‘AI’สร้างความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง ไอเดียโดนใจเวที‘Creative AI Camp ปี5’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/704831

‘AI’สร้างความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง  ไอเดียโดนใจเวที‘Creative AI Camp ปี5’

‘AI’สร้างความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง ไอเดียโดนใจเวที‘Creative AI Camp ปี5’

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“AI อยู่กับเรา ในทุกที่ทุกเวลา” ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว มีการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาใช้ในการแก้ปัญหา และการพัฒนาเรื่องต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับเหล่า Tech Talent ระดับ ม.ปลาย อาชีวศึกษา และระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1-2 ทั้ง 10 ทีม จากค่าย Creative AI Camp ครั้งที่ 5 จัดโดยบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่นอีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ และพันธมิตร ซึ่งเยาวชนทุกคนได้เรียนรู้ลงมือทำ ขยายขอบเขตความคิด

กระทั่งได้ร่วมกันสร้างสรรค์ชิ้นงาน AI เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ดีกว่าขึ้นมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ซึ่งสุดยอดผลงาน 3 อันดับแรกที่โดนใจคณะกรรมการนานาชาติทั้งไทย สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน ได้แก่ “รางวัลชนะเลิศ”เป็นของผลงาน “AI Ensure WorkerSafety at Construction Site” เป็นการนำ AI มาผสานการทำงานกับกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ช่วยตรวจจับสถานการณ์เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุของคนทำงานในไซต์ก่อสร้าง

น.ส.นัสวรรณ รุ่งฤทธิเดชนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ตัวแทนทีมเจ้าของผลงาน AI Ensure Worker Safety at Construction Site เล่าที่มาที่ไปของนวัตกรรมนี้ว่า ปัจจุบันการก่อสร้างตามสถานที่ต่างๆ เกิดขึ้นพร้อมกันการจะช่วยกันมอนิเตอร์ความปลอดภัยจากส่วนกลางให้ทั่วถึงตลอดเวลาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น กรณีของการก่อสร้างร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่สามารถมอนิเตอร์ความปลอดภัยของการก่อสร้างผ่านกล้อง CCTV ได้ราวร้อยละ 15 ของระยะเวลาการก่อสร้างทั้งหมดกว่า 450,000 ชั่วโมงต่อปี

ทีมของตนจึงนำเสนอวิธีการนำ AI เข้าไปผนวกกับการทำงานของกล้อง CCTV เพื่อช่วยตรวจจับคนทำงานในไซต์ก่อสร้างที่ไม่สวมหมวกนิรภัย แล้วแจ้งเตือนเข้าไปยังกลุ่ม LINE ของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที โดยหากดำเนินการได้ คาดว่าจะช่วยประหยัดเวลาการมอนิเตอร์ของคนไปได้มากกว่า 50,000 ชั่วโมง และอาจขยายขอบเขตมากกว่าแค่การตรวจจับการใส่หมวกนิรภัยได้อีกในอนาคต

ส่วนอีก 2 ผลงาน ประกอบด้วย “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1” เป็นของผลงาน “AI Solving Traffic Jam” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากปัญหาการจราจรติดขัด เนื่องจากการติดไฟแดงต่อเนื่องหลายนาที ในขณะที่ไฟเขียวเพียงไม่กี่วินาที ทำให้การระบายรถทำได้ยาก รวมถึงปัญหาจากการปล่อยรถไม่สัมพันธ์กับจำนวนรถบนท้องถนน มีการปล่อยไฟเขียวต่อเนื่องในขณะที่บนถนนอาจไม่มีรถค้างอยู่แล้ว ทีมที่พัฒนาผลงานดังกล่าวจึงได้นำ AI มาช่วยในการควบคุมสัญญาณไฟจราจร โดยให้ AI เรียนรู้ข้อมูลการจราจรบนถนนเส้นนั้นๆ และนำข้อมูลสภาพการจราจรจากกล้อง CCTV มาใช้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดเวลาการติดไฟแดงที่ไม่สมเหตุสมผลได้กว่าร้อยละ 70

และ “รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2” ผลงาน “Parking Occupancy Detection” นำระบบการประมวลผลด้วยภาพ (Image Processing) มาผสานกับกล้อง CCTV ตรวจจับพฤติกรรมการจอดรถบริเวณที่จอดรถของร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้ทราบจำนวนของกลุ่มที่จอดนานกว่า 15 นาที กลุ่มที่จอดสั้นกว่า15 นาที ช่วงเวลาที่ที่จอดรถเต็ม และจำนวนรถที่ไม่สามารถเข้าจอดได้เนื่องจากที่จอดเต็ม แล้วนำไปประมวลผลสำหรับใช้วางแผนและบริหารจัดการที่จอดรถของร้านต่อไป

สำหรับค่าย Creative AI Campในปีที่ 5 นี้ มีวิทยากรมากกว่า 20 ราย อาทิ คณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง (National Cheng Kung University),มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS), สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM), ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากบริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไอโนว์พลัส จำกัด, บริษัท เดอะซันเพล็กซ์เอ็นจิเนียร์ริ่งแอนด์ซอฟต์แวร์ จำกัด,

บริษัท แอมเบี้ยน 19 จำกัด, Botnoi Group และ Data Scientist จากบริษัท AI ชั้นนำจากนานาประเทศ และพันธมิตรทางด้านเทคโนโลยีที่มาร่วมแสดงผลงาน เช่น บริษัท มิตซูบิชิอีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น จำกัด,บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด,บริษัท ยาสกาว่า อิเล็คทริก (ประเทศไทย)จำกัด และ บริษัท เอบีบี โรโบติกส์ แมชชีน เทนดิ้ง จำกัด

ด้าน นายป๋วย ศศิพงศ์ไพโรจน์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (รักษาการ) สำนักปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการให้เหล่า Tech Talent รุ่นเยาว์ได้เรียนรู้ทักษะทั้งด้านธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นกว่า 2 เดือนตลอดจนได้พูดคุยกับภาคธุรกิจที่เผชิญ Pain Point ในการทำงานโดยตรง ทำให้ผลงานของเยาวชนในปีนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะผลงานชนะเลิศที่ถือว่าโดดเด่น และมีโอกาสต่อยอดได้มาก เพราะคอนเซ็ปต์ “ตาวิเศษ” ของ AI ในไซต์ก่อสร้างนั้น อาจต่อยอดไปช่วยตรวจสอบอย่างอื่นได้เพิ่มเติม

เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไซต์ การทะเลาะวิวาท การขโมยของ การทุจริต ฯลฯ ซึ่งปัจจุบัน เราจะเห็นนวัตกรรม AI เข้ามาเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เช่น นวัตกรรมรถยนต์ขับเองได้นวัตกรรมของ ChatGPT ต่อไป AI จะอยู่กับเราทุกที่ ทุกเวลา มีผลกระทบและประยุกต์ใช้ได้กับทุกสายงานทุกสายอาชีพ เราจึงจะยังคงเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้าน AI ให้แก่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนและสร้างความก้าวหน้าให้แก่ประเทศต่อไป

สำหรับการจัดค่ายครั้งถัดไป บริษัทจะจัดค่ายในรูปแบบออฟไลน์มากขึ้น และเพิ่มประเด็นปัญหาสังคมใหม่ๆ ที่น่าสนใจเข้ามาเป็นโจทย์ในการพัฒนาและท้าทายเยาวชน!!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s