พร้อมเปิดเทอม17พ.ค. ศธ.-สธ.เข้มมาตรการคุมโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/652651

พร้อมเปิดเทอม17พ.ค. ศธ.-สธ.เข้มมาตรการคุมโควิด

วันพุธ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.00 น.

ศบค.ชี้โควิดขาลงชัดเจน ติดเชื้อ 6,230 ราย ผลบวกจากการตรวจ ATK พบเข้าข่ายอีก 3,424 ราย รวมติดเชื้อ 9,654 คน เสียชีวิต 53 ศพกรุงเทพฯยังนำโด่ง 2,144ราย“บุรีรัมย์” มาที่ 2 นายกฯย้ำทุกจว.ทำแผนรองรับการเข้าสู่โรคประจำถิ่น ด้านศธ.-สธ.ร่วมแถลงความพร้อมเปิดเทอม 17 พฤษภาคม แบบออนไซต์ 100% โดยต้องเข้มมาตรการ6:6:7 พร้อม3หลักเกณฑ์ที่ต้องปฎิบัติ เพื่อเปิดเรียนปลอดภัย ขณะที่ราชทัณฑ์เปิดให้ญาติเยี่ยมผู้ต้องขังแบบปกติ โดยต้องจองคิดล่วงหน้า เน้นฉีดวัคซีนครบโดส พร้อมผลตรวจเชื้อ

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.รายงานสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวัน ที่จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตลดลงชัดเจน ทำให้รัฐบาลเดินหน้าทำให้เป็นโรคประจำถิ่นต่อเนื่อง

ติดเชื้อรวมATK9,654-ตาย53ราย

โดยไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,230 ราย จำแนกเป็นผู้ป่วยจากในประเทศ 6,226 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 4 ราย ผู้ป่วยสะสม 2,114,133 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ขณะที่ผู้ติดเชื้อเข้าข่าย จากการตรวจด้วย ATK 3,424 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากทั้งสองระบบ 9,654 คน ติดเชื้อสะสม 1,639,357ราย หายป่วยกลับบ้าน 11,132 ราย หายป่วยสะสม 2,059,876 ราย ตั้งแต่ 1 มกราคม ผู้ป่วยกำลังรักษา 80,002 ราย เสียชีวิต 53 ราย ผู้ป่วยใช้ท่อช่วยหายใจ 715 ราย จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,481 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 19 ราย อัตราครองเตียง ร้อยละ 18.5

กทม.นำโด่ง2.1พัน-วัคซีน134ล.โดส

สำหรับ 5 อันดับจังหวัดผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด อันดับ 1 ยังคงเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) 2,144 ราย, บุรีรัมย์ 236 ราย, ขอนแก่น 235 ราย, สุรินทร์ 209 ราย, และสมุทรปราการ 193 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 สรุปจำนวนผู้ได้รับวัคซีนสะสม ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 – 8 พฤษภาคมรวม 134,727,990 โดสใน 77 จังหวัด แบ่งเป็นผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 สะสม 56,409,347 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 สะสม 51,658,780 โดส ผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 สะสม 23,804,324 โดส และผู้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 4 สะสม 2,855,539 โดส

หมอชนะยุติให้บริการ1มิย.

วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก หมอชนะ โพสต์ข้อความแจ้งว่า “ประกาศยุติการให้บริการแอปพลิเคชันหมอชนะ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยคณะผู้ดำเนินงานขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านมีส่วนช่วยควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย”

สำหรับ แอปฯ หมอชนะ เป็นแอปพลิเคชันที่บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ร่วมกับการสแกน QR Code เช่น ไทยชนะ เพื่อเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ทำให้บันทึกการเดินทางของผู้ใช้งานแม่นยำและเที่ยงตรงมากขึ้น ทั้งนี้ จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กรมควบคุมโรคและบุคลากรทางการแพทย์สอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว โดยหมอชนะจะแจ้งไปยังกลุ่มผู้ใช้งานที่มีประวัติสัมผัสหรือเข้าใกล้กับผู้ติดเชื้อถึงวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง.

นายกฯย้ำทุกจว.ทำแผนโรคประจำถิ่น

ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เสนอแนะทุกจังหวัดจัดทำแผนปฏิบัติการเตรียมพร้อมเข้าสู่ระยะโรคประจำถิ่น หลังที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโควิด-19 เห็นชอบประกาศลดระดับการเตือนภัยโควิดจากระดับ 4 เหลือระดับ 3 ทั่วประเทศ สอดคล้องสถานการณ์โลก รวมถึงสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อปอดอักเสบ ใส่เครื่องหายใจ และผู้เสียชีวิตในประเทศ มีแนวโน้มลดลง ทำให้ขณะนี้มีจังหวัดที่เข้าระยะทรงตัว (Plateau) แล้ว 23 จังหวัด และจังหวัดที่สถานการณ์ดีขึ้นอยู่ในระยะขาลง (Declining) 54 จังหวัด ทั้งนี้ เพื่อการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และประชาชน ให้ช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดำเนินต่อไปได้ โดยเน้นให้ประชาชนทุกคน ต้องปฏิบัติตาม มาตรการ 2U คือ Universal Prevention ป้องกันตนเองครอบจักรวาล ใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง และ Universal Vaccination อย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยกันเดินหน้าเข้าสู่โรคประจำถิ่นต่อไป

ศธ.-สธ.แถลงพร้อมเปิดเรียน17พค.

ขณะที่น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศีกษาธิการ ร่วมกับนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงความพร้อมเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2565 วันที่ 17 พฤษภาคมนี้ โดยน.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ศธ.มีเป้าหมายเปิดเรียนแบบออนไซด์ด้วยการสร้างความมั่นใจให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง รวมถึงชุมชน ด้วยหลักการ sandbox safety zone in school นักเรียน ครู บุคลากร ปฏิบัติตามมาตรการ 6-6-7 อาทิ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก 100% ล้างมือ ตรวจหาเชื้อเมื่อมีอาการหรือมีความเสี่ยง โดยจะมีระบบการศึกษาทุกรูปแบบ ในด้านความปลอดภัยเน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกสังกัดเตรียมความพร้อมตามแนวทางเฝ้าระวัง สำหรับการเปิดเรียนออนไซด์ด้วยหลักการตัดความเสี่ยงสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งสถานศึกษาต้องประเมินตนเองก่อนเปิดเรียน นักเรียนครูและบุคลากรประเมินความเสี่ยงเป็นประจำ

3.5หมื่นโรงเรียนออนไซต์100%

ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.กล่าวเพิ่มเติมว่า วันที่ 17 พฤษภาคมเป็นการเปิดเรียนทุกสถานศึกษา ทั้งหมดประมาณ 3.5 หมื่นแห่ง เป็นการเปิด on-site 100% แต่หากบางโรงเรียนที่ผู้ปกครองกังวลจะมีระบบการสอนหลายรูปแบบรองรับ เผยบุคลาการการศึกษา ครู ที่มีจำนวนประมาณ 6.8 แสนคน ขณะนี้กว่า 97% ฉีดวัคซีนกระตุ้นมากกว่า 3 เข็มแล้ว เด็กอายุ 12-18 ปี ฉีดวัคซีนไปแล้ว 90% กลุ่มอายุ 5-11 ปี ฉีดไปแล้วประมาณ 50% ก็จะเร่งดำเนินการต่อไป กรณีติดเชื้อในสถานศึกษาจะใช้วิธีปิดเฉพาะห้องเรียน ใช้เวลาทำความสะอาดไม่เกินครึ่งวันจะทำงานเป็นระบบเป็นขั้นตอนชัดเจนมากขึ้น ส่วนรร.ประจำมีมาตรการ school isolation และมีระบบการเรียนออนไลน์ เพื่อแยกกักนักเรียนที่มีความเสี่ยง หรือพบการติดเชื้อ ส่วน รร.สังกัด สพฐ.เตรียมด้านกายภาพ ทำความสะอาด จัดพื้นที่เว้นระยะห่างภายในสถานศึกษา การจัดกิจกรรม ยังคงเน้นทำเป็นกลุ่มเล็ก small bubble ส่วนบางห้องเรียนที่เรียนห้องแอร์นั้น ทุก 2 ชั่วโมง ให้ปิดแอร์เปิดหน้าต่างระบายอากาศเป็นช่วง ๆ

สธ.ยันปลอดภัยใช้นโยบาย3พอ

ด้านนพ.โอภาสกล่าวว่า แนวโน้มการติดเชื้อในไทยลดลงตามลำดับในเดือนพฤษภาคม เป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเปิดเรียนออนไซด์ให้ได้ ก่อนประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นคือ ต้องเปิดเรียนอย่างปลอดภัยให้ได้ก่อน ในมาตรการของสธ.มี 3 ระดับคือ 1.การฉีดวัคซีนบุคลากรการศึกษา เด็ก นร.ได้รับวัคซีน โดยในเด็กมัธยมเริ่มเข็ม3แล้ว ซึ่งเลือกแบบครึ่งโดสได้ ส่วนวัคซีนฝาสีส้มของเด็กประถมฉีดไปแล้วประมาณ 2 ล้านคน มีประสิทธิภาพสูงและพบอาการแพ้น้อย แต่มีทางเลือกวัคซีนเชื้อตาย สองเข็มก็ได้ มีประสิทธิภาพเช่นกัน อยู่ที่ความสมัครใจของผู้ปกครอง 2.มาตรการการคัดกรอง มีหลายระดับสำคัญดูที่อาการเป็นหลักจึงจะตรวจหาเชื้อ 3.หากมีอาการป่วย สธ.มีนโยบาย 3 พอ หมอพอ เตียงพอ ยาพอ ยืนยันความพร้อมการเปิดเรียนออนไซด์ ขอพ่อแม่คลายกังวล การแบ่งการดูแลในกลุ่ม นร.สัมผัสเสี่ยงสูง ถ้าไม่มีอาการ และ นร.ได้รับวัคซีนครบโดสมาแล้วมาเรียนได้ แต่ต้องเฝ้าระวังอาการ เว้นระยะห่าง และตรวจหาเชื้อเป็นระยะ

ราชทัณฑ์เปิดให้เยี่ยมแต่ต้องจองคิว

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ตามประกาศผ่อนคลายมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเรือนจำและทัณฑสถานต่างๆ สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม หรือ ศบค.ยธ.และศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 กรมราชทัณฑ์ หรือ ศบค.รท.ทั้งยังเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดให้ผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถาน จึงเปิดให้มีการเยี่ยมญาติได้ตามความพร้อมของเรือนจำและทัณฑสถานแต่ละแห่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และต้องแจ้งให้กรมราชทัณฑ์ทราบก่อนดำเนินการเปิดเยี่ยม ภายใต้มาตรการเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้ออย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย

1.ญาติที่จะเข้าเยี่ยม ต้องจองคิวเยี่ยมล่วงหน้า และต้องได้วัคซีนครบตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด พร้อมแสดงหลักฐานยืนยันปลอดเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี ATK หรือ RT-PCR ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเข้าเยี่ยม และต้องใส่หน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ 2. ผู้ต้องขังที่จะได้รับการเยี่ยมต้องไม่ใช่ผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างติดเชื้อหรือผู้ต้องขังที่สัมผัสเสี่ยงสูง 3.จัดระบบเข้าเยี่ยมเป็นรอบ โดยระยะแรก จำกัดจำนวนการเยี่ยมไม่เกินวันละ 5 รอบ และให้เยี่ยมได้ไม่เกินรอบละ 15 นาที 4. สภาพแวดล้อมของพื้นที่เยี่ยมญาติ ต้องมีจุดคัดกรอง ห้องเยี่ยมต้องปลอดโปร่ง มีระบบระบายอากาศตามมาตรฐาน เว้นระยะห่าง 2 เมตร พร้อมทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นที่ทุกรอบการเยี่ยม

เรือนจำ19แห่งยังพบเชื้องดเปิดเยี่ยม

นายอายุตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับญาติผู้ต้องขังที่ไม่สะดวกเดินทางมาเยี่ยมที่เรือนจำ สามารถเยี่ยมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตามปกติ โดยฉพาะในเรือนจำและทัณฑสถานที่ยังพบติดเชื้อในแดน ให้เน้นเยี่ยมญาติผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก สอบถามข้อมูลการเปิดเยี่ยมเพิ่มเติมโดยตรงได้ที่เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ค้นหาช่องทางติดต่อจากหน้าเว็บไซต์ กรมราชทัณฑ์ (www.correct.go.th) ช่องทางไลน์กรมราชทัณฑ์ (@thaidoc) หรือ Call Center หมายเลข 02-9672222 (ในวันและเวลาราชการ) ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมราชทัณฑ์มีเรือนจำและทัณฑสถานที่ยังพบเชื้อในแดน และไม่สามารถเปิดเยี่ยมได้ 19 แห่ง ข้อมูลถึงวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งคาดว่าจะควบคุมการระบาดและเปิดให้เยี่ยมแบบปกติได้ในระยะต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s