‘ชวน’แนะ‘วงการสงฆ์’อย่านิ่งดูดายให้ข้อมูลวิทยาศาสตร์‘ข่าวประหลาด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652744

‘ชวน’แนะ‘วงการสงฆ์’อย่านิ่งดูดายให้ข้อมูลวิทยาศาสตร์‘ข่าวประหลาด’

วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

ขึ้นหน้า1ทุกวัน! ‘ปธ.ชวน’ แนะ ‘วงการสงฆ์ดงขมิ้น’ อย่านิ่งดูดาย  สั่ง ‘ทีวีสภาฯ’ เผยแพร่ข้อมูลวิทยาศาสตร์ให้ความรู้ข่าว-ความเข้าใจ ‘ข่าวประหลาด’

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2565  ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับประธานกรรมการฝ่ายประสานงานนายกสมาคมครูปริยัติสามัญภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ และฆราวาส เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานรัฐสภาในบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมติดตามความคืบหน้าการร่างอนุบัญญัติบริหารงานบุคคลการศึกษาพระปริยัติธรรม ตามที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นขวัญกำลังกำลังใจบุคลากรพระปริยัติธรรมต่อไป

โดยนายชวน กล่าวตอนหนึ่งว่า จากที่ทราบว่าทางคณะฯจะมาขอเยี่ยมชมรัฐสภานั้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงต้องมีมาตรการป้องกันตามข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุข จึงยังไม่สามารถให้เข้าเยี่ยมชมได้ แต่ได้เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ไว้รองรับแล้ว หากวันใดสถานการณ์ดีขึ้นสามารถถอดหน้ากากได้ก็จะเปิดให้เข้ามาเยี่ยมชมรัฐสภา เพราะแม้แต่ส.ส.เวลานี้ก็ได้ขอให้งดเดินทางศึกษาดูงานต่างประเทศเช่นกัน

นายชวน กล่าวต่อว่า สถานการณ์ทางศาสนาซึ่งมีสองประเทศที่มีความเป็นเมืองพุทธ คือไทยกับศรีลังกา ซึ่งศรีลังกาเวลานี้ไม่มีอาหารกิน เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วสภาฯจึงได้รวบรวมจำนวนเงินก้อนหนึ่งเพื่อมอบให้เอกอัครราชทูตศรีลังกา แต่ในขณะที่ชาวพุทธในไทยกลับมีข่าวเกี่ยวกับพระขึ้นหน้าหนึ่งทุกวัน แต่ไม่ได้มีเรื่องขาดแคลนอาหารของกินของใช้ ศรีลังกาเวลานี้พระและชาวบ้านต่างมีปัญหาเศรษฐกิจ ขณะที่นายกรัฐมนตรีศรีลังกาก็ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพราะความขัดแย้งด้านความหิวโหย เราในฐานะเมืองพุทธแต่พระไม่ถึงขั้นอดอยากหรือชาวบ้านไม่มีจะกิน น้ำมันไม่มี มีเพียงของแพง ดังนั้นเราก็ต้องแบ่งปันเพราะศรีลังกา ทั้งคนและพระไม่มีอาหารกินมากกว่าเรา

นายชวน กล่าวต่อว่า ในเรื่องความเชื่อที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เช่น ข่าวพระบิดา ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องแก่ประชาชน เช่น กล้วยออกหัวปลีประหลาดหลายหัวไม่ใช่เรื่องที่จะไปจุดธูปขอเลข รวมถึงการแห่ขอเลขต้นตะเคียนทองที่จมน้ำมีอายุ100กว่าปี ซึ่งจริงๆแล้วไม้ตะเคียนทองเป็นไม้เนื้อแข็งสามารถอยู่ในน้ำได้นานอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ไปบั่นทอนความเชื่อหรือพิธีกรรมของคน เพราะไม่สามารถไปกล่าวหาใครได้ แต่เราทำได้คือให้ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ว่า เป็นอย่างไร ดังนั้นพระสงฆ์ที่มีตำแหน่งหน้าที่อย่างสังฆาธิการ ขออย่าดูดายในเรื่องที่เกิดขึ้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s