‘Butterfly’ ซิงเกิ้ลแรก สู่บ้านใหม่ ‘โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์’ จาก ‘CDGuntee’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695117

‘Butterfly’ ซิงเกิ้ลแรก  สู่บ้านใหม่ ‘โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์’  จาก ‘CDGuntee’

‘Butterfly’ ซิงเกิ้ลแรก สู่บ้านใหม่ ‘โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์’ จาก ‘CDGuntee’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เดินทางตามแพชชั่นด้วยการเป็นศิลปินอิสระจนสร้างเพลงดังมามากมายอาทิ Microphone (170 ล้านวิว), พระเอกลิเก (38 ล้านวิว), อะไรครับเนี่ย (10 ล้านวิว) สำหรับ “CDGuntee” (ซีดี กันต์ธีร์) ศิลปินหนุ่มที่ผสมผสานศิลปะของทั้งการแสดง เต้น ร้อง และ แร็พ เข้าด้วยกันได้ จนสามารถ ทำเพลง ร้องเพลง และเพอร์ฟอร์มข้ามแนวดนตรีที่แตกต่างได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่ ป๊อบ อาร์แอนด์ บี ไปจนถึงฮิปฮอป โดยล่าสุดพร้อมแล้วกับการเปิดตัวในนามศิลปินค่าย “โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์” ที่มาพร้อมกับซิงเกิ้ลใหม่ในชื่อ“Butterfly” (บัตเตอร์ฟลาย) ซึ่งซีดีได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆในสิ่งที่ไม่เคยทำร่วมกับโปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง “SPATCHIES” (สแปทชี่ส) ไม่ว่าจะเป็นการร้อง การเต้น รวมไปถึงการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเอ็มวีเพลงนี้ที่ได้ “โซฟี่-อัปสรสิริ อินทรคูสิน” (น้องสาว ชิน-ชินวุฒ) มาออกแบบท่าเต้นและเป็นนางเอกเอ็มวีเพลงนี้ให้อีกด้วยโดย “ซีดี กันต์ธีร์” เผยถึงที่มาการร่วมงานกับโซนี่และซิงเกิ้ลแรกนี้ว่า

“ดีใจที่ได้มาร่วมงานกับทาง โซนี่ มิวสิค ไทยแลนด์ คือแต่ก่อนผมทำเพลงกับ น็อต SPATCHIES (สพัชญ์นนทน์รัตนชยามร) มานานมากแล้วครับ ตั้งแต่เพลง “อะไรครับเนี่ย”,“พระเอกลิเก” รวมอีกหลายๆ เพลง ผมก็รู้สึกแฮปปี้กับโปรดิวเซอร์คนนี้ พอรู้ว่าน็อตอยู่โซนี่และมาชวนผมพอดี และผมยังได้ทำผลงานในรูปแบบของตัวเองเหมือนเดิม ยังลงในชาแนลของตัวเองได้อยู่ และที่นี่มีแพลน มีโปรเจกท์ มีทีมที่คอยซัพพอร์ตเราในแบบที่เป็นเราด้วย เลยเลือกที่จะอยู่กับโซนี่ครับส่วนเพลง“Butterfly” เพลงล่าสุดที่ทำกับโซนี่ ถามว่าเปลี่ยนจากเดิมไหม ก็อาจไม่ได้ใช้คำว่าเปลี่ยน แต่อาจเป็นในแบบใหม่ในแบบตอนนี้มากกว่า เพลงนี้ห่างจากซิงเกิ้ลก่อนของผมประมาณ 9 เดือนครับ ในเพลงนี้ก็มีแร็พ มีร้องเมโลดี้ มีเต้น และมีทั้งแอ๊กติ้งด้วยจึงค่อนข้างเอาตัวเองในทุกอย่างที่เคยทำในทุกมิติที่เราอยากมาลองทำแบบนี้สักเพลง อีกอย่างเป็นเพลงช้าด้วย เนื้อหามันก็เกี่ยวกับที่ผมเห็นผีเสื้อแล้วรู้สึกว่ามันเป็นซิมโบลิค(Symbolic) ของความที่มันมีความสวยงาม มีความเซ็กซี่ มีความสีสัน มันมีเสน่ห์ และผมก็รู้สึกว่ามันเป็นในช่วงชีวิตที่ผมก็อยู่ในเมืองใหญ่ๆ กว้างๆ และเหงาๆ และผมก็รู้สึกว่าผมได้รับพลังงานดีๆ อะไรบางอย่างที่เหมือนเป็นผีเสื้อ ที่สามารถทำให้ผมมีรอยยิ้มได้ รู้สึกเห็นความสวยงาม ก็เลยถ่ายทอดออกมาครับ ดนตรีจะเป็นแนวอาร์แอนด์บีมีแร็พมาผสม เป็นเพลงที่ผมเขียนเองหมดเหมือนตอนเป็นศิลปินอิสระ ด้านดนตรีก็ปรุงกับ SPATCHIES จนผมชอบที่สุดเหมือนเดิม เป็นเพลงที่เป็นตัวตนของผม และยังได้โซฟี่มาคิดท่าเต้นและเล่นเป็นนางเอกเอ็มวีเพลงนี้ด้วย จริงๆ เรารู้จักกันมานานมากแล้ว นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกัน อยากให้ไปลองติดตามฟังกันครับในทุกแพลตฟอร์มมิวสิคสตรีมมิ่ง ฝากเอ็มวีด้วยครับ”

