หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมสู้ทุกเงื่อนไขตาม ‘มติศาลรัฐธรรมนูญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537579

30 พ.ย. 2565

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมสู้ทุกเงื่อนไขตาม 'มติศาลรัฐธรรมนูญ'

พรรคเสรีรวมไทย พร้อม ‘เลือกตั้ง’ ทุกเงื่อนไข ไม่ว่ามติศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมายเลือกตั้งส.ส. จะออกมาแบบไหนก็ตาม

พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์  เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่สนใจว่า มติศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดร่างกฏหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้อย่างไร เพราะไม่สามารถเดาทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าผลวินิจฉัยชี้ขาดที่ออกมาอาจจะเป็นประโยชน์ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และไม่ว่าผลการวินิจฉัยออกมาอย่างไรพรรคการเมืองแต่ละพรรคก็ต้องไปสู้กันในสนามเลือกตั้ง 

หากศาลชี้ว่าต้องเป็นสูตรหารด้วย 500 พรรคเสรีรวมไทยจะไม่มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง แต่อย่างน้อยพรรคตั้งใจที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ครบทุกเขต 400 เขต แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่รู้จักผู้สมัครของพรรคเสรีรวมไทย ด้วยเป็นพรรคใหม่และยังไม่มีอะไรเป็นที่ดึงดูด ส.ส.เก่า อย่างพรรคการเมืองอื่น

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ไม่กังวลว่าจะเกิดสุญญากาศทางการเมืองหากศาลชี้ว่าร่างฯขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพียงว่า การหารด้วย 100 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็ต้องส่งให้รัฐสภาพิจารณากันใหม่ หากรัฐสภาพิจารณาไม่ทัน รัฐบาลก็ออกพระราชกำหนดในการเลือกตั้งแทน มองว่าอาจจะเป็นแนวนี้ก็เป็นได้

“สู้ได้ก็ต้องส่งผู้สมัครอย่างน้อยให้เค้าไปเฝ้าป้ายก็ยังดี ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวป้ายพรรคเสรีรวมไทย ถูกเผา ถูกกรีด คุณไม่เห็นก็เลยอาจจะไม่ได้เลือกพรรคเสรีรวมไทย คิดว่าพรรคเสรีรวมไทยไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งจึงต้องส่งให้ครบ ถึงแม้ไม่ได้ ส.ส.เขต ก็ยังได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อ” พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์กล่าว

‘เฉลิมชัย’สั่งกรมชลฯจัดสรรน้ำฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695169

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน วางแผนจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2565/66 ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำโดยจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นอันดับแรก เพื่อรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และอุตสาหกรรม ตามลำดับ พร้อมวางแผนเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือกว่า 5,382 หน่วย เฝ้าระวังในจุดเสี่ยงขาดแคลนน้ำ ที่สำคัญได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เกษตรกรและประชาชนรับทราบ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ ตาม 10 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2565/2566 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบ

ด้านนายประพิศกล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูแล้งของพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งภาคกลาง ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ที่ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน ได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยใน 16 จังหวัดภาคใต้ ทั้งหมด 90 จุด พร้อมจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ เข้าประจำพื้นที่เสี่ยง รวม 1,189 หน่วย เพื่อให้สามารถเข้าแก้ไขสถานการณ์น้ำได้ทันที รวมทั้งเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับการเก็บกัก ตลอดจนดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 63,845 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ 39,896 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 76 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดีขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 2565/2566 ทั้งประเทศไปแล้ว 1,659 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 6 ของแผนฯ

เกษตรฯจัดเต็มสินค้า ใช้คาแรกเตอร์ชูอัตลักษณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695171

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน Agriproducts X Character Market “ตลาดนัดสินค้าเกษตร X คาแรกเตอร์” ที่ลานตลาดน้ำ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) โดยมี นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร นายปิยวุฒิ วิหงษ์ ผอ.ฝ่ายธุรกิจเกษตร อ.ต.ก.และคณะ เข้าร่วม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีอัตลักษณ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางด้านการตลาดให้กับเกษตรกรและสินค้าเกษตร ช่วยในการทำประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และเป็นการส่งเสริมและสร้างช่องทางในการนำคาแรกเตอร์ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม พัฒนาเกษตรกร/ผู้ประกอบการ ส่งเสริมให้เกิดการนำกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สนับสนุนเพื่อให้เกิดการใช้งานคาแรกเตอร์กับสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนทั่วประเทศ โดยภายในงานจะมีการคัดเลือกคาแรกเตอร์มาจัดแสดง และนำสินค้าเกษตรที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่ปรับใช้คาแรกเตอร์เพื่อเพิ่มมูลค่า และสินค้าชุมชนกว่า 28 พื้นที่ทั่วประเทศ

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ได้ดำเนินตามยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” และนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่มุ่งพัฒนาการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลกรวมทั้งยกระดับสู่เกษตรมูลค่าสูงตามหมุดหมายใหม่ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในรูปแบบคาแรกเตอร์มาเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์และสถาบันเกษตรกร รวมทั้งการส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตรรุ่นใหม่ ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมลิขสิทธิ์นานาชาติ หรือ LIMA ระบุว่า สำหรับปี 2564 ภาพรวมของสินค้าและบริการที่นำเอาลิขสิทธิ์ของผลงานสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ มาใช้ในโลก มีมูลค่าสูงถึง 315.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นมาจากปี 2019 ร้อยละ 7.75 แม้จะเป็นช่วงที่มีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกก็ตาม

นอกจากนี้มูลค่าของค่าลิขสิทธิ์ผลงานสร้างสรรค์ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 โดยมีมูลค่าราว 17.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาแรกเตอร์เป็นประเภทผลงานสร้างสรรค์ที่มูลค่าสูงสุดถึง 129.9 พันล้านเหรียญ หรือคิดเป็นร้อยละ 41 ของผลงานสร้างสรรค์ทุกประเภท เนื่องจากคาแรกเตอร์มีจุดเด่นที่สามารถนำเอาไปใช้ได้ง่าย และเข้าถึงผู้บริโภคได้หลายวิธี ส่วนในประเทศไทยมีมูลค่าการใช้คาแรกเตอร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกราวร้อยละ 20 (ร้อยละ 62 ของมูลค่ารวมโดยประมาณ) ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ส่งเสริมการขายและการตลาดของภาคธุรกิจในสินค้าหลายประเภทที่จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ

กรมประมงปลื้ม คว้ารางวัลเลิศรัฐ บริหารมีส่วนร่วม ติดท็อปเทนดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695167

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้มอบรางวัลเลิศรัฐ ให้กับหน่วยงานที่มีความเป็นเลิศในการยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐ นับตั้งแต่ปี 2556-2565 ซึ่งกรมประมง ติด 1 ใน 10 หน่วยงานที่ได้รับรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมมากที่สุด ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงสุด แสดงให้เห็นถึงการทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เป็นที่ไว้วางใจและเป็นพึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจของบุคลากรกรมประมง ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยทุกวิกฤต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารและบุคลากรของกรมประมง ได้นำการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมมาถือปฏิบัติตั้งแต่อดีต มีการกำหนดกลไก แนวทางที่เอื้อให้เครือข่าย ทั้งภายในและภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ต่อมามีการผลักดันกฎหมายรองรับตามที่ปรากฏใน พ.ร.ก. การประมง 2558 มาตรา 25 ที่กำหนดให้กรมประมงสนับสนุนการมีส่วนร่วม ของชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดทำนโยบาย สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มและจัดให้มีการขึ้นทะเบียนองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นให้คำปรึกษาแก่ชุมชนประมงท้องถิ่นในการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมทั้งช่วยเหลือและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและเผยแพร่ความรู้หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการจัดการ การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรสัตว์น้ำ

ชลประทานยันแผ่นดินไหว ไม่กระทบเขื่อนแม่ฮ่องสอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/695168

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำนักสำรวจด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา ได้เข้าตรวจสอบค่าอัตราเร่งสูงสุดที่สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในพื้นที่ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ภายหลังเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 3.8 ที่ความลึก 7 กิโลเมตร จากการตรวจสอบพบว่า ความเร่งสูงสุดที่ตรวจวัดได้มีค่าเท่ากับ 0.0001558g (ความเร่งสูงสุดที่ใช้ในการออกแบบเขื่อนเพื่อรองรับแผ่นดินไหวมีค่าไม่น้อยกว่า 0.2 g) ซึ่งในเบื้องต้นเขื่อนที่อยู่ในความรับผิดชอบบริเวณใกล้เคียง ได้แก่อ่างเก็บน้ำแม่สอดตอนบน อ.แม่สอด จ.ตาก และ อ่างเก็บน้ำแม่สรวย จ.เชียงราย ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ออกแบบเขื่อนทุกแห่ง ให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวไว้ด้วยค่าที่สูงสุดของความเสี่ยงในพื้นที่ประเทศไทย นอกจากนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบและติดตามข้อมูลทางสถิติของค่าความเร่งสูงสุดที่เกิดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อนำมาประเมินเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นรวมทั้งแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเขื่อน เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อน มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อนตลอดเวลา

LIFE & HEALTH : รู้จักกับการระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695108

LIFE & HEALTH : รู้จักกับการระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัด

LIFE & HEALTH : รู้จักกับการระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัด

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.10 น.

