จีนเผยภาพเซลฟี่ยานสำรวจ Zhurong จากพื้นผิวดาวอังคาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655304

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 17:40 น.

จีนเผยภาพเซลฟี่ยานสำรวจ Zhurong จากพื้นผิวดาวอังคาร จีนโชว์ภาพเซลฟี่ของยานสำรวจจู้หรงจากพื้นผิวดาวอังคาร ฉลองเยือนดาวเคราะห์สีแดงครบ 1 เดือน

องค์กรอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เผยภาพชุดล่าสุดที่บันทึกโดยยานสำรวจจู้หรง (Zhurong) เป็นภาพเซลฟี่ของยานโดยด้านหลังเป็นแท่นปล่อยยาน รวมทั้งฝุ่นและหินบนดาวอังคาร  

นอกจากนี้ ยังมีภาพของแท่นปล่อยยานสำรวจซึ่งมีเค้าโครงของมาสคอตการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวซึ่งจะจัดที่กรุงปักกิ่งในปี 2022 และมาสคอตพาราลิมปิกที่อยู่ติดกับธงชาติจีนบนแท่นปล่อยยาน ท่ามกลางฝุ่นและก้อนหินสีแดงของพื้นผิวดาวอังคาร รวมทั้งภาพพื้นผิวของดาวแบบโคลสอัพ

ยานจู้จรงตั้งกล้องห่างจากแท่นปล่อยยานราว 10 เมตร แล้วดึงกลับเพื่อถ่ายภาพหมู่

ทั้งนี้ ยานสำรวจดาวอังคารจู้หรง (Zhurong) ลงจอดบนพื้นผิวของดาวอังคารสำเร็จเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ (15 พ.ค.) ในบริเวณตอนใต้ของยูโทเปีย พลานิเชียซึ่งเป็นที่ราบขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของดาว และจะปฏิบัติภารกิจเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างหินบนพื้นผิวดาวอังคาร 3 เดือน

Photo by HANDOUT / China National Space Administration (CNSA) / AFP

กรณีศึกษาชิลี ฉีดวัคซีนแล้วเกินครึ่งแต่ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655299

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น.

กรณีศึกษาชิลี ฉีดวัคซีนแล้วเกินครึ่งแต่ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง ชิลีต้องกลับไปล็อกดาวน์เมืองหลวงอีกครั้งหลังติดเชื้อพุ่งแม้ฉีดวัคซีนแล้ว 60%

ทางการชิลีประกาศคำสั่งล็อกดาวน์กรุงซานติอาโกและชุมชนใกล้เคียงอีกครั้งโดยจะเริ่มเวลา 05.00 น.ของวันที่ 12 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ประชาชนเกือบ 60% จะฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วก็ตาม 

กระทรวงสาธารณสุขชิลีรายงานว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยใน 7 วันยังสูงกว่าวันละ 7,000 คน โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นถึง 17% ทั่วประเทศ ส่วนในเมืองใหญ่ซึ่งรวมถึงกรุงซานติอาโกที่มีประชากรราว 8 ล้านคน ตัวเลขพุ่งขึ้น 25%

ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (10 มิ.ย.) ชิลีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,716 ราย โดยในจำนวนนี้ 73% ได้รับวัคซีนยังไม่ครบโดส และคนที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 80% ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

ชิลีเป็นหนึ่งในปรดะเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุดในโลก โดย 75% ของประชากรทั้งหมด 15 ล้านคนได้รับวัควีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และ 58% ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว หากนับตามจำนวนหัวประชากรชิลีฉีดวัคซีนมากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกตามข้อมูลของรอยเตอร์ส

จนถึงตอนนี้ชิลีฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบ 23 ล้านโดส โดย 17.2 ล้านโดสเป็นของ Sinovac, Pfizer/BioNTech 4.6 ล้านโดส, AstraZeneca และ CanSino อย่างละเกือบ 1 ล้านโดส

ทว่าผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วัคซีนไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100% และต้องใช้เวลาระยะหนึ่งหลังฉีดกว่าวัคซีนจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีเชื้อกลายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงมาเกี่ยวข้องด้วย

ในกรณีของชิลี การถอดรหัสพันธุกรรมของการติดเชื้อระหว่างเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วถึงเดือน มิ.ย. พบว่า สายพันธุ์กลายพันธุ์ P1 ซึ่งพบครั้งแรกที่บราซิลเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศ ที่นอกจากจะลดประสิทธิภาพวัคซีนแล้ว ยังแพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมถึง 2 เท่า

แม้ชิลีจะฉีดวัคซีนมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกและจัดหาวัคซีนได้กว่า 40 ล้านโดสสำหรับประชากรราว 19 ล้านคนจนได้รับคำชมจากธนาคารโลกและองค์การอนามัยโลก ทว่ามีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลมัวแต่หลงกับความสำเร็จจนประมาท และผ่อนปรนมาตรการสกัด Covid-19 เร็วเกินไป

ชิลีปิดพรมแดนตั้งแต่เดือน มี.ค.ธ.ค.ปีที่แล้ว แต่หลังจาดมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง รัฐบาลก็เริ่มผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มวันหยุดพิเศษเพื่อให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน หรือการกลับมาเปิดร้านอาหาร ร้านค้า รีสอร์ตเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่การ์ดตกละเมิดมาตรการป้องกันต่างๆ บางคนถึงขั้นจัดปาร์ตี้แบบลับๆ

สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในชิลีเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรัฐบาลประเทศอื่นๆ ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าควรจะกลับมาเปิดประเทศเมื่อใดหลังจากการฉีดวัคซีนมีความก้าวหน้า เพราะหากเปิดเร็วเกินไปโดยที่วัคซีนยังไม่ครอบคลุมหรือยังไม่ถึงช่วงที่วัคซีนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็กลับมาได้อีก

Photo by JAVIER TORRES / AFP

สหรัฐเตรียมถกหลังพบเคสหัวใจอักเสบเกินคาดหลังฉีดวัคซีน mRNA #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655298

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 15:45 น.

สหรัฐเตรียมถกหลังพบเคสหัวใจอักเสบเกินคาดหลังฉีดวัคซีน mRNAสหรัฐเผยพบกรณีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังฉีดวัคซีน mRNA มากกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยส่วนใหญ่เป็นชายหนุ่ม

รอยเตอร์สรายงานว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) เผยเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ว่าพบกรณีการเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจเอกเสบหลังฉีดวัคซีนชนิด mRNA ของไฟเซอร์ (Pfizer) และโมเดอร์นา (Moderna) ครบ 2 เข็มมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยเฉพาะในกลุ่มคนเพศชายที่อายุยังน้อย

CDC ระบุว่ามีประชาชนอายุระหว่าง 16 ถึง 24 ปีที่รายงานอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอยู่ที่ 283 รายและราว 80% เป็นผู้ชาย ซึ่งสูงกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้อยู่ที่ 10 ถึง 102 รายเท่านั้น

CDC ยังเผยว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชาชนในสหรัฐที่รายงานอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนของไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาเข็มที่ 2 มีอายุระหว่าง 12 ถึง 24 ปี อย่างไรก็ตามกลุ่มอายุเหล่านี้มีสัดส่วนไม่ถึง 9% ของผู้ที่ได้รับวัคซีนทั้งหมด

ขณะนี้ CDC และหน่วยงานด้านสุขภาพอื่นๆ กำลังตรวจสอบกรณีการเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลรายงานว่าพบความเชื่อมโยงของอาการดังกล่าวกับชายหนุ่มที่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์เช่นกัน

อย่างไรก็ตามหน่วยงานยังคงประเมินความเสี่ยงและยังไม่สรุปว่าวัคซีนเป็นสาเหตุของอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

ดร. ทอม ชิมาบุคุโร รองผู้อำนวยการสำนักงานความปลอดภัยด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน CDC เผยว่าอาการดังกล่าวส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใน 1 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชายที่อายุน้อย

ด้านบริษัทผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์กล่าวว่าจำนวนผู้พบอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวยังมีน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีน mRNA ทั้งหมด ซึ่งประมาณ 130 ล้านคนในสหรัฐได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว

พร้อมสนับสนุนให้มีการประเมินอย่างละเอียดโดยไม่ด่วนสรุปว่าวัคซีนชนิด mRNA เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

เช่นเดียวกับโมเดอร์นาซึ่งยังไม่สรุปถึงความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของวัคซีนและอาการดังกล่าว แต่กล่าวว่ากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อประเมินปัญหาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ CDC กล่าวว่าจะจัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างภูมิคุ้มกันในสัปดาห์หน้าเพื่อประเมินหลักฐานเพิ่มเติม และประเมินความเสี่ยงของอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหลังจากฉีดวัคซีนชนิด mRNA

ไทยอันดับ 25 ประเทศที่ฟันกำไรจาก Bitcoin มากที่สุดในปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655274

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 14:30 น.

ไทยอันดับ 25 ประเทศที่ฟันกำไรจาก Bitcoin มากที่สุดในปี 2020เปิดโผ 25 อันดับประเทศที่ทำกำไรจาก Bitcoin มากที่สุดในโลกของปี 2020 ไทยอยู่อันดับ 25  

ปี 2020 ถือเป็นปีทองของ Bitcoin เนื่องจากนักลงทุนระดับสถาบันขนเงินดอลลาร์เข้ามาลงทุนก้อนโตจน Bitcoin ทะยานขึ้นสู่ออลไทม์ไฮ

เว็บไซต์ Chainalysis จัดอันดับ 25 ประเทศที่ทำกำไรจาก Bitcoin ได้มากที่สุดประจำปี 2020 โดยการวิเคราะห์ภูมิศาสตร์คริปโตเคอร์เรนซีโดยใช้ข้อมูลที่ทางเว็บไซต์รวบรวมไว้

Chainalysis คำนวณกระแสการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีแต่ละสกุลในฐานข้อมูลที่จัดเก็บในเครือข่าย Blockchain  และประมาณกำไรเป็นเหรียญสหรัฐที่ได้จากการหักลบมูลค่าของ Bitcoin ณ เวลาที่ถอนออกจากแพลตฟอร์มและมูลค่าตอนที่ซื้อมา จากนั้นจึงแจกแจงกำไรหรือขาดทุนเป็นรายประเทศ โดยไม่นับรวมกำไรที่ยังไม่ได้ถอนออก

ปรากฏว่าสหรัฐได้กำไรจากการซื้อขาย Bitcoin มากที่สุด 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยจีนที่ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าสหรัฐกว่า 3 เท่า ส่วนประเทศสไทยอยู่ในอันดับที่ 25 มูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ

ภาพจาก Chainalysis

ที่น่าสนใจคือ กรณีของเวียดนาม ที่อันดับการลงทุนใน Bitcoin สูงกว่าอันดับเศรษฐกิจของประเทศ เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ลดอัตราความยากจนจากกว่า 70% ลงมาเหลือต่ำกว่า 6% ในปี 2002 โดยอันดับจีดีพีของเวียดนามอยู่อันดับ 53 (262,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) จัดเวียดนามอยู่ในประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง

แต่ดัชนีการยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี (Global Crypto Adoption Index) ของเวียดนามอยู่ในอันดับ 10 ซึ่งถือว่าสูง และในปีนี้การทำกำไรจากสกุลเงินดิจิทัลของเวียดนามอยู่ในอันดับ 13 ที่ 351 ล้านเหรียญสหรัฐ แซงหน้าประเทศที่มีอันดับเศรษฐกิจสูงกว่าอย่างออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย และเบลเยียม

และเมื่อมองกำไรที่เกิดขึ้นจริงทั้งปีพบว่า นักลงทุนเกือบทุกประเทศจะได้กำไรสูงสุดในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่ทำให้นักลงทุนจากสหรัฐทำกำไรนำหน้านักลงทุนจากประเทศอื่น เพราะได้อานิสงส์จากกิจกรรมใน Coinbase

กำไรเหล่านี้เกิดจากราคา Bitcoin ที่เริ่มทะยานขึ้นในช่วงกลางเดือน ต.ค. 2020 และพุ่งขึ้นต่อเนื่องช่วงกลางเดือน ธ.ค. ในช่วงเวลานั้นราคา Bitcoin พุ่งขึ้นจาก 11,471 เหรียญสหรัฐในวันที่ 14 ต.ค. ไปสู่ 29,111 เหรียญสหรัฐเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และยังขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 8 ม.ค.ปีนี้ ก่อนจะลงเรื่อยมาจนถึงต้นเดือน ก.พ. และกลับขึ้นมาอีกครั้งจนแตะระดับออลไทม์ไฮที่เกือบ 65,000 เหรียญสหรัฐในเดือน เม.ย.

Chainalysis ยังพบว่า นักลงทุนระยะยาวทั่วโลกขายสกุลเงินดิจิทัลในครอบครองให้นักลงทุนหน้าใหม่ในช่วงที่ราคาขาขึ้น ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้นอีก

Photo by Marco BELLO / AFP

รัฐบาลจีนฉุนนายกฯญี่ปุ่นเรียกไต้หวันเป็น “ประเทศ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655266

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 13:00 น.

รัฐบาลจีนฉุนนายกฯญี่ปุ่นเรียกไต้หวันเป็น "ประเทศ"รัฐบาลจีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อผู้นำญี่ปุ่นเรียกรวมไต้หวันเป็นประเทศ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่าหลังจากที่นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูงะ ของญี่ปุ่นอภิปรายในรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมาโดยกล่าวถึงออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และไต้หวัน ว่า “สามประเทศดังกล่าวได้กำหนดมาตรการที่เข้มงวดเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” ส่งผลให้รัฐบาลจีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวต่อผู้สื่อข่าวในวันต่อมา (10 มิ.ย.) ว่ารัฐบาลจีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งต่อคำพูดที่ผิดพลาดของญี่ปุ่น พร้อมเน้นย้ำถึงนโยบายจีนเดียว และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นระมัดระวังคำพูดและการกระทำเกี่ยวกับไต้หวันมากขึ้น ตลอดจนหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณที่สั่นคลอนอธิปไตยของจีน

รัฐบาลจีนยังได้เรียกร้องการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลญี่ปุ่นในประเด็นดังกล่าว ขณะที่ญี่ปุ่นยังไม่แสดงท่าทีใดๆ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจีนและญี่ปุ่นเกิดความขัดแย้งกันในหลายประเด็น รวมถึงข้อพิพาทดินแดนในทะเลจีนตะวันออกและการปราบปรามฮ่องกง เมื่อเร็วๆ นี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังแสดงท่าทีสนับสนุนประชาธิปไตยของไต้หวัน

รวมถึงการประชุมสุดยอดในกรุงวอชิงตันเมื่อเดือนเม.ย. ซูงะยืนยันกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐถึงความสำคัญของสันติภาพและความมั่นคงในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 52 ปีที่ผู้นำญี่ปุ่นและสหรัฐกล่าวถึงไต้หวันในแถลงการณ์ร่วม

นอกจากนี้จีนยังได้ประณามญี่ปุ่นที่บริจาควัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ไต้หวันโดยระบุว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการปฏิบัติโดยมีเป้าหมายทางการเมือง

Photo by Behrouz MEHRI and BEHROUZ MEHRI / POOL / AFP

เผยกิจการค้ายาบ้าในเอเชียเฟื่องฟูในยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655254

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 11:40 น.

เผยกิจการค้ายาบ้าในเอเชียเฟื่องฟูในยุคโควิดยูเอ็นเผยมูลค่าการซื้อขายยาเสพติดในเอเชียพุ่งสูงช่วง Covid-19 ไทยยังเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เผยว่า ขบวนการค้ายาเสพติดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรับตัวรับวิกฤต Covid-19 ผลิตยาบ้าสู่ท้องตลาดมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่านับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีแหล่งใหญ่อยู่ที่ลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง รวมทั้งไทย ส่วนกัมพูชาผงาดขึ้นเป็นแหล่งยาบ้าแหล่งใหญ่

รายงานของ UNODC ระบุว่า การซื้อขายเมธแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ซึ่งเป็นยาเสพติดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเอเชีย ประสบปัญหาการลักลอบขนส่งช่วงสั้นๆ ในช่วงที่ Covid-19 ระบาดหนัก ก่อนที่จะหาช่องทางหลบเลี่ยงมาตรการมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด และกลับมาซื้อขายกันมากกว่าในปี 2019

ปี 2020 เจ้าหน้าที่ในเอเชียตรวจยึดยาบ้าได้เกือบ 170 ตัน หรือเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 19% ซึ่งแม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าการซื้อขายยาบ้าในปี 2020 แต่คาดว่าไม่น่าจะน้อยกว่ามูลค่าของปี 2019 ที่อยู่ระหว่าง 30,000-61,000 ล้านเหรียญสหรัฐตามข้อมูลของ UNODC

เจรเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิกเผยว่า “ในขณะที่เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ชะลอตัว องค์กรอาชญากรรมที่ครอบงำภูมิภาคนี้กลับปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและทำเงินมหาศาล”

รายงานของ UNODC ระบุอีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการสกัด Covid-19 แก๊งอาชญากรหันมาลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านลาว ซึ่งบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด ก่อนจะข้ามพรมแดนไปยังศูนย์กลางการซื้อขายดั้งเดิมอย่างไทยและเวียดนาม นอกจากนี้ยังพบว่าฮ่องกงก็เป็นหนึ่งในจุดศูนย์กลางที่มีการลักลอบขนส่งยาบ้าเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 10 เท่า

อีกทั้งแก๊งอาชญากรเหล่านี้ยังหันมาใช้สารเคมีที่มีการควบคุมไม่เข้มงวดในการผลิตยาเสพติด เลือกแหล่งผลิตใหม่ที่ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจับกุมยาก ไปจนถึงขนส่งยาเสพติดโดยใช้เส้นทางใหม่ที่เจ้าหน้าที่คาดไม่ถึง และหาลูกค้ารายใหม่เพิ่ม

นอกจากนี้ ยังพบว่ากัมพูชากลายเป็นแหล่งผลิตยาบ้าแหล่งใหญ่ แม้จะไม่เทียบเท่ากับที่ผลิตได้ในรัฐฉานของเมียนมาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่รวมถึงพื้นที่ของไทยและลาว และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังติดอาวุธและเจ้าพ่อค้ายาเสพติด ซึ่งปีที่แล้วทางการกัมพูชาสามารถกวาดล้างแหล่งผลิตยาเสพติดได้ 5 แห่ง และในจำนวนนี้ 4 แห่งเป็นแหล่งผลิตยาบ้า

การผลิตและการลักลอบขนส่งยาเสพติดส่วนใหญ่ในเอเชียถูกขับเคลื่อนจากประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่าง คือ กัมพูชา ลาว เวียดนาม ไทย และเมียนมา

การที่ยาบ้าทะลักออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นทำให้ราคาขายส่งยาบ้าทั้งในไทย กัมพูชา และมาเลเซีย ลดลงจนมีราคาถูก ทำให้มีความต้องการในการซื้อและเสพยาบ้าสูงขึ้นตามไปด้วย และปริมาณการผลิตยาบ้าที่เพิ่มขึ้น ยังเป็นผลจากสารเคมีตั้งต้นที่หาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยาเสพติดสังเคราะห์อื่นๆ เช่น ยาเลิฟและยาเค ก็เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียเช่นกัน

นอกจากนี้ ดักลาสยังมองว่าสถานการณ์ยาเสพติดในเอเชียปีนี้อาจเลวร้ายลงอีก เนื่องจากแก๊งค้ายาเสพติดโดยเฉพาะในเมียนมาอาจใช้โอกาสจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงทางการเมืองและความรุนแรงในเมียนมาผลิตและลักลอบขนส่งยาเสพติด

“เมื่อเศรษฐกิจพังทลาย เศรษฐกิจผิดกฎหมายจะผุดขึ้นมาและทรงพลังมากขึ้น นั่นคือสถานการณ์ที่เรากลัวและคาดคิดไว้” ดักลาสกล่าว

Photo by – / Vietnam News Agency / AFP

ภาคธุรกิจฮ่องกงแจกหนัก Tesla-ทองแท่ง กระตุ้นฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/655253

วันที่ 11 มิ.ย. 2564 เวลา 11:00 น.

ภาคธุรกิจฮ่องกงแจกหนัก Tesla-ทองแท่ง กระตุ้นฉีดวัคซีนภาคธุรกิจฮ่องกงร่วมเสนอรางวัลมูลค่ารวมกว่า 120 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงกระตุ้นพลเมืองฉีดวัคซีน

Bloomberg รายงานว่าบรรดามหาเศรษฐีและบริษัทต่างๆ ในฮ่องกงกำลังมองหาแรงจูงใจในการเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างน้อยด้วยการเสนอรางวัลให้แก่ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนไม่ว่าจะเป็น Tesla Model 3, iPhone, ทองคำแท่ง, อพาร์ทเมนต์, บัตรกำนัลช้อปปิ้ง หรือเงินสด

โดยแคร์รี ลัม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงกล่าวว่าของรางวัลต่างๆ ที่ทราบจากรายงานข่าวมีมูลค่ารวมแล้วเกิน 120 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง

ขณะที่รัฐบาลแถลงว่าแรงจูงใจจากกลุ่มธุรกิจมีแนวโน้มว่าจะส่งผลให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนมากขึ้น โดยยอดจองวัคซีนทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากปลายเดือนพฤษภาคมหลังจากที่ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม โดยในรอบ 24 ชั่วโมงจนถึงเวลา 20.00 น. ของวันอังคารที่ผ่านมามีประชาชนประมาณ 34,600 คนแห่จองวัคซีนทั้ง Pfizer และ Sinovac

ทั้งนี้ ตามรายงานของ Bloomberg’s Covid-19 Vaccine Tracker ระบุว่ามีประชากรราว 15.1% จากประชากรฮ่องกงทั้งหมด 7.5 ล้านคนเท่านั้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม

บรรดาบริษัทที่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างแรงจูงใจในการฉีดวัคซีน อาทิ Goodman Group เครืออสังหาริมทรัพย์จากออสเตรเลียเสนอรางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มภายในวันที่ 31 สิงหาคม โดยของรางวัลดังกล่าวรวมถึง Tesla Model 3 ที่มีราคาสูงกว่า 500,000 ดอลลาร์ฮ่องกง

Sun Hung Kai Properties Ltd. ผู้พัฒนารายใหญ่ที่สุดของฮ่องกงกำลังเสนอของรางวัลรวมถึง iPhone ในขณะที่บริษัท Henderson Land Development Co. เสนอรางวัลเป็นทองคำแท่ง

มูลนิธิการกุศล Ng Teng Fong Charitable Foundation และ Chinese Estates Holdings Ltd. ของ Sino Group กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าพวกเขาจะเสนออพาร์ทเมนต์ใหม่มูลค่า 1.4 ล้านดอลลาร์ สำหรับผู้อยู่อาศัยที่ได้รับการฉีดวัคซีน

CK Group ของมหาเศรษฐี Li Ka-shing ประกาศเมื่อวันอังคารว่าจะสุ่มแจกบัตรกำนัลช้อปปิ้งมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงให้แก่ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม

บริษัท New World Development Co. กล่าวว่าจะเสนอเงินช่วยเหลือ 10 ล้านเหรียญฮ่องกงสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยที่ได้รับการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ยังมีบริษัทอื่นๆ บรรดาร้านอาหาร หรือแม้แต่วิทยาลัยบางแห่งที่เสนอรางวัลเป็นเงินสด บัตรกำนัล หรือวันหยุดพิเศษสำหรับพนักงานที่เข้ารับการฉีดวัคซีน

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

Jury awards $15 million in landmark case over embryos, eggs destroyed in fertility clinic tank failure #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001943

Jury awards $15 million in landmark case over embryos, eggs destroyed in fertility clinic tank failure


The devastating news landed in the inboxes of the fertility clinic patients early one morning in March 2018.

Jury awards $15 million in landmark case over embryos, eggs destroyed in fertility clinic tank failure

Atank storing frozen human embryos and eggs at Pacific Fertility Center in San Francisco had failed, potentially destroying the precious cells that scores of people hoped would one day bring them biological children. Some might still be viable, the clinic told them in the alert, but the full extent of the damage was unclear.

On Thursday, after more than three years of litigation in federal court, a jury in California awarded five of the patients who lost embryos and eggs a combined $15 million in damages – a historic verdict that could have far reaching consequences for the loosely regulated U.S. fertility industry.

Jurors found that the storage tank maker, Chart Industries, knew about a defect in its equipment that prevented accurate temperature monitoring but neglected to recall the units or warn the public about the problem. When the part malfunctioned in the Pacific Fertility Center tank, more than 3,500 frozen eggs and embryos prematurely thawed, according to plaintiffs’ attorneys. Jurors held Chart 90 percent responsible and Pacific Fertility Center 10 percent responsible for the failure.

The verdict appears to mark the first time a jury has awarded damages in a case involving the destruction of eggs and embryos, according to experts in family law. The outcome could serve as a bellwether not just for the hundreds of other plaintiffs with claims pending against Chart and the fertility clinic but for others whose dreams of becoming parents were dashed by similar errors, they said.

“This is a landmark case,” said Naomi Cahn, director of the University of Virginia’s Family Law Center. “In the past, many of these cases have settled, but here, we have a definitive jury verdict, holding the tank manufacturer primarily responsible, but with the clinic also responsible.”

In court papers, attorneys said that the eggs and embryos lost represented the only chance for some of the patients to conceive children. Adam Wolf, a lead attorney for the plaintiffs, said many of them were still struggling with the grief three years later.

“This is the material that helps people have children and start a family. When eggs and embryos are destroyed, it fundamentally alters people’s lives,” he said in an interview. “It should be a wake-up call for fertility clinics across the country that their mistakes can prove very costly.”

Representatives from Pacific Fertility Center and Chart didn’t immediately respond to messages seeking comment Friday.

Pacific Fertility Center was one of two clinics that in March 2018 separately reported problems in liquid-nitrogen tanks where thousands of eggs and embryos were kept. More than 4,000 eggs and embryos were lost at the University Hospitals Fertility Clinic in Cleveland, affecting hundreds of patients. More than 150 families settled claims with the clinic in 2019 but other lawsuits are ongoing.

Other accidents and mishaps have plagued fertility clinics around the country in recent years. In some cases, clinics have used the wrong sperm or embryos, leaving patients to discover later that they aren’t a child’s biological parents.

The lead plaintiff in the lawsuit against Pacific Fertility Center and Chart had her eggs retrieved and frozen in October 2016 and was paying to have them stored at the center, according to court records. She, like others in the lawsuit, was identified only by her initials to protect her privacy.

ADVERTISEMENT

According to the lawsuit, she and other patients received an email from the center on March 11, 2018, about a week after the error was discovered, notifying them of “a very unfortunate incident.” The message described how storage tank No. 4 had lost liquid nitrogen for a brief period, which may have resulted in the loss of some eggs.

The lawsuit says that the tank systems made by Chart had for years “been failing in large numbers due to a defect that rendered the controllers unable to reliably detect changes in temperature and liquid nitrogen levels or sound alarms.”

The complaint alleged negligence, product liability, and other claims. Hundreds of would-be parents who stored eggs and embryos at the clinic eventually joined the case. A judge rejected a request to certify the lawsuit as a class action but allowed the litigation to proceed otherwise.

In court testimony, plaintiffs described how the trauma of losing eggs made them feel helpless.

“It’s really painful to be at a baby shower celebrating someone else’s family being built and knowing inside you’ll never get that,” one plaintiff told jurors. “So you start to pull back. You start to isolate.”

Experts said the verdict could bring closer scrutiny to the multibillion-dollar industry of fertility clinics and equipment manufacturers that has thrived as reproductive technologies have advanced and more Americans have turned to fertility treatments.

No government agency directly oversees assisted reproduction in the United States, and the only federal law that touches the process primarily regulates the manner in which clinics can advertise their pregnancy success rates. Private groups such as the American Society for Reproductive Medicine set industry standards for facilities that opt in, but the recommendations are voluntary and the organizations have no real enforcement power. At the state level, most assisted reproduction laws are limited to embryonic stem cell research, with little regulating the fertility industry’s procedures or practices.

“There is no licensure requirement, there’s no monitoring regime, no data registry for adverse events like this one,” said Dov Fox, director of the Center for Health Law Policy & Bioethics at the University of San Diego. “There’s no system of warnings or disclosures or any other measures to track reproductive facilities or hold the specialists accountable.”

Fox noted that the freezer units that store eggs and embryos were developed decades ago to hold livestock semen for breeding. Regulations have hardly evolved since, he said. “These tanks specifically, they’re not regulated any better than kitchen appliances or farm tools,” he said.

Policymakers may be reluctant to start crafting new rules after years of light-touch oversight. But the size and unprecedented nature of Thursday’s jury award may catch their attention.

“After a couple decades of very little action,” Fox said, “it could be the thing that alerts policymakers to the need for change.”

Published : June 12, 2021

By : The Washington Post · Derek Hawkins

YouTube suspends Ron Johnson for a week after GOP senator touts questionable drugs to fight covid-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001942

YouTube suspends Ron Johnson for a week after GOP senator touts questionable drugs to fight covid-19


YouTube has suspended Sen. Ron Johnson from uploading videos for one week after the Wisconsin Republicans account shared a clip in which he touted the supposed benefits of hydroxychloroquine and another drug in fighting covid-19.

YouTube suspends Ron Johnson for a week after GOP senator touts questionable drugs to fight covid-19

According to Fox News Channel, a YouTube spokesperson said the video was in violation of Google’s policy against medical misinformation.

“We removed the video in accordance with our COVID-19 medical misinformation policies, which don’t allow content that encourages people to use Hydroxychloroquine or Ivermectin to treat or prevent the virus,” the spokesperson said, according to Fox News.

YouTube did not immediately respond to a request for comment from The Washington Post.

For months, former president Donald Trump had promoted hydroxychloroquine as a “game changer” for covid-19 and said he had taken the drug himself. But federal regulators have said it should be used only for hospitalized patients or in clinical trials, because of possible side effects, including serious heart-rhythm issues.

Last June, a study published in the New England Journal of Medicine found that hydroxychloroquine did not prevent healthy people exposed to someone with covid-19 from getting the disease. It showed that the drug was no more effective than a placebo – in this case, a vitamin – in protecting people exposed to covid-19.

In a statement Friday afternoon, Johnson denounced what he described as YouTube’s “Covid censorship” and said the company has “accumulated too much unaccountable power.”

“Big Tech and mainstream media believe they are smarter than medical doctors who have devoted their lives to science and use their skills to save lives,” Johnson said. “They have decided there is only one medical viewpoint allowed and it is the viewpoint dictated by government agencies. How many lives will be lost as a result? How many lives could have been saved with a free exchange of medical ideas? Government-sanctioned censorship of ideas and speech should concern us all.”

Johnson spokeswoman Alexa Henning said the video in question was a virtual event hosted by the Milwaukee Press Club.

A full video of the event posted by the press club remained on YouTube until Friday evening, when it was also removed with a message saying it had violated YouTube’s community guidelines.

At one point during the interview, Johnson mentioned his support for hydroxychloroquine and ivermectin, an anti-parasite drug that some have touted on social media as something that could end the pandemic despite insufficient evidence that it works as a treatment for covid-19 – as well as the sometimes dangerous consequences when people take the animal version.

“Whether it’s hydroxychloroquine, whether it’s ivermectin, whether it’s multi-drug treatments for early treatment of covid, I think that is one of the real blunders of the previous administration and the current administration and our health agencies in completely ignoring – actually, not only ignoring, but working against robust research, robustly exploring the use of cheap, generic drugs that can be repurposed for early treatment of covid,” Johnson said during the event.

Johnson’s hydroxychloroquine and ivermectin claims are just the latest instance of the senator dispensing false or questionable information about covid-19 and downplaying the seriousness of the pandemic.

Last year, he suggested it would not be worth shutting down the economy even if 3.4 percent of the U.S. population – or more than 11 million people – might die of covid-19. In April, he said he was “getting highly suspicious” of the push to vaccinate as many people as possible against covid.

Johnson, who was elected as a tea party darling in 2010 and has since become a hard-right Trump loyalist, has also been embroiled in plenty of controversy unrelated to covid-19 in recent months. He has tried to downplay the severity of the Jan. 6 insurrection at the Capitol, which left five people dead and injured scores of police officers. At one Capitol Hill hearing about the insurrection, Johnson tried to distance Trump supporters from the riot and suggested without evidence that “antifa or other leftist agitators” had been among the rioters.

In March, Johnson intentionally delayed the passage of Biden’s coronavirus relief bill by forcing Senate aides to read aloud all 628 pages of the bill’s text. That same month, he appeared on a conservative news radio show to say that he had “never felt threatened” by Capitol rioters – but that he might have been scared if they had been Black Lives Matter or antifa protesters. His remarks prompted Democrats and some anti-Trump Republicans to call on him to step down.

ADVERTISEMENT

Johnson, whose second term is ending in 2022, had originally promised he would not serve a third term but has lately said he would consider running again.

Published : June 12, 2021

By : The Washington Post · Felicia Sonmez, Amy B Wang

Gottfried Böhm, Pritzker-winning architect who sculpted in concrete, dies at 101 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40001941

Gottfried Böhm, Pritzker-winning architect who sculpted in concrete, dies at 101


Gottfried Böhm, a third-generation architect who helped rebuild his native Germany in the decades after World War II, designing jewellike churches and light-filled civic centers en route to winning the Pritzker Prize, architectures top honor, died June 9 at his home in Cologne, Germany. He was 101.

Gottfried Böhm, Pritzker-winning architect who sculpted in concrete, dies at 101

His son Paul, a fellow architect, confirmed the death but did not give a precise cause.

Böhm, who trained as a sculptor as well as an architect, often modeled his buildings out of clay or Plasticine, designing structures that rose like concrete mountains over a forest or town. Best known for monumental buildings such as the Neviges pilgrimage church and Bensberg City Hall, both built in Germany in the late 1960s, he also designed glass-and-steel theaters, office towers and apartment buildings.

In 1986 he was awarded the Pritzker Architecture Prize, often described as the Nobel Prize for architecture. “His highly evocative handiwork combines much that we have inherited from our ancestors with much that we have but newly acquired – an uncanny and exhilarating marriage,” the citation said.

Indeed, Böhm often spoke of linking the present and the past in his work, designing buildings that sat atop ruins, incorporated the structure of a neighboring 19th-century pub or evoked the medieval architecture of a nearby castle. He focused less on honing a particular style than on making sure each building made sense for its environment, whether on a rural hillside or in a bustling city center.

“New buildings should fit naturally into their surroundings, both architecturally and historically, without denying or prettifying the concerns of our time,” he said in his Pritzker acceptance speech. “You cannot just quote from history and above all you cannot take it out of context, in however humorous a fashion. On the contrary, history has a natural continuity that must be respected.”

In a phone interview, Paul Böhm said that his father had initially resisted becoming an architect, yearning to become a sculptor instead of following his father and paternal grandfather into the family business. History’s “natural continuity” apparently won out, although in a sense the elder Böhm never stopped sculpting. “His buildings have always been sculptures in some way,” Paul said.

Böhm kept going into the office even after he turned 100, working out of a building that his father, a church architect named Dominikus, had built in 1928, and that three of his four sons occupied after following him into the profession. As a boy, Böhm sat in the office sketching church windows.

He ultimately designed more than 60 churches and had projects worldwide, including in Taiwan and Brazil. But he spent most of his career working in Germany, where he designed a five-story Potsdam theater with curved, cantilevered roofs; a glass pyramid-shaped public library in Ulm; and a new city center in Bergisch Gladbach, which included a multipurpose performance hall with walls clad in terra-cotta tiles.

“He’s an individual expressionist, the kind of architect left over from the 1920s,” Philip Johnson, who received the inaugural Pritzker Prize in 1979, told the Christian Science Monitor after Böhm won the honor.

Böhm’s most revered building was the Mary, Queen of Peace pilgrimage church in Neviges, consecrated in 1968 and variously known as the Mariendom and Wallfahrtsdom. Along with a concrete chapel designed by Le Corbusier in Ronchamp, France, the church is often cited as one of the most important religious buildings of the postwar period.

ADVERTISEMENT

Built on a hilltop where an image of the Virgin Mary had drawn pilgrims since the late 17th century, the church’s concrete exterior was strikingly geometric, topped by jagged cubes and pyramids with angles that suggested the tiled roofline of the surrounding town. Inside, the church opened up like a concrete cave, illuminated by narrow skylights and windows high above the floor.

Arthur Drexler, architecture director at the Museum of Modern Art in New York, once described the church as “a brooding apparition, a ghost from the medieval past inexplicably materialized in the midst of a bourgeois townscape.”

Böhm, who also designed door handles and vibrant stained glass windows for the building, had a rather more uplifting vision for the space. In an interview last year, he told the German broadcaster DW that he had built the church as a vast tent for the “wandering people of God.”

Gottfried Leo Böhm was born in Offenbach am Main, near Frankfurt, on Jan. 23, 1920. He was drafted into the German army during World War II and wounded during the Russia campaign in 1942, according to the New York Times. Four years later, he graduated from what is now the Technical University of Munich.

For his first independent building as an architect, he designed a chapel built on the ruins of St. Kolumba, a Catholic parish church in Cologne that was destroyed during the war. Consecrated in 1950, the building became known as Madonna of the Ruins, after a sculpture of Mary and Jesus that had survived the bombing. The chapel is now part of the Kolumba art museum.

After a few years of working with his father, Böhm sought fresh ideas during a months-long tour in the United States, where he worked with Cajetan Baumann, a Franciscan friar and architect, and met Bauhaus architects Walter Gropius and Ludwig Mies van der Rohe. He took over his family firm after his father died in 1955, and collaborated for decades with his wife, architect Elisabeth (Haggenmüller) Böhm.

They married in 1948, and she died in 2012. In addition to his son Paul, survivors include three other sons, Stephan, Peter and Markus; a brother; five grandchildren; and two great-grandchildren.

Although Böhm was part of a group of architects who helped rebuild Cologne after World War II, he came to believe that as much damage was inflicted by the postwar construction boom as by the war itself. New highways were carved through the city and old buildings were torn down, replaced by structures that were sometimes nice to look at but, in his view, did little to promote a sense of community.

“I think the future of architects doesn’t lie so much in continuing to fill up the landscape as in bringing back life and order to our cities and towns,” he declared in the catalogue of a 1986 exhibit of his sketches. In his Pritzker acceptance speech, he quoted advice his wife had given their children: “Our generation has built a lot, but your generation will have to work hard to heal all that.”

Published : June 12, 2021

By : The Nation