‘คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี’ ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ จากภาพยนตร์ ‘SICK OF MYSELF’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695100

‘คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี’ ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่  จากภาพยนตร์ ‘SICK OF MYSELF’

‘คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี’ ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ จากภาพยนตร์ ‘SICK OF MYSELF’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณสร้างหนังเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบนี้ขึ้นมา แนวที่ฉีกหนังรอมคอม

มันเริ่มมาจากที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง ซิงเนอ แล้วก็เรื่องราวของเธอ แต่ตอนดราฟต์คืบหน้าไป ผมกลับพบว่าตัวเองเริ่มสนใจเรื่องราวของโธมัสแฟนหนุ่มของเธอซะงั้น มันเลยกลายมาเป็นส่วนสำคัญว่าเนื้อเรื่องมันเกี่ยวกับไดนามิก ระหว่างทั้งสองคนที่การกระทำของทั้งคู่มันมักจะถูกผลักดันมาจากความสัมพันธ์ที่ชอบเอาชนะกันไปชนะกันมา

ผมเริ่มร่างภาพว่าเรื่องราวนี้ควรจบตอนไหน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ยังไง ผมต้องการให้หนังมันเกิดขึ้นที่โลกจริงๆ ในสังคมที่ผมได้เคยสังเกตในออสโล แต่ตัวละครเหมือนจะไปไกลเลย ทุกก้าวของซิงเนอมันเหมือนเป็นชาเลนจ์ที่ผู้ชมต้องติดตามเธอไปด้วยทีละก้าว

คุณตัดสินใจแคสต์คริสติน คูยาธ ธอร์ปมาเล่นหนังเรื่องนี้จากอะไร แล้วเธอช่วยขัดเกลา คาแร็กเตอร์ของซิงเนอยังไงบ้าง

ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้คริสตินมาเล่นบทนี้ซิงเนอเป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งคริสตินเป็นคนที่ทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตขึ้นมาเลยมันซับซ้อนทั้งด้านกำลังและจิตใจเลย ต้องใช้ทั้งการรู้ไทม์มิ่งแบบในหนังคอเมดี้และการเคลื่อนไหวร่างกายที่เยอะมากถึงจะทำให้บทนี้ออกมาสมบูรณ์ ในขั้นตอนเตรียมการพวกเราได้ลองให้เธอแสดงแบบทั้งสองด้านของซิงเนอเลยด้วยโจทย์ที่ว่า คุณจะให้ภาพของตัวละครที่ไม่เคยแสดงธาตุแท้ของเธอเลยยังไง? เธอขี้โกหกและพยายามที่จะเป็นคนอ่อนน้อม
ทั้งๆ ที่เนื้อแท้เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลย อีกทั้งเธอยังชอบแสดงเวลาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมด้วย

คริสตินแสดงเป็นตัวละครที่สลับซับซ้อนแบบนี้ได้อยู่หมัด ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเรื่องของคุณสมบัติทางกายภาพอื่นๆ อย่างร่างกายเธอเริ่มขยับท่าทางแปลกๆ น่าขนลุกในแบบที่บางครั้งจะเห็นได้ในหนังคอเมดี้ บางครั้งการซ้อมก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเตรียมงานเต้นแปลกๆ อยู่เลย ตอนนั้นพวกเราถึงขั้นพยายามจะใช้กระแสไฟฟ้าช็อตเบาๆ เพื่อกระตุ้นท่าทางที่คาดไม่ถึงเลยเสียด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นไอเดียที่ดูจะไม่เวิร์กอย่างแรง

กระบวนการและการคราฟต์อะไรบ้างที่ทำให้ท่าทางทางกายภาพกับหน้าของซินเนอเปลี่ยนไป

การแต่งหน้าเทียมเป็นเรื่องสำคัญมากในหนังเรื่องนี้ พวกเราใช้เวลาหลายเดือนในการออกแบบการเปลี่ยนแปลงของซินเนอในแต่ละขั้นตอน พวกเราพยายามที่จะทำสิ่งที่ทั้งสวยงามและน่าตกใจออกมา การร่วมงานกันของพวกเราสนุกมากเลย แบบในตอนที่โควิดระบาด พวกเราถ่ายหนังจบแบบแตกต่างจากตอนนี้มากด้วยการตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ว่า Eer ซึ่งคุณลองไปหาในเนตดูก็เจอนะ 

