สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

6 มี.ค. 2568 11:33 น.

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

  • ทรัมป์แถลงต่อรัฐสภา ระบุถึงแผนการเก็บภาษีศุลกากรจากพันธมิตรการค้าหลัก เช่น เม็กซิโก แคนาดา และจีน โดยคาดการณ์ว่าผลกระทบจะไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตามได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันเอง เพราะบางคนในพรรคไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ และมองว่าผลกระทบจากการเก็บภาษีอาจจะมากเกินไป จึงทำให้พรรครีพับลิกันมีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องนี้
  • ทรัมป์กล่าวถึงความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับยูเครน พร้อมรับจดหมายจากประธานาธิบดีเซเลนสกี้ที่แสดงความพร้อมในการทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามและเจรจาสันติภาพ
  • นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยกอีลอน มัสก์ เป็นตัวอย่างของการปฏิรูปภาครัฐที่ลดจำนวนพนักงานและตัดลดงบประมาณ แต่การตัดสินใจนี้กลับเผชิญการต่อต้านจากพรรคเดโมแครตที่แสดงท่าทีคัดค้านในหลายรูปแบบ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในการปราศรัยต่อทั้งสองสภาของสหรัฐอเมริกา ว่าการกลับมาของเขาเป็นสัญลักษณ์ของ “ยุคที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ” โดยเขาบอกว่าในช่วงเวลา 43 วันที่เขาทำงานในตำแหน่งประธานาธิบดี เขาทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าในการดำรงตำแหน่งของหลาย ๆ รัฐบาลที่ดำรงตำแหน่งถึง 4 หรือ 8 ปี ซึ่งผู้นำสหรัฐฯได้เน้นถึงความสำเร็จในช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เขาดำรงตำแหน่งและเปรียบเทียบกับผลงานของรัฐบาลอื่น ๆ ที่ใช้เวลานานกว่า

โดยในการกล่าวสุนทรพจน์ร่วมของสภาคองเกรสครั้งแรกนับตั้งแต่เขากลับสู่อำนาจ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศว่า “ความฝันอเมริกันไม่สามารถหยุดยั้งได้” พร้อมอธิบายวิสัยทัศน์สำหรับการดำรงตำแหน่งในสมัยที่สองของเขา ขณะที่พรรครีพับลิกันยกย่องและปรบมือให้กับการทำงานที่รวดเร็วและมีพลังการเปลี่ยนแปลงในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศอย่างรวดเร็ว

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

การคาดการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทาย

หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ทรัมป์กล่าวถึงคือการที่เขาใช้ภาษีศุลกากรที่มีความขัดแย้ง ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ประกาศการเก็บภาษี 25% จากสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา และเพิ่มภาษีอีก 10% จากสินค้าจีน แม้ว่าหุ้นจะตกลงอย่างรุนแรงในวันที่สองหลังจากการประกาศ แต่ทรัมป์ก็ยังคงบอกว่ามั่นใจ โดยบอกว่าไม่ต้องกังวลกับผลกระทบระยะสั้น เพราะผลประโยชน์ระยะยาวจะคุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม นโยบายภาษีนี้กลับสร้างความแตกแยกภายในพรรครีพับลิกัน โดยหลายคนในพรรคยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมปรบมือ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการแบ่งแยกในเรื่องนี้ ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาษีศุลกากรจะทำให้อเมริกากลับมาร่ำรวยและยิ่งใหญ่ และเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะถูกรบกวนเล็กน้อยก็ตาม

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน
ช่วงเวลาหนึ่งที่สำคัญในสุนทรพจน์ของทรัมป์คือการพูดถึงความสัมพันธ์กับยูเครน โดยเขาเปิดเผยว่าได้รับ จดหมายสำคัญ จากประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี้ ของยูเครน ซึ่งระบุว่า ยูเครนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทรัมป์ภายใต้ การนำที่แข็งแกร่ง เพื่อยุติสงครามและเข้าสู่การเจรจาสันติภาพอย่างเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีความตึงเครียดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีเซเลนสกี ของยูเครน เกี่ยวกับการที่ทรัมป์ตัดสินใจหยุดการส่งความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครน โดยสาเหตุหลักมาจากการประชุมที่เกิดขึ้นในทำเนียบขาว ซึ่งในระหว่างการประชุมนี้ ทั้งสองผู้นำได้มีการทะเลาะกันเรื่องการลงนามในข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับแร่ธาตุจากทรัพยากรธรรมชาติของยูเครน ซึ่งแผนการนั้นถูกยกเลิกไป

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

กรีนแลนด์และการขยายอิทธิพล

ในส่วนของวิสัยทัศน์ทางโของทรัมป์ เขายืนยันที่จะซื้อเกาะกรีนแลนด์ จากเดนมาร์ก โดยกล่าวว่า เราจะได้มันมา  ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงความทะเยอทะยานของเขาที่จะขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ ไปยังพื้นที่สำคัญของโลก

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงการฟื้นฟูช่องแคบปานามา ซึ่งเป็นการสะท้อนความต้องการของเขาที่จะควบคุมทรัพยากรทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ทรัมป์ยังได้วิจารณ์การใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ ในหลายประเทศในแอฟริกา เช่น ไลบีเรีย มาลี โมซัมบิก และยูกันดา โดยบอกว่าเงินภาษีของประชาชนถูกใช้ในโครงการช่วยเหลือที่ไม่คุ้มค่า

เขายังกล่าวถึงประเทศเลโซโธ ประเทศที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อ แม้ว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือ 8 ล้านดอลลาร์เพื่อส่งเสริมสิทธิ LGBT แต่รัฐบาลเลโซโธได้ตอบโต้คำพูดของทรัมป์ทันที โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศของตนมีสถานทูตถาวรของสหรัฐฯ อยู่ในประเทศ

สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" แถลงร่ายยาว 100 นาที ต่อรัฐสภา

หนุนอีลอน มัสก์ และการปฏิรูปภาครัฐ


หนึ่งในช่วงที่สำคัญคือการที่ทรัมป์กล่าวถึงอีลิน มัสก์ ที่ปรึกษารัฐบาล ซึ่งอยู่ในแกลลอรีขณะที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ ทรัมป์กล่าวขอบคุณมัสก์ที่ทำงานหนักและพยายามปฏิรูประบบราชการ โดยเฉพาะการยุบพนักงานของรัฐบาลกลางและตัดลดงบประมาณจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งการปฏิรูปนี้สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงในหลายๆ ที่ รวมถึงการประชุมในเมืองต่างๆ ที่มีผู้ประท้วงออกมาคัดค้าน

หลังจากกล่าวสุนทรพจน์ เสร็จสิ้น พรรคเดโมแครตได้เลือกให้เอลิสซ่า สล็อทกิน ส.ส. จากรัฐมิชิแกน เป็นตัวแทนในการตอบโต้ โดยเธอได้วิจารณ์ทรัมป์ว่า แจกของขวัญที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับเพื่อนมหาเศรษฐี และเตือนว่า เขากำลังพาเราก้าวไปสู่ภาวะถดถอย

สุนทรพจน์ของทรัมป์ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตของเขาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความแตกแยกในสังคมอเมริกันที่ลึกซึ้งขึ้น นโยบายจากภาษีศุลกากรไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้สร้างแรงกระเพื่อมที่ใหญ่หลวงในทั้งประเทศและต่างประเทศ การเดินหน้าของทรัมป์ในสมัยที่สองน่าจะเต็มไปด้วยการปะทะกันทางการเมืองที่ดุเดือด และความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ในทุกๆ

วางเดิมพันกับพลังงานเพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อ

ทรัมป์ได้ให้สัญญากับผู้ลงคะแนนว่าจะเอาชนะเงินเฟ้อเมื่อเขากลับสู่ทำเนียบขาว และเขาใช้โอกาสในสุนทรพจน์นี้เพื่อบอกว่าแผนของเขาคือการลดค่าพลังงานโดยการเปิดโอกาสให้มีการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใหม่ทั่วประเทศ

ทรัมป์บอกว่าอเมริกาเรามีน้ำมันดิบมหาศาล และมากที่สุดเท่าที่ประเทศใดๆ จะมีได้ และเขาอนุมัติให้ทีมที่มีความสามารถที่สุดที่เคยรวบรวมมาไปทำมัน ขณะที่ปัญหาวิกฤตราคาไข่ซึ่งได้เป็นข่าวพาดหัวในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวว่า โจ ไบเดน คือตัวการของปัญหา โดยเฉพาะทำให้ราคาของไข่พุ่งขึ้นไปเกินกว่าการควบคุม และทรัมป์กำลังทำงานหนักเพื่อลดราคาไข่กลับลงมา

โดยราคาของไข่ไก่ได้พุ่งสูงขึ้นเมื่อรัฐบาลไบเดนสั่งให้มีการฆ่าสัตว์ปีกหลายล้านตัวเมื่อปีที่แล้วในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดนก แต่ราคาก็ยังคงสูงต่อเนื่องในช่วงต้นของการกลับมาของทรัมป์ในตำแหน่งประธานาธิบดี

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือนที่แล้วอยู่ที่ 3% ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ 9.1% ในปี 2565 แม้จะมีการปรับลดลงแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งจากการสำรวจของ Reuters/Ipsos พบว่า มีเพียง 1 ใน3 ของชาวอเมริกันที่เห็นด้วยกับการจัดการค่าครองชีพของทรัมป์

ระทึก กระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ชุมชนระหว่างกองทัพเกาหลีใต้ซ้อมรบ พลเรือนเจ็บ 8 ราย

ระทึก กระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ชุมชนระหว่างกองทัพเกาหลีใต้ซ้อมรบ พลเรือนเจ็บ 8 ราย

6 มี.ค. 2568 10:49 น.

