สหรัฐฯ หยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครน คาดกระทบการต่อสู้

สหรัฐฯ หยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครน คาดกระทบการต่อสู้

5 มี.ค. 2568 23:03 น.

สหรัฐฯ หยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้ยูเครน คาดกระทบการต่อสู้

สหรัฐฯ เดินหน้ากดดันยูเครนต่อเพื่อให้ยอมรับการเจรจาสันติภาพ ล่าสุดสั่งหยุดการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองแก่ยูเครนแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะกระทบต่อความสามารถในการต่อสู้ของยูเครนอย่างหนัก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายไมค์ วอลซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติประจำทำเนียบขาวสหรัฐฯ ประกาศในวันพุธที่ 5 มี.ค. 2568 ว่า สหรัฐฯ จะหยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้แก่ยูเครน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเคียฟอย่างหนักในด้านการต่อสู้กับรัสเซีย

นายวอลซ์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ กำลังหยุดและกำลังทบทวนความสัมพันธ์นี้ในทุกด้าน นอกจากนั้น เขายังได้โทรศัพท์คุยกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของยูเครน และมีการสนทนาที่ดีต่อกันในเรื่องสถานที่และเนื้อหาของการเจรจารอบต่อไป และจะมีความเคลื่อนไหวในเร็วๆ นี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจาก โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โต้เถียงอย่างหนักกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระหว่างการเจรจาข้อตกลงแร่ธาตุหายากที่ห้องทำงานรูปไข่ ทำเนียบขาว เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งในเวลาต่อมา นายทรัมป์ก็สั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารให้แก่ยูเครน เพื่อกดดันให้พวกเขายอมรับกระบวนการสันติภาพ

หลังจากนั้น เซเลนสกีที่ต้องการให้สหรัฐฯ รับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน ก็ผ่อนท่าทีลงเพื่อซ่อมแซมความสัมพันธ์ ขณะที่นายวอลซ์กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจยกเลิกการระงับความช่วยเหลือ หากการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้า

ทั้งนี้ นายทอม เบทแมน ผู้สื่อข่าวของบีบีซีในสหรัฐฯ คาดว่า การหยุดแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการสู้รบในยูเครน

ที่ผ่านมาเชื่อกันว่า ข้อมูลคือสิ่งที่ช่วยให้ยูเครนเข้าใจความเคลื่อนไหวของกองทัพรัสเซียทั้งในเชิงยุทธศาสตร์และยุทธวิธี เช่น การได้รับข้อมูลเรื่องตำแหน่งที่มั่นของทหารรัสเซีย เพื่อการโจมตีด้วยอาวุธนำวิถี แต่หลังจากนี้ ยูเครนจะไม่ได้รับข้อมูลเหล่านั้นจากสหรัฐฯ แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

มข.ผนึกกำลัง ‘สร้างเกษตรยั่งยืน’ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต-ศก.ฐานราก

มข.ผนึกกำลัง ‘สร้างเกษตรยั่งยืน’ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต-ศก.ฐานราก

มข.ผนึกกำลัง ‘สร้างเกษตรยั่งยืน’ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต-ศก.ฐานราก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

มข.ผนึกกำลังวิชาการ-ท้องถิ่น ‘สร้างเกษตรยั่งยืน’ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากคนอีสาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) โดยฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน นำโดย ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน พร้อมด้วย รศ.ดร.เพชรรัตน์ ธรรมเบญพล และ ผศ.ดร.สุกัลยา เชิญขวัญ อาจารย์ประจำคณะเกษตรศาสตร์ รวมถึง นางสาววราภรณ์ ผิวพรรณงาม รองผู้อำนวยการศูนย์วิสาหกิจและสังคมยั่งยืน ลงพื้นที่ประชุมหารือแนวทางการพัฒนาโครงการส่งเสริมเกษตรกรอย่างยั่งยืน ณ กลุ่มแปลงใหญ่หน่อไม้ฝรั่ง หมู่ 8 ตำบลวังสวาป อำเภอภูผาม่าน และกลุ่มแปลงใหญ่พืชผัก หมู่ 2 ตำบลไชยสอ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น การประชุมครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก นางสาวสุนันทา หมื่นแก้วณภา หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น ร่วมรับฟังปัญหาและเสนอแนวทางการสนับสนุน

ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าและรับฟังปัญหาจากเกษตรกรโดยตรง “เราต้องการเห็นการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาโรคพืชที่กระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร มหาวิทยาลัยขอนแก่นพร้อมสนับสนุนทั้งด้านวิชาการและเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตและสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่”

ในการนี้ นางสาวปิยะมาศ แสนสุนนท์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่หน่อไม้ฝรั่ง ตำบลวังสวาป และ นางพูลทรัพย์ อุปสีดา ประธานกลุ่มแปลงใหญ่พืชผัก ตำบลไชยสอ พร้อมสมาชิกกลุ่ม ซึ่งได้นำเสนอสถานการณ์ปัญหาและความต้องการของเกษตรกร โดยเฉพาะการจัดการโรคพืชที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตและรายได้ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้วางแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป ประกอบด้วย การจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการโรคพืช การพัฒนาระบบการผลิตที่ได้มาตรฐาน และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริการวิชาการเพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมของมหาวิทยาลัย และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน /// – 026

‘กรมการข้าว’เปิดตัวข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ใหม่ ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง

'กรมการข้าว'เปิดตัวข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ใหม่ ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง

‘กรมการข้าว’เปิดตัวข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ใหม่ ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.46 น.

“กรมการข้าว”เปิดตัวข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ใหม่ ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง พร้อมส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 5 โดยมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมการข้าว ตลอดจนเกษตรกรในพื้นฐาน เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว จัดขึ้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การผลิตข้าวสาลีในประเทศไทยและเป็นการจัดแสดงเชื้อพันธุกรรมข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และโอ๊ต มากกว่า 700 พันธุ์ ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ รวมทั้งเป็นการเปิดตัวข้าวบาร์เลย์สายพันธุ์ดีเด่น FNBL #140 เพื่อการทำมอลต์ ที่จะเตรียมรับรองพันธุ์ในปีงบประมาณ 2569 เนื่องจากไทยไม่มีพันธุ์รับรองข้าวบาร์เลย์ ตั้งแต่ปี 2528 โดยสายพันธุ์นี้สามารถต้านทานโรคใบจุด รวมทั้งมีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 339 กก./ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่าพันธุ์เดิมร้อยละ 20 ที่รับรองพันธุ์ไว้ เมื่อปี 2528 และที่สำคัญมีคุณภาพเพื่อการทำมอลต์ตามมาตรฐานสากล

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย 1) นิทรรศการด้านพันธุ์ และเทคโนโลยีการผลิต 2) การสาธิตและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากธัญพืชเมืองหนาว 3) การประกวดภาพถ่าย และการแข่งขันประกอบอาหารจากธัญพืชเมืองหนาว 4) การสาธิตอาหารแนวใหม่สไตล์ฟิวชั่นล้านนา (Fusion Food Lanna) 5) กิจกรรมกาดมั่ว ตลาดนัดล้านนา และ 6) กิจกรรมชุมชนพบปะกันระหว่างนักวิจัย ผู้ผลิต และผู้ประกอบการที่ใช้ประโยชน์ธัญพืชเมืองหนาว

– 006

‘รัฐสภา’ไฟเขียวความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน

‘รัฐสภา’ไฟเขียวความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน

‘รัฐสภา’ไฟเขียวความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.34 น.

‘นฤมล’เสนอรัฐสภาฯ พิจารณาข้อบังคับความปลอดภัยอาหารอาเซียน ลดมาตรการทางการค้า หนุนส่งอาหารไทยขยายตลาดอาเซียน ก่อนที่ประชุมฯ ลงมติเห็นชอบ 

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2568 ในการประชุมรัฐสภาที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วนที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เรื่องความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (ASEAN Food Safety Regulatory Framework Agreement) โดยมี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ชี้แจงต่อที่ประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ

นางนฤมล กล่าวว่า ความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน มีสาระสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแนวทางการดำเนินการทั้งหมดที่ครอบคลุมและมีการบูรณาการเกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารของประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคและอำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของอาหารปลอดภัยภายในอาเซียนโดยประกอบด้วยข้อบทสำคัญจำนวน 18 ข้อ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงาน ด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (ASEAN Food Safety Coordinating Committee; AFSCC) การดำเนินการจัดทำพิธีสาร และการกำหนดให้ความตกลงฯ มีผลใช้บังคับเมื่อประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มอบสัตยาบันสารแก่เลขาธิการอาเซียน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ความตกลงฯ ได้รับการลงนามโดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนครบทั้ง 10 ประเทศเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

