‘วิศวศึกษาเอเชียแปซิฟิก’ยกระดับหลักสูตร ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693232

‘วิศวศึกษาเอเชียแปซิฟิก’ยกระดับหลักสูตร  ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต

‘วิศวศึกษาเอเชียแปซิฟิก’ยกระดับหลักสูตร ตอบโจทย์พัฒนาประเทศ-หนุนเรียนรู้ตลอดชีวิต

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวศึกษาในเอเชียตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้และเอเซียแปซิฟิก (Association for Engineering Education in Southeast and East Asia and the Pacific: AEESEAP) จัดงานประชุมซัมมิทผู้นำวิศวศึกษา และงานประชุมวิศวศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (AEESEAP Annual Summit 2022 and Asia Pacific Engineering Education Symposium 2022) ณ โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท และผ่านระบบออนไลน์

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน กล่าวว่า ประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจสู่ Thailand 4.0 โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ วิศวกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัย มุ่งเน้น 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยบนแนวทาง Bio-Circular-Green Economy ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การแพทย์และการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ, การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อาหารเพื่ออนาคต, วิทยาการหุ่นยนต์,

การบินและการขนส่ง, เชื้อเพลิงชีวภาพและชีวเคมี, อุตสาหกรรมดิจิทัล, ศูนย์การแพทย์ครบวงจร, อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และอุตสาหกรรมการพัฒนาบุคลากร-การศึกษา ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยต้องการวิศวกรและบุคลากรจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการคิดค้นนวัตกรรมและรองรับความเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมาย วิศวศึกษา (Engineering Education) จึงต้องปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจเพื่อสร้างทักษะความสามารถและความพร้อมให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่และคนทำงาน

“งานประชุม AEESEAP 2022 นับเป็นการผนึกกำลังของไทยและประชาคมเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งจะเป็นโยชน์ต่อการยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ตัวอย่างความสำเร็จของมหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณะวิศวะมหิดล ที่ได้รับการรับรองระดับสากลจาก ABET สหรัฐอเมริกา ถึง6 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ จะเป็นโมเดลถ่ายทอดประสบการณ์นำพามหาวิทยาลัยอื่นๆ ของไทยได้ก้าวไปด้วยกัน” อดีต รมว.อว. กล่าว

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ ประธานสมาคมวิศวศึกษาในเอเชียตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียแปซิฟิก (AEESEAP) และ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประชาคมภูมิภาคเอเชียครอบคลุมกว่า 30 ประเทศ ขณะที่สมาคม AEESEAP ซึ่งก่อตั้งในปี 1973 จากการประชุม UNESCO ให้ความสำคัญต่อบทบาทของวิศวศึกษา (Engineering Education)ในการสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าและความยั่งยืน

โดยบทบาทของสมาคมฯ ตลอดระยะเวลา 49 ปี มุ่งส่งเสริมการพัฒนาวิศวศึกษาของเอเชียให้ก้าวทันโลกและตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม วัตถุประสงค์การจัดประชุม AEESEAP 2022 นี้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเวทีแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม รวมถึงประมวลองค์ความรู้ใหม่ๆ

ตอบโจทย์การบ่มเพาะบุคลากรที่ตรงตามความต้องการด้านความสามารถทางวิศวกรรมศาสตร์ในการพัฒนาประเทศและภูมิภาคโลกร่วมกัน ตลอดจนสร้างเสริมเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการในระดับภูมิภาคเอเชีย โดยมีวิทยากรจากนานาประเทศ พร้อมด้วยคณะกรรมการ AEESEAP จากออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เข้าร่วมงาน

ในงานประชุม AEESEAP 2022 ทางประเทศออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้เห็นถึงตัวอย่างของ ความร่วมมือระหว่างภาควิชาการกับภาคอุตสาหกรรม ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ทำให้การพัฒนาวิศวศึกษา และบ่มเพาะวิศวกรก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ หลังวิกฤตโควิด-19 โลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีพลิกผันรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Ai, บล็อกเชน, Big Data, IoT, หุ่นยนต์และระบบออโตเมชั่น, โดรน, VR/AR เชื่อมต่อกัน

จึงต้องโฟกัสที่ “ผู้ใช้” คือ ภาคอุตสาหกรรม และ “ผู้เรียน” คือ นักศึกษาใหม่และคนทำงาน ความท้าทายของวิศวศึกษา คือ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็วธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ จึงต้องการวิศวกรที่มีคุณภาพ ความสามารถในทักษะทั้งด้านวิศวกรรมและ Soft Skills ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา ผ่าฟันอุปสรรค นับเป็นคุณค่าแก่การเรียนรู้และเรียนลัดของประเทศต่างๆ ในการพัฒนาบุคลากรสร้างวิศวกรคนรุ่นใหม่

