ปิดช่อง‘อลัชชี’มั่วสีกา!กมธ.ศาสนาฯ’ชงแก้กม.ฟันโทษหนัก ‘ชาย-หญิง’ผิดทั้งคู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652516

ปิดช่อง‘อลัชชี’มั่วสีกา!กมธ.ศาสนาฯ’ชงแก้กม.ฟันโทษหนัก ‘ชาย-หญิง’ผิดทั้งคู่

วันอังคาร ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

‘กมธ.การศาสนาฯ’ชงแก้กฎหมายปิดช่องโหว่‘อลัชชี’มั่วสีกา เข้าพิจารณาในสภาฯ กำหนดคุก 1-5 ปี ปรับ 1 แสน ด้าน‘พศ.’รับฐานข้อมูลยังไม่ปรับปรุง ยันตัวตนไม่ได้ ทำผิดแล้วกลับมาบวชใหม่

เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 10 พฤษภาคม 2565 ที่รัฐสภา นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ.ว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นเรื่องข้อกฎหมาย กฎกระทรวง และกฎมหาเถรสมาคม ที่เกี่ยวข้องกับอดีตพระกาโตะ และสีกาตอง ที่เกิดขึ้นใน จ.นครศรีธรรมราช โดยกมธ.ได้เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง ได้แก่ สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)  กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) รวมถึงพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ ซึ่งใช้เวลาหารือกันกว่า 2 ชั่วโมง

ทั้งนี้ มีการซักถามเรื่องข้อกฎหมายและเส้นทางการเงิน ได้ข้อสรุป คือ กรณีข้อกฎหมาย กฎกระทรวง และกฎมหาเถรสมาคม ถ้าพระภิกษุปาราชิกแล้วจะกลับมาบวชใหม่ได้หรือไม่ ทางสำนักพุทธฯ ชี้แจงว่า ทั้งประเทศมีพระภิกษุประมาณ 250,000 รูป มีวัดและสำนักสงฆ์ประมาณ 42,000 แห่ง และที่พักสงฆ์ 10,000 แห่ง ต้องยอมรับว่าฐานข้อมูลของสำนักพุทธฯ ยังไม่สามารถปรับให้เป็นปัจจุบันได้

“ดังนั้นการยืนยันตัวตนในบางครั้งหากต้องอาบัติปาราชิกในกรณีที่เสพเมถุน และหากเกิดเหตุเช่นที่ จ.นครศรีธรรมราช หรือบางครั้งอาจเกิดเหตุในจังหวัดอื่น อาจจะเป็นบุคคลเดิมหรือไม่ แล้วถ้ามีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลด้วย จึงทำให้ไม่สามารถยืนยันข้อมูลปัจจุบันได้ โดยสำนักพุทธฯ ยืนยันว่าจะไปปรับปรุงข้อมูลในส่วนนี้โดยเร่งด่วน” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังปรึกษากันเรื่องการแก้กฎหมายและแก้ระเบียบใหม่ โดยต่อไปความผิดเกี่ยวกับการมั่วสุมสีกาจะต้องมีความผิดทั้งหญิงและชาย ซึ่งเราได้ยื่นร่างพ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เข้าสภาฯ แล้ว เมื่อเปิดประชุมสภาฯ ก็คงจะมีการพิจารณา โดยมีบทลงโทษคือจำคุก 1-5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับประมาณ 100,000 บาท เรามองว่ากรณีที่ผู้หญิงเข้าไปถึงในวัดและมีปัญหาเรื่องปาราชิกหรือเรื่องเพศสัมพันธ์ หรือการนัดเจอกันข้างนอกก็เช่นกัน ควรจะต้องมีบทกำหนดโทษทางอาญาด้วย รวมถึงสำนักพุทธฯ จะต้องไปทำฐานข้อมูลให้ชัดเจน เกิดเหตุที่ไหนจะต้องฉับไว ไม่ใช่ปล่อยให้สื่อหรือองค์กรอื่นเดินหน้าไปและมาตามไล่หลัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s