ใกล้สิ้นสภาพ “ประยุทธ์” ฝ่า 3 ด่านอันตรายในอุ้งมือพรรคเล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516403

26 พ.ค. 2565

ใกล้สิ้นสภาพ "ประยุทธ์" ฝ่า 3 ด่านอันตรายในอุ้งมือพรรคเล็ก

พยัคฆ์บูรพาใกล้สิ้นลาย “ประยุทธ์” เผชิญสัจธรรมยามขาลง พรรคเล็กใต้อาณัติธรรมนัส มีฤทธิ์มีเดช เมื่อฝ่ายค้านต้องการ 30 เสียงก็ล่มเรือเหล็กได้ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

อาการร่อแร่ “ประยุทธ์” ฝ่า 3 ด่านอันตราย งบประมาณ กฎหมายลูก และซักฟอก พรรคเล็กสายธรรมนัส รอจังหวะโหวตคว่ำได้ทุกเวลา 


พยัคฆ์บูรพาใกล้สิ้นลาย “ประยุทธ์” เริ่มเผชิญสัจธรรมยามขาลง นักเลือกตั้งมีฤทธิ์มีเดช เจอการต่อรองหนักขึ้นเรื่อยๆ อุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นได้ทุกเวลา


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญหน้ากับพรรคเล็ก พรรคขนาด 1-5 เสียงในปีสุดท้ายของสภาฯ พรรคเหล่านี้เป็นดอกผลรัฐธรรมนูญ 2560 และระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม 
 

เมื่อ 3 ปีก่อน พรรคเล็กเหล่านี้ช่วยให้พรรคพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากสำเร็จ หลายคนต่างขอบคุณรัฐธรรมนูญที่ออกแบบสูตรพิสดาร ทำให้พรรคที่มีคะแนน 3 หมื่นได้ ส.ส. 1 คน


กระทั่งวันนี้ พรรคเล็กในนามกลุ่ม 16 ได้ขับเคลื่อนการเมืองแบบจับปลาสองมือ ด้านหนึ่ง ยังนัดพูดคุยกับสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้ประสานงานพรรคเล็ก อีกด้านหนึ่ง ยังเดินตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย

วันที่ 25 พ.ค.2565 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรคพลังประชารัฐ ผู้ประสานงานพรรคเล็กมาคุยกับกลุ่ม 16 เพื่อขอความร่วมมือในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ และล่าสุด มีรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจมีนัดจิบกาแฟกับกลุ่ม ส.ส.พรรคเล็ก ในเร็ววันนี้

กลุ่ม 16 ดินเนอร์กับแกนนำฝ่ายค้าน ครั้งล่าสุด กลุ่ม 16 ดินเนอร์กับแกนนำฝ่ายค้าน ครั้งล่าสุด


ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีความใกล้ชิดกับแกนนำกลุ่ม 16 ก็เตรียมนัดรับประทานอาหารร่วมกัน และมีแผนจะเชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมวงดินเนอร์ด้วย


ลึก ๆ แล้ว กลุ่ม 16 ของพิเชษฐ สถิรชวาล ก็เกิดขึ้นโดยความเห็นชอบของ ร.อ.ธรรมนัส เพราะต้องการให้การถ่วงดุลกับพรรคเล็กสายที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์


“ชี้ชะตาซักฟอก”
แทบไม่น่าเชื่อว่า “ประยุทธ์” จะรอดหรือร่วงกลับขึ้นอยู่กับเสียงจากพรรคเล็ก ที่มี พิเชษฐ สถิรชวาล แกนนำกลุ่ม 16 และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม เป็นหัวหอกขับเคลื่อนทั้งในและนอกสภา
 

เอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ ให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับทิศทางการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ว่า ทางกลุ่ม 16 ตั้งใจให้ผ่านเพื่อนำงบประมาณไปขับเคลื่อนประเทศ ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องติดตามว่า มีจุดไหนไม่ชอบมาพากล ก็จะส่งสัญญาณผ่านรัฐมนตรี หากไม่มีการแก้ไขก็จะใช้สิทธิใช้เสียงในสภาผู้แทนราษฎร


สำหรับประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางรัฐมนตรีรายบุคคล พีระวิทย์กล่าวว่า ถ้านายกรัฐมนตรี ชี้แจงตอบข้อซักถามได้ทุกประเด็น เราก็พร้อมที่จะยกมือไว้วางใจให้ เพราะไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องร่วมมือกับ ร.อ.ธรรมนัส โค่นล้มนายกรัฐมนตรี 


เอ๋ พระบาทยังเปิดเผยถึงการหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส โดยมีข้อสรุปเบื้องต้น หากการชี้แจงของรัฐมนตรีคนใดไม่สามารถชี้แจงเข้าใจได้ชัดเจน เราก็ไม่สามารถที่จะยกมือไว้วางใจให้รัฐมนตรีคนนั้นได้ ในส่วนนายกรัฐมนตรี หากการบริหารถูกต้อง ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ปฏิเสธที่จะไว้วางใจ 


ดูเหมือนว่า กลุ่ม 16 และ ร.อ.ธรรมนัส จะพุ่งเป้าไปที่สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ตกเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องท่อส่งน้ำอีอีซี 


ด้าน พิเชษฐ สถิรชวาล ให้ความเป็นห่วงกฎหมายลูก หรือร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเฉพาะการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะหาร 100 หรือหาร 500 ซึ่งกลุ่มพรรคเล็กยังต้องการให้หาร 500 และยังมีความเชื่อมั่นว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในวาระ 2 และ 3 


จะว่าไปแล้ว ส.ว.สายทำเนียบรัฐบาล ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับสูตรหาร 500 และมีความพยายามจะคว่ำสูตรหาร 100 ในวาระ 2 และ 3

“ดุลกำลังสองขั้ว”
พูดถึงพรรคเล็ก ไม่ใช่มีแต่กลุ่ม 16 เท่านั้น หากแต่ยังมีกลุ่มพรรคเล็กที่สนับสนุน “ประยุทธ์” อยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาให้ความสนใจเรื่องกฎหมายลูกว่าด้วยเรื่องเลือกตั้งมากกว่า


กลุ่ม 16 เกิดจากพิเชษฐ สถิรชวาล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้จับมือกับ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ตั้งกลุ่ม 16 โดยมี ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เข้าร่วมด้วย 


พิเชษฐอ้างอยู่เสมอว่า มี ส.ส.อยู่ในมือ 18 เสียง รวมถึง ส.ส.อีก 3-4 คน จากพรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคชาติพัฒนา ที่แหกค่ายมาเป็นสมาชิกกลุ่ม 16 พร้อมกองหนุนจากพรรคเศรษฐกิจใหม่


เนื่องจากระยะหลัง มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มี 6 เสียง ได้เข้ามาร่วมวงดินเนอร์กับฝ่ายค้านด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม 16 มาแต่แรก


ส่วนพรรคเล็กที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบด้วย นพ.ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ ,ปรีดา บุญเพลิง พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ พรรคพลเมืองไทย ,นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ และบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย


นอกจากนี้ ก็มี พรรคพลังท้องถิ่นไท ของ ชัชวาลล์ คงอุดม และพรรครวมพลัง(รวมพลังประชาติไทย) ของอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งปีกนี้ รวมกันประมาณ 15 เสียง


สรุปว่า พรรคเล็กทั้งหมดไม่ได้อยู่ข้าง ร.อ.ธรรมนัสทั้งหมด หากแต่มีปีกที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยเหตุนี้ กลุ่ม 16 จึงเล่นเกมชักเข้าชักออก ต่อรองให้ตัวเองได้ประโยชน์มากกว่าจะหักโค่นตามราคาคุยผ่านสื่อ

ลาขาด 3 ป. “ธรรมนัส” ผนึกวิรัช สร้างครอบครัวของเรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516348

26 พ.ค. 2565

ลาขาด 3 ป. "ธรรมนัส" ผนึกวิรัช สร้างครอบครัวของเรา

ครอบครัวของเรา “ธรรมนัส” จับมือเสี่ยวิรัช ปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย พันธมิตรคนแดนไกล และที่โคราชลมพัดหวนแรง บ้านรัตนเศรษฐจะทิ้งพลังประชารัฐหวนคืนเพื่อไทย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

ครอบครัวของเรา “ธรรมนัส” จับมือเสี่ยวิรัช ปั้นพรรคเศรษฐกิจไทย พันธมิตรคนแดนไกล จับตาบ้านรัตนเศรษฐ จะทิ้งพลังประชารัฐหวนคืนเพื่อไทย


โลกใบใหม่ “ธรรมนัส” พร้อมไพร่พล 18 ชีวิต พ่วงด้วยกลุ่ม 16 พรรคเล็ก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในความเป็นความตายของรัฐบาลประยุทธ์


ในที่สุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เจ้าของพรรคเศรษฐกิจไทย ก็ประกาศเอกราช ไม่ขึ้นต่อบ้านป่ารอยต่อ แม้โดยส่วนตัวยังเคารพรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ก็ตาม 


ถอดรหัสคำพูดของธรรมนัส “ครอบครัวของเรา” ที่ร่วมแสดงความยินดีกับ ส.ก.นั้น ย่อมหมายถึงบรรดา ส.ส.พรรคเล็ก และกลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐ โดยเฉพาะบ้านรัตนเศรษฐ
 

จากนี้ไป น่าจับตาบทบาทของ วิรัช รัตนเศรษฐ สหายร่วมรบของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ในทางนิตินัยยังสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ทางพฤตินัยในพื้นที่นครราชสีมา ปลดป้าย พปชร.ออกไปนานแล้ว


เสี่ยปานหรือเสี่ยยักษ์ เดินเกมหาเสียงในโคราช โดยโชว์ความเป็น “บ้านรัตนเศรษฐ” มาตั้งแต่ต้นปี 2565 หลังจากวิรัชส่ง ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา เขต 8 และเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 ไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส 

ในปฏิทินครอบครัวรัตนเศรษฐ มีภาพลูกสะใภ้ ของวิรัชด้วยในปฏิทินครอบครัวรัตนเศรษฐ มีภาพลูกสะใภ้ ของวิรัชด้วย


ปลายปีที่แล้ว สมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้ผนึกกำลังกับวิรัช เตรียมสร้างป้อมค่ายโคราชให้แข็งแกร่ง และเป็นฐานที่มั่นเพื่อขยายผลไปทั่วภาคอีสาน


โมเดลธรรมนัสที่จะสู้กับกระแสเพื่อไทยในเวลานั้นคือ ไม่ชู พล.อ.ประยุทธ์ แต่พยายามปั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เป็นผู้อาสามาแก้ปัญหาดิน และน้ำของชาวอีสาน


ทั้งธรรมนัสและวิรัช เชื่อในสูตรสำเร็จบ้านใหญ่ ไม่ขายประยุทธ์ เชื่อว่าพลังประชารัฐจะสู้ได้กับทุกพรรค แต่ปีก พล.อ.ประยุทธ์ เล่นไล่ธรรมนัสไม่เลิก จึงเกิดศึกแตกหัก และแยกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย


เสี่ยปานหรือวิรัช พร้อมคู่ชีวิต และน้องภรรยา เจอวิบากคดีฟุตซอล จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. จึงวางแผนส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นต่อไป โดยแตะมือกับผู้กองธรรมนัส และมีข่าวเสี่ยปานลมพัดหวน จะกลับบ้านเพื่อไทยสมัยหน้า


“บ้านรัตนเศรษฐ”
ช่วงเลือกตั้งปี 2562 “ธรรมนัส” กับวิรัช รัตนเศรษฐ อยู่คนละสาย แต่เกมประลองกำลังในพลังประชารัฐ หลายก๊กหลายก๊วน ทำให้วิรัชกับธรรมนัส กลายเป็นเพื่อนตายสหายศึก

ผลเลือกตั้งสมัยที่แล้ว พลังประชารัฐภายใต้การนำของบ้านใหญ่รัตนเศรษฐ กวาดมา 6 ที่นั่ง(เฉพาะตระกูลของวิรัช 4 คน) และเป็นครั้งแรกที่วิรัชนำมาสมาชิกครอบครัวเข้าสภาได้มาก 5 คน รวมถึงตัวเขาด้วย แถมอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ก็ได้ตำแหน่ง รมช.คมนาคม


ปลายปี 2563 วิรัชจับมือ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และ ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา แม่ทัพใหญ่ค่ายภูมิใจไทย เป็นพันธมิตรการเมืองระดับท้องถิ่น


เมื่อ ยลดา หวังศุภกิจโกศล เป็นนายก อบจ.นครราชสีมา ได้แต่งตั้ง กมลศักดิ์ เกษเมธีการุณ เป็นรองนายก อบจ.นครราชสีมา คนที่ 4 ซึ่งกมลศักดิ์เป็นสามีของ ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.โคราช เขต 8


“กลับเพื่อไทย”
สมรภูมิเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา สมัยหน้า “ธรรมนัส” คงแตะมือวิรัช จัดทัพผู้สมัคร ส.ส. ในนามพรรคเศรษฐกิจไทย และบ้านใหญ่รัตนเศรษฐ ที่กำลังหาเสื้อสีใหม่อยู่


สถานการณ์วันนี้ ชัชชาติแลนด์สไลด์ ฉุดให้พรรคเพื่อไทยมีกระแสมาแรงในโคราช ขณะที่กระแสลุงตู่ค่อย ๆ ลดลง ดังนั้น พลังประชารัฐแทบจะไร้อนาคต ส่วนภูมิใจไทย ที่ไม่มีกระแสพรรค ก็ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของ ส.ส. และกลยุทธ์หาคะแนนแบบเก่า


วิรัช และทัศนียา ติดบ่วงกรรมคดีเก่า จึงวางทายาทไว้แล้วคือ อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนโต ส.ส.นครราชสีมา เขต 6, ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนรอง ส.ส.นครราชสีมา เขต 4 และตติรัฐ รัตนเศรษฐ ลูกชายคนเล็ก ที่จะลงแทนมารดา-ทัศนียา (ครั้งที่แล้ว ตติรัฐลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ)


ผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ของบ้านรัตนเศรษฐ ที่มีการเปิดตัวไปแล้วชื่อ อรัชมน รัตนเศรษฐ ภรรยาของปลัดแบงก์ อธิรัฐ รมช.คมนาคม ก็ต้องรอดูว่า วิรัชจะให้ลูกสะใภ้ ลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขตไหน


ส่วนทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องภรรยาของวิรัชที่ติดบ่วงคดีเหมือนกัน ก็มีลูกสาว ธนวรรณ เกษเมธีการุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลห้วยแถลง เป็นตัวแทนอยู่แล้ว 


วิรัช เป็น ส.ส.นครราชสีมาครั้งแรก ในสีเสื้อพรรคชาติไทย และปักหลักอยู่กับพรรคชาติไทยหลายสมัย ก่อนจะย้ายไปพรรคมหาชน, พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา, พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ


นับแต่ทักษิณครองใจคนอีสาน วิรัชก็เจอศึกหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพาครอบครัวย้ายเข้าพรรคเพื่อไทย เมื่อปี 2554 มาถึงปีนี้ อุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์มาแรง จึงมีข่าวร่ำลือว่า เสี่ยปานจะหวนคืนบ้านเก่า


อย่างไรก็ตาม หากแผนกลับเพื่อไทยสะดุด เสี่ยปานก็มีพรรคเศรษฐกิจไทยรองรับอยู่แล้ว หากวิรัชผนึกกำลังผู้กอง ก็จะทำให้หุ้นพรรคธรรมนัสพุ่งขึ้นทันที

ทวงความเป็นธรรม”เด็กหญิง 14″ ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516296

25 พ.ค. 2565

ทวงความเป็นธรรม"เด็กหญิง 14" ต้องไม่ตายฟรีกับค่าเทอมเถื่อน

เงินไม่มี ผู้ปกครองไม่มา “เด็กหญิง 14” เรียนดี แต่การศึกษาและปากของครูทำให้เด็กจบชีวิตลาโลก จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบจากกระทรวงศึกษาธิการ แม้ก่อนหน้านั้นบอกจะรู้ผลสอบไม่เกิน 7 วัน

เรื่องราวของ “น้องโบนัส”  เด็กหญิงปลอบขวัญ ระสุโสะ อายุ 14 ปี  ที่เจอปัญหามรสุมรุมเร้ามืดแปดด้าน หวังยึดโรงเรียนเป็นที่พึ่งสุดท้ายแต่ไม่เป็นไปตามที่หวัง เด็กหญิง 14 ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยความน่าเศร้าใจ

16 พ.ค. 2565 หลังการเสียชีวิตของน้องโบนัสเพียง 2 วัน “ ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. ผู้บังคับบัญชาสูงสุดจากส่วนกลาง ถูกกระแสสังคมกดดันหนัก สั่งการด่วนให้เขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี เด็กหญิง 14 ต้องรู้ผลไม่เกิน 7 วัน แต่เมื่อครบ 7 วัน กลับไม่มีคำตอบ

ขณะที่ “ตรีนุช เทียนทอง ” รมว.ศึกษาธิการ ออกมากำชับเรื่อง “ความปลอดภัยในโรงเรียน” นักเรียนมาถึงโรงเรียนต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากครูและผู้บริหารโรงเรียน และปรับระบบแนะแนวในโรงเรียน

อีกมุมของปลายด้ามขวาน หลังเพื่อนรักจบชีวิต “เด็กหญิงกอหญ้า” เพื่อนของ “น้องปลอบขวัญ” ถูก “ครู” เรียกเข้าไปพบตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำมืดของวันพุธที่18 พ.ค.2565 เพียงคนเดียว โดยไม่มีผู้ปกครอง ตามที่รับปากภาคประชาสังคมเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าชะตาชีวิตของ “เด็กหญิงกอหญ้า” ผู้รับปากเพื่อนรัก “ช่วยเปิดโปง” หลังออกจากห้องสอบข้อเท็จจริง จะเป็นอย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน เลขาธิการ กพฐ. ไม่ยอมเปิดเผยผลสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร และมีใครต้องรับผิดชอบกับการเสียชีวิตของ เด็กหญิง 14 กลับเฉไฉไปอีกเรื่องว่า “หากนักเรียนไม่มีเงินค่าเทอม ก็ให้ผ่อนชำระ” นั่นหมายความว่ามีการจัดเก็บ “ค่าเทอมเถื่อน” ทั้งที่นักเรียนทุกคนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเรียนฟรี 15 ปี ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ

เป็นที่น่าสังเกตว่า “นักเรียน” มีมูลหนี้อะไรกับโรงเรียน “ดร.อัมพร พินะสา” เลขาธิการกพฐ. จึงสั่งให้ผ่อนชำระเงินค่าบำรุงการศึกษา หรือ “ค่าเทอมเถื่อน” การสั่งการนี้ไม่ว่าด้วยวาจา หรือ เป็นหนังสือถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ “ชอบด้วยกฏหมายหรือไม่”

ว่ากันว่า หลัง เด็กหญิง 14 กระทำอัตวินิบาตกรรม คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเรียนหญิงรายนี้ต้องไม่ตายฟรี

คณะทำงานด้านการศึกษา สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ประสานงานขอเข้าพบ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรณี เด็กหญิง 14  และขอให้ยกเลิกประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา เบื้องต้นตอบรับเป็นวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดขอเลื่อนการนัดพบไปเป็นหลังเวลาราชการของวันที่ 8 มิถุนายน 2565 

ความจริงเกี่ยวกับ เด็กหญิง 14 มีอะไรบ้าง 

  • 1.ข้อเท็จจริงที่ “เด็กหญิง 14” พูดกับเพื่อนว่าอย่างไร โดยพยานบุคคลคือเพื่อนที่ได้เห็น รับรู้หลายคนว่า “เด็กหญิงปลอบขวัญ” พูดหรือไลน์บอกเพื่อน ตรงกับหลักการรับฟังพยานของศาลไทย คนที่ใกล้ถึงความตาย รับฟังว่าเป็นความจริง
  • 2.ในข้อเท็จจริงนี้ จะพบว่า ครูคนใดพูดกับน้องว่าอย่างไร การที่ครูปฏิบัติต่อนักเรียน ที่กระทำไม่ว่าเป็นคุณ หรือเป็นโทษ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนหมอรักษาคนไข้
  • 3.นำข้อเท็จจริงนี้ เป็นจุดเริ่มต้นดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา คือการดำเนินการทางวินัยโดยอำนาจบังคับบัญชา ส่วนมาตรการทางวิชาชีพก็เป็นหน้าที่โดยคุรุสภา
  • 4.อำนาจการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ตรงนี้ “ตรีนุช เทียนทอง” รมว.ศึกษาธิกาาร ควรตอบหรือแจ้งเป็นหนังสือดังนี้ 
  • 4.1 การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ขัด รัฐธรรมนูญ ม.54 และผิด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ม.10  หรือไม่
  • 4.2 ถ้าขัด กระทรวงศึกษาธิการ ต้องดำเนินการอย่างไร เช่น ทำหนังสือสั่งการไปยัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  โรงเรียน ให้ยกเลิกการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษารวมทั้งทำหนังสือแจ้งกรมบัญชีกลาง

ถ้ากระทรวงศึกษาธิการยังยืนยันว่า การเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา (ค่าเทอมเถื่อน)กระทำได้โดยชอบ ก็ให้ทำเป็นหนังสือยืนยันแจ้งเป็นการทั่วไป เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญให้ ส.ส.นำไปอภิปรายฯในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

    ถ้าระบบการศึกษาไทยยังเป็นแบบนี้นักเรียนคนไหนจะเป็นรายต่อไป

ปลุกผีลอบสังหาร “ทักษิณ” สุมไฟแค้นเผด็จการทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516280

25 พ.ค. 2565

ปลุกผีลอบสังหาร "ทักษิณ" สุมไฟแค้นเผด็จการทหาร

คลับเฮาส์ไฟลุก “ทักษิณ” ปลุกผีแผนลอบสังหาร เรียกคะแนนสงสารจากคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันม็อบคนเสื้อเหลือง เจอขบวนการจับโป๊ะสไนเปอร์ซุ่มยิงจากธรรมศาสตร์ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนนน้ำหมึก

คลับเฮาส์ไฟลุก “ทักษิณ” ปลุกผีแผนลอบสังหาร ทั้งคาร์บอมบ์ อาร์พีจีถล่ม และสไนเปอร์ซุ่มยิง เรียกคะแนนสงสารจากคนรุ่นใหม่ ที่โตไม่ทันม็อบคนเสื้อเหลือง


จับโป๊ะแผนสไนเปอร์เด็ดหัว “ทักษิณ” พลาดเต็มๆ เรื่องจุดซุ่มยิงตึกรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ถึงสนามหลวง แอดมินกลุ่มแคร์ต้องแก้ตัวพัลวัน


ควันหลง 8 ปีรัฐประหาร 2557 ยังไม่จบ ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซั่ม ฉวยจังหวะชัชชาติแลนด์สไลด์ รุกไล่กลุ่มพี่น้อง 3 ป. เปิดใจเรื่องการรัฐประหาร 2 ครั้งในรอบ 20 กว่าปี โดยเน้นคำว่า เรื่องที่ไม่เคยเล่า
 

แคร์คลับเฮาส์คืนนั้น จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับเรื่องแผนลอบสังหารทักษิณ ก่อนการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ไล่มาตั้งแต่อาร์พีจีถล่ม, สไนเปอร์ซุ่มยิง และคาร์บอมบ์


เรื่องเล่าแผนลอบสังหารที่ทำให้ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการอิสระ ต้องลุกขึ้นมาจับโป๊ะกรณีสไนเปอร์ซุ่มยิงทักษิณ จากตึกรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  


โทนี่หรือทักษิณ เล่าว่า “ตอนนั้นมีความเคลื่อนไหวคือ ผมถูกดักยิงด้วยสไนเปอร์จุดหนึ่งที่ จ.ลำปาง แต่บังเอิญว่า ปราศรัยจาก จ.เชียงราย เสร็จก็เข้า จ.เชียงใหม่ต่อเลย ปรากฏว่าตั้งปืนเก้อ มาคราวทีหลังตั้งปืนตอนปราศรัยที่สนามหลวง ได้มีการตั้งปืนที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แต่ผมนั้นออกมาก่อน เพราะติดธุระ ปืนเลยตั้งไม่ได้ เพราะนักศึกษายังไม่ออกจากตึก…”


การปราศรัยที่ท้องสนามหลวงในเรื่องเล่าของทักษิณนั้น พรรคไทยรักไทยจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2549 เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องขายหุ้นชินคอร์ป และอีกหลายเรื่อง เพราะเวลานั้น มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชูธงโค่นระบอบทักษิณ

กลุ่มแคร์ชี้แจงใหม่ วัดระยะการยิงให้เสร็จ กลุ่มแคร์ชี้แจงใหม่ วัดระยะการยิงให้เสร็จ


“ผมจะเปิดใจ ผมถูกเล่นงานมานาน ผมจะใช้สนามหลวงเปิดการปราศรัยใหญ่ ประชาชนคนใดต้องการจะฟังเชิญมาได้เลย” ทักษิณให้สัมภาษณ์นักข่าวก่อนจะถึงวันที่ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่


จากต้นปี 2549 จนถึงกลางปี 2565 ทักษิณจึงมาเล่าเรื่องแผนการลอบสังหาร กลางเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยทีมสไนเปอร์มีแผนไปตั้งปืนซุ่มยิงจากตึกคณะรัฐศาสตร์ 

“จับโป๊ะลอบสังหาร”
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่พักหลังหันมาวิพากษ์ “ทักษิณ” ถี่ขึ้น จนกระทั่งนางแบกเพื่อไทย ไม่พอใจพาทัวร์ไปลงที่เฟซบุ๊คนักวิชาการอิสระอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งกรณีซุ่มยิงจากธรรมศาสตร์ สมศักดิ์ได้โพสต์แผนที่บริเวณธรรมศาสตร์ และสนามหลวง พร้อมวัดระยะทางจากตึกรัฐศาสตร์ ถึงสนามหลวง ซึ่งไกลมาก พร้อมข้อความแผนยิงทักษิณจากคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์


ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชนะ ผาสุกสกุล ในฐานะอดีตนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ ก็แสดงความเห็นว่า มันเป็นไปไม่ได้ “…ตึกรัฐศาสตร์ อยู่ลึกสุดถ้าวัดจากสนามหลวง  เอามุมไหนยิง มองเห็นสนามหลวงจากมุมไหนครับ นี่ไม่นับว่าตึกสูงที่บังอยู่ข้างหน้า คือ ตึกศูนย์ภาษา ตึกกิจกรรม ตึกคณะนิติศาสตร์”


ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก เข้าใจว่า น่าจะชื่อตุ้น ได้โพสต์สั้น ๆ ว่า “เด็กรัดสาดหัวเราะ เมื่อมีข่าวซุ่มยิงจากดาดฟ้าตึกรัดสาด โถ…ใครจะเอาที่สูบบุหรี่เป็นที่ซุ่มยิง ผ่านด่านพวกขี้เมาให้ได้ก่อนเหอะฎ


“‘กลุ่มแคร์แก้ตัว”
หลังเรื่องเล่าสไนเปอร์ซุ่มยิงของ “ทักษิณ” ทำให้มีขบวนการจับโป๊ะเกิดขึ้นมากมาย แอดมินเพจ CARE คิด เคลื่อน ไทย จึงต้องชี้แจงผ่านสเตตัสตำแหน่งพลแม่นปืนหวังสังหารพี่โทนี่


“พี่โทนี่ได้เล่าว่า มีพลแม่นปืนเตรียมสไนเปอร์เพื่อลอบยิงพี่โทนี่บนเวทีปราศรัยกลางสนามหลวง จากดาดฟ้าตึกคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น อาจเป็นความสับสนเรื่องชื่อคณะและชื่อตึกภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งพี่โทนี่ไม่คุ้นเคย”


กลุ่มแคร์บอกเรื่องราวผ่านมานานแล้ว โทนี่หรือทักษิณ มีความสับสนในการจำชื่อตึก แถมยังอธิบายเพิ่มเติมว่า “เมื่อพิจารณาจากวิถีสไนเปอร์ ระยะยิงหวังผลของสไนเปอร์รุ่นต่างๆที่มีใช้ในประเทศอยู่ที่ 600 เมตรหรือมากกว่า ดังนั้น จากข้อมูลแผนที่ภาพตึกคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบกับตำแหน่งเวที เวลา และระยะยิงหวังผลของสไนเปอร์ จึงมีความเป็นไปได้มากที่พลแม่นปืนแอบซ่อนตัวเพื่อหวังยิงพี่โทนี่ บนตึกใดตึกหนึ่งภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่อยู่ในระยะหวังผลของสไนเปอร์ เช่น บริเวณตึกคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เป็นต้น”


ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไร เรื่องที่ไม่เคยเล่าของทักษิณ ได้ก่อให้ปฏิกิริยาจากคน 2 ขั้วเหมือนเดิม ฝ่ายกองเชียร์เพื่อไทย ย่อมเกิดความรู้สึกไม่พอใจ และแค้นใจต่อการกระทำของทหารบางกลุ่ม แต่กลุ่มที่ต่อต้านระบอบทักษิณ ก็ยิ่งชิงชังมากขึ้น

เกมใหม่แค้นเก่า “ธรรมนัส” บิ๊กดีลแดนไกล จัดทัพขับไล่ประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516263

25 พ.ค. 2565

เกมใหม่แค้นเก่า "ธรรมนัส" บิ๊กดีลแดนไกล จัดทัพขับไล่ประยุทธ์

เกมใหม่แค้นเก่า “ธรรมนัส” ยึดเศรษฐกิจไทยเบ็ดเสร็จ ในกระแสข่าวบิ๊กดีล ป่วนขั้วรัฐบาลประยุทธ์ คนแดนไกลประสานเสียงไล่ 3 ลุงกลับบ้าน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

เกมใหม่แค้นเก่า “ธรรมนัส” ยึดเศรษฐกิจไทยเบ็ดเสร็จ ในกระแสข่าวบิ๊กดีล ป่วนขั้วรัฐบาลประยุทธ์ คนแดนไกลประสานเสียงไล่ 3 ลุงกลับบ้าน


มีอะไรในสิงคโปร์ “ธรรมนัส” ส่งสัญญาณถึงกลุ่มพรรคเล็ก รอปฏิบัติการพิเศษ จับตาเกมโหวตคว่ำประยุทธ์กลางสภาฯ ทรงพลังกว่าขับรถถังล้มทักษิณ-ยิ่งลักษณ์


จบไปแล้ว เกมหักเหลี่ยมโหดภายในพรรคพลังประชารัฐ ระหว่าง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนับจากนี้ไป ผู้กองธรรมนัสจะเป็นผู้กำหนดเกม เหมือนที่ทักษิณ ชินวัตร ชอบพูดว่า ผู้คิดเกมใหม่คือผู้ชนะ
 

วันที่ 23 พ.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ส่งซิกให้ พล.อ.วิชญ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แต่วันรุ่งขึ้น(24 พ.ค.2565) พล.อ.วิชญ์ เปิดใจผ่านสื่อบางสำนักเรื่องความอึดอัดใจในบทบาทหัวหน้าพรรค และคิดจะลาออก

พล.อ.วิชญ์ ทิ้งภาพปริศนา ก่อนลาออกจากหัวหน้าพรรคพล.อ.วิชญ์ ทิ้งภาพปริศนา ก่อนลาออกจากหัวหน้าพรรค


ฝ่าย ร.อ.ธรรมนัส ทราบข่าว จึงให้ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรคเศรษฐกิจไทย เดินเกมรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคจำนวน 15 คน ทำหนังสือลาออก ทำให้ผู้บริหารพรรคชุดเก่าสิ้นสภาพ และต้องมีการเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่


เกมล้างไพ่ของมือขวาธรรมนัส เท่ากับว่าเป็นการขับบิ๊กน้อยออกจากพรรคโดยอัตโนมัติ ตกค่ำวันเดียวกัน พล.อ.วิชญ์ ก็ตัดสินใจขอลาออกจากหัวหน้าพรรค อีกด้านหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับจากสิงคโปร์ถึงเมืองไทย 


เอ๋ พระบาท หรือพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ยอมรับว่า ระหว่างที่อยู่สิงคโปร์ ร.อ.ธรรมนัส โทรมาหาตน โดยผู้กองจะไม่ได้เข้าร่วมวงดินเนอร์กับฝ่ายค้าน แต่หลังเปิดสภาฯ ได้แจ้งขอนัดคุยกับพรรคเล็กทั้งหมด


เมื่อค่ำวันที่ 23 พ.ค.2565 เอ๋ พระบาท พร้อมกับพิเชษฐ สถิรชัชวาล หัวหน้ากลุ่ม 16 ได้ร่วมรับประทานอาหารกับประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ร้าน The Corner ซอยสุขุมวิท 26


เอ๋ พระบาท บอกว่า พรรคเล็กคุยกันในเบื้องต้น ไม่ได้มีแผนจะล้มรัฐบาลประยุทธ์ แต่จะขอทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ในประเด็นที่ฝ่ายค้านชี้ปมทุจริตมาแล้ว  


“ขัดแย้งรุนแรง”
บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ มือทำงานการเมืองของ “ธรรมนัส” บอกนักข่าวว่า พล.อ.วิชญ์ กับ ร.อ.ธรรมนัส ขัดแย้งกันรุนแรง แต่ไม่ทราบรายละเอียด 

“ผมเห็นว่าคนเรามันไม่มีด้านลบอย่างเดียวหรอก มันมีด้านบวกบ้าง ผมก็มองด้านบวกมากกว่าด้านลบ แต่พอออกมาแล้ว การกระทำมันส่อ มันเห็นชัดเจนว่าลบมันมากกว่าบวก” บางประโยคที่ พล.อ.วิชญ์ พูดถึง ร.อ.ธรรมนัส (สัมภาษณ์เนชั่นทีวี)


หลายคนคาดไม่ถึงว่า ปมจุดยืนหนุน-ไม่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะกลายเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ของบิ๊กน้อย รุ่นพี่ ตท.11 กับผู้กองธรรมนัส รุ่นน้อง ตท.25 


ดังที่ทราบกัน พล.อ.วิชญ์ เป็นเพื่อนสนิท เสธ.ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพราะบิดาทั้งคู่เติบโตมาในสายวงศ์เทวัญ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส เดินตาม เสธ.ไอซ์ นายทหารผู้มากบารมี จึงรู้จักกับ พล.อ.วิชญ์


นักสังเกตการณ์ทางการเมืองบางคน ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเร็วที่จะสรุปว่า ผู้กองตัดขาดบิ๊กน้อย และจะตัดเชือกบิ๊กป้อมตามไปด้วย


นัยว่า บิ๊กป้อมกับผู้กองนั้น มีสัมพันธ์ล้ำลึก และไม่แปลกหรอกที่จะมีใครบางคน ในบ้านป่ารอยต่อปล่อยข่าวเรื่องมีคนพลังประชารัฐ ขอให้บิ๊กป้อมดึงธรรมนัสกลับ พปชร. มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ หลังแพ้ศึกเลือกตั้ง ส.ก.


“แค้นไม่ลืม”
ยิ่งกว่าเรื่องบังเอิญ “ธรรมนัส” เปิดศึกบิ๊กน้อยยึดพรรค เหมือนส่งสัญญาณเขย่าขวัญรัฐบาลประยุทธ์ที่อาจต้องพานพบเกมโหวตคว่ำกลางสภาฯ ภาค 2 ทักษิณ ชินวัตร ก็โผล่มาแฉปลิ้นไส้เรื่องรัฐประหาร โดยคณะพี่น้อง 3 ป.


คืนวันอังคารที่ 25 พ.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร ได้พูดในรายการ CareTalk X Clubhouse หัวข้อเปิดใจเบื้องหลังรัฐประหารที่ไม่เคยเล่า แต่ก็มีคนถามเรื่องพรรคเศรษฐกิจไทย


ทักษิณตอบสั้นๆว่า เข้าใจว่าขัดแย้งภายในระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับ พล.อ.วิชญ์ ก็เห็นใจ พล.อ.วิชญ์ เพราะเป็นคนดี เป็นรุ่นน้อง อาจไม่เข้าใจเกมการเมือง เพราะเป็นทหารทั้งชีวิต แล้วมาเป็นหัวหน้าพรรค คุยไม่ลงตัว แต่พวกเขาพวกเดียวกัน


น้ำเสียงของทักษิณ ไม่มีเย้ยหยัน ไม่มีการตอกลิ่ม และจับอาการของคนแดนไกลให้ดีๆ เรื่องนี้อาจมีบิ๊กดีลเหมือนที่คนร่ำลือกันก็ได้


สัปดาห์ที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส เดินทางไปสิงคโปร์ อาจไปเจอใครบางคนหรือเปล่า จึงมีการส่งสัญญาณให้บิ๊กน้อยลาออกจากหัวหน้าพรรค ขณะที่ตัวเองอยู่เมืองลอดช่อง แต่รุ่นพี่ดันพลิกเกมให้สัมภาษณ์สื่อ ปูดเบื้องหลังความแตกแยกในพรรค


ในแคร์คลับเฮาส์ ยามใดที่ทักษิณพูดถึงธรรมนัส จะไม่มีเรื่องที่เป็นลบ แต่ก็ไม่หนุนออกหน้าออกตา  เพียงแต่บอกว่าเป็นรุ่นน้องเตรียมทหาร มีความคิดความอ่านดี    


สำหรับเบื้องหลังรัฐประหาร ก็เหมือนเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ แต่ครั้งนี้ ทักษิณมาแปลก ที่พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประวิตร ว่าอยู่หลังฉากการยึดอำนาจ 2549


“ป้อม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) เตรียมทหารรุ่นที่ 6 ตั้งรุ่นเดียวกันคุม 3 เหล่าทัพก่อนตัวเองเกษียณ ผมถามว่า ยังงี้ก็จะปฏิวัติผมน่ะสิ ป้อมก็บอกว่า ไม่มีๆๆ แล้วก็มีปฏิวัติ ป้อมหลอกผม..” ทักษิณเล่าเรื่องรัฐประหาร 2549 ที่มีการพาดพิงถึงป้อมคนเดียว


ในทางการข่าว ใครก็รู้ว่า เบื้องหลังรัฐประหาร 2549 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีบทบาทน้อยมาก และผู้กำหนดเกม ก็รู้ๆกันอยู่ แต่ทักษิณไม่พูด

เกมล้มตู่ “ธรรมนัส” งัดบิ๊กน้อย แตกหักบ้านป่ารอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516151

24 พ.ค. 2565

เกมล้มตู่ "ธรรมนัส" งัดบิ๊กน้อย แตกหักบ้านป่ารอยต่อ

แตกหัก “ธรรมนัส” งัด พล.อ.วิชญ์ ล้างไพ่ เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ นาทีนี้ ผู้กองมองไกลไม่หนุนประยุทธ์ ผลแห่งชัชชาติแลนด์สไลด์ ผู้กองเดินหน้าปักธงเลือกข้างผู้ชนะ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

แตกหัก “ธรรมนัส” งัด พล.อ.วิชญ์ ล้างไพ่เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ นาทีนี้ ผู้กองมองไกลไม่หนุนประยุทธ์ ผลแห่งชัชชาติแลนด์สไลด์ ทำให้ผู้กองเดินเกมพลิกขั้วเร็วขึ้น


ฟื้นสัมพันธ์เก่า “ธรรมนัส” หน่อเนื้อเพื่อไทยในอดีต ไม่แปลกใจที่จะเคยรับปากดินเนอร์กับแกนนำฝ่ายค้าน ขณะที่บิ๊กน้อยยังผูกพันบ้านป่ารอยต่อ และไม่คิดหักหลังบิ๊กตู่


ปฏิกิริยาอันเนื่องจากชัชชาติแลนด์สไลด์ ทำให้เกิดข่าวใหญ่ในพรรคเศรษฐกิจไทย เมื่อมีกระแสข่าว บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จะลาออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เพราะมีจุดยืนและแนวทางการเมือง ไม่ตรงกับธรรมนัส
 

เบื้องต้น พล.อ.วิชญ์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า ยังไม่ลาออกจากหัวหน้าพรรค ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่ หากจะทำพรรคนี้ต่อ ก็ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ในลักษณะต้องมาสามัคคี ปรองดอง ถึงจะอยู่ร่วมกันได้


ค่ำวันที่ 23 พ.ค.2565 ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รับประทานอาหารค่ำที่ร้าน The Corner สุขุมวิท ร่วมกับพิเชษฐ สถิรชัชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ,มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ และดล เหตระกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา 

ร.อ.ธรรมนัส แสดงความยินดีต่อ ส.ก.ในนามครอบครัวธรรมนัส ร.อ.ธรรมนัส แสดงความยินดีต่อ ส.ก.ในนามครอบครัวธรรมนัส


เดิมที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย เคยรับปากกับโจ้ ยุทธพงศ์ ว่าจะมาร่วมดินเนอร์ด้วย แต่เจอบิ๊กป้อมเบรก จึงไม่ได้มาปรากฏตัวในร้านอาหารแห่งนั้น


จะว่าไปแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ ร.อ.ธรรมนัสนั้น สะบั้นขาดกันมาแต่ศึกซักฟอกปีที่แล้ว แม้ พล.อ.ประวิตรจะซื้อเวลาหาทางเคลียร์ใจสองฝ่าย แต่ไม่สำเร็จ ร.อ.ธรรมนัสจึงต้องแยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐไปทำพรรคเศรษฐกิจไทย


ล่าสุด กรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย ลาออก 15 คน เพื่อเปิดทางให้เลือกหัวหน้าพรรคใหม่ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เป็นการเปิดศึกแตกหักกับ พล.อ.ประวิตร ทันที 


“คนข้างกายป้อม”
ความสัมพันธ์ระหว่าง “ธรรมนัส” กับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ไม่ได้แนบแน่นเหมือนบิ๊กน้อยกับบิ๊กป้อม

บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์ เป็นเพื่อนกับ เสธ.ไอซ์-พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต โดยทั้งคู่เคยเป็นกรรมการบริหารสนามม้านางเลิ้ง จึงทำให้บิ๊กน้อยมารู้จัก ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งเป็นลูกน้องของ เสธ.ไอซ์ โดยส่วนตัว บิ๊กน้อยไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับธรรมนัสมาก่อน


เมื่อปี 2561 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร้องขอให้บิ๊กน้อยมาช่วยระดมผู้คนเข้าพรรคพลังประชารัฐ จึงได้ไปชวน ร.อ.ธรรมนัส มาคุยกับบิ๊กป้อม และรับปากว่าจะร่วมทำงานการเมืองเพื่อชาติบ้านเมือง

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2565 พล.อ.วิชญ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวี ว่า “เมื่อวานนี้ (23 พ.ค.) ผมตัดสินใจอยากลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แต่วันนี้ (24 พ.ค.) มีหลายคนโทรศัพท์เข้ามาบอกให้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง ถ้าสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ควรแก้กัน”


ที่ผ่านมา พล.อ.วิชญ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย มีความไม่เข้าใจกัน ต่างคนต่างทำ เลยคิดว่าไปด้วยกันลำบาก 


“สิ่งสำคัญถ้ารับฟังทั้งสองฝ่าย มันก็ไปได้ แต่นี่คือ การรับฟังไม่มี ไปเชื่อบุคคลที่สามบ้าง ซึ่งมองว่าไม่น่าจะทำแบบนั้น เห็นคนอื่นในพรรคที่เข้ามาใหม่ ก็เห็นใจตั้งใจมาทำงานเพื่อบ้านเมือง พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็คงผิดหวัง”


หลังจากนี้ หาก ร.อ.ธรรมนัส จะพูดคุยด้วยก็พร้อมคุย มานั่งคุยกัน ทำงานเพื่อพรรคเดินหน้าต่อไป แต่สิ่งสำคัญต้องมีความจริงใจกัน มีอะไรพูดตรงๆ แค่นั้นเอง ไม่ต้องมาพูดอย่าง แล้วทำอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่


คนภายนอกมองว่า พล.อ.วิชญ์ เป็นเหมือนตัวแทน พล.อ.ประวิตร ในพรรคเศรษฐกิจไทย หากไม่มีบิ๊ก น้อย พรรคนี้ก็จะกลายเป็นพรรคธรรมนัส และสิ้นเยื่อใยไมตรีกับ 3 ป.โดยสิ้นเชิง


“เด็กเก่าคนแดนไกล”
“ธรรมนัส” เติบโตทางการเมืองจากพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทย จึงมีความผูกพันกับคนแดนไกล รวมถึงเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร


ทักษิณพูดถึง ร.อ.ธรรมนัส หลายหนในแคร์คลับเฮาส์ “..ผมก็ไม่ใช่ศัตรูของ พล.อ.ประยุทธ์ และ ไม่ใช่ศัตรู ร.อ.ธรรมนัส เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นรุ่นน้องเยอะเลย เคยอยู่พรรคเพื่อไทย เป็นคนเหนือด้วยรู้จักกันดี” 


สมัยทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย ธรรมนัสเดินตามลูกพี่ เสธ.ไอซ์ หรือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของทักษิณ เข้ามาช่วยงานในรัฐบาลทักษิณ


ปี 2555 ธรรมนัสเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เตรียมสร้างฐานการเมืองที่พะเยา และลงสมัครสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้ง 4 ก.พ.2557 (เลือกตั้งโมฆะ)


สิ้นศึกซักฟอกหนที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส ถูกปลดจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ โทษฐานวางแผนคว่ำนายกฯกลางสภาฯ นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ร.อ.ธรรมนัส กับพล.อ.ประยุทธ์ ก็เหมือนขมิ้นกับปูน


แม้ ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร แต่การที่ ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวไปสร้างพรรคเศรษฐกิจไทย ก็เริ่มตีตัวออกห่างจากบ้านป่ารอยต่อฯ กระทั่ง วันหนึ่งไปเปิดเกมเรื่องนายกฯคนนอก ร่วมกับกลุ่มญาติวีรชนพฤษภา 35 รวมถึงประกาศจะไปดินเนอร์กับแกนนำพรรคเพื่อไทย


มีข้อสังเกตประการในชั่วโมงนี้ ทักษิณ ชินวัตร เปิดเกมรุกไล่พี่น้อง 3 ป.หนักขึ้น ถึงขั้นจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลงจากตำแหน่งก่อนถึงการประชุมเอเปค


ดังนั้น ความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.วิชญ์ กับผู้กองธรรมนัส จึงอาจถึงขั้นแตกหัก ก่อนถึงวันเปิดศึกซักฟอก ประมาณเดือน ก.ค.2565

ได้ทีขยี้ลุง “ทักษิณ” ฉกชัชชาติปั่นกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516114

24 พ.ค. 2565

ได้ทีขยี้ลุง "ทักษิณ" ฉกชัชชาติปั่นกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

ได้ทีขยี้ลุง “ทักษิณ” เปิดเกมถล่มพี่น้อง 3 ป. ฉวยชัชชาติแลนด์สไลด์ ชัยชนะของเพื่อไทย เชิดอุ๊งอิ๊งดุจแม่เหล็กดูด ส.ส. ใครอยากไปก็เชิญ พร้อมถ่ายเลือดใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ได้ทีขยี้ซ้ำ “ทักษิณ” เปิดเกมรุกไล่ถล่มพี่น้อง 3 ป. ฉกฉวยชัชชาติแลนด์สไลด์ เป็นชัยชนะของเพื่อไทย เชิดอุ๊งอิ๊งดุจแม่เหล็กดูด ส.ส.ไว้ ไม่ให้ย้ายพรรค


กลับบ้านแน่ “ทักษิณ” มั่นใจเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า ปัดข่าวบิ๊กดีลกับ พล.อ.ประวิตร 


ค่ำวันอังคารที่ 24 พ.ค.2565 โทนี่หรือทักษิณ ชินวัตร ได้มาพบกับเอฟซีในรายการ CareTalk X Clubhouse ตามปกติ แต่ในวาระ 8 ปี รัฐประหาร 2557 โทนี่จะบอกเล่าเรื่องราวก่อนเกิดวิกฤตการเมือง ที่นำไปสู่รัฐประหาร ทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับปฎิญญาฟินแลนด์ ทำบุญวัดพระแก้ว ,การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช การต่อรองหลังม่าน ฯลฯ
 

ดูเหมือนว่า ทักษิณจะเปิดเกมรุกฆาตต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ของชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และพรรคเพื่อไทย คว้า ส.ก.ได้ 20 ที่นั่ง 


ตอนค่ำวันที่ 22 พ.ค.2565 ทักษิณได้วิดีโดคอล มาร่วมพูดคุยกับทีมข่าว The Room 44 ในช่วงเกาะติดการนับคะแนนผู้ว่าฯ กทม และ ส.ก. พร้อมวิเคราะห์อนาคตการเมืองสนามใหญ่

อุ๊งอิ๊ง แม่เหล็กเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง แม่เหล็กเพื่อไทย


เมื่อเห็นคะแนนของชัชชาติ ทะลุ 1.3 ล้านเสียง ทักษิณถึงกับพูดว่า “วันนี้ประชาชนคนไทยพูดได้เลยว่า กูไม่เอาปฏิวัติ”


คืนวันเดียวกัน ทักษิณยังวิดีโอคอลกับทีมข่าวบีบีซีไทย แสดงความยินดีกับคนกรุงเทพฯ ที่เลือกชัชชาติและทีม ส.ก.เพื่อไทย “…เป็นการที่ประชาชนสะท้อนให้เห็นถึงการที่เขาอยู่กับความทุกข์ยากมานาน เป็นผลมาจากการชัตดาวน์กรุงเทพฯ เขาก็ตัดสินใจเลือกแนวทางฝ่ายประชาธิปไตยที่จะมาแก้ปัญหาให้เขา”


แม้พรรคเพื่อไทย จะได้ ส.ก.จำนวน 20 คน แต่หากคลี่คะแนนเลือก ส.ก.ทั้ง 50 เขต ปรากฏว่า เพื่อไทย ได้ 620,009  คะแนน เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 เพื่อไทย ได้ 604,699 คะแนน เท่ากับว่า การที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ทั้งเดินตลาด ขึ้นเวทีปราศรัย และนั่งรถแห่ ก็ไม่ได้ช่วยให้พรรคมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมากมายนัก

“แม่เหล็กชินวัตร”
จนถึงวันนี้ “ทักษิณ” ก็ยังบอกว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ยังเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และไม่ได้คิดไกลไปถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

“ต้องแล้วแต่ตัวเขาและแล้วแต่พรรคเพื่อไทย ผมคงไม่ไปชี้นำว่าลูกต้องไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ” ทักษิณย้ำความคิดเดิมแค่อยากให้อยากช่วยให้พรรคแข็งแรง และให้ ส.ส.ยึดโยงอยู่กับพรรค


คนแดนไกลรู้ดีว่า ส.ส.เพื่อไทยรุ่นใหญ่ๆ กำลังคิดจะตีจาก จึงต้องส่งอุ๊งอิ๊งมาการันตีว่า ศึกครั้งนี้นายใหญ่เอาจริง และให้ลูกสาวเป็นแม่เหล็กดูด ส.ส.ไว้ไม่ให้ย้ายไปไหน 


อย่างเช่นมีรายงานข่าวในพื้นที่ศรีสะเกษ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงมาเยือน อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ในวันที่ 12 มิ.ย.2565


สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรี และ ส.ส. ยกขบวนไปจัดกิจกรรมภูมิใจไทยสัญจร ที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีการเปิดตัว ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ และ ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงานกับค่ายสีน้ำเงินอย่างเป็นทางการ


วันเดียวกัน ก็มีการเปิดตัว ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ และจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย ให้คนชายแดนเขมรรู้ว่า 2 ส.ส.ได้เข้ามาร่วมงานกับภูมิใจไทยแล้ว


เท่ากับว่า บ้านใหญ่ศรีสะเกษ 4 ตระกูล ประกอบด้วยไตรสรณกุล, แซ่จึง ,อังคสกุลเกียรติ และ สรรณ์ไตรภพ ได้ผนึกกำลังกัน เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ภายใต้ธงภูมิใจไทย


ทักษิณจึงต้องส่งอุ๊งอิ๊งไป อ.ราษีไศล เพื่อประกาศให้รู้ว่า ผู้คิดทรยศกับคนแดนไกล จะต้องไปรับบทเรียนจากคนเสื้อแดง


“แผนถ่ายเลือด”
ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า “ทักษิณ” มั่นใจเพื่อไทยแลนด์สไลด์แน่นอน จึงกล้าพูดว่า เที่ยวหน้าต่อให้ทุ่มเขตละ 60-80 ล้าน ก็เอาไม่อยู่ และไม่กังวลหากจะมี ส.ส.เพื่อไทยย้ายพรรค

“ผมไม่ห่วง เรียกว่าเป็นการถ่ายเลือด ผมเจอผู้บริหารพรรคบอกว่า ถือว่าถ่ายเลือด เชื่อว่าประชาชนไปกับพรรค บางคนหลงตัวเองคิดว่าตัวเองคะแนนดีมากโดยไม่สนใจพรรค..” ทักษิณ กล่าวกับทีมข่าว The Room 44 


คำว่า “ถ่ายเลือด” ของทักษิณ จึงทำให้มีปรากฏการณ์ป้ายว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ภาคอีสาน 1 เขตมีมากกว่า 1 คน กำลังสร้างความสับสนให้แก่เอฟซีเพื่อไทย และบางจังหวัด มีคนหน้าใหม่ติดป้ายประชัน ส.ส.เจ้าของพื้นที่ 


ยกตัวอย่างสมรภูมิฝั่งโขงนครพนมกำลังสนุก เมื่อ ส.ส.เดือน หรือ มนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2 นครพนม รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย หนุนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครพนม 2 คน เปิดตัวประกบ ส.ส.เก่า


ทุกวันนี้ พรรคเพื่อไทย มี ส.ส.นครพนม 3 คนคือ มนพร เจริญศรี ส.ส.เขต 2, ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.เขต 3 และไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.เขต 4 ส่วนเขต 1 มีการวางตัว ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ อดีต ส.ส.นครพนม ไว้แล้ว ซึ่งต้องชนกับศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ พรรคภูมิใจไทย


ที่มีปัญหาอยู่ในเวลานี้คือ เขต 3 สมนาม เหล่าเกียรติ ไปหาเสียงในพื้นที่ของ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม 8 สมัย และเขต 4 สมชอบ นิติพจน์ ก็เคลื่อนไหวในพื้นที่ของชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม 3 สมัยโดยทั้งสองคนแบกป้ายเพื่อไทย เลยทำให้ชาวบ้านเกิดความกังขา


แกนนำเพื่อไทยสายอีสานแจ้งว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยมีสิทธิเสนอตัวต่อประชาชน แต่ใครจะได้ลงสมัคร ส.ส.หรือไม่ พรรคจะมีการกระบวนการตรวจสอบและคัดสรรผู้สมัคร ส.ส. หากประชาชนในเขตนั้น เลือกใคร พรรคก็จะเอาคนนั้น 


ต่อให้เป็น ส.ส.มาหลายสมัย แต่ผลการสำรวจความนิยมในพื้นที่ ไม่มีเสียงประชาชนตอบรับ พรรคก็จะไม่ส่งสมัคร ส.ส. ตามแผนถ่ายเลือดของคนแดนไกล

แพ้แต่ชนะ “วิโรจน์” ฝากเสียงไว้ที่ชัชชาติ ขอทวงคืนสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/516016

23 พ.ค. 2565

แพ้แต่ชนะ "วิโรจน์" ฝากเสียงไว้ที่ชัชชาติ ขอทวงคืนสมัยหน้า

แพ้แต่ชนะ “วิโรจน์” เจอชัชชาติดูดเสียงสีส้มไปเยอะจนแพ้ขาด โชคดีที่ก้าวไกลได้ ส.ก. 14 ที่นั่ง หวังเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คะแนนที่อยู่กับชัชชาติก้อนนี้จะไหลกลับมา คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

แพ้แต่ชนะ “วิโรจน์” เจอชัชชาติดูดเสียงสีส้มไปเยอะจนแพ้ขาด โชคดีที่ก้าวไกลได้ ส.ก. 14 ที่นั่ง หวังเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คะแนนที่อยู่กับชัชชาติก้อนนี้จะไหลกลับมา     

ตะกร้าคะแนน “วิโรจน์” ดึงไปเกินกว่าที่คาดไว้ ทีมก้าวไกลยอมรับว่า ฐานเสียงไม่มีของตาย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น และยุทธศาสตร์การหาเสียงของพรรค


วันที่ 23 พ.ค.2565 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้ว่าฯ กทม.พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยณภัค เพ็งสุข ว่าที่ ส.ก.เขตลาดพร้าว และอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ว่าที่ ส.ก.เขตจตุจักร พรรคก้าวไกล จะลงพื้นที่ เพื่อดูลำคลองลาดพร้าว และนำเสนอนโยบายป้องกันน้ำท่วม กทม.

นี่คือภารกิจแรกของชัชชาติ หลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แค่ข้ามคืน และชัชชาติเลือกที่จะลงสำรวจคลอง พร้อมวิโรจน์ และ ส.ก.ก้าวไกล ถือว่าเป็นสร้างแนวร่วมอย่างชาญฉลาด


ขณะเดียวกัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็ต้องมองไกลไปถึงการเลือกตั้งสมัยหน้า เพราะมีคะแนนของก้าวไกลฝากไว้ใน 1.3 ล้านเสียงของชัชชาติอยู่ไม่น้อยเลย

ชัชชาติ และวิโรจน์ ลงเรือสำรวจคลองลาดพร้าวร่วมกันชัชชาติ และวิโรจน์ ลงเรือสำรวจคลองลาดพร้าวร่วมกัน


กางผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มาดูอีกที ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งสูงสุด 1,386,769 คะแนน รองลงมาคือ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 254,723 คะแนน และวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ได้ 253,938 คะแนน


เมื่อนำผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 มาเปรียบเทียบกับผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ปี 2565 พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 804,272 คะแนน ,พรรคเพื่อไทย ได้ 604,699 ,พรรคพลังประชารัฐ ได้ 791,893 และพรรค ปชป. ได้ 474,820 คะแนน


เดิมทีแกนนำพรรคก้าวไกล คาดหมายว่า วิโรจน์ น่าจะเป็นอันดับ 2 รองจากชัชชาติ และได้ประมาณ 6-7 แสนคะแนน แต่กลับได้เพียง 2.5 แสนคะแนน ตรงกันข้าม ผลเลือกตั้ง ส.ก. พรรคก้าวไกลได้ 14 ที่นั่ง รองจากพรรคเพื่อไทยที่ได้ 20 ที่นั่ง 


แกนนำก้าวไกลจึงประเมินว่า คะแนนที่หายกว่า 5 แสน น่าจะไหลไปที่ชัชชาติ และยังแอบหวังลึก ๆ ว่า เมื่อถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ คะแนนก้อนนี้จะไหลกลับมา


“ท้าชนคือจุดอ่อน”
“วิโรจน์” ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลงสู่สนามการเมืองท้องถิ่น เพื่อหวังจะเป็นบันไดขั้นแรกที่ทำให้พรรคก้าวไกล มีโอกาสบริหารกรุงเทพมหานคร เหมือนที่คณะก้าวหน้า ได้บริหารเทศบาล และ อบต.มาแล้ว
 

มีรายงานข่าวว่า แกนนำพรรคก้าวไกล ได้ไปทาบทามนายแพทย์คนดัง แต่ครอบครัวของหมอรายนี้ ไม่ปลื้มจึงขอถอนตัวไป วิโรจน์ต้องขันอาสาชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯเอง ในฐานะผู้มีดีเอ็นเอก้าวไกล


ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นักวิเคราะห์ต่างยกให้ชัชชาติ-วิโรจน์ อยู่ในขั้วเดียวกันคือฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีฐานเสียงบางส่วนทับซ้อนกัน โดยวิโรจน์ คาดหวังจะได้เสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ ฐานเสียงเดิมของพรรคอนาคตใหม่, กลุ่มสนับสนุนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และกลุ่มนักธุรกิจที่ถูกใจนโยบายท้าชนส่วย


แม้วิโรจน์อาจรู้สึกชื่นชอบที่มีคนบอกว่า ตัวเขาบุคลิกภาพคล้ายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ และอดีตผู้ว่าฯ กทม. แต่กลับกลายเป็นจุดอ่อนในสายตาคนทั่วไป แม้แต่แฟนคลับสีส้มเองก็มองว่า บุคลิกท้าชน ปะฉะดะ ไม่เหมาะที่จะเป็นนักประสานงาน เมื่อเปรียบเทียบกับชัชชาติ 


“ฐานเสียงไม่ใช่ของตาย”
กองเชียร์ “วิโรจน์” บางกลุ่มอาจคาดหวังสูงว่า จะได้มากถึง 7 แสนเสียง แต่สิ่งที่แกนนำก้าวไกลคาดไม่ถึง เมื่อโหวตเตอร์อนาคตใหม่หรือก้าวไกล ใช้กลยุทธ์ผู้ว่าฯ กทม. เลือกชัชชาติ และ ส.ก.เลือกก้าวไกล


หลังปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ออกแถลงยอมรับความพ่ายแพ้ในสนามผู้ว่าฯ กทม. โดยยอมรับความจริงที่ว่า ผู้สนับสนุนอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล แม้จะสนับสนุนพวกเราอยู่ แต่การเลือกตั้งคราวนี้ คนกลุ่มนี้ตัดสินใจเลือกนายชัชชาติ นี่เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ 


“ไม่ว่านิวโหวตเตอร์ หรือโหวตเตอร์วัยไหน เราวิเคราะห์ตลอดเวลาว่า ประชาชนไม่ใช่ของตาย คนทุกวัย วันนี้เขาสนับสนุนเรา วันหน้าหากเราไม่สามารถตอบสนองความคิดทางการเมืองเขาได้ เขาก็พร้อมเลือกคนอื่น เป็นเรื่องธรรมดา..” ชัยธวัช กล่าว


เชื่อว่า ทุกพรรคทุกกลุ่มการเมืองต้องยอมรับในกลยุทธ์ของชัชชาติ ที่สามารถตรึงฐานคะแนนตัวเอง และดึงคะแนนจากเอฟซีของพรรคการเมืองต่าง ๆ มาเสริม จนทำให้ทะลุ 1.3 ล้านคะแนน 


เบื้องต้นพรรคก้าวไกล และวิโรจน์ ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ที่จะใช้สนามเลือกตั้งท้องถิ่นหนนี้ทดสอบแคมเปญกรุงเทพฯ ดึง ส.ส.กทม.เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อหยั่งกระแสนิยมทั้งของพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค 


การเลือกตั้งครั้งหน้า จะให้คำตอบว่า คะแนนของก้าวไกลที่ไหลไปหาชัชชาตินั้น จะไหลกลับมาที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกลในสนามเมืองหลวงหรือไม่ 

พปชร.ทรุด “ประยุทธ์” อยู่ยาก ประวิตรคิดเกมใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515988

23 พ.ค. 2565

พปชร.ทรุด "ประยุทธ์" อยู่ยาก ประวิตรคิดเกมใหม่

พ่ายศึกเมืองหลวง “ประยุทธ์” พลังประชารัฐแพ้ยับคาสนาม ส.ก. สะท้อนอาการขาลงของขั้วอำนาจ 3 ป. จับตาแรงกดดันจาก พล.อ.ประวิตรจะมีเพิ่มขึ้น จนน้องรักต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

พ่ายศึกเมืองหลวง “ประยุทธ์” ต้องเจอแรงกดดันหนักจากขั้วบ้านป่ารอยต่อฯ จะไปต่อหรือพอเท่านี้ เป็นคำถามที่บิ๊กป้อม กำลังรอคำตอบ


ไร้กระแส “ประยุทธ์” พรรคพลังประชารัฐแพ้ยับคาสนาม ส.ก. พ่วงแนวร่วมอย่างกลุ่มรักษ์กรุงเทพก็พ่ายไม่มีลุ้น สะท้อนอาการขาลงของขั้วอำนาจปัจจุบัน


การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 22 พ.ค.2565 ครั้งแรกในรอบกว่า 9 ปี ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 8 ปี ของการรัฐประหาร กลายเป็นฝันร้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่เหนือความคาดหมาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ สร้างปรากฏการณ์ชัชชาติแลนด์สไลด์ ด้วยสถิติใหม่ 1,386,769 คะแนน


จะว่าไปแล้ว ชัชชาติแลนด์สไลด์ อาจไม่สะท้อนภาพการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้าโดยตรง แต่ผลการเลือกตั้ง ส.ก.นั้น น่าจะบ่งชี้ถึงการเมืองสนามใหญ่ชัดเจน


ปกติการเลือกตั้ง ส.ก.จะจัดให้มีการเลือกตั้งคนละวันกับผู้ว่าฯ กทม. และผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งก็ไม่เกิน 40% จึงทำให้นักการเมืองที่มีฐานมวลชนจัดตั้ง ได้เป็น ส.ก.ผูกขาด หรือที่เราเรียกว่า บ้านใหญ่เมืองหลวง


สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก.ครั้งนี้ เลือกวันเดียวกับผู้ว่าฯ กทม. จึงทำให้จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือก ส.ก.กว่า 60% และการหาเสียงด้วยกลยุทธ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ก็ได้ผลระดับหนึ่ง


เมื่อภาพรวมการเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต 50 คน ปรากฏว่า อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย 19 คน ,อันดับ 2 พรรคก้าวไกล 14 คน, อันดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ 9 คน, พรรคไทยสร้างไทย 2 คน, พรรคพลังประชารัฐ 2 คน, กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 2 คน และ อิสระ 2 คน


ชัยชนะของพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ที่กวาดเก้าอี้ ส.ก.รวมกัน 33 คน สะท้อนภาพคนกรุงเทพฯ เบื่อขั้วรัฐบาลประยุทธ์ จึงมีการประเมินว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตกที่นั่งลำบาก และอาจถูกบ้านป่ารอยต่อฯ กดดันให้ถอยออกจากกระดานการเมือง หลังยุบสภาฯ ช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

อุ๊งอิ๊ง เดินหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ อุ๊งอิ๊ง เดินหน้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์

“3 ป.ไม่มีเอกภาพ”
ทีม ส.ก.พลังประชารัฐ ที่ลงสนามหนนี้ แทบไม่มีใครชูผลงาน “ประยุทธ์” แถมโค้งสุดท้าย บางคนไปเกาะสกลธี และอีกจำนวนไม่น้อยเกาะชัชชาติ

ผลการเลือกตั้ง ส.ก.บ่งชี้ว่า พรรคพลังประชารัฐ ประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง จากการเลือกตั้งปี 2562 พลังประชารัฐได้อานิสงส์กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ ได้ ส.ส. 12 คน แต่การได้ ส.ก.แค่ 2 คน ย่อมสะเทือนถึง 2 ลุงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


สาเหตุที่พลังประชารัฐพ่ายแพ้นั้น น่าจะเริ่มจากความอึมครึมของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ในการตัดสินใจว่า จะส่งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพลังประชารัฐหรือไม่ และในโค้งสุดท้าย มีกระแสข่าวในทางลึก ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ส่งซิกหนุนสกลธี ขณะที่ พล.อ.ประวิตร กลับหนุน พล.ต.อ.อัศวิน 


อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ประวิตร ตัดสินใจส่ง ส.ก.ในนาทีสุดท้าย และมอบให้เสี่ยโต-อภิชัย เตชะอุบล เป็นแม่ทัพเลือกตั้ง ส.ก.แบบผิดฝาผิดตัว ล้วนสะท้อนความไม่พร้อมของพลังประชารัฐ 


ตรงกันข้าม พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยสูญพันธุ์ในสนาม กทม. เมื่อการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กลับได้ ส.ก. 9 คน เหมือนพรรค ปชป.กำลังฟื้นศรัทธาจากแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งพวกเขาเคยหันไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ในปี 2562


ดังที่ทราบกัน ความต่างและความห่าง ระหว่างทำเนียบรัฐบาลกับบ้านป่ารอยต่อฯ ดำรงอยู่ในสภาพเช่นนี้มาตั้งคราวเกิดกบฎผู้กอง และผลการเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองหลวง ยิ่งจะทำให้รอยร้าวถ่างกว้างออกไปเรื่อยๆ


“ได้เวลาทักษิณ”
เมื่อ “ประยุทธ์” ขาลง ก็ได้เห็นภาพพรรคเพื่อไทยขาขึ้น ภายใต้การนำของอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ตั้งเป้าเลือก ส.ก.แลนด์สไลด์ 25 คน แต่ได้มา 19 คน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และพิสูจน์ให้เห็นว่า การขายนโยบายประชานิยมภาค 2 มีเสียงประชาชนตอบรับ


การที่อุ๊งอิ๊งลงพื้นที่ในบางเขต ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ และขึ้นรถแห่ ได้ตอกย้ำว่า อุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์มาถูกทางแล้ว 


ส่วนพรรคก้าวไกล มี ส.ส.กรุงเทพฯ เป็นฐานเสียง 8-9 คน และการที่ได้ ส.ก.14 คน สะท้อนว่า ฐานเสียงไม่เปลี่ยน จากอนาคตใหม่ต่อยอดมาถึงก้าวไกล ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ในเมืองหลวงครั้งต่อไป พรรคก้าวไกล จะเป็นคู่แข่งขันที่น่ากลัวของพรรคเพื่อไทย เพราะสองพรรคนี้มีฐานเสียงฝ่ายเดียวกัน ฝ่ายที่ไม่เอาขั้วประยุทธ์ 


ที่น่าผิดหวังในขั้วตรงข้ามรัฐบาลคือ พรรคไทยสร้างไทย โดยการนำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ได้ ส.ก.เพียง 2 คนถือว่าผิดคาด และอาจส่งผลถึงอนาคตของพรรคนี้ในสนามเลือกตั้ง กทม. และทั่วประเทศ


ปฏิกิริยาจากคนแดนไกล ทักษิณเก็บเกี่ยวชัยชนะทันที โดยให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า “วันนี้เราเห็นคะแนนชัดเจน ส.ก.เพื่อไทยกับก้าวไกลรวมกันเกินครึ่ง แล้วก็ชัชชาติคนเดียวชนะฝ่ายที่สนับสนุนทหารอยู่เยอะ พอมารวมกันแล้ว ชัดเจน บอกให้ผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองทุกวันนี้ให้รู้ว่าประชาชนไม่มีความสุขเลย”


นับจากนี้ไป ทักษิณจะต้องขยายผลจากสนามเลือกตั้งเมืองหลวง โดยให้ลูกสาวคนเล็ก อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินสายปลุกกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั่วประเทศ 

“คดีแตงโม”เดิมพันสูง! “ตำรวจ VS อัจฉริยะ” ใครจะอยู่ใครจะไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/515989

หนึ่งตะวัน พันดาว

23 พ.ค. 2565

"คดีแตงโม"เดิมพันสูง!  "ตำรวจ VS อัจฉริยะ" ใครจะอยู่ใครจะไป

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

เดิมพันสูง..มรณกรรม“แตงโม-นิดา”ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางความเคลือบแคลง ชนวนเหตุการตาย กลายเป็นศึกเดิมพัน ระหว่าง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” กับ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กับกลุ่มผู้สนับสนุน..OO

ฝ่ายแรก.. “ชุดคลี่คลายคดี”ภายใต้การนำ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี นำทีมสืบสวนจากพยานหลักฐานทั้งหมดทั้งปวง ชนวนเหตุ “อุบัติเหตุ” เกิดจากความประมาทคนบนเรือ ไม่ใช่ “ฆาตกรรมอำพราง”..OO

ฝ่ายหลัง..มั่นใจ  “ฆาตกรรมอำพราง” ไม่ใช่..อุบัติเหตุ ตามชุดคลี่คลายสรุปสำนวนส่งอัยการ เดินหน้าปูดพยานหลักฐานต่างๆนานา แถมหอบหลักฐาน เรียกร้อง  “ดีเอสไอ”รับเป็นคดีพิเศษ สางปมการตาย..OO

ถึงแม้.. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ออกโรงการันตี ไม่มีการสร้างหลักฐานเท็จ “บิดเบือนคดี” สรุปสำนวนเป็นตามพยานหลักฐานความจริง ก้อ..ไม่สามารถหยุดยั้งฝ่ายเห็นต่าง “ปั่นกระแส”น้าวโน้มชวนเชื่อได้..OO

หนำซ้ำ..เปิดประเด็น “เรื่องนั้น-เรื่องนี้” แบบรายวัน ยิ่งใกล้วัน..เดดไลน์ 27 พ.ค.อัยการลงความเห็น  ประโคมข่าว..เปิดประเด็น “เรื่องโน้น-เรื่องนี้” สร้างสตอรี่แบบรายชั่วโมง บนโลกโซเชียล  ผ่านสื่อหลัก-สื่อเทียม“ผู้คนในสังคม”บางกลุ่มคล้อยตาม “บางกลุ่ม”สับสน ใคร..พูดจริง..ใคร..พูดเท็จ..กันแน่.. แต่ที่แน่ งานนี้กว่าความจริงปรากฏคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล..ยาวเป็นหางว่าว…OO
 

นี่ก้อส่อเค้าไม่แพ้กัน..วีรกรรม  “หมอปลา” หันหลังละเลิกปราบผี -เอาดีไล่ปราบพระ สังคมบางกลุ่ม “เห็นดี-เห็นงาม” สนับสนุนชักธงเชียร์ ดุจ..“ซุปเปอร์ฮีโร่” บุกตะลุยตรวจสอบ “พระสงฆ์องคเจ้า”วัดโน้น-วัดนี้ ไม่เกรงกลัว “หน้าอินทร์-หน้าพรหม”เป็นว่าเล่น..OO

สุดท้าย..“ตกม้าตาย”นำทีมตะลุยบุกที่พักสงฆ์วัดป่าดงสว่างธรรม ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กล่าวหา  “หลวงปู่แสง ญาณวโร” พระเกจิดัง แห่งภาคอีสาน ลวนลามสีกา อหังการ..ใช้กิริยาวาจาถ้อยคำหยาบคายดูหมิ่นดูแคลน “หลวงปู่-พระลูกศิษย์”ไลฟ์สดจวบจ้วงบนโลกโซเชียล “สาดเสียเทสีย” ไม่เป็นชิ้นดี..OO

ผลลัพธ์..กระแสตีกลับ พลัน“พุทธศาสนิกชน-ศิษยานุศิษย์”ประชาชนคนไทย เห็นคลิปภาพเสียงจาบจ้วง ย่ำยีพระพุทธศาสนา ต่างสะเทือนใจรับไม่ได้ ยิ่งความแตก..แอบถ่ายคลิปจัดฉาก“สร้างหลักฐานเท็จ”ใส่ไคล้ป้ายความผิด สร้างเฟกนิวส์ผ่าน “สื่อหลัก-สื่อเทียม” ตั้งธงหมายจับสึก สะเทือนใจทนไม่ได้ แม้.. “หลวงปู่”จะให้อภัย.. OO

รวมพลัง..“ชาวยโสฯ”ประเดิม ออกโรงปกป้องพระพุทธศาสนา  แจ้งความเอาผิด 4 ข้อหาหนัก “นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ -พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เป็นการใส่ความคณะสงฆ์ให้เสื่อมเสียก่อให้เกิดความแตกแยก- อั้งยี่-ซ่องโจร-ร่วมกันสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ”..OO

ตามด้วย.. “ผู้รับผิดชอบ”ตื่นตัวไฟเขียวเอาผิดกลุ่มจาบจ้วง เพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง “บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา” หนึ่งในสถาบันหลักของชาติ งานนี้..ส่อเค้า“ตายหมู่ยกแก๊ง” หลักฐานว่อนโซเชียล ยากปฏิเสธ ผลแห่งการกระทำ “สองเรื่องราว-สองเหตุการณ์” ใครบ้างจะ“ติดคุก-ติดตะราง” บทสรุป ดูตอนจบ ด้วยประการละฉะนี้..OO
 

ฉาวโฉ่..คลิปภาพว่อนโซเชียล พฤติกรรม “2สายตรวจคู่หู”โรงพักสามพราน จ.นครปฐม ยำบาทา 3 วัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซด์ ย้อนศร  “หนีร้อนมาพึ่งเย็น” หลังเจอกลุ่มคู่อริไล่ทำร้ายหมายจะฆ่า  เปิดแผลประจาน นี่..หรือ“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” บำบัดทุกข์-บำรุงสุข “ประชาชน” สังคมรอคำตอบ..OO

ไม่รอช้า..  พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 บัญชาการเชือด ร.ต.อ.ไชยะพจน์  โคตรสำราญ รอง สวป. พร้อม ส.ต.ต.พนาดร ช่างเขียน ผบ.หมู่ ป. สภ.สามพราน สร้างวีรกรรม  “ยำบาทาประชาชน” เข้ากรุ  “ศปก.ภ.จ.นครปฐม” ตั้งกรรมการสอบวินัยและอาญา..OO

แอ่นอกรับผิดชอบ..พล.ต.ต.ชมชวิน ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิทยเดช  ผกก.สภ.สามพราน ตั้งโต๊ะแถลงขอโทษสังคมแทนลูกน้อง ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด..ยุคนี้..รอดยาก “นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง”สถานเดียว..OO

สะกิดสีข้าง..พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สกพ. “ตำรวจเด็ก”เอือมระอา “นายบางคน”ทำตัวไม่แตกต่าง “มาเฟียสนามฯ”บิดบังผลประโยชน์แทบทุกอย่าง ใครหาญกล้าขัดใจ ยินยอมคล้อยตามหมดสิทธิ์เข้าทีม “นักกีฬาฟุตซอล -ปรับเลื่อนยศชั้นสัญญาบัตร”..OO

ไล่ตั้งแต่..อมเงินรางวัล “นักกีฬา” ทั้ง“ซีเกมส์-กองทัพไทย-ตำรวจโลก” สมัย “เจ้ากรมปทุมวัน”คนก่อน ขัดคำสั่งไม่แบ่งปันตามสั่งการ อ้างเก็บไว้ส่วนกลาง แต่ไม่เคยชี้แจง “รายรับ-รายจ่าย” หักหัวคิวกรรมการตัดสิน อีกต่างหาก..OO

หนำซ้ำ.. หักหัวคิวพนักงานค่าทำความสะอาดวัน 1 พันบาท จ่ายแค่ 200 ที่เหลือเข้ากระเป๋า ลดเงินเดือนดูแลสนาม “ขวัญกำลังใจ”พนักงานหดหาย ผลลัพธ์..สภาพสนามเลยย่ำแย่..OO

หนักหนา..สากรรจ์ จัดโครงการสอนฟุตบอลให้เด็กและเยาวชนในนาม  “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เก็บเงินเด็กที่มาเรียน ไม่นำส่งเข้า “กองทุนสวัสดิการ” นี่ยังไม่นับรวม เบียดบังผลประโยชน์ให้เช่าสนามซ้อมหลายรายการ หลายครั้งหลายคา  “เด็กๆสุดทน”โดนกดขี่ข่มเหง ตีฆ้องร้องป่าวมา  เท็จจริงอย่างไร ฝากรบกวนตรวจสอบที.. OO

สร้างผลงานไม่หยุดหย่อน.. “ฉลามร้าย”แห่งชายฝั่งภาคตะวันออก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นำทีม สนธิกำลัง พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี แกะรอยไล่ล่าวายร้ายทุบหัวแหม่มรัสเซียขณะวิ่งออกกำลังกาย ลากเข้าป่าข้างทาง บริเวณอ่างเก็บน้ำมาบประชัน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง หมายทำมิดีมิร้าย เพียงแค่ไม่ทันไร..ลากคอ นายกันต์ธีภพ ธนโชติสมบูรณ์ วายร้ายหัวหน้าคลังสินค้าโรงงานแห่งหนึ่ง..“ชดใช้ความผิด” เบื้องหลังความสำเร็จได้เบาะแสกล้องวงจรปิดโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ “แม่ทัพใหญ่สีกากี”ปิดฉากคดี..OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง..พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง  เดินหน้าโครงการ Smart Safety Zone 4.0 (รัชดา-ห้วยขวาง) ลดความหวาดกลัวภัย ให้กับประชาชน ประสาน นายเอนก กลักแก้ว ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตสามเสน แก้ไขไฟแสงสว่างชำรุดภายในซอยรัชดาภิเษก 3 แยก 8 หลัง..ผู้สัญจรผ่านไปมาร้องขอ สว่างไสวไม่มืดมิดเหมือนแต่ก่อน  “ชาวบ้าน”ชื่นชม ฝากขอบพระคุณมา..OO

บอกกล่าวเล่าสิบ.. “สมาคมแม่บ้านตำรวจ”เชิญชวน “ข้าราชการตำรวจ -แม่บ้าน -ลูกหลานตำรวจ -เยาวชนและบุคคลทั่วไป” ที่อยากเริ่มเป็นนักลงทุน เรียนรู้วิธีการลงทุนอย่างถูกต้อง จาก “กูรู” ด้านการลงทุนในทุกสาขา ร่วมงานสัมมนา “นักลงทุนมือใหม่ เข้าใจการลงทุน” โครงการ Money Management & Investment ในวันเสาร์ที่ 28 พ.ค.นี้ เวลา 8.00-17.00 น. ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เดน วิภาวดีฯ กรุงเทพฯ Onsite 200 ท่าน Online  500 ท่าน ผู้สนใจลงทะเบียนสมัครเข้าอบรมได้ที่ https://forms.gle/a8uzkVmhtw3tu6Zk8 หรือสอบถามรายละเอียดได้…พ.ต.ต.รุ่งทอง สูนสมงาม หมายเลข 082-536-3542..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว