ด่วน เตือนภัยขนม “ดรากอนส์ เบรธ” ทำเด็กอินโดป่วยแล้ว 25 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2606066

ด่วน เตือนภัยขนม "ดรากอนส์ เบรธ" ทำเด็กอินโดป่วยแล้ว 25 คน

18 ม.ค. 2566 14:30 น.

ด่วน เตือนภัยขนม “ดรากอนส์ เบรธ” ทำเด็กอินโดป่วยแล้ว 25 คน

อินโดนีเซียแจ้งเตือนผู้ปกครองคอยดูแลบุตรหลานใกล้ชิด หลังเด็กๆ ราว 25 คนล้มป่วย จากการกินขนม “ดรากอนส์ เบรธ” หรือลมหายใจมังกร ขนมท้องถิ่นผสมกับไนโตรเจนเหลว ตามกระแสในแอปพลิเคชันติ๊กต่อก

รัฐบาลอินโดนีเซียแจ้งไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในท้องถิ่น ให้เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองให้ตรวจสอบขนมที่บุตรหลานทานอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานเด็กๆ หลายคนทำตามกระแสโซเชียล กินขนมท้องถิ่นชื่อ “ชิกิ เกบุล” หรือที่หลายๆ ประเทศรู้จักกันในชื่อ ลมหายใจมังกร หรือ “dragon’s breath” ซึ่งมีลักษณะเป็นขนมซีเรียลหลากสีสันที่มีไนโตรเจนเหลวอยู่ภายใน ซึ่งเมื่อทานเข้าไปแล้ว ไนโตรเจนเหลวนี้จะทำปฏิกิริยา ทำให้มีไอระเหยออกมาเป็นควันเหมือนมังกรพ่นควัน และมีการโพสต์คลิปขณะรับประทานลงในโซเชียลมีเดีย ก่อนที่หลายรายจะมีอาการแสบท้องและท้องเสีย

ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ทางกระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียได้เน้นย้ำถึงอันตรายจากการบริโภคขนมชนิดนี้เอาไว้ โดยระบุว่าหากมีการบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือมากเกินไปอาจจะทำให้เจ็บป่วยรุนแรงได้ โดยเสี่ยงต่ออาการแสบร้อนในลำไส้และกระเพาะทะลุ เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน นอกจากนี้การสูดควันไนโตรเจนเหลวเป็นเวลานาน อาจจะนำไปสู่ภาวะหายใจลำบากอย่างรุนแรง และในผู้ป่วยบางรายก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยสำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานว่าจนถึงวันอังคารที่ผ่านมา มีรายงานเด็กล้มป่วยจากการรับประทานขนมชนิดนี้แล้วถึง 25 คน ในจำนวนนี้ต้องแอดมิตเข้าโรงพยาบาล 2 คน แต่ยังไม่มีรายงานเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตจากการกินขนมดังกล่าว


ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียได้ประกาศขอความร่วมมือให้สำนักงานสาธารณสุขท้องถิ่นกำชับร้านอาหารที่ใช้ไนโตรเจนเหลวในการทำอาหารให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและต้องเปิดเผยแก่ลูกค้าว่ามีอาหารจานใดมีไนโตรเจนเหลวเป็นส่วนผสมบ้าง พร้อมกำชับไปยังโรงเรียนต่างๆ ให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนเกี่ยวกับอันตรายของไนโตรเจนเหลว ขณะที่มีการขอความร่วมมือร้านหาบเร่แผงลอยงดจำหน่ายขนมประเภทนี้ โดยขนมชนิดนี้เริ่มฮิตและมีวางขายกันในสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายปีก่อน และก็มีรายงานเด็กอเมริกันเกือบตายจากการรับประทานขนมชนิดนี้เข้าไปเช่นกัน.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s