ข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับ ‘รอยด่างดำ’ ที่พระหัตถ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/681406

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับ ‘รอยด่างดำ’  ที่พระหัตถ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับ ‘รอยด่างดำ’ ที่พระหัตถ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.42 น.

สืบเนื่องจากภาพข่าวในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับว่า “รอยด่างดำ” ที่พระหัตถ์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ
ที่ 2 ซึ่งปรากฏอยู่ในพระบรมฉายาลักษณ์ที่ทรงฉายร่วมกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ (ลิส ทรัสส์) เมื่อวันอังคารที่ 6 กันยายน 2565 และมีการลงข้อความเกี่ยวกับความเห็นของ ดร.เด็บ โคเฮน-โจนส์ แพทย์หญิงในเมืองเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ว่าเป็นสัญญาณเตือน “ควีน” ใกล้สวรรคตนั้น

นาวาอากาศเอก(พิเศษ)นายแพทย์ ไพศาล จันทรพิทักษ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ ประธานคณะกรรมการฝ่ายแพทย์ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้ดำเนินรายการวิทยุHealth Road หรือเส้นทางสุขภาวะขอเรียนชี้แจงและให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องเพื่อความเข้าใจแก่ประชาชนคนไทยให้ได้รับทราบในกรณี “รอยเขียวคล้ำค่อนข้างดำ บริเวณผิวหนัง ด้านหลังพระหัตถ์ด้านขวาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ดังนี้

1.สาเหตุที่ทำให้เกิด

ลักษณะ “รอยเขียวคล้ำค่อนข้างดำ บริเวณผิวหนัง” ด้านหลังมือในคนทั่วไปพวกเราที่เป็นแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล สามารถพบเห็นได้ค่อนข้างบ่อย ในผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องให้สารน้ำ (น้ำเกลือ) หรือฉีดยา และแม้แต่การเจาะเลือดเพื่อเอาเลือดไปตรวจ ที่บริเวณหลอดเลือดดำที่ด้านหลังของมือ โดยเฉพาะผู้ที่สูงอายุ ที่หลอดเลือดอาจจะเปราะบางการใช้เข็มเจาะเข้าไปภายในหลอดเลือดเพื่อดูดเลือดออกมาเพื่อเอาไปตรวจหรือต้องคาเอาส่วนปลายเข็มไว้ในหลอดเลือดเพื่อฉีดยา หรือให้น้ำเกลือเป็นเวลานานๆ ก็ตาม ในบางครั้งอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีดังต่อไปนี้

– มีการซึมของเลือดในหลอดเลือดออกมาสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ขณะที่คาเข็มไว้ หรือภายหลังชักเข็มออกมาแล้วแต่ไม่ได้ใช้สำลีกดผิวหนังบริเวณนั้นให้นานพอ ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาทั่วๆ ไปที่ไม่เคยมีประวัติเลือดหยุดยากหรือในผู้สูงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่านที่รับประทานยาที่ต้านการเกาะกลุ่มของเลือดช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น เวลาชักเข็มออกแล้วเลือดจะหยุดยากกว่าคนทั่วๆ ไป จึงต้องกดด้วยสำลีสะอาดเอาไว้เป็นเวลานานพอทำให้เลือดไหลออกมาบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

– เข็มที่อยู่ในหลอดเลือดอาจเคลื่อนออกมาภายนอกหลอดเลือดทำให้เลือดไหลออกบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเป็นจำนวนมาก

– ในระหว่างการให้น้ำเกลือผู้ป่วยอาจมีการเคลื่อนไหวที่ข้อมือหรืออาจมีแรงดึงทำให้ส่วนต่อระหว่างเข็มกับสายน้ำเกลือหลุดออกจากกัน ทำให้มีเลือดไหลออกมาตามรูเข็มที่ยังคาอยู่ในหลอดเลือด บางครั้งเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากได้ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว เช่น เกิดเหตุการณ์นี้ยามค่ำคืนภายในห้องผู้ป่วย ซึ่งในกรณีนี้เลือดอาจจะไม่ได้ไหลออกมาบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

2.เกิดอะไรขึ้นหลังจากเลือดไหลออกมาบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

เลือดที่ออกมารอบหลอดเลือด และมาอยู่ในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง บริเวณหลังมือ ซึ่งไม่ได้อยู่ลึกไปจากผิวหนังมากนัก ในวันแรกอาจจะเห็นเป็นสีม่วงแดงที่ชาวบ้านเรียกว่า “ห้อเลือด” แต่เมื่อผ่านไปในเลือดที่ออกมามีเม็ดเลือดแดง ที่มีแตกตัวและมีสารฮีโมโกลบิน (มีส่วนผสมของเหล็กอยู่ด้วย) กระจายออกไปพร้อมกับที่เลือดกระจายออกไปใต้ผิวหนัง ซึ่งต่อมาก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็น
“สีม่วงคล้ำค่อนข้างดำ” ท่านอาจเคยสังเกตเห็นจากประสบการณ์ของท่านเองหรือ ขอยกตัวอย่างนักมวยหรือคนธรรมดาที่ถูกชกบริเวณคิ้วหรือเบ้าตา อาจทำให้เกิดอาการบวมรอบๆ ดวงตา จนบางครั้งบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีค่อนข้างดำ ซึ่งก็เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในทำนองเดียวกัน

3.ป้องกันไม่ให้เกิดได้อย่างไร?

จากข้อมูลในข้อ 1 และ 2 ท่านได้ทราบกลไกการเกิด “รอยเขียวคล้ำค่อนข้างดำบริเวณผิวหนัง” แล้ว ดังนั้น สิ่งที่ทุกท่านควรทำคือการใช้สำลีสะอาดกดให้นานพอ ภายหลังจากที่มีการเจาะหรือแทงด้วยเข็มเข้าไปในหลอดเลือด

4.รักษาให้หายได้อย่างไร?

“รอยเขียวคล้ำค่อนข้างดำบริเวณผิวหนัง” จะหายไปได้ด้วยการเร่งให้มีการดูดซึมสิ่งต่างๆ ที่เราเห็นกลับเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น การเอามือไปแช่ในน้ำอุ่น เพื่อให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดแดงเพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้มายังบริเวณนั้นให้มากขึ้น ก็จะมีการดูดซึมเอาสิ่งที่ทำให้เกิดสีเขียวคล้ำออกไปได้เร็วขึ้น ในบางกรณีแพทย์อาจมีการสั่งยาทา ยานวด เพื่อเร่งการดูดซึมกลับเข้าร่างกายก็อาจเป็นได้แต่โดยปกติแล้ว หากไม่ได้มีพื้นที่เขียวม่วงคล้ำมาก อาการดังกล่าวก็จะหายไปเอง หรือเพียงการแช่น้ำอุ่นก็เป็นการเพียงพอ

5.“รอยเขียวคล้ำค่อนข้างดำ บริเวณผิวหนัง” เป็นสัญญาณเตือนว่าผู้มีร่องรอยดังกล่าวว่าจะใกล้เสียชีวิต จริงหรือไม่?

จะขออนุญาตให้ความเห็นในกรณีทั่วไปว่าลักษณะ “รอยเขียวคล้ำค่อนข้างดำบริเวณผิวหนัง” เราสามารถพบเห็นได้อยู่เป็นปกติ เป็นประจำเป็นจำนวนมากในผู้ป่วยที่มารับบริการที่โรงพยาบาลและมีการใช้เข็มเจาะเข้าไปในหลอดเลือดดำโดยเฉพาะผู้ที่สูงวัย และหลายๆ ท่านที่อ่านบทความนี้ก็อาจจะมีประสบการณ์ได้ด้วยตัวเองมาแล้ว

ดังนั้น ตามข่าวและภาพข่าวการที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จออกมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ได้ทรงยืนทรงพระวรกายอย่างสง่างามและทรงแย้มพระสรวล ณ เวลาที่เสด็จออกมาในขณะนั้นไม่น่าจะสรุปว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงใกล้สวรรคตจากการได้เห็นเพียงแค่ “รอยด่างดำ” ที่พระหัตถ์ของพระองค์เพียงเท่านั้น ส่วนการที่ 2 วันต่อมาพระองค์เสด็จสวรรคตนั้น อาจจะมีสาเหตุอื่นอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งทางการแพทย์ในผู้ที่สูงวัยถึงประมาณ 96 ปี ย่อมอาจเกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้ในช่วงเวลาสั้นๆ อยู่แล้ว และการที่พระองค์ทรงได้รับการถวายการรักษาไม่ว่าจะเป็นการที่ทรงได้รับการถวายการเจาะพระโลหิตหรือการที่ทรงได้รับสารน้ำหรือน้ำเกลือจนทำให้ประชาชนทั่วไปเห็น “รอยด่างดำ” ที่พระหัตถ์ย่อมแสดงว่าพระองค์ทรงมีพระอาการประชวรอยู่ในระดับหนึ่ง การไม่มีข้อมูลที่ครบถ้วนที่ถูกต้องและด่วนสรุปอาจทำให้ประชาชนสับสนได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s