ชายคาพระพิรุณ : 18 มกราคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/546080

ชายคาพระพิรุณ : 18 มกราคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 18 มกราคม 2564

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีคำสั่งแต่งตั้งตำแหน่งรองอธิบดีที่ว่างอยู่จำนวน 4 กรม หลังจากว่างเว้นมาหลายเดือน ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร คือ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ที่ข้ามห้วยมาจาก ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว ซึ่งแต่เดิมนายณัฏฐกิตติ์ เองก็เป็นลูกหม้อมาจากกรมส่งเสริมการเกษตร เคยเป็นเกษตรจังหวัดสกลนคร ก่อนจะโยกไปกินตำแหน่งผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่กรมการข้าวมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถงานด้านส่งเสริมมาเป็นอย่างดีและฝากผลงานที่กรมการข้าวมาพอสมควร ก็ต้องมารอดูผลงานกันต่อไปเมื่อได้กลับมาสู่บ้านเก่าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งน่าจะเป็นงานที่ถนัดอยู่แล้ว อีกหน่วยงานคือ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ที่ได้ นายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม คนหนุ่มไฟแรงขยับขึ้นมาเป็นรองเลขาธิการฯมกอช. ส่วนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ นางนรีลักษณ์ วรรณสาย ขยับมาจากผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง ด้านกรมประมง ได้ นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และ นายถาวร ทันใจ ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผนพัฒนาการประมง ขึ้นมาเป็นรองอธิบดี ขุนเกษตรา ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งครั้งนี้ทุกคนด้วยครับ…

มีข่าวฝากชี้แจงจากสมาคมทุเรียนไทย จากกรณีที่มีข่าวคลาดเคลื่อนว่าทุเรียนไทยส่งออกไปจีนไม่ได้เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนในภาคตะวันออกประกอบกับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่กำลังระบาดอยู่ในหลายจังหวัด ทำให้มีข่าวที่เกี่ยวกับทุเรียนไทยออกมาจากสำนักข่าวหลายแห่ง ที่มีการพาดหัวข่าวที่ค่อนข้างรุนแรง และไม่เป็นความจริงซึ่งเป็นข่าวที่ค่อนข้างอ่อนไหวมากและสร้างความตื่นตระหนกให้กับภาคเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนของทุเรียนไทยได้ ด้วยเหตุนี้ทางเกษตรกรชาวสวนทุเรียน และสมาคมทุเรียนไทย ได้ขอความร่วมมือ สื่อมวลชน ให้ช่วยเขียนข่าว นำเสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง และเพื่อเป็นการป้องกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งในและต่างประเทศ โดยสมาคมทุเรียนไทยร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดทำมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไว้แล้ว เช่น การพ่นฆ่าเชื้อตั้งแต่ต้นทางสวนทุเรียน การมีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ จุดทำความสะอาด การรักษาระยะห่าง ตามแนวทางการป้องกันของภาครัฐ และได้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ และตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดกับเกษตรกรเองและอาจจะส่งผลถึงกระทบส่งออกทุเรียนด้วย ทั้งๆ ที่ การส่งออกทุเรียนและผลไม้ไปจีนยังดำเนินการได้ตามปกติ…ทุกวันนี้ต้องเสพข่าวอย่างมีสติครับ และสื่อมวลชนเองต้องมีข้อมูลรอบด้านครับ กรณีนี้ถือว่าเป็นการปล่อยข่าวเพื่อช่วยเหลือล้งจีนให้ทุบราคาเกษตรกรโดยแท้ยังไงเสียก็ฝากกระทรวงเกษตรฯช่วยดูกรณีนี้ด้วยนะครับ ว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะช่วยดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 11 มกราคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/544386

ชายคาพระพิรุณ : 11 มกราคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 11 มกราคม 2564

วันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19ในรอบนี้ สร้างผลกระทบต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะภาคประมงทั้งในส่วนที่เป็นการทำประมงในทะเลและประมงเพาะเลี้ยง เนื่องจากการระบาดของโรคในรอบใหม่ครั้งนี้ มีแหล่งแพร่กระจายโรคมาจากตลาดกุ้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และได้ขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆ จึงสร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชนถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยในการบริโภคสัตว์น้ำ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำเป็นอย่างมาก ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุ ทางนายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง มีความห่วงใยในพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและชาวประมง ตลอดจนผู้ประกอบการในทุกภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสั่งการให้ทุกฝ่ายเข้มงวดและเพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง ตรวจเข้มการนำเข้าสินค้าเกษตรอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ตลอดจนช่วยประสานงานหาตลาดเพื่อระบายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง เปิดสถานที่ให้เกษตรกรนำกุ้งมาจำหน่ายโดยตรงแก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งเปิดจำหน่ายออนไลน์ผ่านทาง Fisheries Shop ของกรมประมง พร้อมกันนี้ ยังมอบหมายให้ประมงจังหวัดทั่วประเทศ นำผลผลิตสัตว์น้ำมาจัดจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง และขอความร่วมมือห้องเย็นโรงงานแปรรูปในการรับซื้อกุ้งทะเลรวมถึงประสานความร่วมมือกับกรมการค้าภายในนำสินค้าปลอดภัยมาจำหน่ายใน Modern Trade ต่างๆ เช่น บริษัท สยามแม็คโคร จำกัดเพื่อกระจายสินค้า และประสานความร่วมมือในการหาตลาดใหม่ๆ ในการกระจายสินค้าสัตว์น้ำ เช่น ตลาดไท เป็นต้น

ในขณะที่ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เร่งสั่งการให้นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมในการเยียวยาเกษตรกรเพื่อความรวดเร็วทันทีที่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลมีมาตรการจะเยียวยาอย่างไร แต่ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)ในฐานะนายทะเบียนตรวจสอบรายชื่อเกษตรกรที่เคยขึ้นทะเบียนในโครงการเยียวยาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเกษตรกรเกือบ 8 ล้านราย ได้รับเงินเยียวยารายละ 15,000 บาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน มิ.ย – ส.ค.โดยรัฐมนตรีเกษตรฯ ยังมอบนโยบายให้เกษตรกรรายใหม่และที่ตกหล่นสามารถลงทะเบียนได้ครบถ้วนโดยต้องครอบคลุมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและทุกขั้นตอนต้องตรวจสอบความถูกต้อง

สำหรับโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 สศก. ในฐานะนายทะเบียนจัดส่งรายชื่อเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและได้ตรวจสอบแล้วให้ ธ.ก.ส. โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งประกอบไปด้วย เกษตรกรกลุ่มพืช กลุ่มปศุสัตว์ กลุ่มประมง กลุ่มหม่อนไหม กลุ่มชาวไร่อ้อย และกลุ่มชาวไร่ยาสูบ โดย 2 กลุ่มหลังขึ้นทะเบียนกับกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลัง ตามลำดับโดยส่งทะเบียนเกษตรกรผ่าน สศก. ก่อนส่งให้ ธ.ก.ส. โอนตรงให้เกษตรกร…ขุนเกษตรา หวังว่าการระบาดหนนี้ เกษตรกรทุกคนจะก้าวผ่านมันได้เหมือนครั้งที่ผ่านมานะครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 4 มกราคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542713

ชายคาพระพิรุณ : 4 มกราคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 4 มกราคม 2564

วันจันทร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สวัสดีปีใหม่ 2564 ครับ วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานในปี 2564ซึ่งการเริ่มต้นของปีอาจขลุกขลักไปบ้างเนื่องด้วยการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ที่ขยายวงกว้างกว่าการระบาดรอบที่ 1 แต่เชื่อว่าทุกคนต้องปรับตัวรู้จักการป้องกันตัวเองได้เป็นอย่างดีนะครับ ในเวลานี้เราต้องช่วยกันและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด การ์ดห้ามตกเด็ดขาดไม่อย่างนั้นภาคเกษตรเราอาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนได้นะครับ

แม้ว่าก่อนสิ้นปี 2563 ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ส่งสินค้าเกษตรไทยไปสู่ตลาดโลก ภายใต้โครงการเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด กองทัพบก โดย ททบ. และองค์ภาคีเครือข่าย 5 องค์กร ณ ท่าเรือแหลมฉบัง B5 จ.ชลบุรี ซึ่งในวันนั้น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย โดยสินค้าเกษตรไทยที่ส่งไปลอตแรกนี้ คือ มะพร้าวอ่อน บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 5 ตู้ จากเกษตรกรสวนผึ้ง จ.ราชบุรี น้ำหนักรวม 100 ตัน โดยดำเนินการขนส่งทางเรือจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังประเทศจีน คาดว่าสินค้าลอตแรกนี้จะส่งถึงจีนในช่วงต้นเดือนมกราคม 2564 หรือก่อนเทศกาลตรุษจีน โดยคาดว่าในปี 2564 ประเทศจีนจะมีความต้องการสินค้าเกษตรไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ประกอบการภาคเอกชนของประเทศจีนมีความสนใจที่จะสั่งซื้อสินค้าเกษตรของไทยอีกหลายรายการ อาทิ มะพร้าวน้ำหอม ลำไย สับปะรดภูแล และทุเรียนหมอนทองเป็นต้น โดยนายเฉลิมชัย บอกว่าการดำเนินการส่งสินค้าในโครงการนี้ เป็นผลมาจากลงนามร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ททบ. และภาคีเครือข่าย เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งทาง ททบ. จะดำเนินการบริหารจัดการในเรื่องของสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม OHLALA SHOPPING.COM จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งสินค้าไปต่างประเทศ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สินค้าเกษตรไทยมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น ทั้งพืชผลและเนื้อสัตว์ เราจึงต้องรักษาคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน จึงเชื่อมั่นว่าการดำเนินการร่วมกันในวันนี้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรภาคีเครือข่าย จะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการส่งสินค้าไทยไปตลาดโลก และช่วยฟื้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้อีกทางหนึ่ง…

ขอปิดท้ายของประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ ที่เกิดขึ้นก่อนวันสิ้นปีที่ผ่านมา สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรม “กินกุ้งไทย สู้ภัยโควิด-19” เพิ่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเป็นประธานเปิดงาน และได้รับเกียรติจาก นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง มาร่วมพบปะให้กำลังใจเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และสร้างความเชื่อมั่นในด้านการผลิตและมาตรฐานของกรมประมงให้กับประชาชนที่รอซื้อสินค้าสัตว์น้ำเพื่อยืนยันและสร้างความมั่นใจว่าสินค้าสัตว์น้ำที่นำมาจำหน่าย มีความสะอาด ปลอดภัย ปราศจากการปนเปื้อน ปลอดภัยจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งงานนี้จัดขึ้น 2 วันคือ วันที่ 29-30 ธันวาคม ได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนสามารถช่วยเกษตรกรจำหน่ายกุ้งได้กว่า 4 ตันเลยทีเดียว…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 28 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/541593

ชายคาพระพิรุณ : 28 ธันวาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 28 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปลายสัปดาห์นี้ ก็จะเข้าสู่ปีใหม่ 2564 กันแล้ว ซึ่งต้องยอมรับว่าตลอดปี 2563 ที่ผ่านมา หนักหนาสาหัสเอาการอยู่สำหรับ
พี่น้องเกษตรกรทั้งจากภาวะราคาสินค้าตกต่ำในสินค้าบางประเภทและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด แม้หลายฝ่ายต่างร่วมมือช่วยเหลือกันจนสามารถฝ่าฟันมาได้ด้วยดีและคาดหวังว่าจะเริ่มต้นใหม่ในปีหน้าแต่ไอ้โควิด 19 ก็กลับมาเยือนเราอีกแล้วและไม่รู้ว่าจะควบคุมได้มากน้อยแค่ไหน เพราะรอบนี้ จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และกระจายไปในหลายจังหวัดสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบเต็มๆ คือสัตว์น้ำจำพวก กุ้งหอย ปู ปลา เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่เชื่อว่าสินค้าเหล่านี้มาจากแหล่งที่เป็นต้นตอของการระบาด จึงเกิดความตื่นตระหนก แต่ทางกรมประมงก็ออกมายืนยันแล้วว่า สามารถบริโภคสัตว์น้ำได้อย่างปลอดภัย เพราะกรมประมงได้เข้มงวดในการควบคุมความปลอดภัยและสุขอนามัยในสินค้าสัตว์น้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคตลอดสายการผลิต โดยมีการตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์น้ำที่วางจำหน่ายก่อนถึงมือผู้บริโภคอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เพียงแต่ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน และล้างทำความสะอาดสัตว์น้ำเป็นอย่างดีก่อนทำการปรุงอาหารทุกครั้ง…ช่วยกันป้องกัน การ์ดอย่าตกแล้วเราจะผ่านไปด้วยกันครับ

ส่วนในปี 2564 ที่จะถึงไม่กี่วันนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ จะมีอะไรมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่เกษตรกรบ้างนั้น วันก่อน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้กล่าวขณะเป็นประธานเปิดงานและมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ในปี 2564 นี้ จะปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีการทำงาน รวมทั้งนโยบายด้านการเกษตรให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศและทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายใต้หลักตลาดนำการผลิต ซึ่งจะให้ความสำคัญตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงกับการวางแผนการผลิต และนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร การตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวทางการพัฒนาในทุกด้านจะยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก มุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ บริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ จากที่ดินได้ตรงตามศักยภาพของที่ดิน และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากที่สุด รวมไปถึงการยกระดับศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer พัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีทางการเกษตร สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรม รวมทั้ง เครื่องจักรกลเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start up เป็นหน่วยธุรกิจให้บริการทางการเกษตร (Agricultural Service Providers: ASP) เพื่อยกระดับสู่การให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร พัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร เพื่อตอบสนองต่อโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตรออนไลน์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง พัฒนาช่องทางการตลาด โดยเพิ่มช่องทางตลาดให้หลากหลายทั้งในรูปแบบตลาดออนไลน์และออฟไลน์ วางระบบเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ และร่วมกันยกระดับคุณภาพผลผลิต และแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด มีการประกันภัยพืชผล ให้ความคุ้มครองความเสียหายหรือความสูญเสียต่อพืชผลที่เอาประกันภัย ส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันและสร้างความมั่นคงแก่เกษตรกร สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย บนพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและผู้บริโภค…ก็มาดูกันว่าปีหน้าพี่น้องเกษตรกรจะได้ของขวัญตามที่ท่านรัฐมนตรีฯ กล่าวไว้ได้มากน้อยกันแค่ไหน

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 21 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 21 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ : 21 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กลางสัปดาห์ที่จะถึงนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะจัดงานใหญ่ มหกรรม “เกษตรอัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ณ พระบรมราชานุสรณ์ ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี จะยกขบวนเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมทางการเกษตรอัจฉริยะมาจัดแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร เพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาปรับใช้ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิดสามประการ ได้แก่ ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยงานนี้มีโต้โผใหญ่คือนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีแม่งานคือกรมการข้าว ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ

งานดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำนิทรรศการและนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่มาจัดแสดงภายในงานเพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมงาน อาทิ การประกวดสัตว์ที่เลี้ยงผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การประกวดกระบือ ไก่พื้นเมืองสวยงาม โคเนื้อ และแพะ จากกรมปศุสัตว์ นิทรรศการและการปล่อยสินเชื่อเงินกู้แก่เกษตรกร จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กิจกรรมสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพในระยะสั้น เช่น การเลี้ยงจิ้งหรีดครบวงจร จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สาธิตการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา จากกรมพัฒนาที่ดิน นิทรรศการเทคโนโลยีเรื่องกุ้งก้ามกราม และการประกวดปลาสวยงาม ปลากัด จากกรมประมง การแปรรูปสินค้าและจำหน่ายสินค้ากลุ่มประมง จากองค์การสะพานปลา นิทรรศการ สารชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช จากกรมวิชาการเกษตร นิทรรศการ Application Smart ME จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การจัดแสดง Application พยากรณ์ จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร ส่วนกรมการข้าวซึ่งเป็นแม่งาน จะนำนิทรรศการและผลงานวิจัยพันธุ์ข้าวต่างๆมาจัดแสดง อาทิ นวัตกรรมเทคโนโลยีการพัฒนาพันธุ์ข้าวด้วยลำแสงไอออนพลังต่ำ แปลงนาสาธิต นิทรรศการเกษตรอัจฉริยะ เช่นท่อวัดระดับน้ำอัจฉริยะ นิทรรศการเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10นิทรรศการเกษตรทฤษฎีใหม่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมการแข่งขันหุงข้าวด้วยหม้อดิน รวมไปถึงการนำข้าวและผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากข้าวมาจำหน่ายภายในงานในราคาถูก และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งนอกจากการจัดแสดงทางวิชาการแล้ว ภายในงานยังได้จัดให้มีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากหน่วยงานต่างๆ ในราคาถูกอีกด้วย

โดยงานนี่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24ธ.ค.2563-1 ม.ค.2564 นี้ ซึ่งได้รับเกียรติจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 15.00 น. ใครอยู่ใกล้ก็แวะไปเที่ยวงานและศึกษาเรียนรู้นวัตกรรมด้านการเกษตรที่แต่ละหน่วยงานนำมาจัดแสดงกันได้นะครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 14 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ฝากข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการกำหนดร่างกฎกระทรวง สืบเนื่องจากกรณีการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหลายแห่งต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อเงินฝากเงินหุ้นของสมาชิก กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติสหกรณ์เดิมเพื่อให้ทันกับธุรกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนไปจนได้มาซึ่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ ฉบับแก้ไข พ.ศ.2562เป็นเหตุให้ต้องมีการออกกฎกระทรวงตามพ.ร.บ.สหกรณ์ใหม่ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขให้กับสหกรณ์ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบสหกรณ์และรักษาประโยชน์สูงสุดของสมาชิกโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและหลักการสหกรณ์ซึ่งนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เสนอร่างกฎกระทรวงออกตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 รวม 5 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย

โดยปรากฏว่ามีผู้บริหารสหกรณ์ มีความกังวลใจในร่างกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 รวม 5 ฉบับ ในประเด็นข้อกังวลกรณีฝ่ายสหกรณ์จำนวนหนึ่งได้เสนอโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการกำหนดงวดชำระหนี้ของสมาชิก รายได้คงเหลือหลังจากหักหนี้ของสมาชิกในการดำรงชีวิต  นายวิศิษฐ์ได้ชี้แจงว่าในระหว่างการพิจารณา สคก. ได้เปิดโอกาสในการรับฟังความเห็นทั้งจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และจากภาคสหกรณ์ที่มีผู้แทนสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยและชุมนุมสหกรณ์ นักวิชาการอิสระเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้ ภาคราชการต้องคำนึงถึงเป้าหมายสำคัญคือ การกำกับดูแลระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งทางการเงินและเกิดประโยชน์ที่แท้จริงกับมวลสมาชิก จึงอาจทำให้มีข้อกำหนดในบางเรื่องไม่สอดรับกับข้อเสนอของภาคสหกรณ์ ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ณ วันที่ 30 พ.ย.2563 มีจำนวนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 563 แห่ง สหกรณ์ออมทรัพย์ 1,318 แห่ง รวม 1,881 แห่ง พบว่า กรณีการกำหนดงวดชำระหนี้เงินกู้สามัญ ที่กำหนดให้สมาชิกชำระเสร็จภายใน 150  เดือนตามร่างกฎกระทรวงนั้น มีสหกรณ์ร้อยละ 72.35 ที่อยู่ในเกณฑ์และในร้อยละ 72.35 ก็ยังพบว่ามีถึงร้อยละ 58.64 ที่ปัจจุบันให้ไม่เกิน 120 เดือน สำหรับสหกรณ์ที่กำหนดงวดเกินกว่า 150 เดือน ถึงมากกว่า 240 เดือน มีจำนวนร้อยละ 27.65 กลุ่มนี้ต้องปรับตัว กรมจึงได้กำหนดไว้ชัดเจนในบทเฉพาะกาลให้เวลาสหกรณ์ในกลุ่มร้อยละ 27.65 ปรับตามตามเกณฑ์ภายในระยะเวลา 10 ปี

ส่วนข้อกังวลกรณีกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาแหล่งเงินทุนที่กำหนดให้ต้องกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินและนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อไม่ให้เป็นระดมทุนจากประชาชนเป็นการทั่วไป หรือการให้เงินกู้หรือการให้สินเชื่อแก่สมาชิกที่กำหนดว่าการให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกต้องไม่กำหนดงวดชำระหนี้ยาวเกินไป และสมาชิกจะต้องมีเงินได้คงเหลือหลังหักชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 รวมทั้งการกำหนดให้สมาชิกที่มีการขอกู้ยืมเงินเกิน 1 ล้านบาท ต้องส่งข้อมูลเครดิตบุโรประกอบการพิจารณา ล้วนเป็นไปเพื่อไม่ให้สมาชิกมีภาระหนี้สินมากจนเกินไปและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ส่วนในข้อกังวลต่อข้อกำหนดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง การจำกัดการกระจุกตัวในการทำธุรกรรมกับลูกหนี้และเจ้าหนี้รายใดรายหนึ่ง และเรื่องอื่นๆ ในร่างนี้ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์และความมั่นคงทางการเงินของสหกรณ์และสมาชิกของสหกรณ์นั้นๆในระยะยาวเป็นสำคัญ ซึ่งกรมทราบถึงข้อกังวลใจของขบวนการสหกรณ์ที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเปลี่ยนผ่าน โดย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้ยืนยันว่าแนวทางในการกำหนดกฎกระทรวงได้ถือปฏิบัติเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัดในเรื่องการเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ที่ให้ส่วนราชการได้คำนึงถึงการให้โอกาสสหกรณ์ในการปรับตัวในช่วงการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูประบบการบริหารจัดการและกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ต่อไป…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 7 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 7 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ :  7 ธันวาคม 2563

ชายคาพระพิรุณ : 7 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากกรณีที่มีการตรวจสอบพบการทุจริตของอดีตกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ (สอ.สรฟ.) ซึ่งมีการอนุมัติเงินกู้พิเศษไม่เป็นไปตามระเบียบให้แก่สมาชิก 6 ราย ในช่วงปี 2556-2559 รวม 199 สัญญายอดเงินกู้คงเหลือ 2,285 ล้านบาท และหลังพบเหตุ 21 พ.ย. 2559 อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในขณะนั้นในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ก็ได้มีคำสั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการเก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้ามากำกับดูแลด้านสหกรณ์ การดำเนินการมีความเข้มข้นมาโดยตลอด กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้มีการดำเนินการตามกฎหมายของพ.ร.บ.สหกรณ์ มาอย่างต่อเนื่องไม่มีการเว้นวรรค หรือละเว้นการดำเนินการหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนนำมาสู่การร้องทุกข์กล่าวโทษ และล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดดังที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น โดยการเข้าจับกุมครั้งนี้ นางสาวมนัญญา บอกว่า ได้มีการวางแผนร่วมกันอย่างลับๆ ของ 3 หน่วยงาน คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้มีการเร่งดำเนินคดีกับอดีตกรรมการสหกรณ์สโมสรรถไฟ จำกัด (สอ.สรฟ.) ที่มีการทุจริตทำให้สหกรณ์เกิดความเสียหายกว่า 2,285 ล้านบาท เนื่องจากการดำเนินการของเจ้าพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนปกติเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งจะยิ่งส่งผลเสียหายมากยิ่งขึ้น และอาจจะมีการไหวตัวทัน ซึ่งนางสาวมนัญญา บอกว่า หลังจากนี้ จะต้องติดตามว่าดีเอสไอจะยึดทรัพย์อะไรได้เพิ่มเติม เพื่อนำมาเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ โดยจะให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นพี่เลี้ยงช่วยในการประสานติดตาม สมาชิกจะได้ใจชื้นขึ้นมาบ้างว่าสหกรณ์แห่งนี้ยังเดินหน้าได้และสามารถที่จะให้บริการทางการเงินกับสมาชิก ชำระหนี้สมาชิกและเจ้าหนี้ได้

