คุยกับ ‘เพลิง-พลภัคค์’ ทุ่มสุดแรง เล่นจริง เจ็บจริง ใน ‘มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/661191

คุยกับ ‘เพลิง-พลภัคค์’  ทุ่มสุดแรง เล่นจริง เจ็บจริง  ใน ‘มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน’

วันอาทิตย์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Mafia The Series: Guns & Freaks (มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน) นอกจากจะเป็นซีรี่ส์ที่มีความคอเมดี้อยู่เต็มพิกัด แต่ความแอ๊กชั่นก็มีแบบสุดโต่งเช่นกัน เพราะผู้จัดฯ อย่างคุณโจ-ปิยะวัฒน์ ปฐมวาณิชย์ และผู้กำกับฯ โน้ต- พรรณพันธ์ ตั้งอกตั้งใจสรรสร้างให้ซีรี่ส์เรื่องนี้เป็นซีรี่ส์แอ๊กชั่นที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

ด้วยความที่เป็นซีรี่ส์แอ๊กชั่น ทำให้การคัดเลือกนักแสดงแอ๊กชั่นมาร่วมแสดงในเรื่องนี้จึงถูกคัดสรรมากเป็นพิเศษ ชื่อของ เพลิง-พลภัคค์วัชรพงศ์หิรัญ ถูกบรรจุชื่อเป็นนักแสดงในเรื่องนี้ พร้อมบทบาทสุดท้าทาย “อินเทนโซ่” ที่เจ้าตัวต้องเล่นแอ๊กชั่นแบบจัดเต็ม เล่นจริง เจ็บจริง และไม่ใช้ตัวแสดงแทนเรามีโอกาสได้พูดคุยกับ หนุ่มเพลิง เขาเล่าถึงเรื่องราวก่อนมาแคสบทนี้ จนถึงบรรยากาศในการถ่ายทำ และความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์เรื่องนี้ว่า

บท อินเทนโซ่ เป็นอย่างไร

เป็นนักฆ่าตัวเก่งประมาณว่า เบอร์ 2 ตีคู่มากับแอนนา (จีน่า-วิรายา) เลยครับ ซึ่งแอนนาเขาจะทำงานให้กับ มาสเตอร์ราเชน (ผู้พันเบิร์ด) บอสใหญ่ ส่วนเราทำงานให้กับ ลุงเวสต์ (เดวิด อัศวนนท์) อยู่ทีมเดียวกันแต่ว่าจะไม่ถูกกันครับ เหมือนเป็นคนเก่งแล้วเจอคนเก่งด้วยกันก็เลยจะจิกกัดขิงๆ กัน ไม่ชอบขี้หน้ากันเท่าไหร่ ปากกัดกันแต่ต่างคนก็คือทำหน้าที่ของตัวเอง อินเทนโซ่จะเป็นตัวจี๊ดๆ หน่อยครับ ตามสีผมเลย คือผมเป็นสีทองซึ่งเป็นการกัดสีผมจริงๆของผมเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานหนึ่งปี เราถ่ายทำกันรวมเวลาแล้วก็ประมาณปีหนึ่งเพราะว่าด้วยสถานการณ์โควิดด้วย เป็นการกัดสีผมที่ยาวนานที่สุดในชีวิตผมแล้วครับไม่เคยทำสีผมมาก่อน

