เกษตรฯเร่งเพิ่มรายได้ยั่งยืน ตั้งเป้าอาชีพปศุสัตว์สู่เกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/692769

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ให้เร่งเพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาอาชีพปศุสัตว์สู่เกษตรมูลค่าสูงตามหมุดหมายใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ทางสำนักงานปศุสัตว์ จ.เพชรบุรี จึงประชุมเรื่อง “การพัฒนาโคขุนโคนม โคพื้นเมืองและวัวลานกีฬาประเพณีวิถีไทย” ครั้งที่ 1 เพื่อพัฒนาการปศุสัตว์อย่างเป็นระบบและยกระดับรายได้ของเกษตรกร
ให้สูงขึ้น ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

นายอลงกรณ์กล่าวว่า เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคขุน โคนม และโคพื้นเมืองมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศ ถือเป็นฐานรายได้สำคัญของเกษตรกรจึงมีความพร้อมที่จะเดินหน้ายกระดับการพัฒนาแบบครบวงจร ภายใต้โครงการเพชรบุรีโมเดล ตั้งแต่ พันธุ์โค อาหารสัตว์ มาตรฐานฟาร์มการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) ฟาร์มปลอดโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) คอกกักมาตรฐานเอกชนสำหรับการนำเข้า การส่งออกและปลอดโรค FMD การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์ และการตลาดแบบออฟไลน์และออนไลน์ เช่น กรณีของพรีเมี่ยมบีฟ แปรรูปผลิตภัณฑ์จำหน่ายได้มากกว่า 30 ผลิตภัณฑ์เช่น สันนอก สเต็กแช่แข็ง ลิ้นแองกัสสไลด์แช่แข็ง เนื้อหมักกระเทียมพริกไทยเสียบไม้ โดยจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ และส่งไปจำหน่ายยังประเทศเมียนมา อีกด้วย หรือกลุ่มโคเพชรบุรี สามารถส่งโคไปภาคใต้สู่ตลาดมาเลเซีย เป็นต้น หากมีการยกระดับการพัฒนาจะเพิ่มศักยภาพเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายความสัมพันธ์การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย ด้านการเกษตรและปศุสัตว์ จะเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ให้กับเพชรบุรี ซึ่งเลี้ยงและจำหน่ายโคกว่า 140,000-150,000 ตัวต่อปี

พร้อมกันนี้จะพัฒนาวัวลาน ซึ่งเป็นกีฬาประเพณีวิถีไทยสู่มาตรฐานใหม่ให้สามารถแข่งขันได้สม่ำเสมอ รวมทั้งส่งเสริมวัวเทียมเกวียน ระดมพลคนปศุสัตว์ กลุ่มโค เพื่อผนึกความร่วมมือทุกภาคส่วนจึงเป็นก้าวใหม่ที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์ โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการจากทุกภาคส่วนเป็นกลไกการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“ขณะนี้เรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนและเกษตรกรสำคัญที่สุด ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนลำดับแรกที่ทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าสร้างอาชีพสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรของเรา ซึ่งต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากปุ๋ย
ยา อาหารสัตว์ ไฟฟ้า และน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และสงครามรัสเซีย-ยูเครน” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า จะมีการจัดประชุมการพัฒนาปศุสัตว์กลุ่มอื่นๆ เช่น ไก่เนื้อ ไก่ไข่ไก่สวยงาม ไก่ชน และสุกร ฯลฯ เช่นเดียวกับการพัฒนาอาชีพประมงที่จะประชุมกลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลุ่มประมงพื้นบ้าน กลุ่มประมงพาณิชย์ กลุ่มแปรรูปประมง กลุ่มพืชน้ำ ฯลฯ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s