คนจีนรุ่นใหม่ไม่เสี่ยง ตัดค่าใช้จ่ายเซ่นพิษเศรษฐกิจชะงัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2505211

  • บรรดาคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน หันมาทำคอนเทนต์แนะนำเคล็ดลับในการประหยัดค่าใช้จ่ายกันมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการคนรุ่นใหม่ที่กังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
  • จากผลสำรวจของธนาคารกลางจีนพบว่ากว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของชาวจีน ต้องการจะตัดลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเงินให้มากที่สุด ทำให้ยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงอย่างมากหากเทียบกับช่วงก่อนโควิด
  • นโยบายคุมโควิดให้เป็นศูนย์ของจีน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดรวมการบริโภคลดลง ขณะที่การปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีของภาครัฐก็ส่งผลกระทบต่อแรงงานคนรุ่นใหม่จำนวนมาก
คนจีนรุ่นใหม่ไม่เสี่ยง ตัดค่าใช้จ่ายเซ่นพิษเศรษฐกิจชะงัก

21 ก.ย. 2565 08:00 น.

ก่อนที่จะมีการระบาดของโควิด-19 คนจีนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่ต่างวาดฝันถึงการมีรถใหม่ ห้องพักที่ใหญ่ขึ้น การใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่สบาย และการใช้วันหยุดพักผ่อน แต่หลังจากมีการระบาดของโควิด-19 ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ความคิดเหล่านี้ต่างพังทลาย และแนวคิดของคนยุคใหม่ในวัยราว 20-30 ปีก็เปลี่ยนไป โดยพวกเขามองว่าการประหยัดและเก็บเงินสดไว้ให้มากที่สุดคือสิ่งสำคัญ เพราะพิษโควิดทำให้ภาวะเศรษฐกิจในจีนผันผวนทั้งจากการคุมเข้มล็อกดาวน์ และเศรษฐกิจโลก ทำให้คนยุคใหม่จำนวนไม่น้อยต้องกลายเป็นคนตกงาน แม้แต่การทำเล็บก็กลายเป็นเรื่องสิ้นเปลือง

เทรนด์การประหยัดค่าใช้จ่าย ถูกโหมกระแสด้วยอินฟลูเอนเซอร์ในโลกโซเชียล ที่มีการโน้มน้าวให้คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตแบบโลว์คอสต์ หรือติดดิน โดยจะเลือกนำเสนอคอนเทนต์เกี่ยวกับเคล็ดลับในการประหยัดเงิน ซึ่งเทรนด์นี้ส่งผลอย่างมากต่อประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ที่กำลังพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการหดตัวในไตรมาสที่ 2 โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศจีนมีสัดส่วนถึงมากกว่าครึ่งหนึ่งของจีดีพี หรือมูลค่าผลผลิตมวลรวมในประเทศของจีน

คนจีนรุ่นใหม่ไม่เสี่ยง ตัดค่าใช้จ่ายเซ่นพิษเศรษฐกิจชะงัก

อินฟลูเอนเซอร์หญิงวัย 20 กว่าปี ในเมืองหางโจวทางตะวันออกของจีน ที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน ได้ทำคลิปเกี่ยวกับการประหยัดเงินออกมาต่อเนื่อง เพื่อเอาใจผู้ติดตามที่กำลังมองหาคอนเทนต์แนวนี้ โดยเธอเคยโพสต์คลิป ฮาวทู หรือคลิปจะทำมื้อค่ำอย่างไรในงบเพียง 10 หยวน โดยคลิปมีความยาวราว 1 นาทีที่เธอนำเนื้อปลาราคา 4 หยวน กับกุ้งแช่แข็ง 5 หยวน และผักอีก 2 หยวน มาผัดเข้าด้วยกัน มีคนเข้าไปดูเกือบ 400,000 ครั้ง

นอกจากนี้ยังมีการจัดกลุ่มสนทนาในโลกออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเก็บออมเงิน หรือการทำชาเลนจ์ใช้ชีวิตด้วยเงินเพียง 1,600 หยวน ใน 1 เดือน ในเซี่ยงไฮ้ เมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุด

เบนจามิน คาเวนเดอร์ ผู้อำนวยการการจัดการของ ซีเอ็มอาร์ กรุ๊ป (China Market Research Group) ระบุว่า ทางกลุ่มได้มีการเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคของจีนมากว่า 16 ปีแล้ว ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมายังไม่เคยพบสถานการณ์ที่น่ากังวลเกี่ยวกับผู้บริโภคกลุ่มอายุยังน้อยแบบนี้มาก่อน

ขณะเดียวกัน มาตรการคุมโควิดให้เป็นศูนย์ โดยเฉพาะการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด การคุมเข้มการเดินทาง และการตรวจคัดกรองเชื้อหมู่ ก็ยิ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาพรวมเศรษฐกิจ นอกจากนี้การที่รัฐบาลจีนไล่ปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อแรงงานคนรุ่นใหม่ไม่น้อย

คนจีนรุ่นใหม่ไม่เสี่ยง ตัดค่าใช้จ่ายเซ่นพิษเศรษฐกิจชะงัก

จากข้อมูลของรัฐบาลจีน พบว่า ตัวเลขการว่างงานของกลุ่มแรงงานอายุระหว่าง 16-24 ปี อยู่ที่เกือบ 19 เปอร์เซ็นต์ หลังจากพุ่งทำสถิติถึง 20 เปอร์เซ็นต์มาแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยแรงงานคนรุ่นใหม่ถูกกดดันให้ต้องปรับลดเงินเดือน ซึ่งจากการสำรวจภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะธุรกิจอีคอมเมิร์ซ พบว่า เงินเดือนเฉลี่ยของเมืองหลักๆ 38 เมืองของจีนลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งนี่ก็ทำให้คนทำงานรุ่นใหม่อยากเก็บออมเงินไว้ ดีกว่าจะใช้อย่างฟุ่มเฟือย

