เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง (komchadluek.net)

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง4 ธันวาคม 2563 – 19:03 น.

เฉลิมฉลองเทศกาล “คริสต์มาสอีฟ” และ “วันส่งท้ายปี 2563” กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต็ก โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสร้างความทรงจำสุดแสนประทับใจในค่ำคืน “คริสต์มาสอีฟ” เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงไพเราะจากคณะนักร้องประสานเสียง พร้อมเต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำแสนอร่อยที่เชฟได้จัดเตรียมเมนูพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ อาทิ ไก่งวงอบ แฮมอบน้ำผึ้ง ขาแกะย่าง เมนูความอร่อยนานาชาติ พร้อมขนมหวานเลิศรส ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์วิวสวยระฟ้าสัมผัส กลิ่นอายลมหนาวบนชั้นรูฟท็อป ในราคาเพียง 1,000 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน (รับฟรี 1 เวลคัมดริงก์) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง
เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับแกรนด์บุฟเฟ่ต์ดินเนอร์มื้อพิเศษ ณ 2 โรงแรมหรู ให้คุณนั่งรับลมชิลล์ๆ ใกล้ชายทะเลยามค่ำที่โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง หรือจะชมวิวคืนค่ำสุดพิเศษบนรูฟท็อปหรู ที่โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง กับอาหารเลิศรสหลากหลายสไตล์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งติ่มซำ ซูชิ พาสต้า บาร์บีคิว มุมอาหารปรุงสดใหม่อีกมากมาย พร้อมด้วยคาราวานขนมหวานให้เลือกสรร สนุกสนานเพลิดเพลินกับการบรรเลงดนตรีสดและการแสดงโชว์ที่จะทำให้คุณประทับใจ พร้อมลุ้นรางวัล Lucky Draw สุดพิเศษ ในราคาเพียง 1,200 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน (รับฟรี 1 เวลคัมดริงก์และ 1 สปาร์คกิ้งไวน์) เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา

เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง
เฉลิมฉลองเทศกาล "คริสต์มาสอีฟ" และ "วันส่งท้ายปี 2563" กับบุฟเฟ่ต์มื้อสุขสันต์ ณ 2 โรงแรมหรูในเครือเคป แอนด์ แคนทารี จังหวัดระยอง

สำรองที่นั่งล่วงหน้า กรุณาติดต่อ โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง โทร. 038-804-844 และ
โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง โทร. 038-621-626

*กลุ่มโรงแรมในเครือ เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ สนับสนุนการป้องกันการทารุณสัตว์ 
ซึ่งโรงแรมฯ มีนโยบายชัดเจนในการห้ามไม่ให้มีการขาย หูฉลาม รังนก และตับห่าน ในทุกห้องอาหารของโรงแรม

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ (komchadluek.net)

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ4 ธันวาคม 2563 – 14:12 น.

สะเทือนจากท่าขี้เหล็ก ชาวจีนจากเมียนมาผ่านลาว ลอบกลับเข้าจีน พบติดเชื้อโควิด ลาวสั่งปิด 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

++
สปป.ลาว เผชิญสถานการณ์โควิดระบาดอีกรอบ ถึงขั้นปิดเศรษฐกิจพิเศษ ติดพรมแดนเมียนมา และจีน เนื่องจากสองหนุ่มจีนไปติดเชื้อมาจากท่าขี้เหล็ก

จากกรณีชาวจีนติดโควิด ส่งผลให้ทางการลาว ได้สั่งล็อกดาวน์เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนงาม แขวงหลวงน้ำ และเมืองต้นผึ้ง(เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ) แขวงบ่อแก้ว

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

สองหนุ่มจีน ลักลอบข้ามแดนติดโควิด

++
ต้นตอ “ท่าขี้เหล็ก”
++
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2563 คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษ แขวงหลวงน้ำทา ได้ออกคำแถลงเกี่ยวกับชาวจีน 2 คน ติดเชื้อโควิด คือ MR.ZHANG ZHIXIN และ MR.ZHANG SONGWAI ชาวเมืองจ่างไจ มณฑลฟูเจี้ยน     

จากการตรวจสอบเส้นทางของชายจีน 2 คนดังกล่าว พบว่า พวกเขาเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิง จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา และมีชาวพม่าพาลักลอบนั่งเรือข้ามโขงผ่านบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว จากนั้น พวกเขานั่งรถตู้ไปแขวงหลวงน้ำทา เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตเศรษฐกิจบ่อเต็นแดนงาม เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2563

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

เขตเศรษฐกิจบ่อเต็น ถูกสั่งปิดชั่วคราว

ต่อมา คืนวันที่ 1 ธ.ค.2563 มีคนลาว 2 คน มารับตัวชายจีน 2 คน ไปส่งทางช่องธรรมชาติ เพื่อลักลอบข้ามแดนเข้าไปในมณฑลยูนนาน แต่ตำรวจจีนจับกุมตัวไว้ได้ จึงนำตัวชายจีน 2 คน ไปตรวจ PRC ที่บ่อหาน พบติดเชื้อโควิด    

หลังมีข่าวชาวจีน ติดเชื้อโควิด คณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจบ่อเต็นแดนงาม ได้ออกคำสั่งจำกัดบริเวณคนภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และห้ามเข้า-ออกเป็นการชั่วคราว

++
ปิดสามเหลี่ยมทองคำ
++
เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2563 คณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุม และป้องกันโควิด แขวงบ่อแก้ว ได้ออกคำสั่ง “ปิดเมืองต้นผึ้ง”  เป็นการชั่วคราว    

สืบเนื่องกรณีชาวจีน 2 คนที่ติดเชื้อโควิด ข้ามแดนจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ผ่านมายังบ้านมอม เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ก่อนเดินทางไปบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา    

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

ปิดเมืองต้นผึ้ง เพราะติดพรมแดนเมียนมา ด้าน จ.ท่าขี้เหล็ก

คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ แขวงบ่อแก้ว จึงออกคำสั่งดังนี้
1.ให้ปิดการเข้า-ออก ของพลเมืองอยู่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว เป็นการชั่วคราว
2.ตั้งด่านตรวจการเข้า-ออก อยู่ที่บ้านน้ำเกิ่งเก่า บ้านม่วงดำ เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของพลเมือง
3.สำหรับหมู่บ้านต่างๆ ให้ตั้งจุดตรวจการสัญจรไปมาของประชาชน ยกเว้นกรณีไปโรงพยาบาล ไปโรงเรียน ไปซื้ออาหาร แต่ต้องได้รับอนุญาต
4.ให้รวบรวมเรือบรรทุกสินค้า เรือเร็วมาไว้ที่จุดเดียว ส่วนเรือพายชาวบ้าน ให้นำขึ้นฝั่งให้หมด สั่งกองหลอน(ทหารบ้าน) -ปกส.บ้าน(ตำรวจบ้าน) ลาดตระเวนตามลำน้ำโขง

พิษโควิด ลาวล็อกดาวน์ 2 เขตเศรษฐกิจ

สามเหลี่ยมทองคำ ก็ถูกสั่งปิด

อนึ่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ อยู่ในเขตปกครองเมืองต้นผึ้ง ทางแขวงบ่อแก้ว ได้ออกคำสั่งปิดด่านสากลสามเหลี่ยมทองคำ และด่านบ้านมอม ไปแล้ว พร้อมมีคำสั่งห้ามเดินเรือบรรทุกสินค้าในลำน้ำโขงโดยเด็ดขาด

ทำความรู้จัก ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทำความรู้จัก ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19 (komchadluek.net)

ทำความรู้จัก ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-19

ทำความรู้จัก '1G1-7HOTEL' ท่าขี้เหล็ก  แหล่งสาวไทยติดเชื้อโควิด-194 ธันวาคม 2563 – 13:15 น.

ทำความรู้จัด ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก เมียนมา สถานบันเทิงครบวงจรเพื่อคลายเหงาของนักท่องเที่ยว ในวันที่สังคมออนไลน์ โฟกัสว่ากลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ COVID-19 ของสาวไทย ไปแล้ว

เชื่อว่าคนไทยค่อนประเทศ ออกอาการฮึ่มๆ อันเนื่องมาจากการติดเชื้อโควิด-19 ของสาวไทยเพียงกลุ่มหนึ่ง ที่เดินทางเข้า-ออกชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อทำมาหากินของสาวสายเอ็น แบบไม่สนใจมาตรการคุมเข้มของภาครัฐ จนเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น ทั้งที่ภาพรวมของประเทศในทุกภาคส่วนกำลังค่อยๆฟื้นตัวจากโควิด-19 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ด่วน ยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศอยู่ที่เชียงราย ผู้ป่วยใหม่วันนี้ 14 ราย 

หมอสุดท้อใจ กินข้าวไม่ลง เครียดไปหมด หลังเจอเคสลักลอบเข้าไทยติดโควิด

“สาวเชียงใหม่ติดโควิด” : ข่าวร้ายที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์แทบหมดกำลังใจ  หลังทำงานกันหามรุ่งหามค่ำมาร่วมปี ก็เพื่อปกป้องให้คนไทย “ปลอดโควิด-19” แต่มีคนส่วนน้อยทำให้เกิดผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ และมีมูลเหตุมาจากการไปทำงานในแหล่งบันเทิงเลื่องชื่อ “‘1G1-7HOTEL”ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา

1G1-7 Hotel อยู่ห่างจากชายแดนของประเทศไทย ที่ด่านแม่สาย จังหวัดเชียงราย ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ห่างจากจุดผ่านแดนถาวร ตรงสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 1 เป็นสถานบันเทิงครบวงจรแห่งใหญ่ ในฝั่งเมืองท่าขี้เหล็ก เขตรัฐฉาน ของประเทศเมียนมา

1G1-7 Hotel ถูกพบว่าเป็นสถานที่ ที่สาวไทยได้ติดเชื้อ COVID-19 ก่อนจะเดินทางกลับเข้ามายังในประเทศไทย จนเป็นข่าวน่าสะพรึ่งไปค่อนโลกทุกวันนี้   

1G1-7 Hotel ก็ถือได้ว่าเป็นโรงแรมที่มีความหรูหราและทันสมัยมากๆ เป็นโรงแรมสูง 4 ชั้นด้านในมีสถานบันเทิงครบวงจร ทั้งคาสิโน คาราโอเกะ และดิสโก้เธค จึงเป็นที่นิยมของทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวเมียนมา รวมถึงนักท่องเที่ยวจากจีน ที่ต้องการจะมาสนุกสนานในยามค่ำคืน

ว่ากันว่า คนไทยที่ไปที่โรงแรม 1G1-7 Hotel นั้นมีทั้งที่ไปเที่ยวและทำงานด้วย ซึ่งหลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรค COVID-19 ในจังหวัดท่าขี้เหล็กทำให้คนไทยกลุ่มดังกล่าวกลัวจะไม่ได้กลับบ้าน เพราะต้องผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด จึงเลือกที่จะลักลอบเข้ามาทางเส้นทางธรรมชาติ

ทำให้ชื่อของ ‘1G1-7HOTEL’ ท่าขี้เหล็ก กลายเป็นธุรกิจโรงแรมที่โด่งดังในโลกออนไลน์ไปทั่วโลกในชั่วข้ามคืน และถูกจับตาว่าอาจเป็นต้นตอแพร่โควิด หลังหญิงไทยหลายรายที่ไปทำงานโรงแรมแห่งนี้ ลักลอบเดินทางกลับมาแพร่เชื้อโควิดในประเทศไทย

การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่นำเข้ามาตามแนวชายแดนจังหวัดเชียงราย เมื่อพบว่าหญิงชาวไทย ที่ไปทำงานในโรงแรม ‘1G1-7HOTEL’ ลักลอบกลับเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ติดเชื้อโควิดรายแรก

ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 17 ราย นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2563 จนถึงก่อนเที่ยงวันที่ 4 ธ.ค.2563 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย, พะเยา, กรุงเทพ, พิจิตร และราชบุรี ซึ่งล้วนแต่เป็นหญิงสาวที่ทำงานในสถานที่เดียวกันทั้งหมด จึงเกิดคำถามว่า ทำไม “1G1-7HOTEL” จึงมีอิทธิพลกับสาวไทยกลุ่มนี้

“1G1-7HOTEL” เป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องราตรีเป็นอย่างดี เกิดจากการลงขันของกลุ่มนักลงทุน มากกว่า 7 คน เชื้อชาติต่างๆ ทั้ง ไทย เมียนมา ไทยใหญ่ ว้า กะเหรี่ยง และจีน โดยในวงการธุรกิจสายสีเทา รู้กันดีว่า หุ้นใหญ่เป็นชาวจีน เปิดบริการเมื่อ 3-4 ปีก่อน

“1G1-7HOTEL” ตกแต่งสถานที่มีความหรูหรา เน้นรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีระดับบน และต้องการเสพความบันเทิงในทุกรูปแบบ ไปจนถึงยาสวรรค์บางชนิด

ภายในโรงแรมแห่งนี้ ชั้นล่างเป็นการให้บริการผับ บาร์ และดิสโก้เทค รองรับคนได้นับ1,000คน รวมถึงมีบ่อนกาสิโน  ส่วนชั้น 2 เป็นห้องคาราโอเกะแบบวีไอพี จำนวนกว่า 20 ห้อง แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับต่ำสุดโต๊ะละ 500 บาทต่อชั่วโมง ระดับกลางโต๊ะละ 1,000 บาทต่อชั่วโมง และระดับสูงสุดโต๊ะละ 2,000 บาทต่อชั่วโมง

ไม่เพียงเท่านั้น มีบริการเครื่องดื่ม และมีบริการหญิงสาวเข้าไปนั่งดื่มพูดคุยด้วย แต่หากเป็นระดับวีไอพี และต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ก็จะมีบริการชั้นบนที่สูงขึ้นไปอีก โดยมีคนคอยคุ้มกันการเข้าออกสู่ชั้นบนอย่างแน่นหนา

ว่ากันว่า หญิงสาวจากประเทศไทยที่เข้าไปทำงานที่ 1G1-7HOTEL ได้รับความนิยมสูง ในกลุ่มผู้ไปใช้บริการทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่าวประทเทศมากที่สุด 

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช (komchadluek.net)

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช4 ธันวาคม 2563 – 11:20 น.

ส่อง 4 ตัวเต็ง สมรภูมิ อบจ.เมืองย่าโม ไม่สังกัดพรรค แต่มี “พวก” หนุน  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ย้อนไปเมื่อปี 2555 ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.โคราช ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ได้ 487,470 คะแนน , นพ.สำเริง แหยงกระโทก ได้ 421,507 คะแนน และวิฑูร ชาติปฏิมาพงษ์ ได้ 96,482 คะแนน    

อ่านข่าว…  โคราชกันเอง’แม่หน่อย’ ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราชหน่อย ยลดา หาเสียงทุกอำเภอ

ว่ากันว่า “ระนองรักษ์” โกยแต้ม จนได้เป็นนายก อบจ.เมืองย่าโม ก็ด้วยแรงสนับสนุนจากพรรคชาติพัฒนา,พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชบางส่วน 

รอบนี้ “ระนองรักษ์” ไม่ลงสนาม แต่ฐานเสียงตระกูล “สุวรรณฉวี” ตอนเลือกตั้ง ส.ส.นั้น ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย    

ปี 2563 สังเวียนท้องถิ่นนครราชสีมา ถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.อบจ. ได้ 48 เขตจาก 32 อำเภอผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกว่า 2 ล้าน 2 แสนคน มีงบประมาณบริหารจัดการมากถึงปีละ 4 พันล้านบาท     

บริบททางการเมืองปีนี้ อาจต่างจากปี 2555 ที่ไม่มีกระแสเสื้อแดงแรงฤทธิ์ แต่ก็มีกระแสต้าน “คนล้มเจ้า” 

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

หมอแหยง ขายสภาประชาชน

++
เมียกำนันป้อ
++
เต็งหนึ่งที่จะคว้าเก้าอี้นายก อบจ.โคราช ทุกเกจิการเมืองยกให้ “แม่หน่อย เอี่ยมเฮง” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยา “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์     

สาเหตุที่ “ยลดา” มาแรง เพราะตระกูลการเมืองใหญ่ๆ ในโคราช ได้พร้อมใจกันสนับสนุนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เธอจึงใช้ชื่อกลุ่มร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่    

ลำพังยี่ห้อ “เอี่ยมเฮง” แป้งมันพันล้าน คู่แข่งก็หวั่นไหวอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอตระกูลดังๆ ส่งเสียงเชียร์ ยิ่งไปกันใหญ่

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

สาธิต ก้าวหน้า หวังกระแสคนรุ่นใหม่

++
ศักดิ์ศรีหมอแหยง
++
“หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ที่พ่ายแก่ “ระนองรักษ์” ก็ตั้งเป้าทวงคืนเก้าอี้ผู้บริหารท้องถิ่น โดยเปิดตัวเป็นทีมงานภูมิใจไทย ตั้งแต่ปี 2561 และหวังว่าจะสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสมัครนายก อบจ.    

จู่ๆ ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย ไฟเขียวให้ “ยลดา” ภรรยากำนันป้อ ลงสนามท้องถิ่น หมอแหยงผิดหวังมาก แต่ไม่ถอย จึงเดินหน้าลงสมัครนายก อบจ.โคราช ในนามกลุ่มรักษ์โคราช    

หมอแหยง  เคยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และมีบทบาทสนับสนุนงานของ อสม.ทั้ง 32 อำเภอ แถมได้แรงหนุนจาก ทอง วิริยะจารุ ประธานสันนิบาตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา 

อบจ. 4 พันล้าน 4 ตัวเต็งสังเวียนโคราช

แก้ว ด๊ะดาด อดีตนายก อบจ.โคราข 3 สมัย

++
กระแสก้าวหน้า
++
คณะก้าวหน้า กลายเป็นตัวแปรในสมรภูมิ อบจ. เมื่อธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปูพรมแคมเปญ “เขย่าท้องถิ่นทั่วไทย”     

สาธิต ปิติวรา ไม่ใช่นักการเมืองท้องถิ่น ไม่ใช่นักธุรกิจใหญ่ เป็นนักการศึกษา ที่เคยลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่     

กลางปี 2562 สาธิตเสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.โคราช และผ่านการเห็นชอบจาก “ธนาธร-ปิยบุตร”    

กลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 6 แสนคน คือเป้าหมายของ สาธิต ปิติวรา และทีมงานก้าวหน้าโคราช

++
แก้ว ด๊ะดาด
++ 
คนโคราชจะรู้จัก “นายกฯแก้ว ด๊ะดาด”  หรือ วิฑูร  ชาติปฏิมาพงษ์ เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นนายก อบจ.โคราช 3 สมัย และประธานสภา อบจ.อีก 8 สมัย    

ด้วยการที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมานานกว่า 3 ทศวรรษ วิฑูร จึงมีฐานคะแนนของตัวเอง ไม่ได้อิงกับพรรคใด

“วัชระ” จี้ “อสส.” แจงเหตุไม่ฟ้องน้องชายธนาธรยัดใต้โต๊ะ 20 ล. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วัชระ” จี้ “อสส.” แจงเหตุไม่ฟ้องน้องชายธนาธรยัดใต้โต๊ะ20ล. (komchadluek.net)

“วัชระ” จี้ “อสส.” แจงเหตุไม่ฟ้องน้องชายธนาธรยัดใต้โต๊ะ20ล.

"วัชระ" จี้ "อสส." แจงเหตุไม่ฟ้องน้องชายธนาธรยัดใต้โต๊ะ20ล.4 ธันวาคม 2563 – 14:00 น.

“วัชระ” จี้ “อสส.” แจงเหตุไม่ฟ้องน้องชายธนาธรยัดใต้โต๊ะ20ล้าน หวังฮุบที่ดินสำนักงานทรัพย์สินฯ พบขณะติดสินบนธนาธรมีเอี่ยวร่วมถือหุ้นด้วย

4 ธ.ค.63 นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงนายวงศ์สกุล  กิตติพรหมวงศ์  อัยการสูงสุด ผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์สารนิเทศและประชาสัมพันธ์
สำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้ชี้แจงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 4  จึงไม่ฟ้องนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเรียลแอสเสท  ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กรณีให้เงินนายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์(ชื่อเดิม) และนายสุรกิจ  ตั้งวิทูวนิช จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อให้บริษัทเรียล แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ได้สิทธิเช่าที่ดินบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย(ชิดลม) ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในระยะยาวโดยไม่ต้องผ่านการประมูลแข่งขันตามขั้นตอนปกติ  

กรณีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 4 โจทก์ และ นายประสิทธิ์  อภัยพลชาญ จำเลยที่1 ,นายสุรกิจ  ตั้งวิทูวนิช จำเลยที่ 2 มีความผิดหลายกรรมต่างกันลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 2 คนละ 3 ปี ด้วยเหตุตามคำพิพากษาดังกล่าวนี้ นายวัชระ จึงได้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงแทนประชาชนว่า เหตุใด? สำนักงานอัยการคดีพิเศษจึงไม่มีการฟ้องนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือจะมีการดำเนินการทางกฎหมายใดๆหรือไม่ อย่างไร โดยเกรงว่าอาจจะซ้ำรอยกรณีคดี “บอส กระทิงแดง”ได้ 

หลังยื่นหนังสือแล้ว นายวัชระ กล่าวว่า เจ๊สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยบอกว่าลูกชายไม่โกงแล้วที่ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง 500 ล้านจ่ายเงินให้แล้ว 20 ล้าน หมายความว่าอย่างไร เรื่องนี้เมื่อพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ทราบแล้วไม่สอบสวนร้อยเวรเจ้าของคดี ก็จะไปยื่นหนังสือถึงผบ.ตร.ในวันจันทร์นี้ให้สอบสวนร้อยเวรต่อไป

สำหรับบริษัท เรียล แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เดิมจดทะเบียนชื่อ บริษัท อีส เทิร์น ฮิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่ คลับ จำกัด ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทไทยซัมมิท พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นบริษัท เรียล แอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ ขณะเกิดเหตุการณ์กระทำผิดตามคำพิพากษานี้คือเดือนมีนาคม 2560 – 18 กันยายน 2560  บริษัทนี้มีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ  นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ ,นายสกุลธร  จึงรุ่งเรืองกิจ และบุคคลอื่นถือหุ้นร่วมกัน

“วิษณุ” ลั่น รบ.จบเรื่องบ้านหลวงแล้ว แต่เป็นสิทธิถ้าใครจะร้องสอบต่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วิษณุ” ลั่น รบ.จบเรื่องบ้านหลวงแล้ว แต่เป็นสิทธิถ้าใครจะร้องสอบต่อ (komchadluek.net)

“วิษณุ” ลั่น รบ.จบเรื่องบ้านหลวงแล้ว แต่เป็นสิทธิถ้าใครจะร้องสอบต่อ

"วิษณุ" ลั่น รบ.จบเรื่องบ้านหลวงแล้ว แต่เป็นสิทธิถ้าใครจะร้องสอบต่อ4 ธันวาคม 2563 – 13:30 น.

“วิษณุ” ลั่น รบ.จบเรื่องบ้านหลวงแล้ว แต่เป็นสิทธิถ้าใครจะร้องสอบต่อ ย้อน” ไม่จบ จะไปอย่างไรก็ช่างคุณ” แจงยิบ รธน.เปิดช่องให้ออกระเบียบให้ อดีตผบ.ทบ.ที่ทำคุณงามความดีให้กับกองทัพอยู่บ้านรับรองได้

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2563 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบสภาผู้แทนราษฎรให้ตรวจสอบกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมไม่มีความผิดกรณีอยู่บ้านพักหลวง โดยยกระเบียบกองทัพบกมาเป็นเหตุผลทั้งที่ไม่มีกฎหมายรองรับว่า ตนมองว่าเรื่องนี้เมื่อมีคำวินิจฉัยออกมาถือว่าจบแล้ว แต่ใครจะร้องก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ส่วนที่เขาร้องไปยังกรรมาธิการแล้วจะรับเรื่องหรือไม่นั้นต้องไปถามที่กรรมาธิการ ส่วนจะไปร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้หรือไม่นั้นตนไม่มีความเห็น

เมื่อถามว่าระเบียบกองทัพบกไม่มีกฎหมายรองรับจริงหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า มีกฎหมายรองรับแต่ให้ไปถามรายละเอียดที่กองทัพบก อีกทั้งระเบียบดังกล่าวไม่จำเป็นต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะเป็นระเบียบภายในที่ออกมาตั้งแต่ปี 2548 ที่มีอำนาจในการจัดสวัสดิการภายใน

 เมื่อถามย้ำว่าประเด็นนี้ในมุมของรัฐบาลถือว่าสะเด็ดน้ำใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วมีผลผูกมัดทุกองค์กรทั้งปวงก็ต้องตอบว่าจบ ใครที่เห็นว่าไม่จบจะไปร้องต่อก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนเขาจะรับหรือไม่หรือรับแล้วทำอย่างไรต่อก็แล้วแต่ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญจะรายงานสภาฯ จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือจะส่งให้ ป.ป.ช. หรือจะส่งศาล หรือจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ 

“ก็เราเป็นผู้ต้องหา เป็นจำเลย จะบอกว่ายกฟ้องแล้วไม่จบ ก็คงเป็นจำเลยที่แปลก แต่ถ้าโจทก์ร้องว่าผิด ศาลบอกยกฟ้องไม่ผิด โจทก์บอกไม่จบก็อุทธรณ์ ฎีกาได้ แต่บังเอิญว่าคดีนี้ไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา เมื่อไม่จบจะไปอย่างไรก็ช่างคุณ” 

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการยกระเบียบกองทัพบกมาบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความผิด เป็นการทำให้ระเบียบใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ รองนายกฯ กล่าวว่า ศาลไม่เคยบอกว่าอะไรสูงกว่า คำตอบมีอยู่ชัดทั้งหมดหากไปอ่านคำวินิจฉัยฉบับเต็มของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเริ่มต้นเขาร้องว่าผิดรัฐธรรมนูญตามมาตรา 184(3) ที่ระบุว่าไม่ให้รับเงินหรือสิทธิ์ใดๆจากหน่วยงานของรัฐเป็นกรณีพิเศษ เว้นแต่จะเป็นการรับซึ่งหน่วยงานนั้นได้ปฏิบัติต่อบุคคลทั่วไปในธุรกิจการงานปกติ ดังนั้นถ้าเริ่มต้นด้วยการรับอะไรที่ไม่พิเศษก็รับได้ ที่รับได้นั้นรับตามระเบียบแต่ระเบียบนั้นมาตรา 184(3) อนุญาตให้ออก ดังนั้นอะไรที่เป็นกรณีพิเศษต้องดูเป็นเรื่องๆไป เมื่อมีการออกระเบียบให้สามารถทำได้มันก็ไม่ใช่กรณีพิเศษ เฉกเช่นทำไมนายกฯไปอยู่บ้านพิษณุโลกได้ ก็ถือเป็นการรับสิทธิประโยชน์จากส่วนราชการไม่ใช่หรือ คำตอบก็คือใช่ไม่กรณีพิเศษ ใครที่เป็นนายกฯก็อยู่ได้ทุกคน ใครเป็นรัฐมนตรีก็ได้รับเงินเดือนทุกคน การเข้าอยู่บ้านพักหลวงของพล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นเช่นเดียวกัน  

