ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งแต่งเพลงเทิดทูนสถาบัน “กองทัพ” เคียงข้างประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/490092

28 ต.ค. 2564 |02:00 น.

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ สั่งแต่งเพลงเทิดทูนสถาบัน “กองทัพ” เคียงข้างประชาชน แสดงให้เห็นถึงทหารมีความพร้อมที่จะสละชีวิต เลือดเนื้อเพื่อผืนแผ่นดินไทย รักษาไว้ซึ่งเอกราชแห่งชาติไทย

วันที่ 27 ก.ค.กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) มีนโยบายให้สำนักสวัสดิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ประพันธ์บทเพลงขึ้นเพื่อเทิดทูนและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีคุโณปการต่อผืนแผ่นดินไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและบทเพลงที่แสดงถึงความรักของ “กองทัพไทย” ที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนชาวไทย

โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ จะแสดงให้เห็นถึงทหารมีความพร้อมที่จะสละชีวิต เลือดเนื้อเพื่อผืนแผ่นดินไทย รักษาไว้ซึ่งเอกราชแห่งชาติไทย บทเพลงดังกล่าวประกอบด้วย

1. ขัติยราชแห่งชาติไทย ประพันธ์ทำนอง: พันเอก สมเกียรติ์ จุลโอภาส เนื้อร้อง: พันเอก กิรชิต คุณาวงศ์ เรียบเรียง : สิบตรี เมธา ยวนเขียว


2. วีรกษัตริย์ชาตินักรบ ประพันธ์ทำนอง: พันเอก สมเกียรติ์ จุลโอภาส เนื้อร้อง: พันเอก กิรชิต คุณาวงศ์ เรียบเรียง : สิบโท ภาคิน คงประพันธ์

3. “กองทัพไทย” หัวใจเพื่อประชาชน ประพันธ์ทำนอง: พันเอก สมเกียรติ์ จุลโอภาส เนื้อร้อง: พันเอก กิรชิต คุณาวงศ์ เรียบเรียง: สิบเอก กันตพนธ์ ปานนาค

โดยทั้ง 3 บทเพลงทั้งแต่งและเนื้อร้องภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.กฤตพันธุ์ รักใคร่ ผู้อำนวยการ สำนักสวัสดิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ทั้งนี้ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทหารสูงสุด ย้ำต่อกำลังพลของ”กองทัพไทย”ทุกนาย คือลูกหลานของพี่น้องประชาชนคนไทย

จึงขอให้มั่นใจว่า “กองทัพไทย” จะยึดมั่นในพันธสัญญาที่ว่า ทุกลมหายใจ เพื่อไทยทั้งชาติ เป็นราชพลีด้วยเกียรติยศนี้ พลีหัวใจ มอบให้แผ่นดิน” – “จะรองบาทราชวงศ์ พงศ์จักรีตราบชีวีสูญสิ้น ดินกลบกาย”

“ธรรมนัส” เคลื่อนไหวแล้ว โพสต์ล่าสุด พร้อมรับชะตากรรมทางการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/490068

28 ต.ค. 2564 |01:00 น.

“ธรรมนัส” เคลื่อนไหวล่าสุด โพสต์ข้อความเปิดใจ พร้อมรับชะตากรรมทางการเมือง แม้ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ก็จะทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

กำลังตกเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง ต่ออนาคตทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  ภายหลัง เกิดแรงกระเพื่อมจากกลุ่ม 3 ป .ภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพปชร. ที่ส่งสัญญาณจะให้มีการปรับโครงสร้างพรรคพปชร. และบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายสำคัญส่อปรับเปลี่ยน นั่นคือ ตำแหน่งเลขาธิการพรรคพปชร. ของร.อ.ธรรมนัส  พรหมเผ่า 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 64  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)  ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตน หลังจากไม่มีการแสดงความเห็นทางการเมืองมานาน ซึ่งดูเป็นจังหวะสอดรับกับสถานการณ์การประชุมกรรมการบริหารพรรคพปชร.ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ 

โดย ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ข้อความว่า 

ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า ต่อให้ผมไม่มีตำแหน่งใดๆเลย เหมือนก่อนเข้ามาในวงจรการเมือง เป็นเพียง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า

ผมก็จะอุทิศตนช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่เหมือนเดิมตามที่ผมได้ตั้งใจไว้ไม่เปลี่ยนแปลง


ผมเกิดมาจากครอบครัวชาวนา เป็นลูกชาวนาฐานะยากจน ต่อสู้ชีวิตมาจนถึงวันนี้ พอมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีไม่ขัดสน ผมเข้าใจดีครับว่าความลำบากของคนยากคนจนนั้นเป็นอย่างไร

"ธรรมนัส" เคลื่อนไหวแล้ว โพสต์ล่าสุด พร้อมรับชะตากรรมทางการเมือง“ธรรมนัส” เคลื่อนไหวแล้ว โพสต์ล่าสุด พร้อมรับชะตากรรมทางการเมือง

ผมคิดถึงพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้งเสมอ ผมอาจจะไม่ใช่คนที่พูดเก่ง มีวาทศิลป์ แต่ขอให้ดูผลงาน ความทุ่มเท ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง และให้สิ่งนั้นเป็นคำพูดแทนตัวของผมครับ

ขอขอบพระคุณทุกกำลังใจจากทุกๆท่านในทุกๆช่องทางครับ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

“ราชกิจจาฯ” ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/490084

28 ต.ค. 2564 |00:00 น.

“ราชกิจจาฯ” เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง โดยนายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

“ราชกิจจาฯ” เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกฯ เรื่องแต่งตั้งข้าราชการ โดยมี”พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ” แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน หลายตำแหน่ง 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่  พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในส่วนสำนักนายกฯและกระทรวงต่างๆ จำนวน 4 ฉบับ ดังนี้ 

"ราชกิจจาฯ" ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง“ราชกิจจาฯ” ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

  • โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ตั้งแต่ 1 ต.ค.64 

"ราชกิจจาฯ" ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง“ราชกิจจาฯ” ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

  • พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายทวี แสงสุวรรณโณ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและออกแบบ) (วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ) กรมทางหลวงชนบท ให้ดำรงตำแหน่ง วิศวกรใหญ่ ที่ปรึกษาวิชาชีพเฉพาะด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและออกแบบ) (วิศวกรโยธาทรงคุณวุฒิ) กรมทางหลวงชนบท  ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.64 

"ราชกิจจาฯ" ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง“ราชกิจจาฯ” ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

  • พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กลุ่มที่ปรึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64
     

"ราชกิจจาฯ" ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง“ราชกิจจาฯ” ประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

  • พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสุวิช ธรรมปาโล ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กรมควบคุมโรค ให้ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 24  มี.ค.64

คลิกอ่าน…. พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ [สำนักนายกรัฐมนตรี : นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์]

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ [กระทรวงคมนาคม : นายทวี แสงสุวรรณโณ]

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ [กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม : นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์]

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ [กระทรวงสาธารณสุข : นายสุวิช ธรรมปาโล]

“ถุงมือยาง” ฉาวข้ามชาติ จุรินทร์ เข้มสอบ 4 ประเด็นหลัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/490058

27 ต.ค. 2564 |19:00 น.

ประชุมนัดแรก “ถุงมือยาง” มือ2 ส่งออกสหรัฐอเมริกา”จุรินทร์” คุมเข้มสอบ 4 ประเด็นหลัก พร้อมมอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินทุกคดีถึงที่สุดและเร็วที่สุด

“ถุงมือยาง” ที่ใช้แล้วหรือถุงมือยาง “มือ2” ฉาวข้ามชาติ ล่าสุดเปิดประชุมนัดแรก มี “จุรินทร์” นั่งประธาน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 17.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบถุงมือยางไปนอกราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2564 ที่ห้องประชุม 108 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล

"ถุงมือยาง" ฉาวข้ามชาติ จุรินทร์ เข้มสอบ 4 ประเด็นหลัก“ถุงมือยาง” ฉาวข้ามชาติ จุรินทร์ เข้มสอบ 4 ประเด็นหลัก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบการส่งออก “ถุงมือยาง” ไปนอกราชอาณาจักร ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2564 มอบหมายให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคณะหนึ่ง ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมการและอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเป็นกรรมการและเลขานุการ 

มีปลัดสำนักนายกฯ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการ อย. อธิบดีกรมศุลกากร ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการมีข้อสรุป 4 ประเด็น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานสอบถุงมือยางฉาวข้ามชาตินายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานสอบถุงมือยางฉาวข้ามชาติ

ประเด็นที่หนึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับ “ถุงมือยาง” ทางการแพทย์ ขณะนี้เป็นคดีสำคัญซึ่งได้ดำเนินคดีทั้งหมด 15 คดี ในจำนวนนั้นรวมคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท Paddy the Room ด้วย 

ขณะนี้อัยการได้สั่งฟ้องแล้ว ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับถุงมือยางทางการแพทย์ยี่ห้อ SKYMED ที่ปรากฏบนข่าวของ CNN นั้น ที่ประชุมมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) รับไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีต่อไป หากพบการกระทำความผิด สตช.แจ้งที่ประชุมทราบว่าจะเร่งรัดดำเนินการสืบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน

ประเด็นที่สอง ที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น อย.กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ความร่วมมือหรือบังคับใช้กฎหมายสำหรับสองกรณีที่ปรากฏในข่าว CNN โดยเคร่งครัดต่อไปด้วย

ประเด็นที่สาม ได้สอบถามกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ที่เข้าร่วมการประชุมว่า กรณีที่เป็นข่าวใน CNN จะมีผลกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือ การค้าและการส่งออกระหว่างไทยกับสหรัฐฯหรือไม่กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆเกิดขึ้นในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

เพราะที่ผ่านมาไทยและสหรัฐฯ ร่วมมือกันดำเนินการในกรณีพบสิ่งผิดกฎหมายทุกกรณีไม่มียกเว้น ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า การค้าและการส่งออกไม่คิดว่าจะมีผลกระทบ

โดยพิจารณาจากตัวเลขการส่งออกในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย.พบว่าการส่งออกของไทยไปตลาดสหรัฐฯขยายตัวอย่างดี ถึง 111.3% มูลค่าถึง 36,457 ล้านบาท

ประเด็นที่สี่ ที่ประชุมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาข้อสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหา

ในการส่งออก “ถุงมือยาง” ทางการแพทย์ไปยังประเทศสหรัฐอเมริการวมทั้งประเทศอื่นๆ เพื่อที่ประเทศไทยจะทำตลาดการส่งออกถุงมือยางทางการแพทย์ ทำรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันต่อไป

“เสี่ยเฮ้ง สุชาติ” ยอมรับ เขียนใบลาออกจากกรรมการบริหาร พปชร. แล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/490059

27 ต.ค. 2564 |19:00 น.

หนึ่งในกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ “สุชาติ ชมกลิ่น” หรือ เสี่ยเฮ้ง ยอมรับเขียนใบลาออกจากคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐแล้ว โดยเห็นว่าหากพรรคมีการปรับเปลี่ยนเเละเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ดี

เสี่ยเฮ้ง “นายสุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าตนเองลาออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับกรรมการอีก 6 – 7 คน โดยยอมรับว่า ตนได้เซ็นชื่อในใบลาออกแล้ว ซึ่งเป็นการ ลาออก จากคณะกรรมการบริหารพรรค เพราะคิดว่าหากพรรคมีการปรับเปลี่ยนที่ดี เเละเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ในการตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค โดยตนเป็นเพียงลูกพรรคเท่านั้นแต่ต้องการเเสดงจุดยืนตนเองให้หัวหน้าพรรคได้รับทราบ


ทั้งนี้ในส่วนของรายชื่อกรรมการบริหารพรรคทั้ง 8-9 คนที่มีข่าวออกมาว่าได้ยื่นใบลาออกด้วยนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ตนเองไม่ทราบ เพราะได้ฝากใบลาออกไว้ที่รัฐมนตรีคนหนึ่ง จึงไม่ทราบว่ากรรมการบริหารพรรคคนอื่นจะฝากใบลาออกไว้ด้วยหรือไม่

“นายสุชาติ” กล่าวอีกว่า ในส่วนของใบลาออกนั้นขณะนี้ยังไม่ได้มีการยื่นแต่อย่างใด เป็นการรวบรวมและเตรียมไว้เท่านั้น หากในวันพรุ่งนี้ ( 28 ต.ค.) ที่จะมีการประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ ได้มีการหารือถืงประเด็นที่เป็นปัญหาและสามารถคลี่คลายลงได้ก็ว่ากันไปแต่ยอมรับว่าในการทำงานการเมืองมีรูปแบบเช่นนี้ เพราะเป็นเรื่องของคนหมู่มากที่มีความคิดเห็นหลากหลาย และต้องการให้พรรคการเมืองเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น ยืนยันการลาออกไม่ได้ต้องการกดดันหัวหน้าพรรค

ส่วนกระเเสข่าวการลาออกของกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้เป็นการกดดัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้ลาออกจากเลขาธิการพรรคหรือไม่ “นายสุชาติ” ระบุว่า ในเรื่องนี้ ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล การลาออกของคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้ เนื่องจากทั้งหมดมีความคิดเห็นที่ตรงกัน ยืนยันการลาออกไม่ได้ต้องการกดดันหัวหน้าพรรค

ส่วนที่มีกระเเสข่าวว่า การลาออกของคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้เป็นการกดดัน  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้ลาออกจากเลขาธิการพรรคหรือไม่ “นายสุชาติ” ระบุว่า ในเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล การลาออกของคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้ เนื่องจากทั้งหมดมีความคิดเห็นที่ตรงกัน

“นายสุชาติ”กล่าวว่า ในการตัดสินใจลาออกครั้งนี้ร่วมกับกรรมการบริการพรรค 8-9  คนไม่ได้มีการหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เนื่องจากนายกฯ ไม่ได้เป็นคณะกรรมการหรือสมาชิกพรรค การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นเรื่องของอุดมการณ์ที่ต้องการให้พรรคปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ผ่าดวงวิกฤต “นพ.ชลน่าน” ผงาด ว่าที่ หน.พรรคเพื่อไทย ส่วนหมอเลี๊ยบ ผอ.พรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490043

28 ต.ค. 2564 |04:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤตเจาะลึก “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” มีดวงผู้นำ ผงาดว่าที่ “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” เตรียมแก้โลโก้สีแดงอาจเป็นอุปสรรคศัตรูผู้นำ ก่อให้เกิดขัดแย้งอัปมงคล “หมอเลี้ยบ” มีลุ้นรับตำแหน่ง “ผอ.พรรค”

“นพ.ชลน่าน” ถูกสปอตไลต์การเมืองฉายจับทันทีและมีลุ้นว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในการประชุมพรรคเพื่อไทย ที่จังหวัดขอนแก่น วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม นี้ ล่าสุด “ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤตเจาะลึก ใครจะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย พบ “หมอชลน่าน” มีดวงผู้นำสูง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

ซินแสเข่ง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผ่าดวงผู้นำ แคนดิเดต “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” เกิดวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2504 อายุ 60 ปี ราศีดวงใจใหญ่ไม่ยอมคน มีดวงของการเป็นผู้นำ ดื้อรั้นอยากรู้อยากเห็น ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง

ดวงชะตารอบปี 65 ไม่เสริมกิจการไม่เกื้อกูล ตกดวงศัตรูเบียดเบียน อาจตกดวงขัดแย้งนายใหญ ความคิดสวนทาง เป็นศัตรูพูดอย่าทำอย่าง สับสนไม่เข้าใจ ก่อให้เกิดความแตกแยกในอนาคตได้

 นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

ส่วนผู้อำนวยการพรรค นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ปีเสริมดวงชะตานายใหญ่ให้เกื้อกูล ส่งเสริม และสนับสนุน แต่ดวงชะตาตกราศีขัดแย้งตนเองความคิดลังเล ไม่เข้าใจสมองคิดอย่างใจคิดอีกอย่าง สร้างความลังเลให้กับตนเอง

ไม่ยอมคนใช้ความของตนเองเป็นที่ตั้ง ชอบเครียดมักจะคิดอะไรล่วงหน้าใจใหญ่ ปฏิบัติตนในเรื่องของศาสนาจะไปได้ดีมาก ปี 65 มีดวงเสริม

แต่ต้องระวังปี 66 จะมีเรื่องของอุปสรรค แตกแยกวุ่นวายสับสน ไม่สมหวังตกดวงขัดแย้งรุนแรง เพราะรอบอายุเข้าเคราะห์และปีปะทะ ทำให้ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมถึงโลโก้พรรคเพื่อไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลง มีลักษณะเป็นวงกลม ถือว่าใช้กับพรรคที่มีอยู่ในกลุ่มคนหมู่มากดี แต่จากสีน้ำเงินแดง กลายเป็นสีแดงล้วนเตือนให้ระวังอัปมงคล

เพราะถ้าจะใช้สีที่เสริมต้องดูดวงผู้นำพรรค หากมีผลกระทบเกิดขึ้นจะก่อให้เกิดอุปสรรค แตกแยก เป็นศัตรู ขัดแย้งให้รุนแรงเกิดขึ้นได้

พลังภายในกดดัน “ธรรมนัส” ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ”อยู่หรือไป” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490045

เมฆาในวายุ

28 ต.ค. 2564 |01:00 น.

นัยว่าไฟเขียวจาก 2 ใน 3ป.ให้เช็กบิล”ธรรมนัส” กบฏบนเรือเหล็ก แต่สำหรับงานนี้ อาจไม่ง่าย เมื่อเช็คกำลังฟากฝ่ายหนุนลุงตู่ เทียบกับ การรวบรวมไพร่พลกก.บห.ฝ่าย”ธรรมนัส” แต่กับข้อความเปิดใจล่าสุดล้วนมีนัยยะ /เจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

เริ่มชัดแล้วสำหรับกระแสข่าว 6 รมต.พรรคพลังประชารัฐเข้าพบ”สร.1″ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังประชุมครม.ครั้งล่าสุด จบลง ท่ามกลางกระแสข่าวกรรมการบริหารพรรคที่เป็นรมต.ทยอยลาออก เพื่อบีบ”อดีตรมต.แป้ง”  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้พ้นเก้าอี้เลขาธิการพรรคโดยพลัน

นัยว่าไฟเขียวจาก 2 ใน 3ป.ให้เช็กบิล”กบฏบนเรือเหล็กและสนิมใน พปชร.”ให้หลุดร่อนไป มิให้รำคาญสายตาและจิตใจ

โดยตอนนี้ “ใครเป็นใคร สังกัดปีกไหนในพปชร.”นั้น  “คมชัดลึก” เคาะชื่อกรรมการบริหารพรรคแต่ละคนได้ขั้นต้นแล้วว่า” ยืนอยู่ข้างใคร…”

แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแบ่งรับ-แบ่งสู้เรื่องการขยับโครงสร้างภายในพรรคว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่  แต่กระแสข่าวที่ระบุกันหลากสื่อว่ากรรมการบริหารพรรคขั้วตรงข้าม”ร.อ.ธรรมนัส” ยื่นใบลาออกแล้วหลายคน แต่ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งที่พอจะล้างไพ่ได้หมดวง เพราะจากนั้นไม่นานมีการต่อสายตรงไปยังคนที่ยังแทงกั๊กแล้วว่า “ยุติการลงนามลาออกไว้สักครู่ แล้วมาคุยกันก่อน” นั้นเกิดขึ้นหลังจาก”ร.อ.ธรรมนัส”หลบไปเลียแผลใจที่เกาะสมุยในช่วงวันหยุดยาวและไปเช็กชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พร้อมกันในคราวเดียว

แต่เมื่อมีกระแสข่าวแบบนี้ปูดขึ้น ทำให้ “ร.อ.ธรรมนัส” ดอดเข้าพบ”ลุงป้อม” โดยพลันเพื่อเบรคพายุที่ปั่นขึ้นจากขั้วตรงข้ามในพรรคที่จะพัดตัวจนตกบัลลังก์

โดยตอนนี้ชัดแล้วเมื่อ”ร.อ.ธรรมนัส”  ลงนามในคำสั่งขอนัดประชุมกรรมการบริหารพรรควันที่ 28 ต.ค.นี้ เพื่อหารันเวย์ที่ดีที่สุด โดยพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคไฟเขียวแล้ว

แต่ การล้างไพ่ เปลี่ยนมือแจกไพ่ (เลขาธิการพรรค) นั้น อย่างไรเสียมันต้องเกิดขึ้นตามคำทำนายซึ่ง”เมฆาในวายุ” ฟันธงล่วงหน้าหลายคราวแล้ว

โดยคำยืนยันล่าสุด จากนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค  ตอบคำถามถึงกระแสข่าวการลาออกของคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อเปิดทางในการปรับโครงสร้างว่า “ขณะนี้กำลังพูดคุยกันถึงการลาออก โดยวันที่ 28 ต.ค.นี้ จะคุยกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการว่า จะปรับแก้อย่างไร ทุกคนต้องหาทางออกร่วมกัน  เหตุผลที่ต้องปรับโครงสร้าง เพราะรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐต้องเป็นเนื้อเดียวกัน เดินไปด้วยกัน หากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ไปทางเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคก็ทำงานยาก”

เมื่อถามว่า กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐที่จะลาออกขณะนี้เกินกึ่งหนึ่งหรือยัง นายชัยวุฒิ  กล่าวว่า “ยังไม่ถึง จริงๆ ยังไม่ถึงขั้นลาออก เป็นการพูดคุย ยังไม่มีการลาออก หากลาออกจะแถลงข่าว”

เมื่อถามว่า การจะปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ เพราะมองว่าเลขาธิการพรรค มีปัญหาใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ ย้อนถามว่า “แล้วคุณคิดว่ามีปัญหาหรือไม่ ขอสื่อมวลชนดูกันเอง ว่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง”

เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่า “ร.อ.ธรรมนัส” มีปัญหาหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ผมคิดว่ามีนะ  ไม่เช่นนั้นไม่มีการพูดคุยกันเพื่อจะปรับโครงสร้างแต่ไม่ขอพูดในรายละเอียด เพราะเชื่อว่าประชาชนและสื่อมวลชนรู้อยู่แล้วว่าคืออะไร  ขอให้เดินไปข้างหน้า อย่าพูดถึงอดีต”


แปลว่า เก้าอี้พ่อบ้านพปชร.ต้องเปลี่ยนคนทำงานเป็นครั้งที่สี่(คนแรกคือนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ คนที่สองคือนายอนุชา นาคาศัย คนที่สามคือร.อ.ธรรมนัส )  


งานนี้”โทนี่ วู้ดซั่ม” ยังอดไม่ได้เพราะมีการพูดเรื่องนี้ในรายการ CareTalk x Care Clubhouse ในหัวข้อ วันนี้ประยุทธ์ พรุ่งนี้…ใคร” เหน็บแนมพปชร.แบบไม่ยั้งและคล้ายเปิดทางให้อดีตผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อันดับที่ 55 พรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งปี 2557 รายนี้กลับชายคาโอเอไอ ทาวเวอร์ แม้วันวานคนในพท.จะจัดหนักช่วงที่ร.อ.ธรรมนัสได้เป็นรมช.เกษตรและสหกรณ์ก็ตาม

ดังนั้นคำตอบที่ “โทนี่ วู้ดซั่ม” ระบุล่าสุดในเรื่องนี้นั้นคือ “สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าอยากอยู่นาน เมื่อจะเล่นงาน “ร.อ.ธรรมนัส”  ผมก็อยากจะบอกคนในพรรคว่า คิดว่าในพรรคพลังประชารัฐเหมือนประกอบกำลังคนจากหลายแหล่ง เรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัวมีสูง ก็อาจจะต่อสู้กัน งัดข้อกันดู แต่ในที่สุดน่าจะเอาไม่อยู่ เพราะ “ร.อ.ธรรมนัส” เป็นนักเลง พูดจาดีๆ น่าจะรู้เรื่อง 

แต่ถ้าเล่นกับเขาก็ไม่ยอม เรื่องไม่จบ ไม่ใช่ว่าจะลาออกแล้วตั้งกรรมการบริหารใหม่ เพราะเป็นพรรคที่ประกอบชั่วคราว คงไม่จบง่ายๆ ส่วนจะแตกหรือไม่นั้น เชื่อว่าคงอยู่กันแบบนี้ เหมือนผัวเมียพร้อมเลิก อยู่คนละห้อง แต่ยุทธศาสตร์มีไว้แล้ว คือซื้ออย่างเดียว การเมืองถ้ามีการใช้สตางค์ซื้อกันหนักๆ มันก็พัง ประชาชนรับเงิน 500 บาท อยู่ 4 ปีตกปีละ 100 บาท แต่ค่าครองชีพจากการเมืองเฮงซวยแพงกว่าที่รับไป ถึงได้บอกว่ารับเงินใครก็รับไปเถอะ แต่กากบาทเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งนั้น”


ถ้อยคำบางช่วงในวันนั้นที่”ร.อ.ธรรมนัส” ตอบกับสังคมคือ “ผมเคยสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อกับพรรคการเมืองหนึ่ง หากไม่มีการรัฐประหารครั้งที่แล้วก็คงได้เป็นส.ส.ทำไมถึงไม่มีปัญหา แต่ทำไมถึงมีปัญหาในครั้งนี้ และไม่ถูกโจมตีอะไรเลย”

แต่วันนี้รอยร้าวที่เกิดขึ้น “ร.อ.ธรรมนัส” คงต้องทบทวนตัวเองว่า 1.จะลุยไปตั้งพรรคอีสานล้านนา   2.กลับชายคาเก่าที่เคยร่วมงานกับนายทักษิณ  ชินวัตร ที่พรรคไทยรักไทยตั้งแต่ปี25423 จะทนทู่ซี้อยู่กับพปชร.(เพราะความจริงแล้วขยับลำบากจากคดีในวันวานที่ยังค้างคาในบางองค์กรอิสระ)ก็ต้องคิดกันต่อ

เพราะอย่าลืมว่า 1.เลือกตั้งครั้งหน้า จะใช้กติกาบัตรสองใบ มันเหนื่อยแน่หากต้องออกไปลุยตั้งพรรคใหม่ แต่มันคุ้มหากพอได้ผู้แทนฯสัก 5 คนขึ้นไปเพื่อมีแรงต่อรองกับขั้วตั้งรัฐบาล   2.แต่หากกลับรังเก่านั้น ถามใจตัวเองและคนในพท.สักนิดว่า”ทำใจและปั้นหน้าตอบสังคมได้หรือเปล่ากับเหตุวันวานที่พท.จัดเต็มอดีตรมต.แป้งไปแบบนั้น” 3.ทนอยู่กับพปชร.แต่โดนลดบทบาท กลายเป็นผู้แทนฯธรรมดาคนหนึ่ง เพราะขยับลำบาก ราคาทางการเมืองนั้นอยู่ที่การสร้างบารมี แต่วันนี้ผู้กองตุ๋ยโดนดิสเครดิตจากคนกันเองเยี่ยงนี้

อย่างไรก็ดี “ร.อ.ธรรมนัส” โพสต์ข้อความล่าสุดผ่านเพจส่วนตนเมื่อวันที่27 ต.ค.64  โดยเนื้อหาสื่อความหมายออกไปทำนองเหมือนยอมรับชะตากรรรมทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน 

เนื้อความระบุว่า  ผมยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่า ต่อให้ผมไม่มีตำแหน่งใดๆเลย  เหมือนก่อนเข้ามาในวงจรการเมือง เป็นเพียง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ผมก็จะอุทิศตนช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่เหมือนเดิมตามที่ผมได้ตั้งใจไว้ำไม่เปลี่ยนแปลง 

ผมเกิดมาจากครอบครัวชาวนา เป็นลูกชาวนาฐานะยากจน ต่อสู้ชีวิตมาจากจนถึงวันนี้ พอมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีไม่ขัดสน ผมเข้าใจดีครับว่า ความลำบากของคนยากจนนั้นเป็นอย่างไร ผมคิดถึงพี่น้องประชาชาชนเป็นที่ตั้งเสมอ ผมอาจจะไม่ใช่คนที่พูดเก่ง มีวาทศิลป์ แต่ขอให้ดูผลงาน ความทุ่มเท ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง และให้สิ่งนั้นเป็นคำพูดแทนตัวของผมครับ

ขอขอบพระคุณทุกกำลังใจจากทุกๆท่านในทุกๆช่องทางครับ 

พลังภายในกดดัน "ธรรมนัส" ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ"อยู่หรือไป"พลังภายในกดดัน “ธรรมนัส” ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ”อยู่หรือไป”

เมื่อพิจารณาจากข้อความเปิดใจล่าสุด ย่อมน่าจับตามองเส้นทางการเมืองของร.อ.ธรรมนัสจะเดินไปทางใดต่อไป ต้องจับตา 

ส.ส.พลังประชารัฐ สายร.อ.ธรรมนัส ตอนนี้มีกำลังพลดังนี้

ภาคเหนือ นายบุญสิงห์ วรินทรลักษณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, จีรเดช ศรีวิลาศ ส.ส.พะเยา เขต 2 ,นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1,นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1, นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3,นายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 

ภาคอีสาน นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ,นายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 ,นายสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7,นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2

พลังภายในกดดัน "ธรรมนัส" ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ"อยู่หรือไป"พลังภายในกดดัน “ธรรมนัส” ขณะที่เจ้าตัวเปิดใจล่าสุดส่งสัญญาณ”อยู่หรือไป”
ภาคกลาง นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 3
 

ภาคใต้  นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4 และกลุ่มของอดีตรมต.แป้งยังแตะมือกับปีกของ“นายวิรัช รัตนเศรษฐ “ไว้ด้วย

เปลี่ยนไป “ทักษิณ” ส่งสัญญาณบวกถึงสุเทพ-เนวิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490064

27 ต.ค. 2564 |20:00 น.

กลิ่นปรองดองโชยมา “ทักษิณ” หวังกลับบ้าน ส่งสัญญาณบวกถึงสุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ การเมืองไม่ปกติ ทำให้เราห่างเหินกันไป คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

การเมืองไทยไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร “ทักษิณ” ฟื้นความหลังครั้งญาติดีกับสุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ

กาลครั้งหนึ่งไม่นานมานี้ สุเทพเคยชวน “ทักษิณ” มาอยู่พรรคประชาธิปัตย์ และกำนันชัย ชิดชอบ ฝากฝังเนวินให้มาทำงานกับหัวหน้าพรรคไทยรักไทยในตอนนั้น

“ทักษิณ” ยอมการเมืองสมัยนี้ เปลี่ยนไปเยอะ “การเมืองไม่สนุก คือไม่ได้ไปตามกติกา” จึงทำให้ต้องเหินห่างจากคนที่รักกันชอบพอกันอย่างสุเทพและเนวิน

ทักษิณ รำลึกความหวังทักษิณ รำลึกความหวัง

ทักษิณ ชินวัตร รู้ว่า วันที่ 28 ต.ค.2564 จะมีการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่ขอนแก่น จึงลีดหัวข้อ “วันนี้ประยุทธ์ พรุ่งนี้….ใคร” ในคลับเฮาส์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เนื่องจากเอฟซีเพื่อไทยก็อยากรู้ว่า ใครจะมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย

เอาเข้าจริง “ทักษิณ” ก็ได้แต่พูดกว้างๆ เหมือนสัปดาห์ก่อนว่า ผู้นำยุคใหม่ต้องเป็นคนเจนเอ็กซ์ เจนวาย เมื่อมีคนถามจี้จุดไปที่คนในตระกูลชินวัตร จะถูกเลือกเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ ทักษิณก็ตอบสั้นๆว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนี้

ที่แน่ๆ กระแสข่าววงในที่มาแรง ฟังว่าเศรษฐา ทวีสิน อาจไม่ใช่คนในสเปกของคนดูไบ เพราะมีเงื่อนไขเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอิสระในการทำงาน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนติดตามทักษิณในคลับเฮาส์ มักจะรอฟังการตอบคำถามจากคนทางบ้าน ซึ่งทักษิณ ก็ตอบหมด เช่นกรณีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับสุเทพ และเนวิน

“การเมืองอยู่คนละฝั่ง ก็ต้องรบสู้กันไป ผมกับเขาก็ห่างเหิน..การเมืองไม่สนุก คือไม่ได้ไปตามกติกา” ตอนหนึ่งทักษิณพูดถึงสุเทพ และ “คุณเนวินมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง..ก็รู้จักกันแต่การเมืองก็ทำห่างเหิน”

‘เพื่อนเก่าชื่อสุเทพ’

“ทักษิณ” และสุเทพ เทือกสุบรรณ มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันมายาวนานมาก ปลายปี 2537 ในการปรับคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย มีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เป็น รมว.ต่างประเทศ โควตาพรรคพลังธรรม

นัยว่า ทักษิณ-สุเทพ สองหนุ่มใหญ่วัย 45 ปี(ตอนนั้น) นั่งเก้าอี้ติดกันในห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน ทักษิณเป็น รมว.ต่างประเทศ ส่วนสุเทพ เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์

“สุเทพกับผมอายุเท่ากัน เขาแก่วันกว่าผม เคยรู้จักเป็นตอนเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ตอนนั้นแกเป็นรัฐมนตรีช่วยเกษตร ก็นั่งติดกัน ก็รู้จักกันตอนนั้น” ทักษิณเล่าในคลับเฮาส์

ปี 2541 สมัยรัฐชวน หลีกภัย(2) มีรายงานข่าวว่า สุเทพเอ่ยปากชวนทักษิณเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทักษิณไม่ตอบตกลง เพราะกำลังวางแผนตั้งพรรคไทยรักไทย

“ตอนพ่อเขาเสียก็ไปงานศพ ตอนตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ก็ช่วย” หมายถึงตอนที่สุเทพก่อตั้งสหกรณ์โค-ออป ที่สุราษฏร์ธานี ทักษิณร่วมเป็นผู้ถือหุ้นด้วยจำนวนไม่น้อย

จุดเปลี่ยนที่ทำให้สองคนนี้ ต้องกลายเป็นคู่ปรปักษ์ น่าจะเป็นยุคสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งตอนนั้น ครอบครัวสุเทพเผชิญหน้ากับวิบากชีวิตหลายเรื่อง

‘ลูกชายเพื่อนพ่อ’

สำหรับตระกูลชิดชอบ-ชินวัตร “ทักษิณ” รำลึกความหลังสมัยสภาผู้แทนฯ ช่วงปี 2512-2514 เวลานั้น เลิศ ชินวัตร บิดาของทักษิณ เป็น ส.ส.เชียงใหม่ และชัย ชิดชอบ บิดาของเนวิน เป็น ส.ส.บุรีรัมย์ ทั้งคู่ต่างเป็น ส.ส.อิสระ จึงได้ร่วมงานกันในนามพรรค ส.ส.อิสระ

“ผมเรียกพ่อเนวินว่าอา รู้จักพ่อเนวินก่อนเจอเนวิน ตอนหลังมาก็ตอนที่อยู่ไทยรักไทย ก็สนิทกัน ขยันขันแข็ง” ทักษิณเล่าในคลับเฮาส์

หลังเลือกตั้งปี 2544 ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วน กำนันชัยและเนวิน ยังสังกัดพรรคชาติไทย ผ่านไปหลายปี กำนันชัยจึงเอ่ยปากกับทักษิณ “อาขอลูกชายไปทำงานกับท่านนายกฯด้วยนะ”

ดูเหมือนว่า วันนี้ทักษิณจะหายแค้นเคืองเนวินไปแล้ว อีกด้านหนึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ยังเคารพนับถือทักษิณเหมือนเดิม

ทักษิณพูดว่า “คุณเนวินมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง” แสดงว่าเขายอมรับในฝีไม้ลายมือของเนวินอยู่พอสมควร

เหตุที่ “ทักษิณ ชินวัตร” รำลึกความหลังด้วยท่าทีอันสุขุม ก็เพราะรู้ดีว่า การเมืองวันข้างหน้ายังหนีไม่พ้นการเมือง 2 ขั้ว และนี่เป็นอุปสรรคต่อแผนปรองดองของเขา

หากการปรองดองชาติเกิดขึ้นไม่ได้ โอกาสที่ทักษิณจะกลับบ้าน ก็คงยาก จึงอย่าได้แปลกใจที่เขามีท่าทีเปลี่ยนไปบ้าง

เฮียจัดให้ “นพ.ชลน่าน” ผู้นำยุคดิสรัปต์เพื่อไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490020

27 ต.ค. 2564 |16:00 น.

พรุ่งนี้เพื่อไทย “นพ.ชลน่าน” จะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เฮียเพ้งส่งเข้าประกวด คนดูไบไฟเขียว หากไม่มีอะไรพลิกผัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จับตาการเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทย มีการชงชื่อ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน 5 สมัย เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ หลัง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะลาออกเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ

ดาวสภามาแรง “นพ.ชลน่าน” ได้รับแรงสนับสนุนจาก  “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำคนสำคัญของพรรค ภาพลักษณ์นักสู้เพื่อประชาธิปไตย อุดมการณ์แจ่มชัด โดนใจเยาวชนคนรุ่นใหม่

ชั่วโมงนี้ “นพ.ชลน่าน” เปิดปากพร้อมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค หากเพื่อนสมาชิกเสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่ เมื่อเฮ้งเพ้งหนุน ย่อมหมายถึงคนดูไบเปิดไฟเขียว

การประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย ที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 28 ต.ค.2564 มีรายงานข่าวว่าสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะแจ้งเรื่องลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำให้ต้องมีการเลือกกรรมการบริหารใหม่ทั้งหมด และหัวหน้าพรรคคนใหม่ มีชื่อ 


นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีความอาวุโส เคยเป็นรัฐมนตรี และมีบทบาทสำคัญในสภามาโดยตลอด

เช้าวันที่ 27 ต.ค.2564 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์รายการ เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 ผู้ดำเนินรายการถามว่า พร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ หมอชลน่านยอมรับตรงๆว่า “ถ้าผมได้รับโอกาสอย่างนั้น ผมก็พร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อพรรค เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ถ้าได้รับโอกาสนะครับ”

นพ.ชลน่าน ยังบอกว่า หากได้เป็นหัวหน้าพรรค สิ่งแรกที่จะต้องทำคือ เติมเต็มเรื่องการมีส่วนร่วม เรื่องความเป็นเจ้าของพรรคจากประชาชน จากคนทุกชั้นทุกกลุ่ม และจะต้องมีจุดเชื่อมโยงประสานระหว่างภาพในอดีต คนในปัจจุบัน และคนในอนาคต


‘หมอเมืองน่าน’

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคู่แข่งของเพื่อไทยคือ พรรคก้าวไกล “นพ.ชลน่าน” จะถูกเลือกเป็นหัวหน้าพรรรค จึงตอบโจทย์เพื่อไทยวันพรุ่งนี้ หรือดิสรัปต์เพื่อไทย

ปี 2562 ภาพยนตร์สารคดีขนาดยาวที่บันทึกเหตุการณ์ช่วงการหาเสียงเลือกตั้งปี 2554 เรื่อง “ชะตาธิปไตย” ออกนำมาฉายทางช่องยูทูบ ซึ่งเป็นเรื่องราวของผู้สมัคร ส.ส. 3 คน ต่างเป็นเพื่อนร่วมรุ่นคณะแพทยศาสตร์ มหิดล มาด้วยกัน ได้แก่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ,นพ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ และ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์

พวกเขาได้ชื่อว่าเป็น “หมอการเมือง” ที่มีวิถีแตกต่างกันไป และวันนี้ นพ.ชลน่าน กำลังจะก้าวขึ้นเป็นประมุขพรรคการเมืองใหญ่

“นพ.ชลน่าน” วัย 60 ปี เกิดที่ ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน เมื่อเรียนจบคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อำเภอปัว จ.น่าน

เลือกตั้งปี 2544 นพ.ชลน่าน ตัดสินใจเล่นการเมือง ลงสมัคร ส.ส.น่าน ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย ก็ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.น่าน และเป็น ส.ส.น่าน มา 5 สมัยแล้ว

ปี 2555 นพ.ชลน่าน ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และตลอดช่วงรัฐบาล คสช. นพ.ชลน่าน แสดงความคิดความเห็นทางการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ระบอบเผด็จการซ่อนรูปมาโดยตลอด

‘ลมใต้ปีก’

เบื้องหลังความสำเร็จด้านงานการเมืองในพื้นที่เมืองน่านของ “นพ.ชลน่าน” หนีไม่พ้นผู้หญิงเก่งอย่าง พญ.นวลสกุล บำรุงพงษ์ แอดมินเพจ “ไป๊น่าน ชลน่านfc ช่วยงานสามีแพร้บ”

พญ.นวลสกุล ภรรยาหมอชลน่าน และสะใภ้เมืองน่านพญ.นวลสกุล ภรรยาหมอชลน่าน และสะใภ้เมืองน่าน

พญ.นวลสกุล เป็นชาวสระบุรี จบคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ไปรับราชการที่บ้านเกิด เป็น ผอ.รพ.มวกเหล็ก และ ผอ.รพ.วังม่วง จ.สระบุรี ต่อมา ได้ผันตัวเองไปทำงานด้านสื่อ เป็นบรรณาธิการนิตยสาร fitness และพิธีกรรายการโทรทัศน์ฮอตไลน์คลายเครียด

แอดมินเพจไป๊น่าน ชลน่านfc ช่วยงานสามีแพร้บ ได้นำผลงานการทำรายการโทรทัศน์และการเขียนหนัง มาโพสต์ไว้ให้เอฟซีหมอชลน่านได้อ่าน พร้อมข้อความที่ว่า “ดีใจเกือบ 30 ปีผ่านไปจุดยืนระบบความคิดของชีวิตยังเดิมๆ เพิ่มเติมคือได้สามีที่ยึดมั่นอุดมการณ์ เป็นนักสู้เพื่อประชาธิปไตย #คนของประชาชน #ชลน่านศรีแก้ว”

ทุกครั้งที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง พญ.นวลสกุล จะคอยช่วยสามีวางแผนการตลาดการเมือง รณรงค์หาเสียงในพื้นที่ จ.น่าน ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านสื่อมาหลายสิบปี จึงช่วยงานสามีได้เยอะ

พรุ่งนี้เพื่อไทย..พรุ่งนี้ของ พญ.นวลสกุล ไป๊น่านหรือสะใภ้น่าน อาจต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อ “นพ.ชลน่าน” ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เกมพลิก ยังไม่ “ปรับโครงสร้างพรรค” พลังประชารัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/490012

27 ต.ค. 2564 |15:00 น.

ชะลอปรับโครงสร้าง “พรรคพลังประชารัฐ” เกมกรรมการบริหารลาออกส่อผิดกฏหมายพรรคการเมือง คุยกันใหม่ในที่ประชุมวันพรุ่งนี้

กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐมีอยู่ 26 คน ต้องมีคนลาออกอย่างน้อย 14 คน จึงจะเปิดช่องให้มีการเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ทั้งชุด หากกรรมการบริหารลาออกไม่ถึงครึ่ง หัวหน้าพรรคก็จะแต่งตั้งคนใหม่มาทำหน้าที่ได้  จนกว่าจะมีการเลือกตั้งคนมาแทนตำแหน่งที่ว่างใน 90 วัน  นี่เป็นเงื่อนไข สำคัญทำให้การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันพรุ่งนี้ ยังไม่มีวาระเรื่องการปรับโครงสร้างกรรมการบริหาร เพื่อทอดสะพานไปสู่การปรับโครงสร้างพรรค 
ก่อนหนังสือเชิญประชุมจะปรากฏออกมา มีข่าวว่าพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพยายามต่อสายเกลี้ยกล่อม ให้กรรมการบริหารที่มีชื่อยื่นหนังสือลาออกไว้เกือบสิบคน เปลี่ยนใจ และปรากฏว่ามีคนเปลี่ยนใจรับปากไว้กับพลเอกประวิตรเพียงคนเดียว ทำให้กลุ่มที่เคลื่อนไหว พยายามเลื่อยขาเก้าอี้ ร้อยเอกธรรมนัสมีเสียว   เมื่อกรรมการบริหารลาออกไม่ถึงเกณฑ์ที่เป็นเงื่อนไขให้ต้องเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ กรรมการบริหารพรรคลาออกไม่ถึงกึ่งหนึ่ง  ถือเสมือนเป็นการลาออกส่วนบุคคล อำนาจการขับเคลื่อนพรรคต่อไป จึงกลับมาอยู่ในมือพลเอกประวิตรอีกครั้ง

เกมพลิก ยังไม่ "ปรับโครงสร้างพรรค" พลังประชารัฐเกมพลิก ยังไม่ “ปรับโครงสร้างพรรค” พลังประชารัฐ

การที่สื่อหลายสำนักลงข่าว ว่า พลเอกประยุทธ์ เรียกรัฐมนตรีที่เป็นกรรมการบริหารพรรคมาพบที่ทำเนียบ และบ้านพัก ขอให้มีการปรับ กรรมการบริหารใหม่ด้วยวิธีการลาออกเกินกว่ากึ่งหนึ่งเพื่อล้างบางกลุ่มธรรมนัส  หากเป็นจริง ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกฏหมายพรรคการเมืองมาตรา 29

เกมพลิก ยังไม่ "ปรับโครงสร้างพรรค" พลังประชารัฐเกมพลิก ยังไม่ “ปรับโครงสร้างพรรค” พลังประชารัฐ

และหากกรรมการบริหารมีการลาออกเกินกว่ากึ่งหนึ่งตามมา ถือว่าเป็นการกระทำความผิดสำเร็จตามมาตรา 28 นี่เป็นข้อสังเกต ของสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้มีคำถามตามมา ใช่หรือไม่ว่า ยังต้องทอดเวลา เพื่อให้พ้นข้อครหาออกไปอีกระยะ 
ความพยายามเดินเกมกดดันให้เร่งเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน เพราะจะมีการเปิดประชุมสภา มีกฏหมายของรัฐบาลรอการพิจารณาในเดือนพฤศจิกายนนี้ วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคและเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคตั้งคำถามว่า ใช่เวลาที่เหมาะสมหรือไม่  
 

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการบริหารพรรคยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่มีการลาออกของคณะกรรมการบริหารพรรค แต่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเพราะรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐต้องเป็นเนื้อเดียวกัน เดินไปด้วยกัน หากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ไปทางเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พรรคก็ทำงานยาก การประชุมวันที่ 28 ตุลาคมนี้ จะคุยกันอีกครั้งอย่างเป็นทางการว่า จะปรับแก้อย่างไร

เกมพลิก ยังไม่ "ปรับโครงสร้างพรรค" พลังประชารัฐเกมพลิก ยังไม่ “ปรับโครงสร้างพรรค” พลังประชารัฐ

ถามว่าร้อยเอกธรรมนัส มีปัญหาหรือไม่ คำตอบของชัยวุฒิคือมี ถ้าไม่มีจะพูดเรื่องปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคทำไม ถามว่า การปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรค กระทบพลเอกประวิตร หรือไม่ คำตอบคือใช่  และเป็นเหตุผลให้การปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐครั้งใหญ่  ยังต้องชะลอออกไป ตราบที่พี่ใหญยังคงยืนจังก้า ณ มูลนิธิป่ารอยต่อ