LIFE & HEALTH : รู้จักโรคผิวหนังที่มากับหน้าฝน

LIFE & HEALTH :  รู้จักโรคผิวหนังที่มากับหน้าฝน

LIFE & HEALTH : รู้จักโรคผิวหนังที่มากับหน้าฝน

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.53 น.

หน้าฝนนี้ อากาศที่เย็นลงและความชื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุทำให้เชื้อโรคหลายชนิดสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งในแต่ละวันก็เจอสภาพอากาศที่แปรปรวนเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพและภูมิคุ้มกันของร่างกายเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เจ็บป่วยไม่สบายกันได้ง่ายๆ เพราะฤดูฝนนำมาซึ่งโรคต่างๆมากมาย ทั้งที่เกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง การติดเชื้อ หรือโรคที่มียุงเป็นพาหะ จึงต้องคอยระวังตัวเองให้ดี โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกทุกวันและมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่

ข้อมูลจาก พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงามโรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีความชื้นในอากาศสูง ทำให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้ง่ายมากๆ เช่น

1.ผื่นผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อรา

• โรคเกลื้อน ลักษณะเป็นผื่นวงกลมหลายวงมีขุยละเอียด สีแตกต่างกัน เช่น สีจาง ขาว แดง น้ำตาล หรือดำ มักเกิดบริเวณลำตัว เช่น หลัง หน้าอก ท้อง ไหล่ คอ และพบมากในผู้เล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาก และใส่เสื้อผ้าที่อับชื้น เนื่องจากความอับชื้นจะทำให้ติดเชื้อราได้ง่ายขึ้น

• โรคกลาก ลักษณะเป็นวงมีขอบเขตชัดเจน มีขุย เริ่มต้นด้วยอาการคัน ตามด้วยผื่นแดง
ต่อมาจะลามเป็นวงออกไปเรื่อยๆ และมักจะคันมากขึ้น ส่วนใหญ่จะพบในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น หนังศีรษะ รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า ดังนั้น ต้องดูแลรักษาความสะอาดร่างกายให้ดี เพราะบางครั้งกลากอาจจะติดจากการใช้ของร่วมกับคนที่เป็นโรค หรือติดจากสัตว์เลี้ยงก็ได้

2.ผื่นผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

มีลักษณะเป็นผื่นแดงแห้งๆ ออกน้ำตาล มักเกิดในบริเวณที่อับชื้นซึ่งเป็นบริเวณที่เหมาะสมของการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เช่น รักแร้ ขาหนีบ ฝ่าเท้า และซอกนิ้วเท้า โรคที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ โรคเท้าเหม็น(Pitted Keratolysis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณผิวหนังชั้นนอก มีอาการเท้าแห้งลอก เท้าจะเหม็นมากกว่าคนทั่วไป มีหลุม รูพรุนเล็กๆ บริเวณฝ่าเท้าและง่ามเท้า

3.โรคน้ำกัดเท้า

เกิดจากการระคายเคืองของผิวหนังจากความอับชื้น และสัมผัสสิ่งสกปรกต่างๆในบริเวณน้ำท่วมขังหลังเกิดฝนตก ทำให้เกิดผื่นตามเท้า และซอกนิ้วเท้า ในบางรายอาจมีอาการติดเชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

4.ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis)

เป็นโรคที่พบได้ทุกฤดู แต่มักจะมีอาการมากขึ้นหากอุณหภูมิและความชื้นของอากาศเปลี่ยนแปลงไป สังเกตได้ว่าจะมีผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมากที่บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา ซอกคอ

5.ผื่นผิวหนังอักเสบจากแมลง

ในฤดูฝนจะมีการเพิ่มจำนวนของแมลงหลากหลายชนิด เช่น ยุง หมัด ไร แมลงก้นกระดก หากโดนหรือสัมผัสเข้า อาจทำให้เกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบได้

หากมีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง หรือปรึกษาได้ที่โทร.02-7340000 อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและมีความชื้นสูงในช่วงหน้าฝนนี้ การดูแลผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผิวตามมา โดยมีวิธีการดูแลผิวง่ายๆ ดังนี้

• ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อาจติดอยู่บนผิวหน้า นอกจากนี้ ควรผลัดเซลล์ผิวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ไม่ให้ไปอุดตันรูขุมขน จนทำให้เกิดสิวและรูขุมขนกว้าง

• อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด หลีกเลี่ยงการโดนฝน ถ้าหากโดนฝนแล้วแล้วรีบอาบน้ำเพราะในน้ำฝนมีเชื้อโรค ฝุ่นละออง และสารเคมี เพื่อป้องกันการเกิดหวัด และการเกิดผื่นผิวหนังชนิดต่างๆ

• ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่ให้ผิวแห้งกร้าน โดยเลือกครีม
ชุ่มชื้นที่เหมาะกับผิวของเรา

• ทาครีมกันแดด ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูฝนที่ไม่ค่อยมีแดดจัด แต่รังสี UV และแสงสีฟ้ามีอยู่รอบตัว เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการปกป้องผิวจากรังสี UV จึงควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอทุกวัน เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอย กระ ฝ้า และรอยดำ บนใบหน้า

• ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการดื่มน้ำจะช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ผิวชุ่มชื้นแลดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งหยาบกร้านจนดูแก่กว่าวัย

ข้อมูลจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณโลหิตบริจาคทั่วประเทศ ยังไม่มีโลหิตเพียงพอในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ โรคธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป การชะลอและเลื่อนการรักษาด้วยโลหิต อาจส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วยถึงชีวิตได้ ขอเชิญท่านผู้ที่เคยบริจาคโลหิตหรือผู้มีสุขภาพดีที่ตั้งใจจะไปบริจาคโลหิตช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้ ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 02-2639600-99 เว็บไซต์ : http://www.blooddonationthai.com หากได้มีโอกาสบริจาคโลหิต จึงนับเป็นการช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตใหม่และกลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s