ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591699

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย)

ตะลอนเที่ยว : อิ่มเอม เปรมกมล ในภูเก็ต (แม้โควิด-19 จะรุมเร้าเมืองไทย)

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนอาจกำลังเครียดกับวิกฤตโควิด-19 ที่รุมเร้าสังคมไทย จนรู้สึกเศร้าหมอง หมองหม่น จนถึงขั้นระทมทุกข์ ท้อแท้ หมดหวัง ไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไป เพราะไม่มีโรงพยาบาลใดรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ไปรักษา ความทุกข์สาหัสเช่นนี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะในครอบครัวที่สมาชิกหลายคนติดเชื้อโควิด-19  

Mr. Flower ขอเรียนตรง ๆ ว่า จากการติดตามข่าว (จริง) ทุก ๆ วัน และจากการได้รับทราบข้อมูลจริงซึ่งได้รับโดยตรงจากคนรู้จักที่มีญาติป่วยด้วยโรคโควิด-19 หรือแม้กระทั่งเพื่อน และคนที่รู้จักอีกจำนวนไม่น้อยที่ร้องขอความช่วยเหลือจาก Mr. Flower ว่าต้องการที่รักษาพยาบาล เพราะตนเองติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จนร่างกายมีอาการป่วยค่อนข้างหนัก ซึ่ง Mr. Flower ก็ได้แต่ให้กำลังใจ และพยายามช่วยหาที่รักษาพยาบาลให้ตามความสามารถ ซึ่งก็ช่วยได้บ้างบางราย (แต่ก็เพียงไม่กี่คน) แต่ส่วนใหญ่นั้นไม่สามารถช่วยได้ ทั้ง ๆ ที่พยายามช่วยอย่างเต็มความที่แล้ว 

ในเมื่อทุกอย่างเป็นความจริงตามที่หลายคนประจักษ์ชัดแล้ว ก็ต้องทำใจยอมรับความจริง แล้วก็ต้องรักษาตัวให้รอดพ้นจากไวรัสโควิด-19 เพราะเปล่าประโยชน์ที่จะวิตกทุกข์ร้อนไป เพราะร้อนรนกระวนกระวายใจไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ดังนั้นจึงขอย้ำเพียงว่า ต้องยอมรับความจริง แล้วรักษาตนให้พ้นภัย แล้วก็ต้องไม่นำเชื้อโรคนี้ไปแพร่ให้กับคนอื่น ๆ โดยเฉพาะคนแก่ และเด็ก รวมถึงคนที่มีโรคร้ายแรงประจำตัว 

หนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีความสบายใจในยามที่โควิด-19 บุกรุกประชิดตัวแบบเช่นทุกวันนี้ ก็คือการรักษาใจตัวเองให้นิ่ง มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลา และสามหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพ เว้นระยะห่างจากคนอื่น ๆ อย่างน้อย 1-2 เมตร ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่เป็นเวลา 1 นาที ทุกครั้งเมื่อหยิบจับสิ่งของอื่น ๆ ที่อยู่นอกบ้าน หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ทำความสะอาดมือ แล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งคือ หากคุณสามารถเลือกอยู่ในพื้นที่ที่มีความโปร่ง โล่ง สะอาด เช่นบริเวณริมทะเล ริมแม่น้ำ หรือในแหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียนขจีร่มเย็น คุณก็จะมีความสุขกายและสบายใจ เพราะคุณน่าจะอยู่ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19  

สัปดาห์นี้จึงตั้งใจชวนคุณเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตต่ออีก แต่การเที่ยวภูเก็ตในครั้งนี้จะชวนคุณรับประทานอาหารอร่อยสารพัดชนิด เพราะภูเก็ตมีอาหารอร่อยให้เลือกรับประทานมากมายหลากหลายชนิด ทั้ง อาหารทะเล อาหารพื้นเมือง ผัก และผลไม้ 

การได้รับประทานอาหารอร่อยในสถานที่แสนงดงาม โดยเฉพาะบนชายหาดที่มีทรายขาวละเอียดเสมือนแป้งทาตัวเนื้อละเอียด แถมยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่แสนสวย แสนสะอาด และแสนสงบ คือความสุขใจที่เกินจะบรรยาย  

ดังนั้นภาพประกอบคอลัมน์ในวันนี้จึงเน้นเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ เพราะต้องการเชิญชวนคุณ ๆ รวมทริปกินอร่อยและเที่ยวเมืองภูเก็ตแบบสุขใจไร้กังวลกับ Mr. Flower แม้ในยามนี้หลายคนอาจจะสับสนว่ายังสามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวภูเก็ตได้หรือไม่ ก็ต้องย้ำว่า ยังสามารถเข้าไปเที่ยวเมืองภูเก็ตได้ ในกรณีที่คุณได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มเรียบร้อยแล้ว และมีใบรับรองสุขภาพว่าร่างกายของคุณปราศจากเชื้อโควิด-19 เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเดินทางเข้าไปสัมผัสความงดงาม และลิ้มรสชาติแสนอร่อยของอาหารสารพัดชนิดบนเกาะภูเก็ตได้ โปรแกรมคร่าว ๆ คือ จะไปเที่ยวพักผ่อนสัก 4 คืน โดยจะนอนบนฝั่ง 3 คืน และอีกหนึ่งคืนนอนบนเกาะ (แต่ขอตัดสินใจก่อนว่าจะเลือกบนเกาะไหนจึงจะดีที่สุด เพราะมีเกาะที่น่าสนใจให้เลือกไปนอนพักหลายแห่ง) 

Mr. Flower ตั้งใจว่าปลายเดือนสิงหาคมนี้จะนำกลุ่มผู้อ่านคอลัมน์ตะลอนเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ (14 คน) ไปกินอาหารรสอร่อย และไปเที่ยวชมสัมผัสความงามของธรรมชาติ และชมเมืองเก่าในตัวเมืองภูเก็ตด้วยกัน หากคุณสนใจจะร่วมทริปแสนอบอุ่น และเป็นกันเองกับคณะที่แสนน่ารักและเต็มเปี่ยมด้วยน้ำจิตน้ำใจ โปรดติดต่อ 019 7233615  

ตะลอนเที่ยว : ห่างแค่กาย แต่ใจยังถึงกัน คิดถึงทะเล (จังเลย) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/590067

ตะลอนเที่ยว : ห่างแค่กาย แต่ใจยังถึงกัน คิดถึงทะเล (จังเลย)

ตะลอนเที่ยว : ห่างแค่กาย แต่ใจยังถึงกัน คิดถึงทะเล (จังเลย)

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ใจหนึ่งก็กลัวติดเชื้อโควิด แต่อีกใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยว อยากออกไปเปิดหู เปิดตา เปิดสมอง เปิดใจสัมผัสความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีอยู่มากมายก่ายกองทั่วประเทศไทย 

Mr. Flower ได้ยินเสียงบ่นทำนองนี้จากมิตรรักผู้ติดตามคอลัมน์ตะลอนเที่ยว และบรรดาแฟนคลับที่ไปท่องเที่ยวกับ Mr. Flower อยู่เป็นประจำ จะบ่นเสมอ ๆ ทุกครั้งที่ได้พูดคุยผ่านระบบ social media และการได้สนทนาผ่านโทรศัพท์ แล้วทุกครั้งก็จะปลอบใจกลับไปว่า ขอให้รักษาตัว รักษาสุขภาพทั้งใจและกายให้ดีก่อนนะครับ ผมมั่นใจว่าอีกไม่นาน (อย่างน้อยก็คงครึ่งปี) เราจะไปเที่ยวในที่ต่าง ๆ ซึ่งมีแต่ความงดงามของแหล่งท่องเที่ยว และเต็ทไปด้วยรอยยิ้ม และความประทับใจจากำการได้ร่วมเที่ยวด้วยกันอีก ขอย้ำว่า ขณะนี้ขอให้รักษาสุขภาพกายและใจให้ดีที่สุด แล้วในอีกไม่ช้าเราจะไปเที่ยวกันอีกอย่างแน่นอน 

สมาชิกหลายคนบอกว่าขอจองที่ไว้ก่อนเลย เพราะรู้ว่าถ้าจองช้าจะไม่เหลือที่ เนื่องจากกลุ่มที่เราเที่ยวกันนั้นเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จำนวนไม่เกิน 14 คนเท่านั้น หลายคนบอกว่าชอบการท่องเที่ยวในแบบกลุ่มเล็ก ๆ เพราะกระทัดรัด ไปไหนมาไหนง่าย ไม่ต้องเสียเวลารอ เพราะหากมีสมาชิกมากมาย 40-50 คน ก็จะต้องเสียเวลารอกันไปรอกันมากว่าจะรวมพลได้ครบจำนวน แล้วความน่ารักของการท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ คือ ไม่มากหมอมากความ คุยกันง่าย ตกลงกันง่าย กินอยู่ก็ง่าย อยากกินอะไรก็กินได้ตามความต้องการ อยากจะเปลี่ยนโปรแกรมท่องเที่ยวก็ทำได้ง่าย เพราะหารือกันในกลุ่มเล็ก ๆ แล้วตกลงกันง่ายมาก เนื่องจากทุกคนจะมีรสนิยมการกิน การเที่ยวไม่แตกต่างกันมากนัก 

สำหรับสัปดาห์นี้ Mr. Flower ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวสืบเนื่องต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว คือยังคงนำเสนอความน่ารัก น่าหลงใหลของเกาะสมุยในยามที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนไม่มาก ขอบอกอีกครั้งว่าสมุยในยามนี้แสนสะอาด แสนบริสุทธิ์ แสนที่จะน่าไปเที่ยว (ย้ำว่าสำหรับคุณ ๆ ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็มแล้วเท่านั้น จะเป็นวัคซีนยี่ห้อไหนก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องครบสองเข็ม แล้วต้องมีใบยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 หลงเหลืออยู่ในร่างกายด้วย) ขอบอกว่าโรงแรมหลายแห่งปิดตัวในยามที่ร้างไร้นักท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีโรงแรมสวย ๆ อีกมากมายยังคงพยายามเปิดให้บริการอยู่เช่นเดิม แต่อาจจะไม่เปิดทุกส่วนของโรงแรม  

ผมได้คุยกับเจ้าของโรงแรมสองสามแห่งบนสมุย เขาบอกตรงกันว่า แม้จะไม่มีแขกเข้าพักเลย แต่ก็ต้องบำรุงรักษาโรงแรมให้อยู่ในสภาพดีที่สุด เพราะหากปิดตาย ห้องพักจะเหม็นอับจนแขกเข้าพักอาศัยไม่ได้ สระน้ำก็จะสกปรกเต็มไปด้วยตะกอนและตะไคร่ ระบบทำความสะอาดน้ำที่ทำให้น้ำหมุนเวียนในสระตลอดเวลาก็จะเสียหากไม่เปิดเครื่องทำงานเป็นประจำ สวนไม้ดอกไม้ประดับก็จะรกรุงรังไม่เป็นระเบียบไม่งดงาม และยากที่จะฟื้นฟูให้กลับมางดงามดังเดิม นี่คือเหตุผลที่ทำให้เจ้าของโรงแรมต้องจ่ายเงินเพื่อบำรุงรักษาโรงแรมให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด แม้จะไม่มีแขกเข้าพัก และแม้จะต้องเสียเงินลงทุนโดยไม่มีผลตอบแทนก็ต้องทำ ซึ่งได้ฟังแล้วก็น่าเห็นใจเป็นที่สุด

เมื่อได้คุยกับเจ้าของโรงแรมแล้ว ก็เกิดความรันทนขึ้นมา ก็จึงอยากจะเชิญชวนคุณ ๆ ให้ไปช่วยกันสนับสนุนกิจการของคนไทยในยามวิกฤตเช่นนี้ เพราะในยามนี้คนไทยเท่านั้นที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ เพราะหากเราไม่ช่วยกันแล้ว ใครจะมาช่วยเรา ดังนั้น Mr. Flower จึงกำหนดไว้คร่าว ๆ ว่า ประมาณปลายเดือนสิงหาคมนี้ จะพาคณะซึ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไปเที่ยวสมุยกันครับ (แต่ขอดูสถานการณ์โควิด-19 ก่อนด้วยนะครับ) เราจะไปพักผ่อนใจและกาย รวมถึงไปสนับสนุนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวชาวไทยด้วยกัน และไปเพื่อบอกให้คนไทยด้วยกันรับรู้ว่า เราคิดถึงและเป็นห่วงพวกเขา และเราก็อยากบอกด้วยว่า นอกจากคิดถึงผู้คนแล้ว เราก็ยังคิดถึงหาดทราย น้ำทะเล และธรรมชาติที่แสนงดงามด้วย 

สนใจร่วมเดินทางกับเรา โปรดติดต่อที่ 091 7233615 (รับสมาชิก 14 ท่านเท่านั้น เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพไปเกาะสมุย) 

ตะลอนเที่ยว : รออีกนิดเถิดนะ ทะเลและหาดทรายที่แสนคิดถึง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/588372

ตะลอนเที่ยว : รออีกนิดเถิดนะ ทะเลและหาดทรายที่แสนคิดถึง

ตะลอนเที่ยว : รออีกนิดเถิดนะ ทะเลและหาดทรายที่แสนคิดถึง

วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คำปลอบใจตัวเองที่ดีที่สุดในยามที่เราทุกคนอยากไปเที่ยวทะเลอย่างที่สุด แต่ทว่าไม่สามารถไปเที่ยวได้ เพราะกลัวว่าจะติดเชื้อโควิด-19 คือ อดทนรออีกนิด รอให้สถานการณ์ดีขึ้น ฟิตร่างกายให้มีสุขภาพดี และแข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมออกไปท่องเที่ยวให้สุขใจในอนาคตอันใกล้ 

วันนี้แม้จะมีโรคภัยจากโควิด-19 รุมเร้าสังคมไทยและสังคมโลกอย่างหนัก แต่เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้เรารอดพ้นจากเชื้อโรคร้ายตัวนี้ รวมถึงเชื้อโรคร้ายตัวอื่นๆ ด้วย วิธีเอาตัวรอดจากโรคร้ายคือ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้ครบทั้งห้าหมู่ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ ทำใจให้สบายปลอดโปร่ง ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ดูแลระบบการขับถ่ายให้เป็นปกติมากที่สุด ไม่เครียดจนเกินความพอดี เพราะจะบอกว่าไม่เครียดเสียเลย ก็คงจะยากมาก จึงบอกว่าอย่าเครียดมากจนเกินไป เพราะชีวิตของเรานั้นต้องอยู่กับความจริงให้ได้ ต้องยอมรับความจริง แล้วปรับตัวอยู่กับความจริง หากปฏิเสธความจริง แล้วตีโพยตีพายโวยวายมากเกินเหตุ ก็ไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวเองและต่อคนรอบข้าง 

เราไม่สามารถตอบได้ว่าเชื้อโควิด-19 จะถูกขจัดให้หมดไปจากโลกของเราในวันใด แต่สิ่งที่เรารู้ดีที่สุดคือ เราสามารถดูร่างกายและจิตใจของเราให้ดีได้ด้วยตัวของเราเอง เมื่อเรามีสุขภาพดีแล้ว ทุกอย่างก็จะดีตามไปด้วย แม้จะต้องเผชิญกับสภาวการณ์ด้านเศรษฐกิจที่เลวร้ายก็ตาม แต่ถ้าเรามีสุขภาพดีแล้ว เรื่องอื่นๆ ก็จะไม่เลวร้ายไปเสียทั้งหมด 

วันนี้ประเทศไทยของเรามีสถานที่ท่องเที่ยวแสนสวยงามมากมายรอต้อนรับคุณๆ แต่อาจจะติดขัดปัญหาการเดินทางเข้าในพื้นที่บ้าง สำหรับคนที่มาจากพื้นที่ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างสาหัส  

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ภูเก็ตเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศแล้ว (โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบสองเข็ม มีเอกสารรับรองสุขภาพว่าสมบูรณ์ดี ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ต้องมีใบรับรองการซื้อประกันสุขภาพและประกันชีวิตตามวงเงินที่รัฐบาลไทยกำหนด เพิ่มเติมมาอีกหนึ่งอย่าง) ตามโครงการ Phuket Sandbox หากคุณๆ ที่ติดตามคอลัมน์นี้มาอย่างต่อเนื่อง คงทราบ ดีแล้วว่าเมื่อสามสัปดาห์ที่แล้ว Mr.Flowerนำภาพแสนสวยของภูเก็ตในมุมต่างๆ พร้อมภาพอาหารและขนมต่างๆ สารพัดชนิดบนเกาะภูเก็ตที่บ่งบอกถึงความอร่อยสุดๆ มาฝากภาพสวยๆ ที่นำเสนอไปแล้วทำให้ผู้อ่านจำนวนไม่น้อยโทรศัพท์ถาม Mr.Flower ว่าจะไปเที่ยวกันวันไหน เพราะจะร่วมทริปไปด้วย ซึ่งเบื้องต้นได้ตอบไปว่าน่าจะปลายเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ก็ต้องขอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ก่อนตัดสินใจเดินทางจริง  

ล่าสุดสัปดาห์นี้ ขอนำภาพทิวทัศน์หาดทรายและทะเลที่แสนสวย และแสนสงบของเกาะสมุยมาฝากคุณ พร้อมกับขอชวนคุณไปเที่ยวสมุยด้วยกัน หลังจากสมุยเพิ่งเปิดโครงการ Samui Plus หรือสมุย เกาะเต่า เกาะพะงัน ไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ส่วนคุณที่ถามว่าจะไปเที่ยวกันวันไหน ก็คงต้องตอบแบบเดิมคือ ประมาณการไว้ว่าจะไปเที่ยวกันในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ ไปกินอาหารอร่อย ไปนอนในโรงแรมที่แสนสวย แสนสะอาด ไปไหว้พระ ไปทำบุญทำทานไปเพิ่มความเบิกบานใจ เพิ่มพลังชีวิตให้ตัวเองโดยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวไปนอนสักสี่คืน 

ขอกระซิบเบาๆ ว่า สมุยในยามนี้สวยเหลือเกิน สงบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในระยะ20 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวน้อยมาก จึงทำให้ราวกับว่าแหล่งท่องเที่ยวที่เราไปเยือนนั้นมีเพียงเราเท่านั้นที่เป็นผู้ครอบครองสถานที่ท่องเที่ยวแสนสวย ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ไม่สามารถหาได้ในช่วงที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปอยู่ในสมุย จนแทบจะหาที่ว่างให้นักท่องเที่ยวผู้ต้องการแสวงหาความสงบได้ยากมาก 

หากคุณสนใจร่วมเดินทางแบบกลุ่มเล็กๆ (10-14 คน) ไปกับเรา ซึ่งเน้นการเที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งรีบร้อนรนกินดี นอนดี และมีเพื่อนร่วมเดินทางผู้มีน้ำจิตน้ำใจดี มีอัธยาศัยดี โปรดติดต่อ091-7233615 ครับ

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตนี้ยังมีความอิ่มเอมและรื่นรมย์ เมื่อเราเลือกหาความรื่นรมย์ให้ชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/586607

ตะลอนเที่ยว : ชีวิตนี้ยังมีความอิ่มเอมและรื่นรมย์ เมื่อเราเลือกหาความรื่นรมย์ให้ชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คนจำนวนไม่น้อยเริ่มท้อแท้ หมดหวังกับชีวิต เพราะพิษโควิด-19 ที่รุมเร้าสังคมไทยและสังคมโลกมานานกว่าปีครึ่ง แต่คนอีกไม่น้อยกลับไม่ท้อแท้ ไม่สิ้นหวัง แต่ยังคงมีความหวังที่สดใส และมีรอยยิ้มเบิกบานตลอดเวลา พร้อมๆ กับดูแลตัวเองอย่างดี เพื่อป้องกันรักษาตัวให้รอดพ้นจากเชื้อโควิด-19 

พิษโควิด-19 อาจทำให้การดำรงชีวิตในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปจากการเคยมีชีวิตปกติก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรค แต่เมื่อเราทำใจยอมรับความจริงว่ามันเกิดการแพร่ระบาดไปแล้ว เสียเวลาที่จะไปวิตกทุกข์ร้อนกับมัน แต่เราก็พยายามป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบาน รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ และครบทั้งห้าหมู่ ดื่มน้ำ สะอาดบริสุทธิ์ตลอดวัน ทำความสะอาดบ้านเรือนที่หลับที่นอนให้สะอาดสะอ้านเป็นประจำ ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยทุกวัน และที่สำคัญคือหาทางออกไปพักผ่อนท่ามกลางสถานที่ซึ่งมีธรรมชาติที่แสนสวย แสนสะอาดเป็นครั้งเป็นคราวเพียงเท่านี้ชีวิตของเราก็จะมีความสุขอย่างบรรยายไม่ถูกแล้วละครับ 

วันนี้ Mr.Flower นำเสนอเรื่องต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยนำภาพอาหารหลากหลายชนิดจากจังหวัดภูเก็ตมาฝากคุณ เพราะว่าสัปดาห์ที่แล้วได้นำเสนอภาพวิวทิวทัศน์แสนสวย แสนบริสุทธิ์จากแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ (ซึ่งเน้นทะเลเป็นหลัก) มาฝากคุณ ซึ่งผู้อ่านหลายท่านก็ติดต่อสอบถามว่าจะไปเที่ยวกันวันไหน ก็ได้ตอบไปเบื้องต้นว่าน่าจะปลายเดือนกรกฎาคม แต่ก็ขอดูสถานการณ์ให้เหมาะสมก่อนตัดสินใจเดินทาง เพื่อให้ผู้ร่วมเดินทางทุกท่านสบายอกสบายใจท่องเที่ยวแบบไร้กังวล 

เมื่อเราไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่สวยงามแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเรื่องอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ รสชาติดี สะอาดถูกสุขลักษณะ การได้รับประทานอาหารอร่อย สะอาดท่ามกลางบรรยากาศที่แสนงดงามทำให้เราเจริญอาหาร และมีความสุขอย่างที่ยากจะบรรยายได้ แต่ถึงจะบรรยายได้ยาก แต่ก็เป็นความเอมอิ่มที่เราทุกคนที่อยู่ในบรรยากาศเช่นนั้นสามารถรับรู้ได้เป็นอย่างดี แล้วก็ยังถวิลหากับการได้กลับไปอยู่ในบรรยากาศสุดพิเศษเช่นนั้นอย่างไม่มีวันเบื่อหน่าย แล้วทุกครั้งเมื่อคิดถึงก็มีแต่ความสุข 

อาหารการกินที่นำมาเสนอแด่คุณๆ ในวันนี้มีความหลากหลายมาก เพราะเป็นทั้งอาหารแบบตะวันตก อาหารไทยที่รับประทานกันทุกภาค อาหารประจำถิ่นภาคใต้ที่มีรสชาติจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ ผลไม้สดสารพัดชนิดที่ขึ้นชื่อของไทย โดยทุกมื้ออาหารที่นำภาพมาเสนอให้คุณได้ชมในวันนี้ ล้วนเป็นการรับประทานท่ามกลางบรรยากาศสุดพิเศษ เช่น ริมทะเล ริมสระน้ำใน pool villaในบ้านพักซึ่งแวดล้อมไปด้วยมวลไม้นานาพรรณทั้งไม้ดอกและไม้ใบ ท่ามกลางเสียงนกป่านานาชนิดที่มาร้องเพลงขับกล่อมตลอดเวลา ผสมผสานกับเสียงร้องทักทายของจั๊กจั่นเรไร กบเขียด แต่บางครั้งก็มีเสียงตุ๊กแกมาร่วมด้วยเป็นระยะๆ  

หลายท่านที่อ่านคอลัมน์ แล้วติดต่อสอบถามว่าคิดราคาค่าบริการในแต่ละทริปอย่างไรคำตอบคือ เราเที่ยวกับแบบหารเฉลี่ยเท่ากันไม่มีการบวกทิป เพราะทิปที่ท่านจะให้นั้น Mr.Flowerขอให้ท่านเก็บไว้เพื่อเราจะได้นำไปทำบุญทำทานในโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ และเพื่อช่วยเหลือหมาแมวจรจัดที่ได้รับบาดเจ็บเพราะถูกคนใจทรามทำร้าย หรือถูกรถชนรถทับ แล้วยังนำไปเพื่อทำโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ และช่วยเหลือสัตว์ต่างๆ ที่ตกทุกข์ได้ยากที่มีอยู่มากมายในสังคมไทย เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถกำหนดราคาได้ชัดเจน แต่สามารถตอบได้ว่าประมาณเท่าใด เพราะการรับประทานอาหารในการท่องเที่ยวแบบเรานั้น ไม่ได้กำหนดอาหารตายตัวว่าต้องรับประทานอะไร หากอาหารหมดแล้วใครจะสั่งเพิ่มต้องจ่ายเอง เหมือนทัวร์ทั่วไปที่เขาปฏิบัติกัน แต่เราใช้สไตล์เที่ยวแบบคนสนิทกันใครต้องการรับประทานอะไร ก็สามารถสั่งได้ แต่มีคำถามว่าหากมีบางคนเลือกกินของราคาแพงมากๆ จนเกินไป จะแก้ปัญหาอย่างไร คำตอบคือสมาชิกที่เที่ยวกับเราเป็นประจำเป็นคนที่รู้ความเหมาะความควรเป็นอย่างดี ไม่มีใครหาเศษหาเลยจากการเที่ยวในกลุ่มของเรา แต่ทุกคนมีความเอื้อเฟื้อกันและกันมากกว่า  

เพราะฉะนั้น หากคุณสนใจร่วมเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นกับเรา โปรดติดต่อ091-7233615 นะครับ เราเน้นการเที่ยวแบบอบอุ่นละมุนละไมเป็นกันเอง ทุกคนเป็นกัลยาณมิตรของกันและกัน ซึ่งเมื่อจบทริปแล้ว ทุกคนก็ยังคงติดต่อกันเสมือนเพื่อนสนิท

ตะลอนเที่ยว : นํ้าทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ รอคุณไปสัมผัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/584893

ตะลอนเที่ยว : นํ้าทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ รอคุณไปสัมผัส

ตะลอนเที่ยว : นํ้าทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ รอคุณไปสัมผัส

วันอาทิตย์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นานเหลือเกิน นานมากแล้ว ที่คนไกลจากทะเล ไม่ได้ไปสัมผัสน้ำทะเล ไม่ได้เดินเท้าเปล่าบนหาดทรายเนื้อละเอียดเหมือนแป้งชั้นดีที่ใช้สำหรับทาผิวกาย ไม่ได้สวมชุดว่ายน้ำสีสันสดใสสวยงามแล้วแหวกว่ายในน้ำทะเล ไม่ได้หายใจลึกๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด  

หลายคนบอกตรงกันว่าคิดถึงทะเลมากมากเหลือคณา แล้วก็เฝ้ารอวันเวลาที่จะได้ไปสัมผัสความงดงามของทิวทัศน์ของท้องทะเล ได้นั่งมองพระอาทิตย์ดวงกลมโตสีสวยประทับใจขึ้นพ้นขอบฟ้าในยามเช้า แล้วก็เฝ้ารอคอยชมท้องฟ้าที่งดงามยามพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า 

นับตั้งแต่ประเทศไทย และโลกของเราถูกรุกรานด้วยเชื้อโควิด-19 มาประมาณ 1 ปีครึ่งทุกคนจำเป็นต้อง “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” และที่สำคัญคือไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้โดยสะดวกง่ายดายเหมือนช่วงที่โลกอยู่ในสภาวการณ์ปลอดเชื้อโรค  

ทุกคนเฝ้ารอคอยวันที่จะได้ออกไปอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สวยงามอีกครั้ง โดยทุกคนก็พยายามดูตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อให้รอดพ้นจากเชื้อโควิด-19  

วันนี้ ยามนี้ แม้หลายพื้นที่ในประเทศไทยจะถูกคุกคามด้วยเชื้อโควิด-19 อย่างหนักหน่วง แต่ก็ยังมีข่าวดีว่าในบางพื้นที่ของไทยก็สามารถรักษาพื้นที่ของตนให้ห่างไกลจากเชื้อโควิด-19ดังจะพบว่าอัตราการติดเชื้อมรณะตัวนี้ในจังหวัดต่ำมาก เมื่อสามารถรักษาพื้นที่ได้ดีเช่นนี้ ก็จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติต่างต้องการจะเข้าไปพักผ่อนและท่องเที่ยวในจังหวัดเหล่านั้น โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกมายาวนาน ขอยืนยันว่าภูเก็ตในยามนี้สวยงามเหลือเกิน ทะเลก็สวย ป่าไม้ก็สวย บ้านเมืองก็สวย และรอยยิ้มของคนภูเก็ตก็ยังหวานประทับใจผู้ไปเยือนเหมือนเช่นเคย  

วันนี้ Mr.Flower จึงขอนำภาพสวยๆ จากมุมต่างๆ ของเมืองภูเก็ตมาฝากคุณ และกระซิบกับคุณว่า รออีกไม่นาน เราจะไปเที่ยวภูเก็ตด้วยกัน ไปเล่นน้ำทะเลใสสะอาด นอนกลิ้งเกลือกบนหาดทรายเนื้อละเอียดขาวราวกับแป้ง ไปเที่ยวเกาะแก่งต่างๆ ในภูเก็ต ไปดำน้ำดูโลกใต้น้ำที่แสนมหัศจรรย์ ไปกินอาหารพื้นเมืองรสจัดจ้านไปเดินดูบ้านเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส ที่อายุนับร้อยปีแต่ยังมีชีวิตชีวา แล้วไปไหว้พระทำบุญทำกุศล และทำทานกันเพื่อนมนุษย์และสัตว์ร่วมโลกของเราด้วยกัน 

Mr.Flower มั่นใจว่าเมื่อคุณได้ชมภาพสวยๆ จากมุมต่างๆ ของเมืองภูเก็ตที่เลือกสรรมาฝาก พร้อมกับได้ชมภาพสารพัดอาหารที่แสนจะน่ารับประทานแล้ว คุณจะต้องคิดถึงเมืองภูเก็ตอย่างมาก และคงจะอดใจไม่ไหวที่จะรีบไปสัมผัสความน่ารัก น่าหลงใหลของเมืองภูเก็ตด้วยกัน  

และถ้าหากไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินทางท่องเที่ยว Mr.Flower วางแผนว่าจะนำคุณๆ (กลุ่มเล็กๆ จำนวน 10-14 คน) ไปเที่ยวภูเก็ตในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมปีนี้ ตั้งใจจะไปพักผ่อนสัก 4 คืน หากคุณสนใจร่วมเดินทางแบบเป็นกันเอง อบอุ่น และสนุกสนาน กินดี นอนดี เที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งรีบร้อนรน สนใจติดต่อสอบถามที่ 091-7233615  

(ขอบคุณภาพสวยๆ จากคุณกิจ และคุณจิ๋ว สมาชิกคอลัมน์ตะลอนเที่ยว)

ตะลอนเที่ยว : นํ้าจิตนํ้าใจ นํ้าที่ไม่มีวันแห้งเหือดไปจากใจคนไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/583162

ตะลอนเที่ยว : นํ้าจิตนํ้าใจ นํ้าที่ไม่มีวันแห้งเหือดไปจากใจคนไทย

ตะลอนเที่ยว : นํ้าจิตนํ้าใจ นํ้าที่ไม่มีวันแห้งเหือดไปจากใจคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สืบเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ได้นำเสนอเรื่องโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า ทำให้มีผู้อ่านแนวหน้าที่มีใจกุศลมีจิตเมตตา โทรศัพท์เข้ามาสอบถามโครงการนี้กันมากมาย หลายรายขอร่วมบริจาค หลายรายแจ้งว่าจะช่วยหาผู้รับโค-กระบือไปเลี้ยงดูให้ดีที่สุด หลายรายบอกว่ารอวันที่ Mr. Flowerจะจัดทริปเดินทางไปเยี่ยมเยียนโค-กระบือ และผู้เลี้ยงดูโค-กระบือที่พวกเราส่งมอบให้นำไปเลี้ยงดูต่อ 

ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงขออนุญาตบอกเล่าถึงโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือ (สำหรับคุณๆ ที่สนใจแต่ไม่ทราบรายละเอียดโครงการนี้มาก่อน ส่วนผู้ที่ทราบดีอยู่แล้ว ก็ต้องกราบขออภัยด้วยที่ต้องฉายหนักซ้ำ) 

โครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้ารวมกับผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน (ยกเว้นระยะที่เกิดวิกฤติโควิด-19 แพร่ระบาด จึงชะลอโครงการออกไปก่อน แต่ยังคงค้นหาผู้ที่มีความเหมาะสมที่สามารถรับโค-กระบือไปเลี้ยงดูได้ตลอดเวลา) แรกเริ่มนั้นบรรณาธิการข่าวของแนวหน้า คือเฉลิมชัย ยอดมาลัย ได้หารือกับคุณผาณิตพูนศิริวงศ์ ผู้บริหารหนังสือพิมพ์แนวหน้าว่าจะทำโครงการนี้ เพราะได้รับทราบจากผู้อ่านแนวหน้าที่แจ้งมาว่าพบกระบือเพศเมียมีลูกอ่อนหนึ่งตัว ถูกรถชนได้รับบาดเจ็บ เจ้าของกระบือแจ้งว่าไม่มีเงินรักษาพยาบาล จำเป็นต้องฆ่าแม่กระบือตัวนั้น เนื่องจากปล่อยไว้ก็ต้องตาย เมื่อทางหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้รับเรื่องนี้จึงไปหารือกับอาจารย์ในคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหาแนวทางรักษา ซึ่งสุดท้ายได้ตัดสินใจนำกระบือดังกล่าวไปรักษา ซึ่งสามารถช่วยชีวิตแม่กระบือตัวดังกล่าวได้  

จากนั้นทางกองบรรณาธิการแนวหน้าจึงเกิดความคิดทำโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำไปส่งให้ผู้เหมาะสมเลี้ยงดูต่อไปจนกว่าสัตว์จะถึงแก่อายุไข พร้อมกับมีเงื่อนไขเป็นสัญญาลายลักษณ์อักษรว่าผู้รับสัตว์ไปเลี้ยงดูต่อต้องไม่ฆ่า ไม่ขายไม่ทำร้ายสัตว์ และเมื่อสัตว์ตกลูกจะต้องแจ้งให้ผู้ทำโครงการรับทราบโดยทันที ซึ่งผู้ทำโครงการยินดีจะช่วยเหลือลูกสัตว์ต่อไป แต่ถ้าหากผู้เลี้ยงดูประสงค์จะรับลูกสัตว์ไว้เลี้ยงดูต่อไป ผู้ทำโครงการก็ยินดีให้เลี้ยงดูต่อไป โดยต้องทำสัญญาดังเดิมทุกประการ  

แรกเริ่มทำโครงการนั้น ได้ไปไถ่ชีวิตโค-กระบือชุดแรกจำนวน 5 ตัว (กระบือ 3 ตัวโค 2 ตัว) จากโรงฆ่าสัตว์ย่านปทุมธานี แล้วส่งมอบต่อให้สมาชิกสหกรณ์การเกษตรอำเภอศรีประจันต์ สุพรรณบุรี จำนวน 2 ครอบครัวรับไปเลี้ยงดูต่อ  

จากนั้นโครงการนี้ก็ดำเนินการต่อมาเรื่อยๆ โดยไถ่ชีวิตโค-กระบือเป็นประจำตลอดปี โดยบางเดือนไถ่ชีวิตได้ 3-5 ตัว แต่บางเดือนไถ่ชีวิตได้ 10 ตัว โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้อ่านแนวหน้าเสมอมา นอกจากนี้ยังจัดพาผู้ร่วมบริจาคไปเยี่ยมเยียนโค-กระบือที่ได้รับการไถ่ชีวิตเป็นระยะๆ พร้อมกับไหว้พระในจังหวัดนั้นๆเช่น ที่สุพรรณบุรี นครปฐม ชลบุรี เป็นต้น 

ล่าสุดโครงการนี้สามารถไถ่ชีวิตโค-กระบือมาแล้วรวมประมาณ 100 ตัว และกระจายให้ผู้รับเลี้ยงในจังหวัดต่างๆ อาทิ ชลบุรี เชียงราย สุพรรณบุรี นครปฐม และขอนแก่น ขออนุญาตเรียนให้ทราบว่าในช่วงวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ซึ่งวันนี้ Mr. Flower ได้กราบเรียนเชิญหม่อมไฉไล ยุคล ไปร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือจากโรงฆ่าสัตว์กำแพงแสนเมื่อกำลังเลือกไถ่ชีวิตโค-กระบือนั้น ก็ได้ทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9เสด็จสวรรคต หม่อนไฉไล ยุคล ท่านจึงตัดสินใจไถ่ชีวิตโค-กระบือจำนวน 10 ตัว โดยท่านจ่ายเงินของท่านเอง เพื่อน้อมเกล้าฯ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แล้วนำโค-กระบือทั้งหมดไปเลี้ยงที่สวนในจังหวัดนครปฐมส่วนเงินที่ทุกท่านร่วมบริจาค ซึ่ง Mr. Flowerเตรียมไปสำหรับไถ่ชีวิตโค-กระบือ ก็สามารถไถ่ชีวิตโค-กระบือได้อีก 9 ตัว   

โครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้ายังคงดำเนินการต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในช่วงวิกฤติแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 เราจำเป็นต้องชะลอการเดินทางไปไถ่ชีวิตโค-กระบือชั่วคราว และขอชะลอการรับบริจาคเงินสมทบทุนโครงการเป็นการชั่วคราวเช่นกัน โดยการไถ่ชีวิตโค-กระบืองวดล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคม 2563 ซึ่งเราร่วมกันไถ่ชีวิตโค-กระบือจากโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 33 ตัว แล้วซื้อต่อจากชาวบ้านที่กำลังจะนำโค-กระบือไปขายให้โรงฆ่าสัตว์อีก 4 ตัว ทำให้ในครั้งนั้นเราทุกคนร่วมกันไถ่ชีวิตโค-กระบือได้อีก 37 ตัวแล้วส่งมอบให้นักเรียนโรงเรียนชาวนา ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักวิปัสสนาสากล ไร่เชิญตะวันเชียงราย รับไปเลี้ยงดูต่อ ซึ่งปัจจุบันโค-กระบือที่เรามอบให้กับหลายครอบครัวได้ตกลูกออกมาแล้วรวม 33 ตัว  

สำหรับคุณที่สนใจร่วมโครงการไถ่ชีวิตโค-กระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า กรุณาติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615และขอเชิญชวนทุกท่านลดการบริโภคเนื้อสัตว์ใหญ่ทุกชนิด รวมถึงสัตว์ทุกประเภท ซึ่งเท่ากับลดการฆ่าทำลายล้างชีวิตสัตว์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโลกของเรา

ตะลอนเที่ยว : ความสุขสันต์ของกระบือและโค หลังรอดชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/581448

ตะลอนเที่ยว : ความสุขสันต์ของกระบือและโค หลังรอดชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์

ตะลอนเที่ยว : ความสุขสันต์ของกระบือและโค หลังรอดชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พวกเราห่างหายจากการร่วมกันทำทานด้วยการไถ่ชีวิตกระบือและโคมาเกือบสองปีแล้ว นับจากประเทศไทยและโลกใบนี้ถูกเชื้อโควิด-19 เล่นงานอย่างหนัก

การร่วมกันไถ่ชีวิตกระบือและโคครั้งล่าสุดที่พวกเราได้ร่วมกันทำคือเมื่อปลายปี 2562 โดยในครั้งนั้นเราได้ร่วมกันไถ่ชีวิตกระบือและโครวมทั้งสิ้น 37 ชีวิต(ทั้งนี้ยังไม่นับรวมชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาในเร็ววันเพราะชีวิตน้อยๆ เหล่านั้นยังอยู่ในท้องของแม่กระบือและแม่โคอีก 9 ตัว)

เมื่อปลายปี 2562 พวกเราได้ร่วมกันไถ่ชีวิตกระบือและโคจากโรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งจากจังหวัดเชียงราย แล้วนำไปให้นักเรียนโรงเรียนชาวนาที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว นำสัตว์ดังกล่าวไปเลี้ยง โดยกระจายให้ครอบครัวต่างๆ 16 ครอบครัว บางครอบครัวได้รับสัตว์ไปช่วยเลี้ยงดูต่อจำนวน 4 ชีวิต บางครอบครัวได้รับไปเลี้ยงดู 1 ชีวิต โดยขึ้นอยู่กับความสามารถในการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว

ทุกครอบครัวที่ได้กระบือและโคไปเลี้ยงดูต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่ฆ่า ไม่ขายต่อ และไม่ทำร้ายโคและกระบือเป็นอันขาด หากผิดสัญญาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด สำหรับลูกของโคและกระบือที่ตกออกมานั้น ถือว่าเป็นส่วนควบของแม่โคและแม่กระบือที่พวกเราส่งมอบให้แต่ละครอบครัวนำไปช่วยเลี้ยงดู ซึ่งย้ำว่าเราไม่ได้มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดของผู้ที่รับไปเลี้ยงดู เพราะผู้ที่ส่งมอบให้มีสิทธิ์เข้าไปตรวจเยี่ยมโคและกระบือได้ทุกเวลา ดังนั้นผู้รับไปเลี้ยงจึงไม่สามารถขายลูกโคและกระบือที่ตกออกมาได้แต่ถ้าผู้รับไปเลี้ยงไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสัตว์ที่ได้รับต่อไปสามารถแจ้งคืนสัตว์ได้ทุกเมื่อ โดยผู้ส่งมอบให้จะหาผู้รับเลี้ยงที่มีความเหมาะสมรายต่อไป นำสัตว์ไปเลี้ยงดู

สำหรับผู้ที่ติดตามคอลัมน์ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower มาโดยตลอดจะทราบดีว่าพวกเราได้ร่วมกันไถ่ชีวิตโคและกระบือมาตั้งแต่ปลายปี 2556 จนถึงปัจจุบัน และสามารถไถ่ชีวิตพวกเขาได้แล้วนับร้อยชีวิต และนำโค-กระบือที่ไถ่ชีวิตไปส่งมอบให้เกษตรกรในท้องที่ต่างๆเลี้ยงดู ตัวอย่างเช่น ที่อำเภอเดิมบางนางบวช อำเภอศรีประจันต์จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมและล่าสุดที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

คณะของผู้มอบโคและกระบือติดตามดูความเป็นอยู่ของสัตว์ที่มอบให้ผู้รับเลี้ยงอย่างใกล้ชิด มีการโทรศัพท์ และไลน์พูดคุยไถ่ถามความเป็นอยู่ของทั้งสัตว์และทั้งคนเป็นประจำสม่ำเสมอ จนกลายเป็นกัลยาณมิตรของกันและกัน

และในวันนี้ Mr. Flower ขอนำภาพที่จะทำให้คุณๆ ประทับใจเมื่อได้เห็นโคและกระบือที่ถูกไถ่ชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์เมื่อประมาณ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา วันนี้กับวันวานของพวกเขาแตกต่างกันไกลมาก วันที่เราไปไถ่ชีวิตพวกเขาจากโรงฆ่าสัตว์นั้น พวกเขาทั้งหมดส่งสายตาเสมือนวิงวอนขอให้เราช่วยพาเขาออกจากแดนประหาร จนทำให้พวกเราต้องตัดสินใจไถ่ชีวิตพวกเขาทั้งหมดออกมา แม้ในช่วงนั้นจะติดขัดปัญหาเรื่องเงินที่เตรียมไปสำหรับไถ่ชีวิต แต่สุดท้ายพวกเราก็สามารถไถ่ชีวิตของโค-กระบือออกมาได้ทั้งหมด แม้จะต้องจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมาก แต่ทุกคนก็ยินดีและเต็มใจทำ

วันนี้ขอนำภาพที่เชื่อว่าคุณเห็นแล้วจะยิ้มได้ด้วยความชื่นใจคือ ภาพของโคและกระบือจากครอบครัวแก้มและสุขศรี ซึ่งได้รับกระบือไปเลี้ยงดูสองตัว มาบัดนี้
ครอบครัวนี้มีสมาชิกใหม่เพิ่มอีกสองตัว โดยเป็นกระบือเผือกครอบครัวนี้ตั้งชื่อกระบือได้น่ารักมาก คือมีเงิน (กระบือเผือก)บุญหลาย บุญมี (กระบือเผือกเพศเมีย) และนำโชค สำหรับนำโชค (กระบือเผือก) คือสมาชิกรายล่าสุด เพิ่งเกิดได้ประมาณ 3 เดือน

ภาพของกระบือที่มีชีวิตอยู่ในท้องทุ่ง มีน้ำให้เล่นมีโคลนให้นอนแช่ มีหญ้าสด มีฟางแห้งให้กินอย่างอิ่มหนำสำราญคือภาพที่ทำให้คุณๆ ยิ้มได้ ใช่ไหมครับและนี่คือความอิ่มเอมใจร่วมกันของเราทุกคนที่ร่วมกันไถ่ชีวิตของพวกเขาเมื่อหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา

สำหรับคุณๆ ที่ต้องการร่วมโครงการไถ่ชีวิตโคและกระบือกับหนังสือพิมพ์แนวหน้า โปรดติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 091-7233615 ส่วนผู้ประสงค์จะรับโค-กระบือไปเลี้ยงดู สามารถติดต่อสอบถามได้จากหมายเลขโทรศัพท์เดียวกัน

งดบริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อลดการฆ่าสัตว์ เมตตาธรรมค้ำจุนโลกา

ตะลอนเที่ยว : ช้าง (และคนเลี้ยงช้าง) ตกงาน กำลังรอความเมตตาจากคุณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/579763

ตะลอนเที่ยว : ช้าง (และคนเลี้ยงช้าง) ตกงาน กำลังรอความเมตตาจากคุณ

ตะลอนเที่ยว : ช้าง (และคนเลี้ยงช้าง) ตกงาน กำลังรอความเมตตาจากคุณ

วันอาทิตย์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สามสี่สัปดาห์ก่อน Mr.Flower ชวนคุณไปช่วยเหลือช้างตกงาน จำนวน 27 เชือก และคนเลี้ยงช้างตกงาน จำนวนประมาณ 60 คน ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา(ตลาดน้ำอโยธยา) ซึ่งพวกเราก็สามารถช่วยเหลือในเบื้องต้นได้โดยการมอบอาหารให้ช้าง และคนเลี้ยงช้างไปแล้ว  

อาหารที่มอบให้ช้างไปแล้วคือต้นสับปะรดจำนวนสองคันรถสิบล้อ (เต็มจนล้นคัน) ราคาคันรถละ 13,000 บาท โดยมอบให้ช้างสองระยะ ห่างกันช่วงละ 10 วัน ซึ่งสับปะรดหนึ่งคันรถสิบล้อ ช่วยให้ช้างมีอาหารกินประทังชีวิตไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์ โดยช้างต้องมีอาหารอื่นๆ กินด้วย เช่น หญ้าเนเปียร์ หญ้าขนต้นกล้วย ต้นข้าวโพด และใบไม้อื่นๆ เช่นใบโพธิ์ เป็นต้น นอกจากนี้พวกเรายังซื้ออ้อยให้ช้างอีกหนึ่งคันรถบรรทุกขนาดเล็ก(คิดเป็นเงิน 6 พันบาท) ขณะเดียวกันพวกเราก็ได้นำกล้วยจำนวนหนึ่ง (ประมาณ200 หวี) ไปมอบให้ช้างด้วย แล้วก็มอบข้าวสาร ข้าวเหนียว หอม กระเทียม พริกแห้งน้ำดื่ม และขนมให้คนเลี้ยงช้าง เพื่อใช้ประทังชีวิตในยามที่พวกเขาทั้งคนและช้างตกงาน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติไปใช้บริการในยามโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก 

ซึ่งอันที่จริง พวกเราได้ช่วยกันบริจาคเงินจำนวน 33,000 บาท เพื่อซื้ออาหารให้ช้างตกงานที่อพยพจากชลบุรีกลับไปบ้านเดิมที่อำเภอสตึก บุรีรัมย์ เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ โดยสั่งซื้อต้นสับปะรดหนึ่งคันรถสิบล้อ ต้นข้าวโพด หญ้าเนเปียร์ อ้อย และกล้วย ให้กับช้างจำนวน 6 เชือก ไปแล้วด้วย 

มีคำถามว่าทำไมพวกเราต้องช่วยช้างและคนเลี้ยงช้าง ทำไมเจ้าของช้างไม่ดูแลช้างเหล่านั้น คำตอบคือ เพราะเจ้าของช้างขอความเมตตาจากพวกเรา เนื่องจากเขาแจ้งว่าไม่มีรายได้เพียงพอสำหรับซื้ออาหารให้ช้างกินในแต่ละวัน ครั้นจะให้ช้างร่อนเร่ออกขอทานไปตามชุมชนต่างๆ ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะผิดกฎหมาย ซึ่งพวกเราก็เห็นตรงกันว่าไม่ควรจะนำช้างออกไปร่อนเร่ขอทาน เพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย ดังนั้นจึงมีความเห็นร่วมกันว่าพวกเราจะพยายามช่วยเหลือในเบื้องต้น เพื่อให้ช้างมีอาหารกินประทังชีวิตให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก พวกเราจึงร่วมกันบริจาคเงินซื้ออาหารให้ช้างและคนเลี้ยงช้าง ตามที่ได้นำเสนอข้อมูลให้ทราบมาโดยตลอดโดยผ่านคอลัมน์ตะลอนเที่ยว 

ล่าสุดจากการที่ Mr.Flower ลงไปในพื้นที่เพื่อดูความเป็นอยู่ของทั้งช้างและคนเลี้ยงช้าง ก็พบว่าระยะนี้มีฝนตกลงมามากกว่าช่วงเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคมจึงทำให้ช้างพอจะมีใบไม้ และหญ้ากินมากกว่าในช่วงแล้งฝน แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการกินของช้างในแต่ละวัน เนื่องจากมีช้างจำนวนมากถึง 27 เชือก จึงทำให้คนเลี้ยงช้างต้องออกหาอาหารจำนวนมากสำหรับช้าง โดยการตระเวนออกไปหาหญ้า ใบไม้ และต้นกล้วยจากพื้นที่ที่อยู่ค่อนข้างไกลจากเขตพักอาศัยของช้าง ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายคือค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเติมรถจักรยานยนต์ที่นำออกไปยังแหล่งที่มีหญ้าสำหรับช้าง เพราะไม่สามารถนำช้างทั้งโขลงเดินไปกินหญ้าในเขตที่อยู่ห่างไกลออกไปมากๆ เช่น เกินระยะทาง 10 กิโลเมตรได้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาการขนย้ายช้างไปในพื้นที่ต่างๆ อีกทั้งเจ้าของที่ก็ไม่อนุญาตให้นำช้างเข้าไปในเขตพื้นที่ด้วย แต่อนุญาตเพียงให้คนเลี้ยงช้างเข้าไปตัดหญ้าแล้วนำไปให้ช้างกินเท่านั้น  

ดังนั้น Mr.Flower จึงรับปากกับคนเลี้ยงช้างว่าพวกเราจะช่วยกันจัดซื้อต้นสับปะรดให้ช้างอีกหนึ่งคันรถสิบล้อ โดยให้นำต้นสับปะรดไปให้ช้างในวันที่ 20มิถุนายนนี้ ขณะเดียวกันก็ขอเชิญชวนให้คุณๆ ร่วมให้ความช่วยเหลือช้างตกยากโขลงนี้ด้วย ทั้งนี้ คุณสามารถเดินทางไปบริจาคเงินให้กับคนเลี้ยงช้างเพื่อช่วยช้างโดยตรงได้ที่ตลาดน้ำอโยธยา พระนครศรีอยุธยาทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. และสามารถติดต่อสอบถามเพื่อร่วมบริจาคได้กับคอลัมน์ตะลอนเที่ยว ที่หมายเลข 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : โหยทะเล หิวป่าเขาลำเนาไพร อีกไม่นาน เราจะไปเที่ยวด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/578073

ตะลอนเที่ยว : โหยทะเล หิวป่าเขาลำเนาไพร อีกไม่นาน เราจะไปเที่ยวด้วยกัน

ตะลอนเที่ยว : โหยทะเล หิวป่าเขาลำเนาไพร อีกไม่นาน เราจะไปเที่ยวด้วยกัน

วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คุณกอไก่ : คุณฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กี่เข็มแล้วฉันฉีดไปแล้วหนึ่งเข็ม แต่เข็มที่สองยังไม่รู้จะได้ฉีดวันไหนแต่ฉันอยากไปเที่ยวมาก ฉันโหยหิวอยากไปสัมผัสทะเล แม่น้ำน้ำตก ขุนเขา และโบราณสถานต่างๆ ใจจะขาด  

คุณฮอนกฮูก : ฉันฉีดไปแล้วหนึ่งเข็มเหมือนกันเข็มที่สองก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ฉีดวันไหน ใช่ ฉันก็คิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เหมือนคุณเลย ถ้าเช่นนั้น เราไปเที่ยวกันไหมไปเที่ยวกันแบบ New Normal ในยามโควิด-19 ยังไม่หายไปจากประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่ฉันไม่รอแล้วฉันจะเที่ยวแล้ว ไปเที่ยวกันดีกว่าเนอะ 

Mr. Flower มั่นใจว่าบทสนทนาข้างต้นระหว่างคุณกอไก่ กับคุณฮอนกฮูก คงไม่ต่างไปจากบทสนทนาของคุณๆ กับเพื่อนๆ และญาติมิตรใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าเราทุกคนต่างหิวโหยอยากไปสัมผัสความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นานา สารพัดที่ที่มีอยู่มากมายในประเทศไทยของเรา ในเมื่อเราคิดตรงกันเช่นนี้แล้ว เราจะมัวรอช้าอยู่ไย เราออกเดินทางท่องเที่ยวกันเลยดีไหม 

ต้องบอกคุณตรงๆ ว่าในยามนี้ทะเลบ้านเราสวยใสงดงามมากจนเกินบรรยาย หาดทรายก็ขาวสะอาดยิ่งกว่าช่วงที่มีนักท่องเที่ยวกลาดเกลื่อนอยู่บนหาดทราย น้ำตกก็สวยงามตามธรรมชาติเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นจำนวนมาก โบราณสถานที่เคยเต็มไปด้วยผู้คนก็สงบเงียบ เหมาะกับการเข้าไปสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งกาลเวลาที่ผันผ่าน 

บอกตรงๆ ชัดๆ ว่าช่วงนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวมากที่สุดของบ้านเรา โดยเฉพาะคนที่ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองได้ดีเยี่ยมจนไร้การรุกรานของเชื้อโควิด-19ซึ่งหมายความว่าคุณเป็นคนที่มีสุขภาพดีเยี่ยม ที่เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสความงดงามของธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของบ้านเรา 

ภาพของทะเลในจังหวัดกระบี่ที่สวยและสะอาดในยามนี้ ภาพของเกาะปันหยี จังหวัดพังงาที่ร้างจากกองทัพของนักท่องเที่ยว รวมถึงภาพเขาตะปูที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวอ้างว้างโดยไร้นักท่องเที่ยว และภาพน้ำใสๆ สะอาดจากคลองสองสี ที่ท่าปอม กระบี่ คือสิ่งมหัศจรรย์ที่คุณๆ ไม่สามารถหาได้ในยามที่แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของเมืองไทยเต็มไปด้วยกองทัพของนักท่องเที่ยวจากต่างบ้านต่างเมือง 

เพราะฉะนั้นในยามนี้ จึงนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะเหมาะสมกับการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีอยู่มากมายหลายหลากบนแผ่นดินไทย  

Mr.Flower ขอชวนเชิญให้คุณออกเดินทางท่องเที่ยวในยามนี้ เพราะคุณจะได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติชนิดที่คุณไม่สามารถหาได้โดยง่ายในช่วงที่คนจำนวนมากมายพากันเดินทางท่องเที่ยว หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่เที่ยวในช่วงโควิด-19 ระบาด ซึ่ง Mr.Flowerเห็นด้วยกับการไม่ไปเที่ยวในแหล่งที่มีเชื้อนี้แพร่ระบาดหนักแต่ Mr.Flower เพียงแค่ต้องการบอกความจริงกับคุณว่า อยากให้คุณรักษาสุขภาพให้ดีที่สุด แล้วออกท่องเที่ยวด้วยกันแบบกลุ่มเล็กๆ ในหมู่เพื่อนฝูงและญาติมิตรที่ไว้ใจเรื่องสุขภาพของกันและกันได้เป็นอย่างดี เราเที่ยวกับแบบ New Normal เที่ยวแบบระวังรักษาสุขภาพของตัวเอง และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายธรรมชาติ 

ปลายเดือนนี้ Mr.Flower มีโปรแกรมพาคุณๆ ไปเที่ยวทะเลภาคตะวันออกด้วยกัน หากคุณสนใจร่วมท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ สมาชิกเพียง 10-14 รายเน้นเที่ยวแบบละมุนละไม กินดี นอนดี เที่ยวโดยไม่รีบร้อนเร่งรัด โปรดติดต่อ 091-7233615

ตะลอนเที่ยว : ช้างไทย สิ่งมีชีวิตที่รอวันช่วยเหลือ (ซึ่งไม่ต่างจากสัตว์อื่นๆ) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/576440

ตะลอนเที่ยว : ช้างไทย สิ่งมีชีวิตที่รอวันช่วยเหลือ (ซึ่งไม่ต่างจากสัตว์อื่นๆ)

ตะลอนเที่ยว : ช้างไทย สิ่งมีชีวิตที่รอวันช่วยเหลือ (ซึ่งไม่ต่างจากสัตว์อื่นๆ)

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มีผู้ตั้งคำถามว่าช้างไทยในปัจจุบันเหลืออยู่กี่มากน้อย ทั้งช้างบ้าน และช้างป่า

คำตอบคือ ระบุจำนวนชัดๆ ได้ยากมากเพราะการเก็บสถิติประชากรช้างของไทยมีความคลาดเคลื่อนสูงมาก (นี่ขนาดช้างตัวเท่าช้างยังเก็บสถิติไม่ได้ชัดเจนเลย แล้วจะไปเชื่อถือสถิติจำนวนสัตว์อื่นๆ ได้อย่างไร) แต่ก็มีความพยายามบอกว่าช้างเลี้ยง(ช้างบ้าน) ในไทยมีจำนวนประมาณ 3,700 เชือก(อ้างตัวเลขที่จดทะเบียนกับกรมปศุสัตว์)ส่วนช้างป่าก็มีข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่ามีจำนวนประมาณ 3,200-3,450 ตัว อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติต่างๆ ของไทย

ช้างไทยประสบปัญหาความยากลำบากและความอดอยากมานานกว่า 30 ปีแล้ว เพราะไร้ที่อยู่อาศัย และไร้แหล่งอาหารที่สมบูรณ์ดังนั้นในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา คนไทยจึงเห็นภาพช้างบ้านถูกนำไปร่อนเร่เป็นขอทาน ส่วนช้างป่าก็ต้องถูกคนฆ่า เพราะคนอ้างว่าช้างป่าเข้าไปทำลายพืชไร่ของคน ทั้ง ๆ ที่คนนั่นแหละคือตัวการที่เข้าไปทำลายแหล่งที่อยู่และแหล่งอาหารของช้างป่า

ช้างไทยในอดีตได้รับเกียรติยศสูงส่ง เพราะเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ได้ออกศึกทำสงครามร่วมกับพระมหากษัตริย์ จึงถือว่าช้างเป็นสัตว์ประจำชาติของไทย เพราะฉะนั้นในอดีตของไทย (สยาม) จึงมีช้างเผือกอยู่บนธงประจำสยาม แต่ปัจจุบันช้างไทยกลายเป็นตัวตลกไปโดยปริยาย บางยุคเราเห็นช้างถูกทาสีเพื่อให้ดูละม้ายแพนด้า แล้วยังเห็นช้างถูกนำไปร่อนเร่เป็นขอทาน และต้องแสดงอากัปกิริยาต่างๆ นานาที่ผิดธรรมชาติของช้าง เช่น การถูกบังคับให้ยืนสองขา เป็นต้น จึงกลายเป็นว่าช้างถูกทรมานเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับคน และเพื่อหารายได้ให้กับนายทุนอย่างน่าสมเพช

ในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ (โดยเฉพาะจีน) ไหลทะลักเข้ามาในไทย ช้างกลายเป็นสินค้าสำคัญตัวหนึ่ง เพราะถูกใช้งานเพื่อ entertain นักท่องเที่ยวเพื่อแลกกับเงินสำหรับนายทุน และค่าจ้างสำหรับเจ้าของช้างกับคนเลี้ยงช้าง โดยช้างได้อาหารเป็นเครื่องตอบแทนประจำวัน แต่ในยามที่ประเทศไทยไร้นักท่องเที่ยว เพราะวิกฤติโควิด-19 ช้างบ้านที่เคยมีงานทำก็กลายเป็นช้างตกงาน อดอยาก หิวโหย (ทั้งคนเลี้ยงช้างและช้าง) ส่วนช้างป่าก็ยังคงประสบปัญหาไร้ที่อยู่และแหล่งอาหารธรรมชาติตามเดิม เพราะผู้มีอิทธิพลเถื่อนพากันบุกรุกเข้าไปทำลายผืนป่า และทำลายแหล่งอาศัย แหล่งอาหารของช้าง

หากจะพูดถึงปัญหาของช้าง เราสามารถพูดกันได้เป็นวันๆ และพูดได้ไม่รู้จบ แต่สำหรับคอลัมน์นี้ เราจะพยายามช่วยช้าง และช่วยคนเลี้ยงช้างให้รอดพ้นจากความอดอยากหิวโหย ในยามที่สังคมไทยประสบหายนะจากโควิด-19 หากคุณๆ ติดตามคอลัมน์นี้มาอย่างต่อเนื่อง คงทราบดีแล้วว่าเราทุกคนได้พยายามช่วยช้างที่ตกทุกข์ได้ยากตลอดเวลา ตัวอย่างที่เรากำลังช่วยเหลือช้างตกยากคือช้างที่ตลาดน้ำอโยธยาพระนครศรีอยุธยา และช้างที่สตึก บุรีรัมย์รวมถึงช้างตกยากจากสถานที่อื่นๆ ที่ร้องขอความช่วยเหลือมาที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สำหรับการช่วยเหลือช้างตกงาน27 เชือก ที่อยุธยานั้น เราได้ช่วยกันบริจาคเงินเพื่อซื้อต้นสับปะรด จำนวนสามคันรถสิบล้อ (ล่าสุดนำต้นสับปะรดจำนวน 2 คันรถสิบล้อไปบริจาคให้ช้างแล้ว ส่วนอีกหนึ่งคันรถจะส่งมอบให้ช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ราคาต้นสับปะรดคันรถละ 13,000 บาท) และบริจาคอ้อยให้อีกจำนวนหนึ่งคันรถบรรทุกเล็ก(ราคา 6 พันบาท) รวมถึงได้นำกล้วยหลายร้อยหวีไปมอบให้ช้าง และขณะเดียวกันก็ได้มอบอาหารแห้งและของกินเล็กๆ น้อยๆ เช่น ข้าวสาร ข้าวเหนียว หอม กระเทียม พริกแห้งปลาร้า น้ำดื่ม ขนม ให้คนเลี้ยงช้างไว้แบ่งกันรับประทาน (คนเลี้ยงช้างมีจำนวนประมาณ 70 คน) ส่วนช้างที่สตึก บุรีรัมย์ คณะของเราได้ซื้อต้นข้าวโพด หญ้าเนเปียร์ และกล้วย รวมถึงต้นสับปะรด แล้วจัดส่งไปให้เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ขออนุญาตเชิญชวนคุณๆ ที่มีใจเมตตาต่อช้างและคนเลี้ยงช้างไปร่วมช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากด้วยกัน โดยคุณสามารถไปช่วยเหลือได้โดยตรงที่ตลาดน้ำอโยธยา พระนครศรีอยุธยา หรือจะร่วมสมทบทุนบริจาคเพื่อซื้ออาหารให้ช้างและคนเลี้ยงช้างผ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ โดยติดต่อที่หมายเลข 091-7233615 อันที่จริงเราพยายามจะตั้งกองทุนหาเงินเพื่อซื้อช้างแล้วมอบให้ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ต้องอาศัยการร่วมมืออย่างมหาศาล แต่เราก็ตั้งความหวังไว้ว่าจะพยายามทำให้สำเร็จทีละส่วนเพื่อให้ช้างไทยไม่ต้องตกระกำลำบากอีกต่อไป