ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/463393

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  10 เมษายน 2564 – 00:00 น.

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  คอลัมน์…  ตามรอย ตำนานแผ่นดินโดย… เอก อัคคี  

ผมว่าในบรรดาเครื่องรางของขลังของคนไทยเราที่คุ้นเคยกันมายาวนานประเภทโชคลาภ ค้าขาย ทำมาหากินคล่องตั้งแต่โบราณมาที่มีมากมายหลายอย่างอาทิเช่น นางกวัก กุมารทอง ปลัดขิก ฯลฯ  แต่อีกหนึ่งในเครื่องรางที่เกจิอาจารย์ตั้งแต่ยุคโบาณมักสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาได้บูชาเพื่อหวังผลทางอิทธิคุณอำนาจทางด้านโชคลาภ หาเงินคล่องเงินทองไหลมาเทมาที่ไม่มีใครปฏิเสธ นั่นก็คือ ปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… จาก “แม่หม่อมกวัก”สู่”แม่หม่อมกวักมโนราห์”  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า 

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

หลวงพ่อประเสริฐ เมตตาเป่ากระหม่อมให้ผู้เขียน เมื่อครั้งไปกราบขอพร

ซึ่งจะสร้างขึ้นเป็นรูปลักษณ์ของปลาตะเพียน ทั้งที่เป็นลักษณะของเหรียญโลหะรูป เป็นผ้ายันต์บ้าง และยังได้มีการนำใบทางมะพร้าวหรือวัสดุประเภทสานอื่นๆมาสานเป็นรูปปลาแล้วทาสีเงินสีทองแล้วนำมาผูกเชือกทำเป็นพวงแขวนเพื่อเป็นวัตถุมงคลติดไว้หน้าร้านหรือบ้านอีกด้วย แต่ผมอยากจะบอกว่า ปลาตะเพียนสานที่ถือว่า เป็นสุดยอดของขลังนั้นจะต้องสานขึ้นมาจากไม้ไผ่สีสุกที่นำมาจากบายศรีใหญ่หรือบายศรีชั้นในพิธีกรรมทำขวัญนาคเท่านั้น 

ซึ่งเคล็ดวิชาการสานปลาตะเพียนด้วยไม้ไผ่สีสุกจากบายศรีชั้นในพิธีกรรมทำขวัญนาคนั้น หลวงพ่อประเสริฐ เจ้าอาวาสวัดแก้ว เมืองสุพรรณบุรี ครูบาอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมของท่าน ท่านได้เมตตาให้ความรู้ว่า ในสมัยโบราณพระเกจิอาจารย์ครูบาอาจารย์เวลาท่านจะสร้างเครื่องของของขลังปลาตะเพียนลงอาคม ท่านจะให้ไปนำ ไม้ไผ่สุกผ่าซีก3ซีกที่พันด้วยผ้าขาวเอาวางรอบข้างบายศรีผูกเป็นสามเปลาะเพื่อไม่ให้โงนเงนนั้นทำเป็นมวลสาร เพราะไม้ไผ่สีสุก ชื่อก็เป็นมงคลอยู่แล้วว่า เป็น “ศรี”และเป็น “สุข” เพราะไม้ไผ่นี้เมื่อเขานำมาค้ำบายศรีสำหรับทำขวัญนาคแล้ว เขาจะเอาใบตองอ่อน3ยอดประทับปิดซีกไม้ต่อจากนั้นก็เอาผ้าอย่างดีมีราคา อย่างเช่นผ้าตาดคลุมรอบบายศรีอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่าผ้าห่อขวัญ แล้วผู้คนทั้งหลายก็มานั่งรายล้อม บายศรีที่มีไม้ไผ่นี้ก็อยู่ตรงกลางอันหมายถึงเป็น ศูนย์กลาง ศูนย์รวมจิตใจในพิธีมงคล

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

หลวงพ่อประเสริฐ เมตตาเป่ากระหม่อมให้ผู้เขียน เมื่อครั้งไปกราบขอพร

การนำไม้ไผ่ทั้งสามชิ้นมาผ่าและทำเป็นตอกสานปลาตะเพียนย่อมเป็นคุณด้านเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ เป็นที่รักของทุกคน นี่คือเคล็ดวิชาสานปลาตะเพียน ถ้าเป็นไม้ไผ่จากที่อื่นมันขลังสู้ไม้ไผ่จากพิธีนี้ไม่ได้ แต่ทุกวันนี้ ไม้ไผ่ในพิธีแบบนี้หายากมาก เพราะบานศรีสมัยนี้ก็ไม่มีไม้ไผ่สีสุกมาค้ำแล้ว การสร้างปลาตะเพียนก็เลยต้องใช้วัสดุชนวนมวลสารอื่นๆตามความเหมาะสม

และอย่างที่่บอกว่า เครื่องรางของขลังปลาตะเพียนเงิน ปลาตะเพียนทอง เป็นหนึ่งในวิชาทางด้านพระเวทย์ที่สรรค์สร้างโดยพระเกจิอาจารย์มาตั้งแต่โบราณเพราะวิถีไทยเราคืออยู่ใกล้แม่น้ำ ย่อมเห็นพฤติกรรมของสัตว์อย่างปลาตะเพียนว่า เป็นปลาที่มีลักษณะสวยงาม แหวกว่ายได้พลิ้วไหว หากินเก่ง เกจิอาจารย์จึงนำเอารูปของปลาตะเพียนมาผูกด้วยอักขระยันต์คาถา ทางด้านเรียกโชคลาภ หาเงินหาทอง ซึ่งก็มีนามเป็นมงคลด้วยว่า ตะเพียน ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ขยันหมั่นเพียร

สำหรับพระเกจิอาจารย์ในสมัยโบราณ ที่สร้างเครื่องรางประเภทปลาตะเพียน จนเป็นที่โด่งดัง ยอมรับกันในเรื่องพุทธคุนด้านเมตตาค้าขายและได้รับความนิยมจากอีตจวบจนปัจจุบันและราคาเช่าหากันก็ไม่ใช่ว่าน้อยๆ อาทิ 
-หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา
-หลวงพ่อเต๋คงทอง วัดสามง่าม จ.นครปฐม
-หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ จ.นครสวรรค์

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

หลวงพ่อประเสริฐ เมตตาเป่ากระหม่อมให้ผู้เขียน เมื่อครั้งไปกราบขอพร

นอกจากนี้ก็ยังมีพระเกจิอาจารย์ยุคหลังอีกมากมายหลายท่าน ที่ได้สร้างเครื่องรางปลาตะเพียนนี้ขึ้นอีกหลายรุ่น ต่างได้รับความนิยมจากบรรดาพ่อค้าแม่ขายมักบูชาไว้ในร้านเสมอเพื่อหวังผลทางด้านโชคลาภค้าขาย

แต่ครูบาอาจารย์ส่วนใหญ่ในอดีตนั้นจะสร้างปลาตะเพียนซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เป็นปลาตะเพียนสองตัว ถ้าเป็นไม้ไผ่จักสานก็จะทาสีเงินสีทองอย่างละตัว หรือถ้าทำด้วยโลหะก็จะทาสีเงินกับสีทองเช่นกัน แล้ว เรียกว่า “ตะเพียนเงินตะเพียนทอง” ใช้ห้อยแขวนในร้านในเรือ คือมีทั้งปลาตะเพียน อันหมายถึงความอิ่มหมีพีมัน ผนวกรวมด้วย “เงิน-ทอง” เข้าไปอีก เหมาะควรแก่การเป็นเครื่องรางของพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย หรือแม้แต่ปลาตะเพียนสานอย่างที่แขวนเป็นพวง ผูกไว้เหนือเปลให้เด็กแบเบาะนอนดูเล่น ก็น่าจะมีนัยความหมายเป็นเครื่องรางแห่งชีวิต

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ปลาตะเพียนรูปแบบต่างๆที่จัดสร้างเพื่องานกฐินปีนี้

แต่ความลับที่สำคัญอีกประการหนึ่ง นอกจากความหมายเชิงความอุดมสมบูรณ์แล้ว อักขระเลขยันต์ “คาถา”ที่ลงกำกับปลาตะเพียนก็มีความสำคัญเพราะจะเป็นการปลุกให้  “ปลาตะเพียน มีชีวิตมีจิตวิญญาน ให้ขยันเวียนว่ายชวนให้ผู้คนที่เห็นแวะเข้ามาทำให้ ขายดิบขายดี มั่งมีเยอะแยะ” 

ในงานทอดกฐินปีนี้ หลวงพ่อประเสริฐ  โชติปัญโญ แห่งวัดแก้ว เมืองสุพรรณบุรี ท่านจึงมีดำริว่า สมควรจะสร้างปลาตะเพียนขึ้นมามอบให้กับลูกศิษย์ทั้งหลายเก็บไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล เพราะ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวใครมีไว้มีกินไม่มีอด” 

ใครมีบูชาไว้ก็จะได้พบกับความสุข ความเจริญ หนุนเสริมให้กิจการค้ารุ่งเรืองและที่สำคัญในการจัดสร้างปลาตะเพียนที่ระลึกงานทอดกฐินวัดแก้วปีนี้ ท่านให้สร้างแบบมีขนาดเล็กๆเป็นเนื้อโลหะ แต่ขอบอกว่าถ้า ยิ่งส่อง จะยิ่งพบ ปริศนาธรรม ที่ท่านแฝงไว้กับอักขระเลขยันต์ที่หลวงพ่อท่านลงไว้ให้ และทุกขั้นตอนทุกรายละเอียดที่หลวงพ่อท่าน เมตตาตรวจแบบออกแบบเองทั้งหมด

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ตัวอย่าง ลองพิมพ์ตะกั่ว ปลาตะเพียน หลวงพ่อประเสริฐ

“วัตถุมงคลทำทั้งที อย่าทำแบบสุกเอาเผากิน ครูบาอาจารย์สอนเรามา ศิษย์มีครู ทำให้ถูกต้องบูชาคุณครู คนนำไปขึ้นคอนำไปใช้ จะได้คุ้มครองส่งเสริม ต้องทำให้ถูกต้อง ทำให้ดี ทำให้ตามที่เรียนมา ไม่ใช่อุตริทำขึ้นมาไม่เคยเรียมมาโบราณเรียกว่าเป็น ผิดครูผิดอาจารย์ มันเข้าตัว แล้วจะทำอะไรจะดีจะเจริญได้ไง แค่เริ่มแรกยังผิด ทำให้ถูกต้องทำให้ดีจะมีคุณอนันต์” หลวงพ่อประเสริฐ  โชติปัญโญ ท่านได้บอกกับ อ.ไก่ มือจูน-พระเครื่อง  ลูกศิษย์คนใกล้ชิดเอาไว้เช่นนั้น 

ซึ่งผมเองมีโอกาสได้รับความรู้ คำแนะนำจากท่านหลายครั้งในหลายโอกาสก็รับรู้ได้ว่า มีหลายเหตุผล มีหลายปริศนาธรรม ที่บอกให้รู้ว่าท่านต้องการขอบารมีครูบาอาจารย์ ที่สืบทอดสรรพวิชา เอามาเกื้อมาหนุน เพราะคนเราแต่ละคนมีโชคมีลาภวาสนาชีวิตไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงธรรมมะได้เสมอกัน ถ้าไขปริศนาธรรมแห่งพุทธาคุณออก 

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ตำแหน่งการจัดวางอักขระเลขยันต์บนเกล็ดปลาตะเพียน

ความสำเร็จปาฏิหาริย์ในชีวิตของคนที่มีเครื่องรางของขลังวัตถุมงคบพกติดตัวนั้น ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกันทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่มักเกิดกับผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง แม้ว่าวัตถุมงคลนั้นจะไม่มีราคาเช่าหามากมาย แต่ถ้าคุณศรัทธาเชื่อมั่นก็อาจจะส่งผลให้ชีวิตของคุณมีแต่ความเจริญ มีแต่จะเพิ่มทรัพย์สินให้มีมากกว่าเดิมด้วยบารมีธรรมแห่งศรัทธา 

สำหรับปลาตะเพียนทองมหามงคล ตำนานแห่งยุคนี้ ของหลวงพ่อประเสริฐ โชติปัญโญไม่ได้มาเพราะไปลอกเลียนแบบใคร แต่เพราะครูบาอาจารย์ของท่านสอนมาและท่านได้ร่ำเรียนมา จึงต้องการสร้างเพื่อบูชาครูบาอาจารย์ และมีวาระการปลุกเสกหลายวาระมาก รวมทั้งปลุกเสกหนึ่งไตรมาศคือ ตลอดพรรษาปีนี้ด้วย เพื่อให้ศิษย์ให้ผู้ศรัทธา เอาไปใช้ให้เกิดผลสำเร็จ มีเมตตา มีเสน่ห์ ค้าขายดี มีคนอุปถัมป์ค้ำชู กิจการได้ก็ก้าวหน้า เจรจาต่อลองก็สำเร็จ  พกพาบูชาติดตัวเดินทางน้ำขึ้นเหนือล่องใต้ก็แคล้วคลาดปลอดภัย มีแต่คนช่วยเหลือ