ผมคิดว่าพวกเราต่างหลงใหลกับการที่ร่างกายกับใบหน้านั้นสามารถเปลี่ยนไปได้มากขนาดไหน พวกเราพยายามที่จะหาทางทำให้ความผิดปกติของรูปร่างสามารถถูกมองว่าน่าตกใจและน่ามองได้ในเวลาเดียวกัน แล้วมันก็สนุกมากด้วยที่ได้เข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ด้วยหนังเรื่องนี้พร้อมกับตอนที่เดวิด โครเนนเบิร์ก เข้าร่วมด้วย ซึ่งผมมั่นใจเลยว่าเขาเนี่ย เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมสนใจในเรื่องอวัยวะเทียมและความน่าพิศวงของร่างกาย

หนังเรื่องนี้เหมือนจะผสมผสานความสง่างามเข้ากับองค์ประกอบอื่นๆ

คำกล่าวที่เกี่ยวข้องกับคำถามนี้ที่ผมจะเอามาตอบน่าจะเป็น “ผมชอบท่วงทำนองอันสวยงามที่เอ่ยถึงสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว” ผมต้องการที่จะบันทึกเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องราวชวนอึดอัดในรูปแบบที่งดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมต้องการที่จะถ่ายทำในช่วงฤดูร้อนอันสวยงามที่ออสโล แล้วก็ต้องการให้มันดูแล้วก็ให้ความรู้สึกว่ามันจะคงอยู่ตลอดไปเพื่อให้เกิดบาลานซ์ระหว่างเรื่องราวในยุคร่วมสมัยที่ในขณะเดียวกันก็พาดพิงถึงสิ่งที่ไม่มีวันตายอย่างเรื่องของความอิจฉาและความหลงตน พวกเราถ่ายทำด้วยเลนส์ 35 มม. แล้วในหนังก็มีดนตรีคลาสสิกเยอะมากด้วย เราหวังว่ามันจะสามารถถ่ายทอดหนังที่สวยงามซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งเลวร้ายได้

การสร้างบาลานซ์ระหว่างเรียลลิซึ่ม การเสียดสี คอเมดี้ และโศกนาฏกรรม

ในตอนแรกเริ่มผมไม่ได้จินตนาการเรื่องพวกนี้เลยนะ มันมาจากการเฝ้าสังเกตการณ์ของผมซึ่งถูกจัดการและยกระดับเพื่อคอเมดี้ เพื่อปมความขัดแย้ง แล้วก็เพื่อเนื้อเรื่องด้วย ผมหวังว่าตัวละครในเรื่องจะสร้างความคุ้นเคยและสมจริงขึ้นเมื่อตัวพลอตไร้แก่นสารขึ้นเรื่อยๆ 

เหมือนจะว่าผมจะกระหายมุขตลกร้ายด้วย ไอเดียที่แบบทั้งเจ็บปวดแล้วก็ตลกไปพร้อมๆ กันเหมือนจะเป็นอะไรที่ติดอยู่ในใจผมมาก ผมไม่ได้ตั้งใจสร้างโทนการเล่าเรื่องที่แตกต่างเลยนะ สคริปต์มันถูกขัดเกลามาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเห็นบนจอภาพยนตร์

ทุกคนในเรื่องก็ร้ายกาจเท่ากันหมด ?

ผมคิดว่าตัวละครในเรื่องมีความสัมพันธ์กันมาก ก็แค่คนส่วนใหญ่สามารถตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเองแล้วก็มีความละอายมากพอที่จะหยุดตัวเองไม่ให้หุนหันพลันแล่นเหมือนกับที่ตัวละครในหนังทำ ผมชอบที่เรื่องแต่งให้โอกาสในการใช้ชีวิตเป็นคนอื่นในแบบที่ไม่ต้องสนใจขอบเขตทางศีลธรรมซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แล้วเราก็ไม่ต้องกังวลผลที่จะตามมาด้วย ใน Sick of Myself ผมได้ลองสร้างตัวละครต่างๆ ที่น่าจับตามองมากๆ ไม่ใช่ตัวละครที่จะมีใครชื่นชอบมากนะ นักเขียนชื่อซอล เบลโลว์ เคยกล่าวไว้ว่า “การฆาตกรรมทางความคิดหนึ่งครั้งต่อวันช่วยไล่จิตแพทย์ให้ห่างออกไป” มันมีบางอย่างในคำพูดนี้
ที่พูดกับความต้องการของผมที่จะสำรวจการกระทำที่น่าอับอายและเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ในเรื่องแต่ง

ว่ากันในทางศีลธรรมแล้วเนี่ย หนังเรื่องนี้ไม่ได้ปล่อยให้การกระทำผิดของตัวละครลอยนวลจะว่าไปหนังเรื่องนี้ก็เหมือนเป็นนิทานสอนศีลธรรมด้วย ผมยินดีรับการตีความของหนังเรื่องนี้ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกความเห็นได้เต็มที่ แต่สำหรับผมนะ หนังเรื่องนี้มันเกี่ยวกับการหาอารมณ์ขันในแง่ที่ดาร์กของชีวิตและวัฒนธรรมสมัยใหม่

คุณอาศัยอยู่ที่ลอสแองเจลิสแต่ SICK OF MYSELF ถ่ายทำที่สแกนดิเนเวีย

ผมรู้สึกว่าได้มาเยือนอเมริกาเป็นเวลานานมาก แล้วก็ยังไม่มีแพลนว่าจะอยู่ที่ไหนดี ผมมีโปรเจกท์อยู่ที่อเมริกาซึ่งจะถ่ายทำในปีนี้เลยต้องอยู่ที่นี่อีกสักพักเลย แต่ผมก็ได้มีประสบการณ์ดีๆ ในการถ่ายทำที่นอร์เวย์กับสวีเดนด้วย ซึ่งก็มั่นใจว่าเรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปจะมีเซตติ้งอยู่ที่สแกนดิเนเวียแน่อะไรก็ได้เลยที่เข้ากับไอเดียผม

หลบหน่อยตัวจี๊ดจะเดิน‘Bear Knuckle’ส่งซิงเกิ้ล‘อย่าจับ’ส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695113

หลบหน่อยตัวจี๊ดจะเดิน‘Bear Knuckle’ส่งซิงเกิ้ล‘อย่าจับ’ส่งท้ายปี

หลบหน่อยตัวจี๊ดจะเดิน‘Bear Knuckle’ส่งซิงเกิ้ล‘อย่าจับ’ส่งท้ายปี

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ส่งท้ายปีไปพร้อมกับเพลงสนุกอีกครั้ง สำหรับวง Bear Knuckle วงดนตรีทรีโอ้ฮิปฮอปแดนซ์ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบไปด้วยเหล่าตัวท็อปแห่งวงการเพลงแร็พอย่าง J Jazzsper (เจแจ๊สเปอร์) หรือ “เจนจ๋า-จันทรลักษณ์ บูรณถาวรสม”, M-PEE (เอ็มพี) หรือ “หมี-ธิติสรณ์ พันชะตา” พร้อมสมาชิกLGBTQ+ อย่าง Bubblegum (บับเบิ้ลกัม) หรือ “เจอาร์-พชร รักการค้า” หลังส่งเพลง “DONG” โชว์ลีลากับท่าเต้นสุดฮิตเขย่าแพลตฟอร์ม TikTok ถึงขั้นดอง ดอง กันทั่วประเทศเพียงข้ามคืนล่าสุดขอกลับมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ เตรียมปล่อยผลงาน “อย่าจับ” ตอกย้ำตำแหน่งเทพเจ้าเพลงทีป๊อปแดนซ์ พร้อมพาแฟนเพลงปล่อยใจสนุกๆ ไปด้วยกัน

โดยเพลง อย่าจับ เป็นเพลงฮิปฮอปจังหวะชวนโยกที่ได้บีทของเหล่าสายตื๊ดยุค 2000 เข้ามาเพิ่มความมันในบรรยากาศ
ที่คุ้นเคย นอกจากนี้ ทางวงตั้งใจโชว์ความเป็นตัวเองในแต่ละพาร์ทของพวกเค้ามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเนื้อหาของเพลงยังคงความทันสมัยและมีการหยิบยกสถานการณ์ของสาวๆ เวลาไปปาร์ตี้ทีไรมักจะต้องเจอกับคนมือไวซะงั้น แต่โทษทีนะถึงฉันจะแต่งตัวดูดีแค่ไหน แต่มันไม่ใช่เพื่อใคร เพราะฉะนั้น กรุณาอย่าจับ! เตือนแล้วนะ เรียกได้ว่าพวกเขากลับมาเพื่อสร้างสีสันให้แก่วงการเพลงไทยด้วยผลงานปิดปีอย่างสวยงาม

วอร์มร่างกายของคุณให้พร้อมแล้วมาสนุกด้วยกันกับซิงเกิ้ล “อย่าจับ” ได้แล้ววันนี้ทางมิวสิกสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์มและชมมิวสิกวีดีโอ ได้ที่ YouTube : High Cloud Entertainment

‘โอลิเวีย ไวลด์’ เข้าชิงรางวัลออสการ์ ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ และ ‘แฮรี่ สไตล์ส’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695099

‘โอลิเวีย ไวลด์’ เข้าชิงรางวัลออสการ์  ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ และ ‘แฮรี่ สไตล์ส’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่

‘โอลิเวีย ไวลด์’ เข้าชิงรางวัลออสการ์ ‘ฟลอเรนซ์ พิวจ์’ และ ‘แฮรี่ สไตล์ส’ เจ้าของรางวัลแกรมมี่

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภาพยนตร์ Don’t Worry Darling จาก New Line Cinema ภายใต้การกำกับของ โอลิเวีย ไวลด์ (Olivia Wilde) จากภาพยนตร์ Booksmart นำแสดงโดยทัพนักแสดงมากความสามารถ อาทิ ฟลอเรนซ์ พิวจ์ (Florence Pugh) นักแสดงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์ Little Women, แฮร์รี สไตล์ส (Harry Styles) จากภาพยนตร์ Dunkirk, โอลิเวีย ไวลด์ (จากภาพยนตร์ Babylon) และอีกคับคั่ง

เรื่องราวของ อลิซ (ฟลอเรนซ์ พิวจ์) และ แจ็ค (แฮร์รี สไตล์ส) ผู้โชคดีที่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านในฝันของใครหลายคนที่ชื่อว่า “วิคตอรี่” ซึ่งเป็นหมู่บ้านของบริษัทหนึ่งที่ให้พนักงานชายผู้ร่วมโปรเจกต์ลับวิคตอรี่อาศัยอยู่กับครอบครัวของเขา โดยที่สังคมโลกสวยในปี 1950 ริเริ่มโดย แฟรงค์ (คริส ไพน์) ผู้บริหาร ไลฟ์โค้ชผู้สร้างแรงบันดาลใจและวิสัยทัศน์ของความเท่าเทียมกันซึ่งเขายึดเอาทุกแง่มุมของชีวิตในดินแดนแห่งความฝันนั้นเป็นหลัก

ในขณะที่พวกสามีใช้เวลาทุกวันในสำนักงานใหญ่ของโปรเจกต์วิคตอรี่ เพื่อทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาปัจจัยต่างๆ เพื่อความก้าวหน้า ภรรยาของพวกเขาซึ่งรวมถึงเชลลีย์ (เจมม่า ชาน) คู่รักคนงามของแฟรงค์ ต่างก็ใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับความสวยความงาม ความหรูหรา และแสงสีชวนมึนเมาในชุมชนของพวกเธอชีวิตนั้นช่างสมบูรณ์แบบ ทางบริษัทจะตอบสนองความต้องการของผู้พักอาศัยทุกคนโดยแลกกับการที่พวกเขาต้องตอบแทนด้วยการห้ามขัดขืนหรือตั้งข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับวิคตอรี่เด็ดขาด 

แต่เมื่อรอยร้าวในชีวิตอันแสนสวยงามของพวกเขาเริ่มปรากฏขึ้น และเผยให้เห็นถึงร่องรอยของบางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าซึ่งซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกอันงดงาม อลิซจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรที่วิคตอรี่กันแน่และพวกเขาทำไปเพื่ออะไรกัน อลิซจะเต็มใจยอมรับความสูญเสียเพื่อเปิดเผยสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนสวรรค์แห่งนี้ได้แค่ไหน?

ทีมงานเบื้องหลัง อาทิ ผู้กำกับภาพที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สองสมัย แมทธิว ลิบาทีค (Matthew Libatique) จากภาพยนตร์ A Star Is Born และ Black Swan, โปรดักชั่นดีไซเนอร์ เคที่ ไบรอน (Katie Byron) จากภาพยนตร์ Booksmart, ตัดต่อโดย แอฟฟอนโซ่ กอนคาล์ฟส์ (Affonso Gonçalves) จากภาพยนตร์ The Lost Daughter, นักแต่งเพลงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ จอห์น โพเวลล์ (John Powell) จากภาพยนตร์ JasonBourne, ผู้ควบคุมดนตรี แรนดัลล์ โพสเตอร์ (Randall Poster) จากภาพยนตร์ No Time to Die และนักออกแบบเครื่องแต่งกาย อาริแอนน์ ฟิลลิปส์ (Arianne Phillips) จากภาพยนตร์ Once Upon a Time… In Hollywood

ตามส่องไลฟ์สไตล์ ‘มะปราง อลิสา’ นางเอก ‘ฟ้า/ทาน/ตะวัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695116

ตามส่องไลฟ์สไตล์ ‘มะปราง อลิสา’  นางเอก ‘ฟ้า/ทาน/ตะวัน’

ตามส่องไลฟ์สไตล์ ‘มะปราง อลิสา’ นางเอก ‘ฟ้า/ทาน/ตะวัน’

วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรตติ้งเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ สำหรับละครบู๊น้ำดี “ฟ้า/ทาน/ตะวัน” ช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 ล่าสุดเรื่องราวดำเนินมาถึงช่วงเข้มข้นขึ้น ตามสไตล์ละครรสจัดจ้าน และอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือนางเอกโลกสวย “มะปราง-อลิสา” นางเอกผู้น่าสงสาร เล่นดี ตีบทแตกสอบผ่านสำหรับการก้าวข้ามมารับงานนอกบ้าน ทำให้เธอประสบผลสำเร็จอย่างมากในบท “นิทาน” สถาปนิกสาวเจ้าของบริษัทออกแบบและตกแต่ง โลกสวยแสนดี ผู้ชายรุมรัก เพราะเธอเป็นคนจริงใจต่อทุกคน เลยตกหัวใจผู้ชายได้หลายต่อหลายคน ถึงแม้ในละครชีวิตจะเรียบง่าย เบาๆ ซอฟต์ๆ เจ้าน้ำตา