นางนฤมล กล่าวต่อว่า เมื่อความตกลงฯ มีผลใช้บังคับแล้ว จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการประสานงาน ด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งจากหน่วยงานด้านเกษตร การค้า และสุขภาพ จำนวน 10 ประเทศ โดยมีหน้าที่ในการกำกับดูแลและทบทวนการดำเนินการของความตกลงฯ ประสานงานกับองค์กรที่เกี่ยวข้องของอาเซียน รวมถึงพิจารณาและเห็นชอบข้อเสนอสำหรับการจัดทำพิธีสารในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเสนอในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ด้านเศรษฐกิจอาเซียน และด้านการพัฒนาสาธารณสุข

โดยการจัดทำความตกลงฯใช้เป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและการบูรณาการด้านความปลอดภัยอาหารระหว่างหน่วยงานด้านเกษตร การค้า และสุขภาพของอาเซียนและประเทศสมาชิก โดยมีเป้าหมายหลักในการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภค และการอำนวยความสะดวกด้านการค้าอาหารปลอดภัยในภูมิภาค โดยการส่งเสริมการปรับมาตรการ สุขอนามัยและสุขอนามัยพืชให้สอดคล้องกัน ลดอุปสรรคทางเทคนิคด้านการค้าอาหาร และลดความแตกต่างของระบบการควบคุมอาหารของแต่ละประเทศ 

”ประเทศไทย เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารลำดับต้นๆ ของโลกและของอาเซียน โดยหลายประเทศในอาเซียนมีการนำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทยเป็นตลาดหลัก การจัดทำพิธีสารภายใต้ความตกลงๆจะช่วยลดมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ซึ่งส่งผลให้การส่งออกสินค้าอาหารของไทยที่มีคุณภาพและความปลอดภัยไปยังตลาดอาเซียน ทำให้มีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงขอเสนอความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหาร อาเซียนนี้มาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ“นางนฤมล กล่าว

จากนั้น ที่ประชุมรัฐสภาได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่า ความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียนคร้้งนี้ จะทำให้ไทยได้พัฒนามาตรฐานและความปลอดภัยของสินค้าที่จะส่งออกอย่างเช่น อาหารหรือพืชให้ได้มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้ปัญหาการตีกลับสินค้าลดน้อยลงได้ และเมื่อสินค้าอาหารของไทยมีคุณภาพและความปลอดภัยก็จะสามารถขยายตลาดในประเทศแถบอาเซียนได้มากขึ้น จนพัฒนาต่อยอดให้ไทยเป็นครัวโลก สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย สามารถไปแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ เกษตรกรอาจจะต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องขอให้รัฐบาลให้ความรู้และชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการต่อมาตรฐานใหม่ให้เกษตรกรรับทราบด้วย 

หลังจากการอภิปรายที่ประชุมรัฐสภาได้ลงมติเห็นชอบกับความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (ASEAN Food Safety Regulatory Framework Agreement)ด้วยคะแนนเสียง 547 ไม่เห็นชอบ 1 งดออกเสียง 1 และ ไม่ลงคะแนนเสียง 3 

สาวเท่ Dolce&Gabbana คอลเลคชั่นฟอล/วินเทอร์ 2025 จากมิลาน แฟชั่นวีค

สาวเท่ Dolce&Gabbana คอลเลคชั่นฟอล/วินเทอร์ 2025 จากมิลาน แฟชั่นวีค

สาวเท่ Dolce&Gabbana คอลเลคชั่นฟอล/วินเทอร์ 2025 จากมิลาน แฟชั่นวีค

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

Dolce & Gabbana อวดโฉมคอลเลคชั่นฟอล/วินเทอร์ 2025 บนแคทวอล์ค มิลาน แฟชั่นวีค คอลเลกชันนี้มีความทันสมัยและสดใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากสาวเท่ในเมืองใหญ่ ลุคต่าง ๆ เน้นการสไตลิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติแต่ยังคงความหรูหราในเวลาเดียวกัน จุดโฟกัสไม่ได้อยู่ที่ไอเท็มแต่ละชิ้นอีกต่อไป แต่เป็นการสไตลิ่งและแนวทางการแต่งตัว พวกเขาต้องการให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ลุคโดยรวม มากกว่าการเน้นที่ไอเท็มเดี่ยวๆ

