ห่วง 3จว.ใต้ “นิพนธ์” กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485498

26 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” ห่วงประชาชน 3จว.ใต้เดือดร้อน ลุยติดตามสถานการณ์น้ำเขื่อนบางลาง-เขื่อนปัตตานี กำชับหัวหน้าส่วนราชการภาคใต้ เตรียมรับมวลน้ำเมื่อเข้าฤดูมรสุมเดือนตุลาฯนี้ให้ดี หวังลดอุทกภัย ลดการสูญเสีย ระบุเขื่อนบางลางมีปริมาตรน้ำอ่าง 65 % ของความจุที่ระดับเก็บกัก

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2564 ที่เขื่อนบางลาง หมู่ที่ 2 ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการควบคุมระดับน้ำและการระบายน้ำของเขื่อนบางลาง เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียง

ห่วง 3จว.ใต้ "นิพนธ์" กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้ห่วง 3จว.ใต้ “นิพนธ์” กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้

โดยมีรองผวจ.ยะลา ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 17 หน.สนง.ปภ.ยะลา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลา นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์ในพื้นที่

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อนบางลาง ซึ่งในปีที่แล้วบริเวณนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มามากกว่าปกติ วันนี้จึงลงมาเพื่อเตรียมความพร้อมซึ่งคาดการณ์ว่าปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะเยอะกว่าปีที่แล้ว 

ห่วง 3จว.ใต้ "นิพนธ์" กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้ห่วง 3จว.ใต้ “นิพนธ์” กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้

ซึ่งขณะนี้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบจากร่องมรสุมพาดผ่าน ดั้งนั้นพื้นที่ภาคใต้ในช่วงปลายตุลาคม – ธันวาคมจะเข้าสู่ช่วงมรสุม จึงต้องวางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ บูรณาการร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการวางแผนร่วมกันในการรับมวลน้ำที่จะเข้ามาในช่วงฤดูการมรสุม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดไม่ให้เกิดการสูญเสียชีวิต 

ซึ่งการเตรียมความพร้อมที่ดีจะเป็นการยับยั้งการสูญเสียและบรรเทาความเสียหายได้

ห่วง 3จว.ใต้ "นิพนธ์" กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้ห่วง 3จว.ใต้ “นิพนธ์” กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้

นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างคันเขื่อนอีกฝั่ง(ชุมชนหมู่ที่2)ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากปีมาณน้ำจากต้นปีนี้มีการเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยสร้างความเสียหายให้แก่พี่น้องประชาชนอีกด้วย

ทั้งนี้จังหวัดยะลามีเขื่อนบางลางที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ให้เน้นย้ำหลักคิด“สร้างที่ให้น้ำอยู่ ทำทางให้น้ำไหล” ถ้าทำควบคู่กันก็จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การสร้างที่ให้น้ำอยู่

 ที่มาของน้ำหลักๆคือน้ำฝนในช่วงมรสุมหรือเข้าสู่ฤดูฝนต้องกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมจัดทำทางให้น้ำไหล เพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ ลงสู่ทะเล อย่าให้กระทบต่อประชาชน บริเวณบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตร มุ่งคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ

 พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการวางแผนป้องกันน้ำหลากน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงนี้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือและกำลังคนที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือบรรเทาภัยอย่างเต็มศักยภาพ ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนบางลาง (ข้อมูลวันที่ 25 ก.ย. 64) มีปริมาตรน้ำอ่าง 5,341 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุที่ระดับเก็บกัก

ห่วง 3จว.ใต้ "นิพนธ์" กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้ห่วง 3จว.ใต้ “นิพนธ์” กำชับหน.ส่วนราชการ เตรียมรับมวลน้ำ เดือนตุลาฯนี้

จากนั้น นายนิพนธ์ รมช.มหาดไทย ได้เดินทางต่อไปยัง เขื่อนปัตตานี ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อติดตามระบบการควบคุมและระบายน้ำ พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์เพื่อการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 17 นั้น เป็นศูนย์บริหารจัดการน้ำในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยขณะนี้สถานการณ์ในภาพรวมยังคงปกติ แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์พายุและปริมาณฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพราะช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่ภาคใต้แล้ว

ร่วม 30 “ส.ส. พปชร.” แห่รับ นายกฯลุงตู่ ลงพื้นที่น้ำท่วม สุโขทัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485465

26 ก.ย. 2564

“ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ” ร่วม 30 คน แห่กันต้อนรับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม จ. สุโขทัย ทั้งพิษณุโลก นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ขนาดจากภาคใต้ก็ยังมา

วันนี้ 26 กันยายน 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัย

โดยมีรัฐมนตรีและ”ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ”ที่เดินทางมารอต้อนรับครั้งนี้จำนวนมาก

นำโดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส.ส.ชัยนาท และกรรมการบริหาร รวมแล้วเกือบ 30 คน

“ส.ส.” จังหวัดสุโขทัยมากันพร้อมหน้า นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส. เขต 1 และนายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.เขต 2 รวมถึง นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์  ส.ส.สุโขทัย จากพรรคภูมิใจไทย

จังหวัดนครสวรรค์ มี “ส.ส.” 4 คน มาเกือบทั้งหมด ได้แก่ นายภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.เขต 1 นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.เขต 3 และนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.เขต 6 