แต่ชีวิตจริงนอกเหนือจากการเล่นละครของเธอกลับตรงกันข้าม เพราะมีไลฟ์สไตล์โลดโผน แอดเวนเจอร์ทุกกิจกรรมสังเกตได้จากอินสตาแกรมของเธอ และที่อดพูดถึงไม่ได้ ทำเอาหลายคนต่างอิจฉาหนักมาก สวยแล้วยังสตรองอีก กับชุดแข่งรถสุดเท่ ที่นางเอกสาวผันตัวเป็น “นักแข่งรถ” ลงสนามแข่งท้าประลองความเร็ว และที่เก๋ไปกว่านั้นคือลงสนามแข่งแต่ละครั้ง มีแฟนหนุ่มหล่อ “โอบ นิธิ” ตามให้กำลังใจติดขอบสนามอยู่ตลอด ไปไหนไปกันตัวติดหนึบ เท่านั้นยังไม่พอ ทั้งโอบและมะปราง ยังอยู่ในแก๊งซิ่งรถหรูแก๊งเดียวของพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม-กรรชัย อีก แก๊งนี้เค้างานดีกันจริงๆ ส่วนใครที่อยากติดตามชมผลงาน “สาวมะปราง” ไปติดตามรับชมกันได้ใน ละครดราม่าแอ๊กชั่นเข้มข้น ละครบู๊สายพันธุ์ใหม่ “ฟ้า/ทาน/ตะวัน” ครั้งแรกบนหน้าจออมรินทร์ทีวีกับโปรแกรม “ละครสุดสัปดาห์ช่อง 34” ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.30 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯ เชิญพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ‘ลินดา’ พระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695153

'ในหลวง'โปรดเกล้าฯ เชิญพวงมาลาวางหน้าหีบศพ 'ลินดา' พระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ

‘ในหลวง’โปรดเกล้าฯ เชิญพวงมาลาวางหน้าหีบศพ ‘ลินดา’ พระราชทานเพลิงกรณีพิเศษ

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.47 น.

วันที่ 29 พฤสจิกายน 2565 ตามที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ นางลินดา ค้าธัญเจริญ เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์นั้น ต่อมาในปี 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชกระแส โปรดเกล้าฯ ให้รับ นางลินดา ค้าธัญเจริญ เป็นคนไข้ในในพระบรมราชานุเคราะห์ และรับผู้ป่วยมาดูแล ณ ศูนย์ข้าราชการบริพารผู้สูงอายุ สำนักพระราชวัง
 
โดยในวันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ พลอากาศตรี จักรพงษ์ หอมไกรลาศ เชิญพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปวางหน้าหีบศพ นางลินดา ค้าธัญเจริญ ณ ศาลา 3 วัดพระศรีมหาธาตุฯ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ในเวลา ๑๘.๐๐ น.
 
และในวันพฤหัสที่  1 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 16.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุฯ เขตบางเขน

โดยในวันนี้ มีกลุ่มเพื่อน พรต.๒๒ และ คุณประยูร ค้าธัญเจริญ  พร้อม ญาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีเพื่อน พี่ น้อง ในวงการนักแสดง และ นางแบบ อาทิ ฉวีวรรณ บุญปรก, อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ, นัท มีเรีย, นริสา พรหมสุภา ร่วมงาน

‘ก้อง สหรัถ’เล่าเส้นทางรัก 30 ปี ยันไม่ได้ปิดบัง พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์จะลาออกจากวงการ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695122

'ก้อง สหรัถ'เล่าเส้นทางรัก 30 ปี ยันไม่ได้ปิดบัง พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์จะลาออกจากวงการ?

‘ก้อง สหรัถ’เล่าเส้นทางรัก 30 ปี ยันไม่ได้ปิดบัง พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์จะลาออกจากวงการ?

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.32 น.

ทำเอาสาวๆอกหักกันทั้งประเทซ เมื่อนักร้องหนุ่มหล่อตลอดกาล ก้อง สหรัถ ที่วันนี้จะมาเปิดเผยถึงเส้นทางความรักกว่า 30 ปี พร้อมด้วยเรื่องป่วยเฉียดตายแล้ว และมีข่าวเม้าท์ว่าจะลาออกจากวงการ? ทุกประเด็นในรายการคุยแซบ SHOW ออกอากาศทางช่องวัน 31 ที่มีหนิง ปณิตา อาจารย์เป็นหนึ่ง และธัญญ่า ธัญเรศ ดำเนินรายการ

ยิ่งอายุเยอะยิ่งหล่อ?

ก้อง : เขินเลยเนี่ย ให้ตอบยังไง ก็ทุกอย่างตามธรรมชาติ มีออกกำลังกาย ผอมลง สมัยนั้นทำงานหนักหน่อยไม่ค่อยได้สนใจ ตอนนี้มีเวลาว่างมากขึ้นก็ออกกำลังกายเป็นประจำ

เสน่ห์เพิ่มขึ้น?

ก้อง : ทำบุญบ่อยๆครับ

มีความรักมา 30 ปีแล้ว ไม่เปิดตัว?

ก้อง : จริงๆก็ไม่ได้ปิด เพียงแต่ว่าแฟนพี่เค้าเห็นชีวิตที่พี่เป็นมันไม่มีอิสระ ไปไหนก็โดนถ่ายรูปความส่วนตัวมันหายไปเค้าไม่อยากได้ชีวิตแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้ปิด ใครถามมีแฟนก็บอกว่ามี

แต่งงาน?

