เพื่อไทย แย้ง คลัง คนละครึ่ง เฟส 5 ไม่จำเป็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/530220

19 ก.ย. 2565

เพื่อไทย แย้ง คลัง คนละครึ่ง เฟส 5 ไม่จำเป็น

ผอ.ศูนย์นโยบายเพื่อไทย ค้านนโยบาย คนละครึ่ง เฟส 5 ไม่จำเป็น ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ แก้ปัญหาได้ไม่ครอบคลุม ทั้งระบบ

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย  แย้งอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่กล่าวถึงผลงานรัฐบาล และมาตรการคนละครึ่ง ในรายการ คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี ใน4 ประเด็น ประกอบด้วย

คนละครึ่ง ไม่ได้ดีต่อเศรษฐกิจมากเท่าที่กล่าวอ้าง คนละครึ่งทั้ง 4 เฟสที่ผ่านมา มีค่าตัวคูณทางการคลังเฉลี่ยที่ 1.5 ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า คนละครึ่งนั้น “ด้อยกว่า” มาตรการด้านสวัสดิการสังคม ซึ่งมีตัวคูณฯที่ 1.95 ด้อยกว่ามาตรการประกันสินเชื่อ ซึ่งมีตัวคูณฯที่ 2.1 ด้อยกว่าแม้กระทั่งค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ หรือการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ซึ่งมีตัวคูณฯที่ 1.87 ดังนั้น หากจะสรุปว่าคนละครึ่งเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เป็นการสรุปที่คาดเคลื่อน และไม่ตั้งอยู่บนฐานของตัวเลข



คนละครึ่ง เฟส 5 ไม่จำเป็นอีกต่อไปในปัจจุบัน คนละครึ่งใช้ได้ในช่วงที่ต้องการประคองกำลังซื้อในช่วงคนกังวลและลังเลที่จะใช้จ่าย แต่ปัจจุบันได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว การใช้คนละครึ่งในช่วงที่การบริโภคฟื้นตัวแล้วเป็นการไปกระตุ้นและทดแทนกำลังซื้อที่เกิดขึ้นอยู่แล้วแม้ไม่มาตรการ นั่นคืองบประมาณในส่วนนี้จะไปลงกับคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริง ควรนำเงินส่วนนี้ไปใช้กระตุ้นตลาดแรงงานมากกว่า เช่น มาตรการกระตุ้นการจ้างงาน แก้ไขเรื่องแรงงานคืนถิ่น-แรงงานไหลกลับสู่ภาคการเกษตร ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งตรงกับสถานการณ์และเป็นประโยชน์กว่า

คนละครึ่ง ไม่เคยใช่คำตอบในระยะยาวในการพัฒนาประเทศ มาตรการในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป ประโยชน์ในการสร้างศักยภาพและผลิตภาพให้กับประเทศในระยะยาวแทบจะเท่ากับศูนย์ และคนละครึ่งใช้เงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ทั้งสองฉบับ ฉะนั้น มาตรการแบบนี้ไม่ได้สร้างอะไรทิ้งไว้ให้กับประเทศในระยะยาวเลย เว้นแต่หนี้สาธารณะ



การเปรียบเทียบความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจโดยใช้ตัวเลข GDP แล้วอนุมานว่าวิกฤตโควิดนี้ไม่รุนแรงเท่าวิกฤตในอดีต ไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง ในอดีตที่ GDP ติดลบหนักๆ เกิดจากวิกฤตกระทบตรงไปที่สถาบันการเงินและกลุ่มทุนใหญ่ เป็นวิกฤตที่ แคบ ลงลึก แต่ฟื้นเร็ว GDP หดตัวแรง แต่ไม่กระทบประชาชนในวงกว้าง

แต่วิกฤตโควิดนี้เป็นวิกฤตที่ กว้าง ฝังลึก ฟื้นช้า เกิดแผลเป็นสถาบันการเงินไม่กระทบ แต่ชนชั้นกลางลงไปเดือดร้อนแสนสาหัส ตลาดแรงงานเสียหายถึงชั้นโครงสร้าง ภาคบริการทั้งระบบพังลง ฉะนั้นการเปรียบเทียบโดยใช้มิติตัวเลข GDP อย่างเดียวนั้น นำไปสู่ข้อสรุปที่คลาดเคลื่อนจากสภาพความเป็นจริง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s