ปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาคลี่คลายแล้ว นักวิทย์อ้างไขความลับได้ในที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/682633

วันที่ 10 พ.ค. 2565 เวลา 13:09 น.ปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาคลี่คลายแล้ว นักวิทย์อ้างไขความลับได้ในที่สุด

นักวิทย์ออสเตรเลียไขปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (Bermuda Triangle) หรือที่เรียกกันว่า สามเหลี่ยมปิศาจ (Devil’s Triangle) พื้นที่ทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ อยู่ระหว่างฟลอริดา เปอร์โตริโก และเกาะเบอร์มิวดา ซึ่งเรือและเที่ยวบินหลายสิบลำหายสาบสูญไปอย่างลึกลับเมื่อมาถึงที่นี่

หลายคนต่างหาหลักฐานและทฤษฎีมาถกเถียงกันเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น โดยบางทฤษฎีอ้างถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือฐานทัพของสิ่งมีชีวิตนอกโลก ความลึกลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาดึงดูดความสนใจผู้คนนับล้านมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งปริศนาทั้งหมดยังคงไขไม่กระจ่าง

แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา The Mirror รายงานว่าคาร์ล ครุสเซลนิค นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย อ้างว่าเขาได้ไขปริศนานี้สำเร็จแล้ว และมันไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมขาติแต่อย่างใด คาร์ลเชื่อว่าการหายตัวไปของเครื่องบินและเรือไม่มีอะไรไปมากกว่าสภาพอากาศที่เลวร้ายและความผิดพลาดของมนุษย์

“เครื่องบินและเรือหลายลำที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในพื้นที่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวหรือเมืองแอตแลนติสที่สาบสูญ…พื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับเส้นศูนย์สูตร ใกล้กับส่วนที่มั่งคั่งของโลกนั่นก็คืออเมริกา ดังนั้นจึงมีการจราจรหนาแน่น” คาร์ลกล่าว

พร้อมเสริมว่า จากข้อมูลของ Lloyd’s of London และ US Coastguard จำนวนเรือและอากาศยานที่หายไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้นไม่ต่างจากที่อื่นๆ ของโลกหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์

คาร์ลยกตัวอย่างเที่ยวบินที่ 19 เครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพเรือสหรัฐที่หายไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 1945 เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั่วโลก รวมถึงสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่นำไปใส่ในภาพยนตร์เรื่อง Close Encounters of the Third Kind ซึ่งบรรยายภาพลูกเรือของเที่ยวบิน 19 ว่าถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป

เที่ยวบินดังกล่าวเดินทางจากรัฐฟลอริดา โดยมีลูกเรือ 14 คนบนเครื่อง แต่ขาดการติดต่อและหายไปโดยไม่พบร่างลูกเรือหรือซากเครื่องบิน ขณะที่เครื่องบินค้นหาที่ส่งไปหาเที่ยวบิน 19 ก็หายไปในคืนนั้น

คาร์ลมองว่าการหายตัวไปของเที่ยวบินที่ 19 มีแนวโน้มว่าจะเกิดจากคลื่นที่สูง 15 เมตรกระทบมหาสมุทรแอตแลนติกในวันนั้น โดยเสริมว่านักบินที่มีประสบการณ์ในเครื่องบินลำนั้นมีเพียงคนเดียวคือร้อยโทชาร์ลส์ เทย์เลอร์ ซึ่งความผิดพลาดของมนุษย์อาจมีส่วนในโศกนาฏกรรมนี้เช่นกัน

ในปี 2010 โจเซฟ โมนาแกน เสนอว่าสาเหตุที่เรือล่มและเครื่องบินตกอาจมาจากการก่อตัวของแก๊สมีเทน โดยแก๊สดังกล่าวอยู่ใต้ท้องทะเลในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ซึ่งเมื่อแก๊สขึ้นสู่พื้นผิวจะทะยานสู่อากาศ และขยายตัวเป็นวงกว้าง ก่อนที่จะก่อตัวเป็นฟองแก๊สขนาดใหญ่ เมื่อเรือลำใดผ่านเข้าไปในบริเวณนั้น ก็จะเข้าไปสู่ฟองแก๊สมีเทนขนาดยักษ์ จนทำให้เรือเหล่านี้สูญเสียการควบคุม และจมลงในที่สุด

ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก โดยมีเรือผ่านพื้นที่นี้เป็นประจำทุกวันมุ่งหน้าไปยังเมืองท่าในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และหมู่เกาะแคริบเบียน เรือสำราญที่ผ่านพื้นที่นี้ก็มีมากเช่นกัน เรือเที่ยวเองก็มักจะมุ่งหน้าไปและกลับระหว่างฟลอริดากับแคริบเบียนอยู่เป็นปกติ นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ซึ่งมีการสัญจรทางอากาศอย่างหนาแน่น ทั้งอากาศยานพาณิชย์และส่วนตัว ซึ่งมุ่งหน้าไปยังฟลอริดา แคริบเบียน และทวีปอเมริกาใต้

Photo by Nilfanion/NASA/Wikipedia

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s