ระทึก กระสุนปืนใหญ่ตกในพื้นที่ชุมชนระหว่างกองทัพเกาหลีใต้ซ้อมรบ พลเรือนเจ็บ 8 ราย

เกิดเหตุระทึก เมื่อกระสุนปืนใหญ่ที่ใช้ในการซ้อมรบของกองทัพเกาหลีใต้พลาดเป้าไปตกในชุมชน เป็นเหตุให้พลเรือนบาดเจ็บ 8 ราย

มีประชาชนอย่างน้อย 8 คนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันพฤหัสบดี (6 มี.ค.) หลังจากกระสุนปืนใหญ่ที่ใช้ในการซ้อมรบของกองทัพเกาหลีใต้พลาดเป้าไปตกลงในพื้นที่พลเรือน ส่งผลให้บ้านเรือนและโบสถ์ได้รับความเสียหาย ระหว่างการฝึกซ้อมยิงกระสุนจริงของกองทัพในเมือง โพชอน ประเทศเกาหลีใต้ 

โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยดับเพลิงเขตกยองดี-โก บุกบูระบุว่า 4 ใน 8 คนที่ได้รับบาดเจ็บ มีอาการสาหัส

เมืองโพชอนตั้งอยู่ห่างจากกรุง โซลประมาณ 40 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือ และอยู่ใกล้กับพรมแดนติดกับเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการควบคุมทางทหารอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของกระสุนดังกล่าว แต่กล่าวว่า อาจเกิดจากเครื่องบินรบที่ยิงพลาดระหว่างการฝึกซ้อม

ด้านกองทัพอากาศเกาหลีใต้ ยืนยันว่ามีการยิงระเบิดผิดพลาด ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap โดยภาพถ่ายที่แชร์โดยสำนักข่าว News1 ซึ่งอ้างว่าเป็นภาพจากสถานที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นบ้านหลังหนึ่งได้รับความเสียหายหนัก มีเศษซากปรักหักพังกระจัดกระจายอยู่บนพื้น แต่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงกลาโหมระบุว่า กองทัพเกาหลีใต้และสหรัฐฯ กำลังฝึกซ้อมยิงกระสุนจริงร่วมกันครั้งแรกในโพชอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ การฝึกซ้อมทางทหารประจำปี ที่มีกำหนดเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

อินโดฯ อ่วม น้ำท่วมใหญ่จาการ์ตา อพยพประชาชนหลายพันคน

อินโดฯ อ่วม น้ำท่วมใหญ่จาการ์ตา อพยพประชาชนหลายพันคน

6 มี.ค. 2568 10:07 น.

อินโดฯ อ่วม น้ำท่วมใหญ่จาการ์ตา อพยพประชาชนหลายพันคน

ฝนตกหนักในกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงถึงกว่า 3 เมตร ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพหนีภัย และมีการคาดการณ์ว่าฝนจะตกหนักต่อไปจนถึงวันที่ 11 มีนาคม

วันที่ 5 มี.ค. 2568 ทางการกรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า น้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักได้ทำให้ประชาชนจำนวนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันจันทร์ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงถึง กว่า 3 เมตรในหลายพื้นที่ของกรุงจาการ์ตา รวมถึงบางพื้นที่มีน้ำท่วมท่วมถนน รถยนต์ และบ้านเรือนกว่า 1,000 หลัง

นายปราโมโน อานุง ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา ได้ประกาศยกระดับเตือนภัยน้ำท่วมเป็นระดับ 2 และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมเตรียมใช้มาตรการดัดแปลงสภาพอากาศ เช่น การยิงพลุเกลือเข้าไปในกลุ่มเมฆเพื่อกระตุ้นให้ฝนตกก่อนถึงฝั่ง 

ขณะที่ล่าสุด ทางหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียได้ออกคำเตือนว่า ฝนหนักจะยังคงตกในกรุงจาการ์ตาและเมืองรอบๆ ต่อไปจนถึงวันที่ 11 มีนาคมนี้

ทั้งนี้ ปัจจุบัน อินโดนีเซียและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญฤดูมรสุม ซึ่งนำมาทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้นและพายุฝนรุนแรง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ อย่างกรุงจาการ์ตาฝนตกน้ำท่วมหนักทุกปี จนนำไปสู่แผนการก่อสร้างกรุงนูซันตารา เมืองหลวงแห่งใหม่ที่จะเตรียมย้ายไป แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนออกมา.