ก้อง : ความรักมันเป็นเรื่องของความเข้าใจ อยู่ด้วยกันเข้าใจกันมันก็เป็นเรื่องใหญ่สุด ผมมองว่าการแต่งงานมันเป็นเพียวประเพณีที่สืบต่แกันมา แต่ผมมองว่าแต่งไม่แต่งในที่สุดก็อยู่ด้วยกัน

คบกันมากี่ปี?

ก้อง : 30 กว่าปี

คบกันตอนที่กำลังดังมากๆ?

ก้อง : จริงๆก่อนหน้านั้นอีก ก่อนจะทำอัลบั้มนูโวด้วยซ้ำ ก่อนเข้าวงการ เราเป็นเพื่อนกันมาก่อน รู้จักกัน แล้วก็ค่อยๆกลายเป็นแฟนกันไป

ก่อนคนนี้เคยมีแฟน?

ก้อง : ก็ตามประสาเด็กๆมัธยมกุ๊กกิ๊กไปเรื่อยตามประสา แต่ไม่ได้เป็นตัวเป็นตน

สับรางทันมั้ย?

ก้อง : ไม่ถึงกับสับราง ผมอยู่โรงเรียนชายล้วน มาเริ่มสหตอนมัธยมปลาย ถึงได้เจอเพศตรงข้าม เราเรียนมาด้วยกันมันเริ่มจากเป็นเพื่อน ค่อยๆเปลี่ยนสถานะมาเรื่อยๆ ที่ทำให้อยู่ได้ยาวเพราะมีความเข้าใจกัน ถอยกัยคนละนิดคนละหน่อย ไปในทางเดียวกัน

มีทะเลาะกันแรงๆบ้างมั้ย?

ก้อง : ไม่ค่อยมีครับ พอเริ่มจะทะเลาะเราก็ถอย เราเงียบบ้าง เค้าเงียบบ้าง พอในวัยโตขึ้นมันไม่มีประโยชน์ที่จะทะเลาะ คุยกันให้รู้เรื่องดีกว่า

เวลไปคอนเสิร์ตสาวๆเข้าหา เค้ามีหึงมั้ย?

ก้อง : เค้าบอกให้ผมต้องไปถ่ายรูปด้วยซ้ำ เค้าบอกเค้าชอบเธอ เค้ารักเธอ เค้ามาหาเธอ เค้าต้องการถ่ายรูปกับเธอต้องไปถ่ายรูปกับเค้านะ คนนั้นยังไม่ได้ถ่ายคนนี้ยังไม่ได้ถ่าย 

ไม่เคยวอกแวกเลย?

ก้อง : ตั้งสมาธิดีๆ มีบ้างแต่ก็เลี้ยวกลับเข้ามา เดี๋ยวเหนื่อย

ไปต่างจังหวัดมีผู้หญิงมาเคาะห้อง?

ก้อง : ตั้งแต่นูโวมีครับ เราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลมต้องไม่เปิดประตู เค้าก็ยื่นกระดาษเข้ามาใต้ร่องประตูแสดงความจำนง เราต้องไม่รับ  ครั้งแรกที่เห็นก็ขำ จะมีหลายรูปแบบมาก เราก็มองเป็นขำๆ ทางผู้ใหญ่ก็เตือนถ้าไม่ไหวจริงๆอย่าให้มีปัญหากับแฟนคลับหรือแฟนเพลง ไม่ไหวจริงๆไปซื้อเอาจบ แต่ว่าอย่ายุ่งกับแฟนคลับหรือแฟนเพลงดีที่สุด

แฟนตามไปทุกครั้ง?

ก้อง : ไม่ครับ น้อยมาก เราจะไม่มีโอกาสใกล้ชิดกับแฟนคลับมากเกินไป เพนสะเค้าจะเจอเราได้ตามที่ที่ไปเล่นคอนเสิร์ต 

มีจู่โจมเข้าช่องทางโซเชียล?

ก้อง : ไม่มีนะครับ ส่วนใหญ่เรื่องที่ผมเป็นเรื่องทั่วๆไป ไลฟ์สไตล์ หรือมีเรื่องราวที่อยากจะบอกแฟนคลับ จะมีคอนเสิร์ต ไม่ค่อยมีเรื่องส่วนตัว ทักมาส่วนตัวก็ไม่มี

ช่วงวัยรุ่นเริ่มดังต้องปิดเรื่องแฟน?

ก้อง : แรกๆก็มี ช่วงนั้นสังคมยังไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่ที่ดารา ศิลปิน นักร้อง จะมีแฟน ไม่ได้ถึงกับปิด ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ถึงกับเปิด

โดนสั่งห้าม?

ก้อง : ไม่ถึงกับห้าม แต่ไม่รู้ได้ก็ดี ผมก็ใช้ชีวิตปกติ เวลาไปซื้ออะไรก็ไปด้วยกัน

เป็นคนสวีทมั้ย?

ก้อง : สวีทครับ จริงๆก็ปกติ ไม่ได้พิเศษอะไร วันเกิด วันวาเลนไทน์ วันปีใหม่มีบ้าง เค้าก็เหมือนพี่มีซื้อของซื้อดอกไม้ให้บ้าง

มีแอบงอนมั้ย?

ก้อง : ไม่มี มันเลยวัยงอนแล้ว  30 กว่าปี เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งคู่คิด เป็นทั้งคู่อริ เป็นหลายอย่าง

มีทะเลาะบอกเลิกกันบ้างมั้ย?

ก้อง : ไม่เคยถึงขั้นนั้น เข้าใจกัน ความรักสิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจ เค้าคือพาร์ทนึงของชีวิต

คิดอยากมีลูกมั้ย?

ก้อง : ไม่เคยมีความคิดอยากจะมีเลย พี่ว่าการมีลูกถ้าเค้าจะมาความอยากมันคงปิ๊งขึ้นมาเองตอนนั้น เป็นเรื่องวาระโอกาส และเวลาต่างๆ แต่ถ้ามันยังไม่มีความรู้สึกอยากแปลว่าเค้ายังไม่มา พอเห็นเพื่อนๆมีชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ แบบไม่หนุกเลยวะ กำลังเฮฮาเล่นดนตรีกันอยู่อยู่กันถึงดึก พอมีลูกก็รีบกลับ มันโดนจำกัดหลายๆอย่าง คนมีลูกเหนื่อยโน่นนี่ แฟนพี่ก็ด้วย

ป่วยเฉียดตาย?

ก้อง : เป็นนิ่วในถุงน้ำดีครับ อักเสบลามไปถึงตับ วันนั้นกำลังถ่ายรายการแน่นลิ้นปี่จุก ก็ขอพัก แต่ไม่ดีขึ้นมันแย่ลง ก็ไปหาหมอ ก็หนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องย้ายโรงพยาบาลมา หมอวิเคราะห์ก็พบ เรื่องใหญ่เลยก็แอดมิทตอนนั้นเลย ไม่ต้องผ่าตัด เข้าการรักษาของหมอ หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้ 5-6 ชั่วโมงมีสิทธิ์เสียชีวิต ก่อนหน้านั้นไม่มีอาการอะไรเลยแอดมิทอยู่ 7 วัน ทานอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้ำ

ป่วยหนัดชีวิตเปลี่ยนมั้ย?

ก้อง : หมอจะมีข้อแนะนำข้อห้าม ก็พยายามทำตามหมอ ครั้งนั้นแอดมิทโรงพยาบาลนานที่สุดในชีวิต

ก่อนหน้านี้บ่นอยากอำลาวงการบันเทิงสักพักนึง?

ก้อง : มันเริ่มมาจากตอนนั้นมันเหนื่อยมาก กลางวันถ่ายละครซ้อนกัน กลางคืนมีคอนเสิร์ต พอมันติดๆกันรู้สึกว่าไม่ค่อยคุยกับใคร ถามคำตอบคำ สมองไม่ไหว พอเป็นยังงี้มา 10 ปี เรารู้สึกว่าต้องหยุดอะไรบ้าง พักอะไรบ้าง ชีวิตมีแต่งาน มันต้องลดทอนลง ต้องมีชีวิตให้ตัวเราเอง ให้แม่ ให้เพื่อนบ้าง ก็ค่อยๆลดละครไปบ้าง ตอนแรกตั้งใจเพลงลดงานละครลง แต่งานดนดตรีผมไม่ได้หยุดเพราะไม่ได้หนักหนาอะไรโชว์นึงก็แค่ชั่วโมงนิดหน่อย เรารักที่จะเล่นด้วยละครนัดเช้า เลิกดึก จากนี้รับละครน้อยลง สุขภาพด้วย เวลาด้วย ชีวิตเราด้วย ไม่ถึงกับรีไทน์ลดอันไหนที่มันหนักเกินไป

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘ญาญ่า อุรัสยา’เปิดโหมดแซ่บ อวดกล้ามท้องเซ็กซี่ริมหาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/695084

'ญาญ่า อุรัสยา'เปิดโหมดแซ่บ อวดกล้ามท้องเซ็กซี่ริมหาด

‘ญาญ่า อุรัสยา’เปิดโหมดแซ่บ อวดกล้ามท้องเซ็กซี่ริมหาด

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.00 น.

29 พ.ย.65 ทำเอาหลายคนเห็นแล้วต่างใจสั่นใจละลายกันเป็นแถวเลยทีเดียว เมื่อนางเอกสาว “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” เช็คอินริมทะเลพักผ่อนกับคุณแม่ แถมงานนี้สาวญาญ่ายังได้โพสต์รูปเซ็กซี่เบาๆ หลังสลัดผ้า อวดหุ่นเฟิร์ม โชว์กล้ามท้องลีน ในชุดว่ายนำบิกินี่ครึ่งท่อน มีเสื้อบางๆ คลุมทับ ทำเอาทะเลแทบลุกเป็นไฟเลยทีเดียว