โบสถ์มหาอุตม์ วัดอ่างศิลา พุทธสถานยุคอยุธยาตอนปลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705650

โบสถ์มหาอุตม์ วัดอ่างศิลา พุทธสถานยุคอยุธยาตอนปลาย

โบสถ์มหาอุตม์ วัดอ่างศิลา พุทธสถานยุคอยุธยาตอนปลาย

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดิมนั้นวัดอ่างศิลามีสองวัด คือวัดนอกกับวัดใน แต่รวมเป็นวัดเดียวกันใน พ.ศ. 2459 ดังนั้นโบสถ์วัดอ่างศิลาในจึงถูกเปลี่ยนเป็นวิหาร อุโบสถเดิมเป็นแบบมหาอุตม์ มีขนาดเล็ก มีจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม มีพระพุทธรูปประทับยืนทรงเครื่องปางห้ามสมุทร 2 องค์อยู่เบื้องขวาและซ้ายพระประธาน พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร 2 องค์นี้มีความละม้ายกับพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาก

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปกราบพระที่วัดอ่างศิลา ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี และชมความงามของวิหาร ซึ่งคืออุโบสถหลังเดิมที่สร้างมาตั้งแต่ยุคอยุธยาตอนปลาย โดยสนทนาธรรมกับ พระสมุห์ธีรภัทโธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดอ่างศิลา

l กราบนมัสการพระคุณเจ้า ขอความเมตตาช่วยเล่าประวัติวัดอ่างศิลาโดยสังเขปให้ทราบด้วยครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ตามประวัติระบุว่าวัดอ่างศิลาในก่อสร้างเมื่อครั้งยุคกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย แล้วต่อมายุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จึงสร้างวัดอ่างศิลานอก ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2459 จึงมีประกาศให้รวมวัดทั้งสองเข้าด้วยกัน แล้วใช้ชื่อวัดอ่างศิลา สิ่งสำคัญของวัดอ่างศิลาคือวิหารซึ่งเคยเป็นอุโบสถเก่าของวัดอ่างศิลาใน อุโบสถเป็นแบบมหาอุตม์ คือมีเฉพาะประตูเข้าทางด้านหน้าเท่านั้น ไม่มีประตูออกด้านหลังพระประธาน โบสถ์มหาอุตม์ถูกเชื่อว่ามีความขลังมาก จึงนิยมใช้ประกอบพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลังและเป็นที่ทำสมาธิ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ภายในอุโบสถเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก แบ่งเป็นสี่ชั้น ชั้นบนสุดวาดรูปพระพุทธเจ้าขนาดใหญ่ปางมารวิชัย ชั้นล่างลงมาวาดรูปพระขนาดย่อมปางสมาธิ ส่วนชั้นที่ต่อลงมาเป็นภาพเทวดาและพญาวานรพนมมือไหว้

โดยชั้นล่างสุดวาดภาพยักษ์พนมมือไหว้มีประวัติเล่าว่าในช่วงกอบกู้อิสรภาพให้กรุงศรีอยุธยานั้น พระยาตาก (ก่อนจะเสด็จขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ยกกองทัพมาทางเรือ แล้วได้มาทำพิธีปลุกเสกภายในอุโบสถแห่งนี้ ซึ่งในครั้งนั้นเล่ากันว่าเป็นวัดร้าง แต่เมื่อได้รับการฟื้นฟูและได้บูรณะอุโบสถ พบว่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนัง จึงซ่อมแซมมาเป็นระยะๆ จนปรากฏถึงทุกวันนี้ ส่วนพระประธานดั่งเดิมนั้นมีขนาดองค์เล็กกะทัดรัด แต่ต่อมาได้สร้างพระประธานองค์ใหม่ มีขนาดใหญ่กว่าเดิม จึงต้องอัญเชิญพระประธานองค์เดิมมาไว้เบื้องหน้าพระประธานองค์ใหม่ แต่ยังคงเก็บรักษาฐานชุกชีเดิมไว้ดังปรากฏถึงทุกวันนี้ แล้วที่สำคัญคือมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรสององค์อยู่เบื้องซ้ายและขวาพระประธาน พระพุทธรูปยืนสององค์นี้มีพุทธลักษณะละม้ายกับพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรที่ประดิษฐานภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาก เพียงแต่มีขนาดพระองค์เล็กกว่าเท่านั้น ครั้นเมื่อรวมวัดกันแล้ว ก็แปรสภาพอุโบสถวัดอ่างศิลาในเป็นวิหาร แล้วให้อุโบสถวัดอ่างศิลานอกเป็นอุโบสถของวัด

โดยอุโบสถเป็นแบบพระราชนิยมในรัชสมัยรัชกาลที่ 3 คือมีเสาพาไลสี่เหลี่ยมล้อมรอบ มีหน้าบันประดับด้วยเครื่องถ้วยลายคราม และเครื่องลำยองเป็นปูนปั้น ซุ้มประตูและหน้าต่างประดับปูนปั้นลายพรรณพฤกษาพระประธานปางมารวิชัย มีจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติ และยังมีบันทึกเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองอ่างหิน ณ ค่ายหลวงอ่างหิน เมื่อวันอังคาร แรม 10 ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด อัฐศก ศักราช 1238 หรือตรงกับ พ.ศ. 2419 ด้วย โดยมีหลักฐานประกอบคือตึกขาว ตึกแดงที่ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ ณ บริเวณที่ประทับริมชายทะเลอ่างศิลา ปัจจุบันอยู่ในเขตการดูแลโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

l กราบนมัสการเรียนถามเจดีย์สามองค์ที่อยู่หน้าโบสถ์เก่า หรือวิหารในปัจจุบันว่ามีความเป็นมาอย่างไรครับ เพราะแต่ละองค์ก็มีลักษณะต่างกัน

พระสมุห์ธีรภัทโธ : เจดีย์องค์ที่สร้างก่อนคือองค์กลาง สันนิษฐานตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ปรากฏว่าสร้างสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ส่วนองค์ซ้ายและขวา สันนิษฐานว่าสร้างสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เจดีย์องค์กลางมีจุดเด่นคือองค์เจดีย์ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยม โดยมุมของฐานทั้งสี่มียักษ์อยู่ ส่วนกึ่งกลางของแต่ละด้านมีวานรแบกฐาน ถัดขึ้นมาเป็นการย่อมุม 12 แล้วเหนือขึ้นไปมีรูปครุฑยุดนาคอยู่ที่มุมทั้งสี่ เหนือขึ้นไปเป็นฐานบัวหงายสี่ชั้นองค์เจดีย์ทรงชะลูด มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดับทั้งสี่ด้าน ส่วนเจดีย์องค์ขวามือเป็นรูปแปดเหลี่ยม องค์เจดีย์ตั้งบนฐานบัวหงายสามชั้น องค์เจดีย์เป็นแปดเหลี่ยม ปล่อยไฉนเป็นรูปบัวหงาย ห้าชั้น และเจดีย์องค์ซ้ายเป็นทรงเหลี่ยม ที่ฐานมีสิงห์อยู่ที่มุมทั้งสี่ เจดีย์องค์นี้มีความแตกต่างจากเจดีย์อีกสององค์คือประดับด้วยถ้วยชามสังคโลก เจดีย์ทั้งสามองค์เรียงเป็นแนวทิศเหนือใต้ ลักษณะของเจดีย์บ่งบอกชัดเจนว่าแต่ละองค์สร้างในสมัยใด โดยเฉพาะเจดีย์ที่มีเครื่องเบญจรงค์ประดับถือได้ว่าก่อสร้างในสมัยตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่าวัดอ่างศิลาก่อสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายคือ ใบเสมาจารึกอักษรขอมระบุว่าสร้างในปี พ.ศ. 2253

l ในวัดยังมีมณฑปด้วยครับ กราบนมัสการพระคุณเจ้ากรุณาเล่าประวัติมณฑปให้ฟังด้วยครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : มณฑปทำเป็นอาคารมีหลังคาเรือนยอด ตั้งอยู่ทิศเหนืออุโบสถ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง มีจิตรกรรมฝาผนังรูปอดีตพุทธเจ้า 

l อุโบสถของวัดมีสถาปัตยกรรมคล้ายแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 เพราะเหตุใดจึงเป็นแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์ครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ตามหลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าอุโบสถแห่งนี้สร้างสำเร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ดังจะเห็นได้จากหน้าบันอุโบสถที่มีความคล้ายกับพระอุโบสถวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นแบบพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่เด่นชัดที่สุด มีหลักฐานระบุว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์ เขียนโดยนายเอี่ยมและนายแดง เมื่อ พ.ศ. 2368 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 3 โดยช่างทั้งสองคนมาจากวัดสามปลื้ม หรือวัดจักรวรรดิฯ ในกรุงเทพฯ และสันนิษฐานด้วยว่าตัวโบสถ์อาจจะสร้างมาตั้งแต่ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แล้วมาเสร็จสมบูรณ์ในยุครัชกาลที่ 3

ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2459สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จตรวจราชการคณะสงฆ์ที่อ่างหิน แล้วเสด็จไปประทับ ณ ตำหนักมหาราช (ตึกขาว) ในครั้งนั้นทรงไปแสดงพระธรรมเทศนาที่วัดอ่างหิน แล้วทรงเห็นว่าวัดอ่างหินนอกมีความทรุดโทรมมากกว่าวัดอ่างหินใน จึงทรงมีพระดำริให้รวมเป็นวัดเดียวกัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการให้วัดทั้งสองแห่งมีความเจริญทัดเทียมกัน และเพื่อความสามัคคีของคนในหมู่บ้านด้วย 

l ในอดีตเมืองอ่างหิน หรืออ่างศิลาเป็นเมืองท่าสำคัญของเขตภาคตะวันออก ใช่ไหมครับ เมืองนี้นับว่ามีความร่ำรวยเนื่องจากผู้คนมีฐานะดี จึงก่อสร้างวัดได้สวยงาม

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ตามประวัติกล่าวไว้เช่นนั้นครับ การก่อสร้างวัดให้สวยงามและใหญ่โตได้นั้นจำเป็นต้องมีแรงศรัทธาจากชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านในย่านนี้มีความร่ำรวย เนื่องจากมีการค้าการขายดี เพราะเป็นเมืองท่าสำคัญ ก็จึงทำให้มีเงินก่อสร้างวัดสร้างโบสถ์ได้งดงาม คนไทยสมัยก่อนเขานิยมสร้างวัดเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เพราะถือว่าได้สร้างบุญใหญ่ และยังเป็นการแสดงถึงการมีฐานะของผู้สร้างด้วย แต่เป็นการสร้างด้วยจิตศรัทธา เพื่อน้อมถวายแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

l หากมีผู้คนต้องการเข้ามาขอกราบนมัสการพระพุทธรูปในวิหารและอุโบสถ ต้องติดต่อใคร และอย่างไรครับ

พระสมุห์ธีรภัทโธ : ติดต่อได้ที่พระสงฆ์ทุกรูปในวัดได้ครับ แล้วจะมีผู้มาเปิดวิหาร อุโบสถ และมณฑปให้ชม ทุกวันนี้ก็มีผู้มาขอชมเป็นประจำ มีนักศึกษาที่สนใจภาพจิตรกรรมฝาผนังมาขอศึกษากันเป็นประจำ ทางวัดยินดีให้บริการ ขอให้แจ้งมาเถอะครับ เรายินดีเปิดให้ชม ขอแค่เพียงชมแล้วช่วยกันรักษา ช่วยกันดูแลของล้ำค่าเอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมด้วย ทางวัดต้องการให้ชุมชนช่วยกันดูแลรักษาโบราณสถานต่างๆ ในวัดไว้ เพราะอาศัยเพียงกำลังของพระสงฆ์ในวัดก็อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากมีจำนวนพระสงฆ์น้อย เพราะฉะนั้นชาวบ้านในชุมชนต้องช่วยกันดูแลรักษาด้วย สำหรับคุณผู้ชมรายการทีวีนี้ และคุณผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า หากมีโอกาสแวะเวียนมาที่อ่างศิลาก็ขอเรียนเชิญเข้ามาไหว้พระ ทำบุญ และชมความงามของวัดอ่างศิลา ขอเจริญพรมา ณ ที่นี้ด้วย 

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s