ผมมาแคสเรื่องนี้ เพราะชอบบทแอ๊กชั่นอยู่แล้ว เคยฝึกมวยกังฟูกับศิลปะการป้องกันตัวมาบ้างด้วยความชอบก็เลยไปเรียนแบบจริงจังเลยครับที่โรงเรียนของเส้าหลินกังฟู ซึ่งเขาเปิดสอน ก็เลยทำให้เราได้ทักษะและได้ท่วงท่าที่สวยงามของกังฟู พอเวลามาเล่นแอ๊กชั่นมันก็จะดูดี เรียนอยู่ประมาณ 2-3 ปี เหมือนเราเรียนเต้น เพื่อออกกำลังกาย ไม่ได้เพื่อเอาไว้ต่อยตีอะไร คือมันเป็นความสนุกสนานคล้ายกับยิมนาสติกผสมเต้นผสมเทควันโด มันเป็นความชอบส่วนตัวเพราะตอนเด็กผมดูหนังจีนเยอะโตมากับมังกรหยก ลี้คิมฮวง จั่นเจา โตมาเราก็เป็นเหมือนเด็กแปลก เพื่อนเขาเตะบอลกันแต่ว่าเราสรรหาที่ฝึกแอ๊กชั่น พอไปเจอที่เขาเปิดสอนก็เลยไปเรียน ซึ่งมันเหมือนกับในหนังที่เราเคยดูมาเลย แต่ก่อนที่เขายังไม่เปิดโรงเรียนผมก็จะไปที่สวนลุมไปฝึกจากที่นั่น ก็ยังงงตัวเองเหมือนกันว่าเราไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง คือตั้งแต่ประมาณ ม.3 ถึงมหาวิทยาลัยปี 2 ผมก็ไปฝึกกังฟู เขาย้ายไปที่ศรีนครินทร์เราก็ตามไปอีก บ้านอยู่สาทรก็ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้า นั่งรถเมล์ 3 ต่อ เพื่อให้ทัน 7 โมง เรียนถึง 9 โมง ด้วยความที่เราบ้าหนังจีนมากพอโตขึ้นไปทำอย่างอื่นเข้ามหาวิทยาลัยไปเรียนสถาปัตย์ กลายเป็นว่าสิ่งที่เราทำมาในความบ้าบอของเรา มันติดตัวและทำให้เราได้รับบทนี้

ทราบมาว่าในซีรี่ส์เรื่องนี้เล่นเองหมดเลย

ใช่ครับ แต่ก็จะมีพี่ๆ ที่เขาคอยคิดท่าให้ส่วนเราก็คิดของเราไปด้วย และช่วยกันคิดออกแบบท่าด้วยกัน เพราะว่าเราก็อยากให้วงการแอ๊กชั่นบ้านเรามันดีขึ้น แค่ไม่ใช่ว่าเรามาทำหน้าเครียดต่อยกัน คือผมเป็นนักแสดงมาก่อนเคยอยู่ช่อง ONE31 ถ้าใครรู้จักผมน่าจะจำได้จากเรื่องล่าจนมีโอกาสได้มาร่วมงานกับคุณโจ ผู้จัดฯ นี่แหละครับ ก็เลยจะได้เห็นทั้งความสามารถที่เราได้ไปแสดงมา ผสมกับกังฟูบ้าบอที่เราเคยฝึกมา พอมันรวมกันแล้วมาใส่ที่เรื่องนี้

บทบาทที่เข้ามาแคสในเรื่องนี้

ตอนแรกผมแคสอีกบทหนึ่งครับ คือด้วยความที่เราอยากจะแคสบทที่มันใช้การแสดงเยอะๆ ก็เลยแคสบทแทน ที่เป็นเด็กเนิร์ดหน่อย อยากใช้การแสดงเยอะคือเราก็รู้สึกรักการแสดงเหมือนกัน แล้วมันมีซีนที่ต้องเล่นแอ๊กชั่นด้วยเราก็โชว์ไปก็เลยแสดงไปแบบงงๆ ด้วยครับ แล้วก็เลยได้มาเล่นตรงนี้ คงเป็นเหมือนแรงดึงดูดอะไรสักอย่างที่ทุกอย่างมันผ่านการทำมาแล้วมันมาเจอตรงนี้พอดี เลยกลายเป็นว่าเราได้โชว์ความสามารถของเราเต็มที่ ทั้งแสดงแล้วก็แอ๊กชั่นด้วย เรื่องนี้คือที่สุดแล้วครับ ไม่เคยแอ๊กชั่นหนักเท่านี้ ทุกอย่างได้ฝากไว้ในอินเทนโซ่หมดแล้ว

เล่นจริงเจ็บจริง แล้วมีพลาดบ้างมั้ย

มีครับ คือตอนเจ็บเราไม่รู้หรอก เพราะว่าเราเป็นตัวละคร กลับบ้านมาก็เนื้อตัวเขียวตลอดแอ๊กชั่นมันต้องเตะต่อยยังไงมันก็ต้องมีโดนตัวครับ ผมว่ามันก็ดีนะเพื่อความสมจริงของตัวละคร แต่ว่าไม่มีพลาดแบบหนักๆ ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ พันนาสตั้นท์มากๆ ครับที่เขาช่วยคิดเป็นโคโรกราฟท่าทางช่วยเซฟช่วยซัพพอร์ตเวลาทำงานด้วยกันแล้วมันราบรื่นมากๆ ต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ สตั้นท์เลยครับเพราะเขาเก่งกว่าเราเยอะมาก

ฉากที่ยากที่สุด

น่าจะเป็นฉากเปิดตัวครับ คือเปิดใหญ่มาก็ซีนใหญ่คิวเยอะและทำงานกับพี่ๆ หลายคน มันจะยากในเรื่องของโลเกชั่นด้วยที่มันไม่ค่อยเอื้ออำนวย เพราะว่าเป็นพื้นหินกรวด และเราต้องบู๊หนักตรงนั้น เป็นโรงงานโกดังเก่า และเราจะต้องมีขึ้นสลิงด้วยซึ่งสูงมากก็จะมีความอันตราย ตอนซ้อมมันเตี้ยกว่านั้นแต่พอถ่ายจริงมันสูงและมีที่กั้นเยอะแต่ว่าก็ผ่านมาได้ ฉากนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้าฉากในเรื่อง ส่วนฉากแรกเป็นฉากแอ๊กชั่นเหมือนกันเข้ากับ พี่ลีโอ พุฒ อันนั้นก็เดือดเหมือนกันเพราะเราไม่เคยเข้ากองเลย แล้วเปิดมาวันแรกบู๊ทั้งวัน 2 ซีน ตั้งแต่เช้ายันเย็นก็คือวัดดวงกันไปเลย ในเรื่องก็จะมีหลายซีนที่ผมได้เล่นแอ๊กชั่นที่ท้าทาย ผมว่าเรื่องนี้คุณโจเขาก็ตั้งใจมาก หนังแบบนี้บ้านเราไม่ค่อยมีที่บทมันจะไปสุดขนาดนี้ แอ๊กชั่นสุดขนาดนี้ ตลกสุด เพี้ยนสุด มันรวมหลายๆ อย่างไว้ด้วยกัน ผมเต็มที่กับเรื่องนี้มากจริงๆ ด้วยความที่อินเทนโซ่จะเก่งอาวุธมีด ผมก็ไปลงเรียนเองเลยกับครูที่สอนมีดสั้นโดยเฉพาะไปเรียนมาประมาณเดือนสองเดือนก่อนถ่ายทำครับ คือเป็นมีดสั้นที่ผมจะต้องควงมีดให้ได้

มีนักแสดงคนหนึ่งชื่อ เจสัน สเตแธม ซึ่งเขาเท่มากเป็นนักแสดงฮอลลีวู้ด ผมชอบเขาบู๊แล้วเขาก็มีมีดแบบนี้ ผมก็เลยไปหาซื้อมาจากอเมริกา แล้วก็เอามีดนี้ไปเสนอ คุณโจกับพี่โน้ต ผู้กำกับฯ ก็เลยตกลงว่าเป็นอันนี้เราก็เลยไปเรียนเพิ่มว่ามันทำงานยังไงใช้ยังไงให้มันคล่องครับ เพราะว่ามันต้องมีเหตุผลของการทำทั้งหมด ไม่งั้นคนดูจะไม่เชื่อเลย กลายเป็นว่าเราแค่โบกมีดเล่นหมุนไม่เก่งก็จะทำไปเพื่ออะไร คือเราอยากให้คนดูได้เหตุผลของการกระทำในซีนนั้นด้วย เพราะว่าทุกอย่างมันต้องมีเหตุผล ก็เลยจะมีมีดของผมจริงๆ เข้าฉากด้วย อินเทนโซ่จะเป็นตัวละครที่หนักในด้านบู๊เยอะมากกับพี่ธันน์ ธนากร สองคน ซึ่งเราจะอยู่ทีมเดียวกัน คือผม พี่ธันน์ แล้วก็จีน่า เราเป็นองครักษ์พิทักษ์บอสคนเดียวกัน

เข้าฉากกับจีน่าและธันน์ เป็นอย่างไรบ้าง

จีน่าเป็นคนตลกมากครับ ตัวจริงเขาก็เป็นแบบนี้เลย หลังกองหน้ากองจีน่าก็คือจีน่า สนุกดีก็จะได้ยินเสียงหัวเราะ ได้ยินเสียงแว๊ดๆ ตลอด ก็เป็นอีกหนึ่งความเอ็นเตอร์เทนในกองเรา ส่วนพี่ธันน์ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่อาจจะไม่ได้พูดเยอะมากมาย พี่ธันน์ทำงานเก่งมากเป็นผู้ใหญ่มีความสุขุมแล้วก็มีความเป็นโปรเฟสชั่นแนลในการทำงาน พี่ธันน์ช่วยแนะนำในเรื่องคิวบู๊เยอะเหมือนกัน เราก็เห็นพี่ธันน์มาตั้งแต่เด็กเขาเป็นหนึ่งในไอดอลที่เรารู้สึกว่าเก่งนะ ตอนเป็นวัยรุ่นเขาก็เฟี้ยวฟ้าว ก็ดีใจมากที่ได้มาทำงานกับทุกคนครับผู้พันเบิร์ดเขาก็เป็นคนน่ารัก แต่คนที่รักสุดก็คือพี่เดวิดครับ บอสเรานี่เอง เขาเป็นคนที่จริงใจมากเวลาเล่นด้วยกันแล้วรู้สึกว่าเคมีมันตรงกัน เจอกันครั้งแรกนะผมว่าเขาไม่เฟคเขาจริงใจกับเราทั้งในซีนและนอกซีน มันเลยทำให้เวลาที่เราทำงานแล้วเราคลิก แล้วเราก็เชื่อว่าเราเกิดมาเพื่อปกป้องเขาจริงๆ เรารักเขาจริง มันเลยทำให้เราทำงานกันง่ายมาก ผมมองว่าพี่เดวิดเป็นนักแสดงที่เจ๋งมากๆ คนหนึ่งเลย

ฉากสุดประทับใจ

ก็เป็นฉากกับพี่เดวิดนี่แหละครับ เป็นซีนที่เราถ่ายตอนต้นเรื่องมาวันหนึ่งแล้วเราเล่นอีกคาแร็กเตอร์หนึ่ง แล้วเราพักไปนานมากและได้กลับมาถ่ายอีก 2 ซีน แล้วช่วงเย็นผมได้เจอกับพี่เดวิดครั้งแรก แล้วผมเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ แต่ผมลืมบอกเขาว่าผมจะเล่นแบบนี้นะ พอเล่นไปเขาก็พูดกลับมาว่าอ๋อเอาอย่างนี้ใช่ไหม ได้เลยครับจบเลย คือมันหายากครับคนที่เราแสดงไปแล้วเขาคลิกเลย ถ้าจะให้บอกว่าซีนไหนที่ชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นซีนเรียบง่ายที่ได้พูดคุยกับพี่เดวิดนี่แหละครับ ที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเมจิกไทม์ที่ดี คุยกันแล้วเราสื่อถึงกันและเราก็ผูกพันกันเลย เป็นฉากที่มีพี่ลีโอ พุฒ เข้าด้วย คือเราจะต้องไปจัดการเขา และมีพี่เดวิดไปด้วย ก่อนหน้านั้นเราก็สู้กับพี่ลีโอ พุฒ มาแล้วล่ะ และมีพี่เดวิดมาร่วมซีนด้วย ซึ่งนอกฉากเรายังไม่ได้เจอกันเลย คือมาเจอกันในฉากเลย ก็เลยประทับใจมากๆ ครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นโมเมนต์ที่ดีสำหรับนักแสดงที่เวลาเราแสดงแล้วมันคลิกกัน มันวิเศษมาก แล้วคนดูก็จะได้โมเมนต์ที่ดีจากซีนนี้ด้วย

ผู้กำกับฯ ให้อิสระกับนักแสดงในการเล่นด้วย

พี่โน้ตจะเป็นคนที่เปิดมากๆ เราสามารถไปคุยกับเขาได้เลยว่าเราสามารถทำแบบนี้ได้ไหม ว่าไปตามเหตุผลของตัวละคร แล้วตรงไหนที่เขาอยากจะจี้ให้เราเปลี่ยนก็จะมีนิดๆ หน่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเปลี่ยน เป็นผู้กำกับฯ ที่เปิดกว้างมากแล้วก็ตลกมากทำงานสนุกครับ

ความรู้สึกที่ได้มาเล่นซีรี่ส์เรื่องนี้

รู้สึกดีครับ มันเหมือนเป็นการที่พาคนเหล่านี้มาเจอกัน จริงๆ นะ แล้วในกองก็จะมีแต่คนแบบนี้ แบบเป็นตลกๆ เพี้ยนๆ บรรยากาศการทำงานก็ดี คุณโจก็เป็นผู้จัดฯ ที่ไม่เหมือนผู้จัดฯ สักเท่าไหร่ แต่ว่าเรารู้สึกผูกพันกับเขานะ เขามากางร่มให้ผมให้จีน่า เป็นผู้จัดฯ ที่วัยรุ่นและยังเป็นน้องเราอีกก็เลยมองว่ามันเป็นความสนุกสนาน และผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนในทั้งการทำงาน และการเจอบรรยากาศของคนด้วย มันเป็นความเอ็นจอยความสนุกส่วนพาร์ทงานก็สุดเหมือนกัน ทำมันเต็มที่ แอ๊กชั่นก็แอ๊กชั่นสุดเหมือนกันครับ ก็อยากให้คนดูชอบ แต่ว่าเราไปการันตีไม่ได้ เราก็ทำกันเต็มที่แล้ว เรื่องนี้คือบทมันก็ไปสุดทางจริงๆ แต่เราบอกไม่ได้ว่ามันไปสุดทางทางด้านไหน ไม่รู้ว่าคนดูจะรับได้ไหม ซึ่งรับได้ไม่ได้ไม่เป็นไร อย่างน้อยถ้าเขาได้ดูและได้เห็นว่าพวกเรามีความตั้งใจบางอย่างที่อยากให้คนเห็นผมว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว เดี๋ยววงการบันเทิงบ้านเราจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นไป เพราะว่าคุณโจตั้งใจมาก ส่วนตัวผมแล้วคืออยากให้คนดูชอบครับ และคนดูก็ต้องชอบผมเล่นกันเพราะว่าผมใส่เต็มที่แล้ว ถ้าไม่ชอบก็คงจะด่าที่ตัวละครมันบ้าบอ แต่ก็คิดว่าเขาน่าจะจำเราได้นะจำไอ้หัวทองนี้ได้แน่นอน อยากให้เปิดใจดูว่า GUN & FREAKS ปืนกลคนเพี้ยน ที่พอเพี้ยนแล้วเขาจะคลิกไหมจะเข้าใจไหม คือสนุกมากเราทุ่มเทกันทุกคนครับ

ติดตามความสามารถด้านแอ๊กชั่นของหนุ่มเพลิงได้ใน Mafia The Series: Guns & Freaks (มาเฟียเดอะซีรีส์ ปืนกลและคนเพี้ยน) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 23.00 น. ทางช่อง GMM25 และดูย้อนหลังได้ที่ WeTV หรือที่ https://bit.ly/MafiaTheSeries แฟนๆ สามารถติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวและอัปเดตผลงานของสแล็ปมอนสเตอร์ ได้ที่ FACEBOOK: SLAP MONSTER /IG: Slapmonster.th

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s