เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ ‘Beware of TIGER’ ผลงานคอลแลปจาก ‘ยูน-ปัณพัท’ และ ‘ตราเสือ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728247

เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ ‘Beware of TIGER’  ผลงานคอลแลปจาก ‘ยูน-ปัณพัท’ และ ‘ตราเสือ’

เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ ‘Beware of TIGER’ ผลงานคอลแลปจาก ‘ยูน-ปัณพัท’ และ ‘ตราเสือ’

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ตราเสือ” ส่งแบรนด์เสือไลฟ์สไตล์ (TIGER Lifestyle) คอลแลปกับ “ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล” ศิลปินและอิลลัสเตรเตอร์ไทยชื่อดังระดับโลกในโปรเจกท์ “TIGER x PHANNAPAST” เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Beware of TIGER” แฟชั่นไลฟ์สไตล์ 30 ไอเทม อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก กระบอกน้ำ และอีกมากมายที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสือลายพาดกลอน” ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์เสือที่ซ่อนอยู่ในตัวทุกคนด้วยงานดีไซน์ที่ผสานความละเอียด อ่อนช้อยเข้ากับความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างลงตัว เพิ่มความพิเศษด้วยดีเทลของอาร์ตเวิร์กที่ใช้หลากหลายเทคนิคทั้งการปัก การคัตติ้ง และการวางลายพิมพ์ โดยคอลเลคชั่นพิเศษนี้วางจำหน่าย ผ่านช่องทางออนไลน์ Shopeeและ Lazada ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป

สยามรัฐ สุทธานุกูล Chief Marketing Officer-Cement and Green Solution Business บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้างจำกัด กล่าวว่า “ตราเสือ มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ พร้อมพาแบรนด์ไปเชื่อมโยงและเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ ผ่านการทำ Brand Commerce ฉีกกรอบการเป็นแบรนด์ปูนซีเมนต์ทั่วไป หยิบเอาไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมาสื่อสารและสร้างเรื่องราวที่น่าจดจำให้กับแบรนด์ในรูปแบบ Collaboration Project ซึ่งที่ผ่านมาได้จับมือกับกลุ่มนักออกแบบชื่อดังมากมาย เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ อาทิ คิด-จาก-ถุง โปรเจกท์กระเป๋าที่คิดและสร้างสรรค์จากถุงปูนซีเมนต์, TIGER X Renim Project แฟชั่น Up Cycle สุดครีเอทที่ยูนีคและเท่ไม่ซ้ำใคร จนได้รับเลือกให้ไปจัดแสดงในงานLA Fashion Week 2019, TIGER X Bangkok Tales สินค้าคอลเลคชั่นเสือ มหาเศรษฐีรับตรุษจีน เป็นต้น ซึ่งทุกโปรเจกท์ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย ล่าสุดส่งแบรนด์เสือไลฟ์สไตล์ จับมือคุณยูน-ปัณพัท ศิลปินและอิลลัสเตรเตอร์ไทยที่น่าจับตามองแห่งยุค ที่มีผลงานการออกแบบสุดโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก มาร่วมสื่อสารแบรนด์ตราเสือในมุมมองใหม่ผ่าน โปรเจกท์ TIGER x PHANNAPAST”

ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินและอิลลัสเตรเตอร์ไทย ผู้ออกแบบคอลเลคชั่นBeware of TIGER กล่าวว่า “Beware of TIGER นับเป็นคอลเลคชั่นแรกที่ยูนได้นำเอกลักษณ์และลวดลายการออกแบบของตัวเองมาสร้างสรรค์แฟชั่นไลฟ์สไตล์ไอเทมที่มีความเรียบง่าย ไม่สลับซับซ้อน โดยโจทย์ของโปรเจกท์นี้คือ การนำเอาความน่าไว้วางใจและเชื่อถือได้ของแบรนด์ตราเสือมาถ่ายทอดผ่านงานดีไซน์ ซึ่งปกติยูนจะชอบออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่อยู่รอบๆ ตัว หรือสิ่งที่สนใจในขณะนั้น จึงได้นำเอา “เสือ” ซึ่งเป็นคาแร็กเตอร์และโลโก้ของแบรนด์มาถ่ายทอดด้วยมุมมองใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสือลายพาดกลอน” เพราะเชื่อว่าทุกๆ คนจะมีคาแร็กเตอร์ของความเป็นเสือซ่อนอยู่ในตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งงานออกแบบที่สนุกและท้าทายมากเลยค่ะ”

โดยได้ออกแบบคาแร็กเตอร์ของเสือและอาร์ตเวิร์กต่างๆ ให้มีความแข็งแรงของปูนตราเสือ แต่ยังมีกลิ่นอายและเอกลักษณ์ของเราผสมผสานอยู่ในทุกส่วน อาทิ คาแร็กเตอร์ตัวเสือ, ดอกไม้, Beware of TIGER และองค์ประกอบอื่นๆ พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยการใช้เทคนิคที่หลากหลายประกอบเข้าด้วยกันทั้งการปัก การคัตติ้ง และการวางลายพิมพ์ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ มีผลิตภัณฑ์ออกมารวม 30 ไอเทม ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก กระบอกน้ำ และอีกมากมาย ซึ่งทุกคนสามารถใช้และใส่ได้ในทุกวัน รวมถึงนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์เพิ่มความสนุกในการแต่งตัวได้อย่างหลากหลาย

โดยสินค้าไฮไลท์ในคอลเลคชั่นนี้ประกอบด้วย ชุดเซตฮู้ดดี้และกางเกงจ๊อกเกอร์ เสื้อฮู้ดดี้สีเทาอ่อนและกางเกงวอร์มขาจั๊มเข้าชุดโดดเด่นด้วยลวดลายหางเสือสุดชิค เนื้อผ้าใส่สบายสามารถใส่เข้าเชต หรือนำไปแมทช์กับเสื้อและกางเกงอื่นๆ ได้ตามสไตล์ แจ๊กเกตยีนส์ ไอเทมสุดคลาสสิกที่นำมาเพิ่มลูกเล่นด้วยดีเทลลายปักอาร์ตเวิร์ก เปลี่ยนแจ๊กเกตยีนส์ธรรมดาให้ดูสนุกขี้เล่นมากขึ้น นำมาแมทช์กับลุคไหนก็ปัง หมวกแก๊ปยีนส์แอคเซสซอรี่เพิ่มความสนุกให้กับลุคต่างๆ ได้ไม่มีเบื่อด้วยหมวกแก๊ปยีนส์ 2 สไตล์ ได้แก่ หมวกแก๊ปยีนส์และหมวกแก๊ปยีนส์แบบมีหูที่ปักด้วยอาร์ตเวิร์กหน้าเสือ กระบอกน้ำTumbler โชว์และเก็บอุณหภูมิขนาด500 มล. สีเขียวอ่อนและเขียวเข้มโทนสีที่กำลังมาแรง เพิ่มความเก๋ด้วยลายหางเสือสีขาวดำ วัสดุแข็งแรงน้ำหนักเบา พกพาไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างง่ายดาย กระเป๋าโท้ทผ้าไนลอนและกระเป๋าโท้ทขนฟู เพิ่มสีสันให้กับลุคในแต่ละวันด้วยกระเป๋าโท้ทปักด้วยอาร์ตเวิร์กหน้าเสือ2 สไตล์ ได้แก่ กระเป๋าโท้ทผ้าไนลอนสีเขียวเหนี่ยวใจเรียบแต่เก๋ และกระเป๋าโท้ทผ้าแบบขนฟูเพิ่มความมุ้งมิ้งน่ารัก มีให้เลือก 3 สี เขียว ชมพู และม่วง

