ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : ราคามังคุดตกต่ำเกษตรกรเดือดร้อนหนัก ชาวปักษ์ใต้เรียกร้องให้รัฐลงไปช่วยเหลือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/592437

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : ราคามังคุดตกต่ำเกษตรกรเดือดร้อนหนัก ชาวปักษ์ใต้เรียกร้องให้รัฐลงไปช่วยเหลือ

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลุยเกษตรสุดเขตไทยวันนี้ “หนุ่มยูโร” จะพาล่องใต้ ลงไปเป็นปากเสียงแทนพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบปัญหาราคามังคุดและเงาะตกต่ำโดยเฉพาะมังคุดพ่อค้าไปรับซื้อกิโลกรัมละ 4 บาทเกษตรกรอยู่ไม่ได้ ไหนจะประสบปัญหากับโรคโควิดระบาดยังกลับมาเจอสินค้าเกษตรราคาตกต่ำอีก หลายจังหวัดจึงวิงวอนภาครัฐยื่นมือเข้าไปช่วยด่วนๆ

เมื่อครั้งที่ “หนุ่มยูโร” ไปตระเวนสวนผลไม้ทางภาคตะวันออกช่วงเดือนมิถุนายน ยังไปช่วยอุดหนุนซื้อมังคุดกับเกษตรกร ที่ จ.ระยอง จันทบุรีและตราด ช่วงนั้นมังคุดราคาแพง มีล้งไปรับซื้อถึงสวน กิโลกรัมละ 40-50 บาท ยังแอบดีใจแทนชาวสวน ขายได้ทั้งมังคุดและทุเรียน แต่พอมาช่วงเดือนกรกฎาคม มังคุดภาคใต้กับประสบปัญหาด้านราคา เดือดร้อนกันทั่วด้ามขวาน วิงวอนให้ภาครัฐทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ลงไปช่วยดูแลพยุงราคาหน่อย หรือจะไปช่วยชดเชยราคาก็ได้

ล่าสุดอาทิตย์ที่ผ่านมาเริ่มมีการเคลื่อนไหวจากหน่วยงานภาครัฐ เริ่มจากน.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการกระจายผลไม้ภาคใต้ เพื่อลดปัญหาการกระจุกตัวและราคาตกต่ำ โดย เร่งกระจายผลไม้ของสมาชิกสหกรณ์ภาคใต้ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ นำผลไม้คุณภาพบรรจุกล่อง ส่งตรงถึงผู้บริโภค หวังบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด สั่งการให้ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด เป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายผลไม้สหกรณ์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเริ่มต้นจากเงาะ 3 ตัน จากสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี มูลค่ากว่า 100,000 บาท ที่จะจัดส่งถึงบ้านผู้บริโภคภายในวันเดียว และยังมีรถแท็กซี่สหกรณ์ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิดระบาด มาร่วมเป็นรถขนส่งผลไม้จากชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยไปยังผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ ด้วยเช่นกัน และเตรียมแผนที่จะกระจายผลผลิตมังคุดและลำไย อีกด้วย

รมช.มนัญญา เน้นให้สหกรณ์ต้องเรียนรู้ด้านการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภคได้ทุกช่องทาง ขบวนการโลจิสติกส์ก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผลไม้สดใหม่ต้องคู่กับการจัดส่งที่รวดเร็วให้ถึงมือผู้บริโภคเสมือนที่มารับประทานในสวนผลไม้ หากขบวนการสหกรณ์ทำได้เช่นนี้ เชื่อมั่นว่า ผลผลิตของสหกรณ์จะสามารถจำหน่ายได้จำนวนมาก

ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงว่า ช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน ผลไม้ในภาคใต้และภาคเหนือมีปริมาณผลผลิตออกมาจำนวนมาก โดยเฉพาะผลไม้ 3 ชนิดหลัก ได้แก่ เงาะปริมาณ 63,647 ตัน มังคุด ปริมาณ 173,116 ตัน และลำไย ปริมาณ 973,603 ตัน ได้สั่งการให้สหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดประสานเครือข่ายสหกรณ์ในแต่ละพื้นที่สั่งซื้อเงาะและมังคุดจากสหกรณ์ที่เป็นแหล่งผลิตในภาคใต้ กระจายสู่ผู้บริโภคของแต่ละจังหวัดนอกจากนี้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ วงเงิน 122 ล้านบาท เพื่อให้สหกรณ์กู้ยืมเป็นทุนหมุนเวียนรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรในราคานำตลาด เพื่อดึงราคาผลไม้ ในพื้นที่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม

จากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการเร่งรัดการแก้ไขปัญหามังคุดและผลไม้ภาคใต้ 3 จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช)ตามที่ได้รับมอบหมายจากการตรวจสอบพบว่าส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ราคาผลไม้โดยเฉพาะมังคุดตกต่ำเกิดจากระบบการขนส่งผลไม้แบบบริการส่งถึงที่รวมทั้งระบบการค้าออนไลน์เกือบเป็นอัมพาตโดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้ามังคุดใหญ่ที่สุดของภาคใต้เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่ด้านการขนส่งสินค้า เช่น บริษัทไปรษณีย์ไทย บริษัทเคอรี่ได้หยุดให้บริการโดยสิ้นเชิง

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันลงไปช่วยเหลือ เพราะเกษตรคือประเทศไทยเกษตรกรอยู่รอด ประเทศไทยก็อยู่ได้ครับ

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : ‘ป่าเด็ง-ป่าละอู’ แหล่งรวมผลไม้รสเลิศ บ้าน รมว. เกษตรฯ-ที่ปรึกษา ‘อลงกรณ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/589112

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : ‘ป่าเด็ง-ป่าละอู’แหล่งรวมผลไม้รสเลิศ บ้านรมว.เกษตรฯ-ที่ปรึกษา‘อลงกรณ์’

วันพุธ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มาพบกันอีกครั้งกับ “หนุ่มยูโร” ในลุยเกษตรสุดเขตไทย หลังจากเดินทางไปลุยเกษตรสุดเขตไทยที่ ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และที่ป่าละอู อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำหรับ 2 จังหวัดนี้เป็นฐานเสียงและแดนดินถิ่นเกิดของ ที่ปรึกษา “อลงกรณ์ พลบุตร” คือจ.เพชรบุรี และ ท่าน รมว.เกษตรและสหกรณ์ “ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งจ.ประจวบคีรีขันธ์

“หนุ่มยูโร”มองว่าศักยภาพของป่าละอู และป่าเด็ง แหล่งท่องเที่ยวและดินแดนผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ สับปะรด เป็นพื้นที่น่าไปเที่ยวชม ไปลองลิ้มชิมรสชาติผลไม้ของสองอำเภอนี้ คือ แก่งกระจาน และหัวหิน รับรองท่านจะติดใจ

สำหรับผลไม้ยอดฮิตคือทุเรียน ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่า ของปวงชนชาวไทย นำทุเรียนต้นแรก
ไปปลูกตั้งแต่ปีพ.ศ.2509 ถึงปัจจุบันก็ 55 ปีแล้ว ทุเรียนต้นนั้นเติบใหญ่ขยายเผ่าพันธุ์จนกลายเป็นสวนทุเรียนแหล่งใหญ่ของทั้งสองอำเภอ เป็นผลไม้จีไอ “ป่าเด็ง-ป่าละอู” ที่รสชาติเยี่ยมไม่แพ้ที่ใดในโลก

