ชายคาพระพิรุณ : 26 กรกฎาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/590344

ชายคาพระพิรุณ : 26 กรกฎาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรมหม่อนไหมถูกนำมากล่าวถึงในโลกออนไลน์อยู่พอสมควร กรณีมีนักการเมืองท่านหนึ่งตั้งคำถามถึงงบประมาณที่ถูกจัดสรรให้กรมหม่อนไหม 560 ล้านบาท ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ ทำให้มีผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการหม่อนไหมทั้งเกษตรกรผู้ประการออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากมายซึ่ง ขุนเกษตรา ขออนุญาตไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะอยู่ในแวดวงเดียวกัน คุ้นเคยกันดี ก็มองว่า ตั้งแต่กำเนิดกรมหม่อนไหมมา 11 ปีและกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 12 กรมหม่อนไหม ก็ทำหน้าที่ดูแลภารกิจด้านหม่อนไหมของประเทศได้ในหลายมิติส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในหลายพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่ไม่น้อย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมระบบเกษตรพันธสัญญาผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม จ.น่าน เชียงราย พะเยา และบริษัท จุลไหมไทย จำกัด ซึ่งนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม บอกว่า ในพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา มีเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม จำนวน 353 ราย โดยปีพ.ศ.2563 มีผลผลิตรังไหมรวม 54,514 กิโลกรัม คิดเป็นรายได้ 8,196,039 บาท ส่วนในปีพ.ศ.2564 มีแผนการเลี้ยงไหม จำนวน 10 รุ่น คาดการณ์จะได้ผลผลิตรังไหม จำนวน 75 ตัน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้มากกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งกรมหม่อนไหมได้ไปส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากสถานการณ์การขาดแคลนรังไหมและเส้นไหมในตลาดโลกมีมากขึ้น เพราะประเทศจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตเส้นไหมรายใหญ่ของโลกได้ลดปริมาณการผลิตลง ทำให้ราคารังไหมและเส้นไหมในตลาดโลกขยับสูงขึ้น และปัจจุบันภาคเอกชนของไทย คือบริษัท จุลไหมไทย จำกัด มีความต้องการรังไหมเพื่อผลิตเส้นไหมปีละ 5,000 ตัน แต่เกษตรกรสามารถผลิตได้เพียงปีละ 2,000 ตัน ดังนั้นเพื่อเป็นการขยายการผลิตตามความต้องการของตลาด กรมหม่อนไหมและบริษัท จุลไหมไทยฯ จึงเร่งสร้างเกษตรกรให้เข้าสู่ระบบการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยได้กำหนดเป้าหมาย และส่งเสริมกิจกรรมการฝึกอบรมให้ความรู้แบบครบวงจร สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกร และได้ขยายผลสู่การทำข้อตกลงเกษตรพันธสัญญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและการแข่งขัน ลดความเสี่ยงด้านการตลาด และเกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกร โดยท่านอธิบดีกรมหม่อนไหม ยังย้ำด้วยว่า การลงนามข้อตกลงเกษตรพันธสัญญาในการซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรม ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทั้งด้านอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร รวมทั้งสามารถลดการนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศ ช่วยแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นการร่วมกันพัฒนาวงการหม่อนไหมไทยให้เจริญรุ่งเรือง และก้าวไปสู่การเป็นผู้นำในการผลิตเส้นไหมในอันดับต้นๆ ของโลก…

นับว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่ง ที่กรมหม่อนไหมจัดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกรได้พบกับผู้ประกอบการโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังไม่สงบ เพื่อให้ทุกฝ่ายผ่านวิกฤติไปได้

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 19 กรกฎาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/588582

ชายคาพระพิรุณ : 19 กรกฎาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข่าวประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ครั้งที่ 5/2564 ซึ่งเป็นการประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร โดยมีการพิจารณาใน 4 วาระสำคัญคือ 1. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูฝนปี 2564 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เห็นชอบมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ ป้องกัน และลดความเสียหายจากการเกิดภัยพิบัติในฤดูฝน ประกอบด้วย 10 มาตรการ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รวบรวมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูฝนปี 2564 ของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำหลาก และฝนน้อยกว่าค่าปกติ โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือ 1) การเตรียมความพร้อม การป้องกันและลดผลกระทบ 2) การเผชิญเหตุ และ 3) การฟื้นฟู

วาระที่ 2. รับทราบผลการดำเนินงานการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งได้รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาและมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ดำเนินการตามลำดับต่อไป ส่วนวาระที่ 3. ผลการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม มาตรการเร่งด่วน ระยะกลาง ระยะยาว และแผนงาน/โครงการสำคัญ (Action Plan) ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านโคนมและผลิตภัณฑ์นม
ระยะที่ 1 (ปี 2564-2570) รวมทั้ง MOU การซื้อขายน้ำนมโค ปี 2563/2564 ปริมาณรวม 3,547.640 ตัน/วัน และวาระที่ 4. (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) โดยได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจหลักด้านการวางแผนงาน นโยบาย และมาตรการด้านการเกษตรจัดทำแผนปฏิบัติราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดยระยะแรกได้จัดทำช่วงระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) ซึ่งแผนฯ ดังกล่าว มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด ในวันที่ 30 กันยายน 2565 ทั้งนี้ สศก. ได้เตรียมกระบวนการจัดทำแผนปฏิบัติราชการฯระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างฯ ดังกล่าว

นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ยังบอกอีกว่า ขณะนี้ได้มีการติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ โดยกรมปศุสัตว์ได้รายงานถึงการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ วงเงินงบประมาณจำนวน 684,218,000 บาท โดยกรมปศุสัตว์ได้วางแผนบริหารจัดการวัคซีนจำนวน 5 ล้านโดส เพื่อแจกจ่ายให้สำนักงานปศุสัตว์เขตทั้ง 9 เขต นำไปดำเนินการฉีดให้กับโค กระบือของเกษตรกรอย่างทั่วถึง…จึงนำมาแจ้งข่าวกันครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 12 กรกฎาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/586851

ชายคาพระพิรุณ : 12 กรกฎาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ข่าวดีสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง หลัง คบท. ไฟเขียวให้ กรมประมง เดินหน้าโครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลฯ ซึ่งสืบเนื่องจากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (คบท.) ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ได้อนุมัติโครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในอุตสาหกรรมกุ้งทะเลอย่างยั่งยืน ปี 2564 ตามที่กรมประมงเสนอเพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลซึ่งสามารถกู้จาก ธ.ก.ส. ได้รายละไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 ราย เพื่อติดตั้งระบบอุปกรณ์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar cell) อุปกรณ์ควบคุมเครื่องเติมอากาศอัจฉริยะ และปรับปรุงโครงสร้างฟาร์มในรูปแบบต่างๆ ภายใต้
วงเงินสินเชื่อ 3,000 ล้านบาท โดยการสนับสนุนเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวมฯ เพื่อชดเชยดอกเบี้ยให้แก่เกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จำนวน 450 ล้านบาท ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินโครงการ 35 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี กาญจนบุรี นนทบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี พระนคาศรีอยุธยา ราชบุรี ชัยภูมิ อุดรธานี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต สตูล ตรัง กระบี่ พังงา พัทลุง สงขลา นครศรีธรรมราช ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา กรมประมงได้จัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการฯ ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมการค้าภายใน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอน และแผนการใช้เงินภายใต้โครงการเรียบร้อยแล้ว

สำหรับเกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการฯ ต้องเป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลซึ่งจดแจ้งประกอบกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมประเภทกิจการการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล (จสค.) กับกรมประมง กรณีเป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกร/ วิสาหกิจชุมชน/ สมาคม/ ชมรม/ กลุ่มเกษตรกร ต้องได้รับการรับรองคุณสมบัติเพื่อเข้าร่วมโครงการฯ จากสถาบันที่สังกัด หากไม่เป็นสมาชิก สามารถขอรับรองคุณสมบัติเกษตรกรได้จากศูนย์ฯ ที่รับผิดชอบโครงการ ในแต่ละจังหวัด หากเป็นลูกค้าปกติของ ธ.ก.ส. หรือเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลที่ ธ.ก.ส. สอบสวนและขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าได้ โดยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม จนถึง 30 ตุลาคม 2564 ได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง/น้ำจืด ที่รับผิดชอบโครงการฯในแต่ละจังหวัด ในวันและเวลาราชการ ซึ่งกรมประมงได้มีการจัดตั้งศูนย์ให้บริการตอบคำถาม (Help Desk) ทาง LINE@ “COASTALCARES” (ID: 281jxxaj) หรือโทรศัพท์ 0-2561-3997 เพื่อให้ข้อมูลและไขข้อข้องใจแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการฯ…สำหรับเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งท่านใดต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการหรือสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ติดต่อตามช่องทางที่แจ้งไว้ได้เลยครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 5 กรกฎาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585101

ชายคาพระพิรุณ : 5 กรกฎาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบกลับคืนสู่สภาวะปกติได้เมื่อไหร่ ส่งผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า แม้กระทั่งสมาชิกของสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรต่างๆ ที่อาจจะมีรายได้ลดลงและกระทบต่อการส่งชำระเงินกู้ให้กับสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัดได้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้หาแนวทางช่วยเหลือ โดยจับมือกับสหกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่ง นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ บอกว่าได้ขอความร่วมมือสหกรณ์ สถาบันเกษตรกร เดินหน้าช่วยเหลือบรรเทาภาระด้านหนี้สินและลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับเพื่อนสมาชิกมาอย่างต่อเนื่องในห้วงที่สถานการณ์ของโรคไวรัส โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดมาตั้งแต่ปี’63 ถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้สมาชิกสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ พร้อมกันนี้หากต้องการพัฒนาหรือเสริมสร้างอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้เพิ่ม กรมก็พร้อมที่จะเข้าสนับสนุน โดยล่าสุดกรมได้มีการจัดอบรมสมาชิกในด้านการค้าออนไลน์  ซึ่งปัจจุบันเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญ ในขณะที่โครงการลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านและโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ จะเป็นอีกช่องทางด้านตลาดเปิดให้สมาชิกสหกรณ์นำสินค้ามาจำหน่ายในแต่ละพื้นที่

สำหรับผลการช่วยเหลือสมาชิกในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า ท่านอธิบดีวิศิษฐ์ บอกว่า สามารถที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับสมาชิกได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจากการเก็บข้อมูลนับแต่วันออกมาตรการ เม.ย.2563- พ.ค.  2564 รวมมูลค่าที่ช่วยลดผลกระทบกว่า  5 หมื่นล้านบาท การให้ความช่วยเหลือสมาชิกด้านหนี้สินและการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทั้งเป็นนโยบายสำคัญของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์  รมช.เกษตรฯ ที่ให้กรมประสานกับสหกรณ์และสถาบันเกษตรกรให้ความช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เริ่มการระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2563 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตั้งแต่เกิดสถานการณ์ โดยกรมได้วางกรอบมาตรการช่วยเหลือไว้ ซึ่งจากข้อมูลผลการช่วยเหลือ ณ ปี  2563 ถึงปัจจุบัน(พ.ค. 2564) จากสหกรณ์ที่มีมาตรการช่วยเหลือสมาชิกทั้งสิ้น  2,502 แห่ง หรือร้อยละ 33.01% ของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่มีการรวบรวมข้อมูล 7,500 แห่ง ซึ่งจากผลที่มีการเก็บข้อมูลผลการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เพราะเป็นการสะท้อนว่าในยามวิกฤติ วงการสหกรณ์จะไม่ทิ้งกันและพร้อมที่จะช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ส่วนผลการบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์/สถาบันเกษตรกร ประกอบด้วย 1. มาตรการพักชำระหนี้ให้กับสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร จำนวน  620 แห่ง  172,845  ราย  เฉลี่ยรายละ  2 แสนบาท มูลหนี้รวม 32,229.83  ล้านบาท  2.การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร เฉลี่ยร้อยละ 0.75-1.50 (ตามชั้นลูกหนี้)  611 แห่ง  511,540 ราย  3.ลดภาระส่งค่าหุ้นโดยการปรับลดและ/หรืองดส่งค่าหุ้นชั่วคราว 360 แห่ง  217,814  ราย คิดเป็นมูลค่า 1,026.51 ล้านบาท 4. การปรับโครงสร้างหนี้ให้กับสมาชิกที่มีความประสงค์ยื่นขอจัดทำแผนจัดการหนี้ 342 แห่ง 50,952 ราย(54,126 สัญญา) มูลหนี้รวม 18,189.97 ล้านบาท สถาบันเกษตรกรรับภาระหนี้ 5,702.95 ล้านบาท 5.ประกันสุขภาพ พัฒนาอาชีพเสริม เงินบริจาคช่วยเหลือครอบครัว ถุงยังชีพ 303 แห่ง 122,591 ครัวเรือน/ชุมชน 138.05 ล้านบาท 6. การลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับสมาชิกในด้านสุขภาพอนามัยและส่วนลดในการจัดหาสินค้าอุปโภค-บริโภค มาจำหน่าย 278 แห่ง 182,909  ราย ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือสมาชิก182.29 ล้านบาท…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 28 มิถุนายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583396

ชายคาพระพิรุณ : 28 มิถุนายน 2564

ชายคาพระพิรุณ : 28 มิถุนายน 2564

วันจันทร์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแต่ยังพบว่าขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงขาดแคลนน้ำ เนื่องจากประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ ยังมีปริมาณน้ำใช้การน้อย กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ภายใต้การนำของ ท่านอธิบดีนายสุรสีห์ กิตติมณฑล จึงยังคงปฏิบัติการฝนเทียมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนและเกษตรกรทั่วประเทศเปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 13 หน่วยบินทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับกองทัพบกและกองทัพอากาศ ทำงานโดยไม่มีวันหยุดราชการ ซึ่งท่านอธิบดีสุรสีห์ บอกว่า กรมฝนหลวงฯ ได้มีการติดตามสภาพอากาศทุกวันเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเข้าให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยประชนหรือเกษตรกรสามารถเข้าไปติดตามรับฟังข้อมูลข่าวสารสภาพอากาศ และแผนปฏิบัติการฝนหลวงรวมถึงแจ้งข้อมูลสภาพพื้นที่ของท่าน เพื่อจะได้จัดลำดับความสำคัญในการวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงได้ผ่านการไลฟ์สดผ่านช่องทาง Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในช่วงเวลา 10.30 น. เป็นประจำทุกวัน ซึ่งท่านอธิบดีและท่านรองอธิบดีอีก 2 ท่านจะสลับหมุนเวียนเข้ามาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง และยังสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ผ่านช่องทางอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น Twitter Instagram Line Official Account : @drraa_pr และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2109-5100 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมฝนหลวงฯ ค่อยรับเรื่องและประสานกับพี่น้องประชาชนและเกษตรกรได้ทันที…เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมากๆ ครับ

กรมประมง ฝากข่าวประชาสัมพันธ์รณรงค์ห้ามไม่ให้ใช้“ใช้กระแสไฟฟ้าในการทำประมง” ซึ่งเป็นไปตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 60 ที่ได้บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมง เนื่องจากการทำการประมงด้วยกระแสไฟฟ้าเป็นลักษณะการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือแบตเตอรี่ ผ่านเครื่องแปลงกระแสไฟต่อกับอุปกรณ์ที่เป็นตะแกรงหรือเหล็กปล่อยกระแสไฟฟ้า จุ่มลงไปในน้ำที่เป็นที่จับสัตว์น้ำ เพื่อให้กระแสไฟฟ้าช็อตทำอันตรายสัตว์น้ำแล้วเก็บเอาสัตว์น้ำนั้นมาใช้ประโยชน์ ส่งผลทำให้สัตว์น้ำทุกชนิดที่อยู่บริเวณนั้น และสัตว์น้ำวัยอ่อนขนาดเล็กที่ทนกระแสไฟฟ้าไม่ได้จะตาย หรือพิการ ผู้ที่ใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงจะเก็บเฉพาะสัตว์น้ำที่ต้องการมาใช้ประโยชน์เท่านั้น ทำให้เกิดการสูญเสีย และทำลายวงจรชีวิตสัตว์น้ำ การใช้กระแสไฟฟ้าจึงเป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรง เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างมาก ดังนั้น กฎหมายจึงได้บัญญัติห้ามใช้กระแสไฟฟ้าทำการประมงโดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้เน้นย้ำให้กรมประมงดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืนภายใต้การมีส่วนร่วมของชุมชนเกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพและสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนรับทราบข้อกฎหมายและความตระหนักในการดูแลทรัพยากรสัตว์น้ำ…

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 21 มิถุนายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/581682

ชายคาพระพิรุณ : 21 มิถุนายน 2564

ชายคาพระพิรุณ : 21 มิถุนายน 2564

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในวงกว้างซึ่งรวมถึงภาคเกษตรด้วยสำหรับภาคเกษตรนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในหลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือโครงการสำคัญภายใต้นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ โครงการ1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรมีงาน มีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งต้องการสกัดการไหลบ่าแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่นๆ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการวางเป้าหมายที่จะพัฒนาพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ให้ครบ 4,009 ตำบล เกษตรกรเข้าร่วมโครงการจำนวน 32,000 ราย และเกิดการจ้างงานในพื้นที่จำนวน 16,000 ราย ซึ่งได้เริ่มขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา และกำหนดให้แล้วเสร็จภายในธันวาคม 2564 หรือในอีก 7 เดือนข้างหน้า แต่พบว่าขณะนี้การดำเนินโครงการดังกล่าวยังมีความล่าช้าในบางกิจกรรม

ทำให้เมื่อวันก่อน นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาผ่านไลฟ์สดในรายการ “เกษตรบอกข่าว” ซึ่งออกอากาศทุกวันจันทร์ ทางเฟซบุ๊คกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าขณะนี้มี 2 กิจกรรมที่ล่าช้าไปจากแผนนั่นคือกิจกรรมฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ในกระบวนการเรียนรู้เวทีที่ 1 และกิจกรรมการขุดสระเก็บน้ำหรือกิจกรรมการปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่พร้อมกับยอมรับว่าทุกโครงการปัญหาย่อมเกิดขึ้นได้เหมือนกับโครงการอื่นๆทั่วไปที่พอลงพื้นที่อาจพบกับอุปสรรคและข้อจำกัด แต่เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาให้สามารถเดินหน้าต่อได้ ซึ่งท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่าสาเหตุที่กิจกรรมฝึกอบรมล่าช้าไปจากแผนเดิมเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงระบาดต่อเนื่อง จึงทำให้มีข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมดังกล่าว แต่กระทรวงเกษตรฯ มั่นใจว่าหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลงจะเร่งจัดกิจกรรมดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามแผนงานให้เร็วที่สุดส่วนความล่าช้าของกิจกรรมขุดสระเก็บน้ำหรือกิจกรรมการปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ขณะนี้ขุดเสร็จเพียง 5,801 บ่อ เท่านั้น ปัญหาหลักเกิดจากเกษตรกรมีการยกเลิกการเข้าร่วมโครงการฯ และมีการเปลี่ยนแปลงขนาดพื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ จึงส่งผลต่อการดำเนินการขุดสระเก็บน้ำและการบริหารสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความล่าช้าออกไป และยังพบด้วยว่าพื้นที่ดำเนินการโครงการบางพื้นที่อยู่ระหว่างการเพาะปลูก จึงทำให้ไม่สามารถเข้าพื้นที่ดำเนินการขุดสระเก็บน้ำได้ อีกทั้งช่วงระยะเวลาการดำเนินงานโครงการเข้าสู่ฤดูฝนบางพื้นที่มีน้ำท่วมขังส่งผลให้เครื่องจักรไม่สามารถดำเนินการขุดสระเก็บน้ำได้

แม้ว่าการดำเนินโครงการจะล่าช้าจากแผนงานไปบ้างแต่ท่านปลัดทองเปลวก็ยังมั่นใจว่าไม่น่าวิตกกังวลเพราะยังพอมีเวลาอีก 6-7 เดือนในการขับเคลื่อนเพื่อให้เข้าเป้าและก็ไม่ได้เป็นข่าวร้ายสักทีเดียว เพราะยังพอมีข่าวดีแจ้งมาว่า ยังมีอีก 2 กิจกรรมที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน กำลังเดินหน้าฉลุยไปแล้ว 85% นั้นคือกิจกรรมคัดเลือกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมคัดเลือกจ้างงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบล โดยข้อมูล ณ วันที่ 11 มิ.ย.2564 พบว่ามีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการแล้ว 29,537 ราย จากเป้าหมาย 32,000 ราย แบ่งเป็นเกษตรกรทั่วไปจำนวน 28,166 ราย และเกษตรกรโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ (5 ประสาน) จำนวน 1,371 ราย ส่วนกิจกรรมคัดเลือกจ้างงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบล มีการจ้างงานแล้วจำนวน 14,078 ราย จากเป้าหมาย 16,000 ราย และได้จัดส่งคู่มือการปฏิบัติงานแล้วจำนวน 50,000 เล่ม และได้มีการเช่าใช้พื้นที่การดำเนินการระบบสารสนเทศ และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯเพื่อสนับสนุนโครงการ 1 ตำบลฯ…ขุนเกษตรามองว่า หากโครงการนี้ดำเนินการสำเร็จก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว จึงขอให้กำลังใจคนทำงานโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน
ที่กำลังระดมสรรพกำลังกันอยู่ในพื้นที่อย่างแข็งขันครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 14 มิถุนายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/579987

ชายคาพระพิรุณ :  14 มิถุนายน 2564

ชายคาพระพิรุณ : 14 มิถุนายน 2564

วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังพบตัวเลขการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องให้บริการเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ยังต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิธีทำงานเพื่อให้อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะการนำระบบออนไลน์เข้ามาเป็นเครื่องมือเพื่อลดการพบปะโดยตรง ล่าสุด กรมหม่อนไหมก็ได้แจ้งข่าวการปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหม ด้วยการตรวจประเมินทางไกล ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการเกษตรกรที่รวดเร็วขึ้นและลดการเสียโอกาสของเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งนายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหมแจ้งว่า กรมหม่อนไหมได้ปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) จากเดิมที่ผู้ตรวจประเมินมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องมีการตรวจประเมินทุกขั้นตอนในสถานที่ผลิตจริง ตั้งแต่การตรวจสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหม การตรวจวัตถุดิบ (พันธุ์ไหม เส้นไหม และเส้นใยอื่น) การตรวจกระบวนการผลิต (การสาวไหม การฟอกย้อมสี และการทอผ้า) การตรวจคุณภาพผ้าไหม (การทดสอบตกสี ความสม่ำเสมอของสี ลวดลาย และเนื้อผ้า) และการรับรองโดยการติดดวงตรานกยูงพระราชทาน พร้อม 2D barcode เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลงพื้นที่ปฏิบัติงานได้ จึงปรับเปลี่ยนมาเป็นการตรวจประเมินทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในบางขั้นตอน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่ต้องการขอการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) สอดคล้องกับมาตรการการป้องการการแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

สำหรับรูปแบบวิธีการตรวจประเมินผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหมนั้นผู้ตรวจประเมินสามารถประเมินด้วยวิธีทางไกล ทั้งผ้าไหมตรานกยูงสีทอง สีเงิน สีน้ำเงินและสีเขียว ส่วนขั้นตอนของการตรวจประเมินวัตถุดิบที่ใช้สำหรับผลิตผ้าไหมไทยและกระบวนการผลิต ผู้ตรวจประเมินจะเข้าตรวจประเมินในสถานที่จริง ในการตรวจรับรองผ้าไหมตรานกยูงทั้ง 4 ชนิด และผ้าไหมตรานกยูงสีน้ำเงินและสีเขียวยังสามารถตรวจประเมินทางไกลได้อีกช่องทาง ส่วนขั้นตอนการตรวจประเมินคุณภาพผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทางทั้ง 4 ชนิด ผู้ตรวจประเมินจะลงพื้นที่ตรวจประเมินในพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ผ้าไหมไทยที่มีคุณภาพตามมาตรฐานตรานกยูงพระราชทานของกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการเพื่อลดการเสียโอกาสต่างๆ ได้ เนื่องจากผ้าไหมก็ถือเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง สำหรับท่านใดที่สนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมท่านอธิบดีกรมหม่อนไหม บอกว่าสามารถติดต่อสอบถามได้ที่กรมหม่อนไหม โทร. 0-2940-6564 ต่อ 14 ได้เลยครับ

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : ‘วันสหกรณ์นักเรียน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/578291

ชายคาพระพิรุณ :  ‘วันสหกรณ์นักเรียน’

ชายคาพระพิรุณ : ‘วันสหกรณ์นักเรียน’

วันจันทร์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วันนี้ 7 มิถุนายน 2564 ตรงกับ“วันสหกรณ์นักเรียน” ซึ่งเป็นวันสำคัญอันเกิดจากสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีแนวพระราชดำริ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 ให้จัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน โดยเริ่มต้นจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ภายใต้โครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ เพื่อปลูกฝังแนวคิดแนวปฏิบัติตามอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ ให้แก่เด็กและเยาวชน ทั้งการเรียนรู้ในห้องเรียนและฝึกปฏิบัติกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน

นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริจัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์ และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาตนเอง พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการมีส่วนร่วมของครูนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน และยังได้ขยายผลไปยังโรงเรียนในสังกัดต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งได้กำหนดให้วันที่ 7 มิถุนายนของทุกปี เป็น “วันสหกรณ์นักเรียน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสหกรณ์นักเรียนระหว่างโรงเรียนต่างๆ อีกทางหนึ่ง

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีการขยายผลไปในโรงเรียนในพระราชดำริ โรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครอบคลุมโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 30,524 โรงเรียน มีการดำเนินงานโรงเรียนต้นแบบจัดการเรียนรู้การสหกรณ์มีทั้งหมด 1,103 โรงเรียน มีครูผู้สอนที่ผ่านการอบรมเรื่องของสหกรณ์จำนวน 15,090 โรงเรียน นับว่าเป็นความก้าวหน้าของกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนในโรงเรียน
ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ มุ่งหวังที่จะปลูกฝังเรื่องของ อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ให้กับนักเรียนตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน เพื่อจะได้เรียนรู้เรื่องของขบวนการสหกรณ์ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จะได้นำวิธีการสหกรณ์มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยในปี 2564 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้วางแนวทางในการสร้างเครือข่ายครูสหกรณ์ที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นช่องทางแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดการเรียนการสอนในโรงเรียนของตนเอง ทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย พัฒนาการอบรม วิธีการสอนให้แก่ครูสหกรณ์ที่เข้มข้นขึ้นและที่สำคัญสนับสนุนให้นักเรียนได้ไปเรียนรู้จากของจริง ในโรงเรียนที่มีการดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ที่ประสบผลสำเร็จ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในวันนี้ (7 มิถุนายน 2564) จะอยู่ในช่วงของการระบาดของโควิด 19 แต่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ก็ยังดำเนินการจัดกิจกรรมวันสหกรณ์นักเรียน ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรม และการสร้างความรู้ ผ่านระบบออนไลน์ ทาง Facebook Fanpage ของสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ เผยแพร่พระราชดำรัส พระอัจฉริยภาพที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสร้างสรรค์สหกรณ์นักเรียน คลิปสัมภาษณ์อธิบดีกรมส่งเสริมสหรณ์ที่ฝากเรื่องราวถึงน้องๆ นักเรียน คุณครู ผู้ปกครอง คลิปกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนทั้ง 4 ด้าน กิจกรรมการจัดตั้งสหกรณ์นักเรียน กิจกรรมการจัดทำบัญชี เทคนิคการประชุมคณะกรรมการสหกรณ์นักเรียน และอีกมากมายตลอดทั้งวันนอกจากนี้ยังมีการไลฟ์สด “สหกรณ์นักเรียนกับการพัฒนาสมรรถนะเด็กไทยในยุคของการเปลี่ยนแปลง” ในช่วงเวลา 10.00- 12.00 น. ซึ่งน้องๆ นักเรียนสามารถเข้าไปเรียนรู้และร่วมกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ดังกล่าวได้นะครับ

กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน นับว่าเป็นกระบวนการสร้างคนให้รู้จักคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาด้วยตัวเอง มีทักษะในการทำงานร่วมกัน และมีคุณธรรม รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อเติบโตขึ้นเด็กๆ เหล่านี้ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความคิด วางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ สามารถดูแลสังคมได้ ด้วยการนำกลไก “สหกรณ์” มาเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และขบวนการสหกรณ์ที่เข้มแข็งจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อไป

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 31 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/576721

ชายคาพระพิรุณ : 31 พฤษภาคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 31 พฤษภาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากข้อมูลของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติที่ระบุว่า ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน 2564 นี้ มีพื้นที่หลายจังหวัดที่คาดการณ์ว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง โดยคาดว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม -กันยายน 2564 โดยเริ่มจากตอนบนของประเทศ ก่อนที่แนวฝนจะเลื่อนลงสู่ภาคกลางและภาคใต้ ในขณะที่พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2564 พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้มาตรการรับมือฤดูฝน ในพื้นที่คาดการณ์เสี่ยงท่วมและเสี่ยงแล้งตามข้อมูลของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อลดความเสียหาย และแนะนำวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร โดยนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ดำเนินการติดตามข่าวสารพร้อมทำการแจ้งเตือนข้อมูลคาดการณ์ พื้นที่เสี่ยงและคาดการณ์ฝนตก เพื่อให้เกษตรกรมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ พร้อมกับลงพื้นที่เร่งสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรในจังหวัดพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้เกษตรกรปรับตัวรับสถานการณ์ โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะเสี่ยงน้ำท่วม ให้เร่งสร้างการรู้เรื่องวิธีการดูแลรักษาพืช และการจัดการความชื้นในฤดูฝนการจัดพื้นที่และการระบายน้ำออกจากพื้นที่เพาะปลูก รวมทั้งการฟื้นฟูหลังพืชประสบปัญหาน้ำท่วม ส่วนพื้นที่ที่คาดว่าจะเสี่ยงภัยแล้ง ให้เร่งสร้างการรับรู้เรื่องการเลือกชนิดพืชและระยะเวลาการเพาะปลูก เพื่อลดความเสี่ยงจากฝนทิ้งช่วง การดูแลรักษาพืชในสภาวะฝนทิ้งช่วง และการรักษาความชื้นในแปลงเพาะปลูกพืช และการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รวมถึงประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเบื้องต้น และเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลัง กรณีพื้นที่เกษตรเสียหายโดยสิ้นเชิง และติดตาม เยี่ยมเยียน แนะนำ ให้กำลังใจเกษตรกรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ในการนี้ นายเข้มแข็ง ยังฝากถึงพี่น้องเกษตรกรให้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดทำเอกสารคำแนะนำสำหรับเกษตรกรในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว ได้แก่ การฟื้นฟูไม้ผลหลังน้ำลด การปลูกและดูแลรักษาพืชผักในช่วงฤดูฝน การเตรียมตัวของเกษตรกรเพื่อรับมือภัยแล้ง การรับมือฝนทิ้งช่วงในสวนไม้ดอกไม้ประดับ และการควบคุมศัตรูพืชหลังน้ำลด และคำแนะนำที่เกี่ยวข้องโดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้จาก QR Code ที่กำหนดหรือติดต่อที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่าน

ขุนเกษตรา

ชายคาพระพิรุณ : 24 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575115

ชายคาพระพิรุณ : 24 พฤษภาคม 2564

ชายคาพระพิรุณ : 24 พฤษภาคม 2564

วันจันทร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อวาน 23 พฤษภาคม 2564 ตรงกับวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบปีที่ 58 ซึ่งทุกปีก็จะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ แต่เนื่องจากปีนี้มีการระบาดของโควิด-19 จึงเปลี่ยนมาจัดงานในรูปแบบ New Normal ทำกิจกรรมผ่าน VDO Conference แทน ซึ่ง นางสาวเบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน บอกว่า ตลอดระยะเวลา 58 ปี กรมพัฒนาที่ดิน มีความมุ่งมั่นในการดูแลรักษาทรัพยากรดินและที่ดินด้วยการอนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินเพื่อให้ทรัพยากรดินและที่ดินสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ด้วยการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญ เช่น การกำหนดนโยบายและวางแผนการใช้ที่ดินในพื้นที่ทำการเกษตร สำรวจและจำแนกดิน กำหนดบริเวณการใช้ที่ดิน อนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงบำรุงดิน ผลิตแผนที่และทำสำมะโนที่ดิน ตลอดจนให้บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดิน เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และมุ่งสู่เป้าหมาย คือ พื้นที่เกษตรกรรมมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน เพื่อให้การใช้ที่ดินทางการเกษตรมีความมั่นคง ผ่านการขับเคลื่อนการดำเนินงาน คือ กำหนดเขตการใช้ที่ดินเพื่อปลูกพืชให้เหมาะสมตามศักยภาพของดินและที่ดิน บริหารจัดการเชิงพื้นที่เพื่อป้องกันและบรรเทาภัยแล้งด้วยการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ รักษาความชื้นและกักเก็บน้ำไว้ในดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ ด้วยการสนับสนุนปัจจัยการผลิตวัสดุปรับปรุงบำรุงดินและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพด้านการพัฒนาที่ดิน ผ่านผลิตภัณฑ์ พด. ชนิดต่างๆ รวมถึงฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดินในพื้นที่เฉพาะ ตลอดจนให้ความรู้วิชาการ ผ่านการสาธิต และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาที่ดิน ที่เน้นการทำเกษตรสมัยใหม่ การพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพ ทำน้อยแต่ได้มาก ส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ การเกษตรผสมผสาน เพื่อให้สามารถผลิตอาหารได้หลากหลายมีคุณค่าทางโภชนาการ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างเพียงพอและมีความปลอดภัยต่อชีวิต สร้างและพัฒนาเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม พัฒนาและประยุกต์ใช้ Big Data & AI กรมพัฒนาที่ดิน เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และเกษตรกร สำหรับนำไปใช้วางแผนการใช้ที่ดินให้เหมาะสมสำหรับการปลูกพืช การดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ ตลอดจนใช้ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ โครงการ1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จะเห็นว่า กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรดิน เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพดินที่เสื่อมโทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงปัญหาแหล่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรให้เกิดความยั่งยืน

ขุนเกษตรา