คอลเลคชั่นพิเศษนี้ วางจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์ Tiger Cement Shop บนShopee และ Lazada ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป พร้อมวางแผนขยายการจำหน่ายไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวรับการเปิดประเทศต่อไป

เทศกาลผลไม้สุดยิ่งใหญ่ ที่สยามพารากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728256

เทศกาลผลไม้สุดยิ่งใหญ่ ที่สยามพารากอน

เทศกาลผลไม้สุดยิ่งใหญ่ ที่สยามพารากอน

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติศูนย์การค้าสยามพารากอน ผนึกกำลัง กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส และ กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ รวบรวมสุดยอดผลไม้ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงมากกว่า 17 แหล่งทั่วประเทศ จัดงาน “SIAM PARAGON TROPICAL FRUIT PARADE 2023” (สยามพารากอน ทรอปิคอล ฟรุ้ต พาเหรด 2023) เทศกาลผลไม้สุดยิ่งใหญ่ในสไตล์ทรอปิคอลพาเหรดผลไม้ไทยเกรดพรีเมียมที่ส่งตรงจากสวนผลไม้ชื่อดังทั่วประเทศมาให้เหล่าฟรุ้ตเลิฟเวอร์ได้ลิ้มรสชาติกันอย่างจุใจ ชูไฮไลท์ “บุฟเฟ่ต์ทุเรียน” หลากหลายสายพันธุ์ และหายากในงาน รวมถึงผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้อีกมากมาย ณ พาร์ค พารากอนศูนย์การค้าสยามพารากอน

โดยมี วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน พร้อมด้วย ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมด้วย พลอยชมพู อัมพุช และภควัฏ ฉินทกานันท์ ผู้บริหารกูร์เมต์ มาร์เก็ต ร่วมงาน

ภายในงาน อิ่มอร่อยแบบจัดเต็มกับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้นานาชนิดในราคา 699 บาท วันละ 7 รอบ (รอบละ 60 นาที) โดยสามารถเลือกลิ้มรสทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ หมอนทอง, ชะนี, พวงมณี, นกหยิบ และก้านยาว ตลอดจนผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ ขนุนทองพลอย, มังคุด, เงาะโรงเรียน, แตงโม, มะม่วงน้ำดอกไม้สุก,สับปะรดตราดสีทอง, สละสุมาลี, ลิ้นจี่, มะม่วงดิบ, มะพร้าวน้ำหอม, ลองกอง, น้ำปลาหวาน, ไอศกรีมผลไม้,ข้าวเหนียวมูน, น้ำเฉาก๊วย และน้ำดื่มตราสิงห์ พิเศษสำหรับสมาชิก M Card สามารถซื้อบัตรได้ในราคา 595 บาท

สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยของ “ทุเรียนนนท์” ที่มีการจองกันตั้งแต่ยังไม่ออกผล ซึ่งมีความพิเศษไม่เหมือนที่อื่นๆ คือจะมีเปลือกที่บาง กลิ่นหอมไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน ตัวเนื้อทุเรียนจะมีรสชาติที่หวานกลมกล่อมละมุมลิ้น และที่สำคัญไม่มีเสี้ยนอีกด้วย โดยมีทุเรียนขึ้นชื่อคือ หมอนทอง,กบชายน้ำ, กบเล็บเหยี่ยว ซึ่งขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(Geographical Indication : GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พื้นที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรี

และครั้งแรกของการเปิดตัว ทุเรียนพันธุ์มูซานคิง-หมอนทองซึ่งเป็นการนำสายพันธุ์มูซานคิงมาผสมกับหมอนทอง ทำให้มีรสหวานหอมเนื้อเนียน ละเอียด และมีกลิ่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังมี ทุเรียนเบญจพรรณและสายพันธุ์หารับประทานยาก หลากหลายสายพันธุ์ ได้แก่ ชมพูพาน,ย่ำมะหวาด, ทองลินจง, เม็ดในยายปราง,ก้านยาวสีนาค, กบสุวรรณ, กบพิกุล, กบหน้าศาล, กบตาปุ่น, กำปั่นเหลือง, กบตาดำ, ทองย้อยฉัตร, กะเทยขั้วสั้น,นกหยิบ, พวงมณี, กบชายน้ำ, จันทบุรี1, จันทบุรี2, จันทบุรี3, จันทบุรี4, จันทบุรี7, จันทบุรี10, กระดุมทอง, หลงลับแล และนวลทองจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ยกขบวนผลไม้ที่ดีที่สุดของฤดูกาลการันตีคุณภาพระดับพรีเมียมจากสวนทั่วทุกภาคในประเทศไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปและเมนูจากผลไม้อีกมากมาย

ร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทยทั่วประเทศ และอุดหนุนผลไม้คุณภาพดีตลอดจน ลิ้มรสชาติความอร่อยของสุดยอดผลไม้ไทยได้ โดยในวันนี้ 3 พฤษภาคม 2566 เป็นวันสุดท้ายณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน

คุณแหน : 3 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728269

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการ
สภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง รศ.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร เป็นประธานคณะกรรมการจัดหาและส่งเสริมผู้ให้โลหิตแห่งสภากาชาดไทย ชุดที่ 32 มีหน้าที่ในการส่งเสริมกิจกรรมการจัดหาโลหิตนำไปช่วยชีวิตผู้เจ็บป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ..

ll มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย จัดบำเพ็ญพระราชกุศลถวาย 100 ปีวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 6 พ.ค. 09.00 น. ณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ตึกกัลยาณิวัฒนา รพ.สงฆ์ โดยมี ศ.นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา เป็นประธานในพิธี..

ll เร่งต่อยอดพัฒนาผู้นำดิจิทัลรุ่นใหม่ เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีสู่ยุค 4.0 ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ แจ้งดีป้า เปิดรับสมัครหลักสูตร Young Digital CEO โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้อัปเดตเทรนด์แห่งอนาคต เรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติที่ผู้นำยุคใหม่ต้องรู้ จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชนกว่า 70 ท่าน รายละเอียดโทร.083-1166581 หรือ https://www.depa.or.th/en/youngdigitalceo..

ll มิตรสหายยินดีกับ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม ที่ได้รับรางวัลผู้เสียสละเพื่อสังคม ด้านเด็กและเยาวชน ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยมี จุติ ไกรฤกษ์ เป็นประธานมอบรางวัล..

ll วิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า สัมภาษณ์ในรายการคิดดีสังคมดี ถึงบทบาทสถาบันพระปกเกล้า ติดตามชมได้ที่ https://youtu.be/RuzwdC2AqLc..

ll ปลื้มใจ กับ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ที่งานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยมีสมาชิกมาร่วมประชุมแบบไฮบริดกันคับคั่ง พร้อมชื่นชมผลงานกิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านมา..

ll ช่อทิพย์ ประมูลผล ผอ.ประจำประเทศไทยและฟิลิปปินส์หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ เชิญผู้สนใจเรียนต่อป.ตรี-ป.โท นิวซีแลนด์ ร่วมงาน Study in New Zealand by Education New Zealand (ENZ) and University of Canterbury (UC) 6 พ.ค.นี้ 12.30-15.00 น. ที่ RSU Study Abroad Center ชั้น 15 RSU Tower สุขุมวิท 31 ลงทะเบียนร่วมงานฟรี https://form.jotform.com/230919252852055 สอบถามโทร.098-2856114, 088-0222701..

ll เพื่อนๆร่วมยินดี กัณฑภัค กล่ำชัย ฉลองมงคลสมรสกับ แพทริค ไมเคิล นูนัน 27 พ.ค.นี้ 18.00-21.00 น. ณ Country Cottage..

ll สัมฤทธิ์ ศิริรัมย์ แจ้งวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดรับน้องๆ คนพิการภาคอีสานเรียนฟรี! ทางสายวิชาชีพระดับ ปวช./ปวส.ประจำปีการศึกษา 2566 เรียนฟรี ผู้จบการศึกษามีงานทำ 100% รายละเอียดที่ 094-2647137 หรือ https://www.nrtc.ac.th/nrtc/..

ll ขอแสดงความเสียใจ กับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงพาณิชย์ ที่สูญเสียคุณพ่อ วีระ ลักษณวิศิษฏ์ สวดพระอภิธรรม 2-9 พ.ค. 19.00 น. (4 พ.ค.งด)ณ บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 5 บ้านท่าซอ ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และพระราชทานเพลิงศพ 10 พ.ค. 14.00 น.
ณ เมรุวัดเหมืองประชาราม..ll


น้องใหม่

‘วิลสันอาร์ท’ ยกทัพนวัตกรรมเพื่อชีวิตยุคใหม่ ร่วมโชว์ในงานสถาปนิก’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728237

‘วิลสันอาร์ท’ ยกทัพนวัตกรรมเพื่อชีวิตยุคใหม่ ร่วมโชว์ในงานสถาปนิก’66

‘วิลสันอาร์ท’ ยกทัพนวัตกรรมเพื่อชีวิตยุคใหม่ ร่วมโชว์ในงานสถาปนิก’66

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอดิศักดิ์ เธียไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลสันอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในงาน
สถาปนิก’66 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่25-30 เมษายน 2566 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่ผ่านมา“วิลสันอาร์ท” ได้ประกาศความพร้อมขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดในอุตสาหกรรมวัสดุปิดผิวลามิเนตที่ผสานเทคโนโลยีจากสองวัฒนธรรมเพื่อคนเอเชีย โดยเมื่อปลายปี 2562 บริษัท Aica Kogyo ผู้นำด้านเทคโนโลยีทางด้านเคมีวัสดุงานก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างตกแต่งภายในจากประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาร่วมมือกับวิลสันอาร์ทในการทำตลาดในภูมิภาคเอเชีย

โดยวิลสันอาร์ท ภายใต้บริษัทจากสหรัฐอเมริกาที่มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่ปี 2499 และในปี 2541 ได้ก่อตั้ง
โรงงานผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานผลิตใหญ่ที่ตอบสนองความต้องการในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รวมไปถึงทวีปออสเตรเลียได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น อาทิ ผลิตภัณฑ์ใหม่ CERARL ผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษ ป้องกันการลามไฟ และมีออกแบบลวดลายที่มีความสวยงามใกล้เคียงกับวัสดุธรรมชาติ เหมาะกับการตกแต่งภายในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานผนังในที่พักอาศัย ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือแม้แต่งานห้องน้ำติดตั้งที่ง่าย ทนทาน เหมาะสำหรับงานโครงการใหม่และงาน Renovate ในทุกรูปแบบ อาทิ Virutect ลามิเนตชนิดยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เนื่องจากผู้คนใช้ชีวิตอยู่บ้านกันมากขึ้น ซึ่งนวัตกรรมหลากหลายทำให้ วิลสันอาร์ทมั่นใจว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้เกิดคุณภาพและความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น

ซึ่งการจัดแสดงนวัตกรรมภายในงานสถาปนิก’66 เป็นการเดินหน้าในปี 2023 ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ว่า “Wilsonart Infinity Connex” ที่ให้ความหมายถึงการออกแบบโดยเชื่อมต่อนวัตกรรมกับพื้นผิว ความกลมกลืนของธรรมชาติกับพื้นผิวสัมผัส และความยั่งยืน ผ่านแนวคิด Biophilic Design ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ใน Space ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์มาแรง ณ ขณะนี้

“เพราะเราเป็นผู้นำด้านลามิเนต วัสดุปิดผิว ทั้งด้านงานตกแต่งภายใน, งาน architecture, งานเฟอร์นิเจอร์ จึงพัฒนาลามิเนตอยู่ตลอดเวลาเพื่อตอบสนองการออกแบบได้ดียิ่งขึ้น ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน และเพิ่มทางเลือกในการใช้งานที่หลากหลายตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น”นายอดิศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “SURFACE DESIGN LOOK & TALK Innovative & Sustainable Solutions for Better Living – โลกเปลี่ยนไปเยอะกับสิ่งสัมผัสที่เปลี่ยนไป อยากรู้ไหมนักออกแบบคิดอย่างไร?” โดยมีวิทยากรมากประสบการณ์ อาทิ นายกฤต อภิบาลปฐมรัฐ Managing Director & Chief Architect / ARiA Design Architects Co., Ltd , ผศ.เสก สวัสดี รองคณบดีและประธานหลักสูตรสถาปัตยกรรมภายใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายพลัช ไพนุพงศ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท That’s Ith Interior มาให้ความรู้แก่
ผู้บริโภคและผู้สนใจ รวมถึงนักออกแบบภายในงานนี้ด้วย

สองสาวพี่น้องกับบทโขนยักษ์ของสถาบันคึกฤทธิ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728248

สองสาวพี่น้องกับบทโขนยักษ์ของสถาบันคึกฤทธิ์

สองสาวพี่น้องกับบทโขนยักษ์ของสถาบันคึกฤทธิ์

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เป็นผู้หญิงสวยๆ ทำไมไปเป็นยักษ์” เป็นคำถามที่ 2 พี่น้อง ตระกูลน้อยปุก ต้องตอบเพื่อนๆ ญาติๆ มาตลอด 10 กว่าปีของการเล่นโขน แป้ง-สุปรีย์วรรณ น้อยปุก พี่สาว และ ป๊อบ-ถกนวรรณ น้อยปุก ผู้เป็นน้อง ทั้งคู่เข้าสู่วงการโขน นาฏศิลป์ชั้นสูงที่เก่าแก่ของไทยตั้งแต่เด็กๆ ถึงจะเป็นหญิงบอบบาง สูงโปร่ง แต่ทั้งคู่กลับเลือกฝึกเป็นโขน “ยักษ์”

โดย ป๊อบ-ถกนวรรณ น้อยปุก น้องเล็กของตระกูล เล่าถึงความสนใจที่มาเรียนโขนเป็นตัวยักษ์ ว่า “จุดเริ่มต้นของโขนคือ เริ่มเรียนละคร เรียนรำมาตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ เวลาซ้อมก็จะซ้อมพร้อมกันกับเพื่อนที่เรียนโขนด้วย เด็กผู้ชายเขาก็จะเล่นโขน ซ้อมกันอย่างสนุกสนาน ในใจเรารู้สึกอย่างเล่นบ้าง หนูชอบบุคลิกของยักษ์ที่ชัดเจน เป็นยักษ์แล้วสง่างาม ดุดัน ออกท่าทางท้าทายสนุกกว่าที่หนูซ้อมรำ พอตอนอายุ 17 มีรุ่นพี่แนะนำว่าถ้าอยากเรียนโขนก็ลองมาเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ดูซิ ก็เลยมาลองสมัคร ครั้งแรกเลย ครูถามว่าอยากเป็นอะไร ก็มี พระ นาง ลิง ยักษ์ หนูก็บอกครูอยากเป็น ยักษ์ค่ะ ครูก็มองลอดแว่นแล้วก็บอกว่า ไป ไปเป็น….ยักษ์ หนูเลยเป็นโขนยักษ์ผู้หญิงคนแรกๆ ของสถาบันค่ะ”

ส่วน แป้ง-สุปรีย์วรรณ น้อยปุก ผู้เป็นพี่เล่าถึงการเข้ามาเล่นโขนของเธอว่า “ตัวแป้งเริ่มเล่นโขนจริงจังตอนอายุ 19 ปีค่ะ ตอนแรกแป้งเห็นน้องสาวเล่นกลับบ้านก็ฝึกโขนไม่ยอมทำอย่างอื่น เฮ้ยเราก็ดูว่าเท่ดี ก็เลยอยากลองมาเรียนดูบ้างค่ะ ปรากฏว่าเรียนแล้วชอบมาก ก็เลยมุ่งมาเป็นตัวยักษ์ เพราะด้วยสรีระแป้งเองเป็นคนสูงด้วยคงเป็นลิงไม่ได้ เริ่มต้นเรียนช่วงแรกๆ ก็มีแว่บๆ ไปเห็นตัวนางเขารำสวย ก็อยากกลับไปเล่นเป็นตัวนางเหมือนกันแต่พอเรียนไปเรื่อยๆ ท่ามันก็เปลี่ยนแล้วค่ะ จะกลับไปเป็นนางก็ดูไม่สวย แล้วเป็นยักษ์ก็สนุกกว่าเลยเล่นเป็นยักษ์มาตลอด มีคนถามเยอะเหมือนกันค่ะว่าทำไมเป็นผู้หญิงถึงมาเล่นเป็นยักษ์ แป้งคิดว่าในบรรดาตัวละคร โขนยักษ์มีความเท่ มีเสน่ห์ความสวยหลากหลายกว่าตัวละครอื่นๆ มาก เพียงความแข็งแรงของยักษ์ดูเหมาะกับผู้ชายมากกว่า แต่ผู้หญิงก็ทำได้ไม่แพ้ผู้ชาย ถึงแม้ว่าสรีระร่างกายของเราอาจจะสู้ผู้ชายไม่ได้ แต่เคล็ดลับคือเราต้องฝึกให้หนักกว่าผู้ชาย ยิ่งส่วนตัวแป้งชอบยักษ์อินทรชิตค่ะ เขาเป็นยักษ์วัยรุ่นเกเร มีพละกำลังเยอะท่าทางของเขาก็จะออกแนวดุดัน มีความคล่องแคล่วรวดเร็ว กระฉับกระเฉง แป้งต้องฝึกให้ตัวเองเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่ายักษ์ตนอื่นๆ ค่ะ”

สำหรับความยากของการฝึกหัดโขนยักษ์ที่เป็นผู้หญิงคือเรื่องพละกำลังและสรีระที่แตกต่างจากโขนชาย ทั้งคู่บอกว่า “ครูจะฝึกทุกอย่างเหมือนผู้ชายเลยค่ะ แรกๆ เจ็บมาก หนูมีร้องบ้างเวลาครูดัดขาดัดแขน ด้วยความที่ต้องยืดร่างกาย กลับบ้านก็ปวดระบมทั้งตัว คือทุกอย่างมันต้องไม่เป็นปกติ มือต้องมีความอ่อนช้อย แขนต้องตึงตรงกับไหล่ ต้องเกร็งกล้ามเนื้อเริ่มแรกครูจะฝึกด้วยการเต้นเสา (เป็นการเต้นยกเท้าขึ้นลงสลับกัน ในลักษณะย่อ แบะเหลี่ยมขา) ที่ถือว่าเป็นหัวใจของการเรียนโขนเลย ต่อด้วยท่าตบเข่าถองสะเอว (นั่งพับเพียบใช้ข้อศอกขวากระทุ้งที่สะเอวด้านขวา เอียงศีรษะไปทางซ้าย สลับมากระทุ้งข้อศอกซ้ายที่สะเอวซ้าย เอียงศีรษะไปทางขวา) ถีบเหลี่ยม (การดัดส่วนขาให้ได้เหลี่ยม ได้ฉากและมั่นคง) เราก็ต้องมาใส่ความแข็งแรงด้วยการขยันซ้อมมากกว่าผู้ชาย นอกจากท่ารำ หนูก็พยายามศึกษาว่ายักษ์ควรจะเป็นอย่างไร เวลาทำการแสดงโขนครูจะสอนให้เราเข้าถึงตัวละครที่เราได้รับ โดยส่วนตัวหนูเป็นคนที่ชอบทศกัณฐ์ เป็นยักษ์สง่างาม ดุดัน แต่เวลามีความรักเขาก็จะขี้เล่น ขี้งอน ค่อนข้างมีอารมณ์หลากหลายค่ะ ความยากคือ เวลาเล่นพี่ๆ คนดูจะไม่เห็นหน้าตาหนูเพราะสวมหัวโขนอยู่ แต่ก็ต้องสื่ออารมณ์ของยักษ์ตนนี้ผ่านทางนิ้วมือ แขน ขา ออกมาให้ได้ความภูมิใจที่สุดของการเป็นโขนยักษ์คือ หนูได้มีโอกาสต่อท่าฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน กับครูต้อย-จตุพร รัตนวราหะ ศิลปินแห่งชาติ ฉากทศกัณฐ์เกี้ยวนางสีดาใช้เวลาในการต่อท่ากับครูอยู่หลายปีตอนนั้นครูต้อยยังสามารถถ่ายทอดท่ารำให้ได้ด้วยตัวเอง อันนี้คือเป็นที่สุดในชีวิตของโขนผู้หญิงแล้วค่ะ ซึ่งก็จะมีแค่ป๊อบ กับ พี่แป้ง (พี่สาว) ที่ได้ต่อท่ากับครูต้อยโดยตรงค่ะ

ในอนาคต 2 สาว “แป้ง-สุปรีย์วรรณ เผยว่า คงไม่เลิกเป็นยักษ์ไปตลอดชีวิต จะเล่นต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายของแป้งจะไม่ไหว โขนหญิงที่เป็นยักษ์เมื่อก่อนมีน้อยคะเดี๋ยวนี้ยังดูมีตัวเยอะขึ้น เพราะเด็กรุ่นใหม่เขาให้ความสนใจโขนกันมากขึ้นค่ะ เดี๋ยวนี้เราสามารถรับชมทางสื่อโซเชียลได้แล้วไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องรอรับชมจากในโรงละครอย่างเดียวเท่านั้น เป็นอีกทางเลือกที่เด็กๆ จะหาข้อมูล ศึกษา แล้วมาเรียนอย่างจริงจังได้นะคะ”

ส่วน ป๊อบ-ถกนวรรณ พูดถึงอนาคตการเล่นโขนยักษ์ของเธอว่า“พี่แป้งกับหนูโชคดีที่มีคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนเต็มที่ แต่พอเราเริ่มโตขึ้นทางบ้านก็เริ่มเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเพราะเราทั้งคู่ทำงานไปด้วยเล่นโขนไปด้วย แต่หนูรู้สึกว่าถ้าหนูไม่ได้เล่นโขนสุขภาพหนูอาจจะแย่กว่านี้ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทุกๆ ครั้งที่มาเรียนที่สถาบันคึกฤทธิ์ หนูมีแต่ความสุขมากๆ ได้มาเจอเพื่อน เจอครู เราได้ทำในสิ่งที่เรารักและโขนกลายเป็นชีวิตของหนูไปแล้ว ถ้าทางสถาบันคึกฤทธิ์ยังเปิดโอกาสให้เรียนหนูก็เรียนไปเรื่อยๆ ค่ะ”

สำหรับผู้ที่สนใจจะเล่นโขนเก่ง อย่าง 2 สาว ไม่ว่าจะเป็น ยักษ์ ลิง พระ-นาง หรือขับร้อง เล่นดนตรีไทย โดยมีอายุตั้งแต่ 7-25 ปี สามารถติดตามข่าวสารการเรียน การสอนของศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์ ผ่านช่องทาง Facebook : @kukritinstitute, Tiktok : kipac.kukrit.2454@gmail.com และ IG : @kukritinstitute

โชว์ศักยภาพงานวิจัยใช้ได้จริง สร้างโอกาสคนไทยก้าวไกลระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728257

โชว์ศักยภาพงานวิจัยใช้ได้จริง  สร้างโอกาสคนไทยก้าวไกลระดับโลก

โชว์ศักยภาพงานวิจัยใช้ได้จริง สร้างโอกาสคนไทยก้าวไกลระดับโลก

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน “บพข. สร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย เชื่อมโลกด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2566 หรือ PMUC Research for Thailand’s Competitiveness 2023” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรก โดยมี ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษและเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech)เพื่อขยายผลให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัล ระหว่าง บพข. และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด. หรือ depa)และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ฉบับที่ 2 ในด้านการพัฒนาพลังงานสะอาด (Carbon Footprint)ระหว่าง บพข. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศกล่าวว่า บพข. มีภารกิจหลักในการจัดสรรทุนวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างตลาดนวัตกรรม การส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งเน้นบริหารจัดการทุนที่ส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรมและศาสตร์ต่างๆ เชื่อมโยง Value Chain ที่ก่อให้เกิด “อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์และบริการมูลค่าสูง” สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาสังคมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“สำหรับการจัดงาน บพข. สร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย เชื่อมโลกด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2566 หรือ PMUC Research for Thailand’s Competitiveness 2023 ในครั้งนี้เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยเด่นจาก บพข. สำหรับ
ผู้ประกอบการหรือนักลงทุน ที่มองหางานวิจัยพร้อมใช้ ได้มีโอกาสพบปะกับนักวิจัยเจ้าของผลงานที่พร้อมก้าวเดินและร่วมผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ใช่สำหรับผู้ใช้ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม”

โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการนำเสนอศักยภาพของผลงานวิจัยไทยที่ บพข. ให้การสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัยกับผู้ประกอบการ ใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ ตัวอย่างผลงานวิจัยที่ได้รับการผลักดันจนสามารถออกสู่ตลาดได้สำเร็จ เช่น “เส้นโปรตีนไข่ขาว” นวัตกรรมด้านอาหารที่ช่วยให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีผลงานวิจัยจากคณะสหเวชศาสตร์ และบริษัททานดี อินโนฟูด จำกัด ภายใต้ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เอาใจคนชอบกินเส้น โดยทำจากโปรตีนไข่ขาว 100% โปรตีนสูง ไขมันต่ำและปราศจากกลูเตน ผลงานนี้ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย และเป็น 1 ใน 21ทีมสุดท้าย ที่ผ่านการประกวดสตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต ซึ่งได้มีโอกาสเสิร์ฟให้กับผู้นำเขตเศรษฐกิจในการประชุมเอเปกที่ผ่านมา ปัจจุบันมีการผลิตเพื่อจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ทานน์ดี”

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การนำเสนอ “ผลงานวิจัยเทคโนโลยีขั้นสูง (Research Pitching)” ที่พร้อมต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของนักวิจัยและผู้ประกอบการไทยในการนำเสนอโมเดลธุรกิจจากงานวิจัยให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การเสวนา “ความสำเร็จของการผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์” จากผู้ประกอบการธุรกิจจากงานวิจัยตัวจริง เช่น บริษัทแม่น้ำเมคคานิกา จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการระบบบริหารคลังสินค้าอัจฉริยะ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ผู้วิจัยและพัฒนาด้านการผลิตยาและเครื่องมือแพทย์เพื่อสร้างความมั่นคงด้านยา และบริษัท วิโนน่า เฟมินิน จำกัด ผู้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากสมุนไพรไทย

และกิจกรรม Hackathon “PMUCHACK” ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการในการเขียนโครงการขอรับทุนวิจัยเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในอุตสาหกรรมมุ่งเป้าทั้ง 8 ด้าน รวมถึงกิจกรรมการบรรยายในหัวข้อต่างๆ ที่จะจุดประกายความคิด ให้เห็นถึงโอกาสจากการทำธุรกิจจากงานวิจัย และเส้นทางการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงวิธีการที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศ

เรียกได้ว่า งานนี้ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของคนไทยในการทำงานวิจัย และเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การสร้างเศรษฐกิจของประเทศ “โอกาสรออยู่” ซึ่ง บพข. พร้อมที่จะร่วมผลักดันให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเสวนา
การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเสวนา การขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

เนื้อแซลมอนเทียม หนึ่งในผลงานวิจัยที่พร้อมใช้ประโยชน์
เชิงพาณิชย์

เนื้อแซลมอนเทียม หนึ่งในผลงานวิจัยที่พร้อมใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์