นอกจากจะมีสวนผลไม้หลากหลายแล้ว อีกอาชีพหนึ่งคือการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน ที่ในหลวงร.9 ได้พระราชทานและส่งเสริมไว้ ตั้งแต่หุบกะพง ห้วยทราย ไปจนถึงป่าเด็ง ป่าละอู ก็ล้วนแต่เลี้ยงโคนม ล่าสุดไม่พบว่ามีการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคนมที่ฟาร์มในเขตป่าเด็ง-ป่าละอู วันนั้น “หนุ่มยูโร”ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ “ลุงทินกร
ศิริสมบัติ” หรือ “ลุงอ้อย” เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมดีเด่นแห่งชาติ แถมยังฝากไปถึง “ท่านประภัตร โพธสุธน”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดูแลโรคระบาดนี้อย่างทั่วถึง

ล่าสุดสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค และกระบือ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับความเสียหายจากสัตว์ตายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับปัจจุบันราคาต้นทุนการเลี้ยงสัตว์เพิ่มสูงขึ้น มีการเลี้ยงเป็นอาชีพมากขึ้น และยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงให้ดีกว่าเดิม ซึ่งกรมปศุสัตว์เสนอปรับเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ประกอบด้วย การปรับเกณฑ์จำนวนตัวที่ให้ความช่วยเหลือ 2 รายการ คือ โค-กระบือ จากรายละไม่เกิน 2 ตัว เป็นรายละไม่เกิน 5 ตัว

นอกจากนี้ รมช.ประภัตร ยังเตรียมจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน อีก 5 ล้านโดส โดยใช้งบกลางที่ครม. เพิ่งอนุมัติ เป็นเงิน 230,138,000 บาทค่าจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อการฆ่าเชื้อในฟาร์มและพาหนะในการเคลื่อนย้ายสัตว์24,000,000 บาท และค่าตอบแทนอาสาปศุสัตว์ 14,510,000 บาท รวม684,218,000 บาท

ล่าสุดเป็นที่น่ายินดีที่รมว.เกษตรฯ เดินหน้าโครงการธนาคารสีเขียว(Green Bank) มอบหมายให้ “อลงกรณ์”นำทีมขับเคลื่อนตั้งเป้าขยายผลใช้ไม้ยืนต้นเป็นสินทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจโดยมีเป้าหมาย 6 ประการ ได้แก่ การเพิ่มสินเชื่อช่องทางใหม่โดยใช้ไม้ยืนต้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน,การเพิ่มทรัพย์สิน รายได้ อาชีพและธุรกิจใหม่ๆให้กับประชาชน,การลดปัญหาหนี้นอกระบบ, การเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในเมืองและนอกเมืองเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ชุมชนและเมือง แก้ปัญหา PM2.5, การแก้ปัญหาโลกร้อน(Global Warming)และเพิ่มคาร์บอนเครดิตของประเทศและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ(SDG)และยุทธศาสตร์ชาติรวมทั้งแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การเกษตรและเศรษฐกิจ อีกด้วย

‘หนุ่มยูโร’

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : สายสัมพันธ์ ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’ รมช.เกษตรฯ กับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ นายเก่าที่ไทยรักไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/585635

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : สายสัมพันธ์‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’รมช.เกษตรฯ กับ‘ทักษิณ ชินวัตร’นายเก่าที่ไทยรักไทย

วันพุธ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วันนี้ “หนุ่มยูโร” จะพาไปดูความเคลื่อนไหว หลังจากร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ คว้าตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ทุกสายตาจึงจับจ้องพรรคการเมืองนี้ และ โฟกัสไปที่ “ผู้กองธรรมนัส” ผู้ที่เคยอยู่กับ “พรรคไทยรักไทย”และ “เพื่อไทย” ในอดีต คนที่เคยใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร มีความสัมพันธ์กันแนบแน่นมายาวนาน

จริงๆ แล้วพรรคพลังประชารัฐยุคปัจจุบัน เมื่อ 4 กุมาร พ้นจากพรรค และกลุ่มกปปส.ถูกศาลพิพากษาทำให้2 รัฐมนตรีกระเด็นจากตำแหน่ง “พลังประชารัฐ” ก็เปรียบเสมือน “เพื่อไทยสาขา 2”รัฐมนตรีและสส.ล้วนแต่เคยอยู่เพื่อไทย และ ไทยรักไทย มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายสุพล ฟองงาม และแกนนำอีกหลายคน

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาเป็นแม่บ้านพรรคใหญ่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง และเตรียมที่จะขยับขยายเป็นรัฐมนตรีว่าการ มากกว่าที่จะเป็นรมช.เกษตรฯ ในปัจจุบัน ด้วยมีพลังทุนมหาศาล และคอนเนคชั่นทุกระดับ หลายคนจึงมองกันว่า“ผู้กองธรรมนัส”มีหลายมิติ แล้วแต่จะมองในมิติไหน

หากยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่ ย่อมหมายถึงการสัประยุทธ์กันอย่างเข้มข้นระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งผ่านตามแบบวิธีเดิมไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งผ่านบัตร 2 ใบ ตามแบบวิธีใหม่หากมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญและผู้ที่จะต้องต่อกรกับพรรคเพื่อไทยอย่างเข้มข้นย่อมต้องเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเพิ่งเข้าไปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยเป็นลูกน้องเก่านายทักษิณ และเป็นคนเมือง เช่นเดียวกัน คนหนึ่งอยู่ จ.เชียงใหม่ อีกคนอยู่ จ.พะเยา เยื่อใยและสายสัมพันธ์จึงแนบแน่นไม่เสื่อมคลายต้องยอมรับว่าคนที่เคยอยู่กับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่จะยังรักษาท่าทีอันเป็นมิตรกับนายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์เทพสุทิน หรือนายสันติ พร้อมพัฒน์

นอกจากสนามการเมืองระดับชาติแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ยังให้ความสำคัญกับสนามท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสก. หรือ สข.ในกรุงเทพมหานคร ผู้กองธรรมนัส ส่งนายสุชัย หรือ “เสี่ยต่าย” พงษ์เพียรชอบ คนใกล้ชิดไปเป็นที่ปรึกษาของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. สำหรับ “เสี่ยต่าย” เป็นน้องชายของ “เสี่ยหมู”นายสุธีร์พงษ์เพียรชอบ คนดูแลตลาดคลองเตย เป็นการเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับ พล.ต.อ.อัศวิน นรต.31 รุ่นน้องทักษิณ นรต.26 อีกด้วย

วันนี้ทุกสายตาจึงจับจ้องสายสัมพันธ์เก่าระหว่าง “ธรรมนัส”กับ “ทักษิณ”ไม่เฉพาะคนในพรรคเพื่อไทยและพลังประชารัฐ เท่านั้น ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ยิ่งตาไม่กะพริบ

ขุนเกษตรา

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 10 อันดับกระทรวง ที่ได้รับงบประมาณสูงสุดปี’ 65 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/582186

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 10อันดับกระทรวง ที่ได้รับงบประมาณสูงสุดปี’65

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วันนี้ “หนุ่มยูโร” จะพาไปดู 10 อันดับกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงสุดในปี 2565…หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565 จำนวน 3.1 ล้านล้านบาท วาระแรกไปแล้ว…

สำหรับกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด 10 อันดับแรก ที่ได้รับงบประมาณหลักแสนล้านบาทได้แก่ อันดับที่ 1 กระทรวงศึกษาธิการ 332,398.6 ล้านบาท อันดับที่ 2 กระทรวงมหาดไทย 316,527 ล้านบาท อันดับที่ 3 กระทรวงการคลัง 273,941.3 ล้านบาท อันดับที่ 4 กระทรวงกลาโหม 203,282 ล้านบาท อันดับที่ 5 ทุนหมุนเวียน 195,397.9 ล้านบาท อันดับที่ 6 กระทรวงคมนาคม 175,858.7 ล้านบาท อันดับที่ 7 กระทรวงสาธารณสุข 153,940.5 ล้านบาท อันดับที่ 8 รัฐวิสาหกิจ 130,586.4 ล้านบาท อันดับที่ 9 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 124,182.8 ล้านบาท อันดับที่ 10 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือ ทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี 122,729.9 ล้านบาท และอันดับที่ 11 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 110,126.5 ล้านบาท…

ส่วนอันดับที่ได้รับงบประมาณลดหลั่นกันลงไป ได้แก่ อันดับที่ 12องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 78,305.1 ล้านบาท อันดับที่ 13กระทรวงแรงงาน 49,742.8 ล้านบาท อันดับที่ 14 สำนักนายกรัฐมนตรี 34,017.3 ล้านบาท อันดับที่ 15 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 28,325.5 ล้านบาท อันดับที่ 16 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 24,664.8 ล้านบาท…

อันดับที่ 17 กระทรวงยุติธรรม 24,321.3 ล้านบาท อันดับที่ 18หน่วยงานของศาล 22,947.8 ล้านบาท อันดับที่ 19 หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ 18,468.6 ล้านบาท อันดับที่ 20 จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 17,411 ล้านบาท อันดับที่ 21 ส่วนราชการในพระองค์ 8,761.4 ล้านบาท อันดับที่ 22 สภากาชาดไทย 8,265.4 ล้านบาท อันดับที่ 23 หน่วยงานของรัฐสภา 8,208.1 ล้านบาทอันดับที่ 24 กระทรวงต่างประเทศ 7,618.7 ล้านบาท อันดับที่ 25 กระทรวงวัฒนธรรม 7,104.4 ล้านบาท อันดับที่ 26 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6,979.1 ล้านบาท…

อันดับที่ 27 กระทรวงพาณิชย์ 6,523.3 ล้านบาท อันดับที่ 28กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,164.6 ล้านบาท อันดับที่ 29 กระทรวงอุตสาหกรรม 4,380.1 ล้านบาท อันดับที่ 30 กระทรวงพลังงาน 2,717.5ล้านบาท และอันดับที่ 31 หน่วยงานอื่นของรัฐ 479 ล้านบาท

ขณะที่งบกลาง (11 รายการ) ได้รับงบประมาณ จำนวน 571,047.3 ล้านบาท โดยงบกลางในส่วนของเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ซึ่งเป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี มีจำนวน 8.9 หมื่นล้านบาท…เรามาจับตาดูการใช้งบประมาณของแต่ละกระทรวงกันว่าจะคุ้มค่ากับภาษีที่ประชาชนจ่ายไปหรือไม่… โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้การบริหารของท่าน รมว.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาฯพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง “หนุ่มยูโร” อยู่ในแวดวงการเกษตรฯและถือว่ากระทรวงเกษตรฯใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน จะใช้งบประมาณทุกบาท ทุกสตางค์ตามที่ได้แจงไว้หรือไม่…โปรดจับตาดู…พลัน…

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 9 มิถุนายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/578825

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 9 มิถุนายน 2564

วันพุธ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งครับกับ “ลุยเกษตรสุดเขตไทย” โดย “หนุ่มยูโร”มารับใช้ท่านผู้อ่าน “แนวหน้า” ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีอุปการคุณทุกท่านครับ

วันนี้เรายังอยู่เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่ผ่านสภาวาระแรกไปแล้ว …พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงหลักการและเหตุผลร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พร้อมเอกสารประกอบงบประมาณ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเป็นเรื่องด่วน… พร้อมด้วยเอกสารประกอบงบประมาณ บันทึกหลักการและเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญ และเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรา 77 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย …หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,100,000 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายของหน่วยรับงบประมาณ เป็นจำนวน 3,074,424,773,300 บาท เพื่อชดใช้เงินคงคลัง เป็นจำนวน 596,666,700 บาท และเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย เป็นจำนวน 24,978,560,000 บาท….

สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำแนกตามตามกระทรวง ดังนี้ 1) งบกลาง 571,047.3 ล้านบาท2) สำนักนายกรัฐมนตรี 34,017.3 ล้านบาท 3) กระทรวงกลาโหม วงเงิน 203,282 ล้านบาท 4) กระทรวงการคลัง 273,941.3 ล้านบาท5) กระทรวงการต่างประเทศ 7,618.7 ล้านบาท 6) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,161.6 ล้านบาท 7) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 24,664.8 ล้านบาท 8) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 124,182.8 ล้านบาท 9) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 110,126.5 ล้านบาท 10) กระทรวงคมนาคม 175,858.7 ล้านบาท 11) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6,979.1ล้านบาท 12) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 28,325.5 ล้านบาท 13) กระทรวงพลังงาน 2,717.5 ล้านบาท 14) กระทรวงพาณิชย์ 6,523.3 ล้านบาท 15) กระทรวงมหาดไทย 316,527 ล้านบาท16) กระทรวงยุติธรรม 24,321.1 ล้านบาท 17) กระทรวงแรงงาน 49,742.8 ล้านบาท 18) กระทรวงวัฒนธรรม 7,104.4 ล้านบาท 19) กระทรวงศึกษาธิการ 332,398.6 ล้านบาท 20) กระทรวงสาธารณสุข 153,940.5 ล้านบาท 21) กระทรวงอุตสาหกรรม 4,380.1 ล้านบาท 22) ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้ การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี 112,729.9ล้านบาท 23) จังหวัดและกลุ่มจังหวัด 17,411 ล้านบาท 24) รัฐวิสาหกิจ 130,586.4 ล้านบาท 25) หน่วยงานของรัฐสภา 8,208.1 ล้านบาท 26) หน่วยงานของศาล 22,947.8 ล้านบาท 27) หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ 18,468.6 ล้านบาท 28) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 78,305.1 ล้านบาท 29) หน่วยงานอื่นของรัฐ 479 ล้านบาท 30) สภากาชาดไทย 8,265.4 ล้านบาท 31) ส่วนราชการในพระองค์ 8,761.4 ล้านบาท 32) ทุนหมุนเวียน 195,397.9 ล้านบาท 33) รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 596.7 ล้านบาท 34) รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย 24,978.6 ล้านบาท…

งบประมาณนี้แหละขอให้พี่น้องประชาชนจับตาดูว่า รัฐบาลจะใช้อย่างไร ที่เรียกว่าจะไม่เกิดการทุจริต…ท่านนายกฯพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ประกาศไว้ว่า จะตรวจสอบเรื่องการทุจริตเป็นวาระแห่งชาตินั้น จะเป็นแค่เพียงวาทะกรรม หรือ ลมปากนักการเมืองหรือไม่…

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : งบประมาณกระทรวงเกษตรฯปี’64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/577261

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : งบประมาณกระทรวงเกษตรฯปี’64

วันพุธ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“หนุ่มยูโร” กลับมารายงานตัวอีกครั้งครับ พบกันในวันพุธที่2 มิ.ย. 2564 ที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า หนังสือพิมพ์คุณภาพของประเทศไทยอีกฉบับครับ ครั้งก่อนเราพูดถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศให้การทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ กระทรวงเกษตรฯ มีงบประชาสัมพันธ์ตั้งแต่สมัยหลงจู๊ 3 เปอร์เซ็นต์ของงบประมูลงาน ฉบับนี้เราจึงมาพูดถึงงบประมาณปี 2564 ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้จัดสรรงบมาทั้งสิ้น 111,832.5171 บาท…เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2563 จำนวน 2,719.2521 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.49) โดยเน้นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติรวม 5 ด้าน ประกอบด้วย….

1.ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (31,315.7216 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการที่ขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเกษตร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในเรื่องส่งเสริมการพัฒนาเกษตร อัตลักษณ์พื้นถิ่น เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ เกษตรแปรรูป เกษตรอัจฉริยะ และส่งเสริมการจัดการระบบนิเวศเกษตร …

2.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (3,108.1736 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านพลังสังคมและด้านเศรษฐกิจฐานราก มุ่งเน้นบริหารจัดการที่ดินทำกินแก่เกษตรกรรายย่อย การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรผ่านโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร…

3.ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (77,041.9435 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการเติบโตอย่างยั่งยืนและด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ระบบกระจายน้ำและเชื่อมโยงวางระบบเครือข่ายน้ำ/ลุ่มน้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน …

4.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ(41.5900 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลการเกษตร ผ่านศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agricultural Big Data Center :
NABC)…

5.ด้านความมั่นคง (325.0884 ล้านบาท) ขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง ดำเนินโครงการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านการประมง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้..

….แล้วคิดดูครับงบประชาสัมพันธ์ 3 เปอร์เซ็นต์ ของงบการประมูลงาน ที่เป็นช่องทางทำมาหากินของนักการเมือง จนทำให้ข้าราชการเขาอึดอัดใจ…“หนุ่มยูโร” ขอถามตรงๆ เราจะแก้ไขกันอย่างไร เลิกเถอะครับ….ฉบับหน้าเจอกันใหม่ครับ…

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 26 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/575612

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 26 พฤษภาคม 2564

วันพุธ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

‘ลุงตู่’จะทำได้ไหม ที่ลั่นวาจา

การแก้ปัญหาทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ

เมื่ออาทิตย์ก่อนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงปัญหาการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาประเทศ, การทุจริตยังรวมไปถึงภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของประเทศไทย ทั้งในแง่การรับรู้ของภาคประชาชน และภาคธุรกิจ

…รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรมทุกปีองค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ จะดำเนินการสำรวจสถานการณ์การทุจริตของทุกประเทศทั่วโลก

…ลุงตู่ ยกตัวอย่างในปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ คอร์รัปชั่น เพอเซพชั่น อินเด็กซ์ หรือค่าซีพีไอ (CPI) โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่ 104 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก

…เรามองมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงที่ใกล้ชิดประชาชน มีการตั้งงบประมาณประชาสัมพันธ์ไว้ 3 เปอร์เซ็นต์ จากงบการประมูลงาน ทุกกรมในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จะตั้งงบไว้ประชาสัมพันธ์ 3 เปอร์เซ็นต์เหมือนกันหมด

…งบประชาสัมพันธ์นี้ เป็นช่องทางทำมาหากินของนักการเมืองตั้งแต่สมัยหลงจู๊คลองกระทรวงฯ เป็นงบประมาณที่ข้าราชการกระทรวงอึดอัด ที่จะต้องทำตามคำสั่งนักการเมืองกังฉิน แนบรายชื่อบริษัทของคนใกล้ชิดและพวกพ้องมาพร้อมงบประชาสัมพันธ์

…เลิกเถอะครับ การทุจริตเชิงนโยบายแบบนี้…เป็นช่องทางทุจริตของนักการเมืองที่ข้าราชการอยากจะปฏิเสธ อึดอัด ต้องทำตามนายท่านสั่ง…ถ้าไม่ทำตามก็อาจจะมีผลกระทบถึงตำแหน่งหน้าที่การงาน

…ไหนๆ บิ๊กตู่ ประกาศออกมาแล้วว่า การแก้ปัญหาทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ “หนุ่มยูโร” ขอให้มองมาที่งบประชาสัมพันธ์กระทรวงเกษตรฯด้วย

…อย่าปล่อยให้เป็นช่องทางหากินของนักการเมืองกังฉินและพวกพ้อง ที่สูบกินงบประมาณของชาติมานานจนข้าราชการเขาอึดอัดครับ

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 12 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/572243

