‘แองจี้-ฐิติชา’ ชวนชมฝีมือ Choānn (โชอัน) ผู้กำกับอินเตอร์ฯ ตีความฉากเอ็มวี ‘OverLuv’ สุดว้าว!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/705610

‘แองจี้-ฐิติชา’ ชวนชมฝีมือ  Choānn (โชอัน) ผู้กำกับอินเตอร์ฯ  ตีความฉากเอ็มวี ‘OverLuv’ สุดว้าว!!

‘แองจี้-ฐิติชา’ ชวนชมฝีมือ Choānn (โชอัน) ผู้กำกับอินเตอร์ฯ ตีความฉากเอ็มวี ‘OverLuv’ สุดว้าว!!

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ค่ายเพลง E29 Music Identities (อีทูไนน์ มิวสิค ไอเด็นติตี้) ปล่อยเอ็มวีเพลง “OverLuv” (โอเวอร์เลิฟ) ซิงเกิ้ลที่ 2 ของศิลปิน “แองจี้-ฐิติชา สมบัติพิบูลย์” ออกมาให้ฟังกันต่อเนื่องแบบนอนสต๊อป จนล่าสุดเอ็มวีสุดฮอต “OverLuv” ยอดวิวพุ่งทะยานสู่ 64ล้านวิวไปสดๆ ร้อนๆ ไปแล้ว โดยที่มาของเอ็มวีสุดฮอตครั้งนี้ ได้อิมพอร์ตผู้กำกับอินเตอร์ฯ Choānn (โชอัน) ได้ แลนด์ดิ้งมากำกับเอ็มวีดังกล่าวถึงประเทศไทย โดยใช้เวลาถ่ายทำเพียง 2 วันเต็มก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ในเพลง“OverLuv”ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมตีความฉากต่างๆ ของบทประพันธ์ “Madame Butterfly” อุปรากรโดย “จาโกโม่ ปุชชีนี” หรือ “สาวเครือฟ้า” ในเวอร์ชั่นไทยออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ฉากบ้านทรงไทย, ฉากรังไหม, ฉากแจกันดอกไม้, ฉากแขนหุ่นยนต์, ฉากอาทิตย์อัสดง, ฉากร่มบ่อสร้าง และฉากรถตุ๊กตุ๊ก ผสมผสานกับความหลงใหลผีเสื้อของ “แองจี้-ฐิติชา” ออกมาได้อย่างกลมกลืนและลงตัวสุดๆ โดย Choānn (โชอัน) ได้ตีความฉากต่างๆ ออกมาได้อย่างน่าทึ่งดังนี้

ฉากบ้านทรงไทย THAI HOUSE

เพลง “Overluv” ของศิลปิน “แองจี้-ฐิติชา” เป็นเพลงที่พูดถึงการที่เรารักใครสักคนบนความเจ็บปวดของตัวเองสำหรับ MV เราได้แรงบันดาลใจ
มาจากตอนที่ผมได้อ่านบทละครโอเปราที่เป็นโศกนาฏกรรมความรักเรื่อง “Madame Butterfly” ซึ่งนำเสนอความสัมพันธ์ตั้งแต่ความรักเริ่มผลิบาน กลายเป็นความหลุ่มหลง และกลายเป็นพิษร้ายต่อตัวเองในที่สุด

จริงๆ จุดเริ่มต้นเรื่อง “Madam Butterfly” เองก็มีความน่าสนใจ และมีประวัติการนำไปดัดแปลงแพร่หลายไปหลายเชื้อชาติ ต้นฉบับมาจากเรื่องสั้นของอเมริกา แล้วต่อมาก็ดัดแปลงมาเป็นอุปรากรแบบอิตาเลียน ซึ่งพูดถึงเรื่องราวของสาวญี่ปุ่นกับหนุ่มนายทหารอเมริกัน เรื่องนี้มีเวอร์ชั่นที่หลายๆ ประเทศดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยและบริบทของตนเอง อย่างเมืองไทยก็จะเป็นเรื่อง “สาวเครือฟ้า” ผมเองในฐานะผู้กำกับชาวสิงคโปร์ที่ได้มาร่วมงานกับศิลปินไทยที่กรุงเทพฯ ซึ่งขนทีมงานระดับนานาชาติของผมมาเพื่องานนี้ ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัวและเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่เราจะได้เล่าเรื่องราวที่มันผ่านการตีความจากหลากหลายเชื้อชาติเหลือเกิน และได้เล่าเรื่องบนการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่หลากหลายแบบนี้ ไอเดียต่างๆ มันก็ยิ่งพรั่งพรูเข้ามาตอนที่ผมเริ่มวางฉากแต่ละฉากใน MV นี้โดยอ้างอิงจากเนื้อเรื่องต้นฉบับเป็นหลัก อย่างฉากบ้านทรงไทยนี้ผมอยากให้รู้สึกถึงบ้านที่มีแต่โครงสร้าง ดูว่างเปล่า ขาดหาย ไร้ความรัก ความอบอุ่น โดยเลือกให้น้องแองจี้ใส่ชุดที่เราออกแบบจากเรื่อง “The Wizard of Oz” หลายๆ คนน่าจะจดจำฉาก “There’s no place likehome” ได้ดีและไม่ว่าจะหันไปทางไหนในบ้านก็รู้สึกคนรักของเธอคอยหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา แสงแดดที่สาดเข้ามาในแต่ละทิศทางก็เพื่อที่จะบอกว่าเวลาเปลี่ยนผ่านไปนานแค่ไหน แต่คนรักของเธอก็ไม่เคยอยู่เคียงข้างเธออย่างแท้จริงเลย

ฉากรังไหม COCOON

ฉากนี้ผมอยากให้คนดูนึกถึงรังไหมหรืออะไรที่ผูกรัดเป็นบ่วง เป็นวังวน ทำให้แองจี้ไม่สามารถมูฟออนออกไปจากความสัมพันธ์ที่มัน Toxic ได้ ทั้งเรื่องของสไตล์ที่ @lookmai.92 ดูแลให้และโซฟาที่สั่งทำมาโดยเฉพาะมาช่วยเสริมในเรื่องนี้ตอนแรกเราลองทาสีผนังให้เป็นลายรังไหมเลย แต่พอมาดูจริงๆ ผมรู้สึกว่ามันยังตอบโจทย์ได้ไม่ดีพอ สุดท้ายเลยมาลงตัวที่การใช้เอฟเฟกท์พื้นผิวเป็นลายหินอ่อน ซึ่งมันทำให้เรามองเห็นลายเส้นบนผนังที่มันดูเลื่อนไหลและไม่มีอะไรมั่นคงตายตัวอยู่เลย

ฉากแจกันดอกไม้ FLOWER VASE

ไอเดียหลักๆ ของซีนนี้ เราอยากให้เห็นภาพว่าแองจี้ เป็นเหมือนแจกันดอกไม้ที่เป็นมนุษย์ เพื่อจะถ่ายทอดเรื่องราวว่าในความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผู้หญิงคนนึงถูกมองเป็นแค่ของประดับ ไม่มีความหมายอะไรลึกซึ้งดอกไม้สีเหลืองในฉาก เราเลือกใช้ดอกราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทย เป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม แต่ในขณะเดียวกัน ดอกไม้ก็ยังคงถูกมองว่ามีคุณค่าแค่เพียงแค่เป็นไว้ปักแจกันให้ชมดูเพลินตาก็เท่านั้นซีนนี้ช่วงแรกเราจะเห็นแองจี้ยืนนิ่งมาก นิ่งเหมือนน้องเป็นแจกันดอกไม้ที่จัดแต่งแบบอิเคบานะของญี่ปุ่นเลยถัดมาเราถึงได้เห็นว่าแองจี้คว้าช่อดอกไม้นั้นเหวี่ยงฟาดลงกับพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเดินมาถึงจุดที่พร้อมจะสู้และไม่ยอมจำนนกับสถานะ “ดอกไม้ประดับ” ที่ถูกวางไว้อีกต่อไป และสุดท้ายในฉากนี้ แองจี้ก็เลือกจะโยนดอกไม้นั้นทิ้งไป และนั่นก็คือวันที่ผู้หญิงคนนึง พร้อมจะปฏิเสธ ไม่ทนยอมรับความรักพังๆ ในความสัมพันธ์ที่ Toxic แบบนี้อีกต่อไปแล้ว

ฉากแขนหุ่นยนต์ ROBOT ARM

คอนเซ็ปต์ทั้งหมดของ MV แองจี้มีจุดเริ่มต้นจากเรื่องสั้น Madam Butterfly ของ John Luther Long ทีนี้มันจะมีอยู่ประโยคนึง ที่นายทหารหนุ่มอเมริกันพูดขึ้นตอนที่มาตามจีบ “โจโจ้ซัง” สาวน้อยชาวญี่ปุ่นที่เป็นตัวละครเอกในเรื่อง ที่ว่า “Tho’ in the quest her frail wings should be broken…” ซึ่งประโยคนี้ประโยคเดียวเลย มันบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้สามารถจะทำอะไรก็ได้ เพื่อแลกกับการได้เธอมาครอง แม้ว่าจะต้องเด็ดทำลายปีกผีเสื้อแสนสวยของเธอก็ตามซึ่งความคิดประเภทนี้มันเลวร้ายน่าขนลุกมาก และมันก็เป็นประโยคที่ติดอยู่ในหัวผมมาตลอดเลย ก็เลยกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของซีนนี้

ฉากอาทิตย์อัสดง BLOOD SUNSET

ในเรื่องต้นฉบับ ไคลแมกซ์ของเรื่องจะเป็นตอนที่ “โจโจ้ซัง” ใช้กริชทองปาดคอฆ่าตัวตาย แต่ก็มีหลายๆ เวอร์ชั่นเหมือนกันที่นางเอกของเรื่อง
ไม่ได้ตายตอนจบเราไม่ได้เอาฉากนี้มาใช้อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าเราต้องดึงเอาอะไรบางอย่างจากฉากไคลแมกซ์นี้มานำเสนอใหม่เพื่อเป็นเกียรติแก่ต้นฉบับ ก็เลยนำมาตีความใหม่ให้เป็นแองจี้ใช้กรีดเล็บมือทาสีเหลืองทองไปที่คอและตัวบ้านก็อาบไปด้วยแสงอาทิตย์อัสดงที่แดงฉานแทน

ฉากร่มบ่อสร้าง UMBRELLA

ฉากนี้เราปรับแก้กันอยู่หลายรอบเหมือนกัน กว่าจะลงตัวออกมาเป็นภาพร่มโบราณของไทยขนาดใหญ่ยักษ์ที่เห็นลอยอยู่ในฉาก ทำให้ดูเหมือนเป็นเพดานที่แองจี้กับแดนเซอร์เต้นอยู่ใต้นั้น ส่วนนี้ผมอยากได้ภาพของโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ทอดร่มเงาครอบคลุม ซึ่งเราได้ @cosmicvision.studio มาช่วยดูเรื่องของ CG ให้ส่วนพวกภาพการเคลื่อนไหวอะไรต่างๆ บนพื้น LED ของเรา ควบคุมดูแลโดย DOP @kelvincwz_dp โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรูปร่างของตัวอ่อนผีเสื้อ

ฉากตุ๊กตุ๊ก TUKTUK

ผมรู้เลยว่าตอนจบของ MV มันจะต้องมีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงการปลดปล่อย เพื่อให้แองจี้ได้คิดและเลือกจะ “หนี” ออกไปจากวังวนของเธอให้ได้หลังจากที่ผมได้มาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผมเลือกเลยว่าฉากนี้ต้องไปอยู่กันบนถนน มีรถตุ๊กตุ๊กขับซิ่งกันเป็นขบวนอย่างอิสรเสรี คนขับทั้งหมดจะต้องเป็นผู้หญิง เพื่อเป็นตัวแทนของผู้หญิงทุกคนที่ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากความสัมพันธ์
ที่มัน Toxic และเลือกที่จะดำเนินชีวิตในเส้นทางที่ตัวเองเลือก

ได้ฟังการถ่ายทอดเรื่องราวเอ็มวีเพลง “OverLuv” (โอเวอร์เลิฟ) กันแบบละเอียดยิบไปแล้ว งานนี้ต้องไปดูเอ็มวีของจริงกันแล้วล่ะ ว่าคุณภาพคับจอขนาดไหน? สำหรับใครที่ยังไม่เคยชมเอ็มวีเพลงนี้ สามารถติดตามชมเอ็มวีเพลง “OverLuv” (โอเวอร์เลิฟ) ของศิลปิน “แองจี้-ฐิติชา สมบัติพิบูลย์”ค่ายเพลง E29 Music Identities (อีทูไนน์มิวสิค ไอเด็นติตี้) ได้ทาง https://youtu.be/2bsvCAYwh9Q ยิ่งได้รู้ความหมายของแต่ละฉากกันไปแล้ว….บอกได้คำเดียวว้าววมากจ๊ะแม่จ๋า!!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s