นับจากนี้คงต้องเป็นภาระหน้าที่ของ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ ว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์คนใหม่ที่จะต้องตามติดเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์สโมสรรถไฟ ต่อไป ซึ่งนายวิศิษฐ์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า หลังจากนี้ต้องให้เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ในการไล่ตรวจสอบยึดทรัพย์ที่ถูกอดีตกรรมการสอ.สรฟ.ชุดต่างๆ ทุจริตกลับมาดำเนินการคดี ซึ่งถือว่ายังโชคดีอยู่บ้างที่เงินที่ถูกทุจริตไป ได้ถูกนำไปซื้อที่ดิน และเป็นทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ เช่น รถยนต์ ที่สามารถขายได้ ในอนาคตก็จะกลับคืนสู่สหกรณ์เป็นทรัพย์ของสหกรณ์ แต่จะขอให้กรรมการสอ.สรฟ.ไปทำแผนรายละเอียดของหนี้สินและทรัพย์สินแยกเป็นกองต่างๆ ให้ชัด เช่น กองหนี้ของสมาชิก หรือหนี้สินของสหกรณ์ และทรัพย์ที่คาดว่าจะได้คืนจากดีเอสไอในอนาคต เพื่อให้สมาชิกสอ.สรฟ. ได้รับทราบและคลายกังวล และให้เตรียมทำแผนที่จะเจรจากับเจ้าหนี้สหกรณ์ เพื่อจะได้ไม่เป็นปัญหาในการตั้งค่าเผื่อหนี้สูญ ของสหกรณ์เจ้าหนี้ซึ่งคาดว่าทุกฝ่ายพร้อมเจรจาเนื่องจากทุกสหกรณ์ก็ไม่มีปัญหาสภาพคล่อง สามารถปล่อยกู้ได้เช่นกัน เมื่อสอ.สรฟ.มีความชัดเจนในเรื่องสถานที่ดีขึ้นก็เป็นผลดีต่อการทำธุรกรรมของสอ.สรฟ.ในอนาคต… ขุนเกษตรา ขอเป็นกำลังใจให้ท่านรัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา ท่านโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และท่านวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ ว่าที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำงานให้สำเร็จลุล่วง เพื่อประโยชน์ของมวลสมาชิกสหกรณ์นะครับ

ขุนเกษตรา

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563 (naewna.com)

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563

ขุนเกษตรา : 30 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญไปร่วมงานแถลงข่าวจัดงานมหกรรม “เกษตร อัจฉริยะ” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.2563 – 1 ม.ค. 2564 ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดงานนี้ เป็นผู้นำแถลง พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายประภัตรบอกว่า จังหวัดสุพรรณบุรี ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก มีแหล่งน้ำธรรมชาติ การชลประทานเหมาะสมแก่การเกษตร พื้นที่อุดมสมบูรณ์ นับได้ว่าเป็นเมืองอู่ข้าว อู่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา และปศุสัตว์ ที่เป็นอาชีพหลักของประชากรมากกว่าร้อยละ 80 ดังนั้นการจัดงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทางกระทรวงเกษตรฯ จะได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงหรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาเรียนรู้โดยกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมกับภาคเอกชนจัดงานนี้ขึ้นเพื่อร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้แก่ประชาชน ถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการพัฒนาการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง หรือ “เกษตรอัจฉริยะ” มาปรับใช้ ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิดสามประการ ได้แก่ ต่อยอดอดีต ปรับปัจจุบัน และสร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิตทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ประกอบด้วย 1) เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น 2) เกษตรปลอดภัย 3) เกษตรชีวภาพ4) เกษตรแปรรูป และ 5) เกษตรอัจฉริยะ

โดยในงานนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้นำนิทรรศการนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่ อาทิ การจัดกิจกรรมประกวดสัตว์ที่เลี้ยงผ่านนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การประกวดกระบือ ไก่พื้นเมืองสวยงาม โคเนื้อ และแพะ จากกรมปศุสัตว์ การจัดแสดงผลงานวิจัยพันธุ์ข้าว นวัตกรรมการลดต้นทุน การแปรรูปและจำหน่ายข้าว จากกรมการข้าว กิจกรรมสร้างรายได้จากการประกอบอาชีพในระยะสั้น เช่น การเลี้ยงจิ้งหรีดครบวงจร จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) IoT เกษตรนอนตีพุง พื้นที่ ส.ป.ก.ทองคำ จากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การจัดแสดงนิทรรศการฝนหลวง พร้อมจัดแสดงเครื่องบินฝนหลวง จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการวันดินโลก สาธิตการทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา จากกรมพัฒนาที่ดิน การจัดแสดงนิทรรศการด้านน้ำจากกรมชลประทาน การจัดแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีเรื่องกุ้งก้ามกราม การประกวดปลาสวยงาม ปลากัด จากกรมประมง การจัดแสดงนิทรรศการสารชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช จากกรมวิชาการเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการและการปล่อยสินเชื่อเงินกู้แก่เกษตรกร จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นิทรรศการ Application Smart ME จากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ การจัดแสดง Application พยากรณ์ จากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร การจัดแสดงนิทรรศการทำการเกษตรในพื้นที่แคบโรงภาพยนตร์ 2 มิติ จากพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแสดงการปลูกพืชในโรงเรียน (ทำน้อยได้มาก) จากสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) การจัดแสดงนิทรรศการศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (NBAC) และ Application กระดานเศรษฐี จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตผล ผลิตภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสินค้าอุปโภคในราคาถูก อาทิ การประกวดและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร จากกรมส่งเสริมการเกษตร การจำหน่ายสินค้ากลุ่มประมง จากองค์การสะพานปลา การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากยางพารา จากการยางแห่งประเทศไทย การแปรรูป หม่อน ถั่งเช่า และจำหน่ายสินค้า ผ้าไหม ผลิตภัณฑ์หม่อน จากกรมหม่อนไหม นวัตกรรมเลี้ยงโคนม เครื่องรีดนมโค และแจกผลิตภัณฑ์นม จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ OTOP จากพัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี การแสดงแปรอักษรผ่านอากาศยานไร้คนขับ (Drone) และจำหน่ายสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์อาหาร จากหน่วยงานภาคเอกชน เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน ได้ชมและศึกษาความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย รวมไปถึงการเป็นสื่อกลาง
ในการพบปะ แลกเปลี่ยนทรรศนะทางด้านการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้จัดจำหน่าย และผู้บริโภค ด้วยการนำผู้ที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างใกล้ชิด….
ใครอยู่ใกล้เชิญไปเที่ยวงานกันได้นะครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 23 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชายคาพระพิรุณ : 23 พฤศจิกายน 2563 (naewna.com)

ชายคาพระพิรุณ :  23 พฤศจิกายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 23 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเลื่อนตำแหน่งใหม่ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ ที่เลื่อนจากรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ แทนนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ที่ไปนั่งอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าไม่พลิกโผที่มีกระแสมาตั้งแต่ต้น เป็นบุคคลที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ไว้วางใจเป็นอย่างดี และนายวิศิษฐ์ เองก็เป็นลูกหม้อกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญงานด้านสหกรณ์เป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับจากบุคลากรของกรมฯ ซึ่งก่อนจะเติบโตขึ้นมาเป็นรองอธิบดี ก็เคยผ่านงานบริหารทั้งสหกรณ์จังหวัดมาแล้วหลายแห่ง อีกทั้งยังเคยเป็นผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ เห็นงานมาทุกมิติ การได้คนภายใน ที่มีความรู้ความสามารถมานั่งบริหารถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว สามารถเดินหน้าก่องานใหม่และสานต่องานที่นายพิเชษฐ์ ได้ดำเนินการมาเป็นอย่างดีแล้วได้ทันที…นอกจาก ตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังอนุมัติตำแหน่งผู้ตรวจราชการเพิ่มอีก 4 ตำแหน่ง คือ 1.นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ ขยับจากตำแหน่งรองอธิบดี กรมปศุสัตว์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย รองเลขาธิการ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรม ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และ 4.นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ขุนเกษตราขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งในครั้งนี้ครับ…

ขุนเกษตรา ได้ข่าวมาว่า กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจัดงานใหญ่ที่สุพรรณบุรีเร็วๆ นี้ ชื่องานมหกรรม “เกษตรอัจฉริยะ
ครั้งที่ 1 อำนวยการสร้างโดย รมช.จากเมืองสุพรรณฯ แห่งบ้านควายเจ้าเดิม โดยผู้ที่รับบทเป็นแม่งานใหญ่ น่าจะเป็นกรมที่มีอธิบดีใหม่ป้ายแดงสายตรงของ รมช.นั่นเอง ที่จะต้องหางบประมาณมาจัดงานสนองความต้องการของ ฯพณฯ ข่าวว่างานนี้ อาจจะต้องระดมทุนจากกรมอื่นเข้ามาช่วย แถมกรมในการกำกับดูแลของ ฯพณฯ ยังจะต้องหาสินค้ามาลดแลกแจกแถม บริการผู้เที่ยวงานกันให้ถึงใจ เอาใจชาวสุพรรณบุรีไปเต็มๆ เหมือนหาเสียงอย่างไรอย่างนั้น ขุนเกษตราก็สงสัยเหลือเกินว่า ทำไมนะ อีเว้นท์ใหญ่ๆ เยี่ยงนี้ จะต้องไปจัดที่สุพรรณบุรี ที่นั่นมันเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญหรืออย่างไร
ขุนเกษตราว่านะ สุพรรณบุรีน่ะ อุดมสมบูรณ์ รุ่งเรืองด้านเกษตรกรรมแทบทุกอย่างอยู่แล้ว ทั้งนาข้าว อุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลและการเกษตรอื่นๆ รวมถึงระบบชลประทาน ดังนั้น หากจะจัดงานเพื่อเผยแพร่นวัตกรรม โดยเฉพาะด้านเกษตรอัจฉริยะตามชื่อของงาน ก็น่าจะนำไปเผยแพร่ให้กับเกษตรกรพื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้บ้าง ประโยชน์มันจึงจะตกอยู่กับประชาชนและเกษตรกรจริงๆ หรือว่างานนี้เพียงต้องการงบประมาณเพื่อจัดอีเว้นท์สัก 4-5 วันเท่านั้น พองานเลิกก็แล้วกัน นี่ก็ยังได้ข่าวมาอีกนะว่า แม้จะเพิ่งเริ่มโครงการ เริ่มหางบจัดงานกัน แต่มีออแกไนซ์รองรับสำหรับงานนี้เรียบร้อยแล้วด้วย… พะน่ะ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 16 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/532027

ชายคาพระพิรุณ : 16 พฤศจิกายน 2563

ชายคาพระพิรุณ : 16 พฤศจิกายน 2563

วันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จบไปแล้วสำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทานและกรมการข้าว หลังจากที่ลุ้นกันมาสักพัก ในที่สุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2563 ก็มีมติแต่งตั้ง นายประพิศ จันทร์มา
รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นอธิบดีกรมชลประทาน แทน นายทองเปลว กองจันทร์ ที่เลื่อนตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมใจ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อุตส่าห์ผลักดันกันเต็มเหนี่ยว ท่ามกลางข่าวลือว่า ตำแหน่งนี้มีเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว หมายถึงกระแสโดยรวมนะครับ แต่บางกระแสก็บอกว่าจริงๆ แล้ว มันไม่ใช่หลักร้อยล้าน แต่มันเป็นหลักพันล้านเลยทีเดียว ไอ้สามสี่ร้อยล้านที่เป็นข่าวนั้น เป็นเพียงเงินล่วงหน้าบางส่วนแค่นั้นเอง ซึ่ง ขุนเกษตรา ก็ไม่รู้ว่าเป็นข้อเท็จจริงแค่ไหนเหมือนกัน ได้ยินมา เลยเอามาเล่าให้ฟัง…

ส่วนฟากฝั่งทุ่งบางเขน นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร สายตรงนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้ามห้วยมาเป็นอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งในมุมมองของขุนเกษตรา มองว่า นายนายอาชว์ชัยชาญ เติบโตแบบข้ามหน้าข้ามตาคนอื่นอยู่ไม่ใช่น้อย เป็นรองอธิบดีได้ไม่นาน น่าจะไม่ถึงปีด้วยซ้ำ แต่ได้ขยับขึ้นเป็นอธิบดีซะแล้ว แถมข้ามห้วยด้วยทางพิเศษเพราะเป็นสายตรงรัฐมนตรีช่วยฯ ประภัตร ทั้งๆ ที่บรรดารองอธิบดีลูกหม้อ ที่เติบโตมาตามสายงานมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านข้าวโดยตรงทั้งงานวิจัยและงานส่งเสริม อีกทั้งมีความอาวุโสกว่า กลับไม่เข้าตารัฐมนตรีช่วยฯ ประภัตร เอาเสียเลยสักคน ก็ไม่รู้ว่าท่านเลือกคนทำงานแบบไหน เลือกที่ทำงานเป็น มีความเชี่ยวชาญ เพื่อมาพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทย ให้เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด อยู่ดีกินดี หรือเอาแบบทำตามใจกูได้ก็พอ ซ้ายหันขวาหันรู้เรื่องเป็นใช้ได้…ก็เอากันที่สบายใจครับแต่อยากให้นึกถึงคนในบ้านเขาบ้าง บ้านเขา เขาช่วยสร้างกันมา และเขาต้องอยู่ดูแลบ้านกันอีกนาน ท่านมาเดี๋ยวเดียวก็ไปแล้ว อย่าทิ้งอะไรไว้เป็นภาระให้คนในบ้านจัดการทีหลัง ตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี ที่ชอบแต่ตัวเหมือนชาวนามากำกับดูแลกรมนี้ ก็มีข่าวอยู่เป็นเนื่องๆ ยิ่งตอนนี้มีข่าวเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว กข.87 ที่กรมการข้าวพึ่งรับรองสายพันธุ์ไปหมาดๆ แต่มีข่าวว่า ไม่รู้ทำไมพันธุ์ข้าว ถึงตกไปอยู่ในมือเอกชนจำนวนมากได้อย่างไร น่าสงสัยจริงๆ…

สำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่ยังว่างอยู่ เนื่องจากนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ ไปเป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ซึ่งคาดว่าตำแหน่งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาโดยบุคคลที่คาดว่า จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คือนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นั่นเอง ก็ถือว่าเหมาะสมครับ เพราะเป็นลูกหม้อสายตรง เป็นผู้ที่รู้งานและมีประสบการณ์ด้านสหกรณ์เป็นอย่างดีหลายมิติ อีกทั้งมีความอาวุโส ทำงานเข้าขากันดีกับรัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา ขุนเกษตรา ดูแล้วโผนี้ไม่น่าพลิก วันที่ 17 พ.ย.น่าจะเข้า ครม. ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าเลยแล้วกันครับ

ขุนเกษตรา