เส้นทางชีวิต นายไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี จากหมอสู่แกนนำอัลกออิดะห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2462196

ไทยรัฐออนไลน์

2 ส.ค. 2565 15:29 น.

  • ชื่อของนายไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี ผู้นำสูงสุดของกลุ่มอัลกออิดะห์ได้รับความสนใจจากคนทั้งโลก หลังเขาถูกโดรนของสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ จนเสียชีวิตขณะกบดานอยู่ในอัฟกานิสถาน
  • นายไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี วัย 71 ปี นับเป็นมือขวาของ นายโอซามา บิน ลาเดน ทั้งในฐานะผู้วางแผนกลยุทธ์หลายด้าน และยังเคยเป็นแพทย์ของนายบิน ลาเดน จากการที่อัล-ซาวาฮิรี จบทางด้านแพทยศาสตร์มาด้วย
  • การที่สหรัฐฯ พุ่งเป้าสังหารผู้ที่สืบทอดอำนาจต่อจากอัล-ซาวาฮิรี อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงตัวนายซาวาฮิรี ยิ่งสั่นคลอนเสถียรภาพของกลุ่มอัลกออิดะห์ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายอันดับต้นๆ ของโลก

นายไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี ชาวอียิปต์ วัย 71 ปี อดีตแพทย์ ที่กลายมาเป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่มอัลกออิดะห์ถูกสังหารด้วยโดรนโจมตีของสหรัฐฯ ระหว่างปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 11 ปี ในกรุงคาบูลของอัฟกานิสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (31 ก.ค.) โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แถลงยืนยันเรื่องนี้ผ่านทางโทรทัศน์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาในท้องถิ่น

นายซาวาฮิรีถือได้ว่าเป็นมือขวาของนายโอซามา บิน ลาเดน ในฐานะผู้วางแผนด้านยุทธศาสตร์หลายเรื่อง รวมทั้งเขายังทำหน้าที่แพทย์ให้กับบิน ลาเดนด้วย เนื่องจากนายซาวาฮิรีเคยเป็นแพทย์ในสมัยที่เขายังอยู่ที่กรุงไคโรประเทศอียิปต์มาก่อน

หลังบิน ลาเดน เสียชีวิตในปากีสถาน เมื่อปี 2554 จากปฏิบัติการทางทหารของหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ นายซาวาฮิรี ก็ได้ขึ้นสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกลุ่มอัลกออิดะห์ เป็นคนที่ 2 อย่างไรก็ตาม บุคลิกของซาวาฮิรีที่แตกต่างจากบิน ลาเดน อย่างชัดเจน ประกอบกับการถือกำเนิดของกลุ่มติดอาวุธใหม่อย่างกลุ่มไอซิส ทำให้เขาไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ทางกลุ่มเคลื่อนไหวโจมตีชาติตะวันตกได้

ขณะที่สหรัฐฯ มีการยกระดับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศพุ่งเป้าสังหารบรรดาผู้ช่วย และผู้ที่อยู่ในลำดับการสืบทอดอำนาจต่อจากนายซาวาฮิรีได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยิ่งสั่นคลอนเสถียรภาพของกลุ่มอัลกออิดะห์ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายอันดับต้นๆ ของโลก และทำให้ซาวาฮิรีไม่สามารถขยายเครือข่ายเชื่อมโยงในวงกว้างได้

ชื่อของซาวาฮิรี เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกครั้งแรก เมื่อเขาขึ้นศาลของอียิปต์ ในคดีลอบสังหารอดีตประธานาธิบดีอันวาร์ อัลซาดัต เมื่อปี 2524 ซึ่งศาลพิพากษาให้ซาวาฮิรี รับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ในข้อหาครอบครองอาวุธอย่างผิดกฎหมาย แต่เขาพ้นผิดจากข้อหาหลัก

สำหรับพื้นเพครอบครัวของนายอัล-ซาวาฮิรี พบว่า เขามีชีวิตครอบครัวที่ไม่ขัดสน ต่างจากผู้นำกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ โดยเขาเกิดในปี 2494 ในครอบครัวชนชั้นนำทางศาสนาในกรุงไคโรของอียิปต์ โดยซาวาฮิรีเป็นหลานชายของอิหม่ามของมัสยิด อัล อัซฮาร์ หนึ่งในมัสยิดที่สำคัญที่สุดของชาวมุสลิมด้วย โดยเพื่อนในคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงไคโรของเขา ระบุว่า นายซาวาฮิรีเป็นคนร่าเริง ชอบดูหนัง ฟังเพลง และเล่นสนุกกับเพื่อนของเขาเหมือนคนปกติทั่วไป แต่หลังจากที่เขาถูกดำเนินคดีและออกมาจากเรือนจำ เขาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน และหันหน้าเข้าสู่กลุ่มติดอาวุธอิสลามเพื่อสู้รบในสงครามศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของเขาอย่างเต็มตัว


หลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ อัล-ซาวาฮิรี เดินทางไปยังปากีสถาน และได้ทำงานให้กับกาชาด ในการรักษากลุ่มนักรบมูจาฮีดีนที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบกับกองทัพสหภาพโซเวียตในอัฟกานิสถาน และในช่วงนี้เองที่นายซาวาฮิรีได้รู้จักกับบิน ลาเดน ซึ่งเข้าร่วมกับกองกำลังอัฟกัน จนกระทั่งนายซาวาฮิรีได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขากลุ่มกองกำลังมุสลิมเพื่อทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ในอียิปต์ ในปี 2536 โดยเขายังมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มรัฐบาลในสมัยนั้น จนมีชาวอียิปต์เสียชีวิตมากกว่า 1,200 ศพ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ทางการอียิปต์เริ่มเคลื่อนไหวปราบปรามกลุ่มกองกำลังมุสลิมในประเทศ หลังจากมีความพยายามในการลอบสังหารประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัคเมื่อเดือนเมษายน ปี 2538 นายซาวาฮิรีได้สั่งให้โจมตีสถานทูตอียิปต์ในกรุงอิสลามาบัด โดยใช้รถยนต์บรรทุกระเบิด 2 คันพุ่งเข้าชนประตู จนมีผู้เสียชีวิต 16 ศพ ซึ่งศาลทหารมีคำตัดสินลับหลังให้ประหารชีวิตเขาในปี 1999 ทำให้เขาต้องหลบหนีไปอยู่กับบิน ลาเดน และช่วยกันก่อตั้งกลุ่มอัลกออิดะห์ขึ้นมา

ซ้าย โอซามา บิน ลาเดน ขวา ไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี
ซ้าย โอซามา บิน ลาเดน ขวา ไอยมาน อัล-ซาวาฮิรี


นายซาวาฮิรี ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่พรมแดนระหว่างอัฟกานิสถานกับปากีสถานเรื่อยมา จนกระทั่งมารับหน้าที่สืบทอดอำนาจเป็นผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ หลังนายบิน ลาเดนถูกสังหารในปี 2554 โดยในการกล่าวคำสรรเสริญบิน ลาเดน นายซาวาฮิรี รับปากว่าจะทำการโจมตีชาติตะวันตกให้ได้ โดยระบุว่า ชาติตะวันตกอย่าได้ฝันว่าจะอยู่อย่างปลอดภัย

ด้านหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ ระบุว่า นายอัล-ซาวาฮิรี เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ขออัลกออิดะห์หลายครั้ง โดยเฉพาะการวางแผนก่อการร้ายจี้เครื่องบินในปี 2544 จนเกิดโศกนาฏกรรม 11 กันยายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 3,000 ศพ ในสหรัฐฯ นอกจากนี้เขายังเกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดทำลายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเคนยาและแทนซาเนีย เมื่อปี 2541 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทำให้เอฟบีไอตั้งค่าหัวนายอัล-ซาวาฮิรี สูงถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s