“อุ๊งอิ๊ง” จุดกระแสดับกระสุน ปั้นดาวรุ่งทิ้งดาวโรย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538064

ขุนน้ำหมึก

06 ธ.ค. 2565

“อุ๊งอิ๊ง” จุดกระแสดับกระสุน ปั้นดาวรุ่งทิ้งดาวโรย

พ่อคิดลูกทำ “อุ๊งอิ๊ง” คิกออฟแคมเปญ คิดใหญ่ ทำเป็น ตามรอยโมเดล ทรท. วางยุทธศาสตร์กระแสดับกระสุน คนบ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านชินวัตร คุมเกมทุกภาค

พร้อมแล้ว “อุ๊งอิ๊ง” คิกออฟแคมเปญ คิดใหญ่ ทำเป็น ตามรอยโมเดล ทรท. จัดทัพคนรุ่นใหม่ วางยุทธศาสตร์กระแสดับกระสุน 

เบื้องหลัง “อุ๊งอิ๊ง” คนบ้านจันทร์ส่องหล้า คนสายชินวัตร ยังคุมเกมทั่วทุกภาค การันตีพรรคต้นขั้วจัดตั้งรัฐบาล ปิดฉาก ป.ประยุทธ์

วันที่ 6 ธ.ค.2565 พรรคเพื่อไทย จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2565 ภายใต้ชื่องาน ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน Thinks Big, Act Smart, For All Thais’ โดยแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมจะแสดงวิสัยทัศน์ ความพร้อม และอนาคตของประเทศไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า


ที่แน่ ๆ ไม่มีการเปิดตัวว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ทั้งอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร และเสี่ยนิด-เศรษฐา ทวีสิน

ส่วนการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ก็ดำเนินการไปเกือบครบทุกภาค และมีข้อสังเกตว่า มีคนหน้าใหม่เข้ามาสวมเสื้อเพื่อไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. , ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง

ดูเหมือนว่า คนดูไบจะไม่กังวลเรื่อง ส.ส.บ้านใหญ่ เพราะมั่นใจว่า แคมเปญคิดใหญ่ ทำเป็น จะจุดติด เมื่อกระแสแลนด์สไลด์มาแล้ว ต่อให้มีกระสุนมากมายแค่ไหน ก็เจาะไม่เข้า

 อุ๊งอิ๊ง เปิดแคมเปญคิดใหญ่ ทำใหญ่ อุ๊งอิ๊ง เปิดแคมเปญคิดใหญ่ ทำใหญ่

‘ปั้นดาวรุ่งรุ่นใหม่’

เพื่อไทยยุค “อุ๊งอิ๊ง” งัดแคมเปญคิดใหญ่ ทำเป็น เหมือนจะเลียนแบบความสำเร็จของบิดา-ทักษิณ สมัยก่อตั้งพรรคไทยรักไทย 

ดังที่ทราบกัน แคมเปญ ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน’ และ ‘คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน’ ล้วนเป็นผลงานของทีมงาน SC Matchbox 


ปี 2543 SC Matchbox บริษัทเอเจนซีโฆษณาอันดับหนึ่งของไทย ได้รับมอบหมายให้ทำแคมเปญประชาสัมพันธ์เปิดตัวทักษิณ และพรรคไทยรักไทย 

สโลแกนพรรคไทยรักไทย คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน ได้สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ เมื่อพรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 200 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 48 คน 

ที่น่าตื่นตะลึงคือ ในจำนวน ส.ส.เขต 200 คน กว่าร้อยละ 70 เป็น ส.ส.สมัยแรก และเป็นคนรุ่นใหม่ 

ขณะที่นักการเมืองบ้านใหญ่ หรืออดีต ส.ส.ลายคราม ในสีเสื้อพรรคชาติไทย, พรรคความหวังใหม่ และพรรคเสรีธรรม สอบตกระนาว    

สำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคอุ๊งอิ๊ง จะเป็นทายาทนักธุรกิจ ,นักการเมืองท้องถิ่นที่มีฐานทุน-ฐานคะแนน และทายาท ส.ส.บ้านใหญ่ 

‘ตัวจริงเสียงจริง’

“อุ๊งอิ๊ง” อาจไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 แต่เพื่อไทยก็ต้องขายความเป็นทายาททักษิณ เพื่อตรึงฐานเสียงเดิมไว้

อีกด้านหนึ่ง ในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย จะมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.) โดย ส.ส.ที่เป็น กก.บห.จะลาออก เพื่อป้องกันการร้องเรียนจากการเลือกตั้ง หากมีการกลั่นแกล้ง อาจกระทบทำให้พรรคถูกยุบได้

อย่างไรก็ตาม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ยังเป็นหัวหน้าพรรค และประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค 

แกนนำพรรครุ่นใหญ่จำนวนหนึ่ง อาจเข้ามาทำหน้าที่บริหารพรรคช่วงการเลือกตั้ง อย่างเช่น ภูมิธรรม เวชยชัย และชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค จะเข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรค 

ส่วน สาโรจน์ หงส์ชูเวช คนใกล้ชิดคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จะเป็นผู้อำนวยการพรรค แทนหมอเลี้ยบ

สำหรับแม่ทัพภาคที่มีการจัดวางไว้ ภาคเหนือตอนบน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ภาคเหนือตอนล่าง กฤษณา สีหลักษณ์ อดีต ส.ส.อุตรดิตถ์ ด้าน เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ก็เข้ามารับบทแม่ทัพหลังม่าน เหมือนปี 2554

ภาคอีสานตอนบน ไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู ภาคอีสานตอนล่าง เกรียง กัลป์ตินันท์ แต่เฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ก็ดูแลภาพรวม

ภาคกลาง หมอเลี้ยบ-นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี กรุงเทพมหานคร มาดามแจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด

ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ ภาคใต้ฝั่งอันดามัน เจ๊แป๋ว-มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล น้องสาวทักษิณ

แน่ล่ะ กองบัญชาการส่วนหลังก็อยู่ที่นครดูไบ ศึกนี้มีเดิมพันสูง คนแดนไกลจึงต้องเข้ามาจัดทุกขุมกำลัง เพื่อเป้าหมาย 250 ที่นั่ง 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

เฟี้ยวฟ้าวแน่ “มิ่งขวัญ” เลือกปั้นป้อม รับดีลปรองดอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538042

ขุนน้ำหมึก

05 ธ.ค. 2565

เฟี้ยวฟ้าวแน่ “มิ่งขวัญ” เลือกปั้นป้อม รับดีลปรองดอง

ตู่แยกวง “มิ่งขวัญ” ทิ้งพรรคเล็ก ซบ พล.อ.ประวิตร รับบทแม่ทัพเศรษฐกิจ ขอเลือกข้างผู้ชนะ จับตากลยุทธ์ลุงมิ่ง ปรับลุคลุงป้อมสุดเฟี้ยวฟ้าว เร้าใจรอรับดีลปรองดอง

หุ้น พปชร.ดีดขึ้น “มิ่งขวัญ” ทิ้งพรรคเล็ก ซบ พล.อ.ประวิตร รับบทแม่ทัพเศรษฐกิจ จับตาเซียนการตลาด ปรับลุคลุงป้อมให้ดูเฟี้ยวฟ้าว

“มิ่งขวัญ” นักการตลาดการเมือง สร้างผลงานช่วยทักษิณ ตั้งแต่ ทรท.จนถึง พท. เมื่อประยุทธ์แยกวง ลุงมิ่งก็เข้ามาอุ้มลุงป้อมทันที

ในที่สุด มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคโอกาสไทย และย้ายเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 6 ธ.ค.2565

ว่ากันว่า มิ่งขวัญ ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร อยู่หลายครั้ง ก่อนจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะมาเสริมทีมเศรษฐกิจให้กับพรรค พปชร. 

ข่าวนี้สร้างความประหลาดใจให้แวดวงการเมืองพอควร เพราะเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2565 พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ มีมติเปลี่ยนชื่อพรรค เป็นพรรคโอกาสไทย และเลือกมิ่งขวัญ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ เป็นหัวหน้าพรรคแทนสุชิน เพียรทอง 

มิ่งขวัญ ประกาศความพร้อมที่จะเป็นผู้นำพรรคโอกาสไทย ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่หลังจากทราบข่าวเรื่องกติกาเลือกตั้ง เป็นหาร 100 และบัตร 2 ใบ มิ่งขวัญก็ถอดใจ ทิ้งพรรคเล็กไปหาพรรคใหญ่

‘เซียนการตลาด’

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว “มิ่งขวัญ” ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยใช้กลยุทธ์การตลาดการเมือง หาเสียงผ่านสื่อออนไลน์ และสื่อกระแสหลัก ทำให้พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ ส.ส. 6 คน

หลังจากนั้น เส้นทางการเมืองของมิ่งขวัญหรือลุงมิ่ง ก็กระท่อนกระแท่น เพราะลูกพรรคเศรษฐกิจไทย แหกคอกไปหนุนรัฐบาลประยุทธ์ มิ่งขวัญจึงเป็นฝ่ายค้านอยู่ตามลำพัง

ก่อนที่มิ่งขวัญ จะหันมาเล่นการเมือง เขาเริ่มต้นด้วยอาชีพพนักงานฝ่ายขาย บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จากนั้นได้เลื่อนตำแหน่งไปแผนกการตลาด ประชาสัมพันธ์ โฆษณา และสื่อสารองค์กร เป็นผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ 

สมัยรัฐบาลทักษิณ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แนะนำให้มิ่งขวัญมาช่วยงานรองนายกฯสมัยนั้น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ โดยเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 

ผลงานของลุงมิ่งเข้าตาทักษิณ จึงมอบหมายให้นั่งเก้าอี้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) อัพเกรดจากแดนสนธยา เข้าสู่ยุคโมเดิร์นไนน์ทีวี

สมัยพรรคพลังประชาชน ทักษิณมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และปั้นภาพลักษณ์พรรค และสมัคร สุนทรเวช จนชนะการเลือกตั้ง 

ก่อนการเลือกตั้งปี 2554 ลุงมิ่ง วาดหวังว่าทักษิณ จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย แต่สุดท้ายทักษิณปั้นน้องสาว-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

มิ่งขวัญลาออกจากพรรคเพื่อไทย แล้วก็หายไปจากแวดวงการเมือง กระทั่งการเลือกตั้งปี 2562 เขาก็กลับมาพร้อมกับพรรคเศรษฐกิจใหม่

 มิ่งขวัญ เข้าพรรค พปชร. จับตาลุคใหม่ลุงป้อม มิ่งขวัญ เข้าพรรค พปชร. จับตาลุคใหม่ลุงป้อม


‘ปรับลุคลุงป้อม’

เหตุปัจจัยที่ “มิ่งขวัญ” เลือกพรรค พปชร. น่าจะมาจากกรณี 2 ลุงแยกทางกัน โดยมิ่งขวัญประกาศชัดไม่เอาประยุทธ์ มาแต่แรก และอีกด้านหนึ่ง ลุงมิ่งมองว่าพรรคลุงป้อม ได้เข้าร่วมรัฐบาลสมัยหน้าแน่นอน

นอกเหนือจากการผลิตชุดนโยบายเศรษฐกิจให้พรรค พปชร. มิ่งขวัญคงต้องงัดกลยุทธ์การตลาดมาปรับลุคลุงป้อม ให้เป็นผู้นำที่มีใจบันดาลแรง และเป็นขวัญใจคนรากหญ้า

จริง ๆ แล้ว ทีมงานของ พล.อ.ประวิตร ก็พยายามจัดอีเวนท์การเมือง เสริมภาพลักษณ์ลุงป้อม ยกตัวอย่างงานแสดงแฟชั่นผ้าไหมมัดหมี่และผลิตภัณฑ์โอท็อป ที่ จ.มหาสารคาม โดยมีเป้าหมายจะให้ลุงป้อม เข้าไปอยู่หัวใจคนอีสาน แต่งานนั้น ลุงป้อมติดภารกิจส่วนตัว ยกเลิกการเดินทางไปร่วมงานกระทันหัน

ที่ผ่านมา ทีมงานอดีตนายทหารที่ใกล้ชิดลุงป้อม ก็ได้วางคิวให้ พล.อ.ประวิตร เดินสายไปตรวจราชการในต่างจังหวัด ผ่านโครงการน้ำ ซึ่งทุกจังหวัดที่ลุงป้อมลงไปก็จะมีคิวให้ชาวบ้านมาถือป้ายต้อนรับ

ภาพชาวบ้านรักลุงป้อม ยังเป็นลักษณะงานมวลชนแบบราชการ ดูจะเป็นการจัดฉากต้อนรับ ไม่เนียนตา ซึ่งนับจากนี้ไป ก็ต้องรอดูฝีมือลุงมิ่ง จะปั้นลุงป้อมให้เฟี้ยวฟ้าวได้มากน้อยแค่ไหน

คอลัมน์ …  ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

พท.ร้าวลึก “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” หักโจทก์เก่า เขย่าลูกกำนันเซี้ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538020

ขุนน้ำหมึก

05 ธ.ค. 2565

พท.ร้าวลึก “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” หักโจทก์เก่า เขย่าลูกกำนันเซี้ย

ร้าวลึกแลนด์สไลด์ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” อดีตอธิบดีกรมน้ำบาดาล ปาดหน้าคู่แค้นเก่า ส.ส.เพื่อไทย สวมเสื้อสีแดง ลุยสังเวียน ส.ส.กาญจนบุรี ปะทะทายาทกำนันเซี้ย

มนต์รักแลนด์สไลด์ “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล แหกโผซบค่ายคนแดนไกล ทั้งมีโจทก์เก่าเป็น ส.ส.เพื่อไทย 2 คน

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” คนแปดริ้ว ลุยสนาม ส.ส.เมืองกาญจน์ เจอกระดูกแข็งโป๊ก ผู้ใหญ่แหลม-ทายาทกำนันเซี้ย ที่ย้ายจาก พปชร.ไป ภท.

เหตุจากการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย โซนภาคกลาง กลายเป็นการสร้างปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค 

พลันที่ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ปรากฏตัวในฐานะผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 ในสีเสื้อเพื่อไทย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. ก็ออกมาโวยวายว่า พรรคทำแบบนี้กับตัวเขาได้อย่างไร 

เนื่องจากก่อนหน้านี้ ส.ส.จิรายุ กับศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ มีเรื่องบาดหมางกัน เมื่อฝ่ายหนึ่งเดินหน้าตรวจสอบ อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาแล้ว

มิหนำซ้ำ ปี 2564 ศักดิ์ดา สมัยเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เคยออกมาแฉว่า มีอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการบางคน ในคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ โทรมาเรียกเงิน 5 ล้านบาทแลกกับให้ผ่านงบฯ ของกรมทรัพยากรน้ำ 

จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดคดีความ เมื่อศาลฎีกา รับคำร้อง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ส.ส.รายหนึ่ง ในคดีฝ่าฝืนจริยธรรม

ในมุมของ ส.ส.จิรายุ ต่อการเข้ามาของศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อาจมองว่าขัดแย้งทางอุดมการณ์ แต่แกนนำเพื่อไทย คงประเมินโดยภาพรวมว่า ศักดิ์ดามีศักยภาพในการต่อสู้ที่จะเอาชนะคู่ต่อสู้ในสนามเลือกตั้งได้

‘อดีตมือปราบบ้านสามหลัง’

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” เกิดที่ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา แต่มีเส้นทางราชการกว่าครึ่งชีวิตอยู่ใน จ.กาญจนบุรี สมัยที่เป็น ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ได้จัดการผู้บุกรุกอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ กรณีนักการเมืองปลูกบ้านริมเขื่อน 3 หลัง ซึ่งคดียืดเยื้อยาวนานถึง 15 ปี 

ตอนหลัง ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ขยับรับตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลงานมากมาย โดยเฉพาะการปฏิวัติวงการน้ำบาดาล

ที่โด่งดังมากที่สุดคือ มีการค้นพบแหล่งน้ำพุโซดา ที่บ้านทุ่งคูณ ม.19 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ซึ่งกระแสให้น้ำบาดาลเป็นที่กล่าวขานถึงทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ ยังค้นพบแอ่งน้ำบาดาล ที่ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ถือว่าเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจาก อ.เลาขวัญ เป็นพื้นที่หาน้ำยาก

ด้วยเหตุที่มีผลงานเรื่องแก้น้ำแล้ง และสร้างแหล่งน้ำบาดาลให้ชาวบ้านในเขต อ.บ่อพลอย, อ.เลาขวัญ และ อ.ห้วยกระเจา ศักดิ์ดา จึงเลือกสวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามที่เขต 4 เมืองกาญจน์

 ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ลุยหาเสียงแถวเมืองกาญจน์ มาได้พักใหญ่แล้วศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ลุยหาเสียงแถวเมืองกาญจน์ มาได้พักใหญ่แล้ว

‘ที่มั่นกำนันเซี้ย’

“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” เลือกสมรภูมิเขต 4 เพราะสร้างผลงานน้ำบาดาล แก้แล้งแก้จนให้คนรากหญ้า และเป็นพื้นที่เดิมของพรรคไทยรักไทย สมัยที่ กำนันหยุน-ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร เป็น ส.ส.กาญจนบุรี ปี 2548

สมัยที่แล้ว ค่ายคนแดนไกล มอบให้พรรคไทยรักษาชาติ ส่งผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี และคัดเลือก สันติชัย จีระพัฒน์ ทนายความประจำตัวกำนันหยุน ลงสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4

หลังพรรค ทษช.ถูกยุบ ทนายสันติชัย ก็ยังเดินพบปะชาวบ้านมาตลอด 3 ปี แต่ก็พูดไม่ออก เมื่อแกนนำพรรคส่ง ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ลงสนามแทนตัวเขา

สำหรับกาญจนบุรี เขต 4 ประกอบด้วย อ.ห้วยกระเจา อ.เลาขวัญ อ.หนองปรือ และอ.บ่อพลอย ซึ่งสมัยที่แล้ว ผู้ใหญ่แหลม-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขตนี้

นับแต่กำนันเซี้ย-ประชา โพธิพิพิธ มาสร้างอาณาจักรเขมประชาฟาร์ม ที่ ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กำนันเซี้ยก็ย้ายสนามจาก อ.ท่ามะกา มาสมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 และเป็น ส.ส. 2 สมัยติดต่อกัน

เมื่อไร้เงากำนันเซี้ย ก็เป็นหน้าที่ผู้ใหญ่แหลม-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ จะรักษาที่มั่นเขต 4 ในสีเสื้อตัวใหม่ พรรคภูมิใจไทย

ศึกบ่อพลอย-เลาขวัญ สมัยหน้า จึงดุเดือดแน่ เพราะคนหน้าใหม่อย่างศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ได้แต้มต่ออุ๊งอิ๊ง-แลนด์สไลด์ ส่วนลูกกำนันเซี้ย ก็แพ้ไม่ได้

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

เกมลับเมืองมุก “ประวิตร” ดันคน อบจ.สีแดง ชนผู้แทนฯ พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537888

ขุนน้ำหมึก

03 ธ.ค. 2565

เกมลับเมืองมุก “ประวิตร” ดันคน อบจ.สีแดง ชนผู้แทนฯ พท.

“ประวิตร” ดูด อบจ.มุกดาหาร สายเพื่อไทย ดันรองนายก อบจ. ชน ส.ส.ค่ายสีแดง กุนซือบ้านป่ารอยต่อ ชูลุงป้อมคนมักม่วน ชิงฐานเสียงรากหญ้าที่เคยชื่นชอบทักษิณ

แปลกแต่จริง “ประวิตร” ดูด อบจ.มุกดาหาร สายเพื่อไทย มาอยู่ในอ้อมอก แถมดันรองนายก อบจ. ชน ส.ส.ค่ายสีแดง

“ประวิตร” ในวันที่ไม่พ่วงน้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ พลิ้วไหวไม่มีขั้ว กุนซือบ้านป่ารอยต่อ ชูแบรนด์ลุงป้อมคนมักม่วน ขายคนอีสาน

วันที่ 2 ธ.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำห้วยบังอี่ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และโครงการขุดเจาะน้ำบาดาล-สูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ของ อบจ.มุกดาหาร บ้านนาดี ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร

ไปมุกดาหารเที่ยวนี้ ย่อมไม่พลาดภาพลุงป้อมในอ้อมกอดสาวอีสาน หรือภาพสาวขอหอมแก้มลุงใจดี ซึ่งทีมงานบ้านป่ารอยต่อฯ ก็ต้องการนำเสนอภาพลุงป้อมในมุมนี้ 

ที่ลึกไปกว่า เจ้าภาพที่ทำหน้าที่ต้อนรับคณะ พล.อ.ประวิตร คือ อบจ.มุกดาหาร นำทีมโดย พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ นายก อบจ.มุกดาหาร 

ว่ากันตามจริง อีเวนท์มุกดาหารของ พล.อ.ประวิตร ก็คือการเปิดตัว กัลยกร สุขสานต์ รองนายก อบจ.มุกดาหาร ลงสมัคร ส.ส.มุกดาหาร เขต 1 ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ 

คอการเมืองแถวชายฝั่งโขง รู้สึกแปลกใจ เนื่องจาก พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ลงสมัครชิงนายก อบจ.มุกดาหาร เมื่อปี 2563 และเอาชนะทีมนายก อบจ.คนเก่าไปแบบฉิวเฉียด

ทำไม ทีม อบจ.มุกดาหาร สาย พท. จึงส่งรองนายก อบจ.ไปสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อ พปชร. และให้การต้อนรับลุงป้อมอย่างเอิกเกริก

‘เพื่อไทยแตก’

“ประวิตร” มาเยือนมุกดาหาร พร้อมกับทีมงานชุดใหญ่ และค่อนข้างมั่นใจว่า ผู้สมัคร ส.ส.หญิงหน้าใหม่ จะเอาชนะอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ที่เขต 1 (อ.เมืองมุกดาหาร อ.ดอนตาล อ.หว้านใหญ่)

เนื่องจากทีม อบจ.มุกดาหาร โดย พ.ต.ท.จิตต์ มีฐานเสียงคนเสื้อแดง และคนรากหญ้าสายเพื่อไทย ให้การสนับสนุน


พลิกไปดูผลการเลือกตั้งนายก อบจ.มุกดาหาร พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ พรรคเพื่อไทย ชนะวิริยะ ทองผา สามีของมลัยรัก ทองผา อดีตนายก อบจ.มุกดาหาร แบบฉิวเฉียดไปเพียง 178 คะแนน 

เวลานั้น เครือข่ายหัวคะแนนของ 2 ส.ส.มุกดาหาร พรรค พท. คือ อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ และบุญฐิน ประทุมลี ก็เป็นกองหนุน พ.ต.ท.จิตต์

สำหรับ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ เป็นนายตำรวจน้ำดีอยู่ในพื้นมุกดาหารมานาน และเคยได้รับเลือกเป็น ส.ว.มุกดาหาร โดยมี ประมวลศิลป์ โภคสวัสดิ์ อดีต ส.ส.มุกดาหาร และเจ้าของโรงงานน้ำตาลสหเรือง ให้การสนับสนุน

การตัดสินใจส่ง กัลยกร สุขสานต์ รองนายก อบจ.มุกดาหาร สวมเสื้อ พปชร.ลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ก็เป็นเดิมพันการเมืองของ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

กัลยกร สุขสานต์ พร้อมขุนพลอีสาน วิรัช รัตนเศรษฐ และนายทหารสายลุงป้อม

‘เปลี่ยนมุกดาหาร’

ทีมงาน “ประวิตร” ได้เข้ามาจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร ชุดใหม่ แทนผู้สมัคร ส.ส.ชุดเก่า ที่ย้ายไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทยแล้ว

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว พรรคเพื่อไทย ชนะยกจังหวัดคือ เขต 1 อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ และเขต 2 บุญฐิน ประทุมลี

นับแต่การเลือกตั้งปี 2554 พรรคเพื่อไทยยึดครองเก้าอี้ ส.ส.มุกดาหาร โดยมีคะแนนทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่มีลุ้น เพราะคนชายฝั่งโขงรักและชื่นชอบทักษิณ ชินวัตร

สมัยหน้า สังเวียนมุกดาหาร เขต 1 อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีตนายก เทศมนตรีเมืองมุกดาหาร และ ส.ส.มุกดาหาร 2 สมัย คงต้องเจอศึกหนักกว่าทุกครั้ง

เสี่ยอนุรักษ์ เป็นทายาทนักธุรกิจหัวเมืองชายแดนคือ กิจยง-อุบล ตั้งปณิธานนท์ เจ้าของกิจการขายเฟอร์นิเจอร์ ,โรงแรม และบริษัทรถทัวร์ มุกดาหาร – กรุงเทพฯ

ต่อมา อนุรักษ์ได้หันมาทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ในนาม หจก.ยงศิลป์มุกดาหาร ก่อนจะลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และขยับลงสมัคร ส.ส.

ส่วนคู่แข่งค่ายลุงป้อม อย่าง กัลยกร สุขสานต์ รองนายก อบจ.มุกดาหาร อาจไม่ได้เป็น สจ.มาก่อน แต่ก็มีทีมงาน อบจ.มุกดาหาร ซึ่งมีฐานเสียงเดียวกันกับ ส.ส.อนุรักษ์

ประกอบกับ อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ กำลังเผชิญมรสุมการเมือง จึงกลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งนำไปขยายผลขยายแผลได้

ด้วยเหตุนี้ ทีมงาน กัลยกร สุขสานต์ จึงชูคำขวัญมุกดาหาร เปลี่ยน ส.ส. และเดินงานผ่านเครือข่ายคนรากหญ้าที่เคยสนับสนุนทักษิณอย่างเป็นระบบ

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

เพื่อแม้วพึ่งทีม “บรรยิน” ลุยปากน้ำโพ ฮั้วลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537846

ขุนน้ำหมึก

03 ธ.ค. 2565

เพื่อแม้วพึ่งทีม “บรรยิน” ลุยปากน้ำโพ ฮั้วลุงป้อม

มาแล้วทีม “บรรยิน” สวมเสื้อเพื่อไทย จัดสนามนครสวรรค์ ทายาท เกียรติชูศักดิ์ สู้เพื่อนาย และตระกูลตั้งภากรณ์ คนดูไบไฟเขียว ส่งสัญญาณฮั้วทีมลุงป้อมปากน้ำโพ

ปากน้ำโพสะท้าน ทีม “บรรยิน” สวมเสื้อเพื่อไทย จัดเต็ม 3 เขต โดยการนำของทายาท เกียรติชูศักดิ์ สู้เพื่อนาย และตระกูลตั้งภากรณ์

แม้ไร้เงา “บรรยิน” แต่เลือกตั้ง ส.ส.นครสวรรค์ ยังมีทั้งคู่ชีวิตและลูกชาย ลุยสนามสมัยหน้า คนดูไบไฟเขียว ฮั้วทีมลุงป้อม 

การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทย ไม่มีแม่ทัพชื่อ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ก็ถูกปรามาสว่า อาจจะไม่ได้ ส.ส.นครสวรรค์ เลยสักคน ประกอบกับปลายปี 2564 มีข่าวเรื่องทายาท เกียรติชูศักดิ์ จะย้ายไปซบพลังประชารัฐ

พลันที่พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. โซนภาคเหนือตอนล่าง 5 จังหวัด เมื่อโฟกัสไปที่ จ.นครสวรรค์ ก็อาจกล่าวได้ว่า ทีมบรรยินมาครบคนหน้าเดิม เพิ่มเติมคือทีมของ พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ 

รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย เขต 1 ณรงค์  พนมวัน ประธานสภา อบจ.สวรรค์ และ ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.เมือง ,เขต 2 ทรงศักดิ์  ส่งเสริมอุดมชัย หรือ สจ.แป๊ะยิ้ม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย

เขต 3 สัญชัย  วงษ์สุนทร อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ,เขต 4 พ.ต.ท.นุกูล  แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ,เขต 6 วรภัทร์  ตั้งภากรณ์ ลูกชายบรรยิน และเขต 7 ชุติมา เสรีรัฐ รองประธานสภา อบจ.นครสวรรค์ และ ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.ลาดยาว

ส่วน ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ คนเดียวของเพื่อไทย ยังอยู่ที่เขต 5 และวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

‘ทีมบรรยินมาแล้ว’

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว “บรรยิน” เป็นผู้ดูแลสนามนครสวรรค์-กำแพงเพชร ของพรรคเพื่อไทย ได้ส่งลูกสาว เบล-บุษญา ตั้งภากรณ์ ลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 และลูกชาย บอส-วรภัทร์ ตั้งภากรณ์ ลงเขต 2 แต่ผลปรากฏว่า ทั้งคู่พ่ายคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนเด็กในคาถาเสี่ยบรรยิน นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ สอบตก เหลือเพียง ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ได้เป็น ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 อีกสมัย 

ปลายปี 2564 มีข่าวลือลั่นสนั่นปากน้ำโพ ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ จะย้ายพรรค เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงพื้นที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ พร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยที่ยังเป็นเลขาธิการพรรค พปชร.

ต้นปี 2565 ร.อ.ธรรมนัส แยกออกจากพลังประชารัฐไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย ดีลเก่าระหว่างธรรมนัสกับ ส.ส.ทายาท ก็จบไป 

จากนั้น วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคู่ชีวิต พ.ต.ท.บรรยิน ปรากฏตัวในพื้นที่ อ.ตาคลี และ อ.ตากฟ้า โดยการสนับสนุนของทายาท เกียรติชูศักดิ์ 

ช่วงที่วราภรณ์ สวมเสื้อเพื่อไทย แสดงตัวให้คนนครสวรรค์รู้ว่า ทีมเสี่ยบรรยินยังอยู่ ก็มีภาพข่าวว่า เบล-บุษญา ตั้งภากรณ์ ลูกสาวบรรยินไปพบทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ที่สิงคโปร์ 

‘แม่ทัพทายาท’

“บรรยิน” เป็น ส.ส.นครสวรรค์ สมัยแรก ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย ที่เขต อ.ตากฟ้า และ อ.ตาคลี โดยมี ทายาท เกียรติชูศักดิ์ กำนัน ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นหัวคะแนน ก่อนที่เสี่ยบรรยิน จะหนุนกำนันต้น จนได้เป็น ส.อบจ.นครสวรรค์ เขต อ.ตาคลี 

การเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2554 ทายาท ลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 (อ.ตาคลี และ อ.ตากฟ้า) ในทีมเสี่ยบรรยิน สังกัดพรรคเพื่อไทย โค่นพีรเดช ศิริวัณสาณฑ์ แชมป์เก่า ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

การเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.ทายาท รับอาสาเสี่ยบรรยิน ดูแล วรภัทร์  ตั้งภากรณ์ ลูกชายของบรรยิน ที่จะลงสมัคร ส.ส.เขต อ.ตากฟ้า และวราภรณ์ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

 ทายาท เกียรติชูศักดิ์ พาบอส วรภัทร์ ลูกชาย พ.ต.ท.บรรยิน พบปะชาว อ.ตากฟ้า และ อ.ตาคลี ทายาท เกียรติชูศักดิ์ พาบอส วรภัทร์ ลูกชาย พ.ต.ท.บรรยิน พบปะชาว อ.ตากฟ้า และ อ.ตาคลี


ทีมเพื่อไทย นครสวรรค์ ไม่ได้มีแค่ทีมเสี่ยบรรยิน ยังได้กองหนุนจาก พล.ต.อ.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ นายก อบจ.นครสวรรค์ 

พล.ต.ท.สมศักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงสมัครนายก อบจ.นครสวรรค์ โดยการสนับสนุนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

เข้าใจว่า ร.อ.ธรรมนัส คงร้องขอให้ พล.ต.อ.สมศักดิ์ มาช่วยทีมเพื่อไทย ปากน้ำโพ เพราะดีลรัฐบาลปรองดอง คนดูไบกับลุงป้อม เกิดขึ้นแน่

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก

แปดริ้วเดือด “พ่อมดดำ” ซุกปีกทักษิณ ชนพลังเฮ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537827

ขุนน้ำหมึก

02 ธ.ค. 2565

แปดริ้วเดือด “พ่อมดดำ” ซุกปีกทักษิณ ชนพลังเฮ้ง

“พ่อมดดำ” โหนมดดำ ซบค่ายชินวัตร ส่งมดเล็กมาจองพื้นที่ จับตาแปดริ้วระอุเดือด ศึก 2 ส.คือ สุชาติ ตันเจริญ ปะทะสุชาติ ชมกลิ่น บวกค่ายบ้านใหญ่เป้าเปี่ยมทรัพย์

มาตามนัด “พ่อมดดำ” โหนลูกชายเพื่อนโอ๊ค ซบค่ายชินวัตร ส่งมดเล็กมาจองพื้นที่เขต 2 จับตาสนามแปดริ้ว ศึก 2 ส.คือ สุชาติ ตันเจริญ ปะทะสุชาติ ชมกลิ่น

บ้านใหญ่ “พ่อมดดำ” ผนึกบ้านใหญ่ตระกูลฉายแสง จัดทัพเพื่อไทย ท้าชนบ้านใหญ่ตระกูลเป้าเปี่ยมทรัพย์ ในสีเสื้อพรรคใหม่หนุนลุงตู่

เป็นไปตามความคาดหมาย สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ที่ตกเป็นข่าวว่าจะซบพรรคเพื่อไทย โดยมีรายงานว่า มดดำ -คชาภา ตันเจริญ ได้ประสานผ่านเพื่อนโอ๊ค พานทองแท้ ไปหาคนดูไบ ขอให้เปิดบ้านรับตระกูลตันเจริญ มาอยู่ในครอบครัวเพื่อไทย

วันที่ 2 ธ.ค.2565 มดดำ-คชาภา จึงพาน้องชาย มดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ มาเปิดตัวที่พรรคเพื่อไทย ในฐานะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2

จริงๆ แล้ว มดดำก็สนิทสนมกับมาดามแจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด สายตรงเฮียเพ้ง จึงไม่ใช่เรื่องยาก ในการเคลียร์สนามแปดริ้ว เพื่อเปิดทางให้พ่อ-ลูก ตระกูลตันเจริญ

สำหรับมดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.สนามชัยเขต มา 3 สมัย และเคยเป็นประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่แล้ว

การเลือกตั้ง ส.ส.ฉะเชิงเทรา ครั้งใหม่ ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ที่ตระกูลฉายแสง กับตระกูลตันเจริญ อยู่พรรคเดียวกัน หลังจาก จาตุรนต์ ฉายแสง กับสุชาติ ตันเจริญ เป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรค ปชป.เมื่อปี 2529 และสีเสื้อพรรคไทยรักไทย ปี 2548
 

เบื้องต้น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยเขต 1 ฐิติมา ฉายแสง ,เขต 2 มดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ, เขต 3 สุชาติ ตันเจริญ และเขต 4 วุฒิวงศ์ ฉายแสง

  มาดามแจ๋น เป็นคนเคลียร์พื้นที่แปดริ้ว ให้ตระกูลตันเจริญ มาดามแจ๋น เป็นคนเคลียร์พื้นที่แปดริ้ว ให้ตระกูลตันเจริญ

‘สุดยอดพ่อนักปั้น’

“พ่อมดดำ” ปั้นลูกชายมดเล็ก เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมานาน แต่ลึก ๆ ก็หวังที่จะให้มดดำ คชาภา ลงสมัคร ส.ส.แทนตัวเอง แต่มดดำปฏิเสธ ไม่ชอบการเมือง

สภา อบจ.ฉะเชิงเทรา สมัยที่แล้ว สุชาติ ตันเจริญ จับมือกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ดันลูกชาย มดเล็ก ศักดิ์ชาย เป็นประธานสภา อบจ.

ต้นปี 2564 นายกไก่-กิตติ เป็นนายก อบจ.สมัยที่ 4 ได้เลือก ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ เป็นประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา สร้างความไม่พอใจให้กับสุชาติ

เดือน ต.ค.2565 มีการเลือกประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา คนใหม่แทน ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ ที่ลาออกไปลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา โดยสุชาติ ตันเจริญ จับมือตระกูลฉายแสง เสนอชื่อมดเล็ก-ศักดิ์ชัย ตันเจริญ ชิงประธานสภาฯ 

กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ นายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สนับสนุน อุดร เทพวาที ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา อ.สนามชัยเขต เข้าแข่งขัน ปรากฏว่า สจ.อุดร เฉือนชนะ สจ.มดเล็ก แค่แต้มเดียว

นี่คือปมร้าวลึก ระหว่างสุชาติ ตันเจริญ กับนายกไก่ บ้านใหญ่แปดริ้วที่กำลังมาแรง เพราะนายกไก่ ยังดึง สจ.เปี๊ยก เด็กเก่าของพ่อมดดำ มาเป็นมือทำงานลุยศึกเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า
 

‘สุชาติ VS สุชาติ’

“พ่อมดดำ” ในสีเสื้อเพื่อไทย หนีออกจากพลังประชารัฐ ก็วัดบารมีกับเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ที่กำลังปั้นลุงตู่ เป็นนายกฯ รอบใหม่

ดังที่ทราบกัน เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น เป็นพันธมิตรกับนายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว

นายกไก่ ของชาวแปดริ้ว ได้ชื่อว่าเป็นบ้านใหญ่หลังใหม่ แห่งบ้านเปี่ยมทรัพย์ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 

จากอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2(บ้านสัมปทวน) ต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา ก้าวสู่ถนนการเมือง เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา และปี 2547 ลงสมัครนายก อบจ.สมัยแรก ก็ได้รับชัยชนะ

ปี 2562 กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส่งลูกชาย ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หรือฉายา ต้อย แปดริ้ว ลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ในสีเสื้อพลังประชารัฐ และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก สมใจนายกไก่

การเลือกตั้งครั้งหน้า นายกไก่ จับมือเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น จัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ครบทั้ง 4 เขต ประกอบด้วย เขต 1 มติชน ชูทับทิม(อาร์ม แปดริ้ว),เขต 2 ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,เขต 3 ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ อดีตประธานสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต 4 และยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ นายก อบต.บางน้ำผึ้ง 


เฉพาะ ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ โดยการสนับสนุนของกลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ และมี สจ.เปี๊ยก-วรรณา รอดพิทักษ์ รองนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา เป็นพี่เลี้ยง 

เป้าหมายของเสี่ยเฮ้ง และนายกไก่ คือ กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ ต้องชนะยกจังหวัด และโค่นตระกูลฉายแสง-ตันเจริญ 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

อานิสงส์ 2 ป.แตก “จุรินทร์” รุกกลับ ยึดปลายด้ามขวาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537741

ขุนน้ำหมึก

01 ธ.ค. 2565

อานิสงส์ 2 ป.แตก “จุรินทร์” รุกกลับ ยึดปลายด้ามขวาน

“จุรินทร์” รุกปลายด้ามขวาน เหตุ 2 ป.แตกทัพ ส่งผลกระแสลุงตู่แผ่ว เปิดโอกาสค่ายสีฟ้าทวงคืนเก้าอี้ ส.ส. แม้จะเจอคู่แข่งทั้งประชาชาติ,ภูมิใจไทย ,ซุ้มป้อม และซุ้มกูเซ็ง

ปชป.คัมแบ็ค “จุรินทร์” รุกปลายด้ามขวาน เหตุ 2 ป.แตกทัพ ส่งผลให้กระแสลุงตู่แผ่ว เปิดโอกาสค่ายสีฟ้าทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.

“จุรินทร์” เปิดตัวขุนพล ปชป.ครบ 12 เขต เจอศึกหนักทั้งพรรคประชาชาติ, พรรคภูมิใจไทย ,ซุ้มพลังป้อม และซุ้มกูเซ็ง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมงานรวมพลังประชาธิปัตย์ ปลายด้ามขวาน ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 12 เขต ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส)

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว สมรภูมิปลายด้ามขวาน พรรคประชาชาติได้ 6 ที่นั่ง,พรรคพลังประชารัฐ ได้ 3 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์-พรรคภูมิใจไทย ได้พรรคละ 1 ที่นั่ง

ปัจจุบัน พรรค พปชร.ตกอยู่ในอาการปั่นป่วน เมื่อกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ไปพรรคสร้างอนาคตไทย บวกกับลุงตู่กับลุงป้อมแตกคอ ทำให้เรตติ้ง พปชร.ตกต่ำ

‘ขี่กระแสลุงตู่’

“จุรินทร์” มั่นใจกระแสพรรคของคนใต้ จะกลับมา โดยเฉพาะเขต 1 ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่เคยเป็นของ ปชป.มาทุกสมัย ยกเว้นสมัยที่แล้ว

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทีมทำงานของพลังประชารัฐ ในปลายด้ามขวาน ได้แก่พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ (ตท.12) ,ภาณุ อุทัยรัตน์, อับดุลฮาริม มินซาร์ และอนุมัติ อาหมัด

ทีมงานเฉพาะกิจกลุ่มนี้ ทำงานร่วมกับกลไกรัฐบางหน่วยงาน ปูพรมโฆษณาชวนเชื่อเรื่องลุงตู่ ผู้นำที่ซื่อสัตย์ และจงรักภักดี เป็นแม่ทัพที่จะนำพรรค พปชร. ต้านระบอบทักษิณ 

นับแต่มีสงครามขั้วสี คนปักษ์ใต้จะเข้ากับร่วมกับการชุมนุมต้านระบอบทักษิณอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะคนปลายด้ามขวานที่ฝังใจกับเหตุการณ์ตากใบ จึงไม่เลือกพรรคของทักษิณ และกลุ่มวาดะห์

สมัยที่แล้ว กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ จุดติดในภาคใต้ ประกอบกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.สมัยนั้น ดำเนินกลยุทธ์หาเสียงพลาด จึงทำให้ผู้สมัครหน้าใหม่ของ พปชร.ได้เป็น ส.ส.

ยกเว้นวัชระ ยาวอหะซัน คนเดียวที่เขต 1 นราธิวาส ที่เคยเป็น ส.ส.มาก่อน ด้วยบารมีของกูเซ็ง แต่วันนี้ ก็ย้ายไปพรรคใหม่แล้ว

‘ปชป.คัมแบ็ค’

“จุรินทร์” วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ชายแดนใต้ 12 เขต มีทั้งเลือดใหม่ และเลือดเก่าไหลกลับจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย 

ปัตตานี สนิท นาแว อดีตนายก อบต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี พรรคชาติไทยพัฒนา ก็ต้องเจอกับ อันวาร์ สาและ ส.ส.เก่าที่ย้ายจาก ปชป.ไปสังกัดค่ายลุงป้อม

อันวาร์ สาและ ส.ส.หนึ่งเดียวของ ปชป.สมัยที่แล้ว เมื่อย้ายไปอยู่ค่ายพลัง พปชร. ก็หวังจะอาศัยเสบียงจากบ้านป่ารอยต่อฯ แต่ก็ไม่ง่าย เพราะคนชายแดนใต้ไม่ขอบลุงป้อม

นราธิวาส เมธี อรุณ ศิลปินนักร้องนำวงลาบานูน ชาว อ.แว้ง จ.นราธิวาส อาจจะได้ชิงชัยกับ ส.ส.บีลา-สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ พรรค พปชร. ที่เป็นเด็กปั้นของลุงป้อม

 เมธี ลาบานูน(คนกลาง) ความหวังของ ปชป.เมธี ลาบานูน(คนกลาง) ความหวังของ ปชป.

ส่วน เจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส 5 สมัย สมัยที่แล้ว ส่งลูกชายเจ๊ะอีลย๊าส โตะตาหยง ลงสนามในสีเสื้อพรรค รปช. สมัยหน้า เจะอามิงขอกลับบ้านเก่า-ปชป. และลงสนามเอง

ยะลา ประเสริฐพงศ์ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต ส.ส.ยะลา พรรค ปชป. เรียกได้ว่าผูกขาด ส.ส.ยะลา เขต 1 มาโดยตลอด หนที่แล้ว ส่งลูกชาย ภูริพงศ์ พงษ์สุวรรณศิริ ลงสนามแทน พ่ายกระแสลุงตู่

สมัยหน้า ประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ น้องชายประเสริฐพงศ์ จะลงสนามทำศึกล้างตากับ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา พรรค พปชร.

เช่นเดียวกับ ณรงค์ ดูดิง อดีต ส.ส.ยะลา เขต 3 สมัยที่แล้ว ก็พ่ายกระแสลุงตู่ แพ้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ จึงต้องกลับมาทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.อีกสมัย

ประเมินภาพรวมสังเวียนเลือกตั้งชายแดนใต้ เมื่อกระแสลุงตู่แผ่ว พรรค พปชร.ก็สิ้นมนต์ขลัง ดังนั้น การกลับมาของ ปชป. จึงมีความเป็นไปได้สูง

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

เบรกเศรษฐา “อุ๊งอิ๊ง” เกาะ “ทักษิณ” คิดใหญ่ดูไบสั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537719

ขุนน้ำหมึก

01 ธ.ค. 2565

เบรกเศรษฐา “อุ๊งอิ๊ง” เกาะ “ทักษิณ” คิดใหญ่ดูไบสั่ง

ปรับแผนดัน “อุ๊งอิ๊ง” เปิดแคมเปญคิดใหญ่ ทำเป็น ตามรอย “ทักษิณ” ที่เคยแลนด์สไลด์กับคิดใหม่ ทำใหม่ ไม่รีบร้อนโชว์ตัวเศรษฐา ดันแบรนด์ชินวัตรให้ติดตลาด

ขายของเก่า “อุ๊งอิ๊ง” เปิดแคมเปญคิดใหญ่ ทำเป็น ตามรอย “ทักษิณ” ที่เคยแลนด์สไลด์กับคิดใหม่ ทำใหม่ 

ยังไม่โชว์เศรษฐา ดันแบรนด์ชินวัตร “อุ๊งอิ๊ง” ให้ติดตลาด เพราะฐานเสียงหลักของเพื่อไทยยังเป็นคนรากหญ้า 

อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ได้เวลาคิกออฟแคมเปญเลือกตั้ง 2566 ภายใต้แนวคิด ‘คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน Think Big, Act Smart, For All Thais’ ในการจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565  ในวัน 6 ธ.ค.2565 ที่หอประชุมชั้น 7 พรรคเพื่อไทย

แคมเปญการตลาดการเมือง “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” ก็คือการต่อยอดมาจากการเลือกตั้งปี 2544 และปี 2548 สมัยนั้น พรรคไทยรักไทย ขายแคมเปญ “คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน”

ก่อนหน้านั้น อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เปิดนโยบายนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ศักยภาพ ซอฟต์พาวเวอร์ หรือเรียนรู้มีรายได้ เรียนรู้ง่าย ตลอดชีวิต แต่ไม่ปัง ไม่โดน

บรรดาคลังสมอง ขุนพลนักการตลาดการเมือง จึงคิดคำใหม่ เพื่อให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย นำไปติดป้ายหาเสียงทั่วประเทศ 

ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้งปี 2544 ทักษิณ ชินวัตร ประกาศนโยบายไทยรักไทย ด้วยถ้อยคำโดนใจ อาทิ นโยบายพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อย, 30 บาทรักษาทุกโรค,กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ 

เวลานั้น พรรคไทยรักไทย ชูแคมเปญหาเสียงคือ คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน โดยมี ทรงศักดิ์ เปรมสุข และทีมเอเยนซี่โฆษณา SC Matchbox มาช่วยคิดคำ

ปัจจุบัน ทรงศักดิ์ เปรมสุข หัวขบวน SC Matchbox ก็นั่งอยู่ในกลุ่มงานรณรงค์และผลิตสื่อของพรรคเพื่อไทย ร่วมกับภูมิธรรม เวชยชัย จึงต้องมีคำโดนๆ ปังๆ มาขายในฤดูการหาเสียงปี 2566

เปิดแคมเปญใหม่ ตามรอยความสำเร็จของพ่อทักษิณเปิดแคมเปญใหม่ ตามรอยความสำเร็จของพ่อทักษิณ

‘กั๊กเปิดเศรษฐา’

ตามกำหนดเดิมพรรคเพื่อไทย “อุ๊งอิ๊ง” จะควง เศรษฐา ทวีสิน เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ในวันที่ 28 พ.ย.2565 แต่ก็มีการเลื่อนมาเป็น 6 ธ.ค.2565

พอถึงวันจริง เพื่อไทยก็เลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ด้วยสถานการณ์การเมือง ที่มีแนวโน้มไม่ยุบสภาฯ ในเร็ววัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังออกลีลาลากเลื้อยไปเรื่อย ๆ จนถึงเดือน มี.ค.2565 คนแดนไกลจึงระงับเปิดตัวมหาเศรษฐีชื่อ เศรษฐา เอาไว้ก่อน

การเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเร็วเกินไป อาจตกเป็นเป้าฝ่ายตรงข้ามโจมตี และขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ ดังที่รู้กัน เศรษฐา ก็มีบาดแผลลึก ที่อาจถูกขั้วไม่เอาทักษิณนำมาเล่นเกมใต้ดิน

คนดูไบคงประเมินแล้วว่า แฟนคลับชินวัตร ต่างทราบดีอยู่แล้ว แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย หนีไม่พ้นชื่ออุ๊งอิ๊ง แพทองธารและเศรษฐา สองชื่อนี้อย่างแน่นอน

‘แลนด์สไลด์ทิพย์’

“อุ๊งอิ๊ง” กำลังย่ำรอยความสำเร็จของพ่อทักษิณ ซึ่งพลิกแฟ้มการเลือกตั้งปี 2544 พรรคไทยรักไทย ขายแคมเปญคิดใหม่ ทำใหม่ ได้คะแนนรวมทั้งประเทศ 11 ล้านเสียง ส.ส.เขต 200 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 48 ที่นั่ง รวม 248 ที่นั่ง 

แม้จะไม่ถึงแลนด์สไลด์ แต่ก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการเมืองไทย และแคมแปญคิดใหม่ ทำใหม่ ก็ติดตลาด

การเลือกตั้งปี 2548 พรรคไทยรักไทย ได้ 18 ล้านเสียง ส.ส.เขต 310 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 ที่นั่ง รวม 377 ที่นั่ง นี่คือปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ของจริง

การเลือกตั้งปี 2554  ทักษิณปั้นยิ่งลักษณ์ ในเวลา 49 วัน ก้าวสู่นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้ 15 ล้านเสียง และได้ ส.ส.ทั้งสองระบบ 265 คน 

การเลือกตั้งปี 2562 ภายใต้กติกาใหม่ รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บัตรใบเดียว และสูตรคำนวณ ส.ส.แบบจัดสรรปันส่วนผสม ผลการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย คะแนนหายไปเกือบครึ่ง คือ ได้ 7.8 ล้านเสียง และได้ ส.ส.136 คน ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

เพื่อไทยเสียหายพอสมควร จากคะแนนนิยม 15 ล้านเสียง เหลืออยู่เกือบ 8 ล้านเสียงเท่านั้น และตัวแปรที่เข้ามาเป็นคู่แข่งคือ พรรคอนาคตใหม่ ได้ 6.3 ล้านเสียง 

นี่คือโจทย์ใหม่ โจทย์ยากของอุ๊งอิ๊ง และเหนืออื่นใด แคมเปญการตลาดการเมือง “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” จะปัง จะขายได้หรือไม่

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก   

รู้จัก ‘สุนทร ปานแสงทอง’ รัฐมนตรีป้ายแดง แก๊งปากน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/537711

นายหัวไทร

01 ธ.ค. 2565

รู้จัก 'สุนทร ปานแสงทอง' รัฐมนตรีป้ายแดง แก๊งปากน้ำ

สุนทร ปานแสงทอง บนเก้าอี้รัฐมนตรี ที่ถูกมองกันว่า เป็นซื้อใจบ้านใหญ่ ‘ปากน้ำ’ ตามที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สัญญาไว้

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้ง นายสุนทร ปานแสงทอง เป็นรัฐมนตรีช่วย (รมช.) ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่ามกลางเสียงถามอื้ออึงว่า “แล้วสุนทร ปานแสงทอง” เป็นใคร มาจากไหน

หลังนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณปรับ ครม.ก็มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า กลุ่มปากน้ำได้โควต้ารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง และส่งชื่อไปให้นายกรัฐมนตรีแล้ว “เป็นผู้ชาย และเป็นคนนอก”

 รัฐมนตรีใหม่ป้ายแดงคนนี้ มีตำแหน่งทางการเมืองก่อนหน้านี้ เป็น รองนายก อบจ.สมุทรปราการ ที่มี “ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย” เป็นนายกฯ อบจ. ภายใต้การสนับสนุนของ “ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” บ้านใหญ่ปากน้ำ

สุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ

ตามประวัติไม่เคยผ่านการเป็น ส.ส.มาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้องแวะเพียงแค่การเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 สมุทรปราการ เมื่อปี 2548 ให้กับ “พรรคมหาชน” และเป็นผู้สมัครเขต 4 สมุทรปราการ ในนามพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งปี 2562 เท่านั้น

ในทางการเมือง ถือเป็นคนที่มีโปรไฟล์ชัด มาจากบ้านใหญ่ อัศวเหม

ซึ่งเรื่องนี้ สอดคล้องกับที่เจ้าตัวออกมาขอบคุณ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ

“ขอบคุณกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ที่นำโดย นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ที่สนับสนุนการทำงานและผลักดัน ให้รับหน้าที่ในตำแหน่ง”

ดังนั้น เมื่อ นายชนม์สวัสดิ์ สนับสนุน โควต้านี้ก็ถือเป็นของพรรคพลังประชารัฐ ตามที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ์ เคยรับปากกับ “กลุ่มปากน้ำ” ไว้

ทั้งนี้ หากจำกันได้ การรับปากดังกล่าว เกิดขึ้นจากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในรอบที่ผ่านมา ที่ ส.ส.กลุ่มปากน้ำไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

6 ส.ส.กลุ่มปากน้ำ อันประกอบด้วย  นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับอีก 5 ส.ส.สมุทรปราการ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ, น.ส.ภริม พูลเจริญ, นายยงยุทธ สุวรรณบุตร, นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ออกมาเขย่าเก้าอี้ “มท.1” ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้เสียวสันหลังวาบ

ด้วยการโหวตสวนมติพรรคตัวเอง ลงมติไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมๆ กับการเรียกร้องให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค มานั่งในตำแหน่ง มท.1 แทนด้วย

โดย นายกรุงศรีวิไล เรียกการโหวตสวนในคราวนั้นว่า เป็นการกระตุกหนวดเสือ

“รมว.มหาดไทย ที่เป็นแม่บ้านรัฐบาลและเคยสัญญาว่าในพื้นที่สมุทรปราการ มีอะไรให้แจ้ง แต่พอแจ้งกับเจ้าตัว กลับไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะกระทรวงไม่ส่งมาที่จังหวัด ทำอะไรไม่ได้ นี่เรียกว่ากระตุกหนวดเสือ เสือหลับจึงเรียกให้ตื่น มาดูลูกๆ บ้างว่าเป็นยังไง”

อย่างไรก็ตาม การออกมางัดข้อของกลุ่มปากน้ำในคราวนั้น ทำให้หลังจากจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ “บิ๊กป้อม” ต้องรุดไปถึงปากน้ำ เพื่อเคลียร์ใจ  จนเกิดภาพฮือฮาว่อนโซเซียล นายกรุงศรีวิไลล้มกราบเท้าบิ๊กป้อม กระทั่งขึ้นหน้า 1 เช้าวันรุ่งขึ้นทุกฉบับ

ผลจากการปิดห้องเคลียร์ใจวันนั้น แทนที่จะถูกคาดโทษหมายหัวที่ทำให้น้องป๊อกของพี่ใหญ่เสียหน้า เหมือนๆกับที่ “ก๊วนธรรมนัส” เคยก่อหวอดแต่ผลกลับตาลปัตร นอกจากไม่เอาผิดที่โหวตสวนมติพรรคแล้ว ตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ของ นายสุนทร คือสิ่งที่บิ๊กป้อมรับปากในวันนั้น และมอบให้ในวันนี้แม้จะผ่านมาหลายเดือน แต่ทั้งหมดนี้คือ เส้นทางการเมืองของ นายสุนทร ปานแสงทอง จาก “รองนายกฯอบจ. สู่เก้าอี้รัฐมนตรี

รัชกาลที่1 โปรดเกล้าฯ ให้ปลด สมเด็จสังฆราช ที่ พระเจ้าตาก ทรงตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/537654

เปรียญ12

30 พ.ย. 2565

รัชกาลที่1 โปรดเกล้าฯ ให้ปลด สมเด็จสังฆราช ที่ พระเจ้าตาก ทรงตั้ง

เหตุในต้นแผ่นดิน รัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ปลด สมเด็จสังราช ที่พระเจ้าตาก ทรงเคยแต่งตั้ง เหตุกราบไหว้ฆราวาส

พระมหากษัตริย์ ทรงพระราชอำนาจในการสถาปนาหรือถอดถอนสมเด็จพระสังฆราชมาแต่โบราณกาล เช่น สมเด็จพระเจ้าตากสิน และ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต่างก็ทรงปลด สมเด็จพระสังฆราช ในรัชกาลของพระองค์มาแล้ว
ส่วนเรื่องที่เล่าวันนี้ จะเล่าเรื่อง สมเด็จพระวันรัต องค์แรกในกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ไปเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช ด้วย เพราะสมเด็จพระวันรัต หรือพระพนรัตน์องค์แรก แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นี้ ถูกพระมหากษัตริย์ปลดจากสมเด็จพระสังฆราช นั่นเอง

วัดหงส์รัตนารามวัดหงส์รัตนาราม

สมเด็จพระวันรัต วันนี้ คือพระพนรัตน์ สมัยก่อน
และพระพนรัตน์ องค์แรกที่จะเล่านี้ เคยเป็นถึงสมเด็จพระสังฆราชในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  แต่รัชกาลที่ 1ทรงปลดออก   แล้วตั้งให้เป็นพระธรรมธีรราชมหามุนี (ชื่น) ว่าที่ พระพนรัตน์ รองสมเด็จพระสังฆราช ที่ไม่ให้ลาสิกขา แต่ลดมาหนึ่งตำแหน่งเพราะเป็นผู้ทรงความรู้ในพระไตรปิฎก ควรรักษาไว้ 
 อดีตสมเด็จพระสังฆราช(ชื่น) จึงเป็นพระพนรัตน์ องค์แรกในกรุงรัตนโกสินทร์ 

ตามประวัตินั้น ท่านเกิดในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อพ.ศ. 2272  มีชื่อเดิมว่าชื่น เมื่อรับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ท่านยังหนุ่มมีอายุเพียง 52 ปี
 

ก่อนมาอยู่กรุงธน เคยดำรงตำแหน่งพระธรรมธีรราชมหามุนี ตำแหน่งสังฆราชเมืองแกลง มาก่อน ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินนิมนต์ให้มาครองวัดหงษ์ ทรงตั้งให้เป็นพระโพธิวงศ์

วัดหงส์รัตนารามวัดหงส์รัตนาราม
 การที่มาดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เพราะถวายพรถูกพระราชหฤาทัยสมเด็จพระเจ้าตาก เรื่องนี้เกิดในช่วงสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงมีพระสัญญาณวิปลาสทรงเข้าใจว่าพระองค์บรรลุโสดาบัน เป็นพระอริยบุคคล จึงถามพระผู้ใหญ่ ที่มีสมเด็จพระสังฆราช (ศรี) วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆัง)เป็นประธานว่า พระสงฆ์ จะไหว้อริยบุคคลที่เป็นฆราวาสได้ หรือไม่


 ในเรื่องนี้พระสงฆ์มีความเห็นแบ่งเป็น 2 ฝ่าย


ฝ่ายหนึ่งที่มี สมเด็จพระสังฆราช (ศรี)  เป็นผู้นำ ว่าไม่ได้ เพราะอย่างไรเสีย ฆราวาส ถึงจะบรรลุธรรม เป็นโสดาบัน เป็นอริยบุคคล  แต่อยู่ในเพศที่ต่ำ มีศีลน้อยเทียบกับพระภิกษุสงฆ์ ที่มีเพศสูง เพราะมีศีลมากกว่า
  พระเถระที่เห็นด้วยกับสมเด็จพระสังฆราช (ศรี) ได้แก่พระพุทธาจารย์ วัดบางหว้าน้อย (วัดอมรินทร์)และพระพิมลธรรม วัดโพธาราม(วัดโพธิ์)
 ความเห็นทั้ง 3 รูปนั้น ไม่ถูกพระราชหฤาทัย สมเด็จพระเจ้าตากสิน จึงถูกลงโทษ คือถูกถอดจากสมณศักดิ์ และถูกทำโทษ โดยถูกเฆี่ยนตี และให้ขนของโสโครกในวัดหงษ์ เป็นต้น
 

 ในขณะที่พระเถระอีกส่วนหนึ่ง นำโดยพระโพธิวงศ์ (ชื่น) วัดหงษ์ พระรัตนมุนี(แก้ว) วัดหงษ์ พระพุทธโฆษาจารย์ วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆัง) ได้ถวายพระพรว่า พระสงฆ์ไหว้พระอริยบุคลลที่เป็นฆราวาสได้ 
 สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงโปรดคำถวายพระพร นี้ จึงโปรดอวยศ อวยตำแหน่งให้ โดยสถาปนาพระโพธิวงศ์ (ชื่น )วัดหงษ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช แทนสมเด็จสังฆราช (ศรี) ที่ถูกถอด และใหัตั้งพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นพระพนรัตน์ (สมัยพระเจ้าตาก)
ส่วนพระรัตนมุนี(แก้ว)ลาสิกขา ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาธรรมปรีชา (แก้ว) ตำแหน่งพระอาลักษณ์ ผู้แต่งไตรภูมิโลกวินิจฉัยกถา
 วัดหงส์รัตนารามวัดหงส์รัตนาราม
ครั้นรัชกาลที่ 1 ปราบดาภิเษก ขึ้นครองราชย์ นอกจากทรงปรับปรุงการปกครองราชอาณาจักรแล้ว มิได้ละเลยพุทธจักร
  ทรงยกกรณีพระสงฆ์ที่ถวายบังคม และไม่ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าตากสินมาเป็นเรื่องด่วน ทรงวินิจฉัยแล้วโปรดให้ถอดยศ ลดตำแหน่งพระสงฆ์ที่ถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าตากทั้งหมด
  คือปลดสมเด็จพระสังฆราช (ชื่น) เป็นพระธรรมธีรราชมหามุนี ว่าที่ พระพนรัตน์ (ตำแหน่งพระพนรัตน์ว่างพอดี)
 ทรงให้เหตุผลว่า พระทั้งนั้นลุแก่อำนาจภยาคติ เป็นประประมาณ
 ส่วนพระที่ไม่ยอมถวายบังคมพระเจ้าตาก รัชกาลที่ 1โปรดให้กลับมารับสมณศักดิ์ และตำแหน่งเดิม ได้แก่สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) วัดบางหว้าใหญ่(วัดระฆัง) พระพิมลธรรม วัดโพธาราม (วัดโพธิ์ ในปัจจุบัน) และพระพุทธาจารย์ วัดบางหว้าน้อย (วัดอมรินทร์)
นี่คือที่มาของสมเด็จพระวันรัต หรือพระพนรัตน์องค์แรกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

อนึ่งบทบาทพระธรรมธีรราชมหามุนี (ชื่น) ว่าที่พระพนรัตน์ ในสมียรัชดาลที่ 1 ยังมีต่อ เมื่อถวายพระพรรัชกาลที่ 1 ว่า ไม่ควรถวายนิตยภัตแก่ภิกษุสงฆ์ เพราะพระจับเงินทองเป็นอาบัตินิสสัคคีย์ รัชกาลที่ 1 ทรงเห็นชอบ จึงให้ถวาย กัปปิยะจังหัน (สิ่งของ) แก่พระสงฆ์แทน
  ต่อมาพระธรรมธีรราชมหามุนีองค์เดิมนั้น นำผ้าส่าน ของพระราชทานเป็นเครื่องยศ ไปขายให้ศุภรัต เป็นเงิน 8 ตำลึง
ความทราบถึงสมเด็จพระสังฆราช (ศรี) จึงให้ราชบุรุษกราบบังคมทูลในหลวง เมื่อทรงทราบ โปรดให้พระยาพระเสด็จเป็นตระลาการ ชำระคดี สืบสวนได้ความตามฟ้อง ทรงพระพิโรธ จึงโปรดให้สมเด็จพระสังฆราชพิจารณาโทษ สมเด็จพระสังฆราช ให้พระธรรมธีรราชมหามุนี (ชื่น) ขนทราย 500 ตะกล้า และถอดจากสมณศักดิ์ มาเป็นพระธรรมไตรโลก (ถูกถอดครั้งที่ 2) พร้อมทั้งหลุดตำแหน่งว่าที่พระพนรัตน์ อีกด้วย 

ตรงนี้จึงประมาณการว่า พระธรรมธีรราชมหามุนี(ชื่น) ดำรงตำแหน่งว่าที่ พระพนรัตน์ 5 ปี ตั้งแต่ 2325 ถึง 2330 
(ความที่พระธรรมธีราชมหามุนี (ชื่น) เป็นพระหนุ่ม ความรู้สูง แม้จะถูกปลดจากตำแหน่งสังฆราช ก็ยังแสดงบทบาทในวงการสงฆ์ไว้มาก แต่เป็นเรื่องไม่ค่อยดี เช่นไม่ให้เกียรติสมเด็จพระสังฆราช ที่สูงวัย บางเรื่องก่อให้เกิดการแตกแยกความคิดทางวินัยเช่นเรื่องกฐินวัดนากและ วัดกลางเป็นต้น จึงมีชื่ออ้างถึงพฤติกรรมบ่อยๆในกฎหมายตรา 3 ดวง หรือกฏพระสงฆ์ฉบับที่ 7 ที่บัญญัติสมัยรัชกาลที่ 1เกือบทั้งฉบับ)

 เมื่อรัชกาลที่ 1 โปรดให้สังคายนาพระไตรปิฎก พระธรรมไตรโลก (ชื่น) ที่ถูกลงโทษ จึงไปขอสมเด็จพระสังฆราช ว่าขอเข้าร่วมด้วย จึงได้เป็นผู้ช่วยสมเด็จพระสังฆราช ในการชำระพระไตรปิฎก  โดยเป็นหัวหน้ากองชำระพระปรมัตถปิฎก (สันนิษฐานว่าพระอภิธรรมปิฎก)
 พระพนรัตน์ องค์แรก ในกรุงรัตนโกสินทร์ ถึงจะมีวีรกรรมมาก ถูกปลดถึง 2 ครั้ง แต่เสียดายที่พงศาวดารมิได้บันทึกว่า ท่านถึง มรณภาพเมื่อไร อายุเท่าไร ทั้งๆที่เมื่อรับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช(สมัยสมเด็จพระเจ้าตาก) มีอายุเพียง 52 ปีเท่านั้น

ถึงจะไม่รู้เรื่องส่วนตัวมาก แต่เป็นการเริ่มต้น พระพนรัตน์ หรือสมเด็จพระวันรัตแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ที่มีรวมกัน 24 องค์
และองค์ที่ 24 คือสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหารจะออกเมรุวันที่ 1 ธันวาคม 2565