แหวกฟ้าหาฝัน : St.Peter เมือง Munich

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/680662

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Peter เมือง Munich

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Peter เมือง Munich

วันอาทิตย์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเก่ามิวนิค และชื่นชอบการชมวิวสูงๆ สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องเยือนให้ได้ก็คือ St.Peter Tower โบสถ์ที่มีหอคอยสูงที่สุดในมิวนิคนี้มีประวัติย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ที่มีพระมาอาศัยอยู่ในเทือกเขาที่มีชื่อว่า Peterbergl สิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 12จึงมีการสร้างโบสถ์ตามแนวทางศิลปะแบบ Bavarian Romanesque ขึ้นก่อนที่จะมีการขยายขนาดโบสถ์และปรับปรุงให้เป็นไปตามแนวทางศิลปะแบบโกธิค เป็นที่น่าเสียดายว่าหลังปรับปรุงโบสถ์ได้ไม่นาน ในปี 1327 โบสถ์กลับถูกไฟไหม้ และได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปี 1368 โบสถ์ได้รับการเพิ่มส่วนของหอคอยความสูง 91 เมตร 2 หอ พร้อมจุดสังเกตการณ์ และนาฬิกาประจำเมืองในปี 1381

หลังจากหอสังเกตการณ์ถูกฟ้าผ่าในปี 1607 Heinrich Schon d. A. สถาปนิกชาวเยอรมันได้ออกแบบหอคอยใหม่ที่มีรูปร่างอย่างที่เห็นในปัจจุบันโดยสร้างเสร็จในปี 1621 ในปี 1630 ซึ่งเข้าสู่ยุคบาโรค ศาสนจักรจึงมีดำริที่จะตกแต่งโบสถ์ใหม่ให้มีสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยขึ้น จึงได้ทำการรื้อถอนส่วนที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค อีก 10 ปีต่อมา ศาสนจักรก็ได้ให้ Heinrich Schon d.J. และ Marx Schienagl สองสถาปนิกชาวมิวนิคออกแบบแท่นบูชาใหม่โดยเลียนแบบแท่นบูชาที่ออกแบบโดย Bernini ณ St.Peter ที่กรุงโรม เลียนแบบ Asamkirche ส่วนบริเวณเวทีประสานเสียงก็ได้รับการออกแบบใหม่โดย IgnazAnton Gunetzrhainer ผู้คุมงานก่อสร้างสำคัญชาวเยอรมัน สำหรับภาพปูนปั้นบริเวณพลับพลาและภาพปูนเปียกรอบหน้าต่างที่แสนวิจิตรพิสดารได้รับการออกแบบและสรรสร้างโดย John Baptist Zimmermann ศิลปินยุคบาโรคชาวมิวนิค

Alter Peter & Christkindlmarkt

ในคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 ศาสนจักรได้ดำเนินการปรับปรุงโบสถ์ 3 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1844 เรียกว่าการปรับปรุงสีเขียว (green renovation) ครั้งที่สองทำในปี 1882 เรียกว่าการปรับปรุงสีเหลือง (yellow renovation) ครั้งที่สามในปี 1911 เรียกว่าการปรับปรุงสีเทา (grey renovation) หลังการปรับปรุงครั้งที่สามเกิดสงครามโลกขึ้น 2 ครั้ง ครั้งแรกโบสถ์อยู่รอดปลอดภัย แต่ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 1945 ซึ่งเป็นช่วงปลายของสงครามโลกครั้งที่สองโบสถ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากการโจมตีทางอากาศ ถึงกระนั้นก็ตาม ผลงานทางศิลปะหลายชิ้นที่ประดิษฐานอยู่ในนั้นกลับมิได้รับความเสียหายเนื่องจากเทศบาลได้นำงานบางชิ้นไปแอบซ่อนไว้ตั้งแต่เริ่มสงคราม

หลังสงคราม Max Sritter และ Max Zistl บาทหลวงประจำโบสถ์ได้เร่งให้รัฐบาลทำการเร่งปรับปรุงโบสถ์ครั้งใหญ่โดยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากชาวคาทอลิกในสหรัฐฯ ในวันที่ 8 กันยายน 1951 โบสถ์ก็สามารถเฉลิมฉลองความสำเร็จในการซ่อมแซมหอคอย และในวันที่ 27 มิถุนายน 1954 แท่นบูชาใหญ่ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงก็ได้รับการเฉลิมฉลองภายใต้การนำของคาร์ดินัล Joseph Wendl ส่วนการปรับปรุงภายในภายใต้การอำนวยการของ Rudolf Estererและ Erwin Schleich นั้นกลับใช้เวลายาวนานมาก อย่างไรก็ดีในปี 2000 Hermenegild Peikerก็สามารถปรับปรุงเพดานปูนเปียกได้สำเร็จภายใต้การสนับสนุนของ Herbert Kuglastatterเจ้าคณะสงฆ์พระจำเมืองซึ่งเท่ากับว่าความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่สองได้รับการปรับปรุงจนเรียบร้อย

ไม่เพียง St.Peter จะเป็นโบสถ์ที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากความวิจิตรตระการตาของการตกแต่งภายใน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของเมือง แต่วิวบนหอคอยที่ระดับ 56 เมตร ยังสามารถเห็นได้ทุกทิศทางของเมืองทั้ง Marianplatz, Church of Our Lady หรือ Frauenkirche จึงทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คู่ควรกับการเยือนของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s