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวต่อไปว่า แนวโน้มของวิศวศึกษาในอนาคต จะมุ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับปริญญาน้อยลง โลกคือห้องเรียน ผสมผสานการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นทั้งแพลตฟอร์ม Tele-Education และห้องเรียน เนื่องจากวิศวศึกษาต้องการการฝึกฝน ทักษะปฏิบัติและมีการทดลองในห้องปฏิบัติการ ด้านการพัฒนาหลักสูตรจะเน้นการต่อยอดนวัตกรรม ความเป็นผู้นำ การประยุกต์ใช้ได้จริงจริยธรรมของวิศวกร บนพื้นฐานวิศวศึกษาที่ยั่งยืน (Sustainibility)

ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยให้ความสำคัญยิ่งในการยกระดับวิศวศึกษาสู่มาตรฐานโลก เช่น ประเทศไทยใช้มาตรฐาน ABET จากสหรัฐอเมริกา ขณะที่อีกหลายประเทศใช้มาตรฐาน Washington Accord ทั้งมีการศึกษาและนำร่อง “ธนาคารหน่วยกิต” หรือระบบ “Micro Credential” เพื่อการศึกษาตลอดชีวิตของประชากรทุกช่วงวัย (Lifelong Learning) ส่วนเทคโนโลยีการศึกษาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้ยุคใหม่ อาทิ การจำลองภาพเพื่อการเรียนรู้ (Immersive Education) การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Practise- Based Learning)

ควบคู่กับการจัดพื้นที่ให้เมคเกอร์คนรุ่นใหม่และสตาร์ทอัพได้คิดค้นต่อยอดนวัตกรรม รวมทั้งความร่วมมือด้านห้องปฏิบัติการข้ามมหาวิทยาลัยและข้ามประเทศ ตลอดจนพัฒนาเอสเอ็มอีโลกาภิวัฒน์ ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลั่งไหลเข้ามาสู่ “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC” ทำให้ความต้องการแรงงานทักษะสูงในระดับต่างๆ ของ ช่วง 5 ปี (ค.ศ.2021-2025 หรือ พ.ศ.2564-2568) ทั้งวิศวกรและบุคลากรพุ่งสูงถึง 564,176 คน และ EEC จะเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศไทย

“การผนึกกำลังของสมาคม AEEASEAP และสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิก 64 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จะทำให้หลักสูตรวิศวศึกษาและการผลิตบุคลากรทุกระดับตอบโจทย์ความเป็นจริง เป็นไปในทิศทางสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว

รศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ รองคณบดีฝ่ายการจัดการทุนมนุษย์และองค์กรสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงความสำเร็จที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยกระดับ 6 หลักสูตรสู่มาตรฐานโลกโดยได้รับการรับรองจาก ABET สหรัฐอเมริกา (Accreditation Board for Engineering and Technology) นั้น ใช้เวลาเตรียมการ 4 ปีเศษ นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมากที่สุดถึง 6 หลักสูตร ป.ตรี

คือ วิศวกรรมเคมี วิศกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมชีวการแพทย์ วิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้เรียนและการเคลื่อนย้ายแรงงาน วิศวกรไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกสามารถไปศึกษาต่อหรือทำงานได้ทั่วโลก อีกทั้งส่งผลดีต่อความน่าเชื่อถือในสถาบันการศึกษา ประเทศชาติ และประชาคมโลก

“ระบบ ABET ให้การรับรองคุณภาพการศึกษาโดยพิจารณาจาก 1.หลักสูตร มีการบริหารจัดการและบรรลุวัตถุประสงค์ 2.วัตถุประสงค์หลักสูตร ตามแนวทาง Outcome Based Education 3.ผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนและผลลัพธ์อย่างมีหลักฐานเชิงประจักษ์ 4.หลักสูตรมีการพัฒนาต่อเนื่อง 5.ข้อกำหนดหลักสูตร การวัดผลและการขอรับการประเมิน” รศ.ดร.ธนภัทร์ ระบุ

รศ.ดร.ธนภัทร์ ยังกล่าวอีกว่า มีมหาวิทยาลัยของไทยหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มาเยี่ยมชมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล และหารือถึงวิธีการเตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จในการขอรับรองมาตรฐาน ABET ซึ่งทางคณะฯ ยินดีถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s