องค์การค้าฯจบเห่! ‘ณัฏฐพล’ รับสภาพขาดทุนปีละ 700 ล. จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimonom : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502442

องค์การค้าฯจบเห่! 'ณัฏฐพล'รับสภาพขาดทุนปีละ700ล.จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน

องค์การค้าฯจบเห่! ‘ณัฏฐพล’รับสภาพขาดทุนปีละ700ล.จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 15.55 น.

30 มิถุนายน 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)  กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรางการศึกษา(สกสค.) ว่าตามที่ได้มีคำสั่งองค์การค้าของ สกสค.เรื่องการเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าของสกสค. โดยส่วนตัวรู้สึกหนักใจ เพราะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ตัดสินใจเรื่องดังกล่าว แต่กว่า 1 ปีที่ตนปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกรัทรวงศึกษามาได้เห็นการทำงานของทุกหน่วยงานในศธ. และตนได้เน้นย้ำมา ว่าทุกหน่วยงานในศธ. ต้องพร้อมปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์  

ขณะที่การใช้งบประมาณทุกบาท ทุกสตางค์ ต้องทำให้เกิดความคุ้มค่าในการขับเคลื่อน  ซึ่งในส่วนของการเลิกจ้างพนักงานองค์การค้าของ สกสค.นั้น ตนทราบดีในเรื่องของความผูกพัน ในอดีตกับศธ. แต่องค์กรใดที่ขาดทุนทุกปี ปีละ 600-700 ล้านบาท ในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการบริหารองค์การค้าฯ ก็ตัดสินใจพิจารณาตามความเหมาะสม 

“ผมทราบดีว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนอาจมีความไม่สบายใจ แต่ก็มีการชดเชยตามกฎหมาย  ได้รับเงินชดเชยอยู่ที่ 1-4 ล้านบาท  บอร์ดองค์การค้า ฯ ได้อนุมัติในเรื่องนี้ โดยย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย  ส่วนขั้นตอนรายละเอียด เป็นการดำเนินการทางกฎหมาย  ผมเองเข้าใจว่า ในทุกองค์กร เรื่องนี้ ไม่ได้ง่ายต่อการตัดสินใจ ส่วนที่มองว่า การเลิกจ้างครั้งนี้ไม่เป็นธรรมนั้น ผมอยากให้ความเป็นธรรมกับผู้บริหาร ซึ่งทำหน้าที่บริหารองค์กร ที่เสนอข้อมูลมา ให้บอร์ดตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล ไม่ได้ตัดสินใจด้วยความรู้สึก และไม่ได้ตัดสินใจด้วยความผูกพันอะไร วันนี้เราต้องทำให้องค์การค้าฯ อยู่รอดได้ เรามองที่ภาพใหญ่  ขณะเดียวกันผมก็ยอมรับว่า หนักใจ แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ” นายณัฏฐพล กล่าว 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาองค์การค้าฯ มีพนักงานอยู่กว่า 1,035 คน เลิกจ้าง 961 คน ซึ่งจำนวนพนักงานที่เหลือได้ผ่านการประเมินแล้วว่าเพียงพอต่อการ ขับเคลื่อนองค์กรและด้วยเทคโนโลยีที่มีปัจจุบัน ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมาก ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้องค์การค้าฯ สามารถยืนอยู่ได้ ภายใต้การแข่งขันที่สูง และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันเป็นการปรับเพื่อรักษาองค์กรของ สกสค. ส่วนการเซ็นสัญญาจ้างนายอดุลย์ บุสสา เป็นผู้อำนวยการองค์การค้าฯ นั้น อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด

‘บิ๊กตู่’ ซาบซึ้งหนังสือด.ญ. 8 ขวบเขียนถึง ‘รัชกาลที่9’ สั่งก.วัฒนธรรมพาเด็กเข้าพบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502431

'บิ๊กตู่'ซาบซึ้งหนังสือด.ญ.8ขวบเขียนถึง'รัชกาลที่9' สั่งก.วัฒนธรรมพาเด็กเข้าพบ

‘บิ๊กตู่’ซาบซึ้งหนังสือด.ญ.8ขวบเขียนถึง’รัชกาลที่9’ สั่งก.วัฒนธรรมพาเด็กเข้าพบ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 15.44 น.

“นายกฯ” ซาบซึ้งหนังสือ “กราบพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9” สั่ง ก.วัฒนธรรม ให้นำเด็กมาทำเนียบ เพื่อให้กำลังใจ

30 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้ (30 มิ.ย.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้แจกหนังสือก่อนการประชุมครม. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มีการเปิดอ่านหนังสือ ชื่อ “กราบพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” และทราบซึ้งในหนังสือที่ เด็กหญิงติณณา แดนเขตต์ อายุ 8 ปี เป็นคนเขียน และนายกฯได้แจ้งไปยังกระทรวงวัฒนธรรม ว่าหากมีโอกาสอยากให้พาเด็กคนดังกล่าวนี้เข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการให้กำลังใจเด็กที่เขียน โดยหนังสือเล่มดังกล่าวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

เรียน5พัก9! นายกฯแย้ม‘สูตรสำเร็จ’ ระบบการศึกษาไทยแนวใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502426

เรียน5พัก9! นายกฯแย้ม‘สูตรสำเร็จ’ ระบบการศึกษาไทยแนวใหม่

เรียน5พัก9! นายกฯแย้ม‘สูตรสำเร็จ’ ระบบการศึกษาไทยแนวใหม่

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 15.23 น.

นายกฯแย้มสูตรสำเร็จระบบการศึกษาไทยแนวใหม่ “เรียน 5 พัก 9 วัน” เผย ศธ.มีมาตรการรองรับเปิดเทอมวันแรกแล้ว แต่ยังไม่อนุญาต “นักเรียนชายขอบ” จนกว่าจะมีมาตรการที่รัดกุม

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่จะมีการเปิดเทอมวันแรกในวันพรุ่งนี้ (1 กรกฎาคม 2563) ว่า ในที่ประชุมทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ชี้แจงมาตรการต่างๆมาแล้ว โดยเฉพาะนักเรียนชายขอบ ยังไม่อนุญาตให้เข้ามา จนกว่าจะมีมาตรการที่รัดกุมในการเปิดโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่มีความพร้อมแล้ว 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ ส่วนโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมก็ยังไม่เปิดในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ 

นายกฯ กล่าวต่อว่า มีแนวทางใหม่ว่าเราจะมีระบบการศึกษาของเราอย่างไร เช่น การเรียนที่บ้าน การศึกษาออนไลน์ และการปรับเวลาเรียน เหลื่อมเวลาโรงเรียน หรือเหลื่อมเวลาเรียน ซึ่งมีสูตรสำเร็จออกมาว่าเรียน 5 วัน พัก 9 วัน เขามีสูตรอยู่ตอนนี้ต้องทดลองแนวใหม่ในเรื่องการศึกษาของเรา ระบบของเราให้ได้ และการศึกษาระบบเดิมๆต้องทำให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการปรับองค์กร บุคลากรต่างๆให้มีความตื่นตัวในเรื่องระบบการศึกษาของเรา เพื่อปรับปรุงมาตรฐาน ยกระดับให้มากยิ่งขึ้น ที่ดีเยอะแยะ ที่ยังไม่พร้อม ยังต้องมาปรับปรุงก็ยังอีกเยอะเหมือนกัน อยู่ที่พวกเราทุกคนต้องช่วยกัน

“วันนี้สิ่งสำคัญที่สุดทุกโรงเรียนต้องมีมาตรการโดยครู ผู้ปกครอง ต้องใช้หน้ากาก ที่เป็นห่วงก็คือเด็กเล็กๆที่ยังซนๆอยู่ ครูและผู้ปกครองต้องย้ำเตือนกับเด็กเสมอว่าต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา ยกเว้นในช่วงที่ต้องถอด ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าช่วงไหน ดุลยพินิจของโรงเรียนต่างๆก็ต้องดูแล คือจะต้องเป็นโรงเรียนที่ปลอดโควิด เหมือนกับโรงเรียนต่างๆ” นายกฯ กล่าว

สพฐ.เร่งจัดอินเตอร์เน็ตโรงเรียนทันเปิดเทอม หวังนร.เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502418

สพฐ.เร่งจัดอินเตอร์เน็ตโรงเรียนทันเปิดเทอม หวังนร.เข้าถึงแหล่งเรียนรู้

สพฐ.เร่งจัดอินเตอร์เน็ตโรงเรียนทันเปิดเทอม หวังนร.เข้าถึงแหล่งเรียนรู้

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 14.57 น.

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่ สำหนักวานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ ศธ.ได้มอบหมายให้ประธานกรรมการบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำเขตตรวจราชการ (Cluster) ต่างๆ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอินเตอร์เน็ตกับหน่วยงาน ให้กับโรงเรียน และคลัสเตอร์ได้มีการประกวดราคาแบบอีบีดดิ้ง เพราะต้องการให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ของอินเตอร์เน็ตโรงเรียนให้มีความพร้อม และให้ได้ราคาที่เช่าที่ต่ำลง แต่เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดปัญหาวิกฤติโควิต-19 ทำให้การติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณอินเตอร์เน็ตในบางพื้นที่เกิดความล่าช้า ถึงแม้มีการเซ็นสัญญาและตรวจรับงานไปแล้ว สพฐ.จึงให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และทางโรงเรียนช่วยดู หากโรงเรียนใดยังไม่ได้ติดตั้งในช่วงนี้ ก็ให้สามารถเช่าอินเตอร์เน็ตจากบริษัทเอกชนไปก่อน

นอกจากนี้ ตนได้แจ้งไปยังคลัสเตอร์อื่น ๆทั่วประเทศ ที่มีโรงเรียนอยู่บนดอย หรือพื้นที่ห่างไกล อาจจะมีความล่าช้าในการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณ ก็ให้เข่าสัญญาณจากเอกชนก่อน เพื่อให้มีอินเตอร์เน็ตใช้ในช่วงเปิดเทอม และให้ดำเนินการอย่างมีคุณภาพตรวจสอบได้ และอยากให้ทุกโรงเรียนมีอินเตอร์เน็ตที่มีคุณภาพ ใช้ครบถ้วนทุกโรงเรียน เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น จึงพยายามเร่งรัดให้ทัน 1 ก.ค.เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีกับการจัดการศึกษา

ด้าน นายพรชัย โพคันโย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 และประธานกรรมการบริหารกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำเขตตรวจราชการที่ 10 (Cluster 10) กล่าวว่า สำหรับคลัสเตอร์ 10 ได้รับมอบอำนาจจาก เลขาธิการ กพฐ.ให้เป็นผู้เช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ต และได้รับแจ้งการจัดสรรงบประมาณ เมื่อต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ก็ได้มีการประกาศอีบรีดดิ้ง และได้บริษัทคู่สัญญา คือ บริษัท ทีโอที มีการติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณและมีการมอบงานให้ คลัสเตอร์ 10 ไปเมื่อวันที่ 1 พ.ค.2563 ทำให้โรงเรียนในคลัสเตอร์ 10 สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้พร้อมกันทุกโรงเรียน ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ตามที่ สพฐ.กำหนด และการดำเนินการเช่าอินเตอร์สามารถประหยัดงบฯของทางราชการได้ ซึ่งคลัสเตอร์ 10 ได้รับจัดสรรงบประมาณ 20 กว่าล้านบาท แต่ในเวลาเช่าจริงใช้งบเพียง 10 กว่าล้านบาท ส่วนคุณภาพ เดิมโรงเรียนได้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วที่ 200 MG แต่วันนี้ในทีโออาร์ กำหนดตชความเร็วที่ 1,000 MG เป็นการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงมาก และทีโอทีมีศูนย์บริการทุกอำเภอ ทุกเขตพื้นที่ มีสายฮอทไลน์ หากสัญญาณอินเตอร์เน็ตขัด คร่องก็จะได้รับการแก้ไขที่รวดเร็ว และที่ผ่านมาก็ได้ทดลองใช้ระบบอินเตอร์เตอร์เน็ตจัดการเรียนการสอนออนไลน์ และใช้ตัดประชุมทางไกลได้รับประโยชน์ที่ดีจากการเข่าสัญญาณครั้งนี้

บิ๊ก กพฐ.พร้อมผู้ว่าอุดรฯ ร่วมตรวจความพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอมพรุ่งนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502366

บิ๊ก กพฐ.พร้อมผู้ว่าอุดรฯ ร่วมตรวจความพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอมพรุ่งนี้

บิ๊ก กพฐ.พร้อมผู้ว่าอุดรฯ ร่วมตรวจความพร้อมโรงเรียนก่อนเปิดเทอมพรุ่งนี้

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 12.44 น.

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายพรชัย โพคันโย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 และหัวหน้าส่วนการศึกษาในจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนอุดรพัฒนาการ และโรงเรียนบ้านเลี่ยมพิลึก โดยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการเปิดสถานศึกษาตาม 6 มาตรการหลักของกระทรวงสาธารณสุข คือ 1) มาตรการคัดกรองวัดไข้และอาการเสี่ยงก่อนเข้าสถานศึกษา

2) สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่ออยู่ในสถานศึกษา 3) ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ 4) จัดให้มีการเว้นระยะห่าง 5) ทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสที่มีการใช้ร่วมกันบ่อย และ 6) ลดความแออัดไม่จัดกิจกรรมที่มีการสัมผัสร่วมกัน อีกทั้ง ได้ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอน โรงอาหาร และติดตามการจัดทำอ่างล้างมือบริเวณหน้าโรงเรียนและในโรงเรียนตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี

นายอำนาจ กล่าวถึงภาพรวมการตรวจเยี่ยมโรงเรียนใน จ.อุดรธานี ก็ต้องขอชื่นชมผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา และทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย หน้าโรงเรียนมีจุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ มีการเว้นระยะห่างขณะนั่งเรียน นั่งรับประทานอาหาร การลดจำนวนนักเรียนต่อห้อง การจัดกลุ่ม A กลุ่ม B มาเรียน เพื่อให้การจัดการเรียนการสอน การดูแลนักเรียนซึ่งเป็นลูกหลานของเราเกิดความปลอดภัย

สำหรับโรงเรียนอนุบาล อุดรธานี มีนักเรียน 3,500 คน มีครู 220 คน พบว่าทางโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน แบ่งห้องเรียนเป็นกลุ่ม A และกลุ่ม B มาเรียนสลับวันกัน และทานอาหารกลางวันด้วยถาดหลุมที่ห้องเรียน และภายในโรงเรียนมีอ่างล้างมือ ซึ่งทางผู้ว่าอุดรฯ และองค์กรในท้องถิ่นเข้ามาร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ล้างมือ

ส่วนการตรวจเยี่ยมโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่มาก มีนักเรียนทั้งหมด 4,500 กว่าคน คุณครู 200 กว่าคน การจัดการเรียนการสอนมีความยากลำบากขึ้น มีการแบ่งกลุ่มเรียนเป็น 2 กลุ่ม โดยชั้นมัธยมต้น (ม.ต้น) จะเรียนวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ส่วน ม.ปลาย เรียนวันอังคาร และพฤหัสสบดี และให้ชั้น ม.ปลายเรียนออนไลน์ที่บ้านมากกว่า ส่วนชั้น ม.ต้น มาเรียนที่โรงเรียนมากกว่าเรียนออนไลน์ ส่วนโรงอาหารมีฉากกันระหว่างนั่งรับประทานอาหารและมีการเหลื่อมเวลาการรับประทานอาหาร เพื่อให้เด็กมีความปลอดภัย

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ซึ่งมีทั้งหมดทั่วประเทศ จำนวน 29,147 โรงเรียน มีโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือแบบออนไลน์ จำนวน 23,833 โรง และมีโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน หรือออนแอร์ จำนวน 5,314 โรงเรียน และจากที่ได้รับข้อมูลในภาพรวมของโรงเรียนทั่วประเทศนั้น สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามมาตรการความปลอดภัยที่กำหนดไว้ได้ด้วยตัวเองและมีการวางแผนร่วมกับกรรมการสถานศึกษา ชุมชน และผู้ปกครอง และได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด และทุกภาคส่วนทำให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนได้ จึงเชื่อมั่นว่าการเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 ก.ค.นี้ จะเห็นภาพที่สวยงามที่เกิดจากความร่วมมือของทุกคน

“ก็ขอฝากโรงเรียน และครูให้ข่วยสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองทุกคนให้มากขึ้นว่าสิ่งที่โรงเรียนทำนั้นคืออะไร ให้เข้าใจว่าเราอยู่ในภาวะวิกฤติโควิด-19 เราทุกคนต้องเตรียมความพร้อม มีการคัดกรองบุคคลที่ต้องเข้ามาเพื่อให้นักเรียนทุกคนมีความปลอดภัยจากเชื้อโรคโควิด-19 ด้วยความเข้มข้นและเคร่งครัด โดยให้ดูแลอย่างระเอียดทุกขั้นตอน ไม่ให้มีการแพร่เชื้อในโรงเรียน ส่วนวิธีการจัดการเรียนการสอนก็ขอให้ทางโรงเรียนหาวิธีการ รูปแบบการเรียนการสอน แบบนิวนอร์มอล(New normo) และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย และดูแลเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อทำให้การเรียนการสอนปรับเปลี่ยนสามารถเชื่อมโยงคุณภาพการศึกษาไปสู้การพัฒนาคุณภาพที่ดีต่อไป  และขอให้ทุกคนดูแลตัวเอง นักเรียนเมื่อกลับไปบ้าน หรือชุมชนก็ขอให้นำแนวทางป้องกันนี้ไปปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างกับครอบครัว ชุมชนของเราให้เกิดความปลอดภัยจากโควิด-19” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

จากนั้น เลขาธิการ กพฐ.ได้เดินทางมายังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 1 เพื่อประชุมภาพรวมและมอบนโยบายการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ผ่านระบบ Video Conference โดยมี นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าฯ อุดรธานี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการที่ 10 (Cluster 10) 15 เขต ครอบคลุม 5 จังหวัด (อุดรธานี เลย หนองบัวลำภู หนองคาย และบึงกาฬ) หัวหน้าส่วนการศึกษาในจ.อุดรธานี หัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องใน จ.อุดรธานี ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมการประชุม พร้อมทั้งถ่ายทอดสดไปยังโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในกลุ่มพื้นที่การบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการที่ 10 ให้ได้รับชมพร้อมกัน

สหภาพฯองค์การค้านัดประชุม 2 ก.ค. หลังพนักงานถูกเลิกจ้างเกือบพันคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502357

สหภาพฯองค์การค้านัดประชุม 2 ก.ค. หลังพนักงานถูกเลิกจ้างเกือบพันคน

สหภาพฯองค์การค้านัดประชุม 2 ก.ค. หลังพนักงานถูกเลิกจ้างเกือบพันคน

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 12.33 น.

30 มิ.ย.63 จากกรณีองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การของ สกสค.จำนวน 961รายโดยให้ได้สิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 โดยอ้างประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลามากกว่า 15 ปี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ช็อก! องค์การค้าของ’สกสค.’ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 961 ราย )

ล่าสุดเฟชบุ๊ก “รวมพลฅนรักองค์การค้าของ สกสค.” ได้มีความเคลื่อนไหว โพสต์ข้อความระบุว่า “ภาระกิจองค์การยังมี แต่กลับเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ ชั่งกล้ายิ่งนัก” พร้อมกับมีการโพสต์ข้อความการให้สัมภาษณ์ของ รมว.ศึกษาธิการ  ที่ระบุผลการหารือที่ประชุมสกสค. พอใจกระบวนการจัดพิมพ์แบบเรียน ขององค์การค้าของ สกสค. ทำได้มีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ แอดมินยังเรียกร้องให้ “ขอให้ทุกคนตั้งสติให้มั่น ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ ตอนนี้สหภาพฯ กำลังหาทางแก้ไขอยู่”ทั้งนี้มีรายงานว่า สหภาพฯ ได้นัดประชุมในวันที่ 2 ก.ค.นี้ เวลา 10:00 น. ที่อาคาร 20 สโมสรองค์การค้าของ สกสค.

ทั้งนี้ สัญญาณการเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การของ สกสค. เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยบนเพจ มีการแชร์ข้อความในไลน์ที่ระบุว่า ได้โทร.ถามฝ่ายบุคคลแล้ว ให้พวกเราเก็บของภายในวันที่ 30 มิ.ย. สรุปเลิกจ้าง เขาคิดบำเหน็จให้เราแล้ว เป็นต้น

ช็อก! องค์การค้าของ ‘สกสค.’ ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 961 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502354

ช็อก! องค์การค้าของ'สกสค.'ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 961 ราย

ช็อก! องค์การค้าของ’สกสค.’ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 961 ราย

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 11.41 น.

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เฟชบุ๊กฝ่ายประชาสัมพันธ์ อค. ได้โพสต์ประกาศ คำสั่งองค์การค้าของ สกสค. ที่ 85/ 2563 เรื่อง เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่ องค์การค้าของ สกสค. โดยคำสั่งดังกล่าวมีเนื้อหาระบุว่า

ด้วยองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) เป็นองค์กรจัดหาผลประโยชน์ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสติการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มีหน้าที่บริการส่งเสริมอำนวยความสะดวกในการจัดระบบการศึกษาของชาติในด้านการพิมพ์ หนังสือเรียน  เอกสารทางการศึกษา ผลิตอุปกรณ์การศึกษา บริการธุรกิจทางการศึกษา ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษามอบหมาย ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลามากกว่า 15 ปี องค์การค้าของ สกสค.จึงมีความจำเป็นที่ต้องเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปรับปรุงอัตรากำลังและผลประโยชน์ตอบแทนขององค์การค้าของ สกสค. ให้สอดคล้องกับภาระกิจ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 16 (5) แห่งข้อบังคับคณะกรรมการ สกสค. ว่าด้วยการบริหารงานองค์การค้าของ สกสค. พ.ศ.2554 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 ประกอบกับมติคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิ  การและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาคราวประชุมครั้งที่ 5/2563 วันที่ 23 มิถุนายน 2563 จึงให้เลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่จำนวน 961 ราย โดยให้ใด้สิทธิประโชน์ตามที่ฎหมายกำหนดตามรายชื่อแนบท้ายคำสั่งนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563

ม.อ.พัฒนาการเรียนการสอนแบบไฮบริด สร้างบุคลากรตอบโจทย์แรงงานในศตวรรษที่ 21 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502236

ม.อ.พัฒนาการเรียนการสอนแบบไฮบริด  สร้างบุคลากรตอบโจทย์แรงงานในศตวรรษที่ 21

ม.อ.พัฒนาการเรียนการสอนแบบไฮบริด สร้างบุคลากรตอบโจทย์แรงงานในศตวรรษที่ 21

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยถึง แผนยุทธศาสตร์การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยที่ต้องการยกระดับสู่การเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติ ว่า เป้าหมายที่ใกล้ที่สุดของเรา จะต้องเป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านการศึกษา ตลอดจนนักวิจัยและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพและเป็นเสาหลักด้านการศึกษาให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ภาคใต้ ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อเป็นฐานราก เน้นในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์สุขภาพ ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงาน ที่สอดคล้องกับพลวัตการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจและสังคม หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อสังคมต้องอยู่ในสภาพของยุค New Normal ทั้งนี้ เราได้มอบหมายให้ทั้ง 5 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตปัตตานี หาดใหญ่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานีและตรัง ปรับภูมิทัศน์การเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิถีการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบ Learning Platform Online ที่ใช้ความเข้มแข็งทางด้านเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ของนักศึกษา เน้นให้เกิดการปฏิบัติจริงควบคู่ไปกับการใช้ระบบออนไลน์ในการเรียนการสอน เพื่อยกระดับการศึกษาสู่รูปแบบ PSUEducation Transformation ทำให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา สามารถนำความรู้ไปใช้ในการทำงานในชีวิตจริงและเน้นทำประโยชน์เพื่อสังคมและการทำงานได้ทั่วโลก โดยเราได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเพื่อตอบโจทย์สังคมในยุค New Normal เพื่อสร้างสรรค์บุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ของชาติและให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก เพื่อให้บัณฑิตทุกคนสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของความต้องการแรงงานในยุคศตวรรษที่ 21 ควบคู่กับการสร้างองค์ความรู้ผ่านงานวิจัยระดับภูมิภาคของนักวิชาการ ม.อ. ที่นำไปต่อยอดและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้และประเทศไทย ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ม.อ.ได้รับการยอมรับให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

เด็กเก่งชั้น ม.2 สร้างกดเจลด้วยเท้า ราคาถูก รองรับการเปิดเทอมป้องกันการติดเชื้อโควิด 19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502222

เด็กเก่งชั้น ม.2 สร้างกดเจลด้วยเท้า ราคาถูก  รองรับการเปิดเทอมป้องกันการติดเชื้อโควิด 19

เด็กเก่งชั้น ม.2 สร้างกดเจลด้วยเท้า ราคาถูก รองรับการเปิดเทอมป้องกันการติดเชื้อโควิด 19

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“เด็กเก่ง” โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 6 สังกัด สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 เตรียมพร้อมรองรับการเปิดภาคเรียน ด้วยการสร้างที่กดเจลด้วยเท้า เพื่อป้องกันไวรัส COVID-19 โดยไม่ต้องใช้มือกดหรือบีบขวดเจลแอลกอฮอล์สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสด้วยมือลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรค เพื่อใช้ในโรงเรียนและยังมีเป้าหมายที่จะมอบให้โรงเรียนใกล้เคียง เตรียมพร้อมเปิดภาคเรียนให้ทัน 1 กรกฎาคม 2563 นี้อีกด้วย

เด็กชายศุภกิจ สังข์ดี นักเรียนชั้น ม.2/1 ห้องเรียนคุณภาพวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี (SMT)ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมของเด็กเก่ง กล่าวว่า ตนเองกับเพื่อนๆ ร่วมกันจัดทำแท่นกดเจลด้วยเท้าเพื่อใช้ในโรงเรียน โดยการสอนของคุณครูวีระชัย คารมดี โดยการนำท่อ PVC มาวัดตามขนาดที่ต้องการแล้วใช้ข้องอต่อขึ้นรูป ทากาวให้แข็งแรงตามแบบ ซึ่งใช้ได้เป็นอย่างดีและใช้ต้นทุนน้อยอีกด้วย พวกเราเชื่อว่า งานชิ้นนี้ของเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้

เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมลุยสู้โควิด ป้องกันด้านสุขภาพ เสริมวิชาการระดับสากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/502238

เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมลุยสู้โควิด  ป้องกันด้านสุขภาพ เสริมวิชาการระดับสากล

เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ พร้อมลุยสู้โควิด ป้องกันด้านสุขภาพ เสริมวิชาการระดับสากล

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ประธานกรรมการโรงเรียนนานาชาติเวลลิงตันคอลเลจ กรุงเทพฯ เปิดเผยถึงความพร้อมในการเปิดภาคเรียน ตามมาตรการคลายล็อก เฟส 4 ของ ศบค. ว่า ทางโรงเรียนใส่ใจเป็นอย่างมากในการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างมาตรการความปลอดภัยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการจัด Big Cleaning ทำความสะอาดด้วยแสง UVC และจัดตารางทำความสะอาดพื้นที่ผิวสัมผัสทุกจุดและพื้นที่ที่เด็กจำเป็นไปใช้ร่วมกันตลอดวัน การตั้งจุดตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิด้วยปรอทวัดไข้และเครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรดก่อนเข้าโรงเรียน และไม่อนุญาตผู้ที่มีอุณหภูมิเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส เข้าภายในบริเวณโรงเรียน รวมถึงการติดตั้งจุดทำความสะอาดมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทั่วโรงเรียน ทั้งนี้ ทางโรงเรียนยังจัดทำสัญลักษณ์แสดงระยะห่าง และจัดห้องเรียนใหม่ รวมถึงมีการจำกัดจำนวนคนที่อยู่ในโรงเรียนในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อลดความแออัด และสร้างระยะห่างเพิ่มความปลอดภัยแก่นักเรียนตลอดระยะเวลาที่อยู่ในโรงเรียนอีกด้วย

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยในโรงเรียนแล้ว เรายังได้กำหนดข้อปฏิบัติต่างๆ สำหรับ นักเรียน ผู้ปกครองและบุคลากร อันได้แก่ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในโรงเรียนมีการจัดตารางพักเบรกให้นักเรียนล้างมือเป็นช่วงๆ ตลอดวัน และนักเรียนแต่ละคนยังได้รับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์สำหรับการเรียนรู้ส่วนบุคคลโดยยังคงเปิดช่องทางการเรียนในรูปแบบออนไลน์สำหรับนักเรียนที่ยังต้องการจะเรียนจากที่บ้าน ซึ่งมาตรการทั้งหมดที่โรงเรียนจัดทำขึ้นนี้ได้ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐานของ OPEC ให้สามารถเปิดรับนักเรียนกลับเข้าสถานศึกษาได้ในช่วงโควิด ดังนั้นเมื่อรัฐบาลมีคำสั่งให้เปิดการเรียนการสอนได้ ทางโรงเรียนจึงพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที

มร.คริสโตเฟอร์ นิโคลส์ ครูใหญ่ โรงเรียนเวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ ยังได้เปิดเผยถึงความพร้อมทางด้านวิชาการด้วยว่า ไม่เพียงแต่การเตรียมพร้อมด้านมาตรการตามแนวทางสาธารณสุขเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนเท่านั้น ในด้านการเรียนการสอน เรายังมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพ และความต้องการเรียนรู้ของนักเรียนในทุกรูปแบบ ล่าสุดทางโรงเรียน ได้เชิญ มร.เจมส์ ก็อดดาร์ตอดีตนักว่ายน้ำโอลิมปิคจากประเทศอังกฤษ ที่เคยเข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโอลิมปิคถึง 3 ครั้ง (ปี 2004 -กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ, ปี 2008 -กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน, และปี 2012 -กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ) มาเป็นโค้ชฝึกสอนว่ายน้ำสำหรับภาคเรียนที่จะถึงนี้ โดยจะมาถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะทางกีฬา โดยเฉพาะกับนักเรียนที่มุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านการว่ายน้ำให้เป็นเลิศ อีกทั้งในอนาคต ทางโรงเรียนจะมีโค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญในระดับท็อปฟอร์มจากทั่วโลกอีกมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ ที่เวลลิงตันอีกด้วย

ปัจจุบัน เวลลิงตัน คอลเลจ กรุงเทพฯเปิดการเรียนการสอนเป็นปีที่ 2 หลังจากเริ่มเปิดการศึกษาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยโรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ บริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา เปิดสอนตั้งแต่ระดับ Pre-nursery จนถึง Year 13 เตรียมความพร้อมเข้าสู่การเรียนมหาวิทยาลัย โดยเน้นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ค้นพบตัวเอง ผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านวิชาการ ภายใต้ปรัชญา “Five I’s” คือ Inspiration, Independent, Intellectual, Individual และ Inclusive เพื่อให้เด็กนักเรียนทุกคนมีความสุขกับการเรียนการสอน และเติบโตโดยมีความฉลาดในการใช้ชีวิตในสังคม