Pomelo หนุนแบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตหลังโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694107

Pomelo หนุนแบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตหลังโควิด-19

Pomelo หนุนแบรนด์แฟชั่นไทยเติบโตหลังโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Pomelo แพลตฟอร์มแฟชั่น Omnichanel ชั้นนําของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่งมอบมากกว่าสไตล์และแฟชั่น ตั้งแต่การกลับมาของการช้อปออฟไลน์ไปจนถึงการสนับสนุนแบรนด์ไทยในอุตสาหกรรมแฟชั่น โดย Pomelo ได้นำเทรนด์หลังยุคโควิด-19 มาปรับใช้ในกลยุทธ์ทั้งสำหรับธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้า ธุรกิจแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซแหล่งรวมแบรนด์ไลฟ์สไตล์ และธุรกิจ Prism แบรนด์โซลูชั่น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในช่วงปีที่ผ่านมา ธุรกิจทั่วภูมิภาคได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาด ทำให้ Pomelo เล็งเห็นความสำคัญในการสร้างโอกาสให้แบรนด์ในภูมิภาคผ่านการช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงและค้นพบแบรนด์ต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้น โดยปัจจุบัน 75% ของแบรนด์ในแพลตฟอร์ม Pomelo เป็นแบรนด์ไทย อาทิ Merge, Two Twice หรือ Vinn Patararinซึ่งได้เข้าร่วมบนแพลตฟอร์มในปี 2022 นี้นอกจากนี้ Pomelo ยังหนุนแบรนด์ไทยต่างๆ ผ่านแคมเปญทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็น  Rising Star Week หรือ Brand Festและในปีหน้า Pomelo มีแผนที่จะสานต่อความมุ่งมั่นในการสนับสนุนคอมมิวนิตี้ผ่านโครงการพัฒนานักศึกษาจบใหม่สู่การเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่

นอกจากนี้ Pomelo ยังเน้นทิศทางสินค้าของแบรนด์ให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์หลังโควิด-19 โดยแบรนด์ได้มองเห็นการเติบโตของกลุ่มสินค้าหมวด workwearที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าภายในหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการเปิดประเทศบวกกับนโยบายการกลับมาทำงานที่ออฟฟิศทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปนี้ Pomelo จึงมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าหมวด workwear ที่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์แบบ #PomeloGirls

ขณะที่ E-Commerce เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงวิกฤตโรคระบาด ภายหลังโควิด-19 เรากลับเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าในกลุ่ม Gen Z (อายุ 19-24 ปี) ที่กลับมาช้อปปิ้งที่หน้าร้านมากขึ้น โดยปัจจุบัน 78% ของลูกค้า Gen Z ของแบรนด์ Pomelo กำลังช้อปปิงผ่านช่องทางออฟไลน์ที่ตอบโจทย์ประสบการณ์การสัมผัสและทดลองสวมใส่สินค้า โดย Pomelo เชื่อว่าโมเดลแบบมีหน้าร้าน หรือ brick-and-mortarจะต้องพัฒนาและปรับตัว แต่จะไม่สูญหายไปและยังคงมีความสำคัญต่อวงการค้าปลีก ทำให้ Pomelo มุ่งพัฒนาประสบการณ์แบบ omnichannel ให้แก่ลูกค้าผ่านบริการเหนือระดับอย่าง Tap.Try.Buy ที่เชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

นอกจากนี้ Pomelo ได้เล็งเห็นว่าโควิด-19 ได้สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มลูกค้า โดยสินค้าที่ทำจากวัสดุรักษ์โลกและผ่านกระบวนการเป็นมิตรต่อโลกนั้น คิดเป็นสัดส่วน 5.6% ของสินค้าทั้งหมดที่ลูกค้าเข้าชมผ่านช่องทางออนไลน์ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเปรียบเทียบกับสัดส่วนเพียง 0.8% ในเดือนตุลาคม ปี 2563 ซึ่งเทรนด์นี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของ Pomelo ที่มุ่งเพิ่มกลุ่มสินค้าที่สนับสนุนความยั่งยืนเป็นสัดส่วน 40% ของสินค้าทั้งหมดของแบรนด์

อย่างไรก็ตาม วิกฤตโรคระบาดได้ทำให้ธุรกิจและคอมมิวนิตี้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น อีกทั้ง ยังเผยให้เห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีการร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรทางกลยุทธ์ ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นขนาดเล็กได้เติบโตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ในขณะที่ลูกค้าเองก็จะได้เข้าถึงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอบรับต่อเทรนด์การกลับมาของการช้อปปิ้งออฟไลน์ Prism ได้จัดตั้งโปรแกรม“Site to Store” เพื่อมอบโอกาสให้อินสตาแกรม แบรนด์ ได้มีพื้นที่ออฟไลน์ในหน้าร้านของ Pomelo และได้เติบโตผ่านการตลาดแบบ omnichannel  ที่แข็งแรงในโลกหลังโควิด-19

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s