16 ปี รัฐประหาร “รัฐบาลทักษิณ” ประเทศไทยก้าวหน้าหรือถดถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/530231

19 ก.ย. 2565

16 ปี รัฐประหาร "รัฐบาลทักษิณ" ประเทศไทยก้าวหน้าหรือถดถอย

“เพื่อไทย” จวกเละ รัฐประหาร แบบไหนกัน? ทุจริตเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจย่ำแย่ สร้างความขัดแย้งกับประชาชน หาก”ทักษิณ” ยังอยู่ เชื่อบริหารจนพาประเทศผงาดเป็นเสือในเวทีโลกแน่

ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว คืนวันที่ 19 กันยายน 2549 เกิดการ รัฐประหาร “รัฐบาลทักษิณ” โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้นเป็นหัวหน้าคณะ เพื่อยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ขณะนั้นปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทสสหรัฐอเมริกา

วันนี้ 19 ก.ย. 2565 ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว กล่าวว่า ผ่านมา “16 ปี รัฐประหาร”  ประเทศไทยเสื่อมถอยลงทุกมิติ ทั้งมิติในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม คนไทยได้เรียนรู้ร่วมกันแล้วว่า  รัฐประหารไม่ใช่ข้ออ้างในการเปลี่ยนแปลงประเทศ  เพราะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องในการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่วันนั้น ประเทศไทยเกิดการรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง คือในปี 2549  และ 2557 ส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศไทยจนถึงปัจจุบันนี้นี้  4 ด้าน 

1.วิกฤตศรัทธาต่อระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมถดถอยตกต่ำ หลายกรณีที่เกิดขึ้นในสังคมไทย องค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้น และระบบนิติรัฐนิติธรรม  หรือระบบอุปถัมภ์เบ่งบาน อย่างกรณี ส.ต.ท.หญิง ล้วนทำให้ประชาชนเกิดคำถามและข้อสงสัยต่อทั้งระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมไม่มากก็น้อย จนทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อระบบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 

2.การทุจริตคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้น จากการประเมินขององค์กรโปร่งใสนานาชาติ ที่จัดการประเมินความเชื่อมั่นต่อการทุจริตในหลายประเทศทั่วโลก โดยปี2564 ประเทศไทย  อันดับการทุจริตในประเทศไทยอยู่อันดับที่ 104  ตกต่ำสุดในรอบ 20 ปี  แต่ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลพลเรือนของ ดร.ทักษิณ ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 59  เป็นอันดับที่สูงสุดในรอบ 20 ปี ชี้ให้เห็นว่าการทำรัฐประหารที่ใช้ข้ออ้างว่าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชนจากนักการเมืองที่โกงกิน เป็นวาทกรรมเพียงเพื่อสร้างความชอบธรรมในการทำรัฐประหารเท่านั้น และเป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐประหารและรัฐบาลที่มีที่มาจากรัฐประหาร ไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชันได้ ซ้ำร้ายปัญหายิ่งรุนแรงมากขึ้น
 

3.รัฐบาลกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน  รัฐบาลสืบทอดอำนาจผู้นำรัฐประหาร กลายเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองกับประชาชนมากกว่าทุกรัฐบาล ที่ผ่านมาในช่วง 10 ปี จากสถิติในปี 2565 ยอดรวมจำนวนคดีทางการเมืองมีกว่า 1,065 คดี มีผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 1,808 คน และเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 280 รายทำให้เด็กเหล่านี้หมดอนาคต เพียงเพราะความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาล  

4.การเติบโตทางเศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลสืบทอดอำนาจที่ไร้ซึ่งความรู้ ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อต้องเจอกับวิกฤตโรคระบาดใหม่อย่างโควิด-19  จึงไม่สามารถบริหารประเทศได้  สะท้อนได้จากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ทิ้งดิ่งติดลบหนักสุดถึงกว่า 6%  

โดยจากการรายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่มาถึง 8 ปี  ทำจีดีพีประเทศคิดเป็นมูลค่าเพิ่มแค่ 2.4 ล้านล้านบาท  แตกต่างจากรัฐบาล ดร.ทักษิณ แม้มีโอกาสบริหารประเทศครบวาระ และพี่น้องประชาชนเลือกเข้ามาในสมัยที่ 2  รวมการเป็นรัฐบาลเพียง 5 ปี  ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง  ต้องเจอกับโรคระบาดใหม่ เช่น ไข้หวัดนก แต่จีดีพีไม่เคยติดลบ  ยังทำให้มูลค่าจีดีพีในประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 3  ล้านล้านบาท 

เช่นเดียวกับรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศเพียง 3 ปี แม้จะต้องเจอกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ปีแรกของการเข้ามาเป็นรัฐบาล  แต่จีดีพีไม่ติดลบ  ซ้ำยังทำให้มูลค่าจีดีพีในประเทศตลอดอายุของการเป็นรัฐบาล เพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านล้านบาท 

ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์สร้างกติกาเพื่อให้ตนเองอยู่ในอำนาจมาถึง 8 ปี ทุกวันนี้คนไทยมีแต่จนลง และ รัฐบาลขยันสร้างหนี้เพิ่ม กู้เงินไปแล้วเกือบ 4 ล้านล้านบาท  (ไม่รวมหนี้นอกงบประมาณ) ทำให้เห็นว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์สร้างหนี้มากกว่ารัฐบาล“ทักษิณ” และ “ยิ่งลักษณ์”  และยังสร้างหนี้สาธารณะมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ทะลุ 10 ล้านล้านบาท หนี้ครัวเรือนยังพุ่งสูงทะลุถึง 90% ต่อจีดีพี สูงสุดในรอบ 18 ปี ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่มาจากทหารได้อย่างชัดเจนที่สุด 

“หากรัฐบาลทักษิณ มีโอกาสบริหารประเทศ 8 ปี เหมือนที่พลเอกประยุทธ์ทำ ประเทศไทยวันนี้คงกลายเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย นำพาประเทศไทยยืนผงาดในเวทีโลก ทั้งหมดคือบทเรียนที่มีค่าที่คนไทยต้องตระหนัก และกำจัดรัฐประหารให้สูญพันธุ์ เพราะมันไม่ใช่คำตอบของสังคมไทย” ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว

ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s