร่งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม การกระจายรายได้ ความยากจนข้ามรุ่นและความคุ้มครองทางสังคม เพื่อให้หลักประกันทางสังคมแก่ผู้ด้อยโอกาส และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ปาฐกถา จับมือ รวมใจ พาไทยรอด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง“จับมือ รวมใจ พาไทยรอด” โดยกล่าวว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ รองรับอย่างต่อเนื่อง มีหลายหน่วยงานเร่งวิจัยและพัฒนาวัคซีน และมีหลายเรื่องที่ไทยเป็นแบบอย่างให้ต่างประเทศ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา,สนั่น อังอุบลกุล, กลินท์ สารสิน, อิสระ ว่องกุศลกิจ, ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศและ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

สำหรับการแก้ไขปัญหาในประเทศ รัฐบาลมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศในระยะยาวแล้ว อย่างไรก็ดีความเข้าใจและการให้ความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิต การแปรรูป โดยเฉพาะพืชหลัก 5 ชนิด (ข้าว ยาง อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน)

ส่วนด้านอุตสาหกรรมที่รัฐบาลใช้พื้นที่ EEC ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมใหม่ ออกมาตรการให้สามารถนำเข้าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงานภายในประเทศ เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศและนำประเทศไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่สร้างโอกาสให้ประเทศ เร่งดำเนินมาตรการเรื่องการจ้างแรงงาน การเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน การให้สวัสดิการรูปแบบต่างๆ สำหรับประชาชน

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG จะทำให้เศรษฐกิจของเรามีความเข้มแข็งและยั่งยืนเป็นจุดเปลี่ยนประเทศนอกจากนั้น รัฐบาลยังได้เร่งออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจะสร้างแพลตฟอร์ม ร่วมกับ Start-up ในเมืองไทยเพื่อทดแทนการใช้แพลตฟอร์มจากต่างประเทศ ส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร จากความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย

ขอให้ทุกภาคส่วนเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาลซึ่งพร้อมรับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน โดยจะประสานความร่วมมือกับหอการค้าฯ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเข้มแข็งร่วมกันต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s