ส่องการเมืองเปรู ศึกช่วงชิงอำนาจชนวนเหตุการประท้วงรุนแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2609065

ส่องการเมืองเปรู ศึกช่วงชิงอำนาจชนวนเหตุการประท้วงรุนแรง

23 ม.ค. 2566 14:05 น.

ส่องการเมืองเปรู ศึกช่วงชิงอำนาจชนวนเหตุการประท้วงรุนแรง

  • เกิดการประท้วงรุนแรงในหลายเมืองทั่วประเทศเปรู เป้าหมายขับไล่ประธานาธิบดีออกจากตำแหน่ง และแม้ว่าประธานาธิบดีจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ครอบคลุมกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ได้พยายามกดดันรัฐบาลใช้ความรุนแรงท้าทายสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ตำรวจใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 50 ศพ 
  • ชนวนเหตุประท้วงมาจากกรณีที่ อดีตประธานาธิบดีเปโดร คาสติญโญ ของเปรู ถูกรัฐสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เขาถูกควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาคอร์รัปชัน จากความพยายามก่อกบฏ ด้วยการสั่งยุบสภา และจัดตั้งคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนฉบับที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2537 สมัยประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ 

การเมืองเปรูอยู่ในภาวะวุ่นวายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากความพยายามแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ซึ่งทำให้มีประธานาธิบดีถึง 6 คนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ประท้วงรุนแรงระลอกล่าสุดเริ่มปะทุมาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมปี 2565 หลังการถูกปลดของอดีตประธานาธิบดีคาสติญโญ ซึ่งทำให้รองประธานาธิบดีดีน่า โบลัวร์เต ขึ้นมารับตำแหน่งแทน 

บรรดากลุ่มรากหญ้าผู้สนับสนุนนายคาสติญโญ ทั้งในกรุงลิมา และส่วนใหญ่อยู่ในเมืองคุสโก ตลอดจนเมืองอื่นๆ ทางตอนใต้ของประเทศ ต่างไม่พอใจออกมาประท้วงรุนแรงภายใต้สโลแกน “ยึดเมือง” เพื่อกดดันรัฐบาลของประธานาธิบดีโบลัวร์เต เรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่

อะไรคือชนวนเหตุการประท้วง

สถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งใหม่ในเปรูเริ่มปะทุขึ้น นับตั้งแต่วันที่รัฐสภาลงมติอิมพีชเมนต์ หรือถอดถอนประธานาธิบดีคาสติญโญ วัย 53 ปี ออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ปีที่แล้ว หลังจากที่เขาพยายามยุบสภาอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยังพยายามจัดตั้งคณะทำงานร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างความตกตะลึงให้กับทุกฝ่าย ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าเป็นความพยายามก่อกบฏ

หลังจากที่เขาถูกถอดถอนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง รองประธานาธิบดีโบลัวร์เต ก็ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งแทน โดยการปลดนายคาสติญโญ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งครั้งล่าสุด ระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของเปรู

ก่อนหน้านี้ นายคาสติญโญ ต้องเผชิญข้อกล่าวหาคอร์รัปชันที่อยู่ระหว่างการสอบสวน และเคยรอดพ้นกระบวนการอิมพีชเมนต์มาได้ 2 ครั้ง หลังจากฝ่ายค้านพยายามสกัดเขาลงจากตำแหน่ง แต่กลับมาเพลี่ยงพล้ำต้องหลุดจากตำแหน่งในการอิมพีชเมนต์ครั้งที่ 3 นี้เอง ตอนนี้เขาอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวเพื่อรอการสอบสวนในข้อหาก่อกบฏ

ขณะที่ผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายคาสติญโญ พร้อมขับไล่ประธานาธิบดีโบลัวร์เตออกจากตำแหน่ง เรียกร้องให้มีการยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่ ท่ามกลางการประท้วงรุนแรงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 50 ศพ ทางการเปรูต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเพื่อหาทางควบคุมเหตุความไม่สงบ

สถานการณ์ประท้วงรุนแรงจะจบลงอย่างไร

ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนนายคาสติญโญ ซึ่งมีพื้นเพเป็นกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล กลุ่มชาติพันธุ์ในแถบตอนใต้มีแนวคิดทางฝ่ายซ้าย แตกต่างและขัดแย้งกับคนในเมืองหลวง เช่นเดียวกับอดีตผู้นำของเขา ที่เป็นอดีตครูและผู้นำสหภาพในหมู่บ้านขนาดเล็กที่ยากจน คนกลุ่มนี้เลยมองว่ารัฐบาลใหม่เป็นพวกขโมยอำนาจ ที่ชอบโกหก และประธานาธิบดีโบลัวร์เตไม่ได้เป็นตัวแทนของพวกเขา การประท้วงจึงเริ่มขึ้นที่เมืองทางตอนใต้ก่อนที่จะลุกลามไปในหลายเมืองทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีการปะทะกันยังปะทุขึ้นในพื้นที่อื่นๆ อีก เช่น ลา ลิเบอร์ทาด ภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือของเปรู โดยผู้ประท้วงพยายามใช้ข้อความโน้มน้าวกองทัพให้หันมาอยู่ข้างประชาชนที่เข้าร่วมการประท้วง

ด้านประธานาธิบดีโบลัวร์เต ได้เคยออกมายืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ไม่ใช้ความรุนแรง ขณะที่รัฐบาลจำเป็นต้องตอบโต้ตามมาตรการภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองของเปรู ระบุว่า ความรุนแรงทางการเมืองเปรูที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ และสะท้อนถึงความแตกแยกฝังรากลึกในประเทศนี้ย้อนไปหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การเมืองในเปรูมีความซับซ้อนย้อนไปในประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน จะพบว่าเต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจ และมีความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้คนในเมืองกับผู้คนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล ที่มักจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และไม่รับประโยชน์จากการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้แม้ว่าตัวเลขจีดีพีของประเทศจะเติบโตได้ดี แต่ในความเป็นจริงผู้คนจำนวนมากยังยากจนและขาดแคลนสิ่งของจำเป็นพื้นฐานในชีวิต ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุข ระบบการศึกษา และไร้ที่อยู่อาศัย 

จนถึงตอนนี้การประท้วงรุนแรงดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่ 5 แล้ว การประท้วงที่ไม่มีแกนนำชัดเจนทำให้สถานการณ์รุนแรงเกินควบคุม โดยผู้ประท้วงยืนยันว่าพวกเขาทำเพื่อปกป้องประเทศจากนักการเมืองที่เล่นเกมช่วงชิงอำนาจกัน และจะไม่มีการเจรจากับรัฐบาลที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า หากเทียบกับโบลิเวียแล้วจะเห็นได้ว่าการเมืองมีความรุนแรงและวุ่นวายมากขึ้น และหากเทียบกับความรุนแรงสมัยอดีตประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ ก็จะพบว่ามีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากในขณะนั้นเป็นการลุกฮือประท้วงขับไล่ผู้นำเผด็จการปล้นชาติ ส่วนตอนนี้เป็นเรื่องของการช่วงชิงอำนาจระหว่างผู้นำ 2 คนที่ไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก ขณะที่การจะกลับไปเป็นการเมืองสไตล์กรุงลิมาเป็นศูนย์กลางก็นับเป็นเรื่องยากอย่างมาก เนื่องจากเกิดความแตกแยกรุนแรงมากขึ้น ทำให้สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ยากที่จะคลี่คลาย 

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล : Reuters BBC CNN

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s