ทรัมป์ลั่น เจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮามาสแล้ว ส่งคำเตือน “ครั้งสุดท้าย” ให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดในกาซา

ทรัมป์ลั่น เจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮามาสแล้ว ส่งคำเตือน "ครั้งสุดท้าย" ให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดในกาซา

6 มี.ค. 2568 09:24 น.

ทรัมป์ลั่น เจรจาโดยตรงกับกลุ่มฮามาสแล้ว ส่งคำเตือน “ครั้งสุดท้าย” ให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดในกาซา

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งคำเตือนเด็ดขาด “ครั้งสุดท้าย” ถึงกลุ่มฮามาส ให้เร่งปล่อยตัวประกันในกาซา พร้อมเตือนผู้นำฮามาสรีบหนีออกจากกาซา ก่อนจะเจอดี เผยได้ส่งทีมเจรจาโดยตรงเรื่องตัวประกันกับกลุ่มฮามาสที่สหรัฐฯจัดให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งถือเป็นแนวทางที่แตกต่างไปจากเดิมของสหรัฐฯ

วันที่ 5 มี.ค. 2568  นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำเตือนเด็ดขาดถึงกลุ่มฮามาส โดยบอกว่าเป็นคำเตือนครั้งสุดท้ายให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมดในฉนวนกาซา และส่งคืนร่างตัวประกันที่ถูกสังหาร ขณะที่อิสราเอลระบุว่า จนถึงงตอนนี้ยังมีตัวประกัน 59 คนในฉนวนกาซา และเชื่อว่ายังมีผู้รอดชีวิตประมาณ 24 คน พร้อมกันนี้ทรัมป์ระบุว่า จะไม่มีสมาชิกกลุ่มฮามาสคนไหนปลอดภัย หากไม่ทำตามคำเตือนของสหรัฐฯ

คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจากทำเนียบขาวยืนยันว่า กำลังเจรจาเรื่องตัวประกันโดยตรงกับกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นจุดยืนที่แตกต่างจากนโยบายดั้งเดิมของสหรัฐฯ ที่หลีกเลี่ยงการติดต่อโดยตรงกับองค์กรที่ถูกจัดให้เป็นกลุ่มก่อการร้าย โดย โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันว่า สหรัฐฯได้หารือกับอิสราเอลก่อนการเจรจาโดยตรงกับฮามาส

โฆษกระบุว่า นายอดัม เบห์เลอร์ ทูตพิเศษด้านตัวประกัน ได้เดินทางไปเข้าพบตัวแทนฮามาสในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป้าหมายหลักของการเจรจาคือการปล่อยตัวประกัน 59 คนที่ยังอยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งเชื่อว่ายังมีผู้รอดชีวิต 22 คน นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงแนวทางสู่ข้อตกลงสันติภาพที่กว้างขึ้น

การเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้พบปะกับตัวแทนของกลุ่มฮามาสในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของความขัดแย้งในตะวันออกกลางในอนาคต.

โจรปล้นร้านเพชรกลืนต่างหูเพชร มูลค่ากว่า 25 ล้านบาทลงท้อง หวังรอดการจับกุม

โจรปล้นร้านเพชรกลืนต่างหูเพชร มูลค่ากว่า 25 ล้านบาทลงท้อง หวังรอดการจับกุม

6 มี.ค. 2568 09:06 น.

โจรปล้นร้านเพชรกลืนต่างหูเพชร มูลค่ากว่า 25 ล้านบาทลงท้อง หวังรอดการจับกุม

โจรปล้นร้านเพชรชื่อดังในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ กลืนต่างหูเพชรลงท้องขณะหลบหนีการจับกุมของตำรวจ สุดท้ายไม่รอดถูกจับดำเนินคดี หลังผล เอ็กซเรย์พบแหวนเพชร 2 วงในท้อง