คอลเลกชันแบ่งออกเป็นสองส่วน  เสื้อผ้าชั้นนอก (Outerwear) และชุดสำหรับช่วงเย็น (Evening Wear) โดยยังคงเอกลักษณ์ของ Dolce&Gabbana แต่ในเวอร์ชันที่เรียบง่ายและร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ส่วนของ Evening Wear นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง – โปร่งบาง เย้ายวนด้วยชิ้นสั้น ผ้าทูล และกลิ่นอายของชุดชั้นใน

องค์ประกอบสำคัญของคอลเลคชั่นคือ  การเล่นกับสัดส่วนในทั้งสองส่วนของคอลเลกชัน สไตล์เสื้อผ้าผู้ชาย การดีคอนสตรักต์เสื้อแจ็กเก็ต เดนิม และ หนัง

040

เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ ฉลองความสำเร็จของผู้หญิง ชวนผู้หญิงเก่งหลากสาขาแบ่งปันแรงบันดาลใจระหว่างมื้ออาหาร

เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ ฉลองความสำเร็จของผู้หญิง ชวนผู้หญิงเก่งหลากสาขาแบ่งปันแรงบันดาลใจระหว่างมื้ออาหาร

เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ ฉลองความสำเร็จของผู้หญิง ชวนผู้หญิงเก่งหลากสาขาแบ่งปันแรงบันดาลใจระหว่างมื้ออาหาร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.04 น.

โรงแรม เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ -The Ritz-Carlton Bangkok  โดย ทีน่า ลิว ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้หญิง เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 2568  หรือ International Women’s Day  2025 เชิญผู้หญิงเก่งมากความสามารถหลากสาขา โอปอล – สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024, จูน – สาวิตรี โรจนพฤกษ์, เล็ก – กรกนก ยงสกุล, ดวง – วรรณพร โปษยานนท์, มิ้นท์ – พัศญา จิรมณีกุล, ปอม–ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง, ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, อัญรัตน์ พรประกฤต และ แอ-เบญญาภา ศิริโสภณ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขกับมื้ออาหารสุดพิเศษ  พร้อมแบ่งปันเรื่องราวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจระหว่างมื้ออาหาร ณ ห้องอาหาร Lilly‘s บนชั้น 7 ของโรงแรม

ทีน่า ลิว ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ กล่าวว่า ในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคม นี้ โรงแรม เดอะริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพ ขอร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของผู้หญิงด้วยมื้ออาหารสุดพิเศษที่นำเสนอในรูปแบบใหม่ของ ห้องอาหาร Lilly‘s ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสระบัวในวัฒนธรรมบ้านไทยโบราณ ทั้งอาหารจานแชร์และจานเดียว แบบเมนูคลาสสิกที่ถูกเสริมด้วยจินตนาการใหม่ๆ และเมนูเลื่องชื่อที่นำมาดัดแปลง โดยทั้งหมดล้วนผ่านความคิดสร้างสรรค์จากเชฟผู้มากความสามารถ ปรุงสดใหม่จากครัวเปิด โดยใช้วัตถุดิบที่มาจากความร่วมมือของเกษตรกรไทย ชุมชนชาวประมงขนาดเล็ก และผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถมั่นใจได้ว่า ทุกจานที่เสิร์ฟนั้นได้รับการรังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาลที่มีคุณภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืน

โอปอล – สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 กล่าวว่า เป็นโอกาสดีอีกครั้งในชีวิตที่ได้ร่วมรับประทานอาหารมื้อกลางวันกับผู้หญิงเก่งมากความสามารถในโอกาสวันสตรีสากล 2568 สำหรับเธอแล้วผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย หรือมีโอกาสที่ดีในชีวิตเท่านั้น ผู้หญิงทุกคนสามารถสร้างพลังและแรงบันดาลใจให้กันและกันได้ เพราะแต่ละคนผ่านเรื่องราวการต่อสู้ในชีวิตมาแตกต่างกัน ซึ่งในการเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สเธอได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้หญิงมากถึง 130 คน บางคนเคยผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายจากความรุนแรงในครอบครัว และเธอกล้าที่จะเดินออกเพื่อเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมให้กับผู้หญิง บางคนมีความสุขที่ได้ส่งพลังให้กับผู้หญิงด้วยกัน มันช่วงเวลาที่ดีมากสำหรับเธอ

