รพ.วิมุต จับมือภาครัฐบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นำร่องกลุ่มแพทย์และเปิดจองกลุ่มคนทั่วไป ตั้งแต่ 1 พ.ค.2564 มุ่งหวังคนไทยรับวัคซีนทั่วถึง #SootinClaimon.Comมชัดลึก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/466053

รพ.วิมุต จับมือภาครัฐบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นำร่องกลุ่มแพทย์และเปิดจองกลุ่มคนทั่วไป ตั้งแต่ 1 พ.ค.2564 มุ่งหวังคนไทยรับวัคซีนทั่วถึง

รพ.วิมุต จับมือภาครัฐบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นำร่องกลุ่มแพทย์และเปิดจองกลุ่มคนทั่วไป ตั้งแต่ 1 พ.ค.2564 มุ่งหวังคนไทยรับวัคซีนทั่วถึง7 พฤษภาคม 2564 – 12:41 น.

รพ.วิมุต จับมือภาครัฐบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นำร่องกลุ่มแพทย์และเปิดจองกลุ่มคนทั่วไป ตั้งแต่ 1 พ.ค.2564 มุ่งหวังคนไทยรับวัคซีนทั่วถึง

นายแพทย์กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุตโฮลดิ้ง จำกัด และรักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต จำกัด เปิดเผยว่า “เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุต  พหลโยธิน ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวันแรกให้กับกลุ่มแพทย์ ทันตแพทย์ ผู้ช่วยทันตแพทย์ คลินิกเอกชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ได้จองคิวฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่าน Line OA “หมอพร้อม” ที่มีการจองคิวเต็มอัตราวันละ 500 คน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มแรกที่ต้องได้รับวัคซีนอย่างเร่งด่วน โดยโรงพยาบาลวิมุตได้จัดเตรียมทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนอย่างเต็มกำลัง

รพ.วิมุต จับมือภาครัฐบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นำร่องกลุ่มแพทย์และเปิดจองกลุ่มคนทั่วไป ตั้งแต่ 1 พ.ค.2564 มุ่งหวังคนไทยรับวัคซีนทั่วถึง

นอกจากนี้ ในการเปิดให้บริการวันแรกทางโรงพยาบาลยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพและคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมสถานที่ให้บริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลวิมุต ซึ่งได้รับมาตรฐานทางการแพทย์ ผู้รับบริการจึงสามารถมั่นใจในความพร้อมในการให้บริการของโรงพยาบาล  โรงพยาบาลวิมุตว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้คนไทยได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 และสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ได้อย่างทั่วถึง โรงพยาบาลวิมุตพร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือภาครัฐบาลในการกระจายวัคซีนอย่างเต็มที่ โดยจะมีการเปิดจองวัคซีนโควิด-19 แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
 1.บุคลากรทางการแพทย์ ที่มีการลงทะเบียน ซึ่งเริ่มดำเนินการฉีดแล้ว ( 1-15 พ.ค. 64 )
 2.กลุ่มผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เริ่มเปิดลงทะเบียนเดือน 1 พ.ค. 64 และเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64
 3.กลุ่มผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคไตวายเรื้อรังระยะ 5, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคมะเร็งที่อยู่ระหว่างการบำบัด, โรคเบาหวาน และ โรคอ้วนที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เริ่มเปิดลงทะเบียนเดือน 1 พ.ค. 64 และเริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย. 64
4. ประชาชนทั่วไป อายุ 18-59 ปี เริ่มเปิดลงทะเบียนเดือนก.ค. 64 และเริ่มฉีดวัคซีนเดือน ส.ค. 64 

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถลงทะเบียนผ่าน Line OA หมอพร้อม และลงทะเบียนผ่าน link ของโรงพยาบาลวิมุต เมื่อโรงพยาบาลได้รับวัคซีนจากทางภาครัฐ จะประกาศให้ทราบผ่านทางเฟสบุคและ Line OA ของโรงพยาบาลวิมุต  จากนั้นท่านสามารถจองวันและเวลานัดฉีดวัคซีนผ่าน Line OA หมอพร้อมได้ โดยประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้ารับบริการไม่มีค่าใช้จ่าย

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466058

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์7 พฤษภาคม 2564 – 13:40 น.

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าในปัจจุบัน ทำให้หลายคนไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ บางคนต้องทำงานที่บ้าน บางคนก็ต้องเรียนออนไลน์ และอีกหลายคนก็ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมหรือสังสรรค์นอกบ้านได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ อาหาร ในเมื่อหลายคนก็คงไม่อยากออกจากบ้าน จะสั่งอาหารทุกวันก็เปลืองเงิน ทาง คมชัดลึก จึงมาแนะนำ 5 เมนูอาหารเด็ดแนะนำที่สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบได้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโควิด-19 อีกด้วย

เมนูอาหารต้านโควิด ทำเองที่บ้านได้

  1. ผัดกะเพรา

ใบกะเพรามีสารโอเรียนทิน ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อของเซลล์  ช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากเชื้อไวรัส มีสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ 

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

2.ไก่ตุ๋นเห็ดหอมมะระ

ไก่เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ทำให้ย่อยง่าย ส่วนเห็ดหอมมีสารเบต้ากลูแคน ช่วยเสริมระบบคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีมะระ ซึ่งมีสารโพลีฟีนอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่วนเก๋ากี้ ขึ้นฉ่าย มีสารอะพิจีนิน ช่วยเสริมระบบคุ้มกัน

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

3.เมี่ยงคำ

เป็นอาหารที่มีส่วนผสมหลักคือ มะนาวหั่นพร้อมเปลือก และหอมแดงสด ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นสมุนไพรที่มีสารเฮสเพอริดิน สารรูติน และวิตามินซี ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ของร่างกาย ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อในอวัยวะต่างๆ ได้