ลาแมร์ ดึง ‘มิเชล โหย่ว’ ร่วมแคมเปญซีรี่ส์ใหม่ ผสานพลังแห่งความงามเหนือกาลเวลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728251

ลาแมร์ ดึง ‘มิเชล โหย่ว’ ร่วมแคมเปญซีรี่ส์ใหม่  ผสานพลังแห่งความงามเหนือกาลเวลา

ลาแมร์ ดึง ‘มิเชล โหย่ว’ ร่วมแคมเปญซีรี่ส์ใหม่ ผสานพลังแห่งความงามเหนือกาลเวลา

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลาแมร์ (La Mer) เปิดตัวแคมเปญซีรี่ส์ใหม่บนโซเชียลมีเดียพร้อมดึง มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh) นักแสดงเจ้าบทบาทดีกรีรางวัลออสการ์มาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ความงดงามและตัวตนผ่านแคมเปญในครั้งนี้ ด้วยฝีไม้ลายมือด้านการแสดงอันทรงพลัง บวกกับบุคลิกที่แฝงความแข็งแกร่ง สง่างามในทุกย่างก้าว ทำให้มิเชล โหย่ว มีคุณสมบัติที่สื่อถึงความเป็นลาแมร์ได้อย่างลงตัวและเป็นธรรมชาติผสานความแข็งแกร่งและความนุ่มนวลพร้อมก้าวข้ามข้อจำกัดแห่งกาลเวลา

แซนดรา เมน (Sandra Main) ประธานฝ่าย Global Brand ของลาแมร์ เผยว่า “แคมเปญที่เราได้ร่วมงานกับมิเชล โหย่ว นั้น
มีความลงตัวในทุกมิติทั้งแนวคิดการดูแลปรนนิบัติผิวของลาแมร์ ที่ใช้พลังความมหัศจรรย์แห่งท้องทะเลเพื่อคงความงามเหนือกาลเวลา และในปีแห่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้ มิเชล โหย่ว ได้ฉีกกรอบความเชื่อเดิมๆ เรื่องเวลาและอายุ เธอยังคงเปล่งประกายโลดแล่นและสร้างประวัติศาสตร์การแสดงอันเป็นที่จดจำของวงการและเรื่องราวของเธอนั้นยังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมาย”

ลาแมร์ได้แนวคิดการปรนนิบัติผิวและแรงบันดาลใจมาจากพลังความมหัศจรรย์ของท้องทะเล ช่วยคงความอ่อนเยาว์ตามธรรมชาติในทุกช่วงวัยตามคอนเซ็ปต์ “The Look of La Mer” แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาหลายสิบปี แต่มิเชล โหย่วกลับเจิดจรัสและสง่างามขึ้นชนะบททดสอบแห่งกาลเวลาสะท้อนถึงแนวคิดความงามที่อยู่เหนือกาลเวลาในแบบฉบับของลาแมร์ได้อย่างชัดเจน

มิเชล โหย่ว มีความหลงใหลในความมหัศจรรย์ของท้องทะเล เช่นเดียวกับ La Mer เธอกล่าวว่า “สำหรับฉันแล้วทะเลเป็นสิ่งพิเศษมาก เป็นสถานที่ที่ฉันได้พบกับความสงบและสร้างแรงบันดาลใจ มีความทรงจำอันแสนอบอุ่นของช่วงเวลาที่ฉันอยู่กับครอบครัว” ความเชื่อมโยงนี้ทำให้ดึงดูดฉันกับลาแมร์ แบรนด์ซึ่งเข้าใจถึงพลังแห่งการบำบัดของท้องทะเล ผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ไม่เพียงทำให้ผิวของฉันเปล่งประกายและสุขภาพดี แต่ยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายและฟื้นบำรุงเช่นเดียวกับความรู้สึกเมื่ออยู่ริมทะเล”

มิเชล โหย่ว จะร่วมแสดงในซีรี่ส์ภาพยนตร์ชุดโฆษณาของลาแมร์กำกับโดยอีแวน ฟาบิง (Yvan Fabing) ที่จะเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย โดยนำเสนอเส้นทางชีวิตที่สะท้อนถึงตัวตนของเธออย่างใกล้ชิด รวมถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ที่หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพลและเป็นต้นแบบของใครหลายคนจนถึงทุกวันนี้ สำหรับซีรี่ส์ตอนแรกที่เพิ่งเผยแพร่นั้น เธอได้พาเราไปสำรวจเรื่องราวในอดีตที่เธอได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์และความทรงจำจนหล่อหลอมเป็นตัวตนของเธอ พร้อมเล่าถึงการค้นพบ “NEW La Mer Moisturizing Soft Cream” ผลิตภัณฑ์เนื้อบางเบา ปรับสูตรใหม่ล่าสุดของลาแมร์พร้อมคงความอ่อนเยาว์เปล่งประกายเหนือกาลเวลา ที่ช่วยเนรมิตให้ผิวของเธอแลดูเด้งกระชับสุขภาพดี เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก พร้อมโลดแล่นบนจออย่างสง่างามและทรงพลังในทุกบทบาท

ด้าน อีแวน ฟาบิง ผู้กำกับมองว่า“ซีรี่ส์นี้เป็นเหมือนถ้อยคำบทกวีแด่สายน้ำโดยมีธีมการเล่าเรื่องผ่านพลังแห่งการปรนนิบัติผิวของลาแมร์ที่มาจากท้องทะเล กาลเวลา และสายน้ำ โดยในซีรี่ส์บอกเล่าเรื่องราวของเวลาที่สามารถแปรผันไปเฉกเช่นน้ำ ทั้งโค้งงอหยุดนิ่ง เร่งเร็วขึ้น หยุดพักในช่วงสั้นๆ ไหลผ่านรวดเร็วในชั่วพริบตาหรือหมุนย้อนกลับเพื่อดื่มด่ำไปกับกิจวัตรที่เราโปรดปราน โดยใช้รูปแบบการเล่าเรื่องที่ตรงไปตรงมาผสานกับการตีความในทุกฉากเผยถึงความงามที่แท้จริงของผิวที่เปล่งประกายออกมาแม้เวลาจะเคลื่อนผ่านไป”

สัมผัสพลังแห่งความงามเหนือกาลเวลาของผลิตภัณฑ์ลาแมร์ The Moisturizing Soft Cream สูตรใหม่วางจำหน่ายแล้วที่ CremeDeLaMer.com และเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้าลาแมร์ทั่วโลก

Amazfit GTR Mini สมาร์ทวอทช์ จัดเต็มทั้งฟีเจอร์แน่นและดีไซน์สวยเกินต้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728253

Amazfit GTR Mini สมาร์ทวอทช์  จัดเต็มทั้งฟีเจอร์แน่นและดีไซน์สวยเกินต้าน

Amazfit GTR Mini สมาร์ทวอทช์ จัดเต็มทั้งฟีเจอร์แน่นและดีไซน์สวยเกินต้าน

วันพุธ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อเมซฟิต (Amazfit) แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ โดยเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ เปิดตัว Amazfit GTR Mini สมาร์ทวอทช์หน้าปัดกลมทรงเพรียวสวย หน้าจอกว้าง 42 มิลลิเมตร แต่แบตเตอรี่ทนถึง 14 วัน รองรับ 5 ระบบดาวเทียม กิจกรรมกีฬามากกว่า 120 ชนิด และฟีเจอร์วัดข้อมูลสุขภาพครบทุกกิจกรรมในแต่ละวัน

ตัวเรือนและปุ่มกดทำจากสเตนเลสสตีลผิวมันเงาเป็นพิเศษ และตัวกรอบสีเดียวกับสาย ทำให้สมาร์ทวอทช์ขนาดกะทัดรัดรุ่นนี้โดดเด่นกว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มเดียวกัน ซึ่งมักมาในดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยม Amazfit GTR Mini บางเพียง 9.25 มม. และมีน้ำหนักเพียง 24.6 กรัมเหมาะกับคนข้อมือเล็ก สวมใส่สบายขั้นสุดตลอดทั้งตอนกลางวันและตอนนอน

หน้าจอสัมผัสทำจากกระจกทรงโค้ง HD AMOLED ขนาด 1.28 นิ้ว ให้ภาพคมชัดสว่างใส สามารถเลือกภาพหน้าจอได้มากกว่า 80 แบบ พร้อมโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ที่ผู้ใช้สามารถอัปโหลดรูปภาพที่ชื่นชอบเป็นหน้าปัดได้ถึง 3 รูป เพื่อเพิ่มประสบการณ์แบบส่วนตัวที่แตกต่างกันในทุกครั้งที่เปิดใช้หน้าจอ

นอกจากที่สุดแห่งดีไซน์แล้ว Amazfit GTR Mini ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 280 มิลลิแอมป์ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 14 วัน สำหรับการใช้งานทั่วไป และนานถึง 20 วัน สำหรับการใช้งานในโหมดประหยัดพลังงาน

Amazfit GTR Mini รวมเอาสิทธิบัตรเทคโนโลยีสายอากาศจีพีเอสโพลาไรซ์แบบวงกลมช่วยจับสัญญาณดาวเทียมได้ดีกว่าสายอากาศทั่วไปถึง 2 เท่า จึงสามารถติดตามสัญญาณจีพีเอสได้อย่างชัดเจนแม่นยำ รองรับดาวเทียม 5 ระบบครอบคลุมมากขึ้นทั่วโลก ระบบกันน้ำระดับ 5 ATM สำหรับกิจกรรมทางน้ำ

ด้วยคุณสมบัติที่รองรับการออกกำลังกายมากกว่า 120 ประเภท สามารถจดจำชนิดกีฬาได้โดยอัตโนมัติ 7 ประเภท ฟีเจอร์ตรวจสอบความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับความเครียดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ทำให้ Amazfit GTR Mini เป็นเครื่องหมายของสุขภาพและการออกกำลังกายที่ดียิ่งขึ้น

มีให้เลือกหลายสีตามสไตล์การแต่งตัวและบุคลิกของผู้สวมใส่ ทั้งสีดำมิดไนท์ แบล็ก สีชมพูมิสตี้ พิงค์ และสีฟ้าน้ำทะเลโอเชียน บลู มีวางจำหน่ายแล้วในราคาเพียง 4,490 บาท สนใจชมได้ที่ร้านค้าโซนสินค้าเทคโนโลยีในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือ ทางช่องทางออนไลน์ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.amazfit.com

สทป.-อวพช. จัดพิธีมอบรางวัล ‘THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728207

สทป.-อวพช. จัดพิธีมอบรางวัล ‘THAILAND CANSAT - ROCKET COMPETITION 2023’

สทป.-อวพช. จัดพิธีมอบรางวัล ‘THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2023’

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.54 น.

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จัดการแข่งขัน THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2023 อย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 โดยในปีนี้ได้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27 – 29 เมษายน 2566 มุ่งหวังร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน เกิดการมุ่งมั่นในการประดิษฐ์ คิดค้น ผลงานวิจัย ก่อเกิดเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ให้แก่สังคม โดยกิจกรรม THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION นี้ มีความท้าทายที่เยาวชนทุกทีมจะต้องทำภารกิจในการออกแบบ Rocket และ Cansat ให้ทนต่อสภาพอากาศ หรือแรงขับเคลื่อนที่เพียงพอต่อการเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก จนสามารถทำภารกิจได้สำเร็จและสมบูรณ์ที่สุด โดยในปีนี้ ทีมที่ Rocket และ Cansat สามารถทำภารกิจได้สมบูรณ์ที่สุด ได้แก่ ทีม อาบังขายปาท่องโก๋ V.2 ( H.T.CANSAT-ROCKET TEAM ) จากโรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์ จังหวัดพัทลุง คว้ารางวัลชนะเลิศกลับบ้านไปครอง

พลเอก ชูชาติ บัวขาว ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวว่า การผนึกกำลังร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ที่จัดการแข่งขัน THAILAND CANSAT – ROCKET COMPETITION 2023 เข้าสู่ปีที่ 5 นี้ เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนไทยได้แสดงออกถึงศักยภาพ ความรู้ ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ กระตุ้นความใฝ่รู้และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยให้หันมาสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่นอกเหนือจากความรู้ในตำราเรียนที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีหรือคำนวณ แต่เป็นการได้ลอง ได้ลงมือปฏิบัติจริง และทำภารกิจให้สำเร็จ และขอฝากถึงเยาวชนอีกว่า ประสบการณ์จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทุกคน  โดยมีรางวัลอีก 2 ประเภท ได้แก่ รางวัลประเภท CANSAT และรางวัลประเภท Rocket มีดังนี้

ผลรางวัลประเภท CANSAT ได้แก่

รางวัล Mission Award ได้แก่ ทีม Be Right Back จากโรงเรียนวิทยาศาสตร จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

รางวัล Best Failure Award ได้แก่ ทีม จะรวย (JARUAY) จากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย (KOSEN KMUTT) กรุงเทพมหานคร

รางวัล Best CANSAT Award ได้แก่ ทีม อาบังขายปาท่องโก๋ V.2 ( H.T.CANSAT-ROCKET TEAM ) จากโรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์ จังหวัดพัทลุง

ผลรางวัลประเภท Rocket ได้แก่

รางวัล Rocket Mission Award ได้แก่ ทีม V Atmosphere จากโรงเรียนวารีเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

รางวัล Deployment Award ได้แก่ ทีม PeemPenDaiKaePuen จากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน จังหวัดขอนแก่น

รางวัล Aerodynamics design Award ได้แก่ ทีม Stellar Strikers จากโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี

และรางวัล Best Rocket Award ได้แก่ ทีม อาบังขายปาท่องโก๋ V.2 ( H.T.CANSAT-ROCKET TEAM ) จากโรงเรียนหารเทารังสีประชาสรรค์ จังหวัดพัทลุง

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษประเภท CANSAT Special Award จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ทีม CARROT จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง ทีม Absolute Aces จากโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี และทีม CAELUS SAT, ทีม LA CABRA, ทีม Hoshi จากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพมหานครฯ และประเภท Rocket Special Award จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีม Martian Wings จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง และทีม GraviX จากโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (สาธิตพีไอเอ็ม) จังหวัดนนทบุรี

ถือเป็นความสำเร็จของ สทป. และ อพวช. ที่สามารถเสริมสร้างประสบการณ์และโอกาสทางการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศที่ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน ซึ่งจะเป็นบันไดให้กับทีมเยาวชนได้พัฒนาตนเอง

ต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นกับประเทศต่อไปในอนาคต และกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตร ซึ่งได้แก่ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด และบริษัท เดลว์ แอโรสเปซ จำกัด

-(016)

‘ม.ล.ภัทรสุดาฯ-ผอ.ฟ้า’ เป็นประธานพิธีเททอง-ทอดผ้าป่า ถวายเงินล้านสร้างโบสถ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728205

‘ม.ล.ภัทรสุดาฯ-ผอ.ฟ้า’ เป็นประธานพิธีเททอง-ทอดผ้าป่า ถวายเงินล้านสร้างโบสถ์

‘ม.ล.ภัทรสุดาฯ-ผอ.ฟ้า’ เป็นประธานพิธีเททอง-ทอดผ้าป่า ถวายเงินล้านสร้างโบสถ์

วันอังคาร ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.44 น.

2 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.ภัทรสุดา กิตติยากร (คุณวงเวียน) นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ และ น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีทีวีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ร่วมเป็นประธานอุปถัมภ์ผ้าป่าสามัคคีที่วัดพระโกฏิสุขสำราญ ต.ณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ สมทบทุนสร้างอุโบสถอนันตนาคราช เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท พร้อมทั้งแหวนทองคำ 50 สตางค์ ใส่เททองหล่อพระโมคคัลลาสารีบุตร อีกทั้งยังถวายปัจจัยให้กับพระภิกษุอีกจำนวน 75,000 บาท

พระอธิการพล ธรรมวังโส เจ้าอาวาสวัดพระโกฏิสุขสำราญ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันกำหนดงานเททองหล่อพระอัครสาวกเบื้องขวาเบื้องซ้าย และมีพิธีทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อส่งเสริมการก่อสร้างอุโบสถในครั้งนี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าญาติโยมที่มาร่วมงานในวันนี้ก็จะได้ทำบุญ ปิดทองลูกนิมิตร ทำบุญทอดผ้าป่า และทำบุญสร้างอุโบสถ ต่อเติมโดยการมุงหลังคาอุโบสถให้แล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณและก็อนุโมทนาบุญกับ น.ส.พรทิพา และคณะที่เดินทางมาทำบุญทอดผ้าป่าในครั้งนี้ด้วย ขอให้จงเจริญในทานในศีลในภาวนา พร้อมด้วยลาภ ยศ สุขสรรเสริญ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ ด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ

ด้าน น.ส.พรทิพา กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องบังเอิญมากที่ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ท่านเป็นผู้ที่ประทานการเริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นโบสถ์หรือวัด ก็ขอขอบคุณทุกคนที่สมัครสมานสามัคคีมาร่วมงานบุญในวันนี้ แต่ที่จะลืมไม่ได้คือการคิดถึงผู้เริ่มต้นของการปลูกต้นบุญก็คือพระอาจารย์เสือ จริงๆคนที่จะอธิบายทุกเรื่องราวทุกอย่างได้ดีที่สุดไม่ใช่ตัว ผอ.ฟ้า แต่ต้องเป็นพระอาจารย์เสือ ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่ง ตนไม่รู้หรอกว่าตนจะเป็นคนที่พระอาจารย์เสือบอกว่า หลักของการสร้างโบสถ์นี้ขึ้นมาได้ ก็คือตัวผอ.ฟ้า ซึ่งตัวเราเองชอบที่จะเป็นคที่ปิดทองหลังพระ เนื่องด้วยตนไม่ได้ไปไหนง่ายๆ ยากมากที่จะเดินทางไปไหน เพราะว่าไปไหนทีก็ต้องไปกันเยอะ ผู้ติดตามดูแลก็เยอะ งานก็เยอะ ภาระก็เยอะ ตนเชื่อเรื่องอดีตชาติ ถ้าอดีตชาติเราเคยร่วมบุญกันเราถึงได้มาเจอกัน ทุกวันนี้เราต้องช่วยกันทำให้พระพุทธศาสนาของเรายืนหยัดอย่างมั่นคง และรณรงค์ให้ประชาชนเข้าวัดหมั่นทำบุญให้มากขึ้นกว่านี้ 

พระครูปลัดสารทิศ(หลวงพ่อเสือ) ประธานก่อสร้างอุโบสถ ได้กล่าวว่า ตั้งแต่รู้จักกับโยม ผอ.ฟ้า  ทุกครั้งที่เดินทางมาคฤหาสน์ฟ้าให้ทีวี ผอ.ฟ้า จะถวายปัจจัยให้ทุกครั้ง ครั้งละหลายแสนบาท เป็นล้านๆก็มี ถวายให้ใช้ตามอัธยาศัย และปีหน้า วันที่ 31 มีนาคม 67 จะมีพิธียกช่อฟ้า อาตมา เลยจะขอ ผอ.ฟ้า ตรงนี้เลย 3 ล้านบาท ในวันนั้น ซึ่ง ผอ.ฟ้า ก็ตอบตกลง ทำให้พระสงฆ์และชาวบ้านที่มาร่วมงานต่างดีใจและยกมือสาธุ 

โดยในช่วงพิธีเททองหล่อพระโมคคลัลลาสารีบุตร โดยขณะทำพิธิเททองหล่อได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท้องฟ้าเปิดแดดจ้า ซึ่งตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าเป็นต้นมา ครึ้มฟ้าครึ้มฝนซึ่งทุกคนที่มาร่วมงานต่างกังวลว่าฝนจะตก และกลัวพิธีต่างๆจะได้รับผลกระทบ แต่พอเริ่มพิธีเททองหล่อพระโมคคลัลลาสารีบุตร  เท่านั้นเอง ท้องฟ้าที่มืดกลับเปิดและมีแสงแดด สร้างความฮือฮาให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี

ทั้งนี้ ในพิธีทอดผ้าป่าครั้งนี้ ยังมีขบวนดารา-นักร้อง-นักแสดง จาก ช่อง3 ช่อง7 มาร่วมงานกัน มากมายอาทิเช่น โฟน ฆธาวุธ ปิ่นทอง  อดีตนักแสดงละครจักรๆวงศ์ๆ มีผลงานเด่นๆ มากมาย , “ต้น พลกฤกษณ์” ,กบ สาร์รินทร์ อิศรางกูรฯ ซึ่งปัจจุบันทั้ง 3 คน ได้ร่วมแสดงละคร เรื่องพุทธคุณ ที่กำลังจะ ออนแอร์ทางช่อง ฟ้าให้ ทีวี PSI ช่อง160, Infosat ช่อง151, GMM Zat ช่อง137 เร็วๆนี้

-(016)