“ผบ.ทอ.” แจงปมดราม่า F-16 โต้ “เมียนมา” ล่าช้า ยอมรับรู้สึกเดือดเหมือนกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520878

01 ก.ค. 2565

"ผบ.ทอ." แจงปมดราม่า F-16 โต้ "เมียนมา" ล่าช้า ยอมรับรู้สึกเดือดเหมือนกัน

“ผบ.ทอ.” แจงปม เครื่องบิน F-16 ตอบโต้ “เมียนมา” ล่าช้า หลังถูกบินล้ำน่านฟ้าไทย ยอมรับรู้สึกเดือดเหมือนกัน พร้อมเตือนอย่าล้ำเขตแดนอีก เผย ผบ.ทอ.เมียนมาขอโทษแล้ว บอกสภาพอากาศไม่ดี

1 มิ.ย.2565 จากกรณีเครื่องบินรบติดอาวุธของทหารเมียนมา บินรุกล้ำเข้ามาน่านฟ้าของไทย บริเวณอำเภอพบพระ จ.ตาก จากนั้นเครื่องบินได้ยิงปืนกลอากาศ และยิงจรวดใส่ฐานของทหารกะเหรี่ยง แล้วเกิดสะเก็ดระเบิด และกระสุนปืนบางส่วนหลุดข้ามชายแดนมาตกบริเวณหมู่บ้านวาเล่ย์เหนือ ส่งผลให้รถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหาย และโรงเรียนบ้านวาเล่ย์ ต้องหยุดเรียนกะทันหัน เนื่องจากเกรงว่าเด็กนักเรียนจะได้รับอันตราย จากนั้น กองทัพอากาศ ของไทย ได้สั่งการให้เครื่องบินขับไล่F-16 จำนวน 2 ลำ ขึ้นบินลาดตะเวน พร้อมสั่งการให้ผู้ช่วยทูตทหารอากาศ ประจำสถานเอกอัครทูต ณ ย่างกุ้ง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อแจ้งเตือนและหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก 
 

พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศพลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ

พลอากาศเอก นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึง กรณีดังกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีประชาชนและแฟนคลับของกองทัพอากาศได้แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งตนก็ได้อ่านและรับฟัง ส่วนใหญ่จะพูดว่าระบบป้องกันทางอากาศของกองทัพอากาศดีหรือไม่ หรือเครื่องบินมีไว้ใช้แค่แสดงในงานวันเด็ก หรือผู้บังคับบัญชาตัดสินใจช้าหรือไม่

ตนอยากชี้แจงว่าการแสดงความคิดเห็นก็มีส่วนที่ถูกต้อง แต่ยืนยันว่าระบบป้องกันทางอากาศของไทยดีมาก ไม่ได้อ่อนด้อยตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเรามีเครื่องบินที่ดี นักบินที่ดี มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ดี รวมถึงผู้บังคับบัญชาก็มีการตัดสินใจที่ดี แต่การตัดสินใจที่ดีบางครั้งไม่ได้วัดจากความรวดเร็ว แต่วัดด้วยความสุขุม รอบคอบ มีหลักเหตุผล คำนึงถึงสถานการณ์เล็กและสถานการณ์ใหญ่ ที่สำคัญเป็นการตัดสินใจพอเหมาะพอควรกับสถานการณ์
 

เพื่อไม่พลาด ข่าวสารต่างๆ คมชัดลึก ไปที่
Website –  www.komchadluek.net
Facebook – https://www.facebook.com/komchadluek
 

"ผบ.ทอ." แจงปมดราม่า F-16 โต้ "เมียนมา" ล่าช้า “ผบ.ทอ.” แจงปมดราม่า F-16 โต้ “เมียนมา” ล่าช้า

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยอมรับด้วยว่า ส่วนตัวรู้สึกเดือดเหมือนกัน และอาจจะเดือดกว่าประชาชนด้วย ทั้งนี้ได้มีการติดต่อกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศเมียนมา ว่าขอให้กำกับดูแลว่าการปฏิบัติการใดๆ ก็แล้วแต่ในเขตของเมียนมา ขออยู่ในขอบเขตของท่าน อย่าได้ล่วงล้ำเข้ามา ซึ่งตนก็ได้รับทราบคำขอโทษ และชี้แจงเหตุผลว่า เมื่อ 30 มิ.ย. 65 สภาพอากาศไม่ค่อยดี และเป็นการเกิดขึ้นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่ผ่านมาก็ได้มีการระมัดระวัง ซึ่งจากสภาพอากาศที่เกิดขึ้น ตัวนักบินมองลงมาก็แทบไม่รู้ว่าได้ผ่านรุกล้ำเขตบ้านของคนอื่น

ทร.แจง อากาศยานไร้คนขับ หรือ “UAV4000ล้าน” เพื่อความมั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520858

01 ก.ค. 2565

ทร.แจง อากาศยานไร้คนขับ หรือ "UAV4000ล้าน" เพื่อความมั่นคง

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงผลการคัดเลือกแบบอากาศยานไร้คนขับ หรือ “UAV4000ล้าน” ในโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับ ประจำฐานบินชายฝั่งกองทัพเรือ

พลเรือโทปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงผลการคัดเลือกแบบอากาศยานไร้คนขับ  หรือ UAV ประจำฐานบินชายฝั่ง กองทัพเรือ   โดยวิธีคัดเลือก ซึ่งบริษัทที่รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท Elbit Systems Ltd. รัฐอิสราเอล เสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 120 ล้าน  ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 4,004,652,000.00 บาท (สี่พันสี่ล้านหกแสนห้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) โดยเป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว จนกระทั่งส่งมอบงาน ณ กองการบินทหารเรือ อำเภอบ้านฉาง  จังหวัดระยอง หรือพื้นที่ที่กองทัพเรือได้กำหนดไว้ตามประกาศ


สำหรับขั้นตอนต่อไปอยู่ในระหว่างการจัดทำร่างสัญญา โดยคณะกรรมการร่างสัญญาเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากผู้บัญชาการทหารเรือ หลังจากนั้นจะเป็นขั้นการลงนามระหว่างคู่สัญญา คือ กองทัพเรือ บริษัท  Elbit Systems Ltd. และคณะกรรมการความร่วมมือการป้องกันการทุจริตหรือ ค.ป.ท. ลงนามร่วมกัน 3 ฝ่าย  

โฆษกกองทัพเรือ ยืนยันว่า กองทัพเรือ ยังคงเดินหน้าพัฒนากองทัพเรือให้มีความทันสมัย  เข็มแข็ง สามารถปฎิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัยให้กับประชาชนและประเทศชาติ โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ  

UAV = Unmanned Aerial Vehicle หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เครื่องบินไร้คนขับ , อากาศยานไร้คนขับ  จะเน้นไปทางภารกิจด้านกองทัพ แต่ตอนนี้ครอบคลุมไปถึงสื่อมวลชน และกลุ่มผู้จัดงาน ด้วย  แตกต่างจากขีปนาวุธ โดยขีปนาวุธจะใช้เป็นอาวุธโจมตีตามเป้าหมายอย่างเดียวแล้วจบ แต่ UAV อากาศยานบังคับนี้ สามารถนำมาใช้ใหม่ได้

ในต่างประเทศนั้นยุคแรกจะเป็นเครื่องบินแบบไร้คนขับ บังคับโดยการควบคุมจากระยะไกล มีขนาดใหญ่ ใช้ในกองทัพ ที่เรียกว่าเครื่องบินสอดแนม  แต่ปัจจุบันนี้มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่ออกแบบในลักษณะเครื่องบินวิทยุบังคับ


ประโยชน์และรูปแบบการใช้งาน ของ UAV ประยุกต์ได้หลากหลาย เช่นตรวจจับองค์ประกอบในอากาศ  , ใช้ในการขนส่ง , ใช้ในการโจมตีทางอากาศ , ใช้ในการถ่ายภาพมุมสูง ดูสภาพจราจร ช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งในต่างประเทศก็ใช้กันอย่างแพร่หลายทีเดียว

“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศให้ “พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์” เป็นคนไร้ความสามารถ

01 ก.ค. 2565

"ราชกิจจานุเบกษา" ประกาศให้ "พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์" เป็นคนไร้ความสามารถ

“ราชกิจจานุเบกษา” ออกประกาศ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้อดีต ปลัดกระทรวงกลาโหม “พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์” เป็นคนไร้ความสามารถ

“ราชกิจจานุเบกษา” เผยแพร่ประกาศ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง (สาขามีนบุรี) เรื่อง ศาลมีคําสั่งให้ พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของ พล.ต.พจน์ เอมพันธุ์ คดีแพ่งหมายเลขดําที่ ยชพ 144/2564 คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ยชพ 283/2564

โดยประกาศ ราชกิจจานุเบกษา ฉบับดังกล่าวระบุว่า ด้วย พล.ต.พจน์ เอมพันธุ์ ผู้ร้อง ยื่นคําร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคําสั่งให้ พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง
 

พิเคราะห์พยานหลักฐานของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า อาการของ พล.อ.ไพบูลย์ เข้าลักษณะ บุคคลวิกลจริต ผู้ร้องเป็นบุตรของพล.อ.ไพบูลย์ และเป็นผู้ดูแล พล.อ.ไพบูลย์ มาโดยตลอด จึงเห็นสมควรให้ผู้ร้องเป็นผู้อนุบาล จึงมีคําสั่งว่า พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของ พล.ต.พจน์ เอมพันธุ์ ผู้ร้อง ทั้งนี้ ประกาศ ณ วันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2565 ลงนามโดย วรพจน์ เวียงจันทร์ ผู้พิพากษา

ติดตามข่าวสาร คมชัดลึก อื่นๆ ได้ที่
Facebook – https://www.facebook.com/komchadluek
LineToday – https://today.line.me/th/v2/publisher/100057
 

ทั้งนี้ สำหรับ พล.อ.ไพบูลย์ เอมพันธุ์ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม คนที่ 42 เคยดำรงตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2538 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2539 และ เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ปี 2535
 

ประกาศ ราชกิจจานุเบกษาประกาศ ราชกิจจานุเบกษา

“โควิด” จบแล้ว “ก้าวไกล” ถาม จะมี “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ไว้ทำไม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520730

30 มิ.ย. 2565

"โควิด" จบแล้ว "ก้าวไกล" ถาม จะมี "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ไว้ทำไม

พรรค “ก้าวไกล” ตั้ง “กระทู้ถามสด” จะมี “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ไว้ทำไม ทั้งที่ กำลังจะประกาศให้ โควิด เป็นโรคประจำถิ่น

รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อกรณีที่ยังคงประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมโรคหรือการระบาดของโควิด 19 เอาไว้ แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงอย่างมากและเตรียมเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน

"โควิด" จบแล้ว "ก้าวไกล" ถาม จะมี "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" ไว้ทำไม

รังสิมันต์ ได้ถามคำถามในช่วงแรกว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอันเนื่องมาจาก โควิด 19 ประกาศใช้อย่างต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 2 ปี ต่ออายุมาแล้ว 18 ครั้ง จนคนนึกว่าเป็นกฎหมายปกติที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงมีข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่า คงไว้เพื่อดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างเข้มข้น คำถามข้อแรกจึงอยากขอข้อมูลว่าตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมา ครั้งไหนเป็นต้นเหตุการระบาดของโควิดบ้าง ข้อสอง เมื่อโควิดเป็นโรคประจำถิ่นรัฐบาลมีความจำเป็นอะไร ที่ยังต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำไมไม่ใช้ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ.

พล.อ.ชัยชาญ ตอบคำถามว่า เนื่องจากโควิด 19 เป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จึงต้องคงไว้เพื่อบูรณาการการทำงานของส่วนงานต่างๆได้ทัน ปัจจุบันได้ดำเนินการจนสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลงไป แต่ก็ยังมีรายงานการระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ฝ่ายสาธารณสุขยังคงมีความกังวลว่าจะมีการระบาดกลุ่มก้อนใหม่จึงต้องมีความรวดเร็วในการ
บูรณาการการทำงาน ทุกส่วนงานไม่ว่าการแพทย์หรือเศรษฐกิจสำหรับคำถามว่ามีข้อมูลพบการระบาดจากการชุมนุมหรือไม่ มีข้อมูลที่สามารถพบได้บนหน้าสื่อ เรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ เป็นเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณา

ส่วนจะเลิกประกาศตาม  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในช่วงที่ ศบค.กำลังติดตามและประเมินสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศและอยู่ในการพิจารณาที่ต้องคำนึงถึงสาธารณสุขเป็นหลัก

วิษณุยัน ช่อดอก “กัญชา” ยังเป็น “ยาเสพติด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520720

30 มิ.ย. 2565

วิษณุยัน ช่อดอก "กัญชา" ยังเป็น "ยาเสพติด"

ช่อดอก “กัญชา ยังถือเป็น “ยาเสพติด” รองนายกฯวิษณุ เครืองาม สงสัย เจ้าหน้าที่เห็นวางขาย ทำไมไม่จับ กฎหมายปปส.ก็มี

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการตั้งโต๊ะขายกัญชาไม่ถูกต้อง เพราะช่อ-ดอก ต้องจับกุม ตามที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามจับเท่าที่จับได้ ไม่ให้กระทบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และนำกฎระเบียบออกมาเพื่อช่วยในการจัดระเบียบ เพราะเป้าหมาย คือรอพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา ที่อยู่ในสภา ต้องเร่งไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับของใครก็ตาม เพื่อบังคับใช้ แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ มีหลายประเทศที่ยังไม่ยอมรับ ดังนั้นการที่จะเอาสารกัญชาไปผสมในสิ่งต่างๆ เช่น อาหาร ขนม คุกกี้ แล้วนำติดตัวเดินทางไปต่างประเทศ ก็จะเป็นปัญหาเกิดขึ้นได้ ให้จับกุม ซึ่งถ้าหากเป็นใบ-ยอด จับยาก เพราะไม่มีเครื่องมือที่จะใช้ตรวจ ตอนนี้จึงใช้วิธีผ่อนสั้นผ่อนยาวไปก่อน แต่พอถึงเวลาหนึ่งก็ต้องตัดสินใจว่าจะใช้มาตรการอะไร หากเรื่องบานปลายและกฎหมายออกล่าช้า

วิษณุยัน ช่อดอก "กัญชา" ยังเป็น "ยาเสพติด"

ในฐานะที่เป็นประธานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)ตอบลำบากว่าเห็นด้วยกับนโยบายนี้หรือไม่  ต้องถามกระทรวงสาธารณสุข จะตอบได้ดีที่สุด  ส่วนชาวต่างชาติจะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาในประเทศไทย สามารถทำได้ แต่ต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยนำออกไปนอกประเทศ เพราะบางประเทศยังไม่ยอมรับเรื่องดังกล่าว ดังนั้นตอนนี้หากจะมีการใช้สิ่งของที่มีส่วนผสมของกัญชา จะต้องมีการเขียนติดเอาไว้ว่ามีส่วนผสมของกัญชาและมีปริมาณเท่าไหร่ เพราะในต่างประเทศจะดูตรงนี้เป็นหลัก

ส่วนที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกาศไม่ให้นำอะไรที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาในบริเวณสภาโดยเด็ดขาดนั้น เป็นการกันไว้ก่อน  สภาเป็นคนผ่านกฎหมาย แต่ตอนนี้กฎหมายยังไม่ได้ออกมาบังคับใช้ จึงประกาศให้คุมแบบนี้ไปก่อนก็ได้ กฎหมายออกมาแล้วค่อยว่ากันตามกฎหมาย

“ขายกัญชา” ริม “ถนนข้าวสาร” “ชัชชาติ” รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520707

30 มิ.ย. 2565

"ขายกัญชา" ริม "ถนนข้าวสาร"  "ชัชชาติ" รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

ใจเย็นนะวัยรุ่น “ขายกัญชา” ริม ถนนข้าวสาร” ขอ กรรมาธิการพิจารณากฎหมายให้เสร็จก่อน ใช้สันทนาการ ต้องควบคุมเข้ม

ศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. กล่าวถึงกรณีที่มีการซื้อขายกัญชาอย่างโจ่งแจ้ง ที่บริเวณถนนข้าวสาร ว่าเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดขึ้นวันนี้การขายแบบเปิดเป็นร้านค้า เป็นอาคาร เป็นสัดส่วน  และมีส่วนของพ่อค้าหาบเร่ที่ตั้งโต๊ะขายแต่ทั้งหมดทั้งปวงเมื่อกฎหมายออกมาสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เพราะการที่ใครจะนำสินค้าเกี่ยวกับกัญชามาขายต้องมีการขออนุญาตทั้งสิ้น พร้อมยอมรับว่าช่วงนี้เป็นสูญญากาศที่ควบคุมได้ระดับหนึ่ง ซึ่งต้องประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม ให้ช่วยสอดส่อง ถนนข้าวสารว่ามีการจำหน่ายหรือไม่และจะต้องไม่จำหน่ายให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงคนท้องและคนให้นมบุตรด้วย รวมถึงสน.อื่นๆให้ช่วยสอดส่อง

"ขายกัญชา" ริม "ถนนข้าวสาร"  "ชัชชาติ" รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

ทั้งนี้ส่วนตัวจะหาเวลาพื้นที่เพื่อดูข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ว่ามีการขายกัญชาให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีจริงหรือไม่ หากมีขึ้นจริงก็จะจัดการดำเนินคดี ซึ่งมีโทษทางอาญา พร้อมเปรียบเทียบกับต่างประเทศก็มีลักษณะปัญหาเช่นเดียวกันสิ่งที่อยู่ใต้ดิน เมื่อขึ้นมาอยู่บนดิน ก็มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ในที่สุดมันจะค่อยๆคลี่คลาย พร้อมฝากสังคม ประชาชน ครอบครัวจะต้องช่วยดูแลเพื่อให้ผ่านช่วงระยะเวลานี้ไปให้ได้ ตนไม่อยากให้กัญชาที่มีประโยชน์อย่างยิ่งจะต้องมาสะดุดและทำให้เราไม่สามารถนำสิ่งที่มีประโยชน์มาใช้ทางการแพทย์และการเศรษฐกิจของประเทศ

ร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณาอยู่นั้นยังยึคงดหลักสำคัญก็คือกฎหมายนี้ให้นำกัญชามาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และในทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ครอบคลุมหรือกำหนดให้มีเรื่องของนันทนาการ หรือเป็นการเสพหรือขายกัญชาในที่สาธารณะ แต่ต้องเข้าใจว่าขณะนี้กฎหมายอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้คาดว่าจะดำเนินการร่างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นกรกฎาคมนี้และประมาณต้นสิงหาคมจะเสนอร่างที่พิจารณาแล้วเสร็จของคณะกรรมาธิการเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งเรื่องร่างพระราชบัญญัตินี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เสนอมาเพื่อให้กฎหมายเป็นประโยชน์มากที่สุด นำเอาปัญหาที่มีอยู่ขณะนี้มาบรรจุใส่ในราชพระราชบัญญัติเพื่อกำหนดแนวป้องกันให้กับสังคมให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

ชัชชาติ ชี้ ขายกัญชาเสรี ประเทศไทย ยังไม่พร้อมขนาดนั้น

"ขายกัญชา" ริม "ถนนข้าวสาร"  "ชัชชาติ" รับไม่ได้ แต่ ศุภชัย บอกคิดไว้แล้ว

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.ยอมรับว่า รู้สึกกังวลกับภาพการตั้งโต๊ะขายกัญชาริมถนนจะกระทบต่อภาพรวมของสังคม เพราะเอกราชฑูตรัสเซีย ยังกังวลว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียจะซื้อสินค้ากัญชาจากไทยกลับประเทศ ซึ่งจะมีความผิดตามกฎหมายของรัสเซีย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงออกมาชี้แจงกับสังคมเข้าใจชัดเจน เพราะกทม.เป็นผู้ปฏิบัติ ซึ่งการเปิดเสรีกัญชาในไทย วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่ใช่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่อยากเห็นภาพการขายกัญชามวนริมถนน ไม่ว่าจะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย เพราะประเทศไทยไม่น่าจะพร้อมขนาดนั้น

“ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเชียว” “ชัชชาติ” แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520694

30 มิ.ย. 2565

"ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเชียว" "ชัชชาติ" แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ซัด รัฐบาล ลอยตัวหนีปัญหา “ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว” ชี้ “ชัชชาติ” แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

"ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเชียว" "ชัชชาติ" แก้ปัญหาคนเดียวไม่ได้

จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณี ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวของ กทม.ว่ารัฐบาลก็ไม่ควรโยนเผือกร้อนให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปแก้ไขปัญหาเพียงคนเดียว นายกรัฐมนตรีอย่าลอยตัว โปรดลงมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจังที่ผ่านมามีประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหา ก็บอยคอร์ดไม่เข้าประชุม ครม.แทนที่จะเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้สมกับที่ประชาชนเลือกมา กลับปล่อยเรื่องนี้ให้คนอื่นไปแก้ไข เพราะไม่ว่าจะแก้ไขออกมาอย่างไรก็โดนตำหนิ

รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมน่าจะมีปัญหา อย่างกรณีล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีนบุรี บางขุนนนท์ ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทัน และคาดว่าจะล่าช้าไม่น้อยกว่า 2 ปีทำให้ประเทศไทยเสียหาย ตามที่สภาพัฒนฯแจ้งไว้ 40,000 กว่าล้านบาทก็ยังไม่เห็นมีใครรับผิดชอบใดๆ โดยวันจันทร์นี้จะคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบที่จะพิจารณาคดีรถไฟฟ้าสีส้มดังกล่าว

จิรายุ กล่าวอีกว่ารถไฟฟ้าสายสีเขียววิ่งยาวมาก วิ่งจากคูคตปทุมธานีไปจนถึงบางปูสมุทรปราการเกือบ 50 สถานีมีจุดกึ่งกลางอยู่ที่สยามสแควร์  จากสถิติ มีจำนวนน้อยที่ใช้บริการวิ่งตั้งแต่บางปูสมุทรปราการไปลงคูคตปทุมธานี เพราะนั่งผ่าเมืองใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง   แต่หากจะนั่งยาว 50 สถานี ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเฉลี่ย สถานีละ 1 บาท 15 สตางค์ก็ประมาณ 60 บาทตลอดสาย ถูกกว่า นั่งรถเมล์หลายต่อ ถูกกว่าแท็กซี่กว่า 200 บาท ถูกว่าแกร็ปเกือบ300บาท แต่หากนั่งแค่ไม่กี่สถานีราคา ก็ควรจะเบาๆ 15-30บาทได้ ตนจึงขอฝากไปยัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. ไปให้สุด ทำเพื่อคนกรุงเทพให้เต็มที่ เพราะที่ผ่านมา หาก รัฐบาลแก้ไขปัญหา ไปก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

” นายกรัฐมนตรี” เห็นความหวัง “เชียงใหม่” เมืองต้นแบบ “เศรษฐกิจดิจิทัล”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520691

30 มิ.ย. 2565

" นายกรัฐมนตรี" เห็นความหวัง "เชียงใหม่" เมืองต้นแบบ "เศรษฐกิจดิจิทัล"

พลเอก “ประยุทธ์” ชื่นชม “เชียงใหม่” เป็นต้นแบบพัฒนา “เศรษฐกิจดิจิทัล” เดินหน้าเมืองศูนย์กลางความก้าวหน้าในส่วนภูมิภาค

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสเล่าเรื่องการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการทำงานตามนโยบายรัฐบาลในเฟสบุ๊ค มีเนื้อหาระบุว่าสัมผัสได้ถึงความเป็นมืออาชีพ ความมุ่งมั่น และร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วน ที่ได้บูรณาการกันสร้างความเข้มแข็งในทุกๆ กิจกรรม และทุกระดับอย่างน่าชื่นชม ยกตัวอย่างเช่น

1. โครงการชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร โดยสถานีตำรวจภูธรสารภี
2. การยกระดับระบบการบริหารและบริการสาธารณะ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ของเทศบาลเมืองแม่เหียะ ที่ได้รับการรับรองเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Maehia Municipality to Smart City) จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน มีแนวโน้มการขยายตัวของเมืองอีกมาก ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญๆ ที่คาดว่าจะเสริมศักยภาพของเมืองได้ ในอนาคตได้อีก 20 ปีข้างหน้า

" นายกรัฐมนตรี" เห็นความหวัง "เชียงใหม่" เมืองต้นแบบ "เศรษฐกิจดิจิทัล"

นายกรัฐมนตรีระบุว่าจากที่มีโอกาสเข้าร่วมงาน FTI Expo 2022 – Shaping the Future Industry ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมระดมพลัง เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมของประเทศ เห็นว่าหากทุกภาคส่วนมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน ก็จะยิ่งทำให้เกิดพลังในการทำงานทุกระดับ

โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งในครั้งนี้ผมได้ติดตามการเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนด้านดิจิทัล เพื่อรองรับการสร้างความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองในอนาคต โดยได้ไปเยี่ยมชมการดำเนินกิจการของโรงเรียนวัดเวฬุวัน (สารภีชนานุกูล) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนนำร่อง ที่จะพัฒนาไปสู่ “ศูนย์การเรียนรู้” แห่งศตวรรษที่ 21 โดยเน้นทักษะดิจิทัล ด้าน Coding, STEM, IoT และ AI รวมทั้ง Metaverse เป็นการสร้างรากฐานของสังคมไทย ให้พร้อมเติบโตไปสู่ “สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล” ในที่สุด ปัจจุบันมีการผนึกกำลังพันธมิตรภาคการศึกษา สามารถพัฒนาครู 4,700 คน และมีนักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 387,000 คน

จากความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ ที่ได้มาพบเห็น ทำให้รู้สึกยินดีและเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ว่ามีความพร้อมที่จะปรับตัวและเปลี่ยนผ่านท่ามกลาง “สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลก” ได้เป็นอย่างดี เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้วางไว้ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดต้นแบบศูนย์กลางความก้าวหน้าในส่วนภูมิภาค ที่มีศักยภาพสูง ทั้งบุคลากร ต้นทุนทางวัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมที่จะพลิกโฉมเป็นเมืองอัจฉริยะ ฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดและภูมิภาครับการเปิดประเทศได้อย่างแน่นอน

“ชัชชาติ”รับ5ข้อเสนอสภาองค์กรผู้บริโภคเล็งเจรจา “บีทีเอส”ฟื้นตั๋วเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520668

29 มิ.ย. 2565

"ชัชชาติ"รับ5ข้อเสนอสภาองค์กรผู้บริโภคเล็งเจรจา "บีทีเอส"ฟื้นตั๋วเดือน

“ชัชชาติ”รับข้อเสนอ 5ข้อ สภาองค์กรผู้บริโภค สะท้อนปัญหาราคารถไฟฟ้า ชี้ ต้องเก็บเงินส่วนต่อขยายระยะสั้น ส่วนราคารวมตลอดทั้งสาย 44 หรือ 59บาท ยังไม่สรุป เล็งเจรจา”บีทีเอส” ฟื้นตั๋วเดือน-ตั๋วนักเรียน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “ผู้ว่าฯกทม.” เดินทางเข้าหารือร่วมกับ สภาองค์กรของผู้บริโภค โดย น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ถึงประเด็นราคาค่ารถไฟฟ้า โดยใช้เวลาการหารือนานกว่า 30 นาที จากนั้นได้รับหนังสือข้อเสนอแนะจากสภาองค์กรของผู้บริโภค

โดยนางสาวสารี ยอมรับว่า การพบ ผู้ว่าฯกทม.วันนี้ เพื่อต้องการให้ กทม.รับฟังปัญหาของผู้บริโภค ที่คนกรุงเทพมหานคร มีความยากลำบากในการใช้บริการรถไฟฟ้า โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาค่าโดยสารแพง

โดยได้ยื่นข้อเสนอ 5ข้อ คือ

  • 1.ขอให้ยกเลิกราคา 59บาท เพราจะทำให้เกิดเพดานราคาสูง ทำให้คนไม่สามารถใช้ได้ทุกวัน ซึ่งถ้าให้เป็นราคาตลอดสายคือ อาจจะทำให้ส่งผลต่อการเข้าถึงการใช้บริการของผู้บริโภาค
  • 2.ขอให้กรุงเทพมหานครเก็บค่าโดยสาร 44 บาทตลอดสาย ทั้ง 2 ฝั่งของส่วนต่อขยาย เพื่อดูแลบริษัทรับสัมปทาน คือ บีทีเอส ด้วย และเพื่อเป็นต้นแบบให้กับรถไฟฟ้าสายอื่นต่อไป เพราะไม่มีประเทศไหนที่คิดค่าบริการประชาชนเท่ากับเงินที่ลงทุนไป เพื่อให้เป็นมิตรกับผู้บริโภคที่จะสามารถใช้บริการได้ แต่รัฐบาลจะต้องเข้ามาสนับสนุนค่าบริการบางส่วน
  • 3.ขอให้มีการแก้ไขสัญญาการเดินรถที่ต่อสัญญาเกินไปถึงปี 2585 ซึ่งเป็นการทำสัญญาเกิน สัญญาสัมปทาน เพราะสัมปทานจะหมดในปี 2572 จึงขอให้หาทางแก้ปัญหานี้ หากยกเลิกการเดินรถที่เกินสัญญาสัมปทานได้ เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคมีราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น
  • 4.สนับสนุนให้กรุงเทพมหานคร ไม่ต่อสัญญาสัมปทาน และ ขอให้ใช้วิธีการประมูลแข่งขันการทำสัญญากับเอกชน
  • 5.เสนอว่าหลังหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ราคาค่าบริการควรอยู่ที่ 25 บาท และ ขอให้มีการมีตั๋วรายเดือน ตั๋วนักเรียน พร้อมเปิดเผยสัญญาสัมปทานใหม่

นางสาวสารี เสนอว่า หลังหมดสัญญาสัมปทานให้ใช้ราคา25บาท ซึ่งเชื่อว่าราคานี้ทำได้จริง แต่ก่อนหมดสัญญา

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. รับ 5 ข้อเสนอสภาองค์กรของผู้บริโภคชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. รับ 5 ข้อเสนอสภาองค์กรของผู้บริโภค

ด้าน นายชัชชาติ กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอทั้ง5ข้อนั้น เรื่องเรื่องเงิน 59บาท กับ 44บาท มีส่วนต่อขยายที่ไม่ได้เก็บเงิน จะลองทำตัวเลขกรอบราคา44บาทว่าต้องชดเชยเงินเท่าไร และถ้า59บาทต้องชดเชยเงินเท่าไร แล้วจะนำมาให้สภาผู้บริโภคฯพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งการกำหนดราคา 59 บาท เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ตามข้อเสนอแนะของทีดีอาร์ไอ ซึ่งปัจจุบันการให้บริการรถไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนที่เป็นไข่แดงเดิม ก็คิดราคา 44 บาทอยู่แล้ว หากคิดราคาตลอดสาย รวมส่วนต่อขยาย ในราคา 44 บาทเท่าเดิม การวิ่งส่วนต่อขยายส่วนที่ 1-2 เท่ากับ กทม.ไม่ได้เงินเลย ดังนั้นต้องไปดูความเป็นไปได้ ว่าจะต้องจ่ายเงินชดเชยเท่าไหร่ และต้องไปเปรียบเทียบกับค่าโดยสารสายอื่นด้วย

ส่วนการเปิดเผยสัญญาสัมปทานนั้น ในข้อสัญญามีข้อตกลงว่า ห้ามเปิดเผย ดังนั้นต้องดูข้อกฎหมายว่าจะเปิดได้หรือไม่อีกที

ซึ่งวันนี้เป็นการรับข้อเสนอ ส่วนตัวถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และจะต้องดูให้สมดุล มีทั้งคนที่ใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส และไม่ใช้บีทีเอสซึ่งจะต้องดำเนินการส่วนนี้ด้วย

ทั้งนี้สัญญาว่าจ้างเดินรถที่เซ็นไว้แล้ว จากปี 2572 ไปสิ้นสุดปี 2585 คือปัญหาหลัก ทำให้ขยับตัวในการตัดสินใจของกรุงเทพมหานครยาก เพราะมีการเซ็นต์สัญญาไปแล้ว และค่าใช้จ่ายกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ต้องไปดูว่าทำอย่างไรให้สัญญาการจ้างเดินรถไม่ต้องถึงปี 2585 และหากได้กลับมาหมดสัญญาสัมปทานปี 2572 ก็จะทำให้เกิดการประมูลใหม่มีการแข่งขันที่เป็นธรรมขึ้น

ส่วนประเด็นภาระหนี้ที่กรุงเทพมหานคร ยังติดค้างจ่ายเอกชนค่าจ้างเดินรถ และหน่วยงานรัฐ จากหนี้โครงสร้างพื้นฐาน นายชัชชาติ ยืนยันว่า หากจะต้องจ่ายก็จะต้องมีความชัดเจน ว่าหนี้ที่มีนั้น ที่มาที่ไปของภาระหนี้ที่เกิดขึ้น ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่โดยเฉพาะจากเอกชน และจะต้องมาพิจารณาดูด้วยว่าเงินที่จะนำมาชำระ จะมาจากแหล่งเงินกู้ใด ซึ่งหากกู้เงินจากหน่วยงานรัฐ ดอกเบี้ยก็จะถูกกว่าเอกชน และส่วนใดที่รัฐบาลจะเข้ามาสนับสนุน กรุงเทพมหานคร(กทม.)

กลุ่ม “เยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ”ขอ “ราชฑัณฑ์” คืนสิทธิประกันให้ผู้ต้องขัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/520588

29 มิ.ย. 2565

กลุ่ม "เยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ"ขอ "ราชฑัณฑ์"  คืนสิทธิประกันให้ผู้ต้องขัง

กลุ่ม “เยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ” ขอก้าวไกล ช่วยตรจสอบความโปร่่งใสกรม “ราชทัณฑ์” “ขอคืนสิทธิประกันตัว” ให้ผู้ต้องขังทางการเมือง

กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ยื่นหนังสือผ่าน ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ และ ส.ส.ก้าวไกล ร่วมตรวจสอบความโปร่งใสของกรมราชทัณฑ์ หลังเกิดกรณีนักกิจกรรมพยายามฆ่าตัวตายเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมจี้คืนสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องขัง

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รับหนังสือจาก กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ที่มาเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกรมราชทัณฑ์และกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในเรือนจำในกรณีต่างๆ

ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการภายในวันนี้

กลุ่ม "เยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ"ขอ "ราชฑัณฑ์"  คืนสิทธิประกันให้ผู้ต้องขัง

 เหตุการณ์ทำร้ายตัวเองของนักกิจกรรมทางการเมืองมีลักษณะปิดข่าวจากกรมราชทัณฑ์ โดยเหตุการณ์เกิดตั้งแต่วันศุกร์ แต่โลกภายนอกกว่าจะรู้เรื่องคือวันจันทร์ หากเกิดรุนแรงมากกว่านี้ ใครจะสามารถช่วยได้ทัน จึงขอให้กรมราชทัณฑ์และกระบวนการยุติธรรมทบทวนแนวทาง เรื่องการกำหนดคนเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์สามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมามีการใช้ข้ออ้างเรื่องโควิดในการจำกัดการเข้าเยี่ยม ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายและกำลังกลายเป็นโรคประจำถิ่น กฎเกณฑ์จึงควรผ่อนคลายได้ อย่าให้โลกประนามไปมากกว่านี้ว่า ประเทศไทยมีการนำกฎหมายอาญา ม.112 และระเบียบเรือนจำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องมือจัดการนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้เห็นต่าง

กลุ่ม "เยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ"ขอ "ราชฑัณฑ์"  คืนสิทธิประกันให้ผู้ต้องขัง

ด้าน กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ นำโดย ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน อดีตผู้ต้องขังในเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลาง เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ที่ถูกฝากขังรอการพิจารณาคดีนานที่สุดคนหนึ่ง การยื่นหนังต่อ ส.ส.อมรัตน์ เป็นความหวังของพวกเราชาวคุกทุกคน เพื่อนำไปสู่การเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานในเรือนจำและขอคืนสิทธิการประกันตัวของผู้ต้องขัง

กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ยังสะท้อนถึงมาตรการของกรมราชทัณฑ์ว่า การจำกัดสิทธิเข้าเยี่ยมทำให้เกิดความเครียด ซึ่งกรณีของนักกิจกรรมที่พยายามทำร้ายตัวเองด้วยการกินยาพาราฯ 60 เม็ด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้รับข่าวล่าช้า ผู้ถูกคุมขังได้มีการกรีดแขน กินยาผ่านมาแล้ว 2-3 วัน แต่ไม่มีการแจ้งญาติเลย จึงมีข้อสงสัยถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าพยายามปกปิดความจริงหรือไม่

อีกประการคือ หลายคนมีข้อสงสัยต่อกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ชั้นสืบสวน ชั้นศาลและการฝากขัง ซึ่งทางกลุ่มได้นำคลิปเสียงของเจ้าหน้าที่ที่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขังมามอบให้ทางสภาสำหรับการพิจารณาและตรวจสอบต่อไป