“โจ ไบเดน” จ่อคุย “สี จิ้นผิง” ผ่อนคลายตึงเครียด ไต้หวันและสงครามในยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2458126

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

28 ก.ค. 2565 10:56 น.

สำนักข่าวต่างประเทศจับตาการหารือระหว่างนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งแหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า อาจมีขึ้นในวันที่ 28 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการหารือกันครั้งที่ 5 ระหว่างสองผู้นำและมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด โดยเฉพาะด้านความมั่นคงในภูมิภาคทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน

ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่า นายไบเดนจะหารือกับนายสี จิ้นผิงในประเด็นที่ครอบคลุม ไม่ว่าเรื่องความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน สงครามในยูเครน ไปจนถึงจะทำเช่นไรให้การแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศมีการบริหารจัดการที่ดียิ่งขึ้น ส่วนการสอบถามนายจ้าว หลี่เจี้ยน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ปฏิเสธที่จะยืนยันการนัดหารือระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ ระบุว่าตอนนี้ไม่มีข้อมูลการประชุมทวิภาคีดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายอัดฉีดเงินอุดหนุน 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.82 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุน เอื้อประโยชน์แก่อุตสาหกรรมการผลิตไมโครชิปในประเทศ ให้สามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมการผลิตชิปของจีน ขณะที่นายเควิน โอคอนเนอร์ แพทย์ส่วนตัวของนายไบเดน ระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯแข็งแรงพอที่จะออกกำลังกายได้แล้ว หลังจากติดเชื้อโควิด-19 และแสดงอาการป่วยจนต้องรับประทานยาต้านไวรัสแพกซ์โลวิดของไฟเซอร์มาติดต่อกัน 5 วัน

นอกจากนี้ การหารือระหว่างนายไบเดนกับนายสี จิ้นผิงยังถูกนักวิชาการมองว่า สหรัฐฯจำเป็นที่จะต้องส่งสัญญาณบวก สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับจีน หลังจากมีรายงานข่าวว่า นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนไต้หวัน เพื่อไปแสดงจุดยืนให้การสนับสนุน ซึ่งจะถือเป็นประธานสภาฯสหรัฐฯคนแรกในรอบ 25 ปีที่เยือนไต้หวัน จนต่อมารัฐบาลจีนออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงพร้อมเตือนว่า จีนจะดำเนินมาตรการอย่างเด็ดขาดและหนักแน่นหากนางเพโลซียังคิดที่จะเยือนไต้หวัน และรัฐบาลสหรัฐฯจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลลัพธ์อย่างรุนแรงที่ตามมาทั้งหมด

เช่นเดียวกับโฆษกกระทรวงกลาโหมจีนที่เตือนว่า หากสหรัฐฯยังยืนยันที่จะเดินหน้าแผนการเยือนไต้หวันของนางแนนซี กองทัพจีนก็จะไม่นิ่งเฉย จำเป็นต้องดำเนินมาตรการอย่างหนักแน่น เพื่อขัดขวางการแทรกแซงและการดำเนินการใดๆที่จะนำไปสู่ความเป็นเอกราชของไต้หวัน ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า กองทัพสหรัฐฯมีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเยือนดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯมองว่าแถลงของจีนไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s