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

4. แกงเลียง

ส่วนประกอบมีผักและสมุนไพรมากมาย ทั้งบวบเหลี่ยม ตำลึง ใบแมงลัก ฟักทอง เห็ดฟางที่เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย มีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคหวัด  ยังมีพริกไทยที่ช่วยย่อยอาหาร และสมุนไพรอย่าง หอมแดง  ช่วยลดโอกาสการติดเชื้อและป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ร่างกายได้  ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

5. ข้าวต้มปลา

ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีโอเมก้า 3 ส่วนขิง มีสารจินเจอรอล ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีกระเทียม ซึ่งมีสารอัลซินิน ช่วยต้านการอักเสบ และช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนา

5 เมนูอาหารต้านโควิด สั่งซื้อวัตถุดิบง่ายผ่านช่องทางออนไลน์

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเมนูต้านโควิดได้ที่นี่

“ธัญ” แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465910

“ธัญ”แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 6 พฤษภาคม 2564 – 13:28 น.

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้ว ก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเก็ต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แนะ “วิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง” กับผลิตภัณฑ์ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) โดยมี   เซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว  อาทิ จันทมน แย้มพันธุ์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ และ ตะวันนา ธารา 

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า “แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆได้ เช่นอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น, ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด, สิวผดที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2%, ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง 

ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 
ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง 

ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วัน ในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ

ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และหาแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำ 

ส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ 

สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือ ไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชะโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป 

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก (Deep nourishment) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น 

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง”

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวที่ช่วยคงความชุ่มชื้นมีสุขภาพดีให้แก่ผิว ซึ่งประกอบไปด้วย ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) ขนาด 100 มล. ราคา 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Nano Shiso Extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ สารสกัดจากต้นไมโรทัมนัส (Myrothamnus Extract) พืชทะเลทรายจากทวีปแอฟริกาใต้ที่ได้รับฉายาต้นไม้คืนชีพเพียงโดนน้ำแค่หยดเดียวก็สามารถฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง อุดมด้วยสารอาร์บูติน (Arbutin) และโพลีฟีนอล (Polyphenol) เสริมความแข็งแรงให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันเมล็ดชาออแกนิค (Organic Camellia Seed Oil) อุดมด้วยวิตามิน A, B, D, E, กรดโอเลอิก, โอเมก้า 3,6,9 และโพลีฟีนอล )Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากถั่วอินคาออแกนิค (Organic Inca Inchi Seed Oil) อุดมด้วยโอเมก้า 3,6,9 ปกป้อง และลดการระคายเคืองของผิวจากแสงแดด, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), น้ำมันมะกอก (Olive oil), สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Algin Extract) และ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ฟื้นฟูและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน บำรุงผิวที่อ่อนล้าได้อย่างอ่อนโยน (*ทดสอบด้วยเครื่อง Corneometer กับกลุ่มผู้ทดสอบ อายุ 25-45 ปี จำนวน 22 คน โดยวัดผลหลังทาผลิตภัณฑ์ผ่านไป 4 ชั่วโมง)

‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream) ขนาด 40 มล. ราคา 1,500 บาท ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สูตรเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เนื้อครีมบางเบาซึมซาบสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แล้วว่า สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 31.3%* ภายใน 28 วัน ด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติจากสารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์, สารสกัดจากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy protein) และสารสกัดจากชาดำ (Black tea extract) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้ผิว (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica กับผู้หญิงเอเชีย 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) ขนาด 30 มล. ราคา 2,500 บาท เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว พัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 25.5%* และความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น 13.4%* ภายใน 28 วัน อุดมด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากสารสกัดจากใบบัวบก (Centella extract) เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน และโครงข่ายผิว สารสกัดจากปลีกล้วย (Banana flower extract) กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และคืนความยืดหยุ่นสู่ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica และ Cutometry measurement กับผู้หญิงเอเชีย 17 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องวันละ 2 ครั้ง (เช้า และก่อนนอน) ทำการทดสอบโดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ราคา 1,090 บาท มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ มอบความเปล่งประกาย (Luminosity) สู่ผิวถึง 43%* ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากผลองุ่น (Grape fruit extract) ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ, สารสกัดจากรากหม่อน (Mulberry Root extract) ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำของผิว, สารสกัดจากอูกอน (Ougon extract) และสารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose extract) ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว, สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ (* ทดสอบด้วยวิธี Sensory Evaluation (C.L.B.T) โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France) กับผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์)

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวยิ้มสวย จันทมน แย้มพันธุ์ เผยว่า “ช่วงนี้มนเองชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตมากค่ะ ถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเล่นเซิร์ฟสเก็ตโดยเฉพาะ แล้วเวลาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง แน่นอนว่าเป็นช่วงที่แดดแรงมากและร้อนมากด้วย ทำให้หลังจากเลิกเรียนแต่ละครั้งก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวเราหมองคล้ำลง มีความแห้งกระด้าง ผิวดูไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเรามีวิธีดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือการมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ถือว่าเป็นการมอบความผ่อนคลายให้กับผิวขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูผิว นอกจากตัวมาส์กจะให้ความชุ่มชื้นและยังมอบความเย็นสบายให้ผิวหลังการออกแดดอีกด้วย หลังจากมาส์กเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม แล้วตามด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และปิดท้ายด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น นอกจากจะเน้นเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องการลดเรือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหลังจากที่เราไปเผชิญกับแสงแดดมา”

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่า “ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบทำก็คือ ว่ายน้ำ และเซิร์ฟสเก็ต ทำให้เราต้องเจอกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และแสงแดดก็ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังเผชิญกับแสงแดด อย่างการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ที่สำคัญคือต้องมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเฟเชียล เซรั่ม และ เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม รวมถึงการใช้มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วนด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก นับว่าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีไว้ใช้หลังการออกแดดค่ะ”

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว ตะวันนา ธารา กล่าวว่า “เราเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ยิ่งช่วงนี้ก็จะชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมก็มักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก และยิ่งเราเป็นคนผิวสองสีด้วยก็อาจจะกลับมาขาวค่อนข้างยาก แต่เราก็สามารถดูแลฟื้นฟูให้ผิวสวยสุขภาพดีในแบบเราได้ อย่างทุกครั้งก่อนที่ไปทำกิจกรรมข้างนอกก็จะทาครีมกันแดดไว้เพื่อป้องกันแสงยูวี ใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากเสร็จกิจกรรมกลางแจ้งก็จะให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือหากวันไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา เราก็ใช้มาส์กอย่าง รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส รวมถึงลดอาการผิวไหม้จากแดดด้วยค่ะ”

"ธัญ"แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ฟื้นฟูผิวสวยกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

ALT พร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/465884

ALTพร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City

ALTพร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City6 พฤษภาคม 2564 – 09:57 น.

“เอแอลที”พร้อมร่วมมือภาครัฐนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านดิจิทัลสื่อสาร ขับเคลื่อนเมืองไปสู่ Smart City

นายปริญญ์ ชากฤษณ์  ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ  บริษัทเอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อพัฒนาเมืองไปสู่ Smart City ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อให้เป็นเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ALTพร้อมผนึกรัฐขับเคลื่อนเมืองสู่ Smart City

“ในฐานะที่  ALT เป็นผู้ให้บริการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารดิจิทัลให้หน่วยงานระดับประเทศมานานกว่า 20 ปี มองว่าการพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ต้องถ่ายทอดและเรียนรู้กระบวนการคิดของคนในพื้นที่ให้มีทัศนคติต่อการรักบ้านเกิด อยากพัฒนา และ ตั้งใจต่อการแก้ไขปัญหาพื้นฐานก่อน การมีส่วนร่วมต่อการพัฒนามีส่วนสำคัญมาก  ALT นำนวัตกรรมการพัฒนาเมือง ด้วยหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกันกับคนในพื้นที่ทุกกระบวนการ เพื่อเรียนรู้ให้ประชาชนเป็นเจ้าของนวัตกรรม และในแต่ละพื้นที่มีปัญหาในบริบทที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ที่กำกับดูแลมีเท่าเดิม จึงต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการไปสู่การบริการภาคประชาชนและแก้ปัญหาได้โดยตรง” นายปริญญ์กล่าว

โดยเบื้องต้น  ALT สามารถต่อยอดพัฒนาระบบอุปกรณ์เดิม ด้านระบบเสาโทรคมนาคมสื่อสาร มาใช้สร้างเสาอัจฉริยะ หรือ Smart pole  เพื่อให้หน่วยงานบริหารเมืองมีศูนย์รวบรวมข้อมูล และ เฝ้าระวัง จากส่วนกลาง เพื่อให้ประชาชนได้รับการตอบสนองการให้บริการ เช่น การแจ้งประกาศเตือนมลพิษในพื้นที่ หรือ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะ เพื่อเป็นหูเป็นตาให้กับเมืองเป็นต้น

ส่วนแผนในระยะต่อไป นวัตกรรมดังกล่าว สามารถรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติ มาใช้ในการบริหารเชิงวิเคราะห์ พยากรณ์ ไปสู่การป้องกัน และขยายผลในการพัฒนาในแต่ละมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

“ปัจจุบันเราได้ขับเคลื่อนกิจกรรมเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัยด้าน Smart Environm

ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466094

ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า7 พฤษภาคม 2564 – 17:39 น.

จับตาแผนกะเหรี่ยงรบกะเหรี่ยง แม้นายพลทหาร BGF ประกาศจะไม่ช่วยพม่ารบทหาร KNU

แนวรบด้านตะวันตก ยังไม่น่าไว้วางใจ เมื่อทหารกะเหรี่ยง KNU/KNLA กองพลน้อยที่ 5 ยังทำการสู้กับทหารพม่า ในพื้นที่ จ.ผาปูน ตรงข้าม อ.แม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีชาวกะเหรี่ยงในฝั่งพม่า ต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านไปอยู่ตามป่าเขา ตามแนวพรมแดนไทย-พม่า

วันที่ 2 พ.ค.2564 พล.อ.บอ จ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) แห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ส่งสาส์นถึงผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ได้แก่กองทัพกะเหรี่ยงประชาธิปไตยผู้มีความเมตตา (DKBA), สภาสันติภาพแห่งกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU/KNLA PC) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Border Guard Force: BGF) ขอชาวกะเหรี่ยงทั้งมวลรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ต่อสู้กับกองทัพพม่า
    “เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราต้องรวมเลือดเนื้อกัน การโจมตีของข้าศึกเราในพื้นที่กองพลและเขตเมืองทางภาคเหนือของกอทูเล”
    ในจดหมายของพล.อ.บอจ่อแฮ ยังเปิดเผยถึงแผนการของกองทัพพม่า จะใช้กองกำลังกะเหรี่ยง BGF มาทำการรบกับทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 
    “การใช้ยุทธวิธีโจมตีทางอากาศของข้าศึก เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความอ่อนแอในปฏิบัติการภาคพื้นดิน พวกเขาไม่สามารถส่งกำลังเสริมเข้ามายังพื้นที่แนวหน้า ซึ่งถูกปิดล้อมโดยกำลังพลของเรา ตอนนี้พวกเขาจึงต้องการใช้กองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF ในการปฏิบัติการช่วยเหลือกองทัพพม่า..”
    ด้วยเหตุนี้ พล.อ.บอจ่อแฮ จึงเรียกร้องว่า “แผนการของข้าศึกนี้ ไม่เป็นสิ่งดีต่อประชาชนกะเหรี่ยงเราเลย แผนการนี้ทำให้คนกะเหรี่ยงด้วยกันต้องรบกันเอง คนบาดเจ็บ ล้มตาย ล้วนเป็นพี่น้องชนชาวกะเหรี่ยง จึงขอร้องให้พวกท่านยืนหยัดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนกะเหรี่ยง ยืนอยู่เคียงข้างความถูกต้อง ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันหาแนวทางสันติภาพที่แท้จริง”

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

พล.อ.บอจ่อแฮ 

    วันที่ 6 พ.ค.2564 พ.อ.ซอว์ ชิต ตู เลขาธิการกองกำลังป้องกันชายแดนในรัฐกะเหรี่ยง และผู้บังคับการกองบัญชาการควบคุมที่ 3 กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1022 แถลงว่า จะไม่ให้ความช่วยเหลือทหารพม่า โจมตีกองพลน้อยที่ 5 (KNU/KNLA) 
    นี่คือจุดยืนและท่าทีของผู้นำ BGF ที่แถลงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

พ.อ.ซอว์ ชิตตู ผบ.กองกำลัง BGF

++
BGF คืออะไร?
++
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน(BGF) จะเป็นกองกำลังทหารกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เคยลงนามหยุดยิงที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพพม่า ใช้ชุดฝึก อาวุธ และงบประมาณจากกองทัพพม่า และมีผู้บังคับการระดับกองพันมาจากกองทัพพม่า

 ศึกกะเหรี่ยง BGF ไม่ช่วยพม่า

กะเหรี่ยง BGF ใต้การบังคับบัญชาของทหารพม่า 

    สำหรับชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่เคยสังกัด KNU และแปรสภาพเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน(BGF) มีกำลังประมาณ 9,000 นาย
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1011 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ในเขตเมืองไล่ จ.ผาอาน) 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1012 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ในเขตเมืองไล่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1013 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาปูน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1014(มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาปูน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1015 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1016 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.ผาอาน)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1017 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี), 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1018 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1019 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1020 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1021 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.กอกะเร็ก)
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1022 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี) 
    กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ที่ 1023 (มีเขตการควบคุมพื้นที่ จ.กอกะเร็ก) 

สมรภูมิโควิด “เพ้ง” ชิงธงท้องถิ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/466073

สมรภูมิโควิด “เพ้ง” ชิงธงท้องถิ่น

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น7 พฤษภาคม 2564 – 15:07 น.

เพื่อไทยเมืองกรุงยุคไร้เจ้าแม่ “โทนี่” มือโฆษณาประสานทัพ “เฮียเพ้ง” มือทำงานพื้นที่  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การแพร่ระบาดของโควิด ในพื้นที่ชุมชนเมืองอย่างเช่นคลองเตย ห้วยขวาง ดินแดง ลาดพร้าว บางแค ฯลฯ กลายเป็นศึกหนักของรัฐบาลประยุทธ์ เพราะจำนวนประชากรที่หนาแน่น ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงต่อเนื่อง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “แรมโบ้” เรียกร้องให้ “ทักษิณ”ออกมาขอโทษคนไทยที่พูดเรื่องวัคซีนไฟเซอร์เข้าไทยแล้วเป็นเท็จ 

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น

เฮียเพ้ง ลุยสนาม กทม.    

ด้านหนึ่ง พรรคการเมืองที่มีฐานเสียงในเมืองหลวง ได้เริ่มขยับตัวหาทางช่วยเหลือประชาขนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด    

พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการเปิดศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 พรรคพลังประชารัฐ (ศปฉ.พปชร.) เพื่อประสานการช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ กทม. และปริมลฑล    

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคได้จัดตั้งศูนย์ ศปฉ. ปชป. เพื่อช่วยประสานงานหาเตียงให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาโควิด และใช้มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในการจัดสรรหน้ากากอนามัยจำนวน 2 ล้านชิ้น กระจายผ่านสมาชิกพรรคไปยังกลุ่มเสี่ยง     

วันอาทิตย์นี้ พรรค ปชป. ได้นัดประชุมอดีต ส.ส. และ อดีต ส.ก. ส.ข. ของพรรค เพื่อไปทำหน้าที่ประสานงานต่อในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย    

ส่วนพรรคน้องใหม่อย่างพรรคกล้า  กรณ์ จาติกวณิช ได้นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. หลายเขตตั้งครัวชุมชนผลิตข้าวกล่อง ส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น

ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดตัวกลางโควิด

++
เพื่อไทยรุก
++
ปรากฏการณ์ “โทนี่” ในแวดวงการเมือง มีคนพูดถึงเยอะ หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมพูดคุยในช่อง CARE Clubhouse มา 3-4 ครั้ง โดยเฉพาะครั้งล่าสุดว่าด้วยเรื่อง “พลิกฟื้นวิกฤติโควิด กับ Tony Woodsome” มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี    

“ทักษิณ” จี้จุดอ่อนรัฐบาลประยุทธ์ เรื่องการบริหารจัดการพื้นที่คลองเตย รวมถึงเรื่องวัคซีนที่ล่าช้า และการสร้างโรงพยาบาลสนามของรัฐบาลในหลายพื้นที่ 

การกลับมาของทักษิณ ในวันที่ประเทศไทย กำลังเผชิญการระบาดของโควิดระลอก 3 ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือจังหวะก้าวทางการเมืองของพรรคในเครือข่ายคนแดนไกล

ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย.2564 พรรคเพื่อไทย ได้ทีมทำงานช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยแบ่งออกเป็น 4 ทีมคือ ทีมกองหน้า ,ทีมกองกลาง ,ทีมประชาสัมพันธ์ และทีมนโยบาย    

ทีมกองหน้า ประกอบด้วย ส.ส. , ส.ก. และทีมคิดเพื่อไทย ที่จะเข้าไปช่วยเหลือกรณีป่วยติดเชื้อหรือมีผู้ป่วยโควิด และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ซึ่งทีมนี้น่าสนใจ ตรงที่มี “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.” รวมอยู่ด้วย    

หากเข้าไปส่องดูแฟนเพจของพรรคเพื่อไทย ก็จะเห็นภาพกิจกรรมของ “ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.” เกือบทุกเขตใน กทม.
ย้อนไปดูคำสั่งของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่แบ่งเป็น 6 โซน มีแม่ทัพแต่ลโซนล้วนแต่เป็นมือทำงานเก๋าเกม อาทิ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ,พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ,วิชาญ มีนชัยนันท์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง     

สำหรับคนในพรรค คงทราบดีว่า แม่ทัพใหญ่ตัวจริงคือ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล คนสนิทของทักษิณ และคุณหญิงพจมาน 

เฮียเพ้งไม่ใช่นักสร้างภาพ ไม่ชอบออกสื่อ แต่มีทีมงานประชาสัมพันธ์ส่วนตัวที่เข้าถึงนักข่าวสนามทุกสำนัก 
นับแต่เล่นการเมืองครั้งแรก เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว ในนามพรรคก้าวหน้า จนมาถึงพรรคไทยรักไทย เฮียเพ้งถนัดเล่นตำแหน่ง “กองกลางตัวรุก” มาโดยตลอด  

สมรภูมิโควิด "เพ้ง" ชิงธงท้องถิ่น
ทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดตัวกลางโควิด

++
เปิดตัว ส.ก.
++
“ทิพจุฑา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย พร้อมอาหารและอุปกรณ์จำเป็นให้กับผู้ป่วยติดเตียง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง”    

นี่เป็นตัวอย่างการทำงานเชิงรุกของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.หน้าใหม่ เขตบางพลัด    

เช่นเดียวกับสมพร อิทธิภูวกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดพร้าว, เมธา ขำโสภา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร ,วันชัย ชัยณรงค์โลกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางกอกใหญ่, ชาติชาย ปัตตะพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ และสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตลาดกระบัง    

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี อย่าง ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ อดีตศิลปินซินเดอเรลล่า เพิ่งลาออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกล มาอยู่พรรคเพื่อไทย     

คนรุ่นใหม่ ปิยะวรรณ จระกา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง ก็สนิทสนมกับเยาวเรศ ชินวัตร และชยิกา วงศ์นภาจันทร์    

ขณะที่ ส.ก. และอดีตผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค หลายคนก็เปิดตัวทำกิจกรรมเช่นกัน โดยเดินเข้าพื้นที่พร้อมกับ ส.ส. และอดีต ส.ส.    

ภาพรวมการเคลื่อนไหวการเมืองท้องถิ่นของเพื่อไทย บอกให้รู้ว่า “เจ้าแม่เมืองหลวง” ออกไปจากพรรคนั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อพรรคเลย แถม “เฮียเพ้ง” ยังเปิดเกมพรมทะลวงทุกพื้นที่    

“โทนี่” ทำหน้าที่โฆษณาชวนเชื่อ ส่วน “เฮียเพ้ง” มือปฏิบัติการก็ลุยเต็มที่ นี่คือเพื่อไทยยุคไร้เจ้าแม่

“หญิงหน่อย” จี้รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466070

“หญิงหน่อย” จี้รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง

 "หญิงหน่อย"  จี้รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง7 พฤษภาคม 2564 – 14:49 น.

แกนนำกลุ่มไทยสร้างไทย “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ” จี้ รัฐเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ตกหล่นกว่า 2 ล้านคนที่กำลังจะถูกทอดทิ้ง ฉะ บริหารงานล้มเหลว ไม่ฟังเสียงประชาชน

7 พ.ค.64  คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความ เฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ sudarat keyuraphan” ระบุถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอก 3 ของกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ยังตกหล่นอยู่กว่า 2 ล้านคน ไม่ได้รับการเยียวยา และกำลังจะถูกทอดทิ้ง โดยระบุว่า ..

‘ผู้ประกันตนกว่า 2 ล้านคนที่ตกหล่น กำลังถูกทอดทิ้งจากมาตรการเยียวยาของรัฐ’
รัฐบาลประยุทธ์ เคาะมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจอีกรอบ 
หลังจากเจอวิกฤติโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ 

โควิด-19 นอกจากจะเป็นภัยคุกคามชีวิตในด้านสุขภาพแล้ว 
ยังเป็นภัยคุกคามในด้านเศรษฐกิจอย่างหนักหนาสาหัสไปพร้อมกันด้วย
โดยเฉพาะ #คนตัวเล็ก ที่เป็นกำลังแรงงานสำคัญ ในฐานะฟันเฟืองของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น หลายคนต้องถูกเลิกจ้าง ต้องตกงานกระทันหัน ถูกปรับลดเงินเดือน ขาดรายได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ต้องดูแลตัวเอง แต่ยังมีปากท้องของครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายชีวิตด้วย 
หนึ่งในมาตรการเยียวยา ที่ออกมารอบใหม่ คือการขยายเพิ่มวงเงินช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประกันตนใน #โครงการม33เรารักกัน มีจำนวนกลุ่มเป้าหมาย ประมาณ 9.27 ล้านคน กรอบวงเงิน 18,500 ล้านบาท โดยจะเพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีระยะเวลาใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2564
ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มารอบหนึ่งแล้วในการระบาดระลอกที่สอง เป็นจำนวนเงินคนละ 4,000 บาท มีจำนวนกลุ่มเป้าหมายประมาณ 9 ล้านคนเช่นเดียวกัน
แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มีตัวเลขในระบบจริงอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านคน นั่นหมายความว่ามีคนอีกเกือบ 2 ล้านคนนะคะ ที่ตกหล่นจากมาตรการเยียวยาดังกล่าว ทั้งๆที่พวกเขาก็ส่งเงินเข้าระบบเช่นเดียวกัน 
มีข้ออ้างว่าที่ตกหล่นเพราะระบบสแกนหน้าไม่ตรง หรือระบบไม่ลิ้งกับบัตรประชาชนบ้าง
แต่ชัดเจนแล้วว่าเป็นเพราะระบบบริหารจัดการที่ล้มเหลวมากกว่าค่ะ
ทำให้มีการตกหล่นของคนที่เดือดร้อน
รอบเก่ายังไม่ได้รับการดูแล รอบใหม่ที่กำลังจะมาก็ยังไม่ครอบคลุม

ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิของตัวเอง อย่างกลุ่มขอคืน ไม่ใช่ขอทาน ที่ต้องการนำเอา #เงินชราภาพ ที่พวกเขาส่งไปแล้วคืน เพื่อมาประทังชีวิตในยามลำบาก
ถ้านับทั้งระบบจะมีผู้ประกันตนถึง 16 ล้านคน
ถ้าเฉลี่ยส่งเงินคนละ 1,000 บาท 
หมายความว่าจะมีเงินในระบบถึง 16,000 ล้านบาท �
วันนี้เจ้าของเงินคือ  #ประชาชน ได้รับความลำบากเขาลุกขึ้นมาทวงเงินเขา
เพราะเขาตกหล่น รัฐบาลไม่ได้ช่วยเหลือ 
ขอคืน ก็ไม่ให้ ขอกู้ออกมาใช้ก่อนก็ไม่ยอม
ขอเลือกว่าจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญก็ไม่รับฟัง
วันนี้เจ้าของเงินลำบากมาก แต่ที่ผ่านมาบอร์ดมีการนำเงินไปลงทุนในบางกิจการที่ขาดทุน
ถามว่ามีการรับผิดชอบหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ กระบวนการดังกล่าวประชาชนเจ้าของเงินไม่ได้ตัดสินใจร่วมด้วยเลย แต่พอลำบากต้องมาขอให้ดูแล แต่ก็ยังตกหล่นอยู่ดี
แถมเดือนหน้าดิฉันทราบว่า พี่น้องต้องกลับมาจ่ายประกันสังคมเต็มอัตราแล้ว
ทั้งๆที่สถานการณ์ยังหนักหน่วง การทำมาหากินลำบาก
นี่เป็นแค่ตัวอย่างเดียวที่สะท้อนการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ
รัฐบาลบอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
แต่พี่น้องผู้ประกันตนที่ตกหล่นการเยียวยาถูกทิ้งแล้วค่ะ
และกำลังจะถูกทิ้งอีกรอบ ต้องรีบเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วนและให้ทั่วถึงในทันทีค่ะ 

อย่าให้วิกฤติซ้ำเติมพวกเขาไปมากกว่านี้อีกเลย 
ขอรัฐบาลดูแล #คนตัวเล็กด้วยนะคะ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
#พรรคไทยสร้างไทย
#สู้เพื่อคนตัวเล็ก
#ม33เรารักกัน
#ประกันสังคม
#มาตรการเยียวยา
#ขอคืนไม่ใช่ขอทาน
#ขอคืนไม่ได้ขอทาน

“ชาวบ้านหลักสี่” ร้อง “สิระ” สอบ รพ. สนาม “หมอเหรียญทอง” ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466056

“ชาวบ้านหลักสี่” ร้อง “สิระ” สอบ รพ.สนาม “หมอเหรียญทอง”ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด

"ชาวบ้านหลักสี่" ร้อง "สิระ" สอบ รพ.สนาม "หมอเหรียญทอง"ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด7 พฤษภาคม 2564 – 13:18 น.

“ชาวบ้านหลักสี่” ร้อง “สิระ” สอบ รพ.สนาม “หมอเหรียญทอง”ตั้งกลางชุมชน หวั่น โควิดแพร่ระบาด ด้าน”สิระ”วอน รบ.ดูแลเรื่องค่าขนศพ หลัง ปชช.ร้องเรียนถูกไถ่กว่า 8,000

7 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.30 น. นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรรับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้าน ที่สำนักงานเขตหลักสี่ โดยชาวบ้านขอคัดค้านและขอให้ตรวจสอบการสร้าง รพ.สนาม ของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ว่าเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายหรือไม่ เพราะมีการเปิดขอรับบริจาคเงินจากพี่น้องประชาชน จึงต้องการตรวจสอบว่าโปร่งใสหรือไม่

โดยตัวแทนชาวบ้านเขตหลักสี่ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีการสร้างโรงพบาบาลสนามขึ้น จึงต้องบอกว่า ความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ กระทรวงสาธารณสุขทราบหรือไม่ หากจะสร้างก็ต้องแจ้งให้ชาวบ้านทราบ จะวางท่อระบายอากาศอย่างไร เพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ชุมชน มีทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้า ที่อยู่อาศัย

ด้านนายสิระ ในฐานะส.ส.เขตหลักสี่ และ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ว่า เบื้องต้นเรื่องดังกล่าวอยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกมธ.วันนี้จะลงพื้นที่จริงไปดูสถานที่ที่ทราบว่าตอนนี้มีการนำเต้นท์มากาง และเอาผ้าเต้นท์ปิดและติดแอร์ ในส่วนท่อน้ำทิ้งมีการบำบัดหรือไม่ และการดำเนินการสร้างโรงพยาบาลสนามทั้งหมดถูกกฎหมายเป็นไปตามแนวทางการสร้างโรงพยาบาลสนามหรือไม่ ต้องให้สำนักงานเขต และกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรคติดต่อเข้าไปตรวจสอบ ส่วนเงินบริจาค ทางผู้รับบริจาคจะต้องชี้แจงว่าจะนำเงินบริจาคไปทำอะไรบ้าง และมองว่าขณะนี้ โรงพยาบาลสนามในส่วนนี้จำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เพราะขณะนี้โรงพยาบาลสนามของภาครัฐที่มีอยู่ก็ยังเพียงพอ

