ชื่นชมงานศิลป์ผลงานศิลปินร่วมสมัย ‘ซาวาริโอ ลุคชี’ ฉลองวันสตรีสากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647236

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 11:08 น.ชื่นชมงานศิลป์ผลงานศิลปินร่วมสมัย 'ซาวาริโอ ลุคชี' ฉลองวันสตรีสากลเฉลิมฉลองวันสตรีสากล โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ จัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมกับศิลปินชาวอิตาเลียน ‘ซาวาริโอ ลุคชี’ ชมฟรีตลอดเดือนมีนาคม

ร่วมชื่นชมความซับซ้อนของอิสตรี ที่โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งครั้งนี้โรงแรมฮิลตันได้เฉลิมฉลองวันสตรีสากล (8 มีนาคมของทุกปี) โดยการชวนคนรักงานศิลปะชมการจัดแสดงนิทรรศการผลงานภาพวาดพอร์เทรทของศิลปินร่วมสมัยและนักออกแบบชื่อดังชาวอิตาเลียน ซาวาริโอ ลุคชี ตลอดเดือนมีนาคม

ซาวาริโอ ลุคชี เข้ามาพำนักในประเทศไทยพร้อมความมุ่งมั่น และแรงผลักดันที่ต้องการจะเผยแพร่ผลงานศิลปะที่โดดเด่นของเขา โดยใช้ภาพวาดของหญิงสาวที่ถ่ายทอดอารมณ์อันมีเสน่ห์ด้วยเทคนิคที่ละเอียดอ่อนและทรงคุณค่า “แรงบันดาลใจในแต่ละผลงานของผม มักเริ่มต้นด้วยผู้หญิง ผลงานศิลปะของผมเต็มไปด้วยด้วยความอ่อนโยน แต่ทว่าแข็งกร้าวอยู่ในที และที่สำคัญคือความซับซ้อนของอิสตรี ผมภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับโรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความแข็งแกร่งของสตรีเพศ”

เรเชล เดวิดสัน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ และดับเบิลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ กล่าวว่า เรามีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับลุคชี ในการเฉลิมฉลองวันวันสตรีสากล 8 มีนาคม และเดือนนี้ยังเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์สตรีอีกด้วย นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ร่วมกันระลึกถึงผู้หญิงที่ได้สร้างคุณูปการในช่วงเวลาที่ผ่านมา

นิทรรศการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่แขกผู้เข้าพักหรือผู้ใช้บริการโรงแรมจะได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศพิเศษนี้ ด้วยภาพศิลปะร่วมสมัยของลุคชีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคเรอเนซองส์ นำมาจัดแสดงที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ โดยนิทรรศการจะเปิดให้ชมฟรี ตลอดเดือนมีนาคม บริเวณห้องอาหารมอนโด ที่ซึ่งเป็นจุดนัดพบในบรรยากาศสบายๆ และร่วมจิบน้ำชายามบ่ายไปกับเราได้ทีนี่ในทุกๆ วัน

เพื่อร่วมดื่มด่ำกับงานศิลป์อย่างเพลิดเพลิน ทางโรงแรมยังจัดให้มีชุดน้ำชายามบ่าย หรือ Fashionable High Tea เปิดให้บริการในช่วงเวลา 11.30-16.30 น. (ราคาเริ่มต้น 405 บาทสุทธิ เซ็ตสำหรับสองท่าน) นอกจากนั้น ยังมีเมนูอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมให้บริการที่ห้องอาหารมอนโดตลอดทั้งวัน

พบกับงานนิศการและเมนูอาหารต่าวๆ ที่ห้องอาหารมอนโด ชั้นล็อบบี้ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซอยสุขุมวิท 24 (สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์) โทร. 02 620 6666 หรืออีเมล bkksu.fb@hilton.com, Line ID @hiltonskbkk

ส่องร้านเด็ดจากลิสต์ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่ในฟู้ดไบเบิ้ล @centralwOrld #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/647233

วันที่ 07 มี.ค. 2564 เวลา 10:30 น.ส่องร้านเด็ดจากลิสต์ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่ในฟู้ดไบเบิ้ล @centralwOrldเซ็นทรัลเวิลด์ ท็อปฟอร์ม Food Destination ระดับโลก ขนทัพร้านใหม่ต่อคิวเปิดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ย้ำตัวจริงเดสติเนชั่นที่รวมร้านอาหารมากที่สุดในโลก เปิด “ฟู้ด ไบเบิ้ล” รวมร้านอาหารจากทั่วโลกมากกว่า 200 ร้าน จากกว่า 10 สัญชาติ

ยืนหนึ่งเรื่องอาหาร ตอกย้ำการเป็นผู้นำศูนย์การค้าที่รวมร้านอาหารทุกรูปแบบ และคาเฟ่ชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกไว้มากที่สุดเลยจริงๆ สำหรับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ล่าสุดมีการเผยลิสต์ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่รับต้นปี 2564 มากกว่า 15 ร้านดัง พร้อมรวมร้านที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ และอีกหลายร้านที่เตรียมจ่อคิวเซอร์ไพรส์คนไทยตามไทม์ไลน์ยาวถึงกลางปี

โดยทั้งหมดจะถูกเพิ่มเข้าไปอยู่ใน “ฟู้ดไบเบิ้ล” ของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งรวมแล้วจะมีร้านอาหารจากทั่วโลกมากถึง 225 ร้านจากกว่า 10 สัญชาติ รวมความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลกมาไว้ในที่เดียวเป็น Food therapy ให้ทุกคนได้กินให้หายคิดถึง ไม่ต้องบินก็อร่อยฟินได้กับอาหารจากหลากหลายสัญชาติ อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อิตาลี ที่เดียวที่เซ็นทรัลเวิลด์ ในช่วงที่ไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ตอนนี้

อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขาย บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า หลังจากปลายปีที่แล้วที่เราได้เผยโฉมโลกแห่งอาหารที่มีพื้นที่ร้านอาหารใหญ่ที่สุดในเอเชียกว่า 46,000 ตร.ม. ที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นครั้งแรก พร้อมด้วย “ฟู้ดไบเบิ้ล” รวมร้านอาหารดัง กว่า 225 ร้าน นั้น ทำให้เซ็นทรัลเวิลด์ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งศูนย์การค้าที่มี Food destination ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และรวมร้านอาหาร-คาเฟ่ดังที่อร่อยไว้มากที่สุดในทันที และยังคงครองตำแหน่งยืนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน หลังการเปิดตัว centralwOrld Food Destination อย่างเป็นทางการ เซ็นทรัลเวิลด์ได้สร้างปรากฏการณ์ Talk of the Town ในโซเชียลมีเดีย และได้รับการพูดถึงอย่างมากจากบรรดา Food Blogger และสายกินทั่วประเทศ ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของร้านอาหารดังระดับโลก ซึ่งแต่ละร้านมีนักกินมายืนรอต่อคิวแถวยาวเหยียด อาทิ Tsuta ร้านราเมนร้านแรกของโลกและร้านแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับ 1 Michelin Star 4 ปีซ้อน, ร้าน Kam’s Roast ร้านห่านย่างเจ้าดังจากฮ่องกง การันตีความอร่อยระดับ 1 ดาวมิชลินถึง 7 ปีซ้อน, TP Tea by Chun Shui Tang ต้นตำรับชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลก และร้าน Seoul Garden ปิ้งย่างชื่อดังสุดฮิตจากเกาหลีที่แรกในไทย เป็นต้น โดยในปีนี้ เราได้คัดสรรร้านอร่อยชื่อดังจากทั่วโลกอีกมากมายที่เตรียมเปิดตัวต่อเนื่อง โดยมี 3 ร้านดังระดับโลกที่จะมาเปิดเป็นครั้งแรกในไทย

  • ร้าน Sushiro ร้านซูชิสายพาน หรือร้านซูชิ 100 เยน อันดับ 1 ที่มีสาขากว่า 600 แห่งในญี่ปุ่น และต่างประเทศ ใครคิดถึงบรรยากาศการไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาด เตรียมรอชิมมีนาคมนี้
  • ร้านแซมาอึล ชิกตัง ร้านหมูย่างเกาหลี 24 ช.ม. อันดับหนึ่งตลอดกาล ที่สายซีรีย์เกาหลีต้องคิดถึง กับเมนูไฮไลท์อย่างหมูย่างหมักเนื้อนุ่มกับซุปกิมจิ 7 นาที รสชาติเข้มข้น คาดพร้อมเปิด พ.ค. นี้
  • Canton Paradise ร้านติ่มซำชื่อดังจากสิงคโปร์ มีเมนูที่หลายคนชื่นชอบอย่างขนมจีบเนื้อกุ้งแน่นเต็มคำ ซาลาเปา และบะหมี่หมูแดง เป็ดย่าง พร้อมบินตรงมาเสิร์ฟความอร่อย ก.ค. นี้

ร้านอาหาร-คาเฟ่เปิดใหม่ห้ามพลาด

  • %Arabica ชั้น 1 CENTRAL at centralwOrld ร้านกาแฟสเปเชียลตีคอฟฟี่ จากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มาเปิดสาขาถาวร ลำดับที่ 77 จากทั่วโลก ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็น New Designed Store in Thailand ภายในร้านได้รับการออกแบบ Landscape ของร้าน ด้วยดีไซน์สุดยูนีคแห่งเดียวในโลก ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของวัดไทยท้องถิ่น กลายเป็นความมินิมอลโมเดิร์นสุดพิเศษ
  • Ang Bao ชั้น 7 โซน Central Court ชานมและขนมหวานสไตล์ไต้หวัน ตกแต่งสวยงามด้วยโคมไฟสีแดง แนะนำเมนู ชานมไข่มุกที่เข้มข้น หอมกลิ่นชาชัดเจน และเก๊กฮวยนมเจลลี่หอมหมื่นลี้ เป็นต้น
  • KAMU Specialty ชั้น 2 CENTRAL at centralwOrld สัมผัสประสบการณ์พิเศษ ของเครื่องดื่มและครัวซองต์รสละมุนจากร้าน Kamu ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ด้วยรสชาติสุดพิเศษ เข้มข้นไปอีกระดับ -มีเมนูแนะนำ อย่าง Signature Dirty เข้มข้น และชัดเจนในรสชาติของกาแฟ ตัดกับนมสดนุ่มละมุนสูตรพิเศษของคามุ กลมกล่อมในแก้วเดียว
  • Meet Fresh ชั้น 7 โซน Beacon ขนมไต้หวันต้นตำรับที่ถูกใจคนทั้งโลก การันตีความอร่อยด้วยสาขากว่า 800 สาขาทั่วโลก ด้วยส่วนผสมและกรรมวิธีการผลิตจากไต้หวัน มาตรฐานแบรนด์ระดับโลก ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ทำสดๆ อร่อยหนุบหนับ หวานน้อยแต่ฟินสุดๆ
  • Seven Suns – Craft Matcha ชั้น 1 โซน The Offices at centralwOrld สุดยอดชาเขียว ที่ได้รับการโหวตจาก Time Out ว่าเป็นร้านมัทฉะลาเต้ที่ดีที่สุดในกรุงเทพ (Best Matcha Latte in Bangkok) ใช้ใบชาจากเมือง Uji ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองปลูกชาคุณภาพดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยใบชาที่ได้จากเมืองนี้จะมีรสกลมกล่อม ไม่ขม กลิ่นหอม มีเมนูแนะนำอย่าง Original Premium Matcha และ Pastel Matcha Latte ที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น ส่วนใครที่แพ้นมวัวสามารถเปลี่ยนเป็นนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมถั่วพิสทาชิโอ้ น้ำมะพร้าว หรือเป็น Hatsu Mukashi Uji ได้เช่นกัน
  • VASO Spanish Tapas Bar ทาปาสบาร์ชื่อดัง ทั้งเรื่องอาหารสไตล์ Contemporary Spanish Cuisine และบรรยากาศอันคึกคัก โดยจะเปิดให้บริการ พ.ค. นี้
  • Co-Unlimited ร้านอาหาร Thai Street Food ที่ยกระดับอาหารไทยให้พรีเมี่ยมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยคุณหมู Asava, และ เป็นต้น โดยจะเปิดให้บริการ เม.ย.นี้
  • · Maguro ร้านอาหารญี่ปุ่น ซูชิสไตล์ฟิวชั่น สด อร่อย วัตถุดิบคุณภาพพรีเมี่ยม เน้นความพิถีพิถันของการปรุงแต่ละเมนูเป็นหลัก โดยจะเปิดให้บริการ เม.ย. นี้
  • ขมิ้น Camin Cuisine & Cafe ร้านอาหารใต้สุดเก๋แต่รสชาติต้นตำรับถึงเครื่อง และเป็น Hidden gems ของเหล่านักกิน เตรียมนำเอกลักษณ์การปรุงอาหารของคนใต้แท้ ๆ มารังสรรค์เป็นเมนูจานเด็ดให้ลิ้มลอง มิ.ย.นี้
  • Makai Açai & Superfood Bar ชั้น 3 โซน Atrium คาเฟ่สมูทตี้โบวล์สุดป็อปที่สายเฮลท์ตี้ต้องนึกถึงทำจากผลอาซาอิที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ใส่เฉพาะน้ำผึ้งออแกนิคเท่านั้น
  • Garrett Popcorn ชั้น 3 โซน Eden ป๊อปคอร์นยอดนิยมด้วยกลิ่นอโรม่ายั่วยวนใจและความอร่อยเข้มข้น จากวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี นำเข้าจากอเมริกา
  • Honey Nuka ชั้น 7 โซน Beacon ร้านเครื่องดื่มที่ขอมอบความสดชื่น และความอร่อยจากธรรมชาติ ด้วยเครื่องดื่มน้ำผึ้ง และ Yuzu แท้ 100%

มาค้นพบประสบการณ์ความอร่อยไม่มีที่สิ้นสุดได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และอย่าลืมพก “ฟู้ดไบเบิ้ล” ติดตัว หรือ สแกน QR Code เตรียมไว้ก่อนมา เพื่อเป็นตัวช่วยในการตามหาร้านอร่อย โดยแบ่งตาม Lifestyle Insight การทานอาหารของคนในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น 8 สายความอร่อย ได้แก่ สายแข็งชาบู-ปิ้งย่าง, สายมิชลิน (Michelin Star & Michelin Guide), สายคาเฟ่ของหวาน (Café society & wOrld of dessert) , สายอินเตอร์ (Asian Lifestyle & Inter’ Food), สาย Thai Taste, สายกินง่ายๆ กินเร็ว เน้นจานเดียว (Quick Service Restaurant, Food World, Live House), สายปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ (Everyday Hangout & Exquisite Bar) และสายครีเอทีฟคุ้กกิ้ง (Creative Cooking) มาที่เดียวได้อิ่มอร่อยครบทุกเมนูหลากหลายสัญชาติจากทั่วโลกที่ไม่ต้องบินก็ฟินได้

#กินให้หายคิดถึง #ไม่ต้องบิน ก็อร่อย ฟินได้ที่ CTW

#EndlessDiscoverywOrldofFood

#กินอะไรดีที่เซ็นทรัลเวิลด์

ชิม ‘ข้าวแช่โบราณ’ ตำรับไทยในฤดูร้อน ณ ห้องอาหาร สยาม ที รูม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/646972

วันที่ 04 มี.ค. 2564 เวลา 17:07 น.ชิม 'ข้าวแช่โบราณ' ตำรับไทยในฤดูร้อน ณ ห้องอาหาร สยาม ที รูม พบเสน่ห์ตำรับไทย “ข้าวแช่โบราณ” กับโปรโมชั่นสุดพิเศษต้อนรับฤดูร้อน ณ ห้องอาหาร สยาม ที รูม โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

ห้องอาหารสยาม ที รูม ชวนทุกท่านร่วมเพลิดเพลินกับเมนูข้าวแช่ไทยตำรับโบราณ อาหารพื้นบ้านของชาวมอญ ก่อนจะถูกปรับปรุงพัฒนาโดยห้องเครื่องสยามในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ.2411-2453) และด้วยความหอมละมุนที่คืนความสดชื่นให้แก่ผู้ทาน ข้าวแช่จึงกลายมาเป็นสุดยอดอาหารประจำฤดูร้อนที่ชาวไทยนิยมทานกันในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์

สำหรับความพิเศษของข้าวแช่ที่ห้องอาหาร สยาม ที รูม ผ่านการรังสรรค์โดย เชฟกอล์ฟ-ภัควลัญชญ์ เวชมนต์ ผู้มีประสบการณ์ในห้องเครื่องของพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเชฟกอล์ฟเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเม็ดสวยจากยโสธร มาลอยดอกไม้ กรุ่นกลิ่นอบควันเทียนทำสดใหม่ ความงดงามที่เสิร์ฟมาพร้อมทานกับเครื่องเคียงเรียงราย

เริ่มด้วย ลูกกะปิทอด ที่บรรจงโขลกส่วนผสมให้เข้ากันทั้งกะปิแท้คลองโคน เนื้อปลาย่าง และสมุนไพรที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ปั้นพอดีคำ ก่อนนำไปทอดจนเหลืองกรอบชวนรับประทาน ตามด้วยกระชายสดริ้วมาอย่างสวยงาม รสชาติอร่อยลงตัว ตามด้วยพริกหยวกสอดไส้ เครื่องเคียงสุดพิถีพิถันที่ได้จากการนำพริกหยวกมาคว้านเมล็ด ยัดไส้สามเกลอ หมู กุ้ง ปรุงรสแล้วนำไปนึ่ง ก่อนห่อด้วยไข่ตาข่ายสุดประณีต ที่ใช้ไข่เป็ดกรอง 3-4 ครั้งเพื่อไข่น้ำค้างออกไป ให้ไข่เนียนสวยงาม ต่อที่หอมแดงยัดไส้ปลา เพิ่มมิติความหวานด้วยหมูฝอย อีกความอร่อยที่เลือกใช้สะโพกหมูฉีกเป็นเส้นผัดให้กรอบ คลุกเคล้าด้วยน้ำตาลมะพร้าว ได้ทั้งความหอม ความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ เติมน้ำปลาเพิ่มรสเค็มนิดหน่อยอร่อยแบบพอดิบพอดี ยังมีปลายี่สนผัดหวาน ไชโป้วผัดหวานของดีจากโพธาราม จังหวัดราชบุรี อัญชัญยัดไส้กุ้ง ไข่เค็ม ผักสดแนม

ปิดท้ายด้วยของหวานสุดสดชื่นอย่าง กระท้อนเสวย ของหวานสมัยยังเด็กของเชฟกอล์ฟที่ปรับใหม่ให้เข้ายุคสมัย เสิร์ฟมาเป็นเกล็ดคล้ายไอศกรีม ท็อปด้วยหมูฝอยหวานแบบกรอบ หอมส้มซ่า ส่วนเครื่องดื่ม แนะนำ น้ำแตงโมปลาแห้ง ที่เพิ่มความสดชื่นคลายร้อนดับกระหายได้เป็นอย่างดี 

ร่วมสัมผัสความสดชื่นและความหอมละมุนกลิ่นดอกมะลิ “ข้าวแช่โบราณ” ได้ที่ห้องอาหาร สยาม ที รูม ทุกวัน เวลา 11.00-17.00 น. ตั้งแต่วันนี้-31 พฤษภาคม 2564 ในราคาเพียง 590++ บาทต่อเซ็ต (สำหรับนั่งทานที่ร้าน) หรือ 490++ บาท (สำหรับสั่งกลับบ้าน) พิเศษสำหรับสมาชิกคลับแมริออท เมื่อมานั่งทานที่ร้านรับส่วนลด 15% สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-059-5999 อีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com เว็บไซต์: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/bangkokmarriottmarquis

‘ทาปาสบอร์ด’ ทาปาสต้นตำรับแบบฉบับสเปน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/646915

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 15:22 น.'ทาปาสบอร์ด' ทาปาสต้นตำรับแบบฉบับสเปนอาหารว่างชั้นเลิศที่คุณไม่ควรพลาดกับ “ทาปาสบอร์ด” ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

ชวนเหล่านักชิมทุกท่านมาร่วมสัมผัสอาหารสไตล์สเปนแท้ๆ กับทาปาส หรือของว่าง ต้นตำรับอาหารสเปน ณ ห้องอาหารอูโนมาส โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ คุณจะได้สัมผัสกับหลากหลายความอร่อยนานาชนิดของทาปาส โดยเชฟประจำห้องอาหารได้คัดสรรวัตถุดิบส่วนผสมชั้นเลิศตามแบบฉบับสเปน นำมาคิดค้นและรังสรรค์เป็นเมนูอาหารจานเด็ดที่รวบรวมหลากหลายเมนูทาปาสมาให้คุณได้ลิ้มลองกับ ”ทาปาสบอร์ด” ไม่ว่าจะเป็น ไข่เจียวสเปน มะกอกดองสเปน ขนมปังกรอบทาด้วยซอสมะเขือเทศ กระเทียม และน้ำมันมะกอก สลัดผักโคโกลลอส เสิร์ฟกับแซลมอนรมควัน มันฝรั่งตุ๋นทอดกรอบ กับซอสมะเขือเทศแบบเผ็ดและซอสไอโอรี่มายองเนส พริกเขียวสเปนปาโดรเนสทอด โรยด้วยเกลือ อีกทั้งยังมีอาหารซีฟู้ดแบบพรีเมียมตั้งแต่ กุ้งลายเสือและกระเทียม พริกแห้ง คาเยนเน่ ผัดในน้ำมันมะกอก ปลาหมึกสเปนทอดกรอบ พร้อมเสิร์ฟกับซอสไอโอรี่หมึกดำ ไปจนถึง ปลาหมึกออคโตปุสย่าง กับซอสพริก ชิฟโปเล่ย์ และ ซอสพริกเขียว และยังมีเมนูเอาใจคนรักเนื้ออย่าง แฮมโจเซอร์รีโต้ 48 เดือน สไลด์ แฮมโจเซอร์รีโต้คลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ เสิร์ฟกับซอสไอดอรี่มายองเนส เนื้อชูกี่ชู่และหมูพลูม่า บดเสิร์ฟในซอสมะเขือเทศ และทาปาสยาว 2 ฟุต สำหรับ 2 ท่าน ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 1,990 บาท++ ต่อคู่ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการ) เปิดให้บริการทุกวันที่ห้องอาหารอูโนมาส ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ไปจนถึง 23.00 น.

พนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกัน นอกจากนี้เรายังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดี เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th หรือสำรองที่นั่งผ่านเว็บไซต์ www.unomasbangkok.com ติดตามข่าวสารของห้องอาหารอูโนมาสได้ที่ เว็บไซต์: www.unomasbangkok.com เฟสบุ๊ค: UNO MAS อินสตาแกรม: Unomas_Bangkok

ร้านอาหารลาวอีสานสไตล์ตะวันตก ที่สุดของความลงตัว @Monkey Pod #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/646843

วันที่ 03 มี.ค. 2564 เวลา 10:40 น.ร้านอาหารลาวอีสานสไตล์ตะวันตก ที่สุดของความลงตัว @Monkey Podโพสต์ทูเดย์ ชวนเช็กอินบ้านไม้สักอายุกว่าร้อยปีในพื้นที่ 1 ไร่ใจกลางสุขุมวิท @Monkey Pod ทาปาสบาร์เรสเตอรองแอนด์คาเฟ่ เสน่ห์ความแซ่บสไตล์ฟิวชั่นของเมนูอาหารลาว อีสาน ที่รังสรรค์แบบโมเดิร์น

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ 

เมื่อรสชาติแซ่บนัวแบบอีสาน ใครๆ ก็โปรดปราน ครั้งนี้กินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ จึงอยากพาไปอร่อยฟินๆ กับความแซ่บอีกมิติ ที่ร้าน Monkey Pod ทาปาสบาร์เรสเตอรองแอนด์คาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 13 พบกับบ้านไม้สักอายุกว่าร้อยปี และพื้นที่สีเขียวใจกลางสุขุมวิท ด้านความอร่อยที่นี่นำเสนอเมนูอาหารลาวผสานรสชาติแบบอีสานของไทยแต่เสิร์ฟมาในสไตล์ตะวันตก (East meets West) ทุกเมนูมาพร้อมรสชาติสุดเซอร์ไพรส์ที่อากให้คนไทยได้ลิ้มลอง พร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่สร้างสรรค์อย่างลงตัว

Monkey Pod เป็นร้านอาหารแนวคาเฟ่ในเครือ Blue Elephant ที่ได้ชื่อร้านมาจากต้นจามจุรีในภาษาอังกฤษ อีกหนึ่งในจุดเด่นของร้านที่ให้ร่มเงาเคล้าบรรยากาศสุดสดชื่น ตกแต่งด้วยรูปวาดและรูปปั้นลิงน้อยใหญ่ทั่วบริเวณ เรียกว่าเต็มไปด้วยเสน่ห์และประวัติศาสตร์อันน่าค้นหา

เมนูอาหารรังสรรค์โดยเชฟดู่ เชฟสัญชาติลาวที่เกิดและโตในยุโรป สั่งสมประสบการณ์ทำงานกับเชฟระดับโลกอย่าง Claude Bosi และ Albert Adria นำเสนออาหารแนวอีสานทวิสต์ที่มีความ innovative จากแรงบันดาลใจของอาหารหลายๆ ชาติ

เริ่มกันที่เมนูเบาๆ อย่าง LAO DOG (179 บาท) ซิกเนอเจอร์เมนูที่ต้องลิ้มลอง เป็นฮอทดอกหมันโถวทอดไส้กั่ว เมนูที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจจากหมันโถวทอดสไตล์ไต้หวันที่หอมกลิ่นนมเนย กินคู่กับใส้กั่วสูตรพิเศษ จานนี้รสชาติโดดเด่นลงตัว มีเอกลักษณ์ของใส้อั่วและใส้กรอกอีสาน ซึ่งเชฟได้รับการถ่ายทอดสูตรลับมาจากของคุณแม่ เคียงด้วยแจ่วมะเขือเทศ  

ห้ามพลาดกับเมนู ข้าวผัดแจ่วบองเนื้อแบล็คแองกัสย่างปลาร้า ไข่ดองนํ้าปลา (279 บาท) สัมผัสความหอมละมุนของสมุนไพรจากแจ่วปลาร้าบองสูตรของลาว ที่นำมาผัดคลุกเคล้ากันอย่างลงตัว เสิร์ฟกับเนื้อแบล็คแองกัสย่างปลาร้าที่นุ่นกำลังพอดี และไข่ดองนํ้าปลา

BLACK ANGUS PLARA (579 บาท) สเต๊กเนื้อแบล็กแองกัสไขมันแทรกพองาม  เสิร์ฟคู่กับแจ่วปลาร้ารสนัวๆ และยำสามชีที่ช่วยตัดรส แถมเพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

KLONG PHAI CHILLI CHICKEN (389 บาท) ไก่คลองไผ่อบพริกเหลืองครึ่งตัวที่ชุ่มฉ่ำกำลังดี ผ่านการหมักด้วยน้ำหมักพริกเหลืองและสมุนไพรไทย อาทิ ตะไคร้ น้ำมะขาม รากผักชี กระเทียม ให้รสสไลต์ไก่พิริพิริ กินคู่กับซอส Chimichurri กับหอมแขกดองบีทรูทที่หวานหอมและน้ำจิ้มสูตรพิเศษของ Monkey Pod

เมนูแนะนำอื่นๆ 

ปิดท้ายสุดผ่อนคลายกับเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ที่ให้ทั้งความสดชื่นและดีต่อสุขภาพ อาทิ BLOODY MARY MOCKTAIL, TROPICAL SPICE, Detox Detox, Monkey Planet, Monkey Lemonade, Monkey Spritzer ต่อที่ไอศกรีมนม ซอสส้มซ่า ราดด้วยซอสโหระพา รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน สัมผัสความความสดชื่นและผ่อนคลายน้ำมันหอมละเหยจากใบโหระพา ปิดท้ายมื้อนี้ด้วย ไอศกรีมนมทอดสูตรพิเศษของ Monkey Pod เสริฟ์คู่กับสับปะรดภูเก็ตที่ย่างจนหอมกลิ่นคาราเมล และคัมโบเม็ดมะม่วง

ตามไปลิ้มลองความอร่อยแบบนี้ได้ที่ร้าน Monkey Pod เปิดบริการเวลา 11.00–20.00 น. ติดต่อสอบถามที่ 02-115-9830 หรือ https://www.facebook.com/Monkeypodbkk หรือ Line Official account (@monkey_pod) 

Vegan Basket แหล่งรวมผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชแห่งใหม่หลากหลายที่สุดในกรุงเทพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/646552

วันที่ 28 ก.พ. 2564 เวลา 08:33 น.Vegan Basket แหล่งรวมผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชแห่งใหม่หลากหลายที่สุดในกรุงเทพเรียกไลค์จากคนเฮลท์ตี้ ‘Dear Tummy’ นำเทรนด์สุขภาพ เปิดโซนใหม่ Vegan Basket อาณาจักรสินค้า Plant-Based แหล่งรวมผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชแห่งใหม่ที่หลากหลายที่สุดในกรุงเทพ ณ ไอคอนสยาม

งานนี้บรรดาคนรักสุขภาพมีเฮ เมื่อ Dear Tummy Lifestyle Supermarket ร่วมกับ “Root The Future” เปิดตัวโซนใหม่ “Vegan Basket”(วีแกน บาสเก็ต) อาณาจักรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่หลากหลายที่สุดในกรุงเทพ ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อสุขภาพ ในคอนเซ็ปต์ “Healthy Supermarket” รวมผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพไว้ในที่เดียว บนเนื้อที่กว่า 100 ตารางเมตร ชูจุดเด่นการรวมผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช (Plant-Based) กว่า 200 รายการไว้ในโซนเดียว อีกทั้งยังมีผักผลไม้สดจากเกษตรกรไทย ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้รักสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารวีแกนหรือมังสวิรัติ โซน Vegan Basket ตั้งอยู่ภายใน Dear Tummy, Lifestyle Supermarket ชั้น G, ICONSIAM

ครั้งแรกของการร่วมมือกันระหว่าง Dear Tummy และ Root The Future ผลักดันให้เกิดกระแสของการบริโภคอาหารและสินค้า Plant-based เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารแห่งอนาคตได้ง่ายมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และสนับสนุนให้ทุกคนหันมาบริโภคสินค้า Plant-based เพื่อสุขภาพที่ดีและเพื่อโลกที่ดีขึ้น โดยได้รวบรวมคอมมูนิตี้ของแบรนด์ที่ผลิตอาหาร Plant-based ชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ พร้อมกับคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร คาดหวังว่า Vegan Basket จะเป็นจุดหมายปลายทางของลูกค้าที่ต้องการมองหาสินค้าเพื่อสุขภาพ

ชยะพงส์ นะวิโรจน์ กรรมการ บริษัท อินเตอร์มาร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้บริหาร Dear Tummy Lifestyle Supermarket เผยว่า ตลาดของ Plant-based มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ทั้งจากปัจจัยของภาวะโลกร้อน และ ทางเลือกของผู้บริโภคในการทานอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะต้องการดูแลสุขภาพและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ในปัจจุบันเทรนด์ของการบริโภค Plant-based ของผู้บริโภคในประเทศไทยนั้นมีเพิ่มขึ้น ทั้ง 1) คนที่เป็นมังสวิรัติ 2) คนที่ทานอาหารเจ และ 3) คนที่ต้องการรักษาสุขภาพ และยังเห็นได้จากการจำนวนที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์ต่างๆ ที่ผลิตสินค้าและอาหารที่เป็น Plant-based เป็นทางเลือกกับผู้บริโภคมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค ทั้งผู้ที่ทานเจ, วีแกน, มังสวิรัติ และกลุ่มคนรักสุขภาพทุกเพศทุกวัยที่ต้องการลิ้มลองอาหารจากโปรตีนพืช ในขณะเดียวกันก็เป็นคุณค่าทางจิตใจที่ได้ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ด้วย โดยการเปิดโซน Vegan Basket ครั้งนี้เป็นการตอกย้ำความเป็น “ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อสุขภาพ” ที่รวมความ Healthy ไว้ในที่เดียว โดยมีสินค้า Vegan ที่มีความหลากหลายและครบครันที่สุดจากแบรนด์ชั่นนำทั่วกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช แบรนด์ Phuture จากบริษัท เอ็น อาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำและผู้ผลักดันให้เกิดการปฏิวัติวงการของอาหารแห่งอนาคต (Food for Future), เครื่องดื่มหลากหลายชนิด เช่น นมอัลมอนด์, นมเม็ดมะม่วงหิมพานต์, เครื่องดื่มคอมบูชา, ไอศกรีม, ชีส, ขนมต่างๆ, เนื้อสัตว์ทดแทน, อาหารพร้อมทาน, protein ball และเครื่องปรุงรสต่างๆ ที่ทำมาจากพืชและธัญพืช เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมี “ผักผลไม้” ที่สดใหม่ทุกวัน ส่งตรงมาจากเกษตรกรไทยไม่ว่าจะเป็น ฟาร์มฟ้าประทาน, โครงการหลวง และ ฟาร์มจากเกษตรกรชุมชน รวมทั้งยังมีผักผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ และ สินค้าออร์แกนิค (Organic) ทั้งที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน และสินค้าเพื่อสุขภาพอีกมากมายที่จะมาเติมเต็มความต้องการที่ขาดหายไป

ในส่วนของที่มาของชื่อโซน “Vegan Basket” ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเรา คือการคัดสรรสินค้า Vegan โดยผู้เชี่ยวชาญ ผ่านเซ็ตผลิตภัณฑ์ Vegan ที่บรรจุในตระกร้า สะดวกและง่ายต่อการเลือกซื้อ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์และอาหารแห่งอนาคตได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เช่น

  • The Lazy Vegan Set เซ็ตที่รวบรวมประเภท นมแอลมอนด์, ช็อกโกแลต, คุกกี้, แคปหมู, นมถั่วเหลือง, ซุปมะเขือเทศ และ ไอศกรีมโมจิ
  • Fitness Fanatic Basket Set เซ็ตที่รวบรวมอาหารประเภท เห็ด, โปรตีนผง, เทมเป้, คุกกี้, นมแอลมอนด์ และ คอมบูชา
  • Picnic Platter Set เซ็ตที่รวบรวมอาหารประเภท คุกกี้, ชีส, คอมบูชา, ผักดอง และ ช็อกโกแลต
  • Taste of Thailand เซ็ตที่รวบรวมอาหารประเภท เทมเป้, เห็ด, เนื้อสัตว์จากพืช, ลูกชิ้นกุ้ง, ช็อกโกแลต และ ไอศกรีม
  • Taste of The West เซ็ตที่รวบรวมอาหารประเภทซอสเพสโต้, มายองเนส, ชีส, กะหล่ำปลีดอง และ เนื้อเบอร์เกอร์

และอีกหนึ่งความพิเศษภายในพื้นที่ของโซน Vegan Basket จะมีการจัดกิจกรรม อาทิ การสาธิตการทำเมนูสุขภาพให้ลูกค้าได้ชิม และกิจกรรมอีกมากมายให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ร่วมและเข้าถึงการรับประทานอาหาร Vegan ได้ง่ายขึ้น ในแต่ละเดือนจะมีการจัดกิจกรรมในธีมต่างๆ นำเสนอสินค้าใหม่ๆ ที่หลากหลายเป็นหัวใจในการสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า

สามารถซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ Vegan จากโซน Vegan Basket ได้แล้ว ที่ Dear Tummy, Lifestyle Supermarket ชั้น G ICONSIAM รวมถึงสินค้าอื่นๆ และเมนูอาหารทั้งหมดใน Dear Tummy ได้ผ่านทาง LINE: deartummydelivery หรือ โทร 088-9718034 จัดส่งให้ได้ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และเพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น Dear Tummy นอกจากนี้ยังได้จับมือ Robinhood Application เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ นับเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าวีแกนและอาหารสุขภาพทั้งหมด ผ่านช่องทางของ Robinhood Food Delivery Application เพียงค้นหาคำว่า “Dear Tummy” สะดวกสบาย และ น่าตื่นเต้นขนาดนี้ สายสุขภาพและชาว Vegan คงจะอดใจไม่ไหว สามารถเข้ามาเลือกซื้อสินค้า อาหาร และผลิตภัณฑ์ต่างๆ จาก Vegan Basket ได้แล้ววันนี้!!

เขาใหญ่ม่วนซื่นกระตุ้นการท่องเที่ยวในหุบเขาแห่งความสุขด้วย Dining Experience in Khao Yai with Michelin Star Chef ครั้งที่ 1 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/646517

วันที่ 27 ก.พ. 2564 เวลา 11:52 น.เขาใหญ่ม่วนซื่นกระตุ้นการท่องเที่ยวในหุบเขาแห่งความสุขด้วย Dining Experience in Khao Yai with Michelin Star Chef ครั้งที่ 1 เขาใหญ่ผนึกกำลังกระตุ้นการท่องเที่ยว ชวนเชฟมิชลินสตาร์ 4 ปีซ้อนรังสรรค์เมนูอาหารคาวหวานจากวัตถุดิบบนเขาใหญ่ ใน Dining Experience in Khao Yai with Michelin Star Chef ครั้งที่ 1 ณ ไร่องุ่นไวน์กรานมอนเต้

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วสำหรับกิจกรรมดีๆ Dining Experience in Khao Yai with Michelin Star Chef ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศไร่องุ่นไวน์กรานมอนเต้ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้การสนับสนุน สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ สถาบันอาหารแห่งชาติ ร่วมกับชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารปากช่อง บริษัท เวิลด์ รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด ทีมสามประสานปากช่องบริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ตลอดจนผู้ประกอบการ และเกษตรกรในอำเภอปากช่อง ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “เขาใหญ่ม่วนซื่น” จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในหุบเขาแห่งความสุขตลอดปี 2564-2565 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้นําในการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม (Preferred Destination) อย่างยั่งยืน 

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานและขอบคุณผู้สนับสนุน สื่อมวลชนและแขกที่มาร่วมงานดินเนอร์สุดพิเศษซึ่งถือว่าเป็นรอบพรีเมียร์ โดยที่การจัดงานในครั้งนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ผู้ประกอบการในเขาใหญ่ต้องการยกระดับการพัฒนาการบริการให้ก้าวเข้าสู่ระดับพรีเมี่ยม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ทางด้านอาหารให้กับเขาใหญ่ ซึ่งจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงอาหารอยู่แล้ว ประกอบกับเขาใหญ่มีชื่อเสียงด้านธรรมชาติ อากาศที่ดี และมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเชิงนิเวศน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก องค์ประกอบเหล่านี้หากเราพัฒนาไปในทางที่สอดคล้องกับการเติบโตของการท่องเที่ยวแล้ว ย่อมจะทำให้เขาใหญ่เป็นหมุดหมายสำคัญของนักเดินทาง และรองรับนโยบายการเป็นเมืองจัดประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ (MICE) ของจังหวัดนครราชสีมาได้

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางภาวนา ประจิตต์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา เป็นประธานในการจัดงาน ในฐานะผู้แทนผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความร่วมแรงร่วมใจของผู้ประกอบการ และหวังว่าจะเป็นการช่วยให้เกิดการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวและพักค้างคืนมากขึ้นจากกิจกรรมนี้ และสามารถพัฒนาเชื่อมโยงกับการท่องเทีย่วด้านต่าง ๆ อาทิ การท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์, การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และจะก่อให้เกิดการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ทั้งอำเภอปากช่อง และอำเภอวังน้ำเขียวได้ตลอดปี”

ทางด้านนายวิสุทธิ์ โลหิตนาวี เจ้าภาพสถานที่ผู้ก่อตั้งไร่องุ่นไวน์กรานมอนเต้กล่าวต้อนรับ ภายหลังนำคณะผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนชมฟาร์มและบรรยายขั้นตอนการปลูกองุ่นและการทำไวน์ด้วยตนเอง ร่วมกับคุณนิกกี้ ต่อด้วยการนำผู้ร่วมงานเลือกชม ช้อป ผลิตภัณฑ์จากโครงการ “Khao Yai Select” ในกิจกรรม “ขาย ของ เขา (ใหญ่)” อาทิ ร้านจากไร่องุ่นไวน์กรานมอนเต้ , ออล อโวคาโด , ทรู , ผ้าไหม “หยาดป่า” จากศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพันธุ์พืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ, ผักอินทรีย์จากไร่คุณตั๊ก พรมชน , ไร่โชตวันและกาแฟดริปเขายายเที่ยง

ภายในงานทุกท่านยังได้อิ่มเอมกับเมนูอาหารที่รังสรรค์โดยเชฟหนุ่ม-ธนินธร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน สตาร์ 4 ปีซ้อน  จัดเต็ม 7 คอร์สทั้งอาหารคาวและหวานซึ่งเนรมิตจากวัตถุดิบหลักที่มาจากชุมชนบนเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง อาทิ ข้าวโพดจากไร่สุวรรณ หมูชีวา ไก่เบญจา พริกไทยอ่อนสดจากสวนเอเดน ออร์แกนิกส์ ปากช่อง ผักสดและสมุนไพรจากไร่คุณตั๊ก พรมชน บีทรูทและมะเขือเทศจากกรีนมี ออร์แกนิกส์ ปลาช่อนและปลาคังย่างจากบ้านแม่สเต็กตัวพ่อ ฯลฯ สะท้อนความมั่นคงทางด้านอาหารเกษตรอินทรีย์ ควบคู่ไปกับการจับคู่กับไวน์จากไร่องุ่นกรานมอนเต้ทั้ง 5 ชนิดไล่เรียงกันมาอย่างครบถ้วนเรียกว่าจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร

เชฟหนุ่มเผยความรู้สึกว่า “ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแก้ตาหลังจากที่เคยได้ร่วมงานกับคุณนิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี ครั้งที่ไปจัดงานที่กรุงมะนิลาด้วยกัน” นอกจากนี้เชฟหนุ่มยังยอมรับว่า “วัตถุดิบที่ทางผู้ประกอบการสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่จัดไปส่งไปให้เพื่อการเตรียมงานนั้นถือว่าสดและมีคุณภาพดีมาก อาหารและขนมหวานที่นำมาเสิร์ฟในคืนนี้ผ่านการคิดและค้นคว้าถึงรากเหง้าของอาหารพื้นถิ่นอีสาน”

ทั้งนี้ ก่อนวันงานได้มีการฝึกสอนการบริการระดับพรีเมี่ยมให้กับนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคปากช่องจำนวน 10 คนพร้อมอาจารย์ผู้ควบคุมการสอน และตัวแทนจากผู้ประกอบการอาทิจากโรงแรมแกรนด์สิริ รีสอร์ท, ร้านเป็นลาวและไร่องุ่นไวน์กรานมอนเต้ เข้าร่วมฝึกทักษะการบริการระดับพรีเมี่ยมจากนักบริการมืออาชีพ จาก White Glove Academy& FINN โดยบริษัท เวิล์ด รีวอร์ด โซลูชั่น จำกัด ทำให้น้องๆ นักศึกษาและพนักงานตัวแทนผู้ประกอบการที่เข้ารับการอบรมได้พัฒนาความรู้และสร้างประสบการณ์ในการทำงานจริงกับเชฟระดับมิชลินสตาร์ สร้างความภาคภูมิใจให้กับน้องๆ นักศึกษาเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ทางสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่จะออกเกียรติบัตรให้ทุกคนที่เข้าร่วมรับการฝึกอบรมในครั้งนี้ด้วย

“ทองหล่อ” ร้านอาหารไทยตำรับชาววัง เสน่ห์และมนต์ขลังของการหลอมรวม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/645867

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 11:05 น.“ทองหล่อ” ร้านอาหารไทยตำรับชาววัง เสน่ห์และมนต์ขลังของการหลอมรวมกินเที่ยวโพสต์ทูเดย์ ชวนเช็กอินร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” อิ่มเอมสำรับอาหารไทยพื้นบ้านตำรับชาววัง ที่รังสรรค์ผ่านเชฟผู้มากความสามารถ “เชฟโธมัส-วรพล อิทธิคเณศร” มากกว่าความอร่อย คือเสน่ห์อันทรงคุณค่าที่มาในราคาเอื้อมถึง

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

เช็กอินย่านทองหล่อ ใจกลางสุขุมวิท หากอยากพบความวิจิตรบรรจงจากศาสตร์และศิลป์แบบไทย แนะนำให้ไปร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” จากชื่อย่านสถานที่ที่ร้านตั้งอยู่ และการสื่อความหมายถึงการหลอมละลายทองด้วยความร้อนเพื่อนำไปขึ้นรูปทรงต่างๆ ความละเอียดอ่อนที่แฝงความลึกซึ้งนี้ คือที่มาของร้านซึ่งพร้อมจะหลอมรวมความอร่อยในรูปแบบของอาหารพื้นบ้านที่มีความร่วมสมัย

ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์นแบบร่วมสมัยที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ประดับด้วยงานโลหะมิ่งมงคล โคมไฟแบบไทยๆ ที่ให้ความเรียบหรูแต่ดูเข้าถึงง่าย เลือกใช้โทนสีที่มีการผสมผสานระหว่างสีทอง สีทองแดง และสีเงิน สะท้อนความพรีเมี่ยมและวัฒนธรรมทางสายน้ำ มีดอกไม้สด มาลัยที่เรียงร้อยอย่างประณีตให้ชื่นชม และยังเลือกใช้สินค้าพื้นเมืองเพื่อสนับสนุนชุมชน อาทิ ของตกแต่งเป็นผ้าทอลายขิตจากจังหวัดอุบลราชธานี ในการสร้างความสุขให้มื้ออร่อยท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ไปพร้อมกัน

ด้านเมนูความอร่อยของร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ถูกรังสรรค์โดยเชฟโธมัส-วรพล อิทธิคเณศร เชฟเก่งที่มากความสามารถ ผู้เคยถวายงานในพระราชวังไกลกังวล และสั่งสมประสบการณ์ในวงการอาหารจากทั้งในและต่างประเทศมากว่า 20 ปี หนึ่งในผู้ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งด้านศาสตร์อาหารไทย รวมถึงการวิจัยและพัฒนาด้านนวัตกรรมอาหาร ตลอดจนคัดสรรตำรับชาววังและอาหารไทยโบราณที่หลายคนลืมเลือน มานำเสนอในรูปแบบที่หลายคนไม่อาจลืมเลือน

เมนูแนะนำ อาทิ กุ้งตะไล อาหารว่างไทยโบราณ คล้ายพล่ากุ้งในถ้วยตะไล เสิร์ฟคู่ข้าวตังกรุบกรอบ

ยำผักปลัง เมนูยำจากผักสมุนไพรพื้นบ้าน ซึ่งอุดมด้วยคุณประโยชน์ คลุกเคล้าเครื่องปรุงครบรส พร้อมกุ้งสดและไข่ต้ม เมนูที่ทั้งถูกปากและถูกใจคนรักสุขภาพ

ปลากะพงต้มสุมาลี เมนูที่รวมวัตถุดิบของดีอย่างสละสุมาลีจากจันทบุรี บ้านเกิดเชฟโธมัศ ให้ความเปรี้ยวอมหวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ผสานความสดของเนื้อปลากะพงจากแหล่งธรรมชาติจากฉะเชิงเทรา ทำให้เมนูนี้มีรสชาติที่ลงตัว

แกงส้มปูไข่ใส่หน่อไม้ เมนูแกงแบบไทยรสชาติเข้มข้นแบบภาคกลาง จัดจ้านถึงเครื่องแกงแบบภาคใต้ ใช้เครื่องแกงที่โขลกสดใหม่ทุกวัน เข้าคู่หน่อไม้ที่ดองเอง พร้อมปูไข่ตัวใหญ่ที่สดใหม่จากทะเล ทานกับข้าวหอมมะลิพันธุ์ดีที่หุงด้วยน้ำดอกอัญชัญ เสิร์ฟมาร้อนๆ …มูฟออนไปเมนูอื่นเกือบไม่ได้

แกงคั่วหัวตาลใส่ปลาย่าง แกงกะทิโบราณหาทานยากของเพชรบุรี ที่เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่พริกแกงโขลกสดๆ หอมๆ สีสันสวยงาม รูปสวย รวยรส และหมูหวาน เครื่องจิ้มโบราณที่เอาไว้ทานถอนเผ็ด

ของหวาน แนะนำละอองเกสรดอกลำเจียก ขนมโบราณที่หาทานเกือบไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ด้วยกรรมวิธีการทำสุดพิถีพิถัน เนื้อมะพร้าวคล้ายมะพร้าวแก้ว ทานคู่กับเชอเบตสับปะรดน้ำผึ้งมะนาว หวานเปรี้ยว อร่อยสุดใจ และไปปิดท้ายกันด้วย มะปรางริ้วเชื่อม มะปรางแกะสลักด้วยความประณีต นำมาเชื่อมลอยแก้ว ทานกับน้ำแข็งแสนชื่นใจ เมนูตามฤดูกาลที่ต้องลองทานสักครั้ง

ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” จัดคลาสสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวไทยๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน อาทิ การแกะสลักผักผลไม้ ร้อยมาลัย ฯลฯ สนใจเข้าร่วมคลาสดีๆ ทั้งแบบส่วนตัวหรือแบบกลุ่ม สามารถจองคอร์สล่วงหน้าได้

อยากสัมผัสรสชาติอาหารไทยพื้นบ้าน เมนูโบราณตำรับชาววังที่มีมนต์ขลังจากความพิถีพิถันทุกกระเบียด เพื่อรสชาติและอารมณ์ความรู้สึก มากันได้ที่ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ตั้งอยู่ที่โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30–21.00 น. (มีบริการเดลิเวอรี่) สอบถามโทร. 02-000-4701, 092-966-2563 เว็บไซต์  www.thong-lor.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/thonglorcuisine

ช้อปซูเปอร์ฟู้ดส่งตรงจากยอดดอย ในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2021 @Siam Paragon #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/645866

วันที่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 08:08 น.ช้อปซูเปอร์ฟู้ดส่งตรงจากยอดดอย ในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2021 @Siam Paragonมูลนิธิโครงการหลวง และสยามพารากอน เชิญคนกรุงฯ เลือกช้อปฯ ซูเปอร์ฟู้ดส่งตรงจากยอดดอย ในงาน Royal Project Gastronomy Festival 2021 @Siam Paragon ภายใต้คอนเซ็ตป์ Healthy Food Good Life กินดี ชีวิตดี เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คนกรุงฯ วันที่ 25 ก.พ.-7 มี.ค.นี้

ไม่ว่าจะกี่ยุคสมัย สุขภาพดียังคงมีชัยเหนือสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ทุกคนต้องเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเพื่อป้องกันการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ รวมถึงโรคภัยต่างๆ การรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เหตุนี้มูลนิธิโครงการหลวงจึงร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน Royal Project Gastronomy Festival 2021 @Siam Paragon (รอยัล โปรเจ็คต์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล 2021 แอท สยามพารากอน) ขึ้นเพื่อนำผลิตผลจากยอดดอยอันอุดมไปด้วยวิตามินและคุณประโยชน์อย่างมากมายมาจำหน่ายระหว่างวันที่ 25 ก.พ.-7 มี.ค. นี้ ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดงาน

งาน Royal Project Gastronomy Festival 2021 @Siam Paragon จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Healthy Food Good Life กินดี ชีวิตดี” ได้นำผลไม้ที่จัดเป็น Super food ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี สารอาหาร แร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน อย่าง สตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์ 80, เคพกูสเบอร์รี่, องุ่นแดง, องุ่นดำ, เสาวรสพันธุ์พิเศษของโครงการหลวงที่มีรสชาติหวานกว่าสายพันธุ์อื่นๆ รวมถึงพืชผักหลากสีสัน อาทิ ฟักทองมินิ, มะเขือม่วงก้านเขียว ก้านดำ, แครอท, กะหล่ำปลีหัวใจ, พริกหวาน, มะเขือเทศ ฯลฯ อีกทั้งธัญพืชอันเป็นแหล่งรวมสารอาหารมีประโยชน์มากมาย และอาหารแปรรูปต่างๆ ที่ส่งตรงจากยอดดอยมาให้คนรักสุขภาพได้เลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมถึงใจกลางเมือง

ภายในงานยังมีกาแฟสดของ Royal Project Coffee รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของมูลนิธิโครงการหลวง ทั้งดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง บุหงา และผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร้านดอยคำ รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้างานฝีมือจากชุมชนทั่วประเทศ ในโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย โดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มาให้เลือกชมและช้อปฯ ณ บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ทั้งนี้ยังมีเมนูพิเศษจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต อาทิ ซุปครีมฟักทองและเมล็ดฟักทอง, ฟักทองมินิย่างกับน้ำมันเมล็ดชา, ไก่เบรสย่าง, แคลิฟอร์เนียปลาเรนโบว์เทราต์ ฯลฯ พิเศษสำหรับลูกค้าที่เลือกผักในงานมา cooking ที่เคาน์เตอร์ YOU HUNT WE COOK หรือเลือก Side dish เมนูพิเศษจากเทศกาลสินค้าโครงการหลวง ฟรี! ค่า cooking มูลค่า 100 บาท โดยจะจำหน่าย ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G พร้อมกันนี้สำหรับผู้ซื้อผลิตผลภายในงานครบ 1,500 บาท สามารถแลกรับถุงผ้าลดโลกร้อนดีไซน์พิเศษหลากหลายลวดลายได้ 1 แบบ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

นอกจากนั้นงาน Royal Project Gastronomy Festival 2021 @Siam Paragon ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Healthy Food Good Life กินดี ชีวิตดี” ยังได้รับความร่วมมือจากร้านอาหารชั้นนำ 14 ร้านภายในสยาม พารากอน ได้แก่ Mozza by Cocotte (มอซซ่าบายโคคอต), Talingpling (ตะลิงปลิง), Chilli Thai Restaurant (ชิลลี่ไทย เรสเตอรองต์), Suki Masa (สุกี้ มาสะ), Wang Jia Sha (หวัง เจีย ชา), TWG Tea (ทีดับเบิ้ลยูจี ที), Sansab (แสนแซ่บ), Boon Tong Kee (บุญตงกี่), Midtown Thai (มิดทาวน์ ไทย), Tudari (ทูดาริ), The Mandarin Oriental Shop (เดอะ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป), Harrods (แฮร์รอดส์), Brix Dessert Bar (บริกซ์ ดีเซิร์ท บาร์) และ Veganerie (วีแกนเนอรี่) ด้วยการนำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มรวมกว่า 30 เมนู ร่วมจำหน่ายภายในร้านไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.นี้ พิเศษสำหรับลูกค้าที่รับประทานอาหารที่ร่วมรายการครบ 800 บาท รับน้ำผลไม้ดอยคำจำนวน 1 แพ็ค (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

เปิดท้ายขายของ Revival Market 2021 ช้อปดี..มีของเพียบ @หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/645665

วันที่ 18 ก.พ. 2564 เวลา 09:30 น.เปิดท้ายขายของ Revival Market 2021 ช้อปดี..มีของเพียบ @หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ช้อปดี มีของเพียบ กลับมาอีกครั้งกับคาราวานเปิดท้ายขายของ Revival Market 2021 ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

จากการเปิดพื้นที่ฟรีช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดครั้งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ จึงร่วมมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สมาคมผู้นำเที่ยวไทย (สผนท.), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ (ลูกบ้านเอพี) จัดงาน “Revival Market 2021” การกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมตลาดเปิดท้ายขายของ โดยรอบแรกเปิดตลาดในวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2564 และรอบสองในวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2564 เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเป็นการเปิดพื้นที่ฟรี เพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทย และผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ให้มีช่องทางในการสร้างรายได้ และจำหน่ายสินค้าบนพื้นที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กแห่งการช้อปปิ้งใจกลางกรุงเทพ

ภายในงาน พบกับสินค้าแบรนด์ดัง และสินค้ามือสองคุณภาพดีมากมาย ทั้งจากนิสิตและศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สมาคมผู้นำเที่ยวไทย (สผนท.), ลูกบ้าน AP และเหล่าผู้ประกอบการรายย่อยที่นำมาจำหน่าย อาทิ Glamour Amulet and Co เครื่องรางแฟชั่นยอดนิยมเสริมบารมีในด้านต่างๆ สามารถดีไซน์เลือกเครื่องราง ชนิดหินและของตกแต่งได้เอง, ต้นไม้ฟอกอากาศพร้อมวัสดุปลูก, สินค้าแฮนด์เมด อาทิ ตะกร้าสานเส้นพลาสติก กระเป๋ากระจูดเพ้นท์ตกแต่งลายรูปแบบเฉพาะตัวจากศิลปินของร้าน I am Ole’, เทียนหอมไขถั่วเหลืองจากธรรมชาติ 100%, ครีมบำรุงผิว, สินค้าและของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง, เสื้อผ้า กางเกงกีฬา กระเป๋า รองเท้าแฟชั่น, ผักผลไม้ปลอดสาร, อาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มโฮมเมด, ขนมสุดฮิตและสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นในราคาพิเศษสุด เป็นต้น

ร่วมแบ่งปันน้ำใจ ช่วยกันอุดหนุนคนไทย มาเลือกชมและช้อปสินค้าหลากหลายราคาสบายกระเป๋าในงาน “Revival Market 2021” ในวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2564 โดยสมาคมผู้นำเที่ยวไทย (สผนท.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ (ลูกบ้านเอพี) ซึ่งภายในงานคุมเข้มมาตรการดูแลความสะอาด และความปลอดภัยเพื่อป้องกันโควิด-19 อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือทุกคนสวมหน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ออกมาเที่ยวช้อปได้อย่างสะอาด มั่นใจลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์