คุยกัน 7 วันหน : กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน จากปฏิบัติการทางทหารสู่อาณาจักรธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/705818

คุยกัน 7 วันหน : กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน  จากปฏิบัติการทางทหารสู่อาณาจักรธุรกิจ

คุยกัน 7 วันหน : กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน จากปฏิบัติการทางทหารสู่อาณาจักรธุรกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักข่าว IRNA สื่อทางการอิหร่าน รายงานว่า เจ้าหน้าที่ประสานงานกิจกรรมระหว่างกองทัพและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน เตือนสหภาพยุโรป หรืออียู เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ม.ค.) ว่า ห้ามนำกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านไปใส่ในบัญชีผู้ก่อการร้าย หลังจากเมื่อวันพุธ รัฐสภายุโรปเรียกร้องให้สหภาพยุโรปขึ้นบัญชีกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC ให้เป็นองค์กรก่อการร้าย โดยกล่าวโทษว่าเป็นเพราะการปราบปรามผู้ประท้วงในประเทศ และการจัดหาโดรนให้กับกองทัพรัสเซียที่ปฏิบัติหน้าที่ในยูเครน

IRGC เป็นกองกำลังทหารที่ทรงพลัง โดดเด่น และเป็นกองกำลังชั้นดีที่สุดของอิหร่าน มีกำลังพลกว่า 150,000 นาย มีทัพบก ทัพเรือทัพอากาศ และหน่วยข่าวกรองเป็นของตนเอง ก่อตั้งขึ้นไม่นาน หลังการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 1979 เพื่อทำหน้าที่ปกป้องระบอบการปกครองของผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ และคานอำนาจกับกองกำลังทหารอื่นๆ ในประเทศ เป็นกองกำลังทหารที่ทรงอิทธิพลทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในอิหร่าน มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาห์เมเนอีผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และผู้นำระดับสูงหลายคนในประเทศ

นอกจากนี้ IRGC ยังสามารถสั่งการกองกำลังต่อต้านบาซิจ (Basij Resistance Force) ซึ่งเป็นกองกำลังอาสาสมัครกึ่งทหารที่จงรักภักดีต่อสถาบันนักบวชได้ บาซิจ มักถูกใช้เพื่อปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาล อีกทั้งเคยโจมตีกองทัพอิรักในช่วงสงครามปี 1980 ส่วนในยามสงบก็จะทำหน้าที่บังคับใช้หลักปฏิบัติทางสังคมอิสลามของอิหร่าน นักวิเคราะห์คาดว่าอาสาสมัครของบาซิจ อาจมีจำนวนหลายล้านคน โดยมีสมาชิกที่กำลังทำงานอยู่ 1 ล้านคน

บาซิจ ยังเป็นกำลังหลักในการปราบปรามการประท้วงทั่วประเทศในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา สำนักข่าวของนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Activists’ News Agency หรือ HRANA) ซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ บอกว่า มีคนอย่างน้อย522 รายที่ถูกสังหาร

IRGC พยายามแผ่ขยายอิทธิพลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในตะวันออกกลาง โดยใช้วิธีสนับสนุนเงินทุน อาวุธ เทคโนโลยี การฝึกฝนและให้คำแนะนำแก่รัฐบาลชาติพันธมิตร และกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ผ่านปฏิบัติการของหน่วยงานลับที่ชื่อ คูดส์ ฟอร์ซ (Quds Force)

กองกำลังคูดส์ Quds เป็นหน่วยจารกรรมต่างชาติและกองกำลังกึ่งทหารของ IRGC ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อกองทหารอาสาสมัครพันธมิตรทั่วตะวันออกกลาง ตั้งแต่เลบานอนไปจนถึงอิรัก และเยเมนไปจนถึงซีเรีย

IRGC ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายและถูกสหรัฐฯคว่ำบาตร ได้พยายามเป็นเวลาหลายปีในการทำให้ตะวันออกกลางสนับสนุนอิหร่าน เช่น ก่อตั้งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนในปี 1982 เพื่อส่งออกแนวความคิดของตน และเพื่อต่อสู้กับกองกำลังอิสราเอลที่รุกรานเลบานอนในปีเดียวกัน ปัจจุบันฮิซบอลเลาะห์เป็นกองกำลังทหารสำคัญที่มีบทบาทในความขัดแย้งระดับภูมิภาค

IRGC ดูแลโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งได้รับการยกย่องจากผู้เชี่ยวชาญว่าใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางและเคยใช้ขีปนาวุธโจมตีกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ในซีเรีย และกลุ่มต่อต้านชาวเคิร์ดอิหร่านทางตอนเหนือของอิรัก นอกจากนี้ IRGC มีความสามารถทางด้านการรบแบบดั้งเดิม และได้แสดงฝีมือให้เห็นจากการมีส่วนร่วมในความขัดแย้งที่ซีเรียและอิรัก

สำหรับตำแหน่งของ IRGC ในระบบการเมืองอิหร่าน มีอดีตเจ้าหน้าที่ IRGC ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทางการเมือง ตั้งแต่รัฐบาลไปจนถึงรัฐสภา คณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดี อิบราฮิม ไรซี ส่วนใหญ่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ IRGC บุคคลเหล่านี้ที่ได้รับการปลูกฝังให้ปกป้องการปกครองอิหร่าน จะออกมาพูดหรือแสดงความเห็น หากรู้สึกว่าระบอบการปกรองถูกต่อต้านหรือถูกคุกคาม

นอกจากนี้ IRGC ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจอิหร่าน เนื่องจากหลังจากสงครามอิรักในทศวรรษที่ 1980 สิ้นสุดลง IRGC ได้มีส่วนร่วมอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศอิหร่าน และได้ขยายเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวาง ตั้งแต่โครงการน้ำมันและก๊าซไปจนถึงการก่อสร้างและโทรคมนาคม ผลประโยชน์ทางธุรกิจของ IRGC มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ ในปี 2019 สหรัฐฯได้ขึ้นบัญชีดำ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน เป็นองค์กรก่อการร้ายอย่างเป็นทางการ นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ จัดให้กองทัพชาติอื่นอยู่ในบัญชีดำองค์กรก่อการร้าย ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศให้กองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการในตะวันออกกลางเป็นองค์กรก่อการร้ายเช่นกัน

การประกาศให้ IRGC เป็นองค์กรก่อการร้าย เปิดทางให้สหรัฐฯ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านได้รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เพราะ IRGC มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของอิหร่านอีกทั้งประชาชนและบริษัทในประเทศนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้เงินสนับสนุนพวกเขาได้

ดร.ซานาม วิคัล จากสถาบันศึกษานโยบายต่างประเทศแชตธัม เฮาส์ (Chatham House) บอกว่าการมุ่งเป้าไปที่กองกำลังสังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติจะทำให้อิหร่านได้รับผลกระทบมาก เพราะพวกเขาพึ่งกองกำลังนี้เป็นอย่างมากในการปฏิบัติการทั้งในประเทศและต่างประเทศแต่ก็เตือนเช่นกันว่า อิหร่านก็อาจจะประกาศให้กองกำลังของประเทศสหภาพยุโรปเป็นองค์กรก่อการร้ายเหมือนกัน และพวกเขาก็จะตกเป็นเป้าในตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดี ศ.มาร์ยัม อเล็มซาเดห์จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด บอกว่ามาตรการนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากในเชิงปฏิบัติเพราะพวกเขาก็ปฏิบัติการได้อยู่แล้วทั้งๆ ที่อิหร่านโดนมาตรการคว่ำบาตรมากมาย จึงดูเหมือนเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ของสหภาพยุโรปมากกว่า

โดย ดาโน โทนาลี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s