ทั้งนี้ ตนจะเอาเรื่องนี้เข้าหารือในกรรมาธิการกฎหมายฯเพื่อตรวจสอบตามที่ประชาชยได้ร้องเรียนมา โดยจะมีการเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่น กระทรวงสาธารณสุข,พล.ต.นพ.เหรียญทอง,สำนักงานเขต โดยวันนี้ตนจะไปดูพื้นที่จริงว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ทราบมาจะเป็นการใช้เต้นท์มากาง และมีเรื่องของสุขอนามัยที่ระบายของเสียของผู้ป่วย

นายสิระ กล่าวต่อว่า ส่วนการขอรับบริจาค ต้องให้ พล.ต.นพ.เหรียญทอง มาชี้แจง เงิน 2 ล้านกว่า จะนำไปใช้ในส่วนใดบ้าง เพื่อความโปร่งใส ร่วมถึงกระแสข่าวว่า หากรับผู้ป่วยเข้ามาดูแลใน รพ.สนามจะได้ค่าหัว ๆ ละ 1500 บาท ต่อวัน ที่สามารถเบิกจาก สปสช.จริงหรือไม่ ทังนี้มีคำถามว่าในพื้นที่หลักสี่ รพ.สนามแห่งนี้มีความจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ เพราะทางรัฐบาลก็กำลังตั้ง รพ.สนาม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีมอบพื้นที่ให้ ซึ่งสามารถจัดตั้งได้กว่า 5,000 เตียง ตนขอถามไปถึง สปสช.ว่า การจะเบิกเงินแบบนี้ รพ.สนามทำได้ทุกที่ใช่หรือไม่ ถ้าใครจะลุกขึ้นมาทำ รพ.สนาม เพื่อมาเก็บเงินตรงก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ สปสช.ต้องชี้แจง เพราะเงินที่จ่ายคือเงินภาษีประชาชน

“วันนี้ผมไม่ได้มาขัดขวางใคร แต่ทุกอย่างต้องตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว และที่สำคัญต้องยึดความถูกต้องตามกฎหมายด้วย อย่างเมื่อเช้าที่ผ่านมา มีชาวบ้านร้องเรียนว่า ญาติเขาเสียชีวิตที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดน รพ.คิดค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนศพมาที่วัดหลักสี่ ระยะทางไม่ถึง 2 กม. เป็นจำนวนเงิน 8,600 บาท วันนี้ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า การทำศพในเวลานี้ต้องไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งการเคลื่อนและเผาศพ ไม่ใช้เวลามาทำธุรกิจ คนที่เสียชีวิตเพราะโรคระบาด ญาติพี่น้องมีความทุกข์อยู่แล้ว แถมยังต้องหาเงินมาจ่ายค่าทำศพอีก โรงพยาบาลทุกแห่งอย่ามาหากินกับศพในเวลานี้” นายสิระ กล่าว

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ รพ.สนามดังกล่าว พล.ต.นพ.เหรียญทอง ได้โทรศัพท์มาทางเจ้าหน้าที่ดู รพ.สนาม โดย นายสิระ ถาม พล.ต.นพ.เหรียญทอง ว่า ที่ทำ รพ.สนามได้ขออนุญาตฝ่ายใดหรือไม่ และที่บอกว่ารักษาฟรี ได้มีการไปขอเบิกเงินจาก สปสช.ตรงไหนที่เรียกว่าทำฟรีเพื่อประชาชน ด้าน พล.ต.นพ.เหรียญทอง ต่อว่านายสิระด้วยถ้อยคำหยาบคาย และระบุว่า ไม่ต้องขออนุญาตใคร จะทำเพื่อประชาชน และท้าทายว่า เอาเลย ๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ตั้งของ รพ.สนาม อยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งชุมชน มีทั้งตลาด คอนโดที่อยู่ติดกับ รพ.สนาม และบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งประชาชนในพื้นที่กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่สบายใจ หากมาตั้งตรงนี้ คนแถวนี้คงอยู่กันไม่ได้ ปกติก็วิตกกังวลกลัวจะติดเชื้อโควิดอยู่แล้ว แต่วันนี้จะมีผู้ป่วยจำนวนมากมาอยู่ร่วมกันตรงนี้ ตอนนี้เช่าบ้านเขาอยู่ลักษณะเป็นชุมชนแออัด ถ้าติดมาคนหนึ่งก็คงติดกันทั้งชุมชน ตอนนี้กำลังจะหาที่เช่าใหม่

“แรมโบ้” ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี “พรรคก้าวไกล” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466048

“แรมโบ้” ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี “พรรคก้าวไกล”

"แรมโบ้" ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี "พรรคก้าวไกล"7 พฤษภาคม 2564 – 11:54 น.

“แรมโบ้” ระบุทีมทนายนายกฯเตรียมแจ้งความดำเนินคดี “พรรคก้าวไกล”วันนี้เวลาบ่ายสองโมง ที่ สน.นางเลิ้ง กรณีโพสต์ภาพนายกฯ คู่  ร.อ.ธรรมนัส  พร้อมโพสต์ข้อความใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย ขอให้พรรคก้าวอย่าเล่นวิชามารสกปรกใส่ร้ายคนอื่น 

7 เมษายน 2564 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพรรคก้าวไกลโพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพรรควิพากษ์วิจารณ์การวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีร.อ.ธรรมนัส และมีภาพของนายกฯและร.อ.ธรรมนัส ขึ้นในเฟซบุ๊กโดยนายเสกสกล ระบุว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตัดสินให้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้น เป็นการพิจารณาของศาล ที่ทุกคนต้องยอมรับ และเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ ทางพรรคก้าวไกลไม่ควรนำมาเชื่อมโยงกับนายกฯและกล่าวใส่ร้ายป้ายสีนายกฯเช่นนั้น

นายเสกสกลกล่าวต่อว่า ตนได้ปรึกษาหัวหน้าทีม กฏหมายของนายกฯ นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯได้ตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายกับพรรคก้าวไกล ซึ่งในวันนี้(7พค.)เวลา14.00 น. นายอภิวัฒน์และทีมทนายจะเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อพรรคก้าวไกลที่สน.นางเลิ้ง ในกรณีนำภาพนายกฯมาโพสต์คู่กับ ร.อ.ธรรมนัสแล้วเขียนใส่ร้ายนายกฯนำไปโพสต์ในโชเซียล ซึ่งตนเองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ จะปล่อยให้พรรคก้าวไกลมาดูหมิ่นดูแคลนใส่ร้ายป้ายสีหรือกระทำต่อนายกฯเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้  

“ตนเองมองว่าพรรคก้าวไกลควรจะหัดยอมรับคำตัดสินของศาลและยอมรับกติกาของบ้านเมืองบ้าง ไม่ใช่พอมีเรื่องอะไรที่ทำให้พรรคตนเองไม่สมหวังดั่งใจ ไม่พอใจ ก็จะออกมาตำหนิ กล่าวโจมตีโทษนายกฯ เป็นถึงพรรคการเมืองตัวแทนของประชาชนเหตุใดถึงไม่ทำเรื่องดีๆให้เป็นตัวอย่างกับประชาชนบ้าง มีแต่คิดเรื่องลบตลอดเวลา ไม่เคยคิดบวกเลยสักเรื่อง 

การพาดพิงมากล่าวหานายกฯและใช้ภาพเขียนและโพสต์ใส่ร้ายป้ายสีข้อความให้นายกฯเสียหายนั้น ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง พรรคก้าวไกลต้องมีจิตสำนึกทางการเมืองบ้าง ไม่ควรเอานายกฯมาเกี่ยวข้องด้วย วันๆ เล่นแต่ทิ่มแทงเพื่อให้นายกฯเสียสมาธิ ที่จะต้องทุ่มเททำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในภาวะวิกฤตโควิดเช่นนี้ แต่พรรคการเมืองและนักการเมืองประเภทนี้เกิดขึ้นมาไม่ได้มีประโยชน์และเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้เลยสักนิด จ้องแต่จะใส่ร้ายโจมตี สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศชาติประชาชน น่าเบื่อหน่ายที่สุด”

“ไทยสร้างไทย” รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/466032

“ไทยสร้างไทย” รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน

"ไทยสร้างไทย" รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน7 พฤษภาคม 2564 – 10:14 น.

“ไทยสร้งไทย”  รุดเข้าช่วยเหลือ ชุมชนบ้านขิง บางบอน 3  เจอโควิด-19 เล่นงานรวดเดียว 65 คน  เบื่องต้น นำหน้ากากอนามัย และไข่สดแจกผู้ที่กักตัวและชาวบ้าน 250 ครัวเรือน 

7 พ.ค.2564  นายภัชริ นิจสิริภัช ทีมนโยบายพรรค​ไทยสร้าง​ไทย​ นำทีมงานเข้าช่วยเหลือชุมชนบ้านขิง ซอยบางบอน3 เขตบางแค หลังได้ทราบข่าวว่า เจอโควิด-19 ไปรวดเดียว 65 คน  ทางทีมงานนำความช่วยเหลือ​เบื้องต้น เป็นหน้ากากอนามัย และ ไข่สด 100 แผง ไปมอบกับประธานชุมชน นายวิชิต เพื่อช่วยเหลือผู้กักตัวและชาวบ้านทั้ง 250 ครัวเรือน

"ไทยสร้างไทย" รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน

นายภัชริกล่าวว่า “ประธานวิชิต แจ้งเรามาถึงความเดือดร้อนของการแพร่ระบาด ทางชุมชนทำงานอย่างหนักในการป้องกัน แต่ก็ทำให้มีคนติดเชื้อรวดเดียวถึง 65 คน”

นายวิชิต  ประธานชุมชน  กล่าวว่า “ตอนนี้ผู้ติดเชื้อทยอยส่งเข้ารับการรักษาเกือบหมด เหลือแต่ชาวบ้านที่ยังอยู่ บางส่วนต้องกักตัวอยู่ในชุมชน มีความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะต้องเข้มงวดเรื่องเข้าออกชุมชน แกนนำทำงานหนักในการป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดไปมากกว่านี้ เพราะอาจจะลามไปถึงชุมชนอื่นข้างเคียงได้… ต้องขอบคุณ​ทุกความช่วยเหลือที่ส่งมาให้พวกเราในชุมชนบ้านขิง

"ไทยสร้างไทย" รุดเข้าข่วยเหลือด่วน ชุมชนบ้านขิง บางบอน3 เจอโควิดเล่นงานรวดเดียว 65 คน

วันนี้การระบาดเริ่มขยายวงกว้างไปหลายพื้นที่ และระบาดทีหลายสิบคน โดยเฉพาะ​ชุมชนแออัด รัฐต้องเร่งปูพรมตรวจและจัดหาวัคซีนมาป้องกัน โดยเฉพาะ​ชุมชนอย่างบ้านขิงที่มีอยู่หลายร้อยหลังคาเรือน ติดแล้ว 65 คน อาจจะมีมากกว่านี้ เพราะอยู่กันเป็นพันคนในพื้นที่เดียวกัน