ตำรวจรัฐฟลอริดา สกัดจับกุมชายต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรบนทางหลวง หลังได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายคนหนึ่งทำทีมาซื้อเพชรในร้านTiffany & Co ในออร์แลนโด ก่อนจะฉวยจังหวะพนักงานเผลอคว้าต่างหูและหวนเพชรวิ่งหลบหนีไป โดยพนักงานพยายามขัดขวาง ทำให้เขาทำแหวนเพชรร่วง แต่ได้ต่างหูเพชรมูลค่าราว 770,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 25 ล้านบาทไปด้วย แต่ในขณะเข้าจับกุมกลับไม่พบเครื่องเพชรที่หายไป ตำรวจจึงต้องนำตัวชายคนดังกล่าวไปเอ็กซเรย์ช่องท้อง ก็พบวัตถุแปลกปลอมเป็นวัตถุสีขาวสว่างเด่นบนพื้นหลังสีเทา ซึ่งคาดว่าเป็นต่างหูเพชรของ Tiffany & Co ที่ถูกขโมยไป ก่อนที่จะตั้งข้อหา ชายวัย 32 ปีจากรัฐเท็กซัสในข้อหาก่ออาชญากรรม 2กระทง ฐานขโมยต่างหูเพชรจากห้างสรรพสินค้าหรูในออร์แลนโดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

โจรปล้นร้านเพชรกลืนต่างหูเพชร มูลค่ากว่า 25 ล้านบาทลงท้อง หวังรอดการจับกุม

ด้านโฆษกของตำรวจออร์แลนโด เคย์ลี บิชอป กล่าวเมื่อวันพุธ ว่าเธอกำลังตรวจสอบกับนักสืบที่รับผิดชอบคดีนี้ว่าได้เครื่องเพชรคืนหรือยัง โดยจากบันทึกของศาล ผู้ต้องสงสัยยังไม่มีทนายความ และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เขายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ใน เรือนจำออเรนจ์ เคาน์ตี รัฐฟลอริดา ซึ่งเป็นเขตที่ตั้งของเมืองออร์แลนโด

ทั้งนี้ จากการให้ข้อมูลของพนักงานขายของ Tiffany & Co ระบุว่า ชายผู้ก่อเหตุบอกกับพนักงานว่าเขาสนใจซื้อ ต่างหูเพชรและแหวนเพชร ในนามของนักบาสเกตบอลทีมออร์แลนโด เมจิก

พนักงานจึงพาเขาไปยังห้อง VIP เพื่อให้เขาชมเครื่องเพชร แต่ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็กระโดดขึ้นจากเก้าอี้ คว้าเครื่องเพชรและพยายามวิ่งออกจากห้อง

พนักงานขายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขณะพยายามขวางเขาไว้ แต่ก็ทำให้แหวนเพชรซึ่งมีมูลค่า 587,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลุดจากมือของคนร้ายได้ ก่อนที่คนร้ายจะขึ้นรถหลบหนี และถูกตำรวจสกัดจับห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 550 กิโลเมตร.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ปล้นร้านเพชร

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัว ไม่มีอาการวิกฤติกำเริบ เพิ่มทำกายภาพบำบัด

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัว ไม่มีอาการวิกฤติกำเริบ เพิ่มทำกายภาพบำบัด

6 มี.ค. 2568 05:40 น.

โป๊ปฟรานซิสอาการทรงตัว ไม่มีอาการวิกฤติกำเริบ เพิ่มทำกายภาพบำบัด

วาติกันเผยว่า โป๊ปฟรานซิสมีอาการทรงตัว และไม่มีอาการวิกฤติด้านทางเดินหายใจกำเริบเหมือนเมื่อวันจันทร์ โดยทรงรับการกายภาพบำบัดมากขึ้นด้วย

สำนักวาติกันอัปเดตอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในช่วงเย็นวันพุธที่ 5 มี.ค. 2568 ระบุว่า อาการทางคลินิกของพระองค์ยังทรงตัว โดยไม่มีภาวะวิกฤติด้านทางเดินหายใจกำเริบขึ้นมาอีก นอกจากนั้นพระองค์ยังได้รับอาหารเสริมกับออกซิเจนการไหลสูงตามแผนที่วางไว้ และจะกลับไปใช้เครื่องช่วยหายใจแบบไม่สอดท่อในคืนนี้

แถลงการณ์ของวาติกันบอกด้วยว่า โป๊ปฟรานซิสทรงทำกายภาพบำบัดเกี่ยวกับทางเดินหายใจและการเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยพระองค์ใช้เวลาช่วงกลางวันอยู่บนรถเข็น ขณะที่แพทย์ยังไม่สามารถทำนายโรคได้ เนื่องจากความซับซ้อนของอาการทางคลินิกของโป๊ปฟรานซิส

ในส่วนของกิจกรรมอื่นๆ วาติกันระบุว่า ในช่วงเช้า โป๊ปฟรานซิสทรงเข้าร่วมพิธีอำนวยพรเถ้าศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันพุธรับเถ้า (Ash Wednesday) ที่ห้องส่วนพระองค์บนชั้นที่ 10 ของโรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ก่อนที่พระองค์จะทำพิธีรับศีลมหาสนิท ส่วนในช่วงบ่ายพระองค์ใช้เวลากับการทรงงานและพักผ่อน

ทั้งนี้ โป๊ปฟรานซิสพระชนมายุ 88 พรรษา ประทับที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่ 14 ก.พ. แล้ว เพื่อรักษาอาการปอดบวมที่ปอดทั้ง 2 ข้าง โดยในวันเสาร์ที่ 22 ก.พ. วาติกันใช้คำว่าโป๊ปฟรานซิสอยู่ในอาการวิกฤติเป็นครั้งแรก แต่อาการของพระองค์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจนออกจากภาวะวิกฤติได้เมื่อสัปดาห์ก่อน

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (3 มี.ค.) โป๊ปประสบภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน 2 ครั้ง (acute respiratory failure) อันเป็นผลจากการสะสมอย่างมีนัยสำคัญของเสมหะในหลอดลม จนทำให้ทางเดินหายใจแคบลง จนแพทย์ต้องให้พระองค์ใช้หน้ากากออกซิเจนและเครื่องช่วยหายใจ อย่างไรก็ตาม อาการของพระองค์กลับมาทรงตัวอีกครั้งในวันอังคาร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : vaticannews

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโก-แคนาดา 1 เดือน

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโก-แคนาดา 1 เดือน

6 มี.ค. 2568 04:55 น.

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโก-แคนาดา 1 เดือน

ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโกกับแคนาดาเป็นเวลา 1 เดือน ในขณะที่เขาเตรียมตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ทั่วโลกในเดือนหน้า

เมื่อวันพุธที่ 5 มี.ค. 2568 น.ส.แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งยกเว้นการเก็บภาษีศุลกากรสำหรับรถยนต์ที่นำเข้ามาจากเม็กซิโกกับแคนาดาเป็นเวลา 1 เดือน หลังได้พูดคุยกับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ 3 เจ้า ได้แก่ สเตลแลนติส, ฟอร์ด และเจเนอรัล มอเตอร์ส ที่กังวลว่าจะเสียเปรียบทางเศรษฐกิจ

น.ส.เลวิตต์ยืนยันว่า ภาษีศุลกากรตอบโต้จะยังคงมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. และบริษัทต่างๆ ควรใช้เวลา 1 เดือนนี้ทำงานเพื่อมุ่งไปยังเป้าหมายของประธานาธิบดี นั่นคือย้ายการผลิตมายังอเมริกา ซึ่งจะทำให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญกับกำแพงภาษี

อย่างไรก็ตาม แคนาดา ซึ่งรถยนต์คือสินค้าที่พวกเขาส่งออกเข้าสู่สหรัฐฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกำแพงภาษี โดยนายดั๊ก ฟอร์ด ผู้ว่าการรัฐออนแทริโอ กล่าวว่า เขากับนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ไม่ยินดีที่จะยอมรับภาษีศุลกากรใดๆ ก็ตามต่อสินค้าของประเทศของเรา

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในขณะที่แผนตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ทั่วโลกของนายทรัมป์ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. และอาจซ้อนทับกับกำแพงภาษี 25% ที่สหรัฐฯ ใช้กับสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ศาลสูงสุดขวางทรัมป์ ระงับจ่ายเงินช่วยเหลือต่างประเทศ 2 พันล้านดอลลาร์

ศาลสูงสุดขวางทรัมป์ ระงับจ่ายเงินช่วยเหลือต่างประเทศ 2 พันล้านดอลลาร์

6 มี.ค. 2568 03:33 น.

ศาลสูงสุดขวางทรัมป์ ระงับจ่ายเงินช่วยเหลือต่างประเทศ 2 พันล้านดอลลาร์

ศาลสูงสุดขวางรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการให้ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ ให้แก่องค์กรช่วยเหลือต่างประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2568 ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ ให้แก่องค์กรช่วยเหลือต่างประเทศ สำหรับความช่วยเหลือที่พวกเขาได้ทำไปแล้ว

ศาลสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามคำตัดสินของผู้พิพากษาศาลแขวง อาเมียร์ อาลี ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่สั่งให้กระทรวงต่างประเทศ และ USAID จ่ายเงินให้แก่ผู้ทำสัญญาสำหรับความช่วยเหลือที่พวกเขาได้ทำไปแล้ว ภายในเที่ยงคืนวันที่ 26 ก.พ.

แต่เมื่อเส้นตายใกล้มาถึง รัฐบาลทรัมป์ก็ยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดเพื่อขอระงับคำสั่งของศาลชั้นก่อน อ้างว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในระยะเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ตาม ในวันพุธที่ 5 มี.ค. ผู้พิพากษาศาลสูงสุดลงความเห็นด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลทรัมป์ และบอกให้รัฐบาลปฏิบัติตามคำสั่งศาล

ด้านผู้พิพากษา ซามูเอล อาลิโต ฝ่ายอนุรักษ์นิยม เป็น 1 ใน 4 ผู้พิพากษาศาลสูงสุดที่โหวตไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลชั้นก่อน ระบุในแถลงการณ์ว่า

“ผู้พิพากษาศาลแขวงเพียงคนเดียว ซึ่งไม่น่าจะมีอำนาจตุลาการเพียงพอแต่กลับมีอำนาจไร้ขีดจำกัดในการบังคับให้รัฐบาลสหรัฐฯ จ่ายเงินภาษีของประชาชนจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์ (และน่าจะสูญเสียไปตลอดกาล) เลยหรือ?” “คำตอบของคำถามนั้นควรจะเป็น ‘ไม่’ แต่ดูเหมือนเสียงส่วนใหญ่ของศาลนี้จะไม่คิดแบบนั้น ผมนี่อึ้งเลย”

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากองค์กรช่วยเหลือ 2 กลุ่มฟ้องร้องคัดค้านคำสั่งระงับเงินช่วยเหลือต่างประเทศเป็นเวลา 90 วันของนายทรัมป์ ซึ่งผู้พิพากษาอาลีสั่งระงับการตัดงบฯ ดังกล่าวไว้ก่อน ระหว่างการทบทวนคดี ก่อนจะมีคำสั่งให้รัฐบาลจ่ายเงินในส่วนของงานที่ทำเสร็จไปแล้ว หลังรัฐบาลไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา

กระบวนการทางกฎหมายของคดีนี้ยังคงดำเนินต่อไป โดยศาลแขวงจะมีการพิจารณาคำร้องของผู้ทำสัญญา ที่ขอให้ศาลขยายเวลามอบเงินช่วยเหลือออกไปอีก ในวันพฤหัสบดีนี้ (6 มี.ค.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นักศึกษา ป.เอกจีน ผิดจริง ข้อหาวางยาข่มขืนผู้หญิง 10 คนในอังกฤษ-จีน

นักศึกษา ป.เอกจีน ผิดจริง ข้อหาวางยาข่มขืนผู้หญิง 10 คนในอังกฤษ-จีน

6 มี.ค. 2568 01:56 น.

นักศึกษา ป.เอกจีน ผิดจริง ข้อหาวางยาข่มขืนผู้หญิง 10 คนในอังกฤษ-จีน

ลูกขุนศาลอังกฤษตัดสินนักศึกษาปริญญาเอกชาวจีน ผิดจริงข้อหาวางยาและข่มขืนเหยื่อ 10 ราย โดยเจ้าหน้าที่คาดว่า จำนวนผู้เสียหายที่แท้จริงอาจมากถึง 50 คน

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2568 ศาลอาญาเขตอินเนอร์ลอนดอน ตัดสินให้นาย โซว เจิ้นห่าว นักศึกษาปริญญาเอกชาวจีนวัย 28 ปี มีความผิดในข้อหาวางยาและข่มขืนผู้หญิง 10 คน โดยก่อเหตุทั้งภายในสหราชอาณาจักรและในประเทศจีน นอกจากนั้นยังผิดจริงในข้อหาถ้ำมอง, ครอบครองภาพลามกอนาจารร้ายแรง และกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วย

ตามข้อมูลที่เปิดเผยออกมาระหว่างการพิจารณาคดี นายโซวถ่ายคลิปวิดีโอช่วงเวลาก่อเหตุกับเหยื่อ 9 คนเอาไว้เป็น “ของฝาก” และเก็บสิ่งของบางอย่างของเหยื่อเอาไว้ ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าเหยื่อ 2 รายเป็นใคร และกำลังตามรอยหาอีก 8 คนที่เหลือ

ผู้พิพากษา โรซินา คอทเทจ กล่าวว่า ชายคนนี้เป็นผู้กระทำผิดทางเพศที่ออกล่าเหยื่อและเป็นอันตราย พร้อมเตือนว่าเขาจะได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานานมาก ในตอนที่ศาลพิพากษาบทลงโทษของเขาในวันที่ 17 มิ.ย.

นายเควิน เซาท์เวิร์ธ เจ้าหน้าที่ตำรวจเทศบาลกรุงลอนดอนเปิดเผยว่า คลิปวิดีโอหลักฐานแสดงให้เห็นว่าอาจมีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของชายคนนี้มากถึง 50 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตามหาตัวอย่างเร่งด่วน โดยมีความเป็นไปได้ที่เหยื่อหลายรายไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ถูกนายโซวข่มขืน

ทั้งนี้ นายโซวก่อเหตุระหว่างปี 2562-2567 โดยการข่มขืน 7 ครั้งเกิดขึ้นในประเทศจีนระหว่างการระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะที่การก่อเหตุอีก 4 ครั้งเกิดขึ้นในกรุงลอนดอน โดย 2 ครั้งเกิดกับเหยื่อ 2 รายซึ่งตำรวจระบุตัวได้แล้ว ส่วนการข่มขืนอีก 2 ครั้งเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนเดียวกัน แต่ตำรวจยังตามตัวไม่เจอ

วิดีโอหลักฐานบางคลิปถูกถ่ายที่แฟลตของเขาในเมืองบลูมบิวรี กับในย่านเอเลเฟนต์ แอนด์ แคสเซิล ส่วนคลิปอื่นๆ ถูกถ่ายในประเทศจีน

ในตอนที่นายโซวถูกจับกุมตัวได้เมื่อเดือนมกราคม 2567 เขาบอกกับคณะลูกขุนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในคลิปวิดีโอเป็นเพียงการแสดงสวมบทบาท (role play) ว่าเป็นการข่มขืน ตามที่เขาได้ตกลงกับเหยื่อไว้ก่อนแล้ว แต่ด้วยหลักฐานต่างๆ ทำให้คณะลูกขุนไม่ปักใจเชื่อ

อนึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีนายโซวในคดีที่เขาก่อในประเทศจีนได้ เนื่องจากตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ใน UK สามารถถูกฟ้องร้องเอาผิดในคดีที่เขาก่อในต่างประเทศได้ หากการกระทำนั้นผิดกฎหมายในประเทศที่เกิดเหตุ

นายโซวมาจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย เขามีเงินมากพอซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์ เช่าห้องพักราคาเดือนละ 4,000 ปอนด์ (ราว 173,000 บาท) ในตู้เสื้อผ้าก็เต็มไปด้วยชุดแบรนด์หรู และผ่านการทำศัลยกรรมความงามอย่างการปลูกผม และการศัลยกรรมใบหน้ามาแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนเตือนสหรัฐฯ พร้อมสู้สงครามทุกประเภท หลังโดนตั้งกำแพงภาษีนำเข้า

จีนเตือนสหรัฐฯ พร้อมสู้สงครามทุกประเภท หลังโดนตั้งกำแพงภาษีนำเข้า

5 มี.ค. 2568 23:29 น.

จีนเตือนสหรัฐฯ พร้อมสู้สงครามทุกประเภท หลังโดนตั้งกำแพงภาษีนำเข้า

จีนเตือนสหรัฐฯ ว่าพวกเขาพร้อมต่อสู้ในสงครามทุกประเภท หลังปักกิ่งตอบโต้การตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐฯ และประกาศเพิ่มงบฯ กลาโหมขึ้นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอย่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้ภาวะสงครามการค้า หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเก็บภาษีศุลกากรสินค้าที่นำเข้าจากจีนเพิ่มอีก 10% เมื่อวันอังคาร (4 มี.ค. 2568) ส่วนแดนมังกรก็ตอบโต้อย่างรวดเร็วด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ในอัตรา 10-15%

ล่าสุดในวันพุธ (5 มี.ค.) สถานทูตจีนได้โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า “หากสงครามคือสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ จะเป็นสงครามภาษี, สงครามการค้า หรือสงครามประเภทอื่นๆ เราก็พร้อมที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด” ซึ่งเป็นการนำข้อความจากแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศจีนเมื่อวันอังคารมาโพสต์ซ้ำอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นี่นับเป็นหนึ่งในข้อความรุนแรงที่สุดจากฝ่ายจีน นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเกิดขึ้นในขณะที่บรรดาผู้นำทางการเมืองและภาคส่วนต่างๆ ของจีน มารวมตัวกันที่กรุงปักกิ่ง เพื่อร่วมการประชุมประจำของสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC)

ขณะเดียวกัน นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีนประกาศว่า จีนจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านการกลาโหมขึ้นอีก 7.2% ในปีนี้ และเตือนว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบศตวรรษกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งตั้งกำแพงภาษีเม็กซิโก, แคนาดา และจีน ตั้งแต่วันแรกที่เขารับตำแหน่งเมื่อ 20 ม.ค. โดยกล่าวหาทั้ง 3 ประเทศว่ามีส่วนทำให้ยาเฟนทานิลหลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายจีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้เฟนทานิลเป็นข้ออ้างในการตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc