ทันโลกทันเหตุการณ์กับแพทยสภา : การบาดเจ็บจากการวิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/692959

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การวิ่ง เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลกผลวิจัยพบว่าการวิ่งมีประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เช่น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ ช่วยเผาผลาญไขมัน ช่วยลดความเครียด เป็นต้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านักวิ่งจำนวนมากได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการฝึกซ้อมที่ผิดวิธี นักวิ่งจึงจำเป็นต้องรู้สาเหตุของการบาดเจ็บ การป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ รวมไปถึงวิธีการรักษาเบื้องต้น โดยการบาดเจ็บจากการวิ่งที่พบบ่อย ได้แก่

l กระดูกอ่อนข้อเข่าอักเสบ (Runner’s knee) เกิดจากความไม่สมดุลของแรงกล้ามเนื้อที่กระทำต่อลูกสะบ้า จะมีอาการเจ็บบริเวณด้านหน้าเข่า อาการมักเป็นมากขึ้นเวลาวิ่งขึ้นลงทางลาดชัน คุกเข่า หรือขึ้นลงบันได

l เอ็นต้นขาด้านข้างอักเสบ (Iliotibial band syndrome) มีอาการเจ็บบริเวณต้นขาและเข่าด้านนอก มักมีอาการเวลาวิ่งขึ้นลงทางลาดชัน อาการปวดมักหายไปเมื่อหยุดวิ่ง ยกเว้นในกรณีที่บาดเจ็บรุนแรง

l กล้ามเนื้อบริเวณหน้าแข้งอักเสบ (Shin splints) มีอาการปวดตื้อๆ ตรงบริเวณกระดูกหน้าแข้ง หรืออาจร้าวลงไปถึงบริเวณน่อง มักเกิดจากการวิ่งที่หักโหม หรือวิ่งบนพื้นที่แข็งเกินไป

l รองช้ำ (Plantar fasciitis) มีอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรือฝ่าเท้า อาการจะเป็นมากในก้าวแรกหลังตื่นนอนหรือนั่งนานๆ เมื่อเดินไปสักระยะอาการปวดจะเริ่มน้อยลง การเขย่งเท้าหรือเดินขึ้นบันไดอาจทำให้มีอาการปวดมากขึ้นได้

l กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอักเสบ (Hamstring strain) มีอาการเจ็บแปล๊บบริเวณด้านหลังต้นขา ถ้าบาดเจ็บรุนแรงอาจมีบวมหรือช้ำได้

l เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinitis) มีอาการเจ็บ บวม แดง บริเวณเอ็นร้อยหวาย อาการเจ็บอาจร้าวขึ้นไปถึงบริเวณน่องได้

วิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่ง

l อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่ง (Warm up) ผ่อนคลายร่างกายหลังวิ่ง (Cool down) และยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอ ทั้งก่อนและหลังวิ่ง

l ค่อยๆ เพิ่มระยะทางและความเร็วที่ใช้ในการวิ่ง ไม่เพิ่มความเร็วเกินกำลัง

l ไม่วิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ หรือทางที่ลาดชันจนเกินไป

l ไม่สวมรองเท้าวิ่งที่พื้นแข็งจนเกินไป และแนะนำให้เปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่ทุกๆ 350-500 ไมล์

l ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ กรณีที่วิ่งนานเกิน 1 ชั่วโมงหรือมีเหงื่อออกมาก ควรเพิ่มการดื่มน้ำเกลือแร่ชดเชย

l ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ

การรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นแบบ POLICE

P: Protection คือ การป้องกันบริเวณที่บาดเจ็บ ไม่ให้มีการบาดเจ็บเพิ่มขึ้น อาจใช้เครื่องช่วยพยุง หรือที่รัดประคองบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ

OL: Optimal loading คือ การลงน้ำหนักบริเวณที่บาดเจ็บอย่างเหมาะสม

I: Ice compression คือ การประคบเย็น ใช้เจลเย็น หรือถุงใส่น้ำแข็งห่อผ้าขนหนู ประคบบริเวณที่มีอาการบาดเจ็บ ครั้งละ 10-15 นาที

C: Compression คือ การใช้ผ้ายืดพันรัดบริเวณที่บาดเจ็บ

E: Elevation คือ การยกบริเวณที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อลดอาการบวม

ลักษณะอาการบาดเจ็บที่ควรไปพบแพทย์

l มีอาการปวดรุนแรง บวม แดง หรือช้ำ บริเวณที่มีการบาดเจ็บ

l ไม่สามารถเดินลงน้ำหนักบริเวณที่มีการบาดเจ็บได้

พญ.นิกษา ทนงศักดิ์มนตรี ผู้เขียน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s