“แต่หากอ้างว่าเป็นนายกฯอยู่บ้านพิษณุโลกได้แต่อยู่บ้านพักทหารไม่ได้เพราะนายกฯคนอื่นไม่มีสิทธิอยู่บ้านพักทหาร แต่ระเบียบกองทัพบกให้สิทธิ อดีตผบ.ทบ. ที่ทำคุณ
ประโยชน์อยู่ ก็เหมือนกับการให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นอดีตผบ.ทบ.ก็อยู่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ได้ และอดีต ผบ.ทบ.หลายคนอยู่บ้านเกษะโกมลได้ และคำว่าบ้านหลวงของทหารนั้น ต่างจากข้าราชการทั่วไป หลายคนอาจไม่เข้าใจเพราะต้องแบ่งเป็นสองประเภท และไม่ได้เพิ่งมีความหมายตอนพล.อ.ประยุทธ์ ถูกฟ้องเพราะมีมาตั้งแต่ปี 2548 โดยแบ่งเป็นบ้านพัก คนที่ดูแลคือกรมสวัสดิการทหารบกมีสิทธิให้ข้าราชการเข้าอยู่ได้ ออกค่าน้ำค่าไฟเองเมื่อพ้นจากตำแหน่งต้องย้ายออก และบ้านรับรองหรือบ้านพักรับรองที่ไม่มีการระบุระยะเวลาที่ต้องออก คล้ายกับบ้านพักประจำตำแหน่งไม่ได้อยู่ในอำนาจกรมสวัสดิการกองทัพบก แต่อยู่ในอำนาจของผบ.ทบ. คนเดียวเท่านั้น และให้ได้
เฉพาะผบ.ทบ.หรืออดีตผบ.ทบ. และต้องทำคุณงามความดีให้กับกองทัพบก แต่ถ้าหากเป็นผบ.ทบ.และอดีตผบ.ทบ. ที่ไม่ทำคุณงามความดีให้กองทัพบกเขาก็ไม่ให้อยู่ และเมื่อผบ .ทบ.อนุญาตแล้วก็เป็นบ้านรับรองจะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ และสามารถจัดสิทธิประโยชน์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ยามและสิ่งอื่นให้ได้” นายวิษณุ กล่าว

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว (komchadluek.net)

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว 4 ธันวาคม 2563 – 11:26 น.

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ส่งจดหมายลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยอีกราย

4 ธ.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม ได้ส่งจดหมายประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยนับตั้งแต่วันนี้ (4 ธ.ค.) เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม นายรัฐภูมิ ได้เข้าสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2562 ผ่านการชักชวนของ แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส โดยมีอดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ อดีตเลขาธิการพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ให้การต้อนรับ ณ ขณะนั้น

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว

“บิ๊กตู่” สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่”สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้ (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่”สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้

"บิ๊กตู่"สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้4 ธันวาคม 2563 – 10:49 น.

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสารและเสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นรม.และรมว.กห.ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพ เสริมกำลังลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัย ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่ 25 พ.ย. เป็นต้นมา ส่งผลให้น้ำท่วมสูงเป็นวงกว้างใน 9 จังหวัด 358 ตำบล 2318 หมู่บ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ 4 จังหวัด สงขลา พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด

"บิ๊กตู่"สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้

โดยย้ำ ขอให้จัดกำลังพลและเครื่องมือช่าง ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนกับประชาชนในพื้นที่วิกฤติที่น้ำยังคงท่วมสูง อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงเข้าศูนย์อพยพที่จัดตั้งขึ้น และให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตัดขาด ทั้งนี้ให้ประสานกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ สนับสนุนกำลังพลและเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบให้สามารถดำรงความต่อเนื่องทางการแพทย์ พร้อมทั้งสนับสนุนรถครัวสนามเคลื่อนที่และร่วมกับจิตอาสาแจกจ่ายถุงยังชีพกับประชาชนที่ประสบภัยที่ตกค้างในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ทั้งนี้ให้สนับสนุน เร่งสถาปนาระบบการติดต่อสื่อสารที่ถูกตัดขาด เพื่อดำรงการติดต่อการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

"บิ๊กตู่"สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้

พล.ท.คงชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทุกเหล่าทัพ ได้จัดกำลังพล ยุทโธปกรณ์และเครื่องมือช่าง ลงพื้นที่ในการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนกับผู้ประสบภัยในพื้นที่ ตั้งแต่ต้นต่อเนื่องมา โดยหน่วยทหารในทุกพื้นที่ ได้เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งการเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพประชาชนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย เข้าศูนย์อพยพซึ่งจัดเตรียมขึ้น การจัดทำแนวกั้นน้ำในพื้นที่เขตเมืองและการเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำสายหลัก โดยติดตั้งเรือผลักดันน้ำและใช้เครื่องจักรเปิดเส้นทางน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขังสูง เพื่อลดความเสียหายแก่ทรัพย์สินในพื้นที่บ้านเรือนและการเกษตรในภาพรวม

"บิ๊กตู่"สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้

พร้อมทั้งได้จัดยานพาหนะ เรือท้องแบน และเครื่องจักรซ่อมแซม เร่งเปิดเส้นทางที่เสียหาย เพื่ออำนวยความสะดวกการสัญจรกับประชาชน และจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การช่วยเหลือกับประชาชน. ทั้งนี้หากประชาชนในพื้นภาคใต้ ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 หมายเลขโทรศัพท์ 075-383405 และศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โทร.1696 ตลอด 24 ชม.

"บิ๊กตู่"สั่งกองทัพ เร่งสถาปนาการสื่อสาร เสริมกำลังเข้าช่วยประชาชนในพื้นที่วิกฤตน้ำท่วมใต้

ที่มา..ข่าวทำเนียบรัฐบาล

“บิ๊กตู่” เตรียมบิน “นครศรีฯ” ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ 7ธ.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่” เตรียมบิน”นครศรีฯ”ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ 7ธ.ค.นี้ (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่” เตรียมบิน”นครศรีฯ”ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ 7ธ.ค.นี้

"บิ๊กตู่" เตรียมบิน"นครศรีฯ"ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ 7ธ.ค.นี้4 ธันวาคม 2563 – 10:19 น.

“บิ๊กตู่” เตรียมนำคณะลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ในรอบ 30 ปี ที่ จ.นครศรีธรรมราช 7ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ของ จ.นครศรีธรรมราชส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รวมถึงพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมนำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ โดยออกเดินทางด้วยเครื่องบินจาก กทม. ไปยังนครศรีฯ ในช่วงเช้า เพื่อลงพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ และ อ.ปากพนัง พร้อมกับรับฟังการบรรยายสรุปจากผู้ว่าราชการจังหวัด  รวมถึงติดตามความเป็นอยู่ และแจกจ่ายสิ่งของอุปโภคบริโภคให้ผู้ประสบภัย

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะจะเดินทางกลับกทม.ด้วยเครื่องบินจากนครศรีฯ ในเวลา ประมาณ 12.00 น.

“กรณิศ” พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“กรณิศ”พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ (komchadluek.net)

“กรณิศ”พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ

"กรณิศ"พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ4 ธันวาคม 2563 – 09:19 น.

“ส.ส. กรณิศ” พลังประชารัฐ ได้รับแต่งตั้ง เป็น 1 ใน 45 กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญและได้รับเลือกเป็น ผู้ช่วยเลขานุการ กมธ.

 จากกรณีที่ประชุมรัฐสภา มีมติรับหลักการวาระแรกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ที่เสนอโดยฝ่ายค้าน และฉบับที่ 2 ที่เสนอโดยรัฐบาล พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน 45 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของ ส.ว. 15 คน และ ส.ส. 30 คน       

ในส่วนของ ส.ส. เป็นของพรรคเพื่อไทย 8 คน, พรรคพลังประชารัฐ 8 คน, พรรคภูมิใจไทย 4 คน, พรรคก้าวไกล 3 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน, พรรคเสรีรวมไทย 1 คน, พรรคประชาชาติ 1 คน และพรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 คน      

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 8 คน หนึ่งในนั้นคือ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.โดยคณะกรรมาธิการฯ จะใช้เวลาในการแปรญัตติ 15 วัน โดยเริ่มประชุมนัดแรกในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ของรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณา
ทั้งนี้ จากการประชุมนัดแรก ที่ประชุม กมธ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มีมติเลือกนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธาน กมธ. โดยนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยเลขานุการ กมธ.