ไม่มีใครอยากจะเจ็บป่วยไม่สบายถึงขั้นเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยเฉพาะการผ่าตัด อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ก็มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ โชคดีที่ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้นมาก อีกทั้งแพทย์และทีมงานทางการแพทย์ของไทยก็มีความรู้ความชำนาญในการรักษาโรคได้ดีมาก จนประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในเรื่องของการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข

โดยทั่วไปแล้ว การผ่าตัดส่วนใหญ่ นอกจากแพทย์ผ่าตัดแล้ว ยังมีแพทย์ที่ช่วยระงับความรู้สึกระหว่างผ่าตัด และร่วมดูแลไปถึงหลังผ่าตัดโดยเฉพาะดูแลจัดการเรื่องของความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ซึ่งก็คือวิสัญญีแพทย์ นั่นเอง

ข้อมูลจาก พญ.ดลชนก สิริโภคารักษ์ วิสัญญีแพทย์ รพ.เวชธานี แนะนำการเตรียมตัวก่อนที่จะเข้าระงับความรู้สึกก่อนผ่าตัดในโรงพยาบาล สิ่งแรก คือ ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการทุกท่านจะต้องเข้ารับการประเมินร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ซักประวัติ ตรวจร่างกาย เจาะเลือด เอกซเรย์ปอด หรือผู้ป่วยบางคนจำเป็นต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจร่วมด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนเข้ารับการผ่าตัด หากผู้ป่วยคนไหน มีโรคประจำตัว หรือ พบภาวะผิดปกติของร่างกาย ก็จะมีการร่วมปรึกษาแพทย์เฉพาะทางสาขานั้นๆ เพื่อช่วยดูแลให้พร้อมก่อนผ่าตัด ทั้งร่างกายและจิตใจ

วันที่ผ่าตัดจะต้องเตรียมตัว ดังนี้

1.ถ้าเป็นการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน สิ่งสำคัญเลยคือ จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย8 ชั่วโมง เพื่อลดอุบัติการณ์ของการสำลักอาหารเข้าปอดระหว่างการผ่าตัด

2.วิสัญญีแพทย์จะเข้าไปเยี่ยมเพื่อซักประวัติ ตรวจร่างกายผู้เข้ารับการผ่าตัดอีกรอบ และแนะนำทางเลือกในการระงับความรู้สึก ในปัจจุบันนี้มี 3 วิธีการหลักคือ

a.การให้ยานอนหลับทางหลอดเลือดดำ วิธีการนี้มักใช้ในการผ่าตัดที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน และการผ่าตัดขนาดเล็ก เช่น การส่องกล้องทางเดินอาหาร การขูดมดลูก การผ่าตัดล้างแผลขนาดเล็ก เป็นต้น

b.การระงับความรู้สึกแบบฉีดยาชาเฉพาะส่วน ได้แก่ การบล็อกหลัง การฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาทที่เลี้ยงบริเวณผ่าตัด เช่น การผ่าตัดแขน ก็สามารถใช้วิธีการฉีดยาชาที่เส้นประสาทที่เลี้ยงแขนนั้นโดยใช้อัลตราซาวนด์ เป็นต้น วิธีการนี้ มักใช้ในการผ่าตัดระยางค์แขน ขา หรือ ช่องท้องส่วนล่าง การผ่าตัดคลอด วิธีนี้มักนิยมกันมากในปัจจุบัน เนื่องจากค่อนข้างปลอดภัย ทำผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ช่วยเรื่องการปวดหลังผ่าตัดได้ดี ลดความเสี่ยงที่ต้องดมยาสลบ ลดอุบัติการณ์การแพ้ยาดมสลบ แต่ถ้าผู้เข้ารับการผ่าตัดที่กังวลและกลัวมาก สามารถขอฉีดยานอนหลับระหว่างผ่าตัดได้

c.การดมยาสลบ มักใช้กับการผ่าตัดใหญ่ ระยะเวลานาน หรือในผู้ป่วยที่มีข้อห้ามในการบล็อกหลัง หรือฉีดยาชาที่เส้นประสาท หรือคนที่มีประวัติแพ้ยาชา แต่การดมยาสลบนี้ หลังฟื้นตัวจากการดมยาสลบ จะมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนได้

ทั้งนี้ หากผู้ป่วยต้องการทราบว่า การระงับความรู้สึกของตนเองจะเป็นแบบใด หรือ ต้องการระงับแบบใด สามารถสอบถาม ปรึกษากับวิสัญญีแพทย์ได้เลย

3.การให้ผู้ป่วยรู้จักการประเมินความปวด ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด เพื่อหลังผ่าตัดจะได้ประเมินการปวดได้อย่างถูกต้อง

สำหรับการประเมินความปวดหลังผ่าตัด มีหลายวิธีขึ้นกับประเภทของผู้ป่วย อายุ ความสามารถในการสื่อสาร แต่ที่นิยมในปัจจุบันคือ Numeric rating scale จะบอกความปวด เป็นตัวเลขตั้งแต่ 0-10 ถ้า 0 คือไม่ปวดเลย 1-3 ปวดน้อย 4-6 ปวดปานกลาง 7-10 ปวดมาก หรือ จะให้ผู้ป่วยอธิบายโดยใช้คำพูดง่ายๆ หรือใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า verbal descriptor scale แบ่งเป็น 4 ระดับ ในกรณี ที่ผู้ป่วยไม่เข้าใจการให้คะแนนเป็นตัวเลข ได้แก่ ไม่ปวด, ปวดน้อย, ปวดปานกลาง, ปวดมาก ซึ่งหากผู้ป่วยมีคะแนนปวดตั้งแต่ 4 ขึ้นไป หรือปวดปานกลางขึ้นไป ให้แจ้งกับทีมพยาบาล เพื่อให้ยาแก้ปวดเพิ่มเติม ผู้ป่วยไม่ควรต้องทนปวด หากจัดการกับความปวดไม่เหมาะสม นั้น จะส่งผลเสียต่อร่างกายทุกระบบ ได้แก่ ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงไม่กล้าลุกเดิน ผู้ป่วยฟื้นตัวช้า ปอดแฟบ เป็นต้น

วิธีการระงับความปวด ปัจจุบันนิยมให้การระงับปวดแบบผสมผสาน (Multimodal analgesia) จะใช้วิธีการระงับปวดแบบฉีดยาชาเฉพาะส่วน ร่วมกับยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำอย่างน้อย 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อลดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ เช่น มอร์ฟีน, ทรามาดอล เป็นต้น เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะท้องอืด ท้องผูก ซึ่งอาการเหล่านี้มีผลให้ผู้ป่วยฟื้นตัวช้าขึ้นได้

หลากหลายวิธีการระงับการปวด

ในปัจจุบันมีวิธีการระงับการปวด อยู่หลายวิธี เช่น

1.การฉีดยาชา ไม่ว่าจะเป็นศัลยแพทย์ฉีดยาชาบริเวณผ่าตัดหรือ วิสัญญีแพทย์ ฉีดยาชาเฉพาะส่วนบริเวณโพรงประสาทที่เลี้ยงบริเวณที่ผ่าตัด วิธีนี้นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน สามารถลดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ได้อย่างชัดเจน และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว

2.การให้ยาแก้ปวดทางหลอดเลือดดำ เช่น ยากลุ่มที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ หรือ NSAIDs, ยาพาราเซตามอล และยา Nefopam เป็นต้น

3.การให้ยาแก้ปวดแบบใช้เครื่องให้ยาแก้ปวดแบบผู้ป่วยควบคุมเอง หรือที่เรียกว่า Patient Controlled Analgesia (PCA) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย มักใช้กับการผ่าตัดใหญ่ เช่น ผ่าตัดช่องท้อง ผ่าตัดช่องอกผ่าตัดกระดูกสันหลัง เป็นต้น

ถึงตอนนี้แล้ว เราคงรู้จักบทบาทของวิสัญญีแพทย์มากขึ้นแล้วว่า มีหน้าที่อย่างไร และร่วมดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด ดังนั้น หากผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดกังวล ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อม วิธีการระงับความรู้สึกของการผ่าตัดของเรา หรือวิธีที่จะใช้ในการควบคุมอาการปวด สามารถเข้ามาสอบถามพูดคุยกับวิสัญญีแพทย์ที่ดูแลท่านได้ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัด สอบถามได้ที่ รพ.เวชธานี โทร.02-7340000

สำหรับช่วงปลายปีนี้ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอเชิญชวนผู้ใจบุญร่วมช่วยผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

‘โออิชิ กรีนที’ ชวนดูแลสุขภาพดีได้ง่ายๆ ด้วยประโยชน์จากชาเขียวที่มี ‘คาเทชิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695102

‘โออิชิ กรีนที’ ชวนดูแลสุขภาพดีได้ง่ายๆ  ด้วยประโยชน์จากชาเขียวที่มี ‘คาเทชิน’

‘โออิชิ กรีนที’ ชวนดูแลสุขภาพดีได้ง่ายๆ ด้วยประโยชน์จากชาเขียวที่มี ‘คาเทชิน’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

การดูแลสุขภาพเริ่มทำได้ด้วยตนเอง “โออิชิ กรีนที” เปิดตัวแคมเปญ “OISHI GOODNESS OF TEA” ภายใต้แนวคิด “โออิชิ กรีนที สิ่งดีๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยน” เพื่อเชิญชวนให้กลุ่มคนที่รักสุขภาพหันมาดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยการดื่มชาเขียวที่มีประวัติการดื่มอันยาวนานกว่า 800 ปี ของชาวญี่ปุ่นพร้อมตอกย้ำและสื่อสารถึงคุณค่าชาเขียวโออิชิว่าดีต่อสุขภาพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยได้ศิลปินไอดอลคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์สื่อสารแคมเปญ ดังกล่าวในงานเปิดตัวแคมเปญที่สยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า เอ้าท์ดอร์ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ และสุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มาเป็นประธานเปิดงาน

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพ และ Health & Wellness กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรงในปัจจุบันและมีแนวโน้มจะต่อเนื่องไปถึงอนาคต เห็นได้จากคนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ ออกกำลังกาย และดูแลโภชนาการมากขึ้น โออิชิในฐานะผู้นำตลาดชาเขียวอันดับหนึ่งที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน (การันตี จากรางวัลล่าสุด Thailand’s Most Admired Brand ที่เราได้รับติดต่อกัน 11 ปีซ้อน) เราจึงสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ดีต่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งแคมเปญล่าสุดที่เราต้องการตอกย้ำและสร้างการรับรู้คุณประโยชน์ของคาเทชินที่มีในชาเขียวโออิชิทุกขวดให้ผู้บริโภคได้รับรู้ และเลือกดื่มเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงที่เริ่มต้นทำได้ง่ายๆ ด้วยตนเอง”

สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อ “เคล็ดลับการสร้างสุขภาพที่ดีง่ายๆ เริ่มต้นจากการรับประทานอาหาร-เครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อย่างเช่นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์อย่าง “ชาเขียว” เพราะมี “คาเทชิน” ซึ่งเป็นสารจากธรรมชาติที่พบได้มากเป็นพิเศษใน “ใบชาเขียว” โดยเฉพาะยอดอ่อนใบชา 3 ใบ มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูง จากข้อมูลในหลายๆ งานวิจัยพบว่า คาเทชินเป็นอาวุธสำคัญของธรรมชาติที่เข้าไปทำหน้าที่ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งสารอนุมูลอิสระนี้เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียต่างๆ เป็นต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามอายุที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยให้หายเหนื่อย ลดเครียด เพิ่มความสดชื่น แต่แนะนำว่าควรเลือกดื่มชาเขียวที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะที่ผลิตจากยอดอ่อนใบชาอย่าง ชาเขียวโออิชิ ซึ่งจะสามารถคงปริมาณคาเทชินไว้ในขวดได้อย่างเต็มที่อีกด้วย”

นอกจากนั้น โออิชิ กรีนที ยังจัดกิจกรรมต่อเนื่อง “OISHI EXCLUSIVE TRIP IN JAPAN” ทริปสุด เอ็กซ์คลูซีฟกับ “กลัฟ-คณาวุฒิ” ที่ประเทศญี่ปุ่น ให้แฟนๆ ร่วมลุ้นรางวัลไปสัมผัสประสบการณ์สิ่งดีๆ ที่ไม่เคยเปลี่ยน จากเกียวโตสู่โตเกียว เพียงดื่มโออิชิ กรีนที ทุกรสชาติ แล้วส่งรหัสใต้ฝาผ่านแอป “โออิชิ คลับ” ร่วมสนุกตั้งแต่วันนี้ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2566 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook Oishi Drink Station

แสดงความยินดีบัณฑิตใหม่ทุนเบญจจินดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695124

แสดงความยินดีบัณฑิตใหม่ทุนเบญจจินดา

แสดงความยินดีบัณฑิตใหม่ทุนเบญจจินดา

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วิชัย เบญจรงคกุล รองประธานมูลนิธิเบญจรงคกุล และจุฑามาศ เบญจรงคกุล กรรมการมูลนิธิเบญจรงคกุล ต้อนรับนักเรียนทุนเบญจจินดารุ่นที่ 6 และ รุ่นที่ 7 ในโอกาสเข้าร่วมแสดงความขอบคุณ ในโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีตัวแทนบัณฑิตทั้งสองรุ่นได้กล่าวแสดงความขอบคุณที่ได้รับโอกาสทางการศึกษาจากทุนเบญจจินดาตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาจนจบปริญญาตรี

โดย วิชัย เบญจรงคกุล ได้กล่าวแสดงความยินดีและให้โอวาทบัณฑิตใหม่ ขอให้ทุกคนมีอนาคตที่เจริญรุ่งเรืองรวมไปถึงแนะแนวทางการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเน้นให้เป็นคนดีของครอบครัวและสังคมต่อไป

ทั้งนี้ ทุนเบญจจินดา ภายใต้มูลนิธิเบญจรงคกุล จัดขึ้นเพื่อมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี และมีความประพฤติดี โดยนักเรียน นักศึกษาไม่ต้องกลับมาชดใช้ทุนแต่ประการใด เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษา สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และมีส่วนร่วมส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์สังคมไทยให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมูลนิธิเบญจรงคกุลได้มอบทุนการศึกษาตั้งแต่ปี 2549 ในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโทจนถึงปัจจุบันรวมกว่า 1,000 ทุน

ศิริราช ผนึกพลังภาครัฐ-เอกชน ระดมทุนสนับสนุนเพื่อโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695126

ศิริราช ผนึกพลังภาครัฐ-เอกชน  ระดมทุนสนับสนุนเพื่อโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร

ศิริราช ผนึกพลังภาครัฐ-เอกชน ระดมทุนสนับสนุนเพื่อโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รพ.ศิริราช ผนึกพลังภาครัฐ-เอกชนเปิดตัวแคมเปญ “กายอุปกรณ์…เชื่อมใจให้ไปต่อ” เชิญชวนทุกภาคส่วนบริจาคสมทบทุนเพื่อสร้างนักกายอุปกรณ์ให้เพียงพอกับความต้องการของสังคม ซึ่งยังขาดแคลนอีกจำนวนมากเสริมภารกิจช่วยผู้ทุพพลภาพให้ได้รับอุปกรณ์ทางการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม ได้รับการรักษาที่ดี ลดการนำเข้า และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า โรงเรียนกายอุปกรณ์
สิรินธร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 เพื่อผลิตนักกายอุปกรณ์ที่มีคุณธรรมและคุณภาพ สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผู้ทุพพลภาพและให้บริการด้านกายอุปกรณ์ด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ตามมาตรฐานสากล จัดการเรียนการสอนด้านกายอุปกรณ์ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกนานาชาติ ถือเป็นหลักสูตรแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทย ผลิตบัณฑิตในประเทศและต่างประเทศเกือบ 400 คน จากความต้องการนักกายอุปกรณ์ทั้งหมดในปัจจุบันประมาณ 1,000 คน

ศ.คลินิก นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวถึงโครงการ “ศิริราชรวมพลังภาครัฐ-เอกชน เพื่อโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร” และการเปิดตัวแคมเปญ “กายอุปกรณ์…เชื่อมใจให้ไปต่อ” ในครั้งนี้ว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ 4 องค์กรขนาดใหญ่ คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), มูลนิธิเอสซีจี, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้ระดมพลังร่วมกันพัฒนาศักยภาพโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธรพร้อมสนับสนุนและรณรงค์การระดมทุน ปรับปรุงพื้นที่อาคารโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นและสร้างความมั่นใจว่าจะช่วยกระตุ้นทุกภาคส่วน ในสังคมได้รู้จักและช่วยกันบริจาคแก่โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธรมากขึ้น ขยายโอกาสการเข้าถึง
บริการทางการแพทย์ของผู้ป่วย รับความช่วยเหลือด้านกายอุปกรณ์ ทั้งแขนขาเทียม อุปกรณ์ประคองขา-แขน-
ลำตัว รองเท้าดัดแก้ไขความพิการ และแผ่นรองฝ่าเท้า ฯลฯ เพื่อให้มีสุขภาวะที่ดี สุขภาพแข็งแรงสามารถประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า สร้างประโยชน์แก่ครอบครัว ชุนชน และประเทศชาติต่อไป

รศ.พญ.กุลภา ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร กล่าวว่า โรงเรียนกายอุปกรณ์ฯ ยังให้ความสำคัญกับการวิจัยร่วมกับหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาวัสดุท้องถิ่นและเทคโนโลยีภายในประเทศ ในอันที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุ บุคคลทั่วไป รวมถึงนักกีฬาให้เข้าถึงการรักษาได้สะดวกและง่ายขึ้น แต่เนื่องจากนักกายอุปกรณ์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือสนับสนุนงานวิจัยยังขาดแคลน พื้นที่อาคารโรงเรียนฯยังต้องทำการพัฒนาระบบบริการและการออกแบบที่เหมาะสมเพื่อผู้ป่วยที่มีปัญหาในการเคลื่อนไหว อีกทั้งต้นทุนในการผลิตนักศึกษากายอุปกรณ์สูงกว่าค่าเทอมหลายเท่า ทางโรงเรียนฯประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงานปีละ 50 ล้านบาท การระดมทุนเพื่อสนับสนุนพันธกิจและการดำเนินงานของโรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธรจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

โรงเรียนกายอุปกรณ์สิรินธร ได้จัดตั้งกองทุน “กายอุปกรณ์เพื่อผู้พิการ” ในศิริราชมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทุพพลภาพที่ยากไร้ให้ได้รับอุปกรณ์และการรักษาที่มีคุณภาพมากกว่า 7,000 ชิ้น/ปี จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาคในแคมเปญ “กายอุปกรณ์…เชื่อมใจให้ไปต่อ” โดยหวังว่าทุกการบริจาคที่สนับสนุนโรงเรียนกายอุปกรณ์ฯ จะช่วยผู้ป่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สามารถบริจาคได้หลายวิธี 1.บริจาคเงินเข้าศิริราชมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ เลขที่บัญชี 901-7-07188-8 โดยระบุในบันทึก “กองทุนกายอุปกรณ์เพื่อผู้พิการ” หรือ “กองทุน D003366”

2.บริจาคผ่าน Application ธนาคารที่ท่านมีบัญชีเงินฝาก โดยสแกนผ่าน QR CODE โดยระบุ“กองทุนกายอุปกรณ์เพื่อผู้พิการ” หรือ “กองทุน D003366”

3.สำหรับท่านที่ต้องการใบเสร็จรับเงิน รวมถึงการลดหย่อนภาษี 2 เท่า (e-Donation ถึง 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น) ที่ออกโดยศิริราชมูลนิธิ

กรุณากรอกข้อมูลผ่านช่องทางไลน์@sirirajfoundation หรือส่งอีเมลมาที่donation@sirirajfoundation.org แจ้งข้อมูลชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อจัดส่งเอกสารการบริจาคต่อไป

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ @sisspo หรือ สแกน QR Code และ รับชมคลิป “กายอุปกรณ์เชื่อมใจให้ไปต่อ” ที่
https://youtu.be/LMPYjpP1m4I

“กายอุปกรณ์ หรืออุปกรณ์ช่วยการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินสิทธิพื้นฐาน เนื่องจากต้นทุนการผลิต วัสดุและส่วนประกอบหลายอย่างยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ “คนพิการไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการโอกาสในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม” นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ป่วย ในนามของ รพ.ศิริราช จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเป็นสะพานบุญเพื่อผลักดันให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีที่ยืนในสังคมและใช้ชีวิตด้วยความสุขใจร่วมกันกับเรา” รศ.พญ.กุลภา ศรีสวัสดิ์ กล่าวในที่สุด

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

รศ.พญ.กุลภา ศรีสวัสดิ์

รศ.พญ.กุลภา ศรีสวัสดิ์

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จัด ‘กิจกรรมดนตรีสร้างความสุขให้ผู้ป่วย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/695104

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน  จัด ‘กิจกรรมดนตรีสร้างความสุขให้ผู้ป่วย’

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จัด ‘กิจกรรมดนตรีสร้างความสุขให้ผู้ป่วย’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้ให้ ผู้พัฒนา ผู้รักษาแห่งอนาคต ตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยมีเป้าหมายผลิตแพทย์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ มีทักษะทางวิชาชีพ และจรรยาบรรณที่ดี มีความสนใจด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มีความเป็นผู้นำ และมีจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม ผ่านการเรียนการสอนแบบบูรณาการความรู้และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานกับการแพทย์ทางคลินิก ซึ่งนอกจากความรู้ทางวิชาการที่เป็นเลิศแล้ว วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ยังได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่างๆ โดยล่าสุดได้จัดงาน “กิจกรรมดนตรีสร้างความสุขให้ผู้ป่วย” เพื่อเสริมสร้างความเอื้ออาทรแก่คนไข้ผ่านกลุ่มเป้าหมาย ผู้ป่วย ผู้สูงอายุหวังใช้ดนตรีสร้างความสุข ให้คนไข้มีความผ่อนคลาย รวมถึงเสริมสร้างให้นักศึกษาแพทย์ได้มีความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ทักษะทางดนตรีเพื่อประโยชน์ต่อสังคม เมื่อเร็วๆ นี้ ณ บริเวณชั้น 1 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วิสุทธิ์ ล้ำเลิศธน รองคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ร่วมเล่นดนตรีพร้อมกับนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 และกล่าวว่า กิจกรรมดนตรีสร้างความสุขให้กับผู้ป่วยเป็นส่วนหนึ่งรายวิชาของหลักสูตรแพทยศาสตร์ วิชา Social Responsibility
(วิชา CHMD 1109) แพทย์ สังคม และความรับผิดชอบต่อสังคม จะดำเนินการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาแพทย์ ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นรายวิชาที่ส่งเสริมให้นักศึกษาแพทย์เข้าใจบทบาทของแพทย์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีทักษะทางวิชาชีพ และจรรยาบรรณที่ดี รวมทั้งมีจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม

โดยรูปแบบของจัดกิจกรรมฯเป็นการแสดงความสามารถทางดนตรีโดยนักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์ของ “กิจกรรมดนตรีสร้างความสุขให้ผู้ป่วย” เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ป่วยแล้ว ยังรวมถึงให้นักศึกษาแพทย์ได้แสดงความสามารถสื่อสารพลังบวก เสริมสร้างกำลังใจต่อผู้ป่วยอีกด้วย เนื่องด้วยดนตรีเป็นภาษาสากลที่ใช้สื่อสารกันทั่วโลก ไม่ว่าจะชนชาติ หรือภาษาใดก็เข้าใจได้ดี สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของมนุษย์จึงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตประจำวันเสียงดนตรีเป็นสิ่งที่กล่อมหัวใจของคนให้อ่อนโยน เยือกเย็นดับทุกข์ได้ชั่วขณะการรู้จักฟังดนตรีด้วยความนิยมและรู้สึกซาบซึ้งในรสของเพลงนั้นกิจกรรมทางดนตรีเป็นการผ่อนคลายความเครียดขณะทำงาน หรือเวลาว่างเป็นกิจกรรมนันทนาการที่ต้องมีควบคู่กับสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่มีบทบาทต่อบุคคล ชุมชนและประเทศชาติ เพราะในขณะที่ฟังเสียงดนตรีนั้น สมองจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดความสุขออกมา

ทั้งนี้ ทางวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน มุ่งหวังให้นักศึกษานำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด และมีทักษะความสามารถมากขึ้นกว่าการเรียนแพทย์ธรรมดาทั่วไป โดยจะเห็นว่าในปัจจุบันนอกจากการเรียนแพทย์ตามปกติ ต้องมีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางคลินิก ทักษะทางด้านวิจัยและกระบวนการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาเชิงลึกแล้ว เรายังส่งเสริมนักศึกษามีการเรียนรู้ทักษะอื่นๆ เช่น ทักษะการสื่อสารระหว่างคนไข้กับหมอ หรือตัวคุณหมอเองกับวิชาชีพอื่น ซึ่งเราจะปลูกฝังแต่ปีต้นๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาได้เตรียมพร้อม อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านงานบริการสาธารณะ อันจะเป็นการปลูกฝังในเรื่องการทำประโยชน์เพื่อสังคม ชุมชน และประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กำลังเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต โดยความร่วมมือกับ University College London สหราชอาณาจักร ปีการศึกษา 2566 จำนวน 32 คน โดยรอบที่ 1 จำนวน 28 คน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม 2565 และ รอบที่ 2 จำนวน 4 คน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม 2566

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่โทร.02-5766600 ต่อ 8477, 8481 (ในวันและเวลาราชการ) หรือ ติดตามข่าวสารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ทาง https://www.facebook.com/PSCM.CRA และ http://pscm.cra.ac.th