ในเดือนกรกฎาคมยอดค้าปลีกในจีนเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 2.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยฟื้นตัวมา 5.4 เปอร์เซ็นต์ในเดือนสิงหาคม แต่ยังนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึงเกือบ 7 เปอร์เซ็นต์ หากเทียบกับปี 2019 ก่อนที่จะมีการระบาดของโควิด-19

ขณะที่ผลการสำรวจโดยธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาพบว่าเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ของชาวจีนต้องการที่จะออมเงินมากขึ้น มากกว่าจะนำไปใช้จ่ายหรือลงทุน จากเมื่อ 3 ปีก่อนที่มีชาวจีนที่ต้องการออมเงินราว 45 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยภาคครัวเรือนมีการฝากเงินในบัญชีธนาคารใหม่เพิ่มมาถึง 10.8 ล้านล้านหยวนในช่วง 8 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นจาก 6.4 ล้านล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม้การเก็บออมเงินจะเป็นเรื่องที่ดี แต่นี่กลับสร้างความปวดหัวให้แก่ผู้วางนโยบายเศรษฐกิจของจีนที่มักจะพึ่งพาการบริโภคในประเทศในการหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยประเทศจีนเป็นประเทศเดียวในบรรดาประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อหวังที่จะกระตุ้นการเติบโต ขณะที่ธนาคารหลายแห่งมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อลดแรงจูงใจในการฝากเงิน และกระตุ้นให้นำเงินไปใช้จ่ายมากขึ้น โดยธนาคารกลางจีนคาดว่าเมื่อสถานการณ์การระบาดคลี่คลายลง การลงทุนและการใช้จ่ายจะเริ่มทรงตัวและปรับเพิ่มขึ้นในที่สุด

คนจีนรุ่นใหม่ไม่เสี่ยง ตัดค่าใช้จ่ายเซ่นพิษเศรษฐกิจชะงัก

จี้หวู่ เฉิน ศาสตราจารย์อาวุโสด้านการเงินแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง บิสซิเนส ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดแรงงานที่ยากลำบาก และแรงกดดันจากเศรษฐกิจขาลง คนรุ่นใหม่จะรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่มั่นคง โดยเฉพาะกับภาวะที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน
 
หยาง จุน หญิงชาวจีนวัย 28 ปี เล่าว่า เธอเคยเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโต ช่วงก่อนที่จะเกิดการระบาดของโควิด เธอเริ่มตั้งกลุ่มที่ชื่อว่า สถาบันวิจัยการบริโภคต่ำ เมื่อปี 2019 เพื่อเป็นช่องทางในการแชร์เคล็ดลับในการประหยัดเงินและขายต่อข้าวของที่ไม่จำเป็น เพื่อนำเงินมาใช้กับของที่จำเป็นกว่า เธอยอมรับว่าโควิดทำให้คนมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น ทำให้เธอไม่สามารถใช้เงินที่เธอหามาได้ทั้งหมด แล้วคิดว่าเธอจะหาได้เท่าเดิมในเดือนต่อไป โดยตอนนี้เธอตัดลดกาแฟสตาร์บัคที่เธอเคยดื่มเป็นประจำทุกวัน ทำให้เธอไม่มีหนี้หลงเหลือแล้ว ขณะที่สมาชิกอีกรายหนึ่งบอกว่า เธอเปลี่ยนยี่ห้อเครื่องสำอางจากแบรนด์หรูจิวองชี่ในยุโรปมาเป็นแบรนด์ในประเทศ ซึ่งราคาถูกกว่ายี่ห้อเดิมถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มนี้มีสมาชิกสนใจเข้าร่วมแล้วมากกว่า 150,000 คน สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้บริหารแบรนด์หรูแอลวีเอ็มเอช ที่เป็นเจ้าของจิวองชี่ และสตาร์บัคยอมรับว่า ตอนนี้ยอดขายของทั้ง 2 แบรนด์ในจีนลดต่ำลงอย่างมากในไตรมาสล่าสุด

แม้ว่าจนถึงตอนนี้จีนจะยังไม่ส่งสัญญาณใดๆ ว่าเมื่อไหร่จะยกเลิกนโยบายคุมโควิดให้เป็นศูนย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความมั่นคงยังนับเป็นกุญแจสำคัญสำหรับผู้วางนโยบายของจีนในปีนี้ โดยเฉพาะเมื่อนาย สี จิ้นผิงยังคงนำพาประเทศต่อไปเป็นสมัยที่ 3 เพราะทุกครั้งที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ผู้บริโภคจีนมักจะคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนออกมาอย่างรวดเร็ว แต่ความเชื่อมั่นของคนผู้บริโภครุ่นใหม่ในเวลานี้กลับรู้สึกถึงความไม่แน่นอน และมองไม่เห็นอนาคต จนทำให้การจะเดินหน้า หรือตัดสินใจทำอะไรต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว จนกว่าความเชื่อมั่นของพวกเขาจะกลับมาอีกครั้ง.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รอยเตอร์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s