จุฬาฯประกาศเทอมปลายนี้ ให้เรียนออนไลน์ทั้งหมด ป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545864

จุฬาฯประกาศเทอมปลายนี้ ให้เรียนออนไลน์ทั้งหมด ป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19

จุฬาฯประกาศเทอมปลายนี้ ให้เรียนออนไลน์ทั้งหมด ป้องกันแพร่ระบาดโควิด-19

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564, 15.53 น.

วันที่ 16 มกราคม 2564 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกประกาศแนวปฏิบัติในการจัดการการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการศึกษาสำหรับภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2563 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติและมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อต่อไป 

แต่เพื่อให้การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินโควิด-19 เมื่อวันที่ 14 ม.ค.64 จึงเห็นสมควรปรับแนวปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลการศึกษา เพื่อรองรับการเปิดภาคการศึกษา สำหรับภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2563 ให้เป็นรูปแบบออนไลน์ทั้งหมด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจปี 63 ประชาชน ‘เชื่อมั่นครูไทย’ ดีขึ้นกว่าเดิม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545802

สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจปี63ประชาชน‘เชื่อมั่นครูไทย’ดีขึ้นกว่าเดิม

สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจปี63ประชาชน‘เชื่อมั่นครูไทย’ดีขึ้นกว่าเดิม

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564, 08.17 น.

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2564 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้จัดทำดัชนี “ความเชื่อมั่นครูไทย” ปี 2563 โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชน ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 4,147 คน ระหว่างวันที่ 11-15 มกราคม 2564 โดยเน้นตัวชี้วัด 30 ประเด็นที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อ ครูไทยทั้งในด้านส่วนตัว ชุมชนและการพัฒนาวิชาชีพตลอดจนการพัฒนาประเทศในรอบปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดจะมีคะแนน เต็ม 10 สรุปเรียงลำดับจากความเชื่อมั่นสูงสุดไปถึงต่ำสุด ได้ดังนี้

เอกอัครราชทูตสเปนลงนามถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545748

เอกอัครราชทูตสเปนลงนามถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

เอกอัครราชทูตสเปนลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.45 น.

วันที่ 15 มกราคม 2564 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้คณะบุคคล  หน่วยงานต่าง ๆ ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  สยามบรมราชกุมารี โดยมีคณะบุคคล ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นำแจกันดอกไม้ กระเช้าผลไม้ไปทูลเกล้าฯ ถวาย หน้าพระฉายาลักษณ์ ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมลงนามถวายพระพร ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ ราชสกุลดิศกุล, ราชสกุลทินกร ราชสกุลนพวัน ราชสกุลกุญชร ฯลฯ, หม่อมเจ้า อุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์,  นายเอมิลิโอ เด มิเกล กาลาเบีย เอกอัครราชทูตสเปน ประจำประเทศไทย, กระทรวงพลังงาน, กรมจเรทหารบก, กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานเลขานุการรางวัลสรีสังวาล, การรถไฟแห่งประเทศไทย,  สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, คณะทันตแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย, กรมยุทธศาสตร์ศึกษาทหารบก, คณะสหเวชศาสตร์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย, กองทุนส่งเสริมและพัฒนาการใช้อักษรเบลแห่งชาติ, กลุ่มโรงพยาบาลและบริษัทในเครือบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน),  มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, บริษัทเอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) บมจ.ซุปเปอร์เอนเนอร์ยีคอร์ปเรชั่น,

นายพลากร สุวรรณรัฐ  องคมนตรี ประคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ และคณะ, นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ, นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ, สมาคมมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมพลาธิการทหารบก, สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.พลังพล คงเสรี คณะบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ, คณะนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่นที่ 32, สำนักจุฬาราชมนตรี, โครงการพระราชทานความช่วยเหลือราชอาณาจักรกัมพูชา ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,  บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  มาในฐานนะ รมว.พาณิช และหัวหน้าพรรค ปชป

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง,  คณะผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน, หอการค้าไทย-จีน, สมาคมนักเรียนเก่า ราชวินิต, คณะบดีคณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, มูลนิธิฮารนามซิงห์ ฮารบันส์กอร์ (สัจจเทพ), คณะกรรมการธนาคาร ผู้บริหาร พนักงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนสตรีวัดระฆัง, คณะผู้บริหาร และครู โรงเรียนในเครือทรงวิทยา, คณะศิลปศาสตร์ และสมาคมศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย, นายเศรษฐพุฒิ  สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย พร้อมคณะ, คณะผู้บริหาร บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, มูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝคกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปรซิฟิก ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, มูลนิธิส่งเสริมช่วยผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ,  สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, คณะกรรมการมูลนิธิ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์, มูลนิธิส่งเสริมช่วยผู้ด้อยโอกาสและคนพิการอ.สามร้อยยอด  และคณะกรรมการวัดหน้องตาแต้ม อ.ปรานบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

บอร์ด กพฐ.ไฟเขียวแก้เกณฑ์รับนักเรียน ปี’64 ไม่นำผลสอบโอเน็ตมารับเด็ก ม.1, ม.4 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545746

บอร์ด กพฐ.ไฟเขียวแก้เกณฑ์รับนักเรียน ปี'64 ไม่นำผลสอบโอเน็ตมารับเด็ก ม.1,ม.4

บอร์ด กพฐ.ไฟเขียวแก้เกณฑ์รับนักเรียน ปี’64 ไม่นำผลสอบโอเน็ตมารับเด็ก ม.1,ม.4

วันศุกร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564, 18.38 น.

วันที่ 15 มกราคม 2564 นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ. ว่า ที่ประชุมหารือถึงแนวทางจัดการเรียนการสอนทางไกลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีข้อกังวลว่าหากวันที่ 31 ม.ค.นี้ สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น โรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนปกติได้จะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะหากเปิดเรียนไม่ได้ก็จะกระทบถึงการรับนักเรียนปีการศึกษา 2564 ซึ่งที่ประชุมมองว่า สพฐ.มีประสบการณ์การสอนทางไกลอยู่แล้ว แต่อยากให้ สพฐ.คิดวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครอง และนักเรียนรับทราบถึงความชัดเจน และขอให้ สพฐ.พิจารณาปรับตัวชี้วัด เพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ควรจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานณ์ในปัจจุบันด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าควรจะนำรูปแบบการสอนของครูที่สอนดีมารวมไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อให้ครูรายอื่นๆเข้ามาดูและพัฒนาตนเองด้วย 

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สพฐ. ได้เสนอร่างแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน และร่างแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2564-2565 ซึ่งที่ประชุมได้ให้ข้อคิดเห็นว่า อยากเห็นแผนการศึกษาที่ชัดเจนมากขึ้น พร้อมกับเสนอให้ สพฐ.ปรับแนวทางใหม่ โดยเน้นคุณภาพของนักเรียน เช่น นักเรียนจะต้องมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น ซึ่งทางสพฐ.จะรับข้อเสนอนี้เพื่อปรับทำเป็นแผนการศึกษาต่อไป ส่วนโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และภูเก็ตโมเดล ตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่สพฐ.เสนอมานั้น ที่ประชุมเห็นว่าเป็นตัวอย่างการพัฒนาการศึกษาที่ดี แต่ภูเก็ตโมเดลอาจจะไม่ตอบโจทย์ เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบทความต้องการที่แตกต่างกัน จึงอยากให้การพัฒนาต่างๆ คำนึงถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย 

“ที่ประชุม รับทราบการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัด สพฐ. ปีการศึกษา 2564 (ฉบับที่ 2) ตามที่ สพฐ.เสนอ สืบเนื่องจากที่ ศธ.ออกประกาศ เรื่องนโยบายการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ที่ให้นักเรียน ระดับชั้น ป.6 และ ม.3 ให้ถือเป็นสิทธิส่วนตัวของนักเรียนที่จะเข้ารับการสอบด้วยความสมัครใจ ดังนั้น สพฐ.จึงจะไม่นำผลคะแนนโอเน็ตมาใช้ในการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 และ ม.4 โดยที่ประชุมเสนอว่า ขอให้ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่พูดในลักษณะเชิงบังคับเพื่อให้นักเรียนมาสอบโอเน็ต ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนมีอิสระในการสอบอย่างแท้จริง”  ประธาน กพฐ. กล่าว 

ส.วอลเลย์บอลฯ-นักกีฬาทีมชาติไทย ปชช.ทุกหมู่เหล่าพร้อมใจถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545442

ส.วอลเลย์บอลฯ-นักกีฬาทีมชาติไทย ปชช.ทุกหมู่เหล่าพร้อมใจถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

ส.วอลเลย์บอลฯ-นักกีฬาทีมชาติไทย ปชช.ทุกหมู่เหล่าพร้อมใจถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564, 16.49 น.

วันที่ 14 มกราคม 2564 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ตลอดวันนี้มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคล ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ และประชาชน นำแจกันดอกไม้ ไปทูลเกล้าฯถวายพร้อมลงนามถวายพระพรขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป

อาทิ ราชสกุลจิตรพงศ์, มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก ,สะสบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.), กรมสวัสดิการทหารบก , มหาวิทยาลัยบูรพา , กรมฝนหลวงและการบินเกษตร , สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน , กาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง ,สมาคมคณะกงศุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) , อธิบดีกรมศิลปากร , บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, ธนาคารเพื่อการส่งออก, มูลนิธิ AFS ประเทศไทย, มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์,  สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ, มูลนิธิสิรินธร และมูลนิธินริศรานุวัตติวงศ์, โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ, มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน, คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพ, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, สมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย, สโมสรโรตารี่กรุงเทพ-สยามมินทร์, คณะผู้บริการบริษัทโตโยตา มอร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด, 

ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และครอบครัว, นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา, นายจาตุรนต์ ฉายแสง และภริยา, นายดิสทัด โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมข้าราชการ, ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี พร้อมนายสุนิษฐ สก๊อต, สำนักปลัด กระทรวงยุติธรรม, มหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ, มูลนิธิมนตรีราโมท ในพระราชูปถัมภ์, สภาสันติภาพแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียนตะวันออกเฉียงใต้(UN PKFC), คณะผู้บริหาร บริษัท อสมท จำกัด มหาชน พร้อมพิธีกรและผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 Mcot HD , รักษาการกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร นักแสดง ผู้ประกาศและพนักงาน บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ช่อง 7 HD,  คณะผู้บริหาร กรมประชาสัมพันธ์, ชมรมผู้รับพระราชทาน มูลนิธิอานันทมหิดล, ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตน์ แก้ไขความพิการบนใบหน้า ฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมผู้บริหาร, นายเกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิเอ็มโพเรียม กรุ๊ป และ กรรมการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  พร้อมครณะผู้บริหารและพนักงาน, คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล, มูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระชาชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,  คณะกรรมการการเลือกตั้ง, มูลนิธิสางเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในนพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, สมาคมฟิสิกส์ไทย, มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี, สมาคมวอลเลยย์บอลแห่งประเทศไทยและสหพันธ์วอเลย์บอลแห่งเอเชีย ฯลฯ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

แนะวิธีใช้งาน ‘ชุดตรวจคัดกรองแอนติบอดีโควิด-19’ ทีมวิจัย ม.สงขลานครินทร์ เผยวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545116

แนะวิธีใช้งาน ‘ชุดตรวจคัดกรองแอนติบอดีโควิด-19’  ทีมวิจัย ม.สงขลานครินทร์ เผยวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง

แนะวิธีใช้งาน ‘ชุดตรวจคัดกรองแอนติบอดีโควิด-19’ ทีมวิจัย ม.สงขลานครินทร์ เผยวิธีใช้งานอย่างถูกต้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยคณะเทคนิคการแพทย์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย ผศ.ดร.ธีรกมล เพ็งสกุล,ดร.จิดาภา เซคเคย์, ดร.ปิยะวุฒิแสวงผล, ดร.ธีรภัทร นวลน้อย,ดร.ณัฏฐาภรณ์ ณ นคร และ ดร.ปวีณา วงศ์วิทย์วิโชติ ซึ่งได้ร่วมกันพัฒนาชุดตรวจคัดกรองแอนติบอดีโควิด-19 หรือภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 เปิดเผยว่าเครื่องคัดกรองดังกล่าวได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยปัจจุบันการวินิจฉัยไวรัสโควิด-19 ของประเทศไทยและสากล มี 2 วิธี ได้แก่

1.ตรวจหาเชื้อไวรัส เป็นวิธีที่สามารถตรวจพบเชื้อได้ “เร็ว” ประมาณ 5-7 วันหลังได้รับเชื้อ จึงเป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัย (การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี RT-PCR) โดย swab บริเวณหลังโพรงจมูกไปตรวจ และจะทราบผลการตรวจภายใน 3-5 ชั่วโมง

2.การตรวจหาภูมิต้านทาน (แอนติบอดี) ต่อเชื้อไวรัส เป็นวิธีการตรวจหาภูมิต้านทาน หรือ แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัส (IgM/IgG) ซึ่งเป็นภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้น จะตรวจพบได้ ประมาณ 10-14 วัน หลังได้รับเชื้อ (ในระยะแรกที่ติดเชื้อไวรัส การตรวจภูมิต้านทานจะเป็นผลลบ ซึ่งไม่ได้แปลว่าบุคคลนั้นไม่ติดเชื้อโควิด-19) ซึ่งวิธีการตรวจหาภูมิต้านทาน โดยตรวจจากเลือด และจะทราบผลการตรวจภายใน 15-30 นาที (Rapid test)

สำหรับการแปลผลโดยวิธีการตรวจหาเชื้อไวรัส RT-PCR หากผลเป็นบวก หมายถึง พบเชื้อโควิด-19 และหากผลเป็นลบ หมายถึง ไม่พบเชื้อโรควิด-19 (แต่อาจต้องตรวจซ้ำ ในอีก 5-7 วัน)

ส่วนการแปลผลโดยวิธีการตรวจหาภูมิต้านทาน (แอนติบอดี) หากผลเป็นบวก หมายถึง เคยได้รับเชื้อมาก่อนหน้าวันตรวจ ประมาณ 10-14 วัน แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเชื้อไวรัสหมดไปจากร่างกายแล้วหรือไม่ ต้องตรวจ RT-PCRร่วมด้วย นอกจากนี้ ภูมิต้านทานที่ตรวจพบ ไม่มีหลักฐานว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้ หากผลเป็นลบ หมายถึงเป็นไปได้ว่าได้รับเชื้อไวรัสมาแล้ว แต่ร่างกายไม่สร้างภูมิต้านทาน(ในช่วง 10-14 วันแรก) หรือยังไม่เคยได้รับเชื้อไวรัส และยืนยันไม่ได้ว่า ขณะนี้ได้รับเชื้อไวรัสมาแล้วหรือไม่ ดังนั้นผล Rapid test เป็นลบจึงยืนยันไม่ได้ว่าปลอดภัยไม่มีเชื้อ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น ในผู้ที่มีประวัติเสี่ยงต้องตรวจ RT-PCR ร่วมด้วย

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้วิธีการตรวจภูมิคุ้มกัน (Rapid test) ในการตรวจคัดกรอง และวินิจฉัยโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การป้องกันตัว ใส่แมสอย่างถูกต้อง ล้างมือ รักษาระยะห่างมีความสำคัญเพื่อลดการแพร่เชื้อต่อผู้อื่น หรือป้องกันการติดเชื้อซ้ำได้

โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา สืบสานภูมิปัญญานวดไทยลูกประคบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545118

โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา  สืบสานภูมิปัญญานวดไทยลูกประคบ

โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา สืบสานภูมิปัญญานวดไทยลูกประคบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 จัดโครงการสร้างเสริมประสบการณ์งานทักษะอาชีพ โดยกิจกรรมการนวดผ่อนคลายด้วยลูกประคบสมุนไพร ซึ่งเป็นผลผลิตของโรงเรียนที่มีแนวคิดจากการประยุกต์ใช้ศาสตร์การนวดแผนไทยร่วมกับสรรพคุณของสมุนไพรในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มมรดกทางภูมิปัญญาให้มีมูลค่ามากขึ้นรวมถึงเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ ระหว่างเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง

นางลัดดาวัลย์ นิลพันธ์รองผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา เล่าว่า “กิจกรรมการนวดผ่อนคลายด้วยลูกประคบสมุนไพร” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหนึ่งในโครงการสร้างเสริมประสบการณ์งานทักษะอาชีพในสถานศึกษาของโรงเรียน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนจากนายอดิเรก คำเป็กเครือ ผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยาที่ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา มีงานทำ-มีอาชีพ สู่การปฏิบัติ นโยบายการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไ4ม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือ สพฐ. และโรงเรียนคุณภาพวิถีใหม่ของ สพป.ตาก 2“สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิต” เพื่อให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ได้เรียนรู้และเลือกฝึกทักษะอาชีพตามความสนใจและความถนัดได้เรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง เป็นกิจกรรมที่พัฒนาควบคู่กับความรู้ด้านวิชาการ เหตุผลอีกประการที่ได้ริเริ่มโครงการดังกล่าวคือ นักเรียนโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา เป็นนักเรียนชนเผ่าปกากะญอหรือเผ่ากะเหรี่ยงและเชื้อชาติเมียนมา มีภูมิประเทศติดกับชายแดนประเทศเมียนมา เป็นโรงเรียนชายขอบนักเรียนส่วนใหญ่ที่จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว มากกว่า 60%ไม่เลือกศึกษาต่อเพราะมีฐานะยากจน โรงเรียนจึงต้องสร้างทางเลือกให้นักเรียนโดยพัฒนากิจกรรมที่เป็นการเตรียมความพร้อมนักเรียนด้านการประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับและไม่เลือกศึกษาต่อ

นางลัดดาวัลย์ นิลพันธ์ เล่าต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอาหารไทยสร้างสรรค์เพื่อการประกอบชีพ กิจกรรมเบเกอรี่และอาหารว่าง กิจกรรมเกษตรปลอดสารพิษ กิจกรรมตัดผมชายและเสริมสวยหญิงเบื้องต้น และงานช่างพื้นฐาน โดยมีคณะครูที่มีความรู้ความสามารถด้านต่างๆ เป็นผู้ให้คำแนะนำและมีวิทยาการภายนอกมาร่วมสอนด้วย นักเรียนจะมีรายได้ จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และงานบริการในกิจกรรมต่างๆ เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเป็นเงินออมทรัพย์ฝากธนาคารด้วย ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้รับการยอมรับและเป็นที่พึงพอใจจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองเป็นอย่างดีในอนาคตโรงเรียนได้วางแผนพัฒนากิจกรรมส่งเสริมและเสริมสร้างทักษะอาชีพในสถานศึกษาให้มีความหลากหลายตรงกับความต้องการของนักเรียนและชุมชนให้มากขึ้น

ครูนงคราญ ยอดเกตุ ครูผู้ดำเนินกิจกรรม เล่าว่า เนื่องจากตัวเอง เป็นคนในพื้นที่อำเภอพบพระ รู้จักพืชสมุนไพรในท้องถิ่นที่มีสรรพคุณในการรักษาอาการปวดเมื่อยร่างกายที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ และความตึงเครียดจากการทำงาน พอดีกับมีญาติที่มีอาชีพเป็นหมอนวดแผนโบราณประจำอยู่ในโรงพยาบาลพบพระ จึงได้เสนอกิจกรรมดังกล่าวกับโรงเรียน ให้จัดกิจกรรมสร้างอาชีพให้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา เพื่อให้มีอาชีพต่อไปในอนาคต เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนหารายได้เสริมในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทั้งนี้ เด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสนุกและมีความสุข โดยมีครูและวิทยากรจากโรงพยาบาลอำเภอพบพระ เป็นผู้เติมเต็มเรื่องของเทคนิคการนวดเพื่อการผ่อนคลายและการใช้ลูกประคบสมุนไพร เพื่อบำบัดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ และหลังจากภาวการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มบรรเทาความรุนแรง นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมาเที่ยวสถานที่ต่างๆของอำเภอพบพระ โดยเฉพาะบ่อน้ำพุร้อนห้วยน้ำนัก ซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยน้ำนัก นักเรียนก็จะมีโอกาสได้ออกพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดทั่วไป

เด็กหญิงอุษา (ไม่มีนามสกุล)เล่าอย่างมีความสุขว่า หนูเป็นคนที่เรียนไม่เก่งค่ะ และคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้เรียนต่อหลังจากจบชั้นมัธยม 3 แน่นอน เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน พ่อและแม่ ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 โดยข้ามประเทศไปหักข้าวโพดที่ฝั่งประเทศเมียนมาไม่ได้ ปีก่อนพ่อถูกรถชนจึงทำงานหนักไม่ได้ หนูเองก็ต้องช่วยแม่เลี้ยงน้องระหว่างที่แม่ออกไปรับจ้างทั่วไป ตอนนี้หนูรู้สึกดีใจมากค่ะ ที่ได้เรียนไปด้วยและทำงานพิเศษไปด้วย ถึงแม้จะได้รับเงินไม่มากแต่ก็ภูมิใจค่ะ และตั้งใจว่าจะพัฒนาฝีมือการนวดให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และจะทำเป็นอาชีพหลักในอนาคต ขอบคุณท่าน ผอ. ท่านรอง ผอ. และคุณครูทุกท่านค่ะ

เด็กชายนวพล (ไม่มีนามสกุล) และ เด็กชายกฤษณ์กวินศรันย์สุขสำราญ เสริมต่อว่า พวกผมก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะนวดได้ครับ เพราะบางทีก็รู้สึกเขินและกลัวจะยากเพราะมีท่านวดเยอะและการนวดแต่ละจุดก็ต้องระมัดระวัง เพราะถ้านวดไม่ถูกต้อง คนถูกนวดก็อาจจะได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บได้ครับ แต่พอได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติบ่อยๆ ก็เริ่มจำท่านวดได้ดี ทั้งการนวดตัว นวดฝ่าเท้า และการใช้ลูกประคบ พวกเราดีใจและภูมิใจครับที่ลูกค้าบอกว่า รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเพราะได้กลิ่นสมุนไพรในลูกประคบครับ พวกเราคิดว่าจะพัฒนาฝีมือการนวดให้มีความชำนาญมากขึ้นและตั้งใจจะทำเป็นอาชีพเสริมครับเพราะตอนนี้ไม่อายแล้วครับเพราะได้เงินค่ากับข้าวให้แม่ด้วยครับ

โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งหมด620 คน สนใจเยี่ยมชมโรงเรียนหรือสนับสนุนผลผลิตของนักเรียนชายขอบ ติดชายแดนของจังหวัดตากติดต่อได้ที่ นายอดิเรก คำเป็กเครือผู้อำนวยการโรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยาโทรศัพท์ 081-9506045

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/545093

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ'ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้ ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร

วันพุธ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564, 14.40 น.

ตามที่สำนักพระราชวัง ได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระประชวร เนื่องจากทรงประสบอุบัติหตุ ทรงล้มระหว่างทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายตามปกติ ในเวลาเช้า เมื่อวันจันทร์ ที่ 11 มกราคม 2564 ทรงได้รับบาดเจ็บที่ข้อพระบาททั้งข้างซ้ายและข้างขวา เป็นเหตุให้ทรงพระดำเนินไม่สะดวก  คณะแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ถวายการรักษา และถวายความเห็นว่าควรจะทรงงดพระราชกรณียกิจต่าง ๆเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน นั้น 

วันที่ 13 มกราคม 2564 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้เชิญแจกันดอกไม้ไปทูลเกล้าฯถวายหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์โดยเร็ววัน นอกจากนี้มีราชสกุล บุคคลสำคัญ คณะบุคคล ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไป นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯถวายพร้อมลงนามถวายพระพรด้วยความจงรักภักดีตลอดทั้งวัน

อาทิ หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล, พล.อ.หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล, ราชสกุล เทวกุล, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการการกระทรวงสาธารณสุข และคณะข้าราชการ, นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และข้าราชการ, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และข้าราชการ, พล.ท.จิรเดช กมลเพชร ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า(จปร.) พร้อมนายกสมาคมแม่บ้าน จปร., พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และคณะ, อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ, พล.ท.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก(ททบ.5)และคณะผู้บริหาร, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, คณะสัตวแพทย์จุฬา, สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ, ร้านภูฟ้า, สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์, คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามคำแหง, สมาคมแม่บ้านทหารบก, สมาคมแม่บ้านกองทัพไทย, คณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ, องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์อุดม คชินทร พร้อมภริยา,

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมผู้บริหารรัดับสูง, พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะ, สมาคมสโมสรอาจารย์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย, สำนักงานวิจัยแห่งชาติ, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, สมาคมสตรีแห่งประเทศไทย, โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์, นายพุทธิพงษ์ ปุณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะ, นายธงทอง จันทรางศุ, นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา, ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการศาลยุติธรรม, สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ,อักษรศาสตร์ยัณฑิต รุ่น 41 จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก, โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ในพระบรมราชูปถัมภ์, พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาดไทย และคณะ, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกรธทรวงคมนาคม พร้อมข้าราชการ, สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ, นายกสมาคมคนพิการผู้ค้าสลาก ประเทศไทย, นายวุฒา ภิรมภักดี ประธานกรรมการบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี, มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี, กระทรวงการต่างประเทศ, สมาคมภริยาทหารเรือ, กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เป็นต้น 

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โปรดแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

‘นายกฯ’ นำ ครม.ลงนามถวายพระพร ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/544924

'นายกฯ'นำ ครม.ลงนามถวายพระพร'กรมสมเด็จพระเทพฯ'

‘นายกฯ’นำ ครม.ลงนามถวายพระพร’กรมสมเด็จพระเทพฯ’

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.13 น.

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 มกราคม 2564 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วยภริยา และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินทางเข้าลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ หลังทรงพระประชวร จากทรงประสบอุบัติเหตุ ทรงล้มระหว่างทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายตามปกติ ในเวลาเช้า เมื่อวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2564 ทรงได้รับบาดเจ็บที่ข้อพระบาททั้งข้างซ้ายและข้างขวา เป็นเหตุให้ทรงพระดำเนินไม่สะดวก

‘เลขา กพฐ.’ ตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย กำหนดตั้งรร.คุณภาพของชุมชน-รร.มัธยมดีสี่มุมเมือง-ร.ร.สแตนอโลน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/544918

'เลขา กพฐ.'ตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย กำหนดตั้งรร.คุณภาพของชุมชน-รร.มัธยมดีสี่มุมเมือง-ร.ร.สแตนอโลน

‘เลขา กพฐ.’ตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย กำหนดตั้งรร.คุณภาพของชุมชน-รร.มัธยมดีสี่มุมเมือง-ร.ร.สแตนอโลน

วันอังคาร ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2564, 17.06 น.

“เลขา กพฐ.” ตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย การทำแผนที่ กำหนดจุดตั้ง ร.ร.คุณภาพของชุมชน-ร.ร.มัธยมดีสี่มุมเมือง -ร.ร.สแตนอโลน กับเขตพื้นที่ฯทั่วประเทศ

วันที่ 12 มกราคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังประชุมทางไกลผ่านระบบ VIDEO CONFERRENCE เพื่อสือสารทำความเข้าใจกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ  เรื่อง การบริหารจัดการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน และโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.ได้ประชุมชี้แจงให้ โรงเรียน และ สพท.ทำแผนที่ในการกำหนดว่าโรงเรียนคุณภาพของชุมชนใน แต่ละเขตพื้นที่นั้นจะอยู่ตรงจุดใด โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง อยู่จุดไหน  และโรงเรียนขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ด้วยตนเอง (Stand Alone) จะอยู่ตรงไหน  รวมถึงให้จัดทำแผนการปรับปรุงพัฒนาว่าถ้าจะทำให้โรงเรียนเหล่านี้มีคุณภาพจะต้องทำคำของบประมาณอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละเขตพื้นที่ฯได้ส่งแผนที่มาให้แล้วแต่จะต้องรวมเป็นแต่ละจังหวัด ซึ่งยังไม่สมบูรณ์ วันนี้ ตนจึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้ทุกจังหวัดได้เติมเต็มแผนที่ในส่วนที่ยังบกพร่องไม่สมบูรณ์ และการกำหนดจุดของโรงเรียนทั้ง 3 ประเภทนี้ว่ามีอะไรบ้าง โดยให้ ผอ.เขตพื้นที่ เขต 1 เป็นตัวกลางในการประสานภายในจังหวัดนั้นๆ 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจการปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานและเป็นการตรวจสอบข้อมูลรอบสุดท้าย โดย สพฐ.จะทำข้อมูลพื้นฐานนี้ให้เสร็จภายในวันที่ 18 ม.ค. นี้ จากนั้น สพฐ. จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  เพื่อส่งต่อข้อมูลให้ผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ได้นำกรอบแผนที่ และข้อมูลดังกล่าวนี้ ก่อนลงตรวจสอบพื้นที่จริง ว่าสิ่งที่สพฐ.เสนอไปนั้น มีความเป็นไปได้  มีความเหมาะสมสอดคล้องตามแนวนโยบายและความเป็นไปได้แค่ไหนอย่างไร  ถ้าหากคณะกรรมการฯ ลงไปตรวจสอบแล้วยืนยันว่าเป็นไปได้ว่าสามารถดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้จริง ซึ่งการลงไปตาวจสอบตรงนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จึงจะสามารถสรุปและนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้  

“ในเบื้องต้นผมได้ชี้แจงให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน จากแนวนโยบาย ผมได้ชี้แนะว่าในปี 2565 แต่ละเขตพื้นที่ ที่จะกำหนดนำร่องขับเคลื่อน ก็ให้เขตพื้นที่ทำกรอบคำขอใช้งบประมาณ โดยระดับประถมฯให้ขอเขตพื้นที่ละ 1 จุด สำหรับเป็นโรงเรียนดีของชุมชน ส่วนโรงเรียนดีสี่มุมเมือง ให้ขอจังหวัดละ 1 จุด เพื่อใช้เป็นการเรียนรู้ การวิจัย และการศึกษาแนวคิดความเป็นไปได้ในสิ่งที่ทำ  ซึ่งถ้าทำใน 1 จุดของแต่ละเขตพื้นที่ แต่ละจังหวัดสำเร็จได้ ผมก็มีความเชื่อว่าในจุดต่อๆไปก็จะสำเร็จไปด้วย ความท้าทายความสำเร็จตรงนี้ ผมติดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะเราได้ถอดบทเรียนในอดีตว่าทำไมโรงเรียรที่ไม่มีคุณภาพนั้น เกิดจากปัจจัยอะไร เราก็เติมปัจจัยที่เขาขาดเข้าไปให้ ก็เชื่อแน่ว่าถ้าโรงเรียนได้ปัจจัยพื้นฐานที่เพียงพอและมีคุณภาพ เราก็จะได้โรงเรียนดีที่มีคุณภาพ แล้วก็จะตอบโจทย์มิติเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของคนเมืองกับคนชนบทได้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

และว่า สำหรับการจะเลือกว่า จุดใดจะเป็นที่ตั้งของ โรงเรียนคุณภาพของชุมชน ที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง หรือที่ตั้งของโรงเรียน Stand Alone นั้น  มีองประกอบหลายอย่าง ดูทั้งบริบทของพื้นที่โรงเรียน  ดูสภาพปัจจุบันของโรงเรียนนั้น ในมิติของผู้บริหาร  การบริหารจัดการ  เส้นทางการคมนาคม และการรองรับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต และต้องทำความเข้าใจกับโรงเรียนอื่น ๆด้วย