‘นงชนก สถานานนท์’เผยความลับของ‘เดอะ คอฟฟี่ คลับ’ ร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่ง เสิร์ฟโมเมนต์ดีๆ ที่มีได้ทุกวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/653107

‘นงชนก สถานานนท์’เผยความลับของ‘เดอะ คอฟฟี่ คลับ’ ร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่ง เสิร์ฟโมเมนต์ดีๆ ที่มีได้ทุกวัน

วันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้บริหารสาวเก่ง นงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับเผยความลับกาแฟคุณภาพระดับโลกชงด้วยบาริสต้ามืออาชีพ มาตรฐานเดียวกับออสเตรเลีย ประเทศต้นกำเนิด สะท้อนการเป็นร้านกาแฟออลเดย์ไดนิ่งชั้นนำ เสิร์ฟโมเมนต์ดีๆ ที่มีได้ทุกวัน ที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) พร้อมเปิดตัว 6 กาแฟเมนูใหม่เอาใจคอฟฟี่เลิฟเวอร์ รวมทั้งคอกาแฟที่รักสุขภาพ หรือแพ้นมวัว และผู้ที่ทานแพลนต์เบส (Plant-based) แต่ยังต้องการเสพรสชาติความเข้มข้นของกาแฟอย่างชัดเจน

นงชนก สถานานนท์

เดอะ คอฟฟี่ คลับ (The Coffee Club) เป็นร้านกาแฟสัญชาติออสเตรเลีย ภายใต้การดำเนินการของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟ ซึ่ง นงชนก สถานานนท์ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นร้านกาแฟแบบออลเดย์ไดนิ่ง นอกจากการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดี มีความหลากหลายตลอดทั้งวันอีกหนึ่งหัวใจหลักที่ทำให้ร้านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกกว่า 30 ปี คือ “กาแฟ”ที่ถือเป็นจุดเด่นของร้าน ปัจจุบันเรามีเครื่องดื่มเมนูกาแฟหลากหลาย ทั้งแบบร้อน เย็น และปั่น ไม่ว่าจะเป็น แฟลตไวท์ อเมริกาโน่ เอสเพรซโซ่ อัฟโฟกาโต้ ลาเต้ คาปูชิโน่ มัคคิอาโต้ มอคค่า ฯลฯ เป็นต้น เครื่องดื่มกาแฟทุกเมนู ลูกค้าสามารถเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟที่ต้องการได้ โดยมีให้เลือก 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ ซิกเนเจอร์เบลนด์ (Signature Blend) เหมาะกับคนที่ชื่นชอบกาแฟรสเข้มกำลังดี ไม่จัดเกินไป และ สยามเบลนด์ (Siam Blend) เมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าจากดอยแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับการปลูกและพัฒนาให้เข้ากับพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทยที่มีความชื่นชอบกาแฟรสชาติเข้มข้น ในขณะเดียวกันลูกค้าสามารถเลือกว่าจะดื่มเป็นกาแฟที่มีกาเฟอีนปกติ กาแฟไม่มีกาเฟอีน(Decaf Coffee) รวมทั้งยังสามารถเพิ่มเติมส่วนผสมอื่นๆ อาทิ การเพิ่มช็อตกาแฟ หรือจะเป็นเพิ่มไซรัปรสชาติต่างๆ รวมถึงวิปครีม ตลอดจนไอศกรีม ฯลฯ ได้ตามต้องการอีกด้วย

เอสเพรซโซ่แพสชั่นโทนิค และ เอสเพรซโซ่นํ้าส้ม

“ซิกเนเจอร์เบลนด์ (Signature Blend) เป็นการผสมผสานสายพันธุ์อาราบิก้า(Arabica) และโรบัสต้า (Robusta)เข้าด้วยกัน โดยอาราบิก้านำเข้าจากประเทศบราซิลและประเทศโคลอมเบีย ซึ่งจะมีความเข้มข้นและความหอมเฉพาะตัว ในขณะที่โรบัสต้านำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ซึ่งจะให้ความกลมกล่อมพอดี โดยเมล็ดกาแฟทั้งหมดจะถูกนำมาคั่วเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับโรงงานของ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่ออสเตรเลีย และถูกบรรจุในตู้เย็นที่มีการรักษาอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิเดียวกันกับที่ใช้ในออสเตรเลีย เพื่อคงรสชาติความสดใหม่มากที่สุด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางที่ร้าน เดอะ คอฟฟี่ คลับ ทั่วประเทศไทย

เมล็ดกาแฟซิกเนเจอร์เบลนด์ จะถูกนำไปคั่วระดับปานกลาง (Medium Roast) เหมาะกับคนที่ชื่นชอบกาแฟรสเข้มกำลังดี ไม่จัดเกินไป เนื่องจากจะมีความเปรี้ยวเล็กน้อย แต่ยังให้สัมผัสความหวานชุ่มฉ่ำของเนื้อกาแฟ เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟนม อย่าง แฟลต ไวท์ หรือ ลาเต้ รวมถึงกาแฟดำ อย่างอเมริกาโน่

Plant Based coffee & Coffee Fruity

ในขณะที่ สยามเบลนด์ (Siam Blend) เป็นเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าจากดอยแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ถือเป็นเมล็ดกาแฟพันธุ์ไทยที่ช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทย ที่ได้รับการปลูกและพัฒนาให้เข้ากับพฤติกรรมการบริโภคกาแฟของคนไทยที่ชื่นชอบกาแฟรสชาติเข้มข้นและหวานมัน โดยเมล็ดกาแฟสยามเบลนด์จะถูกคั่วในระดับเข้ม (Dark Roast) เหมาะกับผู้บริโภคที่ชื่นชอบกาแฟเข้มข้น เนื่องจากรสชาติจะไม่หลงเหลือความเปรี้ยว และให้รสชาติสัมผัสของกาแฟหนักแน่นเหมาะสำหรับสำหรับคนที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟคาปูชิโน่ และเอสเปรสโซ่”

ล่าสุด เดอะ คอฟฟี่ คลับ ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคทุกกลุ่ม จึงคิดค้นและรังสรรค์ 6 เมนูเครื่องดื่มกาแฟใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคที่รักสุขภาพ หรือแพ้นมวัว รวมถึงกลุ่มลูกค้าแพลนต์เบส (Plant-based) แต่ยังต้องการเสพรสชาติความเข้มข้นของกาแฟอย่างชัดเจน เริ่มต้นที่ 4 เมนูเครื่องดื่มแพลนต์เบสนมทางเลือกจากธัญพืชและพืช ประกอบด้วย เมนูไฮไลท์ ลาเต้เย็น
นมข้าวโอ๊ต (Iced Latte Oat Milk) ที่ได้นำเข้าข้าวโอ๊ตมาจากออสเตรเลีย ซึ่งนมข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความเข้มข้นของตัวนมที่มากกว่า ทั้งยังมีความหอมมัน ไม่แตกตัว เมื่อนำมาผสมกับกาแฟ ก็ยังมอบรสชาติความเข้มข้นของกาแฟได้อย่างชัดเจน ทำให้เข้ากับเมนูกาแฟได้เป็นอย่างดี

บาริสต้ามืออาชีพ มาตรฐานเดียวกับออสเตรเลีย

ตามมาด้วย เมนูคาปูชิโน่เย็นนมมะพร้าว (Iced Cappuccino Coconut Milk) กาแฟรสชาติเบาๆ ผสมรสชาติกลิ่นความหอมเฉพาะตัวของนมมะพร้าว, เมนูคาราเมลเย็นนมถั่วเหลือง (Iced Caramel Soy Milk) คาราเมลเข้มข้นผสมกับนมถั่วเหลืองที่มีความหอมมันระดับปานกลาง และเมนูคาปูชิโน่เย็นนมอัลมอนด์ (Iced Cappuccino Almond Milk) การผสมผสานกาแฟเอสเปรสโซ่ และฟองนมอุ่นๆ จากนมอัลมอนด์ที่ให้ความหอมเฉพาะตัวตอนดื่มอย่างลงตัว

นอกจากนี้ สำหรับคอกาแฟที่ชอบรสชาติที่แตกต่าง เดอะ คอฟฟี่ คลับ ยังได้รังสรรค์อีก 2 เมนูกาแฟผสมน้ำผลไม้และน้ำโทนิคใหม่ล่าสุด ได้แก่ เอสเพรซโซ่แพสชั่นโทนิค (Espresso Passion)กาแฟผสมน้ำโทนิคให้ความซาบซ่าและชื่นใจไปพร้อมกัน และ เอสเพรซโซ่น้ำส้ม(Espresso Orange) กาแฟผสมน้ำส้มที่มอบความสดชื่นและมีประโยชน์ในแก้วเดียวกัน

พร้อมกันนี้ ลูกค้าสามารถอิ่มอร่อยไปกับเมนูของว่างใหม่มากมายที่มีให้เลือกจับคู่ทานพร้อมเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็น Cranberry Pie, Chocolate Delight Tart, Parisian Ham Brie Kraftkorn Sandwich, Filled Croissant-Yuzu, Truffle Honey Brie Croissant และ Truffle Mushroom Cranberry Cruffin หรือจะเลือกทานคู่กับ Sweet Breakfast 2 เมนูขนมหวานใหม่ล่าสุดอย่าง Pancake with Berry Homemade และ Strawberry Waffle Homemade เพื่อให้อิ่มท้องมากขึ้นได้เช่นกัน

คอกาแฟสามารถติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมเมนูใหม่ของ เดอะ คอฟฟี่คลับ ได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ https://www.facebook.com/thecoffeeclubthailand หรือเว็บไซต์ https://thecoffeeclub.co.th/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s