ขอดเกล็ดปลาตะเพียนอาคม สุดยอดเครื่องรางขลังเมตตาค้าขาย หลวงพ่อประเสริฐ วัดแก้ว สุพรรณฯ  

ปลาตะเพียนทอง ที่จัดสร้างเพื่องานนี้เช่นกัน

สำหรับ อักขระเลขบัยต์คาถา ทีหลวงพ่อประเสริฐ์ลงไว้ที่เกล็ดปลาตะเพียน ประกอบด้วย ยันต์คาถา นะ ชา ลี ติ,ยันต์คาถา นะ มะ พะ ทะ, ยันต์คาถา มะ อะ อุ ,ยันต์คาถานะโม พุทธ ธา ยะ,ยันต์คาถา อะระหัง นะ หน้า ทอง

เรียกว่าขอดเกล็ดออกมาแล้วก็จะพบว่า เป็นปลาตะเพียนทองมหามงคลจริงๆแต่จะเปิดให้เช่าบูชาเมื่อไร ต้องติดต่อสอบถามไปที่วัดแก้วหรือที่www.facebook อ.ไก่ มือจูน พระเครื่อง ศิษย์เอกของหลวงพ่อ  ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานนี้

จาก “แม่หม่อมกวัก” สู่ “แม่หม่อมกวักมโนราห์” ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/462821

จาก “แม่หม่อมกวัก”สู่”แม่หม่อมกวักมโนราห์”  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า 3 เมษายน 2564 – 08:32 น.

จาก “แม่หม่อมกวัก”สู่”แม่หม่อมกวักมโนราห์”  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย… เอก อัคคี  FB : Akeakkee Ake

ผมเชื่อเสมอว่า นักไสยศาสตร์กับนักวิทยาศาสตร์ มีความเหมือนกันอยู่หลายประการ ซึ่งหนึ่งในความเหมือนหลายประการนั้นก็คือ “การเป็นนักทดลองเล่นแร่แปรธาตุ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ “พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ”

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

พระอาจารย์ประสูติ แห่ง ถ้ำพระพุทธโกษีย์(วัดในเต่า จ.ตรัง)

เพราะกว่าที่จะได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถใช้งานได้จริง ก็ต้องเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้าทดลอง ลองผิดลองถูกตามสูตรสมการที่ค้นค้นขึ้นมา นักไสยศาสตร์วิทยาคมก็เช่นกัน กว่าที่จะสร้างเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคลขึ้นมาแต่ละชิ่นก็ต้องผ่านการศึกษาเรียนรู้ค้นคว้า ลองผิดลองถูก กว่าจะนำไปให้ผู้คนใช้บูชาพกพาติดตัวหรือว่าวางไว้เป็นสิ่งเคารพสักการะ

แน่นอนว่า ผลทางวิทยาศาสตร์คือ ต้องใช้งานได้จริง
แน่นอนว่า ผลทางไสยศาสตร์พุทธาคมก็ต้องใช้งานได้จริง-เช่นกัน!!

…………………..

ในศาสตร์ลี้ลับทางภาคใต้อย่างวิชาไสยศาสตร์วิทยาคมก็เช่นกัน ต้องสร้างได้แล้วใช้ได้ผลจริงและหนึ่งในเครื่องรางของขลังซึ่ง เป็นที่ยอมรับว่า เป็นสุดยอดเครื่องรางของขลังด้านเมตตามหานิยม เรียกเงินเรียกทอง รูปแบบเดียว “นางกวัก”ทางภาคกลางนั้นก็คือ “แม่หม่อมกวัก”

ซึ่งนับเป็นสุดยอดเครื่องรางอันดับต้นๆของเมืองตรัง ในอดีตที่โด่งดังมากก็คือ แม่หม่อมกวักที่ปลุกเสกและสร้างขึ้นโดย พ่อท่านชื่น พระเกจิอาจารย์ผู้เรืองเวทย์ในอดีต แห่งสำนักสงฆ์ทุ่งชน

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

พ่อท่านชื่น สำนักสงฆ์ทุ่งชน จ.ตรัง เจ้าตำรับวิชาแม่หม่อมกวัก

ถือเป็นเครื่องรางที่มีพุทธคุณสูงทางเมตตามหานิยม เรื่องทำมาค้าขายเงินทองไม่ขาดหลวงพ่อท่านจะสร้างเองที่ละองค์และปลุกเสกเรียกจิต เรียกนาม ปลุกเสกตั้งอาการ 32 จนเกิดเห็นเป็นนิมิตเป็นองค์แม่หม่อม พุทธคุณคล้ายนางกวัก แต่ว่ากันว่ามีศักดิ์ที่สูงกว่า ซึ่งการสร้างแม่หม่อมถือเป็นเครื่องรางที่เป็นต้นตำรับเฉพาะของพ่อท่านชื่นแห่งวัดทุ่งชลและท่านได้ถ่ายทอดสรรพวิชานี้ให้กับพระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ หรือวัดในเตา  อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ทั้งหมด ซึ่งพระอาจารย์ประสูติก็เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 2545

ถ้าจะกล่าวถึงพระอาจารย์ประสูตินั้น เป็นที่ยอมรับกันว่าท่านเป็นพระนักปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ขณะเดียวกันก็ยังเป็นพระนักพัฒนา ทำให้เป็นที่นับถือศรัทธาจากชาวบ้านโดยทั่วไป ทั้งใน จ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง และพื้นที่ใกล้เคียง 

ท่านเป็นศิษย์เอกของ หลวงปู่แสง ธมฺมสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดในเตา ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองตรัง สายสำนักเขาอ้อ จ.พัทลุง หลังจากร่ำเรียนวิชาจากหลวงปู่แสงแล้ว พระอาจารย์ประสูติท่านได้กราบลา เพื่อเดินทางไปศึกษาวิชากับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วทุกภาคของประเทศไทย 

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

แม่หม่อมกวัก สุดยอดเครื่องรางในตำนาน

อาทิ เช่น เดินทางไปภาคเหนือ เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ “ครูบาเหมย” วัดศรีดงเย็น จ.เชียงใหม่ เดินทางลงมายังภาคกลาง เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ “หลวงพ่อสัมฤทธิ์” วัดถ้ำแผด จ.กาญจนบุรี ส่วนในภาคใต้ ท่านเดินทางไปยังหลายวัด เพื่อขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ อาทิ หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร, พระครูบุญญาภินันท์ หรือพระอาจารย์หรีด วัดป่าโมกข์ จ.พังงา, พ่อท่านชื่น สำนักสงฆ์ทุ่งชล จ.ตรัง เป็นต้น

จากการได้ออกธุดงค์เสาะแสวงหาพระอาจารย์ เพื่อศึกษาวิชาความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ทำให้พระอาจารย์ประสูติเป็นพระวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีสมาธิแก่กล้า จนเป็นที่เลื่องลือในด้านการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง เด่นในพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม พ.ศ.2540 ท่านกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ครั้นต่อมา พ.ศ.2535 หลวงปู่แสง เจ้าอาวาสวัดในเตา มรณภาพลง ทำให้วัดแห่งนี้แทบจะกลายเป็นวัดร้างไป เนื่องจากไม่มีเจ้าอาวาสและพระลูกวัดอาศัยอยู่อย่างถาวร

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

พิธีบวงสรวงเททองหล่อแม่หม่อมกวักมโนราห์

แม้จะมีพระสงฆ์หลายรูปหมุนเวียนกันมาเพื่ออยู่จำพรรษาที่วัดในเตา แต่ท้ายสุดไม่สามารถอยู่ได้และต้องย้ายออกไป เมื่อชาวบ้านรับทราบว่า พระอาจารย์ประสูติ เดินทางกลับมาจำวัดอยู่ที่วัดห้วยยอด ในฐานะที่เป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่แสง มากที่สุด และเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาเช่นเดียวกับหลวงปู่แสง ชาวบ้านจึงได้ไปกราบนิมนต์ขอให้เป็นเจ้าอาวาสวัดในเตา นับตั้งแต่ พ.ศ.2544 จนถึงปัจจุบัน

สำหรับวัดในเตา ได้ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2203 มีพระพุทธรูปที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์ ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ประดิษฐานอยู่คู่กับวัด 3 องค์ คือ พระพุทธโกษีย์ พระธรรมรูจี และพระศรีไกรสร โดยได้นำเอาชื่อของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ มาตั้งเป็นชื่อวัด และภายในถ้ำแห่งนี้ เป็นที่ร่ำลือกันว่า มีเหล็กไหล ฝังอยู่มานานหลายร้อยปีแล้ว เป็นผลทำให้มีชาวบ้านจำนวนมาก แอบลักลอบเข้าไปขุดเหล็กไหล สร้างความเสียหายอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ พระอาจารย์ประสูติ จึงได้นำเหล็กไหล ที่ได้กระทำพิธีขอพลีขึ้นมาจากใต้ถ้ำ รวมน้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ไปฝังเอาไว้ใต้พระประธานภายในอุโบสถวัด เพื่อต้องการแก้ปัญหาการทุบทำลายถ้ำ ขโมยเหล็กไหลและเมื่อพระอาจารย์มาดูแลวัดในเตา ท่านก็ได้ให้ลูกศิษย์สร้างวัตถุมงคลออกมาเป็นระยะๆเพื่อเป้นการสืบสานสรรพวิชาไสยเวทพุทธาคมของบูรพาจารย์และสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้คน

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

พ่อเพชร ครูหมอเฒ่า ประพรมน้ำมนต์ในพิธีเททองหล่อ
โดยมี อ.แอ๊ด ศิษย์อาจารทอง เป็นผู้ช่วยถือครอบน้ำมนต์

……………

และในปีนี้ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เจอมรสุมต่างๆมากมาย พระอาจารย์ประสูติได้เล็งเห็นแล้วว่า บรรดาผู้คนขาดขวัญกำลังใจในการประกอบการค้าขาย อยากมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่เป็นสิริมงคลและสามารถนำไปบูชาแล้วได้ผลจริงตามสรรพวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมา

ท่านจึงมีดำริให้ศิษย์ผู้ใกล้ชิดคือ “อ๊อด สิชล” สร้าง แม่หม่อมกวักมโนราห์ ปี 2564 ขนาดองค์บูชาขึ้นมาเพื่อเรียกทรัพย์สินเงินทองให้ไหลนองมากองตรงหน้าร้านค้าร้านขายและเป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์การสร้างหม่อมกวักและ ศาสตร์แห่งมโนราห์ในภาคใต้อันเป็นศิลปะการร้องและการรำชั้นสูง สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่เชื่อมั่นศรัทธา 

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

แม่หม่อมกวักมโนราห์ องค์หล่อนำฤกษ์องค์แรก

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสืบสานตำนานไสยเวทย์สายวิชามโนราห์มหาเสน่ห์และต่อ ยอดทดลองวิชาอีกแขนง ด้วยการนำมาผสมผสานกับวิชา “แม่หม่อมกวัก” อันโด่งดังแห่งเมืองตรัง ที่ท่านเรียนมาจากพ่อท่านชื่น สำนักสงฆ์ทุ่งชน ต.นาบินหลา อ.เมือง จ.ตรัง เป็นบรมครู ซึ่งอาจารย์ประสูติ นับได้ว่าเป็นศิษย์รักของท่าน วิชาอาคมใดๆในตัวที่ท่านมีได้เมตตาถ่ายทอดให้แก่อาจารย์ประสูติจนหมดสิ้นอย่างไม่ปิดบัง ไม่ว่าจะเป็นคาถาอาคมต่างๆ วิชาทำน้ำมัน ทำตะกรุด ทำสายคาดเอว ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาสำคัญที่สุดในตัวท่านคือ วิชาทำ “แม่หม่อมกวัก มหาเสน่ห์ มหาลาภ ค้าขาย” 

ที่สำคัญรุ่นนี้มีการหลอมรวมชนวนมวลสารมากมาย สำหรับแผ่นชนวนมวลสารที่นำมาหลอมเป็น “แม่หม่อมนางกวักมโนราห์”2564 นั้นประกอบด้วยแผ่นยันต์จาก พ่อเพชร ครูหมอเฒ่า,อ.เขียว เทพทอง,อ.เทียม ซิวใจเอื้อ,อ.อดิศักดิ์ ลุปต์ซ่า,อ.แขก รือเสาะ,อ.ประภาส เมืองตรัง, อ.ดิว เจ้าพยัคฆ์จันดี,อ.ดำ ธาตุน้อย,อ.เบส ศิษย์พ่อท่านชอบ,อ.แอ๊ด ศิษย์ครูทอง,อ.อ๋อ บ่อทอง,อ.เอก มหามงคล,อ.เทพ พงศาวดาร,ครูทอง พรหมมัน,อ.พงษ์ เจ้าพระยาตาทิพย์,ฤษีขุนเดช เขาเจ็ดยอด,เทวธรรม ภูเขาหลัก,อ.ธงชัย ราชภูชงค์,อ.วงศ์ธวัฒน์,อ.เณรดอย เมืองตรัง,อ.โจอี้ ซัง,อ.หมออาร์ม บารมีปู่ฤาษีตาไฟ,หมอนันท์ พระพรหม,อ.ว โคกโพธิ ,อ.ต้น ตรีศูล,อ.โอม สังกร,อ.จุล จุลจักร,อ.สุรต๊อก และชนวนเก่าอันศักดิ์สิทธิ์อีกจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นวัตถุมงคลสายโภคทรัพย์จากภาคใต้อีกรุ่นที่น่าจับตามองในปีนี้

จาก "แม่หม่อมกวัก"สู่"แม่หม่อมกวักมโนราห์"  ศาสตร์ผสมศิลป์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์ เรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า

 อ๊อด สิชล ผู้ดำเนินการจัดสร้างถวายให้พระอาจารย์ประสูติขณะนำองค์นำฤกษ์มาให้พ่อเพชร ครูหมอเฒ่าผู้เรืองวิทยาคม ชมความสวยงามที่เข้มขลังตามแบบฉบับไสยเวทสายใต้

…………..

สำหรับ แม่หม่อมกวัก นั้นครูบาอาจารย์ทางภาคใต้บอกว่าจะคล้ายๆกับนางกวัก แต่แม่หม่อมกวักจะมีศักด์สูงกว่านางกวัก ก็เพราะขึ้นต้นด้วยคำว่า “หม่อม” อันเป็นคำเรียกชนชั้นสูง ในขณะที่คำว่า “นาง” ซึ่งใช้เรียกว่า ผู้หญิงสามัญชนคนธรรมดา ซึ่งอาจารย์ประสูติท่านได้สืบสานตำนานการจัดสร้างแม่หม่อมกวักมาตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน 

สำหรับคาถาบูชาแม่หม่อมกวักมโนราห์มีอยู่ว่า “โอมปู่เจ้าเขาเขียว มีลูกคนเดียวชื่อว่าหม่อมกวัก หญิงเห็นหญิงรัก ชายเห็นชายหลง โอม เทิบ เทิบ มหาเทิบ เทิบ สัพพะเทิบ เทิบ สวาหะ นะชะแง้ โมแลหา พุทไม่เห็นหน้า ธาอยู่มิได้ ยะร้องไห้มาหากู”

เพราะฉะนั้นในยามที่เศษฐกิจตกสะเก็ดอย่างนี้…ใครอยากมีผู้ช่วยมากวักเรียกเงินเรียกทองให้ไหลนองมากองตรงหน้า—กรุณาอย่ามองข้าม “แม่หม่อมกวัก มโนราห์แห่งถ้ำพระพุทธโกษีย์”

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ “คนเป็นแม่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/462653

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ “คนเป็นแม่” 

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ "คนเป็นแม่" 1 เมษายน 2564 – 11:04 น.

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ “คนเป็นแม่” 

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี กล่าวถึงจุดกำเนิดของโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีว่า โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี จัดตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง ที่ประสงค์จะให้บุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนแนวใหม่มีบรรยากาศนานาชาติ โดยเปิดสอนระดับเตรียมอนุบาล อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย “บุตรหลานของท่านจะได้รับการอบรม บ่มเพาะบ่มนิสัย ให้เป็นผู้นําที่มีความพร้อมทั้งศาสตร์ คือ มีความรู้ ภูมิปัญญา ความชํานาญ และเป็นผู้มีศิลป์ คือมีความสามารถ มีประสิทธิภาพอย่างโดดเด่น” รศ.ดร.บังอร กล่าวและว่า

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ "คนเป็นแม่" 

โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี  เป็นรูปแบบของการผสมผสานระหว่างแนววิชาการ และแนวบูรณาการ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีความสุขกับการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม และได้ความรู้ที่ครบถ้วน นักเรียนชั้น ม.6 รุ่นแรกของเราที่จบไป ได้เข้าเรียนต่อที่ ม.มหิดล ในคณะอินเตอร์หลายคน ซึ่งนับว่าเป็นความสำเร็จของเรา ของคนเป็นครู ที่ได้ส่งเด็กๆของเราไปถึงฝั่งฝัน ตามที่เขาตั้งความหวังไว้ ถือเป็นความภูมิใจอย่างมาก ที่ได้ส่งไม้ต่อให้ลูกศิษย์ ไปถึงจุดนั้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ดิฉันในฐานะคุณย่า มีความตั้งใจเปิดโรงเรียนแห่งนี้ และทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้หลายชายทั้งสองคน คือ “น้องดี” ดวงดิช ชัยรุ่งเรือง และ “น้องดวิณ” ดวงเดช ชัยรุ่งเรือง ได้มาเรียน ณ ที่แห่งนี้ 
รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ "คนเป็นแม่" 

ด้าน “ครูเอิร์น” จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผู้อํานวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี กล่าวว่า ในฐานะของคนเป็นแม่ ดิฉันมุ่งหวังให้โรงเรียนนี้เป็นที่เสริมสร้างความรู้ทางวิชาการ เสริมสร้างทักษะ ทางสังคมและพัฒนาการต่างๆ ของลูก ในขณะเดียวกันก็จะต้องเป็นที่ที่ลูกๆ อยู่แล้วมีความสุข และปลอดภัย

“นี่คืออุดมการณ์ของโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี เพื่อสร้างก้าวแรกให้พวกเขา พร้อมที่จะก้าวเดินไปอย่างสง่างามและมั่นคงในอนาคต เรามีความตั้งใจที่จะทําให้โรงเรียนของเรา บนพื้นที่ 88 ไร่ มีความพร้อมและสมบูรณ์ในทุกด้าน ทั้งวิชาการ สถานที่และสื่อการเรียนที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนของเราทุกคน จะได้มีความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างเต็มที่ “

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ "คนเป็นแม่" 

อีกท้ังยังมีการเพิ่มชั่วโมงการเรียนภาษาที่สําคัญอีก 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษและภาษาจีน กับเจ้าของภาษา Native Speaker  เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีความแข็งแกร่งด้านภาษาตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล ซึ่งในระดับปฐมวัย เด็กๆจะได้เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับองค์ความรู้ในวิชานั้นๆทำให้เด็กๆซึมซับความรู้ไปอย่างธรรมชาติซึ่งจะแตกต่างกับการ force หรือกดดันให้เรียนรู้ ทั้งนี้เด็กๆในระดับอนุบาลของเรามีการ ทำ project approach หรือการนำเสนอโครงงาน เพื่อบ่มเพาะความกล้าแสดงออกในระดับที่เป็นไทย 
 
“ที่โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี มีการสอน 3 ภาษา เน้นให้เด็กสนทนา  ผ่านการเล่น การทำกิจกรรม การทำอาหาร เป็นต้น โดยคุณครูต่างชาติ ทั้งครูฝรั่ง และครูจีน ที่เป็นเจ้าของภาษาตัวจริง เด็กนักเรียนที่นี่ จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ในชั้นเตรียมอนุบาล และ อ.1 มี นักเรียน 15 คนต่อห้อง ชั้น อ.2 และ อ.3 ประมาณ 18 คน โดยมีคุณครูดูแลห้องละ 2 คน

รร.สาธิตกรุงเทพธนบุรี โรงเรียนแนวใหม่ ผสานวิชาการและบูรณาการ ด้วยหัวใจของ "คนเป็นแม่" 

ในส่วนของสภาพแวดล้อมจะเป็นอาคารเรียนชั้นเดียว เพดานสูง และตกแต่งในบรรยากาศที่เสริมสร้างจินตนาการ ของเด็ก ๆ เช่น อวกาศ ระบบสุริยะจักรวาล ไดโนเสาร์ เป็นต้น และยังมีพื้นที่การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ให้เรียนรู้ทั้งด้านเกษตร เช่น ฟาร์มเมล่อน ภายใต้ โครงการ “เมล่อนของหนู” รวมถึงการเลี้ยงสัตว์แบบไปเห็น และลงมือทำจริงๆค่ะ” ครูเอิร์น กล่าว 
 
ด.ญ.การะเกด (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ม.1 สาธิตกรุงเทพธนบุรี บอกว่า หนูภูมิใจที่มีโอกาสเข้าเรียนที่สาธิตกรุงเทพธนบุรี หนูชอบห้องเรียนอัจฉริยะที่เหมาะกับยุค 4.0 มาก ๆ โดยเฉพาะห้อง Interactive learning Museum แค่ใช้ iPad สแกนไปที่รูปภาพบนผนัง ข้อมูลที่หนูสนใจก็โชว์มาบนหน้าจอทันทีเลยค่ะ   
 
ทั้งนี้โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี จะเริ่มเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่ ช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ผู้ปกครองสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 468 ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170 โทร : 02-408-1919, 089-305-1111 

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ “พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/462214

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ “พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ”

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ "พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ"27 มีนาคม 2564 – 07:53 น.

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ “พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ”  คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย…. เอก  อัคคี FB : Akeakkee Ake 

วันก่อนได้มีโอกาสนั่งสนทนากับ อ.แขก รือเสาะ  ครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพนับถืออีกท่านหนึ่งในวงการพระเครื่องฯเลยได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับเคล็ดวิชาเรียกทรัพย์ของ “ขุนช้าง”คู่ปรับคนสำคัญของ“ขุนแผน” ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยมองมาก่อนโดยเฉพาะในมุมมองที่ว่า ขุนช้างเหนือกว่าขุนแผน อาทิ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้…อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ "พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ"

ขุนช้าง เจ้าทรัพย์ เนื้อนวโลหะมหาชนวน

1.ขุนช้างมีฐานะที่ร่ำรวยกว่า มีฐานะมั่นคงมั่งคั่งมากกว่าขุนแผน
2.มีตำแหน่งเป็น “ขุน”เหมือนกัน แต่ขุนแผนกว่าจะได้เป็นท่านขุนต้องออกรบเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอยู่ 3 ปี ส่วนขุนช้าง ดูแลพระคลังนั่งสบายๆ อยู่ในกรุงศรีอยุธยาก็ได้เป็นท่านขุน
3.ขุนแผนมีเมีย 4 คน แต่ชีวิตเป็นไปด้วยปัญหาความรักวุ่นวาย ต้องติดคุกติดตะราง เป็นคนเจ้าชู้หลายใจ แต่ขุนช้าง รักเดียวใจเดียวและเลี้ยงดูนางวันทองเป็นอย่างดี ทำให้นางวันทองเริ่มเห็นใจขุนช้างแต่อย่าลืมว่าขุนช้างมีสาวๆ ในบ้านคอยรับใช้ร่วม 40 คนราวกับราชาในฮาเร็ม
4.ขุนแผนเสียเมียรักให้กับเพื่อน แต่ขุนช้างได้เมียเพื่อนที่ตัวเองรัก
5.ขุนแผนเจอวิบากกรรมมาตลอดชีวิต บั้นปลายก็ลำบาก แต่ขุนช้างออกบวชจนเป็นสมภาร
6.ขุนแผนมีวิชาอาคมขลังเน้นทางอยู่ยงคงกระพัน มหาเสน่ห์จนชีวิตรักวุ่นวาย  ขุนช้างก็มีวิชาอาคมแต่ที่โดดเด่นมากเป็นพิเศษคือเน้นในเรื่องโชคลาภร่ำรวย โภคทรัพย์

………….
อ.แขก รือเสาะ เล่าต่อว่า เหตุที่มองว่า ขุนช้างเจ้าทรัพย์ คือ“สุดยอด” วัตถุมงคลแห่งโชคลาภสายพ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ ปัตตานี เพราะทราบมาท่านได้วิชามาจากกัมมัฏฐานสมาธิ  ซึ่งขุนช้างได้มาหาท่านในกัมมัฏฐาน แล้วบอกว่าท่านกับขุนช้างวาสนาต้องกัน จึงมาสอนวิธีการสร้างพระผงขุนช้างและพระเครื่องพระขุนช้างทุกชนิด รวมไปถึงบอกอย่างละเอียดในวิธีการต่างๆ เช่น การบวงสรวง ตัวคาถาบูชา วิธีการใช้ และการเสาะหามวลสารหลักๆที่สำคัญ และถ้าทำเนื้อผง จะต้องไม่ขาดอะไร ถ้าทำเนื้อโลหะต้องไม่ขาดอะไร ถ้าทำพระบูชาต้องไม่ขาดอะไร     

“ต้องเล่าย้อนหลังกลับไป ในสมัยปี พ.ศ. 2535 ผมอยากได้พระขุนแผน จึงไปหาอาจารย์เขียว ที่ผมเรียกท่านว่า ตาหลวง บอกท่านยว่า อยากได้พระขุนแผน พ่อท่านเขียวท่านถามว่าเอาพระขุนแผนไปทำอะไร ทำไมต้องเป็นพระขุนแผน  ผมก็บอกว่าอยากได้ เพราะดีทางเมตตามหานิยม เสน่ห์ โชคลาภ ตาหลวงท่านจึงบอกว่าขุนแผน สู้ขุนช้างไม่ได้เลย แต่คนทั่วไปเขาจะนับถือขุนแผน เพราะขุนแผนมีชื่อเสียงมากกว่า ตาหลวงท่านบอกว่าเรื่องเสน่ห์เมตตา ขุนแผนสู้ขุนช้างไม่ได้ ขุนแผนมีเมียแค่ 4 คน คือ นางพิม นางสร้อยทอง นางลาวทอง นางสายทอง แต่ขุนช้างมีไพร่ในเรือนเบี้ย 40 คน (คือนางห้องเป็นสาวงาม) สู้กันไม่ได้เลย

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ "พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ"

ขุนช้าง เจ้าทรัพย์ เนื้อนวโลหะมหาชนวน

ในเรื่องของยศถาบรรดาศักดิ์ การได้มานั้นต่างกันมาก ขุนแผนต้องไปรบที่เชียงใหม่ จึงได้ยศ “ขุนแผนแสนสะท้าน” กลับมา ซึ่งต้องเสี่ยงตาย ไปรบราฆ่าฟันเป็นปี แต่ขุนช้างท่านเจ้าเมืองให้ยศด้วยตัวเอง เพราะขุนช้างเป็นคหบดี ให้เจ้าเมืองยืมเงิน ได้ศักดิ์ความเป็นขุนเพราะความร่ำรวย และยศของขุนแผนก็ไม่คงทนด้วย ขุนแผนเคยโดนถอดยศหลายครั้ง รบแพ้ถอดยศ รบไม่ดีถอดยศหลายรอบ แต่ขุนช้างไม่เคยถูกถอดยศ 

ขุนแผนเคยโดนติดคุก 9 ปี 8 เดือน แต่ขุนช้างไม่เคยติดคุก รอดคุกด้วยปัญญา ครั้งหนึ่งจมื่นศรีจะจับขุนช้างติดคุก แต่ขุนช้างฉลาดกว่า แกล้งบ้า จึงไม่ต้องติดคุก และที่เด็ดกว่านั้น คือ ขุนแผนเมียได้เพื่อน แต่ขุนช้างได้เมียเพื่อน จะเห็นอย่างชัดเจนว่าขุนช้างผิดกับขุนแผน แต่ที่ดีเด่นเหนือสิ่งใด คือ ขุนช้างจะเด่นเรื่องโภคทรัพย์ เงินเยอะ ทรัพย์มาก ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทั่วไปต้องการ”  

พออาจารย์แขกได้ฟังก็เริ่มเอนเอียง แต่ด้วยที่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวของขุนแผนมาตั้งแต่เกิด เรื่องราวของขุนช้างก็เลยคาใจอยู่ จนเกิดเหตุการณ์หนึ่งได้เกิดกับญาติพี่น้องของอาจารย์แขก  ซึ่งทำงานที่ร้านยาง ที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา     

” พี่คนนี้ธุรกิจกำลังจะเจ๊ง เลยมาขอหวยกับตาหลวงเขียว ท่านบอกว่าหวยมันไม่ยั่งยืน สู้ทำมาหากินไม่ได้ พี่คนนี้เลยบอกกับตาหลวงไม่ไหวแล้ว ถ้ายังเป็นแบบนี้เจ๊งแน่ ถ้าจะเอาเงินมาหนุนต้องหวยอย่างเดียว ตาหลวงบอกมึงรอดแน่ ไอ้ทิดมึงรอดแน่ มึงเอาพระขุนช้างไปบูชา พี่คนนี้เขาไม่รู้จักขุนแผน ไม่รู้จักขุนช้าง แต่รู้ว่าตาหลวงให้วัตถุมงคล คือ ขุนช้าง เขาเลยเอาไปบูชา ตาหลวงบังคับให้แขวนคอ แล้วบอกว่าหากเจอเรื่องปัญหาให้อาราธนา คาถาหัวใจของขุนช้าง “นะโม หัตถัง พ่อขุนช้างยัง ก ค ข” แล้วอยากได้อะไรก็พูดต่อไป ปรากฏว่าพี่เขาก็ได้ตามนั้นจริงๆ รอดจากวิกฤติอย่างไม่น่าเชื่อ ภายในเวลา 3 เดือน เขากลับมาพลิกฟืนได้มีหน้าตา ฐานะร่ำรวย ทุกวันนี้เขาก็ยังแขวนขุนช้างบนคอ”      

ซึ่งในการสร้างพระขุนช้างรุ่นแรกนั้น พ่อท่านเขียวสร้าง พระขุนช้างสมัยเป็นเนื้อผง สีขาวๆและ ไม่มีให้เช่าหาบูชาในท้องตลาด เพราะพ่อท่านเขียวสร้างเพียง 30 องค์ ต่อมาเมื่อมีคนอยากได้เยอะ  พ่อท่านเขียว จึงนำมวลสาร จากเนื้อว่านหลวงพ่อทวด ปี 2497 กับ ปี พ.ศ. 2524 มารวมกัน แล้วใส่มวลสารที่บังคับในตำราการสร้างขุนช้าง ตามที่ขุนช้างมาบอก คราวนี้สร้างออกมาอย่างเป็นทางการ ในปี 2539 ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมาก     

สำหรับส่วนตัวของอาจารย์แขกนั้น หลังจากที่เริ่มบูชาขุนช้างตั้งแต่ ปี 2537 แค่ปีแรกได้ซื้อรถยนต์ พลิกชะตาแบบเห็นหน้าเห็นหลังเลย ปีต่อมา ซื้อบ้านจัดสรรราคาหลายล้าน ซื้อด้วยเงินสด บูชาปีที่สาม สามารถซื้อรถยนต์ป้ายแดงอีก 2 คัน โดยส่วนตัวอาจารย์แขกก็มีเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งอาจารย์ยืนยันว่า มาจจากการบูชาพระขุนช้างนั้นเอง      

ส่วนขุนช้าง เจ้าทรัพย์ เนื้อนวโลหะ รุ่นนี้ที่ถือว่าเป็นพระเครื่องประจำตัวของอาจารย์แขก ที่พกพาบูชาติดตัวตลอดเกิดจากการบนบานขุนช้าง เกี่ยวกับ“ที่ดิน”ซึ่งมีราคาสูงถึง11,500,000บาท แต่เงินของอาจารย์แขกในเวลานั้นมีเพียงแค่ 40,000บาท อาจารย์แขกจึงหยิบพระขุนช้างพ่อท่านเขียว เนื้อชินวัชระธาตุ ซึ่งในเวลานั้นเลี่ยมพลาสติก แล้วว่าคาถาขุนช้าง “นะโม หัตถัง พ่อขุนช้างยัง ก ค ข”พอจบคำว่า“ข”ก็พูดออกมาว่า “ลูกอยากได้ที่แปลงนี้มากแต่มันแพงมาก เขาบอกว่าให้วางมัดจำก่อน 10 % คือ 1.5ล้านบาท แต่ตอนนี้ในตัวมีเงินอยู่ 40,000 บาท”  เพียงครู่เดียวเท่านั้น ภาพของขุนช้างได้มาปรากฏแล้วมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้า จากนั้นได้ยินเสียง“ได้ ได้”

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ "พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ"
.ผู้เขียนกับพระเครื่องขุนช้าง องค์ประจำตัว  

อาจารย์แขกเล่าต่อไปว่า
“ปรากฏว่า เช้าวันรุ่งขึ้นมีคนตามให้ไปดูฮวงจุ้ยที่จะตั้งโรงงาน แล้วเซ็นเช็คมาให้ จำนวนเงินเท่ากับค่าวางมัดจำ ในเวลานั้นได้ตั้งจิตอธิษฐานหากว่าได้ที่ดินแปลงนี้ ลูกจะสร้างขุนช้างให้ดังกว่าขุนแผน พอได้ที่ดินแปลงนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ทำตามที่ได้ให้สัญญา คือ สร้างขุนช้าง เนื้อนวโลหะมหาชนวน ที่ทุกวันนี้ผมก็บูชาติดตัวตลอด ” 

…………..
สำหรับคาถาหัวใจขุนช้างนั้น คือ นะโมหัตถัง พ่อขุนช้างยัง ก ค ข 
นะโม คือหัวใจนอโมของเขาอ้อ หรือหัวใจนอโมในคัมภีร์รัตนมาลา
คือ ว่าด้วยเรื่องพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คือคุณทั้งจักรวาล 
หัตถัง แปลว่า มือ
เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่า ด้วยหัวใจของนอโม และ การเคารพนอบน้อมของข้าพเจ้าครั้งนี้จึงขอพรจากขุนช้างด้านโชคลาภเงินทอง โดยตรง ปกติแล้วจะไม่มีใครมาแปลคาถาให้ฟัง    

อาจารย์แขก  รือเสาะ บอกว่า คนที่เรียนไสยศาสตร์แล้วเห็นผลมีอยู่ 2 ประเภท คือ อย่างแรกโง่ที่สุด อาจารย์ว่ายังไงก็เชื่อตามนั้น อย่างที่สองฉลาดที่สุด คือ รู้ทุกขั้นตอน รวมถึงตัวคาถาด้วย เพราะฉะนั้นเราจะต้องให้เรียนไสยศาสตร์อย่างฉลาดที่สุด เพื่อที่จะได้เคารพและเข้าใจตัวคาถาและการวางจิต คือ ใส่พลังจิตของเราลงไป    

……………..
” นะโมหัตถัง “คือ ด้วยหัวใจแห่งพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และจักรวาลนี้ และการนอบน้อมของข้าพเจ้า ที่เอามือคารวะบูชา พ่อขุนช้างยัง คือพ่อขุนช้างอยู่นี่ ก ค ข …
“ก”คือเป็นนะโมอักษรตัวแรก
“ค”คือ หัวใจของการเริ่มต้นทั้งหมด ในคัมภีร์รัตนมาลา
“ข”คือ ขอในเรื่องต่าง ๆ ด้วยพลังของพุทธคุณธรรมคุณ สังฆคุณ และพลังของเทพจักรวาลทั้งหมด    

ในการนอบน้อมมือของข้าพเจ้าครั้งนี้ พ่อขุนช้างอยู่นี่ขอให้ข้าพเจ้าทำในเรื่องนี้สำเร็จ ทั้งหมดนี้ คือหัวใจของตัวคาถา ซึ่งนำมาใช้กับพระขุนช้างได้ทุกรายการ และพ่อขุนช้างท่านยังชอบ“ดอกไม้สีขาวและขนมหวาน”มาก     

ดังนั้นหากจะบนบานพ่อขุนช้าง ต้องบนด้วยดอกไม้สีขาว คือ ดอกมะลิ (ใส่พาน)และขนมหวาน นั่นคือสิ่งที่เป็นความโดดเด่นของขุนช้างและอำนาจพุทธคุณของพระขุนช้าง คือ ขอในสิ่งใดๆ ก็จะได้ตามความปรารถนา    