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 12 พฤษภาคม 2564

ลุยเกษตรสุดเขตทั่วไทย : 12 พฤษภาคม 2564

วันพุธ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ย่างเข้าฤดูฝนการเมืองไทยกำลังเข้มข้น “หนุ่มยูโร”ขอรายงานตัวครับ ประจำการในลุยเกษตรสุดเขตไทย ที่แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพของประเทศอีกฉบับหนึ่งประกาศออกมาเสียงดังๆ สำหรับหน.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ว่าจะไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เจ้าตัวก็ยังนั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงพาณิชย์…เกาะเก้าอี้เหนียวหนึบ ส่วนเลขาธิการพรรคบิ๊กต่อเฉลิมชัยศรีอ่อน ก็จะควบตำแหน่ง รมว.กระทรวงเกษตรฯ เหมือนเดิม

สำหรับกระทรวงเกษตรฯเป็นที่หมายปองของบิ๊กๆ พรรคพลังประชารัฐมาตลอด สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงยุติธรรม คนโตแห่งเมืองสุโขทัย จองมาตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง…. แต่เมื่อแกนนำพรรคยกกระทรวงเกษตรฯให้กับ ปชป. สมศักดิ์ เทพสุทิน จึงยอมไปอยู่กระทรวงยุติธรรม…เมื่อมีลุ้นว่า ปชป.จะถอนตัว กลุ่มสมศักดิ์ ก็มีความหวังเล็กๆ ที่จะเข้ายึดกระทรวงเกษตรฯให้สำเร็จดังใจปรารถนา

สำหรับพรรคแม่พระธรณีบีบมวยผม สะเทือนสะท้าน เพราะอันวาร์ สาและ สส.ปัตตานี และรองเลขาธิการพรรค ทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคทั่วประเทศ เสนอขอให้พรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล ,,,,ลูกพรรคปชป.เกรงว่า กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นเป้าโจมตีของสังคม

แต่หัวหน้า จุรินทร์รีบออกมาสวนกลับ ว่าร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีโควตาของพรรคพลังประชารัฐ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพรรคพลังประชารัฐที่จะเป็นผู้ตอบคำถาม ประชาธิปัตย์เป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล…ยังไงก็ไม่ถอน

จุรินทร์ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นปัญหากันภายในพรรค เพราะพรรคมีกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอน มีทั้งเสียงส่วนน้อยและเสียงส่วนใหญ่ ประชาธิปัตย์ยึดวิถีทางประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นพรรคจะดำเนินการกิจกรรมตัดสินใจอะไรอย่างไรทางการเมือง ต้องตัดสินใจตามเสียงส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่รับฟังเสียงส่วนน้อย

“สิ่งนี้ทำให้ประชาธิปัตย์ยั่งยืนมาได้จนถึง 75 ปี นี่คือสิ่งที่เรายึดถือเป็นแนวทาง วันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” อู๊ดด้าสรุปสั้นๆ คือยังขอร่วมรัฐบาลต่อ…มีบิ๊กนักการเมืองคนหนึ่งกล่าวไว้ว่าเป็นฝ่ายค้านมันอดอยากปากแห้ง ทำอะไรก็ไม่ได้ ขอเป็นรัฐบาลตลอดไปก็แล้วกัน…

ลากันด้วยความหวังของเกษตรกรผู้ปลูก “อินทผลัม” อนุรักษ์ บุญลือ เลขาธิการ WDP กลุ่มผู้ผลิตอินทผลัมรับประทานผลสดรายใหญ่ คาดการณ์ว่าฤดูกาลนี้อินทผลัม จะออกสู่ตลาดประมาณ 4 พันตัน แต่ไม่กลัวว่าราคาจะตก เพราะอินทผลัมนำมาแปรรูปได้หลากหลายชนิด เป็นผลไม้ทรงคุณค่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย

ยืนยันอีกแรง ประยูร วิสุทธิไพศาล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ส่งออกผลไม้ปลอดสารพิษ จ.ราชบุรี เล่าว่าถึงแม้ปีนี้จะกระทบกับโควิดบ้าง แต่ผลไม้ไทยยังไปได้ดีในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะมะพร้าวน้ำหอม วันนี้ขายส่งลูกละเกือบ 30 บาท พ่อค้าแม่ค้าแย่งกันซื้อครับ