จังหวัดพิจิตร “ส.ส.” มา 3 คน  นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 3

จังหวัดกำแพงเพชร  “ส.ส.” มา 5 คน ได้แก่ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.เขต 1 นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.เขต 2 นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.เขต 3 นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.เขต 4 นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

จังหวัดพิษณุโลก   “ส.ส.” มา 2 คน ได้แก่ นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.เขต 3 และนายมานัส อ่อนอ้าย เขต 5 

ร่วม 30  “ส.ส. พปชร.” แห่รับ นายกฯลุงตู่ ลงพื้นที่น้ำท่วม สุโขทัยร่วม 30 “ส.ส. พปชร.” แห่รับ นายกฯลุงตู่ ลงพื้นที่น้ำท่วม สุโขทัย

จ.ตาก “ส.ส.” มา 2 คน ได้แก่ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.เขต 1 นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.เขต 3

จ.ลำปาง “ส.ส.” มา 1 คนคือ นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 

ร่วม 30  “ส.ส. พปชร.” แห่รับ นายกฯลุงตู่ ลงพื้นที่น้ำท่วม สุโขทัยร่วม 30 “ส.ส. พปชร.” แห่รับ นายกฯลุงตู่ ลงพื้นที่น้ำท่วม สุโขทัย

นอกจากนี้ยังมี ส.ส.บัญชีรายชื่อและ “ส.ส.” ภาคอื่นๆ คือ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. 


ภาคใต้ก็มาด้วย  คือ นายวันชัย ปริญญาศิริ   นายพยม พรหมเพชร ซึ่งทั้งสองเป็น ส.ส. สงขลา 

นายกฯบอกชาวบ้าน อยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้า เพื่อเดินหน้าประเทศไทยไปพร้อมกัน ให้ทุกคนคิดใหม่ทำใหม่พัฒนาประเทศ

ช่วงหนึ่งของการตรวจสถานการณ์น้ำท่วม เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงวัดห้วยซ่าน นายกฯ กล่าวกับประชาชน ว่าวันนี้เราต้องมองไปข้างหน้าในส่วนของน้ำท่วมในส่วนของภัยพิบัติ เป็นเรื่องที่ต้องป้องกัน แต่เรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไปคือจะเดินหน้าประเทศไทยไปอย่างไร จะพลิกโฉมคนไทยอย่างไรให้มีรายได้ที่เพียงพอ เพียงพอต่อการใช้จ่ายเพียงพอต่อการดูแลลูกหลาน

รัฐบาลต้องเร่งคิดตรงนี้ออกมา ช่วงที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหามีการติดขัดมาอย่างต่อเนื่องพอสมควร แต่เดินหน้ามาได้พอสมควรและก็ต้องเดินหน้าต่อไป 

นี่คืออนาคตอนาคตที่ทุกคนต้องมีร่วมกับรัฐบาล ด้วยการเดินหน้าประเทศไปสู่อนาคต ทุกคนต้องช่วยกันเดิน สมมุติรัฐบาลจะทำถนนทำเส้นทางให้ท่านเดิน ทางก็ต้องเดินตามถนนที่ทางรัฐบาลทำไว้ให้ และหาประโยชน์จากถนนเหล่านั้น

ทุกวันนี้โลกเดินด้วยระบบดิจิตอล ด้วยเทคโนโลยี การทำนาทำไร่แบบสมัยเดิมเดิมเราอาจจะไม่คุ้มทุนอีกแล้ว ในวันข้างหน้าเราอาจจะถูกมาตรการกีดกันทางการค้า มาตรการเรื่องการกำหนดมาตรฐาน มาตรการในเรื่องของการขึ้นทะเบียน GMP ที่มาของพี่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตมีลิขสิทธิ์ หากปลูกในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้องปลูกในพื้นที่ป่า สามารถตรวจได้หมดจากสินค้าที่ส่งออกไป นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในอนาคต ซึ่งได้แจ้งเตือนไว้เฉยๆ

นี่คืออนาคตอนาคตที่ทุกคนต้องมีร่วมกับรัฐบาล ด้วยการเดินหน้าประเทศไปสู่อนาคต ทุกคนต้องช่วยกันเดิน สมมุติรัฐบาลจะทำถนนทำเส้นทางให้ท่านเดิน ทางก็ต้องเดินตามถนนที่ทางรัฐบาลทำไว้ให้ และหาประโยชน์จากถนนเหล่านั้น

ทุกวันนี้โลกเดินด้วยระบบดิจิตอลด้วยเทคโนโลยี การทำนาทำไร่แบบสมัยเดิมเดิม เราอาจจะไม่คุ้มทุนอีกแล้วในวันข้างหน้าเราอาจจะถูกมาตรการกีดกันทางการค้า มาตรการเรื่องการกำหนดมาตรฐาน มาตรการในเรื่องของการขึ้นทะเบียน GMP ที่มาของพี่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตมีลิขสิทธิ์ หากปลูกในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้องปลูกในพื้นที่ป่า สามารถตรวจได้หมดจากสินค้าที่ส่งออกไป นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในอนาคต ซึ่งได้แจ้งเตือนไว้เฉยๆ

วันนี้รัฐบาล พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำในสิ่งที่จะเป็นอนาคตทำในสิ่งที่จะเป็นไปได้ อาจจะยากสักนิดสำหรับท่านแต่ถ้าเราค่อย ๆปรับ ให้คุ้นชินไปเรื่อย ๆ วันหน้าจะไม่ยาก การทำในสิ่งที่ถูกต้องมันไม่ยากถ้าเราตั้งใจทำ และเข้าใจถึงปัญหาเหล่านั้น เขาไม่ได้นำกฎหมายมาเพื่อรังแกเรา กฎหมายมีไว้สำหรับคนที่ทำไม่ถูกต้อง ถ้าทำอย่างถูกต้องจะได้รับประโยชน์ 

ในเรื่องน้ำเป็นปัญหา เรื่องรายได้เป็นปัญหา เรื่องคุณภาพชีวิตเป็นปัญหา เรื่องการเข้าไม่ถึงภาครัฐก็เป็นปัญหา สิ่งสำคัญต้องปรับหลักคิด ของเราใหม่ ว่าจะเรียนอะไรมาจบอะไรมาเพราะท่านคิดมาตั้งนานแล้ว คิดว่าท่านมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร โดยพ่อแม่โดยภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สอนมา ถึงวันนี้ท่านเก่งแล้วท่านสุดยอดเลย

แต่ในวันหน้ายังไม่พอ ท่านต้องเพิ่มเติมตรงนี้ต่อไปด้วยเก็บเล็กเก็บน้อย เก็บสิ่งที่เขาทำและมีประโยชน์สูงสุดเข้ามา เช่นในโทรทัศน์ถ้าท่านเปิดเจอ หลายช่องจะออกมาพูด ถึงผู้ที่ปลูกพืชจำนวน 1 ไร่ มีรายได้เดือนละ100,000 บาท เขาทำอย่างไรต้องดูเขาปลูกพืชผสมผสานกันอย่างไร จากเดิมที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย

ถ้าท่านมีพื้นที่ 3 ไร่ 5 ไร่มีบ่อน้ำสักหน่อย มันจะสร้างรายได้ได้มากกว่านี้ไหมมากกว่าที่ปลูกแล้วน้ำท่วมเสียหาย พอน้ำแห้งได้ค่าเยียวยา ได้ค่าประกัน มันคุ้มค่า กับที่ลงทุนไปหรือไม่ ต้องคิดใหม่ผมไม่ได้พูดว่าจะ ทำได้ จะปรับเปลี่ยน ทีเดียวแล้วได้ท่านต้องคิด ไปเรื่อยๆจนพัฒนาไปจนถึงที่เขาทำสำเร็จจนถึงทุกวันนี้

ดูตัวอย่างดีๆในสื่อในโทรทัศน์ ลองหาดูในพื้นที่นี้ก็ต้องมี ต้องมีคนถามในลักษณะนี้อยู่มากพอสมควร ที่อยู่ได้ แล้วทำไมเราถึงจะอยู่ไม่ได้ ต้องไปศึกษาอาจต้องใช้แรงงานต้องใช้ฝีมือ มากหน่อยตอนนี้เราติดปัญหา สังคมผู้สูงวัย พ่อแม่อายุมากลูกไม่อยู่ไปทำงานกรุงเทพฯ เขาก็เอาตัวไม่รอดเพราะว่าไม่ได้ใช้ความรู้จากภูมิปัญญา ที่ร่ำเรียนมาเป็นพิเศษ เรียนอะไรมาก็แล้วแต่จะได้ค่าจ้างไม่ถูกนัก

สิ่งที่จะหายไปคือสังคมของเราเอง สังคมครอบครัวจะหายไป ลูกก็
ห่างจากพ่อแม่สังคมความอบอุ่นก็หายไป นี่คือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเราต้องรวม สิ่งนี้ไว้ให้ได้นี่คืออัตลักษณ์ของความเป็นไทย พ่อลูกลุงป้าน้าอา สถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้รวมกันเป็นประเทศ

ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ต้องไปดูว่ายังมีการรบกันอยู่นอกประเทศ เราอยู่ในประเทศที่มีความสงบเรียบร้อยแต่มีความยากจนก็ต้องแก้ไข น้ำท่วมก็ต้องแก้ไข มันไม่ได้ร่วมตลอดไปเดี๋ยวมันก็ลดลง จะต้องลงให้เร็วที่สุด ค่าเสียหายต้องหาให้เร็วที่สุด ทำอย่างไรให้เสียหายน้อยลง ด้วยการปลูกพืชที่ไม่ใช่พืชเชิงเดี่ยวพอน้ำท่วมก็ตายหมด

นั่นแหละคือสิ่งที่ฝากคิด ผมไม่ได้บอกต้องปลูกอะไรอย่างไร เพียงแต่เล่าให้ฟังมีภูมิประเทศที่เหมาะสมการเกษตรที่หลากหลายเรื่องน้ำท่วมเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยาก ไม่สามารถทำได้100% เรามันที่สูงเหนือไปใต้ เหนือตอนบน เหนือตอนกลาง เหนือตอนล่าง 

 ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก  ภาคใต้ ใต้ตอนบน ใต้ตอนกลาง ใต้ตอนล่าง ย้ำก็ไหลจากข้างบนไปข้างล่าง น้ำไหลจากภาคใต้ขึ้นมาภาคเหนือไม่ได้ ทั่ง2ฝั่งก็เป็นภูเขา น้ำก็ไหลไปตรงกลางรวมไปตรงกลาง จากปิง วัง ยม น่าน ไหลลงไปภาคกลาง ตรงไหนเป็นพื้นที่ต่ำก็ท่วม เราจะบริหารตรงนี้ได้อย่างไร 

 ภาพใหญ่ทำไมจะตัดตอนลง น้ำจากเหนือ ให้ออกทางข้างได้ เพื่อหาที่กักเก็บก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำระหว่างประเทศ หรือออกสู่ทะเลหรือที่เก็บน้ำเช่นทุ่งบางระกำ หากมีพื้นที่เก็บน้ำได้ จะเป็นประโยชน์มีน้ำไว้ใช้ปลูกพืชที่ไม่ใช่พืชตามฤดูกาล เช่นพืชอายุสั้น แต่หากปลูกข้าวอย่างเดียวก็ต้องรอข้าวตั้งท้อง ยังขายไม่ได้ ท่านยังต้องกินต้องซื้อทุกวัน เอาเงินจากที่ไหนยืม เป็นการเพิ่มหนี้ ลูกเต้าอยากได้ก็ต้องให้คิดใหม่ ช่วยกันคิดผมบังคับท่านไม่ได้ 

แต่หากท่านไม่อยากลำบากอยากให้คิดอย่างที่ผมคิด คิดอย่างทีวิสัยทัศน์อย่างมีขบวนการ การอยู่กับรัฐบาลยาก อยู่กับนายกฯยากหน่อยขออะไรไม่ค่อยได้ ก็เห็นอยู่ว่าอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ไม่ค่อยสำเร็จ และไม่ค่อยมีปัญหาทางกฎหมายทำให้มันดีนายกไม่เคยขัดข้องอะไรอยู่กับใครขั้นตอนอยู่ตรงไหน

นายกฯไม่สามารถให้เงินได้เป็นเรื่องของการทำงานตามขั้นตอน เมื่ออยากได้ทุกคนก็ต้องทำความเข้าใจร่วมกัน ทำอย่างไรประชาพิจารณ์จะผ่านกฏหมายกำหนดไว้ตรงไหน ถ้าประชาชนในพื้นที่ยอมรับ จะทำอ่าง ทำทางระบายน้ำได้หมดที่ควรจะเป็นไม่ใช่เลอะไปหมด

น้ำท่วมโทษนายกได้ ไม่เป็นไร แต่ผมก็จะทำให้ได้มากที่สุด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เห็นว่าแผนการลงทุกจังหวัดมากพอสมควรแต่ไม่ได้ง่ายมากนัก ที่จะเทที่เดียวอย่าลืมว่าเรามีจังหวัด76จังหวัด บวก 1 คือกรุงเทพฯ

วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ที่จะทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงได้คือ1.นายกเป็นผู้ตัดสินใจกำหนดนโยบาย  2. คณะรัฐมนตรีทำงานร่วมกัน วันนี้มาทำงานร่วมกันไม่มีพรรค พรรคไหนก็มา ต่อมาเป็นข้าราชการและที่สำคัญที่สุดคือประชาชน มีผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอยู่ อำเภอ ตำบลต้องดูว่าโครงการไหนจะทำได้บ้างให้ไปคิดดู ต้องส่งให้หน่วยงานคิด คิดเองทำเองขอเงินเองทำไม่ได้มันผิด 

ตอนนี้เราอยู่ในลำดับที่ 55 ของประเทศ รายได้ประชาชน 8.3หมื่นบาทเฉลี่ยเดือนละ 2,000 อยู่ไหวมั๊ย รัฐบาลได้เตรียมสวัสดิการ ไม่ใช่หาเสียง แต่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยมีชีวิตอยู่ได้ มีตังค์ซื้อข้าว ไม่จ่ายเป็นเงินสด เพราะจ่ายเป็นเงินสดจะนำไปใช้อย่างอื่น เมื่อกี้เห็นถ่ายรูปกัน นายกฯก็เกรงใจ เห็นถ่ายทุกคัน นายกฯก็เลยเปิดกระจกให้เห็น 

พื้นที่ของไทยดีที่สุดในโลก เราต้องภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ความเป็นปึกแผ่นความรักความสามัคคี สังคมครอบครัว มีสถาบันสูงสุดของชาติ ดังนั้นต้องพัฒนาคุณภาพจังหวัดยกระดับการบริการและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ต้องมีการจัดการวิสาหกิจชุมชน ตอนนี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาทุกอย่างมาตรการลดหนี้ ลดภาษี  ลดดอกเบี้ยต้องมีการบริหาร ต้องมาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ประชาชน ทำอย่างไรจะเข้าใจตรงกันในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วมที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้  ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด 

“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ภาพลักษณ์ ท่องเที่ยวไทย ช่วงโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485458

26 ก.ย. 2564

ภูเก็ตคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ สภาผู้แทนราษฎร เสวนาเรื่อง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” กับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ช่วงโควิด-19

   วันที่ 25 ก.ย. 64  นายจักรพันธ์  พรนิมิต  รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คนที่หนึ่งสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” กับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยมี   นางสาวเพชรชมพู  กิจบูรณะ โฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ  นายปิยพงศ์  ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต  ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้าร่วม

"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ภาพลักษณ์ ท่องเที่ยวไทย ช่วงโควิด-19“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ภาพลักษณ์ ท่องเที่ยวไทย ช่วงโควิด-19

  นายจักรพันธ์  กล่าวว่า   จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองการท่องเที่ยวระดับโลกที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีศักยภาพสูงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยจำนวนมหาศาลและมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในทุกปี อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้ต้องมีมาตรการควบคุมและระงับการเดินทางเข้ามาของนักท่องชาวต่างชาติเป็นการชั่วคราวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศ   

 ทำให้รายได้ด้านการท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศไทยซึ่งพึ่งพารายได้ด้านการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ ทั้งนี้ มติที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ได้เห็นชอบข้อเสนอของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. )ในหลักการให้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบแล้ว และมีผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยในพื้นที่นำร่องจังหวัดภูเก็ตตามเงื่อนไขที่กำหนด ภายใต้ชื่อโครงการ  “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”  (Phuket Sandbox)

ข่าวที่สนใจ 

   ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นวาระจำเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวประเทศให้ฟื้นคืนกลับมาโดยเร็ว ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการในช่วงระยะเวลา 2 เดือน (กรกฎาคม-สิงหาคม 2564) มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตกว่า 36,000 คน ห้องพักโรงแรมถูกจองกว่า 5 แสนคืน ทำให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตกว่า 2 พันล้านบาท ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่ดีและน่าพอใจ เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังประสบปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่จะต้องมีการประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน และหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์สามารถเดินหน้าต่อไปได้ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งกระทำกิจการทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับชาวไทยซึ่งตั้งถิ่นฐานหรือไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ จึงเล็งเห็นความสำคัญของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่กำลังได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมีความสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยซึ่งจะนำมาสู่การฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 และอาจเป็นตันแบบที่นำไปปรับใช้ในจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต
ดังนั้น ทางคณะกรรมาธิการจึงได้จัดโครงกรสัมมนา เรื่อง “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์โควิด-19” เพื่อเป็นเวทีในการรับทราบข้อมูล ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตลอดจนสภาพปัญหาที่เป็นอุปสรรค เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่คณะกรรมาธิการในการพิจารณาผลักดันข้อเสนอแนะต่าง ๆ และแนวทางการแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อไป
 

"ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ภาพลักษณ์ ท่องเที่ยวไทย ช่วงโควิด-19“ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ภาพลักษณ์ ท่องเที่ยวไทย ช่วงโควิด-19

“ไทยสร้างไทย” ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485433

26 ก.ย. 2564

ฟิล์มรัฐภูมิ นำทีม “ไทยสร้างไทย” ลุยน้ำท่วมสุโขทัย วอนรัฐบาลบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาว

จังหวัดรายรอบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เผชิญกับน้ำท่วมหนัก บางพื้นที่ไม่สามารถเดินทางสัญจรไปมาได้ บางพื้นที่การเกษตรเสียหาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่เว้นแม้พื้นที่บ้านรัฐมนตรี หรือส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล เช่นเดียวกับพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ล่าสุดมีหลายภาคส่วนเข้าไปช่วยเหลือรวมถึงนักการเมือง

"ไทยสร้างไทย" ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก“ไทยสร้างไทย” ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

ฟิล์มรัฐภูมิ หรือนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยทีมงานอาสาไทยสร้างไทย ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยได้แจกข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มให้แต่ละบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

นายรัฐภูมิ กล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมสุโขทัย มีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากปีนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากน้ำท่วมมากว่า 20 วันแล้ว ซึ่งฝนยังตกหนักอย่างต่อเนื่อง มวลน้ำไหลรุนแรง และระดับน้ำท่วมสูงขึ้นถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ทำให้การใช้ไฟฟ้า และน้ำอุปโภคบริโภคไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ แต่ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด

"ไทยสร้างไทย" ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก“ไทยสร้างไทย” ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เป็นที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก เพราะผ่านมากว่า 20 วันแล้ว ที่น้ำท่วมสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดความช่วยเหลือจากภาครัฐ

"ไทยสร้างไทย" ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก“ไทยสร้างไทย” ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

ซึ่งที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ช่วยเหลือกันเอง และวัดหนองทอง ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง มาช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งตอนนี้ ทางวัด ก็เริ่มจะไม่สามารถช่วยได้แล้ว หากภาครัฐไม่เร่งมาดูแลโดยเร็ว”รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าว

นายรัฐภูมิ กล่าวเพิ่มเติมว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเบื้องต้น ขอให้รัฐบาล ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนในด้านการลำเลียงอาหารให้กับผู้ประสบภัย ที่อยู่ในพื้นที่ที่รถเข้าไม่ถึง และช่วยเหลือด้านสุขอนามัย และสุขภาพของประชาชน 

"ไทยสร้างไทย" ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก“ไทยสร้างไทย” ลุยน้ำท่วมสุโขทัย ช่วยปชช.วอนรัฐเร่งแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

“รวมถึงมาตรการเยียวยาความเสียหายจากน้ำท่วม โดยเฉพาะภาคการเกษตร ส่วนระยะยาว ควรมีการวางแผนระบบทางเดินน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ในการขุดท่อระบายน้ำ เพื่อลดปริมาณสะสมน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ”รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวในที่สุด

“นายกฯ”ถึงแล้วลงพื้นที่ช่วยประชาชนสุโขทัยโดน น้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485434

26 ก.ย. 2564

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกฯ” และคณะเดินทางถึงพื้นที่สุโขทัยเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก”น้ำท่วม” ครั้งรุนแรง

26 กันยายน 64   เมื่อเวลา 08.30 น. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ใน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย
 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจสภาพพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยขณะเดินทางโดยเครื่องบินไปสุโขทัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจสภาพพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยขณะเดินทางโดยเครื่องบินไปสุโขทัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย วางแผนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย วางแผนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ทั้งนี้  นายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มีการตรวจสภาพพื้นที่ของสุโขทัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และร่วมวางแผนให้การช่วยเหลือ ระหว่างที่อยู่บนเครื่องบิน ก่อนเดินทางมาถึง 

สำหรับกำหนดการลงพื้นที่ครั้งนี้  เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุโขทัย ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย   

สภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ถ่ายจากเครื่องบินที่นายกฯเดินทางลงพื้นที่ ช่วยสุโขทัย สภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ถ่ายจากเครื่องบินที่นายกฯเดินทางลงพื้นที่ ช่วยสุโขทัย

เวลา 10.15 น. นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ ที่ 8 ตำบลวังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

"นายกฯ"ถึงแล้วลงพื้นที่ช่วยประชาชนสุโขทัยโดน น้ำท่วม“นายกฯ”ถึงแล้วลงพื้นที่ช่วยประชาชนสุโขทัยโดน น้ำท่วม

จากนั้น 11.20 น.  นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการดูแลประชาชน ณ วัดบ้านซ่าน ตำบลบ้านซ่าน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

"นายกฯ"ถึงแล้วลงพื้นที่ช่วยประชาชนสุโขทัยโดน น้ำท่วม“นายกฯ”ถึงแล้วลงพื้นที่ช่วยประชาชนสุโขทัยโดน น้ำท่วม

เวลา 14.00 น.   นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ

“ประยุทธ์-สุดารัตน์-พิธา” คั่วเก้าอี้ “นายกฯ” แต่ชี้ หาคนเหมาะสมจริงไม่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485410

26 ก.ย. 2564

นิด้าโพล เผย “ประยุทธ์ -สุดารัตน์- พิธา” คั่วเก้าอี้ “นายกฯ” แต่ส่วนใหญ่ร้อยละ 32.61 ยังหาคนที่เหมาะสมตัวจริงไม่ได้

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/2564” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 – 23 กันยายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปกระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,018 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.61 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 17.54 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาได้ดี ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก อันดับ 3 ร้อยละ 11.15 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะ ที่ผ่านมาเคยบริหารงานได้ดี มีผลงานที่โดดเด่น ใส่ใจประชาชน และมีประสบการณ์การทำงาน

อันดับ 4 ร้อยละ 11.05 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นนักบริหารงานที่ดี มีภาวะผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ที่ดี มองการณ์ไกล และมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน อันดับ 5 ร้อยละ 9.07 ระบุว่า เป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ บริหารงานอย่างตรงไปตรงมา และมีวิสัยทัศน์ในการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 7.48 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.58 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคกล้า) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง วางตัวดี มีความรู้ความสามารถ และมีวิสัยทัศน์ที่ดี อันดับ 8 ร้อยละ 2.33 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ และจริงจังกับการทำงาน อันดับ 9 ร้อยละ 1.54 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ ชื่นชอบแนวคิดการทำงาน มีวิสัยทัศน์ที่ดี และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว อันดับ 10 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา และชื่นชอบในการทำงาน และร้อยละ 3.41 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคเศรษฐกิจใหม่) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 
นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา)   นายชวน หลีกภัย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร นายสุทิน คลังแสง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/64 เดือนมิถุนายน 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

          
และเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 30.82 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย อันดับ 2 ร้อยละ 22.50 ระบุว่า พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 15.11 ระบุว่า พรรคก้าวไกล อันดับ 4 ร้อยละ 9.51 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐ อันดับ 5 ร้อยละ 7.78 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 6 ร้อยละ 4.86 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.68 ระบุว่า พรรคเสรีรวมไทย อันดับ 8 ร้อยละ 1.93 ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 9 ร้อยละ 1.39 ระบุว่า พรรคกล้า อันดับ 10 ร้อยละ 1.14 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 2.28 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเพื่อชาติ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย

          
และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/64 เดือนมิถุนายน 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยสร้างไทย  พรรคกล้า และพรรค
ภูมิใจไทย มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.72 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.92 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.23 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.60 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.53 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 48.91 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.09 เป็นเพศหญิง

          
ตัวอย่างร้อยละ 7.09 มีอายุ 18 – 25 ปี ร้อยละ 15.51 มีอายุ 26 – 35 ปี ร้อยละ 20.86 มีอายุ 36 – 45 ปี ร้อยละ 31.37 มีอายุ 46 – 59 ปี และร้อยละ 25.17 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 96.23 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.53 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.50 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 0.74 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 21.36 สถานภาพโสด ร้อยละ 75.17 สมรสแล้ว ร้อยละ 2.68 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 0.79 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 29.48 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 33.35 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.59 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 23.84 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.45 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.29 ไม่ระบุการศึกษา

          
ตัวอย่างร้อยละ 9.22 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 13.63 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 19.97ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 14.67 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.06 ประกอบอาชีพ
รับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 23.29 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 2.92 เป็นนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ 1.24 ไม่ระบุอาชีพ

          
ตัวอย่างร้อยละ 22.79 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 24.93 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 22.35 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท ร้อยละ 9.41 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท ร้อยละ 4.56 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 – 40,000 บาท ร้อยละ 5.90 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 10.06 ไม่ระบุรายได้

"ประยุทธ์-สุดารัตน์-พิธา" คั่วเก้าอี้ "นายกฯ" แต่ชี้ หาคนเหมาะสมจริงไม่ได้“ประยุทธ์-สุดารัตน์-พิธา” คั่วเก้าอี้ “นายกฯ” แต่ชี้ หาคนเหมาะสมจริงไม่ได้

ด่วน “นายกฯ” เปลี่ยนกำหนดการขยายพื้นที่ช่วยเหลือสุโขทัยจากน้ำท่วมรุนแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485387

25 ก.ย. 2564

น้ำท่วมรุนแรง “สุโขทัย” “นายกฯ”ปรับเปลี่ยนกำหนดการขยายเพิ่มการลงพื้นที่ติดตามแก้ไขและให้ความช่วยเหลือชาวสุโขทัยได้รับผลกระทบจากพายุเตี้ยนหมู่ อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 64  เวลา 20.00 น.  ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนแปลงกำหนด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในการลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัย ที่จ.สุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียง อย่างกระทันหัน 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกฯ ได้จัดเตรียมกำหนดการให้ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัยในวันพรุ่งนี้ ( 26 ก.ย.64 )  

ตามกำหนดการเดิม ในช่วงเวลา 10.20 น.  นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอศรีสำโรง ณ วัดบ้านซ่าน ตำบลบ้านซ่าน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

แต่เนื่องจากผลกระทบจาก“พายุเตี้ยนหมู่” ส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆของจ.สุโขทัยด้วย   สำนักเลขาธิการนายกฯ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแปลงกำหนดการขยายพื้นที่ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีสามารถติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด 

สำหรับกำหนดการที่ปรับปรุงใหม่ ระบุว่า  เวลา 08.30 น.   นายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

ด่วน "นายกฯ" เปลี่ยนกำหนดการขยายพื้นที่ช่วยเหลือสุโขทัยจากน้ำท่วมรุนแรงด่วน “นายกฯ” เปลี่ยนกำหนดการขยายพื้นที่ช่วยเหลือสุโขทัยจากน้ำท่วมรุนแรง

เวลา 10.15 น. นายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ ที่ 8 ตำบลวังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

จากนั้น 11.20 น.  นายกรัฐมนตรี ติดตามสถานการณ์อุทกภัย และการดูแลประชาชน ณ วัดบ้านซ่าน ตำบลบ้านซ่าน อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย

เวลา 14.00 น.   นายกรัฐมนตรี และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม  เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมต้อนรับนายกฯและคณะขณะนี้เราเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ได้ตระเวนสำรวจความเสียหายไว้หลายพื้นที่ พื้นที่ที่น้ำไม่ท่วมเราจะใช้เป็นที่บรรยายรายงานสรุปภาพรวม

สภาพภายในบ้านพัก นายสมศักดิ์  เทพสุทิน  รมว.ยุติธรรม จ.สุโขทัย สภาพภายในบ้านพัก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม จ.สุโขทัย

ซึ่งเครื่องบินที่นายกฯเดินทางมาน่าจะเห็นถึงพื้นที่น้ำท่วม และอาจจะบินสำรวจดู เพราะการดูจากทางอากาศน่าจะเห็นได้ชัดเจนและง่ายกว่า ส่วนเส้นทางรถยนต์ คงจะดูในพื้นที่ใกล้ ๆ แอ่งกระทะ ให้นายกฯได้เห็นภาพ และจะมีจินตนาการในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “น้ำท่วมสุโขทัย” ในปีนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ที่แม่น้ำยมจะไหลลงมาจากทางจ.แพร่ ท่วมไม่นานจะลด แต่คราวนี้เป็นน้ำป่าที่ไหลมาจากทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือ

ประกอบกับฝนที่ตกลงมาและมวลน้ำจากทางเหนือ ทำให้เกิดน้ำท่วมเสียหายในหลายพื้นที่ เช่น อ.เมือง อ.ศรีสำโรง ที่เป็นพื้นที่ท้องกระทะรับน้ำจากทุกด้าน โดย 3 วันก่อนได้มีการสำรวจความเสียหายพื้นที่การเกษตรกรรมเสียหายประมาณ 140,000 ไร่

โดยขณะนี้เพิ่มขึ้นอีกมาก ค่าเสียหายยังไม่แน่ชัด รวมทั้งความเสียหายจากบ้านเรือนประชาชน คงต้องรอการตรวจเช็คให้แน่นอนเพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาต่อไป 

“ราชกิจจาฯ”ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485380

25 ก.ย. 2564

“ราชกิจจาฯ”” เผยแพร่ประกาศ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายชาญชัย แสวงศักดิ์ เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.64  “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่  พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้ง “นายชาญชัย แสวงศักดิ์” เป็น“ประธานศาลปกครองสูงสุด”

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง นายปิยะ ปะตังทา เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ ตามประกาศลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ นั้น

โดยที่ นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด ต้องพ้นจากตำแหน่งในวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๔ เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ ตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐

คณะกรรมการตุลาการ ศาลปกครองจึงได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือก “นายชาญชัย แสวงศักดิ์” รองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด และได้เสนอชื่อต่อวุฒิสภา

ซึ่งในคราวประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ “นายชาญชัย แสวงศักดิ์” ดำรงตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด

"ราชกิจจาฯ"ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด“ราชกิจจาฯ”ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๕/๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ .ศ . ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง “นายชาญชัย แสวงศักดิ์” รองประธานศาลปกครองสูงสุด เป็น ประธานศาลปกครองสูงสุด

"ราชกิจจาฯ"ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด“ราชกิจจาฯ”ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.ศาลปกครองสูงสุด

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖ ๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“นิพนธ์” ติดตามแก้ไขปัญหา ระบบน้ำ ทั้งจังหวัดสงขลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485257

24 ก.ย. 2564

“นิพนธ์” รมช.มหาดไทย ติดตามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง เขตอ.เมืองสงขลา เร่งประสาน กรมชลประทาน ท้องถิ่น เสนองบประมาณ แก้ไขปัญหาระบบน้ำภาพรวมทั้งจังหวัดสงขลา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา(รองผวจ.สงขลา) นายอำเภอเมืองสงขลา ผอ.โครงการชลประทานสงขลาปภ.สงขลา นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ผู้แทนอบจ.สงขลา ผู้แทนม.ราชภัฏสงขลา ลงพื้นที่สำรวจการวางแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองสงขลา

ได้แก่พื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา และเขตเทศบาลเมืองเขารูปช้าง เพื่อกำจัดสิ่งวัชพืชดินโคลนที่กีดขวางทางน้ำในการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่ภาคใต้ 

โดยการบูรณาการความร่วมมือ ระหว่างจังหวัดสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เทศบาลเมืองเขารูปช้าง

ซึ่งมีการสนับสนุนรถแบ็คโฮ รถบรรทุกขนย้ายวัชพืช เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานราชการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและไม่มีการขอสนับสนุนงบประมาณ

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การปฏิบัติงานร่วมกันในวันนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องน้ำอย่างกรมชลประทาน ปภ. ร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น(อปท.) และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

ซึ่งเป็นพื้นที่มีปัญหาซ้ำซากอย่างมายาวนาน ได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตอำเภอเมืองสงขลา ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งได้สั่งการให้จังหวัดสงขลาและปภ.ให้เป็นหน่วยงานประสานติดตามความคืบหน้าของการจัดหางบประมาณและการแก้ไขปัญหาระบบน้ำทั้งจังหวัด 

“พร้อมทั้ง การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการขุดลอกสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อการระบายน้ำที่ดีขึ้นป้องกันการเอ่อล้นท่วมขังในพื้นที่ ซึ่งต้องเร่งลงมือเพื่อเตรียมรับในช่วงฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนกันยายน- ธันวาคม ของภาคใต้ เพื่อลดผลกระทบของปัญหาอุทกภัยในเขตอำเภอเมืองให้เบาบางลง”นายนิพนธ์ กล่าว

ราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/485244

24 ก.ย. 2564

วอร์มอัพเลือกตั้ง ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ระเบียบ”เลือกตั้ง”สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น แก้ไขเพิ่มเติม บทบาทอำนาจหน้าที่ ผู้อำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่น มีผลบังคับใช้แล้ว

24 ก.ย.64  ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา “ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564

สำหรับระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นฉบับนี้ สาระสำคัญ เป็นการกำหนดบทบาทอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเลือกตั้ง ประจำจังหวัด ประจำท้องถิ่น โดยเป็นการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นเมื่อปี 2562 หลายประเด็นให้สอดคล้องกับบทบัญญัตรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 เพื่อให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ประกอบมาตรา 15 มาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 26 มาตรา 31 มาตรา 37 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 105 มาตรา 110 มาตรา 111 และมาตรา 112 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไว้

อาทิ  ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด” ระหว่างบทนิยาม คำว่า “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” และค าว่า “นายอำเภอ” ในข้อ 4 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 “

“ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด” หมายความว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ”

ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่ง ของข้อ 8 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

 “ข้อ 8 กรณีที่จะต้องดำเนินการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 110 หรือมาตรา 111 หรือ มาตรา 112 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562  ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่นใหม่ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/4 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานประกาศผลการนับคะแนน เลือกตั้ง (ส.ถ./ผ.ถ. 5/8) ”

ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสอง ของข้อ 11 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562  “เมื่อได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตามวรรคหนึ่ง ให้นายอำเภอท้องที่ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งอยู่ ให้การสนับสนุน และอำนวยความสะดวกในการจัดการเลือกตั้ง ตามที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร้องขอ ”

ข้อ 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 11/1 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 “ข้อ 11/1 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

ราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ"เลือกตั้ง"ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้ว

ราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ"เลือกตั้ง"ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้ว

ราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ"เลือกตั้ง"ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ"เลือกตั้ง"ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้ว

ราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ"เลือกตั้ง"ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้ว

ราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ"เลือกตั้ง"ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้วราชกิจจาฯประกาศให้ ระเบียบ”เลือกตั้ง”ท้องถิ่นมีผลบังคับใช้แล้ว

คลิก อ่านระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่นฉบับสมบูรณ์…

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๔