” อย่างที่ผมบอกว่า “ขุนแผนเมียได้เพื่อน(เมียได้กับคนอื่น) แต่ขุนช้างได้เมียเพื่อน(ได้เมียขุนแผน) ชนะแบบปิดประตูแพ้ เลือกเอาจะเอาเมียเพื่อนหรือเมียได้เพื่อน (หัวเราะ) ผมบอกตรงๆ ผมมีพระหลายชุด  คือ ชุดพระแขวนอวดชาวบ้าน ชุดเดินทาง  ชุดทำพิธี และชุดที่ถ้าไม่แขวนแล้วไม่สบายใจ  แต่พระเครื่องที่ผมเชื่อมั่นและมันใจที่สุด คือขุนช้าง เนื้อนวะโลหะมหาชนวน  ขุนช้างเจ้าทรัพย์     

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ "พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ"

ผู้เขียนกับพระเครื่องขุนช้าง องค์ประจำตัว

หลายคนงงและสงสัย ว่าทำไมถึงเป็นขุนช้าง ทำไม่ผมไม่บูชาพระเครื่องดังๆ ราคาแพงๆ ติดตัวผมจะตอบแบบตรงในแบบฉบับของผมคือพระที่เราเล่นหากันแพงๆ ผมไม่รู้ว่าสร้างอย่างไง และที่สำคัญผมไม่รู้ว่าเสกอย่างไง แต่ขุนช้าง พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะรุ่นนี้ ผมสร้างกับมือผมรู้ว่าดีอย่างไง ผมจะบอกให้ว่าการสร้างพระขุนช้างรุ่นนี้ผมได้เอาตะกรุดที่ผมเช่าบูชาไว้ตั้งแต่เล่นพระใหม่ๆทั้งหมดมาหลอมรวมกันแล้วสร้าง ไม่ว่าจะตะกรุดอะไรอาจารย์ไหนผมรับรองมีหมดทั้งตะกรุดทองคำตะกรุดเงินตะกรุดนาก ตะกรุดทองแดงตะกรุดตะกั่ว ผมนำมาผสมร่วมกันหมด    

และที่สำคัญมวลสารที่เด็ดสุดคือเนื้อที่เหลือจากการหล่อหลวงพ่อโสธรปี2497 มีมากถึง 70 กิโลที่นำแผ่นโลหะให้เกจิทั่วประเทศสมัยนั้นจารลงยันต์ คือเกจิในยุคสงครามโลกครั้งที่2 มีทุกรูปเอาเฉพาะตะกรุดที่เช่าบูชาสะสมมาบอกเลยคิดแค่ราคาเช่ามาร่วมกันเกิน 500 ล้านบาทแน่นอนลูกอมเมฆสิทธิ์วัดอนงค์ใส่ไป 16 ลูก เนื้อพระที่เป็นเมฆสิทธิ์อีกนับไม่ถ้วน หลวงปู่ทวดหลังเตารีดอีกหลายองค์และที่สำคัญช่อหลวงปู่ทวดเนื้อนวะปี2505  อีก  8 ช่อ  ชนวนพระกริ่งวัดสุทัศทุกเกจิตั้งแต่สังฆราชแพจนถึงเจ้าคุณศรีประหยัด,เบ็ดพญาพันวัง ของพ่อท่านเขียว ปี 2548 ที่หลอมขึ้นมาจากชนวนมวลสารเนื้อสัตตโลหะมาผสมกับทองคำ 20 กว่าบาท ใส่เนื้อทองเหลืองอาถรรพ์ที่ว่าด้วยวิชามนต์จินดามณีบทใหญ่มาโลหะทั้งหมดมาหลอมแล้วรีดเป็นเส้นเอามางอเป็นเบ็ดแล้วเอาไปแช่ในน้ำมัน สมัยนั้นออกมาให้ออกบูชาตัวละ 25,000 บาท  เอามาใส่ในรุ่นนี้ 74 ตัว และชนวนมวลสารอีกนับไม่ถ้วนและผมได้ถ่ายทั้งภาพนิ่งและวีดีโอเก็บไว้ ”    

อาจารย์แขก รือเสาะ ยังบอกอีกว่า และที่สำคัญผมให้พระเกจิอาจารย์ที่ผมมั่นใจที่สุดปลุกเสก 3 ปีเต็มและยังได้นำไปเข้าพิธีต่างๆ ที่ตนเองมีส่วนร่วมมากกว่า 20 พิธีและมีปรากฏการณ์แปลกๆ เกี่ยวกับพระชุดนี้ตอนเสกมากมาย รวมเวลาร่วม 6 ปี     

“อย่างเช่นมีพระหลายรุ่นที่เขาบอกว่าเสกจนพระกระโดดได้แต่อันนั้นคือเขาว่า แต่ขุนช้างรุ่นนี้ผมเห็นกับตาผมว่ากระโดดออกจากลังได้และที่สำคัญไม่ใช่แค่องค์สององค์แต่โดดออกมาจากลังทุกองค์ และยังมีปรากฏการแปลกๆ อีกหลายเหตุการณ์เช่น ลังพระที่บรรจุพระขุนช้างชุดนี้จะหนักมาก ยกยังแทบไม่ขึ้นแต่ในวันไหว้ครูสามปีเต็มๆ ลังทั้งลังขยับเดินหน้าเองได้เป็บคืบ ที่สำคัญทุกปีและเป็นทุกพิธีที่นำพระขุนช้างรุ่นนี้ไปเสก พระขุนช้างนี้ดีอย่างไงดีถึงขนาดพระที่พุทธาพิเศกเอ่ยปากขอกันมาแล้วหลายรูปและที่สำคัญตอนไปเสกผมห่อผ้าไว้ไม่สามารถรู้ได้ว่าพระอะไรแต่สามารถเอ่ยปากขอระบุเลยว่าขอขุนช้างที่อยู่ในลัง ทุกองค์บอกว่าพระชุดนี้แรงมาก 

ถอดรหัสคาถาอาคมเวทมนต์ของ ขุนช้างเจ้าทรัพย์ "พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ"

 อ.แขก รือเสาะ ขณะให้ข้อมูลกับผู้เขียน

ประสบการณ์ส่วนตัวผมบอกเลยโม้ไม่หมดมีทุกวันและผมขอท่านแทบจะทุกเรื่องเอาเริ่มเเรกเลยคือก่อนผมเลี่ยมทองล้อมเพชรผมบอกในผมถูกหวยลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 สิผมจะบูชา แล้วผมก็ถูกแล้วผมก็ยังกวนๆ ท่านอีกคือแบบว่าฟลุคมั่งถ้าแน่จริงให้ถูกลอตเตอรี่ที่ 1 อีกสิ แล้วผมก็ถูกอีก สรุปถูก 2 งวดติดๆ เลยยอมเลี่ยมทองล้อมเพชรเลย ทั้งบนดินใต้ดินถูกหมด พระดีขนาดนี้ ถ้าให้ท่านเลือก ท่านจะแขวนอะไร ระหว่างแขวนพระเพื่อเอาหน้าแต่กระเป๋าไร้ตังค์กับแขวนพระที่ไม่ดังแต่สตางค์เต็มกระเป๋า

(หัวเราะเสียงดัง)
ครับ-ต้องบอกว่า อาจารย์แขก รือเสาะ ทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจจริงๆสำหรับคนที่ต้องการความมั่นคง มั่งคั่งร่ำรวยในยามเศรษฐกิจโดนพิษโควิด ระลอกแล้วระลอกเล่า…ยามนี้!!
ใครสนใจ…อยากรวยแบบขุนช้างก็ลองไปเสาะแสวงหากันได้ สำหรับ  “ขุนช้าง เจ้าทรัพย์”พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ ที่จัดสร้างโดย อ.แขก รือเสาะ แห่งรายการมันตระสยามที่โด่งดังทางยูทูปยุคนี้

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้…อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/461554

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้…อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน20 มีนาคม 2564 – 00:00 น.

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้…อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน  คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย..  เอก  อัคคี FB:Akeakkee Ake 

    
ในแวดวงนักสะสมพระเครื่องวัตถุมงคลยุคนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ไม่มีใครปฏิเสธพลังศรัทธาที่พุทธศาสนิกชนทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศมีต่อหลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม  วัดห้วยด้วน(ธารทหาร)นครสวรรค์ เรียกว่า ตอนนี้ถนนทุกสายก็ยังมุ่งสู่เมืองปากน้ำโพ แม้ว่าในระยะเวลาปีสองปีที่ผ่านมา บรรดาคณะศิษย์และวัดวาอารามต่างๆต่างมาขอพึ่งบารมีของพลวงพ่อในการขออนุญาติจัดสร้างวัตถุมงคล พระเครื่อง รูปเหมือนของท่านมากมายหลายร้อยรุ่น มากจนเป็นประวัติการณ์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ตาม…โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

หลวงพ่อพัฒน์ กำลังพิจารณารูปแบบเหรียญรุ่น เศรษฐีนครสวรรค์
ที่ทางคณะศิษย์วัดหนองเนิน จัดสร้าง

แต่ท่านก็เมตตาอนุญาติให้ดำเนินการได้ตามเจตนาที่พิจารณาแล้วว่า ทำไปด้วย เจตนาอันเป็นกุศล เพื่อนำปัจจัยรายได้มาร่วมกันสร้างสาธารณสมบัติให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งที่วัดห้วยด้วน(ธารทหาร)หรือการก่อสร้างโรงพยาบาลและการนำเงินไปช่วยพัฒนาบูรณะวัดวาอารามต่างๆ     

แต่ต้องบอกว่า กระแสตอบรับก็มาแรงในทุกรุ่นที่มีการจัดสร้างจริงๆ ทำให้ต้องย้อนรอยกลับไปถึงเส้นทางบารมีของหลวงพ่อพัฒน์ว่า เพราะเหตุใดทุกคนจึงให้ความเคารพนับถือ ศรัทธาและเสาะแสวงหาวัตถุมงคลพระเครื่องรูปเหมือนของหลวงพ่อมาเก็บไว้บูชาพกพาติดตัว    

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

คณะผู้ดำเนินงาน ถวายเหรียญตัวอย่างให้หลวงพ่อพิจารณาความคมชัด 

……
“หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม”แห่งวัดห้วยด้วน (ธารทหาร) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์เรืองเวทวิทยาคม พุทธาคมที่มีชื่อเสียงมายาวนาน หลวงพ่อท่านเป็นศิษย์พุทธาคมของ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่ออิน วัดหางน้ำสาคร, หลวงพ่อหมึก วัดสระทะเล และหลวงพ่อโหมด วัดโคกเดื่อ ฯลฯ    

นามเดิมของท่านคือ พัฒน์ ก้อนจันเทศ เกิดเมื่อวันที่ 12 พ.ค.2465 ณ บ้านสระทะเล ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายพุฒ และ นางแก้ว ช่วงวัยเด็กของหลวงพ่อที่บ้านสระทะเล เกิดเหตุภัยแล้งอย่างรุนแรงไม่สามารถทำมาหากินได้ ครอบครัวของหลวงพ่อจึงอพยพไปทำนาที่บ้านหนองเนิน อ.ท่าตะโก และย้ายไปทำนาที่บ้านหนองหลวง อ.ท่าตะโก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หลวงพ่อเดิม มาสร้างเสนาสนะให้วัดหนองหลวง

บิดาท่านจึงได้ไปช่วยหลวงพ่อเดิมสร้างวัด เลยทำให้เด็กชายพัฒน์จึงได้มีโอกาสร่ำเรียนเขียนอ่าน รวมทั้งฝึกหัดท่องคาถาสั้นๆ จากหลวงพ่อเดิม และยังได้ศึกษาภาษาไทย ภาษาขอม จากหลวงตาน้อย ฝึกหัดนั่งสมาธิกับหลวงพ่ออินจนอายุได้ 13 ปี จึงเดินทางกลับมาเรียนหนังสือจนจบชั้น ป.4 ที่วัดสระทะเล อ.พยุหะคีรี โดยไปอยู่กับหลวงลุง ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล ระหว่างไปอยู่ที่วัดหนองหลวงและวัดสระทะเลท่านก็ได้ศึกษาวิทยาคมต่างๆ จากหลวงพ่อเทศด้วย    

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

หลวงพ่อเมตตาเจิมแป้งมงคลให้บนเหรียญตัวอย่าง

พออายุครบเกณฑ์ทหารถูกคัดเลือกเข้าไปเป็นทหารกองประจำการ แต่ขณะที่จะหมดวาระปลดจากทหารเกณฑ์ กลับเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ 2) ขึ้นเสียก่อน จึงทำให้ต้องเป็นทหารต่อไปจนอายุ 24 ปี ปลดประจำการเมื่อปี พ.ศ.2489    

จากนั้นเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2489 ที่อุโบสถ วัดสระทะเล ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ โดยมีพระธรรมไตรโลกาจารย์ (หลวงพ่อยอด) วัดเขาแก้ว เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระอธิการชั้ว วัดสระทะเล เป็นพระ อนุสาวนาจารย์ ท่านจึงได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม นักธรรมชั้นตรีและชั้นโทไปได้สักระยะ โดยระหว่างนั้นหลวงพ่อเดิมได้ไปสร้างเสนาสนะและอุโบสถอยู่ที่วัดอินทราราม ท่านจึงเดินทางไปร่ำเรียนสรรพวิชาพุทธาคมด้วย เมื่อพบกับหลวงพ่อเดิมที่วัดอินทราราม จึงเริ่มถ่ายสรรพวิชาทั้งกัมมัฏฐานและพุทธาคม โดยให้ไปจำวัดอยู่ที่วัดเขาแก้วกับหลวงพ่อกัน เพราะในช่วงนั้นทางวัดอินทรารามกำลังซ่อมสร้างเสนาสนะอยู่ จึงไม่สะดวกในการพำนักจำพรรษา หลวงพ่อพัฒน์จึงต้องเดินไปเช้าเย็นกลับระหว่างวัดทั้งสอง เพื่อร่ำเรียนสรรพวิชาต่างๆอยู่เกือบสองพรรษาจึงจบ    

แล้วท่านก็ออกธุดงค์ไปยังเมืองลับแล จ.อุตรดิตย์ ที่นั่นท่านได้ไปพักกับหลวงพ่อชุบ เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง  ซึ่งหลวงพ่อชุบถ่ายทอดวิชาเมตตามหานิยมให้และขอให้คู่เทศน์ปุจฉา-วิสัชนา คู่กันเป็นระยะหนึ่ง ก่อนจะขอลาหลวงพ่อชุบกลับวัดสระทะเล     

แต่หลวงพ่อชุบก็บอกว่า ขอให้อยู่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งแทนอีก 3 ปี เพราะหลวงพ่อชุบท่านจะไปพัฒนาวัดพระยืนพุทธบาทยุคล จึงเป็นเหตุให้หลวงพ่อพัฒน์ต้องอยู่ดูแลวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งอยู่ประมาณ 6 ปี จึงได้กลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดสระทะเล

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

หลวงพ่อเมตตาเจิมแป้งมงคลให้บนเหรียญตัวอย่าง

ต่อมาในปี 2513 ทางครอบครัวของหลวงพ่อได้ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่ ต.ธารทหาร อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านธารทหาร และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงรวมตัวกันเดินทางไปขอร่วมอาราธนานิมนต์ท่านให้เป็นเจ้าอาวาส จึงย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดธารทหาร (ห้วยด้วน) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 จวบจนปัจจุบัน    

ด้วยเหตุที่ท่านร่ำเรียนสรรพวิชาวิทยาคมมากมาย ส่งผลให้วัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสก มีพุทธคุณที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ สร้างประสบการณ์มากมายในทุกรุ่นจนเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างกว้างขวาง กลายเป็นพระเกจิชื่อดังระดับประเทศ ที่ ในแต่ละวันจึงมีญาติโยมเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อกราบนมัสการ รับฟังคำสั่งสอน รับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์ที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์จากท่าน เสริมความเป็นสิริมงคลที่วัดอย่างไม่ขาดสาย

ขณะเดียวกันในด้านวัตถุมงคลก็มีจัดสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องจากคณะศิษย์ทั้งหลาย เพื่อมอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญร่วมสร้างบารมีกับหลวงพ่อพัฒน์  ซึ่งทุกรุ่นต่างเป็นที่ยอมรับของบรรดาเซียนพระและนักสะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศและทุกวันนี้แม้ว่าท่านจะมีอายุร่วม 100 ปีแล้ว แต่หลวงพ่อท่านยังเมตตาเดินทางไปร่วมงานพุทธาภิเษก ปลุกเสกพระเครื่องรุ่นต่างๆ ที่ได้รับนิมนต์อยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นวัตถุมงคลหรือพระเครื่องของวัดไหน หากนิมนต์หลวงพ่อมาท่านมักจะไม่ปฏิเสธ

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่น เศรษฐีนครสวรรค์
………..
เมื่อทราบประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อแล้ว คงจะกระจ่างใจว่า เพราะเหตุใดพระเครื่องรูปเหมือนของหลวงพ่อพัฒน์จึงได้รับความนิยมอย่างมากมายและยังมีการทยอยจัดสร้างออกมาจากที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง    

ล่าสุด เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่น เศรษฐีนครสวรรค์ ก็กลายเป็นอีกรุ่นที่กำลังอยู่ในกระแสความสนใจของผู้เคารพศรัทธา เพราะมีที่มาที่ไปชัดเจน เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นนี้ ดำเนินการจัดสร้างโดยพระอธิการประสิทธ์ ปัญวโร เจ้าอาวาสวัดหนองเนิน อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์  ด้วยมีวัตถุประสงค์คือ
1.ถวายปัจจัยให้หลวงพ่อพัฒน์นำไปบำรุงศาลา100ปี 
2.เพื่อซ่อมแชมณาปณสถานวัดหนองเนินและทุนการศีกษานักเรียน ร.ร.วัดหนองเนิน

ซึ่งเป็นเหรียญที่ออกแบบได้อย่างสวยงาม เรียกว่าคมชัดลึก เป็นเหรียญดีมีอนาคตอีกรุ่นสำหรับนักสะสม ที่สำคัญมีวัตถุประสงค์ชัดเจน หลวงพ่อพัฒน์ ท่านได้เมตตาอธิฐานจิตชนวนมวลสารไปแล้วในวาระที่ 1 วันที่ 7 มีนาคม 2564 และจะมีการประกอบพิธีพุทธาภิเษกอย่างเข้มขลัง ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2564 ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปร่วมพิธีมหามงคลและรับพระวันปลุกเสกได้เลย

ใครอยากร่ำรวย มั่งมีนาทีนี้...อย่ามองข้าม เหรียญเศรษฐีนครสวรรค์ หลวงพ่อพัฒน์ วัดห้วยด้วน

เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่น เศรษฐีนครสวรรค์

…….
เรียกว่าถ้าใครอยากเป็นเศรษฐี (ก็…..ฉันนะซิฉันนะซิ…..หลายคนคงรีบตอบ ) ผมว่าไม่ต้องรอนานจนพระเก็บเป็นพระกรุ สามารถจองยกลังกันได้เลย ทางผู้สร้าง จัดให้ด้วย เนื้อเงินหน้าทองคำ 1 องค์ เนื้อเงิน 4 เหรียญ รับพระ 109 เหรียญ และถ้าจองยกลัง รับสมนาคุณ เนื้อทองเหลืองชุบซาตินลงยา 7 สี 7 วัน 7 เหรียญ เรียกว่าคุ้มเกินคุ้ม  เพราะจัดสร้างเพียง 139 ลัง หรือ 13,900 เหรียญ เท่านั้น เรียกว่า ของดีมีจำกัด

แต่อย่าถามว่า ผมมีจองไว้ไหม….?
ตอบเลยว่า ไม่มี เพราะไม่อยากจะไปขวางเส้นทางเศรษฐีของทุกท่าน 
ผมได้ข่าวบุญมาจากทางวัดหนองเนิน อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ซึ่งใครสนใจก็สอบถามกันได้ที่วัดได้ แต่ผมแค่มาช่วยเขียนกระจายข่าวงานบุญค้ำจุนพระศาสนาและเป็นการร่วมกันแผ่บารมีพลวงพ่อพัฒน์ให้ไพศาลยิ่งขึ้นไปเท่านั้นเอง

กก.ปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรมฯเลือกมัธยมสาธิตพัทยา โรงเรียนต้นแบบระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/461551

กก.ปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรมฯเลือกมัธยมสาธิตพัทยา โรงเรียนต้นแบบระดับโลก

กก.ปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรมฯเลือกมัธยมสาธิตพัทยา โรงเรียนต้นแบบระดับโลก19 มีนาคม 2564 – 17:19 น.

ผช.รัฐมนตรีวัฒนธรรม นำทีมหารือคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงานฯ สานภารกิจปฏิรูปประเทศ พัฒนาสถานศึกษาต้นแบบโดยเลือก มัธยมสาธิตพัทยา ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบระดับโลกแห่งแรกของไทย

ที่ห้องประชุมตากสิน ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม,นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ได้หารือร่วมกันกับ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

นำโดย ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูลประธานอนุกรรมการปฎิรูปประเทศด้านกีฬา  ,นพ.รณภพ ปัทมะดิษ  ,พลเอกรณชัย มัญชุสุนทรกุล และนายพานิชย์ เจริญเผ่า กรรมการปฎิรูปประเทศด้านกีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และคณะ

 ประเด็นในการหารือร่วมกันครั้งนี้ คือ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พัฒนาโรงเรียนต้นแบบที่มีคุณภาพระดับโลก และเหนือระดับสากล ที่มีลักษณะพิเศษตามบริบทของพื้นที่ โดยมีผู้แทนเมืองพัทยา , คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กรรมการ, คณะผู้แทนหน่วยงานระดับกระทรวง, องค์กรภาครัฐ-ภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา  เข้าร่วม

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบร่างแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ทั้ง 13 ด้าน ซึ่งแผนการปฏิรูปประเทศด้านที่ 13 คือ ด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีหนึ่งในแนวทางการปฏิรูปที่สำคัญ

คือ การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบ ที่มีคุณภาพระดับโลกและเหนือระดับสากลที่มีลักษณะพิเศษตามบริบทของพื้นที่ สู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะสำหรับศตวรรษที่ 22 จึงเห็นชอบในการพิจารณานำร่องการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบที่โรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) จ.ชลบุรี  เป็นโรงเรียนต้นแบบระดับโลกแห่งแรกของประเทศ

โดยเห็นควรให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมบนพื้นฐานของการกำหนดเป้าหมายคุณลักษณะผู้เรียน ที่ต้องการที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์และเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่ โดยองค์ประกอบของคณะทำงานให้มาจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เป็นหลัก

นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยา มีความตั้งใจในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนของท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เพราะเรื่องของการศึกษาเป็นเรื่องของเด็กและเยาวชน ซึ่งแต่ละคนก็มีความสามารถและความถนัดที่แตกต่างกัน การวางรากฐานที่ดีและมั่งคงเรื่องการศึกษา นับได้ว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เมืองพัทยา ได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด

ทั้งนี้การที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้คัดเลือกโรงเรียนเมืองพัทยา 11 (มัธยมสาธิตพัทยา) ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาควบคู่ไปกับนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่มีการพัฒนาในแต่ละเสาหลักอย่างเป็นองค์รวมด้วย

กก.ปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรมฯเลือกมัธยมสาธิตพัทยา โรงเรียนต้นแบบระดับโลก
กก.ปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรมฯเลือกมัธยมสาธิตพัทยา โรงเรียนต้นแบบระดับโลก
กก.ปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรมฯเลือกมัธยมสาธิตพัทยา โรงเรียนต้นแบบระดับโลก

“กรมการแพทย์” เตือนระวังกิน “เห็ดขี้ควาย” พิษรุนแรงถึงตายได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/461542

“กรมการแพทย์” เตือนระวังกิน “เห็ดขี้ควาย”พิษรุนแรงถึงตายได้

"กรมการแพทย์" เตือนระวังกิน "เห็ดขี้ควาย"พิษรุนแรงถึงตายได้19 มีนาคม 2564 – 14:48 น.

“กรมการแพทย์” โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) เตือนกลุ่มนักเที่ยวนิยมกิน “เห็ดเมา หรือ เห็ดขี้ควาย” ผิดกฎหมาย พิษออกฤทธิ์รุนแรงอาจเสียชีวิตได้

19 มี.ค.64 นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดี กรมการแพทย์กล่าวว่า ในปัจจุบัน มีกระแสการลักลอบจำหน่ายเห็ดเมา หรือ เห็ดขี้ควาย ซึ่งในบางกลุ่มนิยมนำมากินเพื่อให้เกิดอาการมึนเมา ซึ่งเห็ดเมา หรือ เห็ดขี้ควาย เป็นเห็ดพิษซึ่งขึ้นอยู่ตามกองขี้ควายแห้ง พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย สีของเห็ดจะมีสีเหลืองซีด คล้ายสีฟางแห้ง บนหัวของร่มจะมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ บริเวณใกล้ตัวร่มจะมีแผ่นเนื้อเยื่อบางๆ สีขาว แผ่ขยายออกรอบก้าน แผ่นนี้มีลักษณะคล้ายวงแหวน  ลักษณะของเห็ดที่สมบูรณ์และโตเต็มที่ตรงบริเวณหมวกจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6.5 – 8.8 ซม. ความสูงของลำต้นประมาณ 5.5 – 8 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.8 – 1.0 ซม.

"กรมการแพทย์" เตือนระวังกิน "เห็ดขี้ควาย"พิษรุนแรงถึงตายได้

ทั้งนี้ในประเทศไทย จัดว่าเห็ดเมาหรือเห็ดขี้ควาย เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 โดยผู้ใดผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 -15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 – 1,500,000 บาท ผู้เสพจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

"กรมการแพทย์" เตือนระวังกิน "เห็ดขี้ควาย"พิษรุนแรงถึงตายได้

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า  เห็ดเมา หรือ เห็ดขี้ควาย เป็นที่รู้จักทั่วไปในกลุ่มนักเที่ยว ซึ่งถูกเรียกว่า “ Magic Mushroom”  มีการแพร่ระบาดอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม โดยนิยมนำไปปั้นผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากแอลกฮอล์จะเป็นตัวทำละลายให้พิษออกฤทธิ์เร็วและรุนแรงมากขึ้น ฤทธิ์ในทางเสพติด

"กรมการแพทย์" เตือนระวังกิน "เห็ดขี้ควาย"พิษรุนแรงถึงตายได้

ในเห็ดขี้ควายมีสารออกฤทธิ์ทำลายประสาทอย่างรุนแรง คือ ไซโลซีน และไซโลไซบีน ผสมอยู่ ซึ่งออกฤทธิ์หลอนประสาท เมื่อกินเข้าไปจะทำให้มีอาการมึนเมา ประสาทหลอน ไม่สามารถลำดับทิศทางได้ เห็นภาพ แสง สีต่างๆ ลวงตา มีความคิดและอารมณ์เปลี่ยนแปลงไป  ซึ่งหากกินมากเกินไปอาจจะทำให้ควบคุมสติไม่อยู่ เกิดประสาทหลอนอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจติดขัดและอาจเสียชีวิตได้ เตือนกลุ่มนักเที่ยวและประชาชนทั่วไป ที่คิดจะกินเห็ดชนิดนี้ ทั้งเพื่อให้เกิดความมึนเมาหรือนำมาปรุงเป็นอาหารให้ระวังพิษรุนแรง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้พิษของเห็ดจะไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือดูข้อมูลได้ที่  www.pmindat.go.th

ที่มา : กรมการแพทย์  

ตาม…โหราอาณณัฐ ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/460963

ตาม…โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา

ตาม...โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา 13 มีนาคม 2564 – 08:58 น.

ตาม…โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา  คอลัมน์…  ตามรอยตำนานแผ่นดิน  โดย..  เอก  อัคคี    FB : Akeakkee Ake 

อ.โจ้ หรือโหราอาณณัฐ  สรรคชา นับเป็นอีกหนึ่งครูบาอาจารย์ของผมด้านโหราศาสตร์ ที่ต้องบอกว่ามีความแม่นยำแบบคม ชัด ลึก เจาะดวงชะตาราศีที่มีความแม่นยำ  ด้วยศาสตร์โหราศาสตร์ไทย ตามหลักคัมภีร์อินทภาส-บาทจันทร์ ซึ่งเป็นตำราโหราศาสตร์ไทยโบราณที่ท่านโหราจารย์สมัยก่อนใช้พยากรณ์ดวงพิชัยสงครามและได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน แต่บรรดาโหรหรือนักพยากรณ์ในสมัยนี้นำเอามาใช้ในการพยากรณ์ค่อนข้างน้อยทั้ง ๆ ที่การพยากรณ์ด้วยคัมภีร์อินทภาส-บาทจันทร์นี้นับว่ามีความถูกต้องแม่นยำสูง และการดูนรลักษณ์ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  เปิดตำนาน สรรพวิชามหาเสน่ห์ “พระลักษณ์หน้าทอง”

ตาม...โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา

.อ.โจ้  อาณณัฐ  สรรคชา ขณะไหว้ขอพรพระคเณศหลักเมือง

ล่าสุด อ.โจ้ นัดหมายพาผมไปกราบขอพรเจ้าพ่อหลักเมืองนครเขื่อนขันธ์ (พระประแดง)เพราะท่านบอกว่า หลักเมืองที่นี่มีเรื่องราวที่น่าสนใจของความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับของเจ้าพ่อหลักเมืองผ่านมุมมองของนักโหราศาสตร์ระดับแนวหน้าแห่งสถาบันโหราศาสตร์นานาชาติ

แต่ระหว่างที่เดินทางไปศาลหลักเมืองพระประแดง ผมฆ่าเวลาด้วยการเรียนถามท่านเกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์ว่า เชื่อถือได้จริงหรือไม่  

ท่านยิ้มแล้วบอกว่า ” มวลสรรพสิ่งที่มีชีวิตและการเคลื่อนไหวต่างๆ ของทั้งมนุษย์ สัตว์ พืชพันธ์ และสิ่งมีชีวิตต่างๆใด้เกิดปฏิกริยาเป็นวัฐฏะของการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหว การเกิด การดับสูญ ฯ ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดจากระบบของสุริยจักรวาลซึ่งมีกระแสไหลเวียนของธาตุต่างๆ ( ดิน น้ำ ลม ไฟ ) กระจายอยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลก และโลกของเราก็มี กระแสธาตุต่างๆ เช่นกันซึ่งรองรับอยู่ภายในชั้นบรรยากาศด้านใน โดยโลกเรา มีสนามแม่เหล็กอยู่แกนกลางคอยดึงรับส่งการกระทบกันของธาตุต่างๆ ซึ่งในระบบสุริยวิถีการโคจรของดวงดาวต่างๆก่อให้เกิด เหตุการณ์ต่างๆนั้น จึงทำให้มีการสังเกตุ จดจำ บันทึก และมาซึ่งการคำณวน เป็นระยะเวลาอันยาวนานเป็นสถิติและเป็นที่มาของศาสตร์แขนงต่างๆ รวมถึงโหราศาสตร์ด้วย โหราศาสตร์มิใช่วิชาลึกลับแต่เกิดขึ้นด้วยเหตุและผลก็อาจจะเป็นการยากในการที่จะอธิบายอย่างละเอียดในที่นี้ได้ ถ้าจะให้เขียนกันคงใช้เวลาหลายวัน เอาไว้ใครมีโอกาสเจอกันแล้วค่อยเสวนาดีกว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกฏของความเป็นจริงครับ “

ตาม...โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา

3 พระคเณศ เจ้าพ่อหลักเมืองพระประแดง

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงศาลพระคเณศ หรือเจ้าพ่อหลักเมืองพระประแดง ซึ่งตั้งอยู่ที่เทศบาลเมืองพระประแดง ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ อ.โจ้ อาณณัฐ บอกว่า มีเอกสารหลักฐานปรากฏว่าสร้างขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๕๘ โดยสร้างเป็นศาลประจำเมือง และได้ประกอบพิธีฝังอาถรรพ์เสาหลักเมือง เมื่อวันศุกร์ เดือน ๗ แรม ๑๐ ค่ำ ปีกุน พ.ศ. ๒๓๕๘ นับว่าเป็นพระคเณศองค์เดียวที่มีฐานะเป็นหลักบ้านหลักเมืองด้วย

ลักษณะของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปัจุบัน หลังจากที่ศาลแห่งนี้มีการปรับปรุงและบูรณะหลายครั้ง มีการผสมผสานศิลปะหลายวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และมอญ ที่สะท้อนให้เห็นจากลวดลายและสิ่งของที่ประดับตกแต่งศาล แต่ถ้าท่านที่เคยไปจะเห็นว่า ศาลแห่งนี้จะมีลักษณะที่ค่อนไปทางศาลเจ้าของจีน เพราะปัจจุบันผู้ดูแลศาลแห่งนี้เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนนั่นเอง

ตาม...โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา

3 พระคเณศ เจ้าพ่อหลักเมืองพระประแดง

กล่าวสำหรับพระคเณศประจำศาลหลักเมืองพระประแดงองค์นี้ ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกแบบไทย มีลักษณะเป็นพระคเณศศิลา มีสี่พระกร พระกรขวาบนถือตรีศูล พระกรซ้ายบนถือปาศะ (บ่วงบาศ) พระกรขวาล่างถืองา และพระกรซ้ายล่างถือถ้วยขนม ประทับนั่งบนฐานบัวหงาย โดยพระคเณศองค์นี้งดงามด้วยความเรียบง่าย เนื่องจากที่องค์เทวรูปแทบจะไม่มีลวดลายเครื่องประดับใดๆ แม้กระทั่งเครื่องศิราภรณ์

นักโหราศาสตร์ชื่อดังบอกว่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองพระประแดงแห่งนี้ ได้รับยกย่องให้เป็นศาลพระคเณศที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และหลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมพระคเณศองค์ดังกล่าวจึงมีฐานะและได้รับการนับถือให้เป็นเจ้าพ่อหลักเมือง ทั้งๆทีเวลาที่เราไปศาลแห่งนี้ จึงไม่เห็นเสาหลักเมืองเหมือนกับศาลหลักเมืองแห่งอื่นๆ 

ตาม...โหราอาณณัฐ  ไปกราบขอพร หลักเมืองแห่งเดียวในเมืองแถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา  ที่เป็นองค์พระคเณศ มหาเทพแห่งปัญญา

อ.โจ้  อาณณัฐ  สรรคชา ผู้เชี่ยวชาญคัมภีร์อินทภาส-บาทจันทร์

ท่านบอกว่า  “ในความเป็นจริงแล้วองค์พระคเณศที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นส่วนหนึ่งของเสาหลักเมือง โดยตัวเสาจริงๆนั้นอยู่ลึกลงไปทางด้านล่างของศาล มีลักษณะเป็นเสาก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่มจตุรัส และทาด้วยสีแดง จึงอาจอนุมานได้ว่า พระคเณศองค์นี้ก็คือส่วนยอดของเสาหลักเมืองพระประแดงนั่นเอง ซึ่งน้อยคนจะมีโอกาสได้ลงไปถึงด้านล่างอันเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของพระประแดงจริงๆพระคเณศแห่งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองพระประแดง ถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาของทั้งชาวพระประแดงและผู้คนที่เคารพศรัทธาในองค์พระคเณศ แม้ปัจจุบันตัวศาลจะตั้งอยู่ลึกเข้าไปในตลาดพระประแดง แต่ก็มีผู้ศรัทธาเดินทางไปสักการะอย่างไม่ขาดสาย แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายร้อยปีแล้วก็ตาม ศาลแห่งนี้ก็ยังคงเป็นทั้งหลักบ้านใจเมือง และเป็นหลักทางจิตวิญญาณของชาวพระประแดงอย่างไม่มีเสื่อมคลาย “

มีอีกความเชื่อหนึ่งว่า ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองนั้น ยังเคยช่วยให้ชาวพระประแดงรอดพ้นจากสงครามโลกมาได้ เนื่องมาจากเมื่อญี่ปุ่นได้แพ้สงครามแล้วได้มาหลบพักในบริเวณท่าน้ำฯ ทางฝรั่งเศสจะนำระเบิดมาทิ้งบอมในบริเวณจุดที่ทหารญี่ปุ่นมาพักหลบอยู่ แต่ด้วยเนื่องจากคนในระแวกนั้นทั้งหมดได้ไปไหว้ขอพรจากองค์เจ้าพ่อในศาลหลักเมืองให้เมืองแห่งนี้รอดพ้นจากระเบิดในครั้งนี้ และด้วยความเชื่อที่ว่าองค์เจ้าพ่อท่านได้ปัดระเบิดของทางฝรั่งเศสที่จะมาบอม ให้เลยไปตกลงในจุดที่เป็นป่าไผ่ (บริเวณวัดกลาง) แทน จึงทำให้คนแถวนี้เชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าพ่อหลักเมืองนั่นเองและทุกวันนี้ผู้คนก็ยังหลั่งไหลขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย

………………….

สำหรับใครสนใจอยากจะไปกราบขอพรสามารถเดินทางไปเวลาเปิด-ปิดในเวลา 05.30 – 19.00 น. ส่วนใครสนใจอยากจะดูชะตาราศีด้วยศาสตร์หลักคัมภีร์อินทภาส-บาทจันทร์  สามารถสอบถามได้ที่ อ.โจ้  อาณณัฐ  สรรคชา 0879866154

ส่องภัยไซเบอร์…ใกล้กว่าที่คิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/460333

ส่องภัยไซเบอร์…ใกล้กว่าที่คิด

 ส่องภัยไซเบอร์...ใกล้กว่าที่คิด6 มีนาคม 2564 – 16:54 น.

“ส่องภัยไซเบอร์…ใกล้กว่าที่คิด” How To Better Life โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ในยุคแห่งคลื่นดิจิทัลและ Social Media ทรงพลัง ที่มาดิสรัพรูปแบบการติดต่อสื่อสารตั้งแต่ในบ้าน ที่ทำงาน ขับเคลื่อนชีวิตและธุรกิจวันนี้ ขณะที่แพลตฟอร์มต่างๆ หันมาใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั้น “ภัยคุกคามทางไซเบอร์” วันนี้อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และเปิดช่องทางให้แฮกเกอร์สรรหาวิธีโจมตีด้วยรูปแบบใหม่ๆ

​อะไรบ้างที่ควรจับตาระวังภัยไซเบอร์ ผศ.ดร.คงฤทธิ์ หันจางสิทธิ์ ภาควิชาคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำว่า ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวในปี 2021 ยังเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการล่วงละเมิด, การหลอกลวงทางออนไลน์ (Online scam), การลักขโมยและฉ้อฉลเพื่อผลประโยชน์ (Theft and Fraud) หรือการพบช่องโหว่บนเว็บไซต์ต่างๆ จากความพยายามของผู้ไม่หวังดีที่ต้องการเข้าถึงระบบและล้วงข้อมูลสำคัญเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ล้วนส่งผลกระทบต่อบุคคล องค์กร ธุรกิจและหน่วยงานทั่วโลก จนทำให้ได้รับความเสียหาย 

1. Work From Home อย่างระมัดระวัง
ช่วงแพร่ระบาดของโควิด องค์กรต่างๆให้พนักงานทำงาน Work From Home หลายคนอาจไม่คุ้นชินกับแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยซึ่งอาจทำให้ระบบและข้อมูลที่เป็นความลับขององค์กรถูกเปิดเผยโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นการฝึกอบรมความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะช่วยให้องค์กรลดความเสี่ยงด้านภัยไซเบอร์ อีกทั้งยังเป็นการรักษาความปลอดภัยที่ดีเข้มแข็งอีกด้วย
 
2. ความปลอดภัยไซเบอร์บนอุปกรณ์ไอที
ในปีนี้คาดว่านโยบายการนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในองค์กรหรือบริษัท เพื่อให้พนักงานสามารถใช้คอมพิวเตอร์ส่วนตัวทำงานและสะดวกในการนำงานกลับไปทำที่บ้านนั้น นอกเหนือจากที่องค์กรต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบเรียลไทม์แล้ว องค์กรควรมีนโยบายให้ผู้ใช้อัพเดทซอฟแวร์และเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ต่างๆให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
 
3. ข่าวลวง (Fake News)
บนโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร ข่าวลวงจะมีอยู่ตลอดเวลาและเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์แยกแยะระหว่างข่าวจริงข่าวปลอมแต่ระบบ AI อาจไม่แม่นยำและซับซ้อนเพียงพอในการแยกแยะได้ทั้งหมด เพราะระบบ AI ที่จะทำได้นั้นต้องการข้อมูลจำนวนมาก ดังนั้นการใช้วิจารณญาณและสติของผู้รับข่าวสารจึงยังมีความสำคัญอย่างยิ่ง
 
4.ฟิชชิง (Phishing) จะเพิ่มสูงขึ้น
การล้วงข้อมูลลับด้วยวิธีทางสังคม โดยล่อให้เหยื่อตายใจและเผลอกรอกข้อมูลส่วนตัวไปให้โดยไม่รู้ตัว เช่น Username, Password, เลขบัญชีธนาคาร และรหัสบัตรเครดิต ฯลฯ คาดว่าในปี 2021 การโจมตีด้วย Phishing จะเพิ่มขึ้นสูง และอาจมีรูปแบบที่แตกต่างไป ซึ่งวิธีการมักจะอิงกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ช่วงโควิด หรือข่าวสารในช่วงเวลานั้นๆ ผ่านช่องทางอีเมลหรือบน Cloud การจะกดเข้าเว็ปจากลิ้งค์ หรือ QR Code ที่ส่งมาทางสื่ออิเล็กทรอนิกเช่น e-mail, Instant Messaging และอื่นๆ เราจำเป็นต้องตรวจสอบว่า URL ที่ได้จากการกด ลิ้งค์หรือการสแกน QR Code นั้นเป็นขององค์กรที่เราจะใช้งานจริงๆหรือไม่
 

5. Beware Of The ‘Wares’
ด้าน Cyber Security เชื่อว่าภัยคุกคามที่ลงท้ายด้วย ‘wares’ ทั้งหมด เช่น ransomware, malware, spyware, scareware และ adware จะยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับทีมรักษาความปลอดภัย จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ถึงแม้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีแล้ว หากประมาทก็อาจตกเป็นเหยื่อได้อยู่ดี การ เข้าชมเว็บไซต์ต่างๆต้องใช้ความระมัดระวังเสมอ ปัจจุบันตัวเว็บบราวเซอร์(เช่น Chrome, Internet Explorer และอื่นๆ) จะมีการเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเข้าชมเว็บไซต์นั้นๆ ถ้าไม่มีจำเป็นต้องเข้าใช้งานจริงๆก็ควรเชื่อคำเตือนนั้นบ้าง
 
6. QR Code Abuse
เนื่องจาก QR Code มีการใช้อย่างแพร่หลาย ในหลายจุดประสงค์ เช่นการสแกน QR code เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ที่ต้องการ การสแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น สแกนเพื่อจ่ายสินค้าและบริการต่างๆ สแกนเพื่อโทรออก สแกนเพื่อฟอลโล(follow) Social Media มิจฉาชีพจะใช้วิธีต่างๆในการลวงให้เราสแกน QR Code ที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดความเสียหายในรูปแบบต่างๆ เช่นการดาวน์โหลด Malware เข้ามือถือของผู้ใช้ การลวงให้จ่ายเงินโดยไม่ตั้งใจ  ผู้ใช้จึงต้องระมัดระวังและไม่ควรรีบร้อนในการสแกน QR Code ควรตรวจสอบ URL ก่อนเข้าสู่เว็บไซต์  ถ้าเป็นการสแกนเพื่อจ่ายเงินควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนกดยืนยันในการจ่าย เป็นต้น
 
7. ระบบความปลอดภัยบน Cloud
หลายองค์กรขยายฐานข้อมูลไปที่ระบบคลาวด์มากขึ้น ต้องมีระบบป้องกันภัยคุกคาม ซึ่งมีอยู๋มากมาย เช่น ช่องโหว่ของ Cloud App, การลบข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์, การกำหนดค่าที่ผิดพลาดใน Cloud Storage เช่นการตั้งค่าข้อมูลของเราเป็นแบบ public เมื่อแท้ที่จริงต้องการให้ข้อมูลเป็นแบบ private หรือตั้งค่า Permission ให้คนอื่นเข้าแก้ไข (edit) ข้อมูลได้เมื่อต้องการอนุญาตให้คนดู (view) ข้อมูลได้เท่านั้น

รัฐบาล หนุน “ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/knowledge/460332

รัฐบาล หนุน “ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต”

 รัฐบาล หนุน "ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต"6 มีนาคม 2564 – 16:37 น.

รัฐบาล หนุน “ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต” จัดงานวันข้อมูลเปิดนานาชาติ ประจำปี 2564 พร้อมเร่งหน่วยงานรัฐเปิดข้อมูลที่เว็บไซต์ data.go.th ให้ประชาชนโหลดไปใช้ประโยชน์ฟรี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติปาฐกถาและมอบนโยบายผ่านวีดิทัศน์ ในงาน ‘วันข้อมูลเปิดนานาชาติ พ.ศ.2564 (International Open Data Day 2021)’ วันที่ 6 มีนาคม 2564 ณ อาคารเกษร ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ จัดโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA โดยกล่าวเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงความสำคัญการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ ‘เว็บไซต์ data.go.th’ เพื่อให้เกิดการความร่วมมือของภาครัฐ และสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Open Data of Life Saving) พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการมุ่งสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลเปิดขนาดใหญ่ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดไอเดีย อาทิ การสร้างสรรค์ธุรกิจจากนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบายมากขึ้น เป็นต้น เพราะ “ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต” นี้เป็นการเปิดให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้อย่างไม่มีค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดใด ๆ

 รัฐบาล หนุน "ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต"

ดังเห็นได้จากตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของข้อมูลเปิดในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีการนำข้อมูลเปิดไปใช้งานเพื่อประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานในการเฝ้าระวัง กักกันโรค และการระบุจุดเสี่ยงของโรคจากทุกภาคส่วนทั้งระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลเปิดที่สำคัญชุดนี้ไปต่อยอดการใช้งานในรูปแบบแอปพลิเคชัน ช่วยให้ประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับ 4 ของโลกในการควบคุมการระบาดได้ดี จึงขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญในการนำข้อมูลเปิดภาครัฐมาเผยแพร่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติในวงกว้างมากขึ้น

 รัฐบาล หนุน "ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต"

สำหรับในงานพิธี นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า การเปิดข้อมูลภาครัฐนี้เป็นแนวคิดสากลที่รัฐบาลทั่วโลกต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ซึ่งรัฐบาลไทยได้สนับสนุนให้ทุกหน่วยงานจัดทำข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล พร้อมเร่งผลักดันแต่ละหน่วยงานพัฒนาข้อมูลให้สามารถบริการรูปแบบ API (Application Programming Interface) เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำข้อมูลไปใช้ และการเปิดเผยชุดข้อมูลเปิดภาครัฐที่มีคุณค่าสูง (High-Value Datasets) รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้ข้อมูล (Data Community Engagement) เพิ่มขึ้นเพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการนำข้อมูลเปิดไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 รัฐบาล หนุน "ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต"

ด้าน ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า “สำหรับกิจกรรมวันข้อมูลเปิดนานาชาติ ประจำปี พ.ศ.2564 นี้เป็นวันที่ทั่วโลกต่างสนใจจัดกิจกรรมพร้อมกันทุกปี สำหรับ DGA ได้มีการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว โดยปีนี้มาในธีม “ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต” มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต (Open Data for Life Saving) ซึ่ง DGA ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลที่เว็บไซต์ data.go.th ทำให้ปัจจุบันมีข้อมูลถึง 2,796 ชุดข้อมูล จากตัวอย่างความร่วมมือในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเปิด เช่น กรณีความสำเร็จการบูรณาการและเปิดข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นครั้งแรกของประเทศที่มีการเปิดข้อมูลพิกัดตำแหน่งอุบัติเหตุมีแนวทางปรับข้อมูลส่วนบุคคลให้สามารถเปิดเผยได้และได้ปรับปรุงข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายและไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

 รัฐบาล หนุน "ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต"

นอกจากนี้ยังดำเนินงานตาม พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 มีการบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานภาครัฐ และสร้างข้อตกลงร่วมกัน อาทิ ข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จาก 3 ฐานข้อมูล ได้แก่

1) ข้อมูลผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุภายนอก หรือถูกระบุในใบมรณบัตรว่าอุบัติเหตุทางถนน

2) ข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนที่ขอเบิกค่าสินไหมทดแทน จากระบบ E-claim

3) ข้อมูลผู้เสียชีวิตจากคดีอุบัติเหตุจราจรที่ถูกบันทึกในระบบ Crime หรือ POLIS

ทั้งนี้ การบูรณาการข้อมูล 3 ฐานดังกล่าวนับเป็นตัวอย่างที่ดีในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้ และไม่ติดขัดละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยขณะนี้มีการนำไปใช้ประโยชน์ 2 หน่วยงานแล้ว ได้แก่ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย เพื่อวิเคราะห์และลดอุบัติเหตุ และ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อแสดงจุดเสี่ยงโครงการ Yak Data

 รัฐบาล หนุน "ข้อมูลเปิด เพื่อชีวิต"

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ DGA จัด LIVE “บอกเล่าเรื่องราว การบูรณาการข้อมูลผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน การทำให้เป็นข้อมูลเปิด และการนำไปใช้ประโยชน์” โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมเสวนา ได้แก่ มูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย กรมควบคุมโรค สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย บริษัทกลางประกันภัย และตัวแทนคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจร จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถติดตามรับชมได้ที่ Facebook และ YouTube : DGA Thailand