ที่สุดแห่งปรากฏการณ์บนจอภาพยนตร์ ‘SIX CHARACTERS มายาพิศวง’ และที่สุดบนจอเงินของ ‘ฮัท-จิรวิชญ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/680685

ที่สุดแห่งปรากฏการณ์บนจอภาพยนตร์  ‘SIX CHARACTERS มายาพิศวง’  และที่สุดบนจอเงินของ ‘ฮัท-จิรวิชญ์’

ที่สุดแห่งปรากฏการณ์บนจอภาพยนตร์ ‘SIX CHARACTERS มายาพิศวง’ และที่สุดบนจอเงินของ ‘ฮัท-จิรวิชญ์’

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อ “ตัวละครทั้ง 6” (เขมนิจ จามิกรณ์, ศักราช ฤกษ์ธำรงค์, ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ, จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร, ภคพล ตัณฑ์พาณิชย์, ฟลอร่า มัสซาโร)ถือกำเนิดขึ้นและมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในจินตนาการของนักประพันธ์ ผู้ไม่ยอมเขียนบทสรุปให้กับตัวละครเหล่านั้น ตัวละครทั้ง 6 จึงต้องออกตามหานักประพันธ์คนใหม่และชีวิตใหม่ จนสุดท้ายได้ไปเกลี้ยกล่อม “คำรณสิงหะ” (มาริโอ้ เมาเร่อ) ผู้กำกับหนุ่มชื่อดังให้นำเรื่องราวของพวกเขาไปสร้างเป็นภาพยนตร์ โศกนาฏกรรมชีวิตของตัวละครที่ถูกนักประพันธ์ทอดทิ้งจะเป็นเช่นไร และการไปอยู่ในมือผู้กำกับที่มุ่งสร้างงานเอาใจตลาด จะเกิดความขัดแย้งอะไรขึ้นบ้างระหว่าง “ตัวละคร” กับ “นักแสดง”ท่ามกลางบรรยากาศอันไม่น่าไว้วางใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หลังจากเหล่าตัวละครทั้ง 6 คืบคลานมายังกองถ่ายภาพยนตร์แห่งนี้เรื่องราวน่าตื่นเต้นกำลังจะเกิดขึ้น หลังจากที่แนวหน้ากำลังจะพาไปพูดคุยกับหนึ่งในนักแสดงจาก “SIX CHARACTERS มายาพิศวง” และเป็น 1 ในตัวละครทั้ง 6 ที่เรื่องราวกำลังจะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ “ฮัท-จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร”

ได้รับเกียรติจาก หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล ให้มาร่วมงานใน ‘SIX CHARACTERSมายาพิศวง’

“แน่นอนครับ (ยิ้ม) ก็รู้สึกเป็นเกียรติอยู่แล้ว ที่ได้รับเลือกเพราะว่าเราคงเป็นลูกศิษย์ และน่าจะเป็นเด็กดี(หัวเราะ) ถ้าเล่นไม่ดีหรือไม่พัฒนา คงไม่ได้ทำงานมาด้วยกันจนถึงทุกวันนี้ เหมือนได้รับความไว้วางใจมากกว่าที่หม่อมเห็นว่าต้องการคนที่มีเวลาในการที่จะทำงานศิลปะเพราะว่าภาพยนตร์หรือแอ๊กติ้งมันคือศิลปะ มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่วันนี้คุณรับบทวันนี้ เล่นวันนี้ ถ่ายตอนนี้เลย ก็เป็นไปไม่ได้ มันก็ต้องเหมือนโตไปด้วยกัน ทั้งด้านของผู้กำกับ ด้านนักแสดง และทุกฝ่าย ต้องมีการประชุมล่วงหน้ามันถึงสร้างสรรค์ชิ้นงาน โปรดักชั่นที่เป็นอมตะและมีคุณภาพได้ครับ”

‘ฮัท’ ร่วมงานกับ ‘หม่อมน้อย’ เป็นเรื่องที่เท่าไหร่แล้ว

“ก็มีเรื่องแผลเก่า, แม่เบี้ย, ศรีอโยธยา และ SIX CHARACTERS มายาพิศวง ผมเริ่มเป็นลูกศิษย์ของหม่อมจากการประกวด เดอะ สตาร์ ปีที่ 8 ซึ่งทุกคนก็ถือเป็นลูกศิษย์หมด แต่บางคนก็ถนัดด้านร้องเพลง บางคนถนัดด้านแต่งเพลง ถนัดด้านเต้น ก็ว่ากันไป ส่วนเราตอนเรียนเขาอาจเห็นแววว่าพอพัฒนาได้ เลยมีโอกาสได้ไปลองเล่นดู เป็นนักแสดงที่ไม่ได้มีบทเยอะ หลังจากนั้นมีโอกาสได้เล่นบทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

พูดถึงคาแร็กเตอร์ใน ‘SIX CHARACTERS มายาพิศวง’ หน่อย

“ในเรื่องรับบท “ภูผา” เป็นคนบ้านมีตังค์ แผลในใจคือขาดความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ คือตั้งแต่ก่อนจำความได้ แม่ก็ทิ้งไป ไม่รู้ไปไหน พ่อก็ทำงานอย่างเดียวส่งไปเรียนเมืองนอก กลับมาก็ไม่ได้ชอบเที่ยวหรือไปเจอใครงานที่ชอบก็คืออ่านหนังสือ งานอดิเรกคือเล่นเปียโนยิงปืน แค่นี้ แต่เรื่องทั้งหมดมีนักประพันธ์เป็นคนเขียนเราก็มีตัวละครจริงในละคร เรื่องมันก็เกิดขึ้น เมื่อนักประพันธ์ไม่อยู่ อาจตายไปแล้วหรือหายไป ตัวละครทุกตัวเลยตามหานักประพันธ์เพื่อให้เรื่องมันจบ เพราะมันยังไม่จบ สุดท้ายจะแฮปปี้เอนดิ้ง หรือจบยังไง ก็ตามหานักประพันธ์จนไปปรากฏตัวในโรงถ่ายที่เขากำลังถ่ายทำกันอยู่เลยเกิดเรื่อง SIX CHARACTERS มายาพิศวง ขึ้นมา”

เรื่องราวดูซับซ้อน เราในฐานะนักแสดงรู้สึกซับซ้อนไหม

“คนเล่นต้องไม่รู้สึกซับซ้อน คนเล่นต้องเข้าใจ เป็นตัวละคร มีความต้องการในแบบที่ตัวละครเป็น มีความคิดในแบบที่ตัวละครคิด พอเราเข้าใจแล้ว ผ่านกระบวนการซ้อม ทั้งซ้อมออนไลน์ ซ้อมแบบเจอหน้ากัน ซ้อมฉากในสถานที่จริง ทุกอย่างคือความเป๊ะ ความเคยชินกับไดอะล็อกที่เข้าไปอยู่ในจิตใต้สำนึก มันถึงออกมาดูซับซ้อน ซึ่งมันถูกต้องแล้วที่คนดูคิดว่าซับซ้อน เพราะว่านั่นคือความสนุกและสิ่งที่นักแสดงถ่ายทอดออกมา ก็มีคลื่นเอ็นเนอร์จี้ความเป็นตัวละคร ทำให้น่าติดตาม”

บทที่ได้รับใน ‘SIX CHARACTERS มายาพิศวง’ แตกต่างจากที่เคยได้รับมาไหม

“มันต่างอยู่แล้ว เพราะมันคือคนละเรื่องกัน และเรื่องนี้ก็ทรงคุณค่า เป็นเรื่องที่หม่อมเคยเล่นด้วย ในบทที่น้องรถบัสแสดง เป็นละครเวที ที่จุฬาฯ กำกับโดยอาจารย์ สดใส พันธุมโกมล และเรื่องนี้ก็แปลโดยอาจารย์สดใสเช่นเดียวกัน หม่อมเลยคิดถึง ณ ตอนนั้นที่เคยเล่นเลยอยากทำเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ไม่ได้ทำง่ายๆ เพราะอันนี้มันเป็นภาพยนตร์ มันมีความซับซ้อนตรงที่จะทำยังไงให้เรื่องมันปะติดปะต่อกัน คือเป็นสองพาร์ท พาร์ทเล่าเรื่องจะเป็นแฟลชแบ็ค และพาร์ท ณ โมเมนต์ปัจจุบันที่โรงละคร ก็ต้องตัดสลับกัน อันนี้คือความยาก และเป็นสิ่งที่หม่อมทำได้ ส่วนความยากสำหรับฮัท เรียกได้ว่ามันต้องถ่ายคนละที่ อย่างการเล่าถึงอดีตแฟลชแบ็ค ก็ต้องไปถ่ายอีกที่จริงๆความคิดของตัวผู้กำกับในเรื่องที่รับบทโดยมาริโอ้ ความยากของนักแสดงก็คือต้องเล่นทั้งพาร์ทที่เป็นความคิดความทรงจำ และพาร์ทที่เป็น ณ โมเมนต์ปัจจุบัน”

ในเรื่องนี้มีนักแสดงเด่นเป็นสิบคน ‘ฮัท’ คิดว่าจะขโมยความโดดเด่นสำหรับตัวละครของเรายังไง

“คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคาแร็กเตอร์ การโชว์ฝีมือด้านการแสดง เพราะฉะนั้นทุกคน ทุกตัวละครมีความเด่นอยู่แล้ว เวลาที่กล่าวถึงใคร หรือกำลังแอ๊กชั่นยังไงก็อยู่ที่ว่าจะถ่ายทอดออกมาได้ดีแค่ไหน ยิ่งเป็นตัวละครมากแค่ไหน ฝึกฝนมากแค่ไหน เข้าใจมากแค่ไหน มันก็จะเด่นเอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องแสดงอารมณ์ อย่างนั้นมันไม่ถูกมันไม่ใช่แอ๊กติ้ง การที่เราแสดงอารมณ์ ถ้าเรารู้ว่าฉันกำลังแสดงอารมณ์ มันก็จะเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่ตัวละคร ไม่ใช่อาร์ท อาร์ทคือเราต้องสวมวิญญาณตัวละครให้ได้จริงๆถ้าสวมวิญญาณได้แล้ว จะทำอะไรก็ไม่ผิด แต่ต้องอยู่ในไดอะล็อกที่อาจารย์เขียน ซึ่งในกองถ่ายเรื่องนี้เราเจอเป็นร้อยคน แต่ถ้ามาเป็นก้อนเดียวกัน ก็จะเป็นซิกซ์คาแร็กเตอร์ ตัวละคร 6 ตัวนี้มาด้วยกัน มันก็เลยจะเจอแบบไม่มีใครมากกว่าใครเลย เจอพร้อมกันเลยเซตเดียว และข้างหน้าอีกทั้งโรงเลย มีทั้งผู้กำกับ นักแสดง ตากล้อง ฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ ไม่มีตัวละครไหนที่ไม่สำคัญ ถ้าไม่สำคัญก็ไม่มีตัวละครนั้นอยู่ในฉากนั้นๆ มันถึงต้องมีตัวประกอบซึ่งจริงๆ แล้วก็สำคัญ”

บรรยากาศในกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง เครียดไหม

“สนุก ไม่เครียด ถ้าเครียดก็ไม่ต้องไปทำอาชีพอื่น (หัวเราะ) ต้องเอ็นจอย ก่อนหน้านั้นอาจจะเครียด แต่พอวันจริงคุณต้องพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำหน้าที่ของแต่ละคนในแต่ละพาร์ทให้ดีที่สุด เรามีหน้าที่เป็นนักแสดง เป็นตัวละครก็ต้องเต็มที่”

แล้วการทำงานกับคนที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยในกองถ่าย แตกต่างกันไหม

“แตกต่าง ในพาร์ทของตัวผมเอง ถ้าเราไม่เคยเจอเขาก็ต้องทำความรู้จักกับเขา แต่พอในพาร์ทของตัวละครก็ต้องเป็นตัวละคร เพราะตัวละครนี้กับตัวละครของเขาเคยเจอกันหรือเปล่า สนิทกันมากน้อยแค่ไหน มันก็ควรแยกเป็นสองพาร์ท ซึ่งในชีวิตจริงจะสนิทหรือไม่สนิทก็ได้ แต่เรื่องของการแสดงคุณต้องสนิทกับตัวละคร มีความสัมพันธ์กับตัวละคร”

คิดว่าคนดูจะเข้าใจเรื่องราวยากไหม

“ไม่ยาก ดูง่ายมาก เป็นภาพยนตร์ที่สนุกด้วย ตลกด้วย จริงๆ มันคือเป็นดาร์ค คอเมดี้ เป็นตลกร้าย ด้วยการทิ่มแทงเสียดสีด้วยคำพูดครับ ส่วนในเรื่องของคอสตูม ก็เป็นโปรดักชั่นมืออาชีพ ทุกอย่างก็ลักชัวรี่ ดูเป็นตัวละครที่สุดเลย มันจะช่วยเอื้อให้เราเป็นตัวละครได้ดีขึ้นในเรื่องของเสื้อผ้า ซึ่งเสื้อผ้าจะเป็นยุคราว 60 หรือ 70จะเห็นตัวละครที่เป็นนักแสดง รับบทโดย นิว-ชัยพลเขาขับรถมา ก็เป็นยุคประมาณนั้น เป็นรถโบราณหน่อย”

เล่นกับ ‘หม่อมน้อย’ มาหลายเรื่องแล้ว ถ่ายทำครั้งนี้หม่อมได้สอนอะไรเป็นพิเศษไหม

“สอนคุณค่าของคนเราครับ คืออาชีพ ณ ปัจจุบัน คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ในเมื่อเรามีโอกาสดีๆ ขนาดนี้ที่จะเล่นบทประพันธ์ที่คนเขียนได้รางวัลโนเบลและบทนี้มันเขียนมาเมื่อร้อยปีที่แล้ว และเป็นเรื่องที่หม่อมรัก ทุกอย่างมีคุณค่าหมดเลย นี่เป็นสิ่งที่หม่อมสอน และตัวเราก็ต้องทำให้มีคุณค่าเช่นเดียวกัน ด้วยการเอาจริงเอาจัง มันคืออาชีพของประเทศนี้ นักแสดงทุกคนก็ระดับประเทศ ไม่ต่างอะไรกับนักแสดงฮอลลีวู้ด เราเป็นหน้าตาของประเทศเรา เพราะฉะนั้นเราจะเอาชิ้นงานเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วยการไม่โปรเฟสชั่นนัลเหรอ ก็ไม่ได้ เราเต็มที่แล้วในระดับหนึ่ง นี่คือที่สุดแล้วของการเป็นนักแสดง ทุกคนได้รับเกียรติในการถ่ายทอดตัวละครและเรื่องที่มีคุณค่าขนาดนี้ ทุกคนเต็มที่หมด ถามว่ามันพอไหม มันพอนะกับที่ถ่ายทำ ทุกคนเต็มที่เป็นตัวละคร ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ตอนนี้อยู่ที่ต้องรอดูเรื่องจริงๆ ว่าตัดต่อออกมาเป็นยังไง มันดีพอแล้วหรือยัง แต่สนุกแน่นอน ไม่ต้องห่วง”

เรื่องนี้ยังมีความวาบหวิวที่เหมือนเป็นลายเซ็นของ ‘หม่อมน้อย’ ไหม และจะได้เห็นจากตัวละครของใคร

“เรื่องนี้มีลายเซ็นของหม่อมอยู่แล้ว เราก็จะได้เห็นจากตัวละครผู้กำกับ (มาริโอ้) และอมรา (แพนเค้ก-เขมนิจ) ครับ”

‘ฮัท’ ยังคิดถึงการร้องเพลงไหม

“ถ้าคิดถึงการร้องเพลง ผมก็จะเอากีตาร์มาเล่นร้องเพลงโน่นนั่นนี่ไป ส่วนการทำเพลงเดี๋ยวนี้ต้องทำเพลงแมสเพลงตลาดจริงๆ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเราอีก เด็กๆ อาจจะชอบ แต่เพลงดังแป๊บเดียวก็ไม่มีใครฟัง ต้องเป็นเพลงอมตะ อย่าง ไมเคิล แจ็คสัน มันต่างกันตรงนี้ครับ”

ฝากถึงแฟนๆ ทำไมต้องเข้าไปดูภาพยนตร์ ‘SIX CHARACTERS มายาพิศวง’

“อย่างแรกเลยคือเราเป็นคนไทย เราภาคภูมิใจในโปรดักชั่นของไทย และนักแสดงทุกคนก็เป็นคนที่ทุกคนรู้จักอยู่แล้ว คุณจะได้ไปดูสิ่งใหม่ๆ ที่เขาจะถ่ายทอดให้คุณได้ชมในเรื่องของการเป็นตัวละคร สิ่งที่คุณจะได้รับกลับไป ที่ได้แน่ๆ คือความสนุก ตลกแน่นอน ครบทั้งดราม่า ดาร์คคอเมดี้ ทราจิดี้ และเป็นกึ่งละครเวทีด้วย กึ่งภาพยนตร์ด้วยตรงนี้แหละคือความน่าสนใจ อยากให้มาชมกันเยอะๆ ครับ เพราะเป็นเรื่องที่หม่อมและนักแสดงทุกคนตั้งใจมากๆ ที่จะสร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ให้อยู่คู่คนไทย เป็นชื่อเสียง เป็นหน้าตาของประเทศไทย และเดี๋ยวจะส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อให้รู้ว่าไทยเราก็ทำได้ เรื่องนี้มีความอินเตอร์เนชั่นแนลมากครับ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s