“ถ้าถามปอว่า อยากมีชีวิตแบบไหน ปออยากเป็นผู้หญิงที่มีความสุข มีโอกาสได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง  ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ในครอบครัวปอมีคุณยายกับคุณแม่เป็นไอดอล ปอชื่นชมเจ้าหญิงไดอาน่ามาก นอกจากพระองค์จะทรงมีพระสิริโฉมที่งดงามแล้ว ยังทรงเป็นเจ้าหญิงที่ประชาชนและทุกคนสัมผัสได้ถึงกับความอบอุ่นและความเห็นอกเห็นใจ ปออยากให้ผู้หญิงทุกคนรักตัวเอง ดูแลสุขภาพตัวเอง หลายคนทำงานหนัก รับผิดชอบหลายอย่างในชีวิตจนละเลยสุขภาพ เราต้องแข็งแรงทั้งกายและใจ เพื่อส่งต่อพลังให้กับผู้หญิงด้วยกันนะคะ”

ห้องอาหาร Lily’s มีเมนูหลากหลายให้ผู้หญิงมาร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จ รวมทั้งในโอกาสพิเศษอื่นๆ  ท่ามกลางบรรยากาศวิวสวนลุมพินีอันเขียวขจี อาทิ Steak Frites Bites ที่ทำจากทาร์ทาร์วากิว A5, คิงฟิชรมควันด้วยไม้แอปเปิ้ลเสิร์ฟพร้อมอิคุระ ส้มโอ และสมุนไพรไทย, แซลมอนที่ผ่านการหมักอย่างยั่งยืนเสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดซิตรัสและอะโวคาโดเพียวเร่ และเมนูสุดหรูอย่างหอยนางรมสดจากทะเลและคาเวียร์ สำหรับเมนูจานหลัก จะปรับเปลี่ยนจากมื้อกลางวันไปสู่มื้อค่ำ โดยมีตัวเลือกสำหรับมื้อกลางวันอย่าง มัสมั่นหมูราดซอสทรัฟเฟิลและมะพร้าว, ข้าวซอยปูสไตล์ภาคเหนือที่เสิร์ฟพร้อมปูนิ่ม ไข่ปลาแซลมอน และเส้นกรอบ รวมถึงตัวเลือกเพื่อสุขภาพอย่าง Char-Grilled Chicken & Quinoa Bowl ที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบที่มีประโยชน์ เช่น ไก่ออร์แกนิกรมควัน อะโวคาโด หน่อไม้ฝรั่ง บรอกโคลินี ควินัวออร์แกนิก งา และไข่หมักซีอิ๊ว นอกจากนี้ ยังมีเมนูเซ็ตมื้อกลางวันในวันธรรมดาสำหรับ Business lunch โดยสามารถเลือกเป็นเซ็ต 2 หรือ 3 คอร์ส เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์อาหารชั้นเลิศและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศวิวเมือง สำรองที่นั่งได้ที่ http://www.ritzcarlton.com/en/hotels/bkkrb-the-ritz-carlton-bangkok/dining

040

โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี

โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี

ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี, ทีน่า  ลิว และ อัญรัตน์ พรประกฤต

ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี, ทีน่า ลิว และ อัญรัตน์ พรประกฤต

ปอม–ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง และ จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์

ปอม–ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง และ จูน-สาวิตรี โรจนพฤกษ์

เล็ก-กรกนก ยงสกุล,มิ้นท์-พัศญา จิรมณีกุล และ อัญรัตน์ พรประกฤต

เล็ก-กรกนก ยงสกุล,มิ้นท์-พัศญา จิรมณีกุล และ อัญรัตน์ พรประกฤต

SHU เติมเต็มฝัน ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่สุดน่ารัก SHU x Barbie™

SHU เติมเต็มฝัน ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่สุดน่ารัก SHU x Barbie™

SHU เติมเต็มฝัน ปล่อยคอลเลคชั่นใหม่สุดน่ารัก SHU x Barbie™

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

SHU เติมเต็มความฝันของสาวๆ ที่หลงใหลในบาร์บี้ ด้วยรองเท้าดีไซน์โบว์สุดไอคอนิกกับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด SHU x Barbie™ มีให้เลือกถึง 11 แบบ มาด้วยกัน 2 สี Black และ Doll pink

คอลเลคชั่นนี้ รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อไลฟ์สไตล์ของทุกคน บนพื้นรองเท้าซิกเนเจอร์อย่าง SOFASHU® และ เทคโนโลยี PALETTE SOFT™ ที่มีหลากหลายความสูง รวมทั้ง SOFY SOFA แฟลตหนังแกะสุดนุ่ม ประทับใจกับสตรีทดีไซน์ด้วยโลโก้ Barbie™ สุดคลาสสิกบน Sneakers Platform 4” ที่ทุกคนรอคอย

สุดพิเศษกับ SOFABOLD รองเท้า SOFA รุ่นใหม่ พื้นนุ่ม ซึ่งเปิดตัวที่คอลเลคชั่นนี้ที่แรก ชวนย้อนสู่เสน่ห์แห่ง Barbie Nostalgia ผสานกลิ่นอายสาวขี้เล่นยุค 90s ทั้งหมดนี้พร้อมให้คุณมิกซ์แอนด์แมทช์ความเก๋ได้อย่างไม่ซ้ำใคร มีวางจำหน่ายทั้ง SHU STORES ทุกสาขา และ ออนไลน์  

040

HOOGA แบรนด์ของแต่งบ้านจากสิงคโปร์เปิดตัว Flagship Store แห่งแรก

HOOGA แบรนด์ของแต่งบ้านจากสิงคโปร์เปิดตัว Flagship Store แห่งแรก

HOOGA แบรนด์ของแต่งบ้านจากสิงคโปร์เปิดตัว Flagship Store แห่งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

HOOGA แบรนด์ของแต่งบ้านจากประเทศสิงคโปร์ จัดงาน HOOGA Grand Opening เปิดตัว Flagship Store สาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการ สะท้อนความเป็น “hygge” สไตล์สแกนดิเนเวียน ที่ถ่ายทอดผ่านดีไซน์อบอุ่น เรียบง่าย และตอบโจทย์คนรักบ้าน พร้อมรองรับทุกๆ ไลฟ์สไตล์การใช้งาน ภายใต้คอนเซปต์ “เติมเต็มความสุขง่ายๆ เริ่มต้นได้ที่บ้านของเรา (Simple Pleasures Everyday)” โดยมี พระเอกหนุ่มรักงานดีไซน์อย่าง นาย -ณภัทร เสียงสมบูรณ์ มาสร้างโมเมนต์สุดประ ทับใจในงาน ณ HOOGA Flagship Store ชั้น 5 โซน Central Court ศูนย์การค้า CentralwOrld

ธนชัย สัจจเทพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูไนเต็ด ลาสติ้ง กรุ๊ป (ULG) กล่าวว่า “HOOGA เป็นแบรนด์ของแต่งบ้านชั้นนำจากสิงคโปร์ที่ดีไซน์น่าใช้และราคาจับต้องได้ พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาในบ้านของคุณให้เต็มไปด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่น และเพลิดเพลินไปกับสินค้าของแต่งบ้านหลากหลายชนิด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Simple Pleasures  Everyday ความสุขที่เรียบง่ายสามารถหาได้จากสิ่งเล็กๆ รอบตัว”

HOOGA Flagship Store มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายและอบอุ่น บนพื้นที่รวมกว่า 485  ตารางเมตร ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลายชนิด อาทิ HOOGA SLEEP  เครื่องนอนคุณภาพสูงที่นำเสนอ ผลิตภัณฑ์อย่างผ้าปูที่นอนระดับพรีเมียมซึ่งผลิตด้วยผ้า Tencel ที่มีสีสันและลวดลายหลากหลาย, HOOGA SCENT หมวดเครื่องหอมที่เสริมสร้างช่วงเวลาและบรรยากาศที่ดี    เพราะสัมผัสแห่งความหอมช่วยให้คุณภาพแห่งการพักผ่อนดีขึ้น โดยนำเสนอมาในผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ น้ำหอมระบายอากาศ ก้านไม้หอมปรับอากาศ เทียนหอม และถุงหอม, HOOGA GLOW หมวดที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายในทุกมุมของบ้าน ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์โคมไฟ เทียน และไอเท็ม ตกแต่งหลายชนิด, HOOGA BATH สินค้าที่ช่วยเนรมิตห้องน้ำของคุณให้เป็นดั่งสถานที่พักผ่อนอันแสนสงบ ด้วยคอลเลคชั่นอุปกรณ์อาบน้ำและของใช้ในห้องน้ำที่มีสไตล์

HOOGA PETS ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ช่วยเติมเต็ม ทุกมุมของบ้านให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขของเพื่อนตัวน้อย ด้วยของตกแต่งและของเล่นที่ได้รับการออกแบบอย่างลงตัว, HOOGA TOTS ผลิตภัณฑ์ดีไซน์สำหรับเด็กซึ่งผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัยเหมาะสำหรับคุณหนูๆ, HOOGA CHILL หมวดของแต่งบ้านซึ่งเน้นสร้างบรรยากาศเรียบง่ายสบายตาผ่านดีไซน์มินิมอล เช่น แจกัน กรอบรูป และเก้าอี้, HOOGA EATS หมวดอุปกรณ์สำหรับห้องครัวและห้องรับประทานอาหารที่นำเสนอสินค้าให้ทุกท่านอย่างครบครัน ตั้งแต่ถ้วยชาม แก้วไวน์ ไปจนถึงอุปกรณ์ตักอาหาร และปิดท้ายด้วยหมวดจัดระเบียบของอย่าง HOOGA NEAT สินค้าที่มอบความสมดุล ระหว่างดีไซน์กับฟังก์ชัน โดยมุ่งเน้นการจัดการพื้นที่ใช้สอย แต่ยังคงเอกลักษณ์ของความสวยในสไตล์เรียบง่าย เช่น ตะกร้า อเนกประสงค์ กล่องเก็บเครื่องประดับ และอีกมากมายที่พร้อมจะช่วยให้บ้านของคุณสวยงามและเป็นระเบียบยิ่งขึ้น

สามารถติดตามข่าวสารของ HOOGA ได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Instagram: @hoogaofficial.th / Facebook: hoogaofficial.th / Tiktok: hoogaofficial.th และ Line OA: @hoogaofficial.th

040

เควิน กุลจลา, ธนชัย สัจจเทพ และ เคว เกรย์ เซิน

เควิน กุลจลา, ธนชัย สัจจเทพ และ เคว เกรย์ เซิน

นาย -ณภัทร เสียงสมบูรณ์

นาย -ณภัทร เสียงสมบูรณ์

BALENCIAGA เผยภาพถ่ายในซีรีส์แบรนด์แอมบาสเดอร์ แฟนคลับ

BALENCIAGA เผยภาพถ่ายในซีรีส์แบรนด์แอมบาสเดอร์ แฟนคลับ

BALENCIAGA เผยภาพถ่ายในซีรีส์แบรนด์แอมบาสเดอร์ แฟนคลับ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.04 น.

Balenciaga เผยภาพถ่ายในซีรีส์ Brand Ambassador Fanclub นำโดยเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์อย่าง Isabelle Huppert, Kim Kardashian, Michelle Yeoh, Nicole Kidman และ พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร

ในแคมเปญนี้มาพร้อมด้วยคอนเซ็ปต์ซีรีส์ที่สนุกสนาน ซึ่งเป็นภาพเซลฟี่ของเหล่าแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่กำลังสวมเสื้อยืดจากซีรีส์นี้ เปิดตัวครั้งแรกคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2025 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสินค้าแฟนคลับแนววินเทจ ซีรีส์นี้ประกอบด้วยอาร์ตเวิร์คที่มีความเก่าแก่ต่างๆ เพื่อสรรเสริญเหล่าแอมบาสเดอร์ของแบรนด์ ประกอบด้วยเสื้อยืดที่มีขนาดเล็กพอดีตัวอันเป็นเอกลักษณ์และเสื้อกล้าม ในสีแดง สีขาว สีดำ และสีน้ำเงิน พร้อมด้วยลายเซ็นที่พิมพ์บนด้านหลังเสื้อยืด ซึ่งเป็นการจำ ลองการเซ็นลายเซ็นลงบนของที่ระลึกของแฟนๆ ชวนให้นึกถึงของที่ระลึกพร้อมลายเซ็นเป็นการส่วนตัวจากนักแสดงหรือนักดนตรีคนโปรด

040

กดปุ่มแคมเปญ Taste of the Very Thai Fest ดึงร้านอาหารไทยทั่วโลกเป็นเครือข่ายซอฟต์พาวเวอร์ไทย

กดปุ่มแคมเปญ Taste of the Very Thai Fest  ดึงร้านอาหารไทยทั่วโลกเป็นเครือข่ายซอฟต์พาวเวอร์ไทย

กดปุ่มแคมเปญ Taste of the Very Thai Fest ดึงร้านอาหารไทยทั่วโลกเป็นเครือข่ายซอฟต์พาวเวอร์ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.35 น.

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย รุกบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง เตรียมพบกับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนครั้งยิ่งใหญ่ กับการเดินหน้ากดปุ่มแคมเปญ Taste of the Very Thai Fest ปักหมุดประเทศไทยให้เป็นเมืองแห่ง Festival อย่างแท้จริง ผลักดันเฟสติวัลสร้างสรรค์ซอฟต์พาวเวอร์ 13 อุตสาหกรรมผ่านเครือข่ายร้านอาหารไทยทั่วโลก

สำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์เพื่อให้ถึงเป้าหมายการนำซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดโลก ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สถาบันอาหาร และผู้จัดงานเทศกาลต่างๆ พร้อมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ 13 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในสายตานานาชาติเพิ่มขึ้น เตรียมความพร้อมเดินหน้าแคมเปญ Taste of The Very Thai Fest ชูเฟสติวัลสร้างสรรค์ซอฟต์พาวเวอร์ 13 อุตสาหกรรม ชวนทั่วโลกมาดื่มด่ำกับประสบการณ์เฟสติวัลที่หลากหลายของประเทศไทย กับ The Ultimate Festival Line-up ตั้งแต่ Iconic Festival ที่ทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอ ตลอดจนอีเวนต์ที่น่าสนใจเฉพาะกลุ่ม เพื่อปักหมุดประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งเฟสติวัลอย่างแท้จริง ผ่านช่องทางเครือข่ายร้านอาหารไทยทั่วโลก

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวว่า “ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาล และหนึ่งในมาตรการสำคัญที่จะนำเราสู่เป้าหมายการสร้างรายได้ 4 ล้านล้านบาทใน 4 ปี คือการขับเคลื่อนศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดโลก โครงการริเริ่มพัฒนาเครือข่ายของร้านอาหารไทยทั่วโลกเป็นความพยายามที่เราจะรุกเวทีโลกผ่านร้านอาหารไทยที่มีอยู่แล้วจำนวนมากในทุกทวีปของโลกเพื่อเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยทุกแขนง โดยใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้วทั่วโลก พัฒนาเป็นเครือข่ายการตลาดที่มีอิทธิพลอย่างยิ่ง โดยแคมเปญ Taste of The Very Thai Fest จะเป็นโครงการนำร่องที่น่าตื่นเต้น ส่งเสริมทั้งอาหารไทย สายการบินไทย และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยมอบรางวัลพิเศษให้กับลูกค้าที่อุดหนุนอาหารไทย พร้อมมาตรการเสริมประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ร่วมโครงการด้วย”

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “โครงการนี้สอดคล้องกับพันธกิจของ ทีเส็บ ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ การจัดประชุมสัมมนา การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การประชุมองค์กร การจัดงานแสดงสินค้า และงานเมกะอีเวนต์และเทศกาลนานาชาติ ซึ่งในปัจจุบันพบว่างานเมกะอีเวนต์และเทศกาลนานาชาติ กำลังมีบทบาทมากขึ้นทั่วโลก ดังนั้นการนำเอาพลังของเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างประเทศ มาส่งเสริมงานเทศกาลประเพณีที่งดงาม โดดเด่น จึงเป็นการนำสองจุดแข็งของไทยมาเชื่อมกันอย่างลงตัว  ความร่วมมือกันในครั้งนี้จึงมั่นใจได้ว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้คนในท้องถิ่น และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ตามเป้าหมายของทั้งรัฐบาลและทีเส็บ”

ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์นโบายสำคัญของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติในการส่งเสริมภาพลักษณ์ และสร้างศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ทั้ง 13 อุตสาหกรรมของประเทศไทย ชูจุดขายใหม่ของประเทศไทย กระตุ้นนักเดินทางไมซ์จากทั่วโลก สร